THE GALAXIA

ตอนที่ 6 : Mr.Gorgy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,692
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    25 ธ.ค. 57

 
 
 

 

“สเปรย์ดอกคูร่านี่นะ”

ทเวนมองดูขวดสเปรย์ในมือ ขณะที่เราเดินทางไปยังร้านอะไหล่ยานยนต์ ซึ่งอยู่ห่างไปแค่สองช่วงตึก

“ไม่รู้ว่าราคาในท้องตลาดเท่าไรสินะ ท่าทางของกราสเกิร์ลน่ะ ราวกับว่ามันเป็นของดีราคาแพงเลย”

ผมเองก็อดสงสัยไม่ได้ แต่จะให้ไปถามใครตอนนี้ก็คงไม่เหมาะ เพราะต้องรีบทำมิชชั่นหลักให้เสร็จ เพื่อจะได้ไปทำมิชชั่นที่ไฮแจ๊คมอบหมายให้เสียที

“ว่าแต่ร้านอะไหล่ยานยนต์ จะเป็นแบบไหนกันนะ จะมีชิ้นส่วนเครื่องยนต์เจ๋งๆให้ได้ดูหรือเปล่า หรือว่าจะมียานยนต์แบบประกอบเสร็จให้ได้ดูหรือเปล่า นี่มันน่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ ยิ่งทำมิชชั่นก็ยิ่งตื่นเต้นแฮะ!”

“หึๆ ปกตินายตื่นเต้นอย่างนี้ตลอดหรือไง?”

ผมถาม แต่ก็พอเดาได้จากบุคลิกของเขาบ้างแล้ว

“โห อย่ามามองเหมือนฉันเป็นเด็กหน่อยเลย นายเองเถอะ รู้หรอกว่ากำลังตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน!!”

“ก็ใช่ แต่ผมเก็บอาการเก่งกว่านายเยอะ อ๊ะ ถึงแล้วละ เลี้ยวซ้ายตรงนี้ก็...

ที่ผมคิด ร้านชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ คงเป็นร้านเล็กๆซอมซ่อ แขวนท่อไอเสีย และยางล้อรถโชว์ข้างบน ส่วนพื้นก็จะวางอุปกรณ์ระเกะระกะ ทั้งเครื่องสูบลม ประแจ ไขควง และเยิ้มไปด้วยคราบน้ำมัน แต่ที่อยู่ตรงหน้านั่น มันใหญ่โต อลังการ มีระเบียบ สะอาดสะอ้าน แบ่งส่วนหน้าร้าน และโรงซ่อมไว้อย่างลงตัว

ถนนที่ตรงเข้าไปข้างในตัวร้าน ใหญ่พอให้รถถังขนาดเล็กเคลื่อนตัวเข้าไปได้สบายๆ ด้านหน้าติดกับถนนหลักเป็นร้านกระจก มองเห็นข้าวของที่วางขายได้อย่างชัดเจน มีมุมแนะนำสินค้า ที่เป็นชุดโต๊ะโซฟาหนังอย่างดี และที่บ้ากว่านั้น ผมเห็นคนที่ดูเหมือนจะเป็นคนแบบพวกเรา แต่ผิวสีขาว และผมสีฟ้าสดใส มีละอองวิบวับเมื่อเธอสยายผม ใบหูเรียวแหลม มือทั้งสองข้างมีนิ้วมือแค่ข้างละสี่นิ้ว ไม่มีนิ้วโป้ง เธอกำลังเลือกดูถุงมืออยู่อย่างสนอกสนใจ

“ว...ว้าววว!!”

ทเวนอุทานออกมาเสียงดัง แทบจะวิ่งเข้าไปในร้านนั้นโดยไม่ต้องให้เชิญ เช่นเดียวกับนักสำรวจหน้าใหม่คนอื่นๆ พวกเขาออกอาการตื่นเต้นอย่างออกนอกหน้า ยิ่งเมื่อได้เห็นไซเคิลแบบเต็มคัน ปรับแต่งสุดเท่ตรงทางเข้า ทุกคนก็แทบจะลืมไปเสียแล้วว่ากำลังทำมิชชั่นกันอยู่

“คุณจอร์จี้ครับ ผมกับเพื่อนมาทำมิชชั่น”

ผมเดินเขาไปหาคุณจอร์จี้ เจ้าของร้านดูแคนท์ พร้อมทั้งลากทเวนที่ยังไม่ละสายตาไปจากไซเคิลคันนั้นมาด้วย เขาเหลือบมองผมด้วยหางตา ด้วยท่าทางเย็นชาก่อนจะพูดออกมาว่า

“อ้อ... ไปเดินดูสิ ชอบชิ้นไหนก็มาบอกฉันละกัน แล้วฉันจะบอกอีกทีว่าให้ได้หรือไม่”

ช่างเป็นบทสนทนาสั้นห้วน และไร้เยื่อใยที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา แม้แต่ทเวนยังต้องละสายตาจากไซเคิลคันงาม มามองด้วยความแปลกใจ ว่าเขาไม่พอใจอะไรเราอย่างนั้นหรือ

“หมอนั่นหรือเจ้าของร้าน ท่าทางไม่เป็นมิตรเลยสักนิด!”

“น่าจะใช่ ในบรรดาคนที่อยู่ในร้าน ก็มีเขานี่แหละที่ดูมีอำนาจที่สุดแล้ว”

ผมตอบอย่างมั่นใจ นั่นเพราะพนักงานในร้านทุกคนล้วนมีเครื่องแบบเหมือนๆกัน แต่ชายคนนี้สวนเสื้อผ้าต่างออกไป แถมยังยืนวางมาดออกคำสั่ง และไม่มีใครกล้าขัดใจเขาสักคน

“งั้นเหรอ ถ้างั้นรีบหาของที่อยากได้แล้วไปจากที่นี่ดีกว่า”

ทเวนพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ พวกเราจึงเดินดูของในร้านดูแคนท์ทุกชั้น ทุกซอก ทุกมุม มันมีป้ายชื่อและราคา ที่เห็นแล้วแทบจะอ้าปากขากรรไกรค้างไปซะทุกชิ้น ราคาแพงมหาโหดอย่างนี้ จะมีชิ้นไหนที่เขายอมยกให้เราฟรีๆกัน

“นี่เซวิล นายว่ากว่าเราจะประกอบไซเคิลได้สักคัน เราต้องหมดตัวไปกี่รอบกันนะ...”

ทเวนเกาคางถามผมอย่างจริงจัง

“นายอยากได้ไซเคิลขนาดนั้นเชียว?”

ผมถามกลับด้วยความสงสัย

“แน่สิ ก็มันเท่ออกจะขนาดนั้น แล้วนายไม่อยากได้หรือไง?”

“ก็อยากอยู่นะ แต่ไม่ได้มากขนาดนั้น ถ้าสักวันมีโอกาสเป็นเจ้าของก็คงดี แต่ตอนนี้คงได้แต่ฝันล่ะ”

ผมตอบพลางหัวเราะแห้งๆ ตรงส่วนท้ายของร้าน มองเห็นด้านในที่เป็นอู่ซ่อมได้ด้วย ตอนนั้นเองที่ผมได้เห็นชายหัวโล้นร่างสูงใหญ่ ใส่เสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงยีนส์หนา ไว้หนวดแหลมที่เล็มแต่งเป็นอย่างดี เขาชี้นิ้วสั่งงานด้วยสีหน้าดุดัน

“เฮ้จอร์จี้โทษทีที่เข้ามากะทันหันนะ พอดีโดนมาหนักเลย อู่ทหารเต็มหมด และเรายังต้องเอารถออกไปใช้ต่อด้วย”

ชายสวมเกราะเทาดำประดับยศที่หน้าอก เหมือนพวกทหาร ร่างกายของเขาสูงใหญ่บึกบึน เต็มไปด้วยมัดกล้าม เรียกได้ว่าเฮอร์คิวลิสยังอาย แต่น่าจะมาจากการเสริมของเกราะด้วยมากกว่า ผมไม่สนใจตรงนั้นสักเท่าไร เพราะสิ่งที่ทำให้ผมหูผึ่งก็คือ ชายคนนั้นเรียกชายหัวล้านว่าจอร์จี้ ใช่ ผมได้ยินชัดถนัดหู

“เฮ้เซวิล นายจ้องอะไรตาลุงหัวล้านนั่นล่ะ เราไม่มาเลือกดูของต่อหรือไง?”

ทเวนสะกิดเรียก เมื่อเห็นผมเอาแต่มองออกไปนอกร้าน ตรงอู่ซ่อมที่มีชายร่างบึ้กสองคนคุยกันอยู่ ผมหันไปมองเขาแล้วยิ้มแทบจะเรียกได้ว่าแสยะออกมา

“เลือกไปก็เท่านั้น ยังไงเราก็ไม่ได้ของที่ต้องการจากเขาหรอก แม้ว่าจะขอชิ้นที่ถูกสุดในร้านแล้วก็ตาม”

“ทำไมล่ะ เขาบอกเองนี่ว่าให้ลองเลือกดู ให้ได้หรือไม่จะบอกอีกที”

“ก็จริง เขาพูดอย่างนั้น แต่เขาไม่มีอำนาจยกของในร้านนี้ให้ใครทั้งนั้นแหละ เพราะเขาไม่ใช่เจ้าของร้าน”

ทเวนทำท่าตกตะลึง เขามองผมราวกับเป็นตัวประหลาด ที่ทำให้ผมนึกอยากชกหน้าเขาขึ้นมาเป็นครั้งแรกจริงๆ

“หมายความว่าไง ที่นายบอกว่าเขาไม่ใช่เจ้าของร้าน ก็ตอนแรกนายเองไม่ใช่เหรอ ที่เรียกเขาว่าคุณจอร์จี้น่ะ!”

ทเวนลากผมหลบมุม แล้วกระซิบถามด้วยความไม่เข้าใจ

“ตอนนั้นผมเองก็คิดว่าเขาคือคุณจอร์จี้จริงๆ และดูเหมือนคนอื่นๆก็เชื่ออย่างนั้นกันหมด จนกระทั่งผมได้ยินทหารคนนั้น เรียกลุงหัวล้านของนายนั่นแหละ เขาเรียกลุงคนนั้นว่าจอร์จี้”

ผมกระซิบตอบเพราะไม่อยากให้ใครมาได้ยินเข้า

“หา!!”

ทเวนอุทานเสียงดังลั่นร้าน จนทุกคนหันมามาองทางพวกเรากันเป็นตาเดียว ผมกลอกตาอย่างเซ็งๆแล้วเดินหนีมา เพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจไปด้วยอีกคน แค่ชั่วอึดใจทเวนก็วิ่งตามผมออกมาใบหน้าแดงก่ำ

“อยากจะบ้า นายผู้จัดการร้านมาดเนี้ยบนั่นแซวแรง จนคนทั้งร้านหัวเราะฉันคนเดียว คอยดูนะถ้าฉันร่ำรวยเมื่อไร จะกลับมาให้มันรับใช้ให้เข็ด! ว่าแต่นายจะไปไหน อย่างบอกนะว่าจะไปหาตาลุงจอร์จี้”

“ใช่แล้ว ถ้าไม่ไปหาเขา มิชชั่นในส่วนของร้านดูแคนท์คงไม่มีวันจบแน่”

ผมตอบพร้อมทั้งก้าวเท้ายาวๆเดินตรงไปยังอู่ด้านหลังร้าน โดยไม่มีใครคิดตามมา เพราะพวกเขาคิดว่าเราอับอาย จนต้องหนีไปเลือกหาของที่อื่น เพื่อจะได้ไม่ถูกหัวเราะเยาะอีก แต่ผิดแล้ว ผมกำลังไปหาจอร์จี้ เจ้าของตัวจริงของร้านดูแคนท์ต่างหาก

ในอู่ดูวุ่นวายมาก ทุกคนที่นี่ล้วนแข็งแรงกำยำ มีกล้ามแบบจอร์จี้กันแทบทุกคน พวกเขาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างชำนาญ ทั้งที่ดูวุ่นวาย แต่ทุกอย่างกลับมีระเบียบในแบบของมันเอง ผมกับทเวนยืนรอให้จอร์จี้คุยธุระกับลูกค้านายทหารของเขาจนเสร็จ แต่ดูเหมือนทั้งสองจะหันมาเห็นพวกเราเข้าเสียก่อน

“ไงเจ้าหนุ่ม นักสำรวจหน้าใหม่ละสิท่า”

นายทหารทัก มองปราดเดียวก็รู้ว่าเราเป็นใครแบบนี้ ถ้าไม่เก่งมากก็รู้อยู่แล้วจากจุดสังเกตอะไรบางอย่าง

“ค...ครับ ใช่ครับ”

ผมตอบตะกุกตะกักเล็กน้อย

“มายืนเกะกะอะไรตรงนี้ ทำไมไม่เลือกของในร้านเหมือนคนอื่นๆเขาล่ะ?”

นายทหารถามขึ้นอีกด้วยความสนใจ เช่นเดียวกับจอร์จี้ที่มองเราด้วยสายตาพิจารณา

“พวกผมคิดว่า ถึงจะเลือกไปก็ไม่อาจทำให้มิชชั่นสำเร็จได้ เพราะเราไม่ได้คุยกับเจ้าของร้านตัวจริง”

“โอ้ อะไรทำให้พวกเธอมั่นใจขนาดนั้น ว่าเจ้าคนมาดเนี้ยบในร้านนั่นไม่ใช่เจ้าของร้านตัวจริง”

“ก็พอดีผมได้ยินคุณเรียกชื่อเขา”

“ฮ่ะๆๆๆ อย่างนั้นหรอกรึ จะบอกว่าฉลาดก็ไม่เชิงนะ เพราะมีพวกนักสำรวจหน้าใหม่มาที่นี่ตั้งแต่สองสามชั่วโมงก่อน ยังไม่มีใครหาตัวจริงของฉันเจอ แต่เธอนับว่ามีไหวพริบช่างสังเกตมากนะ มาสิมาคุยกันหน่อย”

จอร์จี้พูดชมด้วยความชอบใจ ท่าทางใจดีของเขาดูต่างจากตอนสั่งงานลูกน้องลิบลับ เขาพาผมกับทเวนไปยังห้องทำงาน ซึ่งดูออกจะธรรมดาสำหรับเจ้าของกิจการใหญ่โตแบบนี้

“ผิดหวังสิท่า”

จอร์จี้ถาม เมื่อเห็นผมกับทเวนมองไปรอบห้อง

“ค...ครับ ก็นิดหน่อย”

ผมตอบเขินๆ

“คิดว่าห้องทำงานของฉันจะเป็นยังไงล่ะ คนทำงานน่ะไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า ห้องทำงานที่สะดวกต่อการทำงานหรอกนะ”

“คุณจอร์จี้ครับ ที่นี่มีอะไหล่ยานยนต์ทุกชนิดเลยเหรอครับ ในอู่ตอนนั้นน่ะ ผมเห็นยานยนต์หลากหลายชนิด ทั้งไซเคิล รถหุ้มเกราะ แบบทั้งขนส่ง และแบบติดอาวุธครบ แล้วยังมีอีกหลายชนิดที่ผมไม่รู้จักด้วย”

“แน่ละสิ พูดกันตามจริงแล้ว ไม่มีที่ไหนในเซคันด์เอิร์ธ ที่จะผลิตอะไหล่คุณภาพดีเยี่ยมเท่าอู่ของฉันอีกแล้ว ที่นี่มีแร่คุณภาพดีที่เราต้องการอย่างเหลือเฟือ แต่บางชนิดก็ยากยิ่งที่จะเก็บกลับมา ทำให้พวกมันมีราคาสูงอย่างที่พวกเธอเห็นนั่นแหละ”

“แบบนี้การจะเป็นเจ้าของไซเคิลสักคันนี่ก็ต้องรวยมากๆสินะครับ?”

ทเวนถามขึ้นด้วยความรู้สึกเสียดาย

“หึๆๆ หลงเสน่ห์ไซเคิลเข้าให้แล้วอย่างนั้นหรือเจ้าหนุ่ม แต่บางอาชีพที่นี่ก็ได้รับไซเคิลประจำตำแหน่งไปฟรีๆเหมือนกันนะ”

จอร์จี้หัวเราะกับท่าทางหงอยๆของทเวน แต่เมื่อเขาพูดถึงอาชีพที่ได้ไซเคิลประจำตำแหน่งฟรีๆ เจ้าหัวเกรียนนี่ก็ตาวาวขึ้นมาทันที

“หน่วยจู่โจมแนวหน้าของกองทัพใช่ไหมครับ!!”

“มีความรู้อยู่บ้างเหมือนกันนี่นา ฮ่าๆๆๆ”

จอร์จี้ชม แล้วต้องหัวเราะเสียงดังกับท่าทางเขินอายของทเวน หมอนี่ดูภายนอกไม่รู้เลยจริงๆ ว่าจะมีมุมอย่างนี้กับเขาด้วย

พวกเธอนี่น่าสนใจดีนะ คนหนึ่งก็มีไหวพริบดี ส่วนอีกคนตลกดี เอางี้ดีกว่า ของในร้านมันแพง และไม่มีอะไรจำเป็นกับพวกมือใหม่เลยสักนิด ฉันจะให้เจ้านี่ก็แล้วกัน”

จอร์จี้หยิบบางอย่างออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของเขา ขนาดของมันเท่ากับลูกกอล์ฟ เขายื่นมันให้เราคนละอัน ผมกับทเวนรับมาด้วยความสงสัย เจ้าลูกกลมเกลี้ยงสีขาวนี่ คืออะไร และมีประโชนย์อะไรกับมือใหม่อย่างเรากันแน่

“นี่อะไรครับ ระเบิด หรือว่าลูกบอลที่ใช้ขว้างหัวมอนสเตอร์ทีเดียวสลบ?”

ทเวนหมุนสิ่งนั้นดูด้วยสายตาพิจารณา จอร์จี้แทบจะหลุดหัวเราะพรืดออกมา ที่จริงเขากับทเวนคล้ายกันทีเดียว ภายนอกดูขรึมๆ แต่จริงๆแล้วเป็นคนอารมณ์ดีทีเดียว

“คิดงั้นเรอะ ถ้าอย่างนั้นก็ลองขว้างดูสิ”

“จะดีเหรอครับ”

ทเวนถามอย่างไม่แน่ใจ

“เอาน่า ถ้าไปโดนอะไรแตกพังเข้า ฉันก็ไม่คิดค่าเสียหายหรอกไม่ต้องห่วง”

เมื่อจอร์จี้ยืนยัน ทเวนจึงลองขว้างลูกกลมในมือออกไป มันหยุดค้างเมื่อลอยไปได้เพียงหนึ่งเมตร ด้านข้างของมันกะเทาะออกคล้ายสามเหลี่ยม และมีบางอย่างกระพือไหวข้างใต้ราวกับปีกอ่อนใสของแมลง มันลอยนิ่งทรงตัวอยู่ในระนาบเดิม มีเสียงหึ่งเบาๆคล้ายเสียของผึ้งบินมาจากสิ่งนั้น ด้านบนเหนือปีกทั้งสองข้าง ปรากฏลูกกลมเล็กๆขนาดราวหนึ่งในสามของลูกกลมนั้นขึ้นมา มีแถบเรืองแสงสีฟ้าโดยรอบ และมีจุดหนึ่งที่สว่างที่สุด วิ่งหมุนวนไปตลอดความยาว จนเมื่อมันหยุดนิ่งราวกับจ้องมองทเวนอยู่

หุ่นยนต์ลาดตระเวนรุ่นล่าสุด ลาดตระเวนเป็นวงแคบไม่เกินสองกิโลเมตร รอบตัวเจ้าของ รองรับคำสั่งเสียง ใช้พลังงานบลูลิเที่ยมขนาดบาง เรียกว่า บีบอท รองรับคำสั่งเสียงจากเจ้าของ แต่ก่อนจะให้มันตอบรับคำสั่งของเธอ เธอจะต้องสแกนลายนิ้วมือที่ช่องตรงท้องของมันเสียก่อนนะ”

จอร์จี้อธิบาย ในขณะที่พวกผมได้แต่ตะลึงด้วยความรู้สึกตื่นเต้น พวกเราจะมีหุ่นยนต์เป็นของตัวเอง แม้มันจะตัวเล็กแค่ลูกกอล์ฟก็เถอะ!

“แล้วผมจะสแกนนิ้วมือยังไงล่ะครับ ตรงท้องมันไม่เห็นมีอะไรเลย”

ทเวนหน้าเบ้ถาม แต่ผมลงพิจารณาดูบีบอทในมือดูบ้าง การจะทำให้มันยอมขยับตัวมีแค่วิธีขว้างออกไปเท่านั้นหรือ แต่ถ้าทำอย่างนั้น ผมไม่ต้องวิ่งไล่มันไปทั่วห้อง อย่างที่ทเวนทำอยู่หรือไง ระหว่างที่ผมกำลังดูมันอย่างถี่ถ้วน จอร์จี้ก็มองดูผมอยู่เงียบๆด้วยความสนใจ

“ต้องสแกนนิ้วมือ ยืนยันตัวเจ้าของก่อนสินะ”

ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ แล้วลองแตะนิ้วมือตัวเองลงบนบีบอท หวังว่าจะทำให้มันเกิดปฏิกิริยาอะไรบางอย่าง ในขณะที่ยังอยู่ในมือผม

กริ๊ก

เกิดเสียงเบาๆ เมื่อมือของผมแตะโดนบางอย่าง ส่วนหัวของบีบอทเลื่อนขึ้นมา ตามด้วยปีกทั้งสองข้างอ้าออกพร้อมบิน ผมพลิกมันไปมา โดยมีดวงตาของมันหมุนตามใบหน้าผมตลอด ในที่สุดด้านหน้าลำตัวของมันก็เปิดออก แสดงหน้าจอใสๆด้านในให้เห็น ผมกดนิ้วโป้งมือขวาลงไปอย่างเบามือ

ติ๊ง!

เสียงดังมาจากบีบอมของผม จากนั้นมันก็ทะยานขึ้น และบินวนรอบตัวผมราวกับดาวเทียม

“นายทำได้ยังไงอ่ะ!!”

ทเวนที่นั่งหอบหายใจอยู่กับพื้นถามขึ้น

“ก็แค่สแกนนิ้วมือให้ได้ ก่อนที่มันจะบิน”

ผมตอบ แต่ทเวนอ้าปากค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพราะนั่นหมายถึงเขาจะต้องวิ่งไล่จับบีบอทต่อไป จนกว่าจะเอามันมาสแกนลายนิ้วมือได้นั่นแหละ

“นายช่างครับ เธอคนนั้นมาขอพบ”

ประตูห้องทำงานเปิดพรวดออกมา โดยไม่รู้ว่าข้างในมีแขกอยู่ เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นทเวนกับผม ก่อนจะหันไปพูดกับคุณจอร์จี้

“อ้อ เธอคงมารับของ เอาล่ะ ถ้าไล่จับเจ้านั่นได้แล้วก็ไปทำมิชชั่นต่อได้เลยนะไม่ต้องรอฉัน เพราะฉันจะเข้าไปในอู่แล้ว ส่วนนี่คู่มือใช้งาน ไม่มีอะไรมากหรอก แต่ฉันไม่มีเวลาอธิบายแล้ว เอาไปอ่านกันเองละกัน”

คุณจอร์จี้เดินออกไป โดยทิ้งคู่มือเล่มเล็กบางเฉียบไว้ให้ มันเป็นกระดาษอิเล็กโทรนิก ใช้นิ้วแตะเลื่อนดูเมนูและรายละเอียดได้

“น...นี่ นายไม่คิดจะช่วยกันจริงๆน่ะ?”

ทเวนหันมาถามผมอย่างเหนื่อยอ่อน ผมหันไปยิ้มอย่างอารมณ์ดี พร้อมทั้งโบกคู่มือให้เขาดู เจ้าหัวเกรียนกลอกตาแล้วออกวิ่งไล่จับบีบอทของเขาอีกครั้ง และผลจาการเหินทะยานครั้งสุดท้าย ซึ่งใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่เขามี ก็สามารถคว้ามันเอาไว้ได้ แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะทะยานทะลุกระจกหน้าต่างห้องทำงานของคุณจอร์จี้ออกไปด้วย ผมทำได้เพียงอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง และนึกดีใจที่คุณจอร์จี้บอกว่าจะไม่คิดค่าเสียหายใดๆ แต่นั่นมันตอนที่เขาสั่งให้ขว้างบีบอทตอนยังเป็นลูกกอล์ฟนี่นา

“ซวยแล้วไง...”

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #298 ฝนธารา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 12:23
    +555555555+
    #298
    0
  2. #151 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:34
    ท่าทางเซวิดเป็นที่สนใจของ Npcนะ
    #151
    0
  3. #138 :)) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 22:12
    สนุกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ขอบคุณน้าไรท์เต้ออ (´ ▽`).。o♡
    #138
    0
  4. #127 kimurakung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 22:03
    ทเวนฮาดีอะ
    #127
    0
  5. #125 piwut (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 21:24
    ท่าทางคนนึงจะโชคร้าย อีกคนจะโชคดีเพิ่มขึ้นนะ
    #125
    0
  6. #110 นักอ่านในเงา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 10:19
    ติดตามต่อไป
    #110
    0
  7. #101 21633 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 22:05
    สนึกมากเลยจะติดตามต่อไปนะค่ะ
    #101
    0
  8. #100 อะโอะ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 13:06
    สนุกมากเลย
    #100
    0
  9. #99 kawhom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 04:24
    ท่าทางเซวิลค่อยๆเรียนรู้ไปอย่างช้าๆละนะ แถมnpc หลายๆคนก็สนใจจับตาดูซะด้วย
    การผจญภัยเริ่มขึ้น จะเป็นยังไงต่อไป
    ขอบคุณคะ
    #99
    0