THE GALAXIA

ตอนที่ 58 : Type S

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 615
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    6 มิ.ย. 59



 

“อะไรนะ?”

“ไม่รู้หรอกเหรอ ในบรรดาวัคซีนทั้งห้าชนิดนั้น ไทป์เอไปจนถึงไทป์อี มีไทป์พิเศษที่รวมเอาวัคซีนทั้งห้าเข้าด้วยกัน มันถูกเรียกว่าไทป์เอส มีผลกระทบร้ายแรงสุด ทารกที่ได้รับวัคซีนไทป์เอส ล้วนตายในอัตรา 100% เดิมก็ไม่อยากเชื่อหรอกว่าผู้ทดลองไทป์เอสจะมีชีวิตรอดมาได้ ...ซื้ดดด... อา... แต่กลิ่นความพิเศษมันกระจายออกมาจากตัวเธอ จนผมยังรู้สึกได้เลยนี่นา พอเป็นอย่างนี้แล้วก็ตื่นเต้นจัง อยากจะ ‘กิน’ ไวๆ จนอดใจไว้แทบไม่ไหวเลย หึๆๆๆๆ”

วิปริต... หมอนี่มันวิปริตผิดมนุษย์จนเกินเยียวยาแล้ว คนแบบนี้น่ะเหรอจะช่วยเหลือมนุษยชาติ คนที่แทบไม่เหลือความเป็นคนอย่างชายผู้นี้น่ะหรือ

“นายน้อยเซวิล”

นิมพ์ที่ไล่ตามกรั้นจ์กลับมา มายืนอยู่เคียงข้างผม ร่างกายของเธอเสียหายหลายแห่งจากการเผาไหม้ และรูกระสุน แต่ก็ดูเหมือนยังมีสภาพดีอยู่

“เจ้าเด็กไทป์เอส เป็นลูกของจูดิธกับอลันหรือนี่ ฮ่าๆๆๆ น่าสนุกจิงๆเลยนะเจ้านาย”

กรั้นจ์หัวเราะราวกับคนโรคจิต เขารู้ทันทีว่าผมเป็นใคร เพียงแค่นิมพ์เข้ามาใกล้อย่างคุ้มครอง สายตากระหายเลือดจ้องมองมา ราวกับอยากจะฉีกกระชากร่างของผมออกเป็นชิ้นๆ และชื่นชมราวกับเป็นงานศิลปะชั้นหนึ่ง

“นักรบส่วนตัวของลาซาลัส ล้วนใช้วัคซีนกันทุกคน การที่พวกเขามีจิตวิปลาสเช่นนั้น ก็เป็นผลข้างเคียงของวัคซีนที่ใช้มานานจนเกินไปนั่นเองค่ะ”

นิมพ์อธิบายความบ้าเลือดในแววตาของคนเหล่านั้นให้ผมฟัง

“ใช่แล้วๆ การเป็นมนุษย์นั้น อายุขัยมันสั้นเกินไปจนน่าเบื่อ ดูสิ ถ้าฉันไม่ใช้วัคซีนพวกนั้น ก็คงไม่ได้เข้าร่วมเทศกาลเลือดที่แสนสนุกในวันนี้หรอก จริงไหม ฮ่าๆๆๆ”

“เซวิล”

“เนนีร่า ไปไหนมาครับ?”

“วางยา เตรียมถอยออกห่างจากที่นี่ รัศมีห้าร้อยเมตร ส่งข้อความบอกพรรคพวกทั้งหมดด้วย”

เนนีร่าส่งเสียงกระซิบบอก

“ทำไมล่ะ?”

“เจ้าพวกนี้สู้ซึ่งหน้าไม่ได้หรอก กับมือใหม่ที่มีจำนวนน้อยนิดแบบนี้มันอันตรายเกินไป ตองใช้ลูกไม้อื่น ใช้พวกที่อันตรายพอกันมาจัดการพวกมันแทน ...อย่าเพิ่งถามมาก ทำตามที่บอกก่อน”

“ครับ”

เพราะเกราะที่พวกเราใช้ มีอุปกรณ์สื่อสารเล็กๆ ส่งสัญญาณหากัน และพูดคุยโต้ตอบกันได้อยู่แล้ว ผมจึงบอกต่อข้อความของเนนีร่าให้กับทุกคน

“ไป!!

เมื่อชาวมารีเลี่ยนสาวให้สัญญาณ ทุกคนต่างก็ล่าถอยกลับไปยังฐานอย่างพร้อมเพรียงกัน นกหวีดประหลาดที่เนนีร่าคล้องคอเอาไว้ ถูกหยิบขึ้นมาเป่า ทว่ากลับไม่มีเสียงใดๆดังออกมาจากนกหวีดนั้น ท่ามกลางความงุนงงสงสัย เพียงไม่นาน เสียงกู่ร้องคำรามของสัตว์ร้ายที่อาศัยอยู่ในแบล็กพิตต์ก็ดังขึ้นจากรอบทิศทาง

“ชิ! โดนยัยหมอผีนั่นเล่นลูกไม้เข้าจนได้”

กรั้นจ์สบถเสียงดังลั่น บรรดาสัตว์ร้ายที่กรูกันเข้ามาโจมตีคนพวกนั้น ต่างคุ้มคลั่งราวกับโดนวางยา ใช่แล้ว คงเป็นการวางยาที่เนนีร่าพูดถึงเมื่อครู่ พวกเราถอยออกมายืนอยู่วงนอกอย่างรวดเร็ว และรอดูการต่อสู้ ที่ตอนนี้ดูเหมือนคนของลาซาลัสจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด เพราะยุทโธปกรณ์ส่วนใหญ่ โดนแทรปบอมบ์เสียหายไปจนเกือบหมด

“ยอดเลย ทำสำเร็จสินะคะเนนีร่า”

ทาราลันที่เพิ่งตามมาสมทบ หลังจากพาสครีมเมอร์กลับไปยังฐานพูดขึ้น

“อา... นี่เป็นการแก้แค้น ให้ทุกชีวิตที่ต้องเซ่นสังเวยให้กับความวิปริตของเจ้าพวกนั้น”

เนนีร่าแสยะยิ้มขณะตอบ แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ขณะที่จ้องมองกลุ่มผู้บุกรุกกำลังรับมือกับสัตว์ร้ายจำนวนมาก ที่กำลังพุ่งตรงเข้าไปโจมตีด้วยความคุ้มคลั่ง

ความสนุกสนานในตอนแรกเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด เพราะพวกผู้บุกรุกนั้นโดนเล่นงานหนักจากเหล่ามอนสเตอร์ที่คุ้มคลั่ง พวกนั้นเริ่มบาดเจ็บล้มตายมากขึ้น ในขณะที่ฝ่ายพวกผมเองก็พยายามรักษาคนที่บาดเจ็บ ให้พวกเขาพร้อมรับมือเร็วที่สุด หากว่าพวกนั้นยังรอดมาจากเหล่าสัตว์ร้ายทั้งหลาย

 

เวิลด์แลนด์ซิตี้ ก่อนหน้านี้

“จะไปไหนกันครับ?”

“เธอ... สายข่าวของรัฐบาลโลกสินะ”

“ปิดร้านกระทันหัน ท่าทางรีบร้อนอย่างเห็นได้ชัด คงมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นใช่ไหมครับ คุณเบนดิก!

ทเวนในชุดเครื่องแบบของทหาร ยืนกอดอกพิงประตูมองสองพ่อลูกเบนดิกที่มีสัมภาระพกติดตัวออกมาจากร้านที่กำลังปิด ท่าทางรีบร้อนราวกับมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น

“ก็ใช่แหละนะ หรือว่าที่มานี่ จะเอาไปรายงานเบื้องบนหรือไง”

“นั่นสิครับ แต่คงต้องดูก่อน ว่าเรื่องมันสำคัญจนต้องรายงานหรือเปล่า”

ทั้งสองจ้องตากันเนิ่นนาน จนแซม เลนดิกผู้เป็นลูกเริ่มทนไม่ไหว

“เราจะไปหาเซวิล”

“อะไรนะ”

“เงียบนะไอ้เจ้าลูกปากเสีย!!

“พ่อครับ ทเวนเป็นเพื่อนรักของเซวิลนะ”

“และมันก็เป็นสายข่าวของรัฐบาลนะ!!

“ผมยอมรับ ว่าสิ่งที่ผมปิดบังไว้มันผิด แต่มันเป็นงาน งานที่ได้รับมอบหมายมาก่อนจะเจอกับทุกคน ถึงเป็นเพื่อนกัน ก็ใช่ว่าจะเปิดเผยได้หมดทุกเรื่อง ทั้งที่รู้สึกผิด ทั้งที่อยากบอกความจริงหลายต่อหลายครั้ง ...ถ้าจะไปหาเซวิลจริงๆละก็ ขอผมไปด้วยคนได้ไหมครับ”

ทเวนพูดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ความเจ็บปวดยังคงอยู่ในใจเขา และเพราะไม่รู้แน่ชัดว่าทำไมทั้งเซวิลและโซระถึงหายตัวไป เช่นเดียวกับผู้ถูกเชิญอีกหลายสิบคน ทางเบื้องบนเองก็ดูเหมือนจะเคร่งเครียดกับเรื่องนี้ไม่น้อย ขนาดสั่งจัดทัพใหญ่เตรียมออกไปค้นหา ทว่าเรื่องกลับยุ่งยากขึ้นอีก เมื่อมีชาวพื้นเมืองของเซคันด์เอิร์ธรวมตัวกันหลายเผ่ามาปิดล้อมเวิลด์แลนด์ซิตี้ไว้

“ถ้าบอกว่าจะออกไปแบบนี้ แสดงว่าพวกคุณรู้ใช่ไหมครับ ทางที่จะออกไปโดยไม่มีใครพบเห็นน่ะ”

“นายน่ะ อยากช่วยจริงๆเหรอ อยากช่วยทั้งๆที่ยังไม่รู้อะไรน่ะเหรอ?”

แซม เบนดิสถามขึ้น สีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของทเวนปรากฏขึ้นแว่บหนึ่ง ก่อนที่เขาจะพยักหน้า

“ถึงยังไม่รู้ แต่ผมก็จะไปถามเจ้าพวกนั้นด้วยตัวเอง จะต้องเค้นคอถามออกมาให้ได้เลย ว่าทำไมถึงได้ทิ้งผมเอาไว้ที่นี่แล้วหายกันไปแค่สองคน หึ...ทำตัวเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามัน หนีไปฮันนีมูนกันสองคนแบบนั้น มันน่าจับมาอัดให้เดี้ยงนัก!

แซมอ้าปากค้าง ตกตะลึงกับคำพูดของทเวน

“พูดอะไรของนายน่ะ สองคนนั้นไปฮันนีมูนเนี่ยนะ ที่หายไปไม่ใช่แค่พวกเขาสองคนสักหน่อย!!

“อืม แต่ถึงยังไง สองคนนั้นก็สำคัญที่สุดสำหรับผมอยู่ดี เพราะงั้นถึงได้น่าโมโหยังไงล่ะ”

“...ช่วยไม่ได้ โดนเจอตัวแบบนี้ก็มีแต่ต้องพาไปด้วยล่ะนะ เตรียมตัวพร้อมออกเดินทางแล้วหรือยังล่ะ”

รอยยิ้มมุมปากของเจ้าของร้านขายข่าวเบนดิก ทำให้ทเวนรู้สึกบางอย่าง บางอย่างที่ไม่ได้เลวร้ายเลยสักนิด คนพวกนี้รวมทั้งเซวิลกับโซระที่หายตัวไป ไม่ได้ไปทำอะไรเลวร้ายอย่างแน่นอน เพราะอย่างนั้นเขาถึงต้องรีบไปหา ไปยืนเคียงข้างสองคนนั้น ที่ดูเหมือนว่ากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาร้ายแรงกันอยู่

 

ครืนนน

กลิ่นคาวเลือด คละคลุ้ง อบอวล ความบ้าคลั่ง ทวีความรุนแรง ทั้งฝ่ายผู้บุกรุก และฝ่ายมอนสเตอร์ที่ถูกทำให้คลั่ง ต่างก็เสียหายหนัก ทว่าตอนนี้กลุ่มผู้บุกรุกเหลือคนอยู่เพียงหยิบมือ แต่กลับยังดูคลั่งใคล้กระหายเลือด อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ใจกลางวงล้อมของกลุ่มผู้บุกรุก ในที่สุดชายคนนั้นก็ปรากฏตัว ไกเซอร์ ลาซาลัส

เขาสวมเกราะที่ดูแปลกประหลาด สีแดงฉานราวกับเลือดของมันราวกับกำลังเคลื่อนไหวเป็นระลอก ใช่แล้ว มันกำลังเคลื่อนไหวอยู่จริงๆ เส้นสายสีแดงมากมายที่ยืดออกมาจากเกราะของชายคนนั้น พุ่งตรงไปยังร่างหายใจรวยรินของทั้งเหล่ามอนสเตอร์ และพวกพ้องของตัวเอง และสูบเอาเลือดกับชีวิตสุดท้ายมาจนแห้งเหือด

“อะไรจะดีต่อร่างกายเท่าเลือดและดีเอ็นเอสดๆกันล่ะ”

ไกเซอร์ ลาซาลัสยิ้มพึงพอใจ แววตากึ่งสงบกึ่งบ้าคลั่ง

“เกราะนั่นมันอะไรกัน...”

“อยากรู้เหรอ นี่เป็นของที่ผมสั่งให้พัฒนาขึ้นมา สำหรับกองทัพของผมโดยเฉพาะ เกราะนี่ติดตั้งลงไปบนร่างกายโดยตรง แบนสนิทกับผิวหนังอย่างแยกไม่ออก อาการแพ้และการต่อต้านรุนแรง จะได้รับการบำบัดอย่างทันท่วงที เพียงแค่ดูดเอาเลือดและดีเอ็นเอสดๆมาใช้ เกราะจะทำหน้าที่สกัดมันแล้วฉีดเข้าร่างกายโดยตรง เวลาที่ถูกเข็มเล็กๆจนแทบมองไม่เห็นนับล้านนั้นทิ้มแทงลงมา มันช่างรู้สึกดีซะจริงๆ”

ไม่เพียงแค่ผม ทุกคนที่ได้ยินต่างเบิกตามองหมอนั่น ราวกับเป็นตัวประหลาดที่น่าหวาดกลัวและน่ารังเกียจ เขาก้าวข้ามเส้นแบ่งความเป็นมนุษย์ไปไกลแสนไกล จนไม่อาจดึงกลับมาได้อีกต่อไป

กริ๊ก!

“มาสิเจ้าพวกนักรบบ้าเลือด มารับสิ่งนี้ไป วัคซีนไทป์เอสเค ที่ผมพัฒนาขึ้นมาเอง ดื่มมันเข้าไป และจงบ้าคลั่งให้มากยิ่งกว่านี้อีก!!

ลูกน้องของชายคนนั้น ไม่มีใครลังเลที่จะรับของเหลวใสในขวดแก้วเล็กนั่นไปเลยสักคน วิธีใช้ไม่ใช่การฉีดเข้าเส้นเลือด หรือหัวใจโดยตรง แต่เป็นการดื่มมันเข้าไป

“วัคซีนไทป์เอสเคบ้าอะไร แกทำอะไรลงไปลาซาลัส แกคิดจะฆ่าเด็กๆพวกนี้หรือไง!!

เนนีร่าตะโกนถามเสียงดังลั่น ความโกรธแผ่กระจายออกมาจางร่างของเธอ จนทุกคนรู้สึกได้

“อา... เดิมที ผมมองพวกเขาเป็นสมบัติล้ำค่าเชียวนะ กะว่าจะจับมาสูบเลือด สกัดดีเอ็นเอออกมาทดลองครั้งสุดท้ายอย่างทะนุถนอม แต่ว่าเพราะรอนานเกินไปแท้ๆ เกราะนี้จึงถูกพัฒนาจนสำเร็จ โดยแอนดรอยและจีนอยด์ที่ได้รับความรู้ และความทรงจำในการทำวิจัยของทั้งอลันและจูดิธ เบนไคเซอร์มา มันเป็นแลบสัดดีเอ็นเอเคลื่อนที่ ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยเยี่ยมยอดที่สุดยังไงล่ะ”

อะไรนะ แอนดรอยกับจีนอยด์ที่ได้รับทั้งความรู้ และความทรงจำในการทำวิจัย ของทั้งพ่อและแม่มาอย่างนั้นเหรอ...

“ทีนี้ก็สกัดดีอ็นเอได้ตามใจชอบ ดื่มกินเลือดของทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้ โดยไม่ต้องกลัวเรื่องการต่อต้านในร่างกาย และความไม่เข้ากันของดีเอ็นเอได้แล้ว ได้ยินหรือยัง ต่อจากนี้ทุกชีวิตบนเซคันด์เอิร์ธ มีค่าแค่เพียงยาอายุวัฒนะ ที่ช่วยให้ร่างนี้อ่อนเยาว์ยืนยาวไปตลอดกาลยังไงล่ะ!

ตูม!!

จู่ๆลาซาลัสที่กำลังพูดอยู่ตรงกลางวงล้อมของลูกน้อง ก็ถูกโจมตีจากความมืดเบื้องหลัง เปลวเพลิงและกลุ่มควันจากการระเบิดจางลง เผยให้เห็นว่าชายผมขาวนั้นยังอยู่ดีมีสุข ไร้ซึ่งรอบขีดข่วนใดๆ นั่นเพราะเกราะของเขานั้นเปลี่ยนรูปร่างได้ มันพุ่งบางส่วนออกมาและแปรสภาพเป็นโล่ทรงกลม ปกป้องร่างของลาซาลัสจากกระสุนระเบิด

“ที่แท้ แกมันก็ปิศาจใจครบนักบุญ ยอมลงทุนไปตั้งมากมาย เพื่อหวังผลแบบนี้เองสินะ ถึงได้เลือกเอากลุ่มคนหนุ่มสาวเท่านั้น ให้ขึ้นมากับยานอพยพได้”

เสียงนี้มัน เสียงที่ดังมาจากเงามืดทางด้านหลังนั้น มันเป็นเสียงของทเวน เสียงของหมอนั่นแน่ๆ!

“เสียงทเวน!

โซระเองก็ช่วยยืนยัน ว่าผมไม่ได้คิดถึงเพื่อนรักจนหูฝาดไปอย่างแน่นอน

“ไง ไอ้เจ้าบ้าสองคนตรงนั้นน่ะ ดันหนีฉันมาฮันนีมูนกันสองคนได้นะ”

...ไม่ผิดตัวแน่ ส่งเสียงกวนประสาทตั้งแต่ยังไม่ปรากฏตัวแบบนี้ เจ้าของกระสุนระเบิดเมื่อครู่ต้องเป็นทเวนอย่างแน่นอน

“หยุดได้แล้วลาซาลัส ด้วยกำลังคนเพียงแค่นั้น ไม่มีทางเอาชนะได้แน่ ยิ่งไม่ต้องพูดเรื่องการยึดอำนาจการปกครองเวิลด์แลนด์ซิตี้ด้วย”

นั่นคุณโจฮัน เจ้าของร้านขายอาวุธรายใหญ่ในเวิลด์แลนด์ซิตี้ เขาเดินตามหลังทเวนมายืนอยู่ตรงที่แสงสว่างส่องให้เห็น เบื้องหลังของโจฮันยังมีคนกลุ่มใหญ่ติดตามมาด้วย

“อะไรกัน ยังมีคนออกมาจากเวิลด์แลนด์ซิตี้ โดยไม่ถูกพบตัวได้อีกเหรอเนี่ย น่าตกใจจริงๆแฮะ!

ลาซาลัสหัวเราะเสียงเบา สายตาของเขากวาดมองกลุ่มผู้มาใหม่อย่างเฉยชา

“แต่ว่าจะมากันอีกกี่คน ผลสุดท้ายก็ยังเป็นผมนี่แหละที่จะยืนหยัดอยู่ เป็นราชาผู้ปกครองเซคันด์เอิร์ธ”

น้ำเสียงกับท่าทางวางอำนาจนั่น ทำให้ยิ่งรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนมากขึ้นไปอีก หลังจากที่เขาเพิ่งจะดื่มกินเลือดสดๆของเหล่าพวกพ้อง และมอนสเตอร์ที่ตาย ผ่านทางเส้นสายมากมายที่ขยับราวกับมีชีวิต ออกมาจากเกราะสีแดงของเขา

คนอย่างเจ้านี่ ไม่มีทางปกครองใครได้ ไม่มีทางสร้างโลกที่สงบสุข อย่างที่ทุกคนคาดหวังไว้ได้ โลกที่หมอนี่จะปกครอง มีแต่กลิ่นคาวเลือดและความตายเท่านั้น ผมไม่มีวันยอม ให้คนที่ไม่รู้จักคุณค่าของชีวิต มาปกครองชีวิตของผู้อื่นหรอก!!

“เซวิล!

โซระร้องเรียกชื่อของผมเสียงดังด้วยความตกใจ เพราะผมกระโจนตัวออกไปเบื้องหน้า พุ่งเข้าหากลุ่มของลาซาลัส ที่มีองค์รักษ์ล้อมรอบอยู่อีกหกคน อย่าว่าแต่โซระเลย ตัวผมเองก็ตกใจ ที่ร่างกายมันขยับไปโดยสัญชาติญาณและความโกรธ ราวกับเลือดในร่างมันร้องสั่ง ว่าชิงชังชายผู้นั้นนัก ชายผู้พรากชีวิตบริสุทธิ์ไปมากมาย เพียงเพื่อให้ตนเองได้เสพสุขกับความเยาวัยไปชั่วนิรันดร์

“ทำบ้าอะไร!

ถึงจะตะโกนด่า และก็กลับไล่หลังมาติดๆ หมอนี่ไม่ยอมให้ผมฉายเดี่ยวจริงๆด้วย

“เซวิล ทำอะไรก็บอกกันบ้างสิคะ!

ทาราลันกระโจนร่างตามมาติดๆ ด้านหลังเธอคือฝาแฝดของผม เขาไม่พูดอะไร เพียงแต่ส่งยิ้มมาให้ รอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อใจ รอยยิ้มของคนที่ผมจะสามารถฝากแผ่นหลังไว่ได้อย่างวางใจ

“เด็กบ้าพวกนั้น ...เอาล่ะโจมตีใส่เจ้าพวกลาซาลัส สนับสนุนเพื่อนของพวกเธอ ที่กระโจนเข้าสู่แนวหน้าซะ!




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #435 kimurakung (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 13:25
    ศึกใหญ่ ที่จะตัดสินอนาคต รึป่าว
    #435
    0
  2. #431 GooRen (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 01:09
    ใกล้จะจบแล้วสินะ
    #431
    0
  3. #430 xzerox2 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 10:34
    เหอๆ จะบอกว่าเปิดก่อนได้เปรียบหรอ สู้ๆครับกำลังมันส์เลย ค้างๆมากมาย
    #430
    0
  4. #427 my-kimberly (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 03:02
    ขอบคุณค่ะ
    #427
    0
  5. #424 เนย (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 21:44
    ค้างอะอยากอ่านต่อ
    #424
    0
  6. #423 lady-zeara (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 19:24
    ในที่สุด3หน่อก้ได้เจอกันอีก
    #423
    0
  7. #422 คิคุโญะจัง (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 19:03
    คำพูดลาซาลัสนี้มันโรคเด็กม.สองชัดๆ เซวิลสู้ๆ
    #422
    0