THE GALAXIA

ตอนที่ 59 : True Friend

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 541
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    17 ก.ค. 59




 

                การต่อสู้เริ่มต้นแล้ว แม้ว่าพวกของเราในตอนนี้จะมีน้อยกว่าฝ่ายศัตรูมาก แต่พวกเราไม่มีทางเลือกอีกแล้ว คนพวกนั้นไม่มีวันหยุด แม้ว่าจะสังหารพวกเราจนตายไปแล้วก็ตาม เพราะสิ่งที่นายของคนพวกนั้นต้องการก็คือ การขึ้นปกครองเซคันด์เอิร์ธ และฆ่าล้างเผ่าพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ด้วยกันเอง หรือชาวพื้นเมืองทั้งหมดบนเซคันด์เอิร์ธก็ตาม

“เซวิล พวกเราจะเปิดทางให้ นายเข้าไปจัดการลาซาลัสซะ!

โซระบอกผ่านเครื่องสื่อสารที่ติดตั้งในชุดเกราะของพวกเรา ผมตอบรับ ทุกคนพร้อมใจกันโจมตีใส่พวกของกรันจ์ ที่ยืนล้อมเป็นโล่ห์ให้กับไกเซอร์ ลาซาลัส จนพวกนั้นแตกกระเจิงไปคนละทาง เหลือเพียงกรั้นจ์กับ หญิงสาวผมสั้นสีดำอีกคนหนึ่ง

“ไอ้โรคจิตนี่ปล่อยให้ฉันจัดการเองค่ะนายน้อย”

เป็นนิมพ์ เธอพุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว หวดอาวุธที่ดูคล้ายเคียว ใบมีดเป็นคริสตัลเรืองแสงสีฟ้า คล้ายกับดาบคู่ของโซระ ความรุนแรงของการโจมตีนั้น ทำให้เกิดแรงปะทะรุนแรงจนเกือบเสียจังหวะในการโจมตีไป

ปังๆๆ

ผมยิงใส่หญิงสาวที่คุ้มกันลาซาลัสอยู่ เธอยิ้มและหลบไปได้ง่ายดาย ดูท่าร่างบางๆนั้น จะซ่อนความร้ายกาจไว้ไม่น้อย

“ฉันจัดการนังนี่เอง!

เนนีร่าเข้ามาขวางการโจมตีของหญิงสาวคนนั้น ด้วยการปาผงสีใส่ ในขณะที่เจ้าหล่อนกำลังจะโจมตีกลับ ผมพยักหน้าให้เธอ และหันไปสนใจศัตรูเพียงหนึ่งเดียว ที่ยังคงยืนยิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อนอยู่ตรงหน้า

ปังๆๆๆ

ผมรัวกระสุนใส่ ทว่าเส้นสายที่โยงใยอยู่รอบตัวเขากลับตอบโต้การโจมตีของผม ด้วยการปัดกระสุนออกไปให้พ้นทาง แม้ว่ามันจะได้รับความเสียหายจากกระสุนของผม แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“คิดว่ากระสุนเล็กๆพวกนั้นจะทำอะไรผมได้อย่างนั้นเหรอ แต่ว่ามาพอดีเลยนะ ยิ่งอยู่ใกล้ๆยิ่งได้กลิ่นของความพิเศษ”

ลาซาลัสแสยะยิ้ม แลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก ดวงตาเบิกกว้าง มองผมด้วยความพึงพอใจ

ตูม!!

กระสุนระเบิดยิงมาใส่ร่างของลาซาลัสจากทางด้านหลัง แม้ว่าเขาจะไม่ได้หันไป แต่เกราะก็ยังสร้างโล่ป้องกันด้านหลังนั้นไว้ได้

“ชิ! เป็นเกราะที่ยุ่งยากจริงๆนะ”

ทเวนสบถ

“ต้องมีคนสู้ระยะใกล้กับไกล ผสานการโจมตี ทำลายไอ้เส้นๆพวกนั้นสินะ”

โซระกระโดดลงมายืนใกล้ๆผม ตอนนี้เพื่อนรักอยู่กันพร้อมหน้า มีเป้าหมายในการจัดการศัตรูคนเดียวกัน

“คงต้องอย่างนั้น ไม่งั้นคงสร้างรอยแผลให้เจ้านั่นไม่ได้สักแผลแน่”

ทเวนพาดสวิฟท์บีทไว้บนบ่า เดินเข้ามาหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ถ้าพวกนายจะเล่นหมอนั่นล่ะก็ ขอผมแจมด้วยคนนะ”

“เฮ้ย... เฮ้ยๆๆๆ ทำไมเซวิลมีสองคนได้!

“ไม่เอาน่านายหัวเกรียน นั่นน่ะน้องชายฝาแฝดของเซวิลยังไงล่ะ”

โซระแทบจะหลุดหัวเราะกับท่าทางของทเวน ทั้งที่กำลังอยู่ระหว่างการต่อสู้แท้ๆ แต่กลับยังมายืนคุยอย่างสบายใจกันได้อีก

“ผมเซเฟอร์”

น้องชายฝาแฝดของผมแนะนำตัว

ตูม!!

“โดนเมินแบบนี้ก็แย่สิ!

ลาซาลัสโจมตีใส่พวกเราที่เอาแต่ยืนคุย ทั้งสี่คนกระจายกันไปคนละทาง ตั้งท่าพร้อมรับมือ โซระดึงดาบคู่ออกมาจากทางด้านหลัง แล้ววิ่งเข้าโจมตีใส่ลาซาลัส ที่ตอนนี้มีเส้นสีแดงมากมายโบกไปมาคอยปกป้องร่างของเขาเอาไว้ แต่ที่ทำให้ผมตกใจกว่านั้นก็คือเซเฟอร์ เขาใช้ดาบรูปทรงคล้ายไม้กางเขนขนาดใหญ่สีดำที่มีขอบนอกสีขาว พุ่งเข้าหาลาซาลัสด้วยเช่นกัน เสียงโซ่เหล็กกระทบกันในยามที่เขาวิ่งเข้าไป ทำให้รู้สึกวังเวงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“เซวิล เราต้องยิงสนับสนุนสองคนนั้นสินะ”

เสียงเรียกของทเวนเรียกสติของผมให้กลับคืนมา แล้วชักปืนรัวยิงใส่ลาซาลัสไม่ยั้ง

ดูท่าการต้องตั้งรับการโจมตีจากทั้งสี่ทิศทาง จะเป็นเรื่องลำบากสำหรับลาซาลัสไม่น้อย แม้ว่าเกราะของเขาจะฝังสมองกลอัจฉริยะ ที่ช่วยประมวลผลอย่างรวดเร็วทั้งการป้องกันจู่โจม จนแทบไม่มีช่องว่างเข้าถึงตัวของลาซาลัสได้เลย ทั้งโซระ ทั้งเซเฟอร์ทุ่มเทโจมตีใส่ลาซาลัสในระยะประชิด จุดประสงค์หลักคือการทำลายเส้นสาย ที่เป็นทั้งท่อดูดและเกราะเคลื่อนที่แสนน่ารำคาญ เพื่อเปิดทางเข้าถึงตัวเจ้าคนน่ารังเกียจนั่นได้

ฉึก!

“จับได้แล้ว เด็กน้อย เซลล์ของเธอไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็น่าสนใจ น่าลองกินดูจัง”

ท่อหลายเส้นเสียบทะลุเข้าไปในร่างของเซเฟอร์ ดาบใหญ่ในมือของเขาร่วงหล่นลงพื้น เพราะเขาสวมเกราะปิดบังใบหน้าไว้ทั้งหมด ผมจึงไม่เห็นสีหน้าของเขา เจ้าท่อนั่นเสียบทะลุเกราะนี่ได้จริงๆหรือ เกราะที่พ่อสร้างไม่สามารถทานทานการโจมตีของลาซาลัสได้งั้นหรือ

“หึๆ หวังว่าคงจะอร่อยนะ ดีใจจัง มีคนพูดแบบนี้กับผมครั้งแรกเลย แต่ว่าจะกินผมมันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก ไลท์นิ่งช๊อร์ต!

จู่ๆร่างของเซเฟอร์ก็มีกระแสไฟฟ้าสีขาววิ่งพล่านไปทั่ว ทั้งยังวิ่งไปตามท่อเหล่านั้น ไปถึงตัวของลาซาลัสด้วย

เปรี๊ยะ!

“ฮึ่ม!

“คิดจะหนีเหรอ ผมไม่ยอมหรอก”

เสียงนั้นของเซเฟอร์ฟังดูเหี้ยมเกรียม ราวกับความเจ็บปวดอัดอั้นทั้งหมดที่เขาเคยได้รับมา กำลังวิ่งพล่านอยู่ในอก ทั้งเจ็บปวด ทั้งเคียดแค้น

คว่ากก

สองมืองของเซเฟอร์คว้าเอาท่อเหล่านั้น ที่กำลังถูกเรียกกลับไปเอาไว้ แล้วออกแรงกระชากอย่างรุนแรง แรงมากเสียจนมันหลุดออกจากเกราะของลาซาลัส

“เกราะเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว รัวยิงเลยเซวิล ทเวน!!

โซระตะโกนบอก ขณะพาตัวเองเข้าไปรับร่างของเซเฟอร์ ที่กำลังเซถลาเพราะเสียการทรงตัว และดูท่าว่าจะได้รับบาดเจ็บมาด้วย เด็กคนนั้น...น้องชายฝาแฝดของผม เขาต้องทนทุกข์ทรมานจากการแพ้แสงอย่างรุนแรงมาตั้งแต่เด็กจนโต ต้องซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมาเป็นเวลานาน ไม่เคยได้อยู่ท่ามกลางแสงสว่าง ไม่เคยมีเพื่อน ทั้งเหงา ทั้งโดดเดี่ยว ถึงผมจะเคยมีช่วงเวลานั้น แต่ก็ไม่เคยหนักหนาเท่ากับที่เซเฟอร์เคยเจอ ผมถึงเข้าใจดี ความเจ็บปวด ความโกรธแค้นที่เขามีต่อไกเซอร์ ลาซาลัส หากไม่มีการทดลองนั่นละก็ พวกเราสองคนคงได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า ได้วิ่งเล่น ได้สนิทกัน ไม่ต้องคอยหลบซ่อน และอยู่ห่างไกลกันคนละจักรวาลแบบนี้

“เซวิล!

ทเวนร้องเรียกด้วยความตกใจ เพราะผมวิ่งเข้าไปประชิดร่างของไกเซอร์ ลาซาลัส อย่างรวดเร็ว ร่องรอยความเสียหายของเกราะ ตรงส่วนที่ถูกเซเฟอร์ฉีกกระชากออก ถูกท่อพวกนั้นเข้ามาบดบังจนไม่อาจรัวยิงไส่ได้ ลาซาลัสแสยะยิ้มราวกับสิ่งที่ผมทำเข้าทางเขา แต่ไม่หรอก ผมไม่มีทางทำอะไรเพื่อไปเข้าแผนของใครอย่างโง่ๆแบบนั้นแน่

“พี่...”

เหมือนเราจะสื่อจิตถึงกันได้บ้าง เหมือนเขาจะรู้ว่าผมจะทำอะไร แบบเดียวกับที่ผมรู้ว่าเมื่อครู่เขาทำแบบนั้นไปเพราะอะไร

กริ๊ก กริ๊ก กริ๊ก กริ๊ก...

วูบ

“ทำอะไรน่ะ?”

ลาซาลัสถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะทันที่ผมเข้าประชิดร่างของเขาได้ ผมก็แทบจะผละออกมาในทันทีเช่นกัน ไม่นานก็มีเสียงแจ้งเตือนจากเกราะของชายคนนั้นดังขึ้น ทว่ามันสายไปแล้ว

“แทรปบอ...

กริ๊ก!

ตูมๆๆๆๆๆ

ใช่แล้ว มันคือแทรปบอมแบบกดชนวน ผมติดตั้งลงบนเกราะของหมอนั่นอย่างรวดเร็วหลายอัน และกระโดดถอยห่างออกมาเพื่อกดชนวน ตอนนี้ฝุ่นควันกำลังคละคลุ้งจนมองแทบไม่เห็น ว่าคนตรงหน้าได้รับความเสียหายไปมากน้อยเพียงใด แต่ที่แน่ใจก็คือ กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งออกมานั้น บอกได้ถึงความสาหัสของบาดแผลที่ชายคนนั้นได้รับ

แฮ่ก... แฮ่ก...

เสียงหอบหายใจท่ามกลางกลุ่มควันนั่น ช่างฟังดูอึดอัดทรมาน ราวกับพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะยื้อลมหายใจของตนเองเอาไว้ เมื่อกลุ่มควันจางลง พวกเราจึงได้เห็นสภาพของเขาคนนั้น

“หมดสภาพแล้วสินะ...”

“เนนีร่า!

ชาวมารีเลี่ยนสาวกระโจนมายืนอยู่ข้างๆผม รอบด้านห่างออกไป การต่อสู้ดูเหมือนจะเริ่มสงบลงบ้างแล้ว แม้ร่างกายของเธอจะมีแต่บาดแผลและคราบเลือด แต่ก็ยังไม่ลดละที่จะมายืนดูวาระสุดท้าย ของชายที่เป็นดังหายนะของทุกเผ่าพันธุ์บนเซคันด์เอิร์ธ

“ฮ้า...ฮ้า...”

เสียงหายใจของชายที่นอนอยู่บนกองเลือดสีแดงฉาน เกราะของเขาหายไปแถบหนึ่ง เผยให้เห็นผิวหนังสีขาวจัด ซึ่งมีบาดแผลฉกรรจ์ และรอยจุดเลือดเล็กๆนับไม่ถ้วน ราวกับโดนเข็มเล็กๆนับร้อยนับพันทิ่มแทง ดวงตาสีเทาจนเกือบขาวของเขาเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ร่างทั้งร่างนิ่งงัน มีเพียงปากที่กำลังเผยออ้า กับหน้าอกที่กำลังกระเพื่อมน้อยๆเท่านั้น ...ชายคนนี้กำลังจะตาย

“...กรีเธี่ยน เป็นระบบสุริยะที่ยอดเยี่ยมใช่ไหมล่ะ ทั้งอากาศ ทั้งสภาพแวดล้อม แทบไม่ต่างจากโลกเดิมของเรา ตอนที่ค้นพบที่นี่ผมดีใจมาก ...ในที่สุดเราก็มีความหวัง ในที่สุดเราก็มีโอกาสที่สอง เผ่าพันธุ์ของเราจะยังไม่สูญสิ้น ...ยังไม่ใช่ในช่วงอายุขัยของผม ต...แต่ว่า ถึงเซคันด์เอิร์ธจะเหมือนโลก แต่กลับมีสิ่งมีชีวิตอื่นอาศัยอยู่ก่อน มากมาย... มีแต่พวกที่ลักษณะทางกายภาพแข็งแกร่งกว่า ...มันยาก ที่เราจะมาตั้งรกรากที่นี่ โดยไม่เตรียมตัวเผชิญหน้าความแข็งแกร่งเหล่านั้น ตัวอย่างทางชีววิทยาหายากมากมาย ความหลากหลายทางพันธุกรรม ที่อาจนำมาปรับใช้ให้เข้ากับมนุษย์ ...เมื่อไรกันนะ ที่เจตนาของผม เปลี่ยนไปมากขนาดนี้...”

ไกเซอร์ ลาซาลัสฝืนพูดออกมามากมาย ทั้งที่หายใจรวยริน ‘แม้แต่เจตนาที่ดี ก็อาจก่อให้เกิดสิ่งชั่วร้ายขึ้นได้’ ถ้าหากความเข้มแข็งของจิตใจไม่มากพอก็ถูกกลืนกิน วันเวลาอันยาวนาน ทำให้ความตั้งใจแรกของเขาค่อยๆบิดเบือนไป

“ผมน่ะ... แม้แต่ตอนนี้ก็กำลังกระหาย ดีเอ็นเอสดๆ!

ท่อมากมายที่ยังคงเชื่อมต่อเกราะของไกเซอร์ ลาซาลัสพุ่งเข้าใส่พวกเรา ที่กำลังยืนล้อมอยู่รอบร่างของเขา มันพุ่งเข้าหาทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้มีพลังพิเศษหรือไม่ก็ตาม ราวกับสติรับรู้ของลาซาลัสได้หายไปอย่างสมบูรณ์ เหลือเพียงความบ้าคลั่งของเซลล์ในร่างกาย ที่กำลังดิ้นรนอยากมีชีวิตอยู่รอดเท่านั้น

ฉึกๆๆๆ

อ้ากกก!!

ทุกคนถูกตรึงไว้ด้วยท่อเหล่านั้น มันเจาะทะลุเข้าไปในเกราะของพวกเรา ทิ่มแทงเข้าไปในเนื้อหนัง แล้วสูบเอาเลือดของพวกเราออกมาช้าๆ ร่างกายที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น ลุกขึ้นมายืนโดยมีท่อที่เหลือช่วยดึงและค้ำยัน ดวงตาสีเทาเกือบขาวที่ดูเหมือนว่างเปล่าไร้วิญญาณ กำลังเปล่งประกายแวววาวราวกับยินดี

“ถ้ารวมเอาความแข็งแกร่งทั้งหมดไว้ในที่เดียวกัน ฝันที่จะให้มนุษยชาติยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ก็คงไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป ทุกเผ่าพันธุ์ต้องยอมสยบ โลกใบนี้จะเป็นสถานที่ที่มนุษย์จะสืบทอดอารยธรรมของตนเอง ยาวนานสืบไป อารยธรรมที่มีผมเป็นจุดศูนย์กลางยังไงล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ”

“หมอนี่บ้าไปแล้ว!!

ทเวนพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตะลึง แม้จะถูกตรึงร่างและสูบเอาเลือดไปเช่นเดียวกัน แต่เขาก็ยังเล็งสวิฟท์บีทไปยังไกเซอร์ ลาซาลัสอย่างไม่ลังเล

“พวกเรามาอย่างผู้บุกรุก เป็นเพียงหนึ่งในผู้อาศัยนับหมื่นนับแสนบนดาวดวงนี้ เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็กจ้อยที่มีพลังทำลายล้างมหาศาล ใช่แล้ว เราทำลายดาวเกิดของตัวเองจนไม่เหลือซาก แล้วอพยพมาที่นี่ ที่บ้านใหม่บนเซคันด์เอิร์ธแห่งนี้ แล้วเรายังจะทำลายมันลงอีกเหรอ ทั้งๆที่นี่เป็นโอกาสที่สอง และอาจเป็นโอกาสสุดท้ายด้วย...”

ผมหยิบเชนกันขึ้นมา เล็งไปยังร่างที่แทบไร้การป้องกันของลาซาลัส ทั้งเนนีร่า โซระ และเซเฟอร์ ทุกคนต่างเล็งอาวุธในมือใส่ชายผู้ยืนอยู่ตรงกลางอย่างไม่ลัง และไม่หวาดกลัวว่าจะโดนลูกหลงจากการโจมตีในระยะประชิดเช่นนี้

ตูมมมม!!

เกิดระเบิดดังสนั่น ทุกอย่างในสายตากลายเป็นสีขาวโพลน ผมรับรู้ได้ถึงสัมผัสอบอุ่นจากใครบางคน ฝ่ามือนั้น อ้อมกอดนั้น น้ำเสียงนั้น แม้จะฟังดูโศกเศร้า แต่ก็ยังอบอุ่นอ่อนโยน เต็มไปด้วยการปลอบประโลม อีกครั้ง...อยากได้รับสัมผัสแบบนั้นอีกครั้ง ไม่ว่ายังไงก็ยังอยาก...ได้รับมันอีกสักครั้ง...

“หึ... หึๆๆๆ ดูเหมือนจะเสียท่าซะแล้วล่ะนะ แต่ว่าไม่ใช่ผมสักหน่อย”

“ม...ไม่นะ”

ทุกคนที่ยืนรายรอบเพื่อโจมตีลาซาลัส ต่างกระเด็นออกไปร่างกายได้รับความเสียหายจนแทบยืนขึ้นไม่ไหว ทั้งที่สวมเกราะอย่างดีแล้ว แต่พวกเขาก็ยังดีรับบาดเจ็บขนาดนั้น ส่วนตัวผมที่ยังอยู่ดีก็เพราะทเวนกับโซระ ทั้งสองคนพุ่งเอาตัวเข้ามาบังผมไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่ผมสัมผัสได้เป็นของพวกเขา

“พวกนาย...”

“ฝากที่เหลือด้วยนะเพื่อน”

“สู้ต่อแทนพวกเราด้วยนะเซวิล”

“หึๆๆๆ ถึงเกราะของผมจะได้รับความเสียหายหนัก แต่ว่าระบบสะท้อนการโจมตีกลับก็ยังทำงานได้ดีนะ ดูเหมือนพวกคุณเองก็คงติดตั้งเกราะชั้นดีไว้สินะ ถึงไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็นะ ผมไม่ให้โอกาสลุกขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สองหรอก”

ชายคนนั้นกำลังมีความสุข ทั้งๆที่ตรงนี้เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ทุกคนที่อยู่เคียงข้าง ร่วมต่อสู้ไปกับผม ต่างล้มลงร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล แต่ก็ยังฝากความหวังเอาไว้กับผมคนนี้ ผมไม่มีวันทรยศหักหลังความเชื่อใจนั้น ต่อให้ต้องตายก็จะไม่มีวัน ทอดทิ้งคนที่เชื่อในตัวผม

“นายมันน่าขยะแขยง พอสักทีเถอะ...”

“หืม เธอพูดอะไรนะเซวิล ...ภาวะครอบงำ!

อา... เสียงหัวใจที่กำลังเต้นเป็นจังหวะในอกนี้ ทำให้รู้สึกสงบจริงๆ เสียงโหวกเหวกโวยวายรอบข้างหายไปแล้ว รู้สึกว่าร่างกายเหมือนจะเบาลงด้วย แบบนี้คงทำได้ กำจัดเจ้าคนน่าขยะแขยงตรงหน้านั่น ยุติสงครามบ้านี้เสียที

“ถึงจะอวดอ้างเหตุผลสวยหรูยังไง ถึงจะเคยทำคุณความดีกับมนุษยชาติไว้ยิ่งใหญ่แค่ไหน สุดท้ายสิ่งที่คุณเลือกเดินก็คือทำลาย ทั้งชีวิตผู้อื่น ทั้งความไว้วางใจที่ผู้อื่นมีให้ ต่อให้สิ่งที่คุณทำจะมีประโยชน์ต่อมนุษย์หรือไม่ หรือสุดท้ายจะเหลือเพียงคุณที่ยิ่งใหญ่อยู่บนดาวที่กลายเป็นดาวรกร้างไร้สิ่งมีชีวิต ผมก็ไม่คิดว่าผมจะสนใจนัก แต่...ไม่ว่ายังไงผมก็อยากจะปกป้องไว้ สถานที่ที่ผมกับครอบครัว และเพื่อนๆจะได้อยู่ร่วมกัน โลกใบใหม่ โอกาสที่สอง... จะไม่ให้ใครมาทำลายอีกเป็นอันขาด”

“เธอเองก็พูดจาสวยหรูไม่ใช่เหรอ ถ้าจะเอาแต่ยืนพูดอยู่ตรงนั้นก็เข้ามาซะทีสิ!!

วูบ

“อุ๊บ”

ทั้งที่ระยะห่างออกไปหลายช่วงตัว แต่ผมกับพุ่งเข้าประชิดร่างเขาได้ในพริบตา ใช่ภายในพริบตาจริงๆ แค่คิดว่าจะต้องประชิดตัวหมอนั่น ก็ทำได้อย่างง่ายดาย โดยที่เขาเองก็ดูจะตื่นตกใจอยู่ไม่น้อยด้วย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น