THE GALAXIA

ตอนที่ 60 : After the storm

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 515
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    17 ก.ค. 59




เชนกันจ่ออยู่ที่ขมับของเขา ท่าทางตกตะลึงนั้น ดูเหมือนว่าเขาจะรู้จักภาวะที่ผมเป็นอยู่ ทว่ารอยยิ้มแสยะนั้นก็ทำให้ผมเสียสมาธิ เหนี่ยวไกช้ากว่าที่ควรจะเป็น ลาซาลัสหลบได้และลงมือตอบโต้ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ใช่ชายอ่อนแอที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพง อย่างที่ใครๆต่างก็ลือกัน หมอนี่ ไกเซอร์ ลาซาลัส มีวิชาการต่อสู้อยู่ในระดับสูง

เคร้ง!

“ดูถูกกันอย่างนี้ก็แย่สิเจ้าหนูเซวิล คิดว่าผมสามารถควบคุมกองกำลังบ้าระห่ำพวกนั้น ด้วยอำนาจเงินเพียงอย่างเดียวหรือไง”

ดาบปลายปืน! แต่ว่าทั้งที่เป็นปืนสั้น แต่กลับมีดาบปลายปืนที่ยาวขนาดนี้ แถมเป็นคริสตัลเลเซอร์ซะด้วย ผู้ชายคนนี้ประมาทไม่ได้เลยจริงๆ

ควับ

เคร้ง!

ดาบปลายปืนของลาซาลัสฟาดฟันเข้าใส่ผม แม้จะหลบได้เสียส่วนใหญ่ แต่ก็ยังไม่พ้นทุกการโจมตี ในที่สุดผมก็ต้องยกเชนกันขึ้นรับการโจมตี ที่หมายจะฟันร่างให้ขาดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า น่าเหลือเชื่อที่ปืนของผมไม่ขาดออกเป็นสองท่อน และดูเหมือนลาซาลัสเองก็แปลกใจกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย

ปัง ๆๆๆๆ

กระสุนถูกยิงออกไปหลายนัก ลาซาลัสผละออกจากระยะประชิด แล้วเปลี่ยนเป็นใช้ท่อจากชุดเกราะของเขา พุ่งมาโจมตีผมแทน ผมเก็บปืนและหยิบดาบของเซเฟอร์ที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ตวัดเพียงครั้งเดียว คลื่นพลังงานที่แฝงอยู่ก็ฟันท่อเหล่านั้นจนขาดสะบั้นลงอย่างง่ายดาย สีหน้าของลาซาลัสเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงในทันที

“นายมันตัวเกะกะ หากไม่ได้กิน ก็ต้องกำจัดสถานเดียว!!”

ไกเซอร์ ลาซาลัส ทุ่มกำลังทั้งหมดโจมตีใส่ผม งัดทุกอย่างที่เขามีกระหน่ำใส่เข้ามา ราวกับว่าไม่อาจอดทนรอได้อีกต่อไป ...เขาทนอะไร เม็ดเหงื่อผุดซึมขึ้นเต็มใบหน้าขาวซีดนั้น มือที่ใช้จับอาวุธเริ่มสั่น ดูเหมือนว่าเขากำลังจะหมดแรงลงในไม่ช้า และหากไม่อาจกำจัดผมไปก่อนจะถึงเวลานั้นได้ ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีโอกาสได้ทำอีกตลอดกาล เพราะผมไม่มีวันปราณีเขาแน่

“อ..อ๊ากกก!”

ไกเซอร์ ลาซาลัสร้องลั่น มือข้างที่ใช้จับอาวุธของเขากำลังเกร็งอย่างรุนแรง มันหงิกงอแข็งเกร็งราวกับถูกจับดัด ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน อาวุธร่วงตกลงบนพื้น จากนั้นร่างกายของเขาก็ทรุดลงไปนอน สั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับกำลังเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส

“ไม่ ๆๆๆ ไม่ใช่ตอนนี้ อั่ก ไม่ ฉีดวัคซีนให้ฉัน เอาวัคซีนมาฉีดให้ฉันเดี๋ยวนี้ นังจีนอยด์พยาบาลงี่เง่า!!”

ไกเซอร์ ลาซาลัสร้องโวยวายด้วยความเจ็บปวด เขาร้องหาวัคซีนเพื่อจะกระตุ้นการทำงานของระบบร่างกาย ให้กลับมาเป็นปกติ เขาเองก็ได้รับผลข้างเคียงจากการรับวัคซีนพวกนั้นเช่นกันสินะ ไกเซอร์ ลาซาลัสเอ๋ย นี่คือเครื่องยืนยันว่า ยุคสมัยของแกนั้นจะสื้นสุดลงเพียงแค่นี้เท่านั้น

แกร๊ก!

“อ..อย่านะ แกฆ่าฉันไม่ได้นะ ไม่ได้!”

ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาปูดโปนเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดง กำลังมองมายังปืนที่จ่ออยู่ตรงขมับอย่างขลาดกลัว เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นสายตาแบบนั้นของเขา ชายคนนี้ขี้ขลาด หวาดกลัวความตายยิ่งกว่าสิ่งใด ดังนั้นเขาจึงทำทุกวิถีทาง เพื่อหลีกหนีความตาย ยอมล้างผลาญชีวิตผู้อื่น และช่วงชิงมาเป็นของตน

“จบกันเพียงเท่านี้ ลาก่อนตลอดกาลนะครับ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่คุณทำเพื่อมวลมนุษยชาติมาโดยตลอด”

ปัง ๆๆๆๆ

เพราะว่าผมใช้เชนกัน การเหนี่ยวไกครั้งหนึ่ง จึงยิงกระสุนออกมาได้หลายนัด ร่างกายของไกเซอร์ ลาซาลัสแน่นิ่ง ไม่แสดงอาการชักเกร็งหรือเจ็บปวดอีกต่อไป ทั้งร่างแน่นิ่ง มีเพียงเลือดสีแดงฉานที่อาบไล้ร่างนั้นไว้ ราวกับเป็นเกราะอีกชั้น

“จบสักที”

สงครามในแบล็กพิตต์จบลง พวกของไกเซอร์ ลาซาลัสถูกกวาดล้างจนหมด ทางรัฐบาลโลกปกปิดความจริงทั้งหมดแก่ประชากรส่วนใหญ่ในเวิลด์แลนด์ซิตี้ จัดฉากการตาย และจัดพิธีศพให้เขาอย่างสมเกียรติ ในฐานะผู้ให้โอกาสที่สองแก่มวลมนุษยชาติ ณ บ้านใหม่ เซคันด์เอิรธ์แห่งนี้

สำหรับกลุ่มคนพิเศษแบบพวกผม เพราะไม่อยากถูกกักตัวและสอบสวน พวกเราจึงตัดสินใจจะหนีไปซ่อนอีกครั้ง หวังจะสร้างเมืองของตัวเอง เพื่อจะได้อยู่อย่างสงบสุขเสียที

“เซวิล”

“ทเวน โซระ มีอะไรเหรอ?”

“พวกเราจะไปกับนายด้วย”

“แต่...”

“ไม่ต้องแต่อะไรทั้งนั้นพวกเราสองคนตัดสินใจแล้ว”

ทเวนพูดเสียงเข้ม หอบข้าวของเดินตามผมออกมา ข้างกายเขามีโซระติดตามาด้วย

“นายมีตำแหน่งในมิลิทารี่แล้วนะเพื่อน มีไซเคิลประจำตำแหน่งด้วย จะยอมละทิ้งมันมาจริง ๆ เหรอ เดิมทีเรื่องพวกนี้มันเป็นปัญหาของพวกผมเอง..

“เงียบเลยนะ นายยังเห็นฉันกับโซระเป็นเพื่อนสนิทอยู่ไหม เพื่อนลำบากพวกเราจะนิ่งดูดายได้ยังไง อีกอย่างเพื่อนซี้กัน มันต้องไปไหนไปกันไม่ใช่เหรอ?”

“ใช่ ร่วมหัวจมท้ายกันมาตั้งนาน จะให้ทิ้งไปกลางทางได้ยังไง อีกอย่างถึงกลับไปที่เวิลด์แลนด์ซิตี้ ผมก็ไม่มีใครที่รู้จักสนิทสนมด้วยสักหน่อย”

“แต่ว่า หนทางข้างหน้ามันลำบากนะ ไม่มียศตำแหย่งหรืองเงินเดือนให้ด้วย”

“นี่นาย เห็นฉันกับโซระเป็นคนแบบนั้นหรือไงหา!”

“ถ้าผมเป็นคนแบบนั้นจริง ๆ คงไม่มาตื้อตามไปด้วยแบบนี้หรอก สู้คาบข่าวไปบอกพวกรัฐบาลโลก เอาความดีความชอบไม่ดีกว่าเหรอ?”

พวกเราสามคนมองหน้ากัน จากนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ผมรู้ว่าพวกเขาทั้งสองคนไม่มีวันทรยศผม แม้ในวันนี้ที่พวกเรากำลังจะเดินทางออกจากที่ซ่อน ตัดสินใจจะไปตั้งรกรากที่ไหนสักแห่งบนเซคันด์เอิร์ธอันกว้างใหญ่ ซึ่งมันจะต้องลำบาก และไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นแน่นอน ถึงอย่างนั้นทั้งสองคนนี้ก็ยังคิดจะไปด้วยกันกับผม

“ขอบใจนะ ทั้งที่ผมปิดบังความจริงหลายอย่างเอาไว้ พวกนายก็ยังไม่ทิ้งผม เลือกที่จะยืนอยู่ข้างผมเสมอ โซระ ทเวน ขอโทษสำหรับการปิดบัง และขอบคุณที่ยังยืนอยู่ข้างผมนะ”

ทั้งสองคนดูเหมือนจะตกตะลึงไปเล็กน้อย ทเวนหลบสายตา แก้มแดงเล็กน้อย ยกมือขวาขึ้นเกาศีรษะแล้วพูดขึ้นว่า

“ฉันก็เหมือนกัน ต้องขอโทษเรื่องที่เป็นสายลับด้วย นายปกปิดเรื่องของตัวเองเพราะมันเกี่ยวข้องกับความอยู่รอดและชีวิตของนาย แต่ฉันมันก็แค่สายลับที่พยายามล้วงเอาข่าวสารเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ถ้าจะมีใครต้องขอโทษ ก็ต้องเป็นฉันคนนี้นี่แหละ ของโทษพวกนายจริง ๆ นะ เซวิล โซระ”

ทเวนโค้งตัวลง ก้มหัวขอโทษให้พวกเราอย่างจริงใจ ผมกับโซระสบตากัน พร้อมทั้งยิ้มกว้างออกมา ดูท่า หากไม่พูดว่ายอมยกโทษให้ หมอนั่นคงจะโค้งอยู่แบบนั้นไม่ยอมขยับเป็นแน่

“พวกผมจะยกโทษให้ก็ได้นะ ถ้า...”

โซระพูด

“ถ้า?”

ทเวนเงนหน้าถามด้วยความสงสัย

“นายยอมเป็นเบ๊ให้พวกเราสักสองสามวัน อ้อระหว่างนั้น งดร้องเพลงแต่เองด้วยนะขอบอก”

“ไม่นะ! ทำไมต้องงดร้องเพลงแต่งเองด้วย  นี่ฉันน่ะแต่งเพลงดี ๆ จากเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อนได้ตั้งหลายเพลงเชียวนะ ว่าจะร้องให้พวกนายกับทุกคนฟังระหว่างเดินทางอยู่ด้วย”

“ฮ่า ๆๆๆๆๆ”

เมื่อเห็นท่างทางของทเวน ผมกับโซระก็อดไม่ได้ ต้องหัวเราะออกมาเสียงดัง จนคนอื่น ๆ ที่กำลังเก็บของไม่ห่างไปมากนัก ต่างหันมามองด้วยความสนใจ

“ไม่ได้ ๆ นายต้องอดทนจนกว่าจะครบสามวัน เข้าใจไหมเพื่อน แต่ว่าระหว่างนั้นนายจะร้องเพลงคัฟเวอร์ศิลปินคนอื่นก็ได้นะไม่ว่า ยกเว้นเพลงที่นายแต่งเองเท่านั้นที่ห้ามร้องโดยเด็ดขาด”

โซระพูดไปหัวเราะไป พร้อมทั้งโยนสัมภาระส่วนของตนเองไปให้ทเวน ซึ่งเอื้อมมือออกมารับอย่างว่าง่าย

“โธ่ สามวันบนเซคันด์เอิร์ธเนี่ยมันนานนะ เท่ากับสิบสองควอเตอร์ หรือก็คือสองร้อยแปดสิบแปดชั่วโมงเชียวนะ!”

ทเวนโอดครวญ หวังว่าจะได้รับการผ่อนผันบ้าง แต่พวกผมไม่ใจอ่อนหรอก เพลงที่หมอนี่แต่งเองฟังแล้วปวดหัวจะตาย อุตส่าห์จะได้สบายหูตั้งสามวัน ใครจะไปยอมใจอ่อนกันล่ะ

“แค่สามวันเองน่ะเพื่อน ชายชาติทหารไม่ใช่เหรอ อดทนไว้ ๆ ”

คำพูดปลอบของผมทำให้เขาหน้าบูด ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้

“นายก็มีความผิดนี่นา ถึงจะปกปิดเพื่อชีวิตตัวเอง แต่ก็ยังถือว่าปกปิดใช่ไหมล่ะ ถ้าฉันโดนห้ามร้องเพลงละก็ นายก็ห้ามจู๋จี๋กับทาราลันเป็นเวลาสามวันเหมือนกันนะ!”

ผมกับทาราลันสะดุ้งโหยงขึ้นพร้อมกัน ทเวนมันพูดเบาเสียเมื่อไรล่ะ พอหันไปมองทาราลัน ปรากฏว่าเธอเองก็มองมาทางนี้อยู่พอดี แถมแก้มยังแดงแจ๋ไม่น้อยไปกว่าผมอีกด้วย

“ฮ่า ๆๆๆ อะไรเนี่ย พวกนายสองคนหน้าแดงเหรอเนี่ย พูดจี้ใจดำพอดีเลยแฮะ  ก๊าก ฮ่าๆๆๆ อุ๊บ!”

ผมรีบโยนสัมภาระของตัวเองใส่ทเวน ทำให้หมอนั่นหยุดหัวเราะลง

“ไหนบอกว่าเหตุผลที่ผมกับนายปิดบังมันต่างกัน ผมทำเพื่อปกป้องชีวิตของตัวเอง เพราะงั้นไม่มีความผิด ไม่ต้องรับโทษ”

พูดจบผมก็รีบจ้ำอ้าวจากไป โดยไม่ยอมให้ทเวนได้ต่อปากต่อคำ ทว่าหมอนั่นดันหัวเราะเสียงดังไล่หลังมาเสียอย่างนั้น ผมเลยต้องรีบเดินหนีให้ห่างจากหมอนั่นขึ้นไปอีก

“เอาล่ะ เก็บสัมภาระเรียบร้อยกันหรือยัง พวกเราจะออกเดินทางกันแล้ว พิกัดที่จะไปคือ ใจกลางหุบเขาอันรกร้าง ห่างไกลจากเมืองของเผ่าต่าง ๆ พอควร และยังห่างไกลจากเวิลด์แลนด์ซิตี้ด้วย พวกเราจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กันที่นั่น”

“เฮฮฮฮ”

เสียงเฮดังสนั่นเมื่อผู้นำคณะเดินทางกล่าวจบ เรากำลังจะออกเดินทางกันอีกครั้ง หลังจากรอนแรมอยู่ในอวกาศนานนับปี ฝึกฝนตัวเองให้พร้อมกับโลกใบใหม่ ในโลกจำลองเสมือนจริงที่มีชื่อว่า ดิกาแล็กเซีย ต้องขอบใจระบบจำลองนั้น วันนี้ผมกับเพื่อน ๆ ถึงได้ยังมีชีวิตอยู่ ได้เจอกับครอบครัวที่ไม่เคยคิดฝันว่าจะมี ถึงแม้ต้องเสี่ยงชีวิตฝ่าฟัน เพื่อให้ได้คืนมา แต่มันก็คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

ผม ศวิล เบนไคเซอร์ หรือในตอนนี้คือ เซวิล กำลังจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ บนโลกใบใหม่ กับครอบครัวที่พลัดพราก และเพื่อนรักทั้งสอง ทั้งหมดต้องขอบคุณน้าเจดา หากวันนั้นเธอไม่ยืนกรานให้ผมเดินทางมากับยานอพยพ วันนี้ผมคงไม่ได้พบกับครอบครัว และเพื่อนรักทั้งสองอย่าง ทเวน และ โซระ รวมถึงคนอื่น ๆ ที่มีชะตากรรมเดียวกันกับผม ทารกที่ถูกนำไปทดลองวัคซีน และรอดชีวิต

ส่วนสครีมเมอร์ ชายผู้เป็นร่างโคลนนิ่งของไกเซอร์ ลาซาลัส เขานิสัยดีทีเดียว มีน้ำใจ อ่อนโยน และแข็งแกร่ง ผมคิดว่าก่อนที่จะเสียตัวตนที่แท้จริงไป ไกเซอร์ ลาซาลัส คงเป็นคนแบบนี้แน่ ๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ยอมทุ่มเทเงินทองมากมายสำรวจอวกาศ และสร้างยานอพยพผู้คนมากมายขนาดนี้แน่ แต่ว่าท่ามกลางช่วงเวลาอันยาวนาน ของการต้องทุ่มเท และอดทนรอคอย กว่าจะเห็นผลของต้นอ่อนที่ลงกล้าเอาไว้ เขาก็ได้หลงทางและสูญเสียตัวตนที่แท้จริงของตัวเองไป ผมหวังว่ามันคงเป็นอย่างนั้น หวังว่าชายที่ทุ่มเทมากมายเพื่อให้มนุษยชาติยังคงอยู่ จะไม่ได้กระทำการทั้งหมดไป เพียงเพื่อสนองกิเลสร้ายในใจตัวเองเพียงอย่างเดียว

“ยืนเหม่ออะไรน่ะ พ่อนายสั่งออกเดินทางแล้วนะ เซวิล”

“อ้อ ทเวน พอดีผมกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ...

“ฉันรู้ ๆ คิดถึงทาราลันใช่ไหมล่ะ ช่วงนี้พวกนายสนิทกันจะตาย ไปไหนมาไหนตัวติดกันยิ่งกว่าฉันกับโซระซะอีก”

“บ้าน่า”

ผมพูดเสียงเบา เถียงเขาไม่ออกเพราะอาการมันแสดงออกมาหมด ทั้งแก้มแดง ทั้งหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามเมื่อคิดถึงเธอ ผมอาจตกหลุมรักเธอจริง ๆ ก็ได้ แต่ว่า ถึงเป็นอย่างนั้นจริงก็ไม่ผิดใช่ไหม เราทุกคนมีโอกาสให้เริ่มต้นใหม่กันอีกครั้งแล้วนี่นา ถ้าผมจะรักเธอ จะใช้ชีวิตร่วมกับเธอต่อจากนี้ไป ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไปแล้วนี่นา เพราะยังมีชีวิตอยู่ เพราะมีโอกาสที่สอง หลังจากโลกใบเก่าได้ดับสูญไป โอกาสที่สอง บนโลกใบที่สอง ที่ชื่อว่า เซคันด์เอิร์ธ...

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #439 kimurakung (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 19:06
    ฆ่าไกเซอร์จนได้ น่าจะหมดปัญหาแล้ว
    #439
    0