THE GALAXIA

ตอนที่ 57 : Fight for tomorrow

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 570
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    6 มิ.ย. 59




 

เกราะของโซระนั้นดูแปลกตา มันประกอบขึ้นด้วยโลหะสีดำและเหลืองด้านชิ้นเล็กๆติดตั้งลงบนนาโนเลเธอร์ทีละชิ้นๆ ดูบางเบา และน่าจะให้ความคล่องตัวสูง แต่กว่าจะติดตั้งเสร็จคงใช้เวลาน่าดู มิน่าเขาถึงได้เดินไปเลือกอาวุธที่หมายตาไว้ก่อน เพราะขืนมัวมานั่งติดตั้งเกราะก่อน อาวุธที่ชอบคงโดนคนอื่นเหมาไปหมดก่อน

“ไง”

ผมทักโซระที่กำลังหยิบชิ้นส่วนเกราะมาติดตั้งทีละชิ้นตามคู่มือ

“โห เท่ไปเลยนี่เซวิล อย่างกับแอนดรอยทหารเลย ถ้าสวมหมวกครบละก็นะ”

“นายก็ใช่ย่อยนี่ ไปหาเกราะแบบนั้นมาจากไหนกัน”

“พ่อนาย เขาแนะนำให้ หลังจากเห็นผมด้อมๆมองเกราะต่างๆอยู่นาน แต่ไม่ยอมเลือกสักทีน่ะ”

“ฮ่ะๆๆ เหมาะกับนายดีนะ”

ตึง

“พวกนาย”

เสียงเรียกที่ราวกับเสียงสังเคราะห์นี้มาจากหุ่นรบตัวใหญ่ด้านหลังพวกเรา ตอนแรกก็ตกใจนึกว่าศัตรูเข้ามาถึงฐานได้แล้ว แต่พอเจ้าหุ่นนั่นถอดหมวกครอบใบหน้าออก ผมกับโซระก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“สครีมเมอร์”

“อือ ผมเอง”

“แต่งได้โหดมาก ทั้งเกราะทั้งอาวุธเลย”

“ได้ยินว่าศัตรูใช้อาวุธหนักผมเลยเสริมมาเต็มที่น่ะ อีกอย่างแต่งแบบเต็มตัวก็พรางตัวได้ด้วย นายกับน้องชายก็ใส่เกราะแบบครอบทั้งตัวทั้งแต่หัวจรดเท้าไม่ใช่เหรอเซวิล”

“อืม ผมกับเซเฟอร์ใส่เกราะแบบเดียวกัน จะต่างกันนิดหน่อยก็ตรงสีของเกราะอกเท่านั้นแหละ”

สครีมเมอร์พยักหน้าแล้วเดินจากไป โซระติดตั้งเกราะใกล้จะเสร็จแล้วทั้งที่ไม่ต้องให้ใครช่วย เขามองตามหลังครีมเมอร์ไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาคุยกับผมต่อ

“นายจะใช้แค่เชนกันจริงๆเหรอเซวิล ไม่หาของทุ่นแรงเพิ่มอีกหรือไง”

“อ้อ ก็กะว่าจะไปหาอยู่แหละนะ กะว่าจะดูมีดพกดีๆสักเล่ม แล้วก็ระเบิดน่ะ อืมถ้ามีกับดักด้วยก็ดี พวกแทรปบอมบ์ก็ดีนะ”

“ฮ่ะๆๆ นั่นมันอาวุธพื้นฐานตอนอยู่ในดิกาแล็กเซียเลยนี่นา”

“จริงด้วย ฮ่ะๆๆๆ”

“ทุกท่านโปรดทราบ แนวสู้รบใกล้เข้ามาเร็วกว่าที่คาด ขอให้เตรียมตัวเพื่อรับการปะทะกับศัตรูโดยด่วน”

“มาแล้วสินะ ไปกันเถอะ”

โซระติดตั้งเกราะเสร็จพอดี เขาก้าวเดินอย่างอาจหาญสมเป็นลูกผู้ชาย นำหน้าผมไปอย่างไม่หวั่นเกรง ทว่า

“นายลืมดาบแน่ะ”

“...........”

จากนั้นเราก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน โซระเดินย้อนกบัลมาเอาดาบที่วางลืมไว้ เพราะมัวแต่ยุ่งกับการติดตั้งเกราะ หลังจากหัวเราะอย่างหนัก ความประหม่าก็ลดลงไปมาก ผมกับโซระ พร้อมกับสงครามเบื้องหน้าแล้ว ไม่ว่าจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ผมก็ไม่ยอมให้พวกนั้น มาช่วงชิงวันเวลาแห่งความสุข และครอบครัวของผมไปได้อีกแล้ว ไม่มีวัน!

ตูมมมม!

เมื่อเดินออกมาจากฐาน เสียงระเบิดดังสนั่นก็ลอยมาเข้าหู ทั้งที่ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน แต่แสงไฟสว่างเจิดจ้าจากการระเบิดนั่น ก็ย้อมพื้นที่รอบบริเวณให้สว่างเจิดจ้า เปลวไฟร้อนแรงโหมกระหน่ำ เสียงร้องอย่างตื่นตกในของเหล่ามอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในแบล็กพิตต์ ความโกลาหลเกิดขึ้นตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะรับมือกับมันได้ดี ไม่แตกตื่นไปตามสภาพการณ์โดยรอบ สมแล้วที่ถูกฝึกฝนมาอย่างเข้มงวด ในโลกจำลองดิกาแล็กเซีย

“เอาล่ะฟังให้ดี พวกเราสู้ซึ่งหน้ากับพวกบ้าแบบนั้นไม่ได้แน่ ดังนั้นให้แฝงตัวไปกับภูมิประเทศ แล้วทำการซุ่มโจมตี เป้าหมายหลักอันดับแรก คือการลดทอนกำลังอาวุธของพวกนั้น เน้นโจมตีรถหุ้มเกราะที่ติดตั้งอาวุธหนักพวกนั้นก่อน แล้วแยกพวกมันออกมารุมยำทีละคน ทีมของกรั้นจ์มีไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน  แต่ละคนเป็นพวกชำนาญศึก บ้าการต่อสู้ และชื่นชอบการฆ่าฟัน ดังนั้นอย่าคิดบุกไปตัวคนเดียวเด็ดขาด จับกลุ่มแล้วเริ่มลงมือได้เลย”

ยังดีที่ในหมู่คนที่อยู่ที่นี มีคนที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้จริงอยู่หลายคน พวกเขาจึงเป็นผู้นำกลุ่มให้กับผู้ถูกเชิญอย่างเราๆ พวกที่จัดกลุ่มลงตัวแล้ว วิ่งเข้าสนามรบไปก่อน กลุ่มของผมมีโซระ เซเฟอร์ ทาราลัน เนนีร่าเป็นผู้นำ ส่วนสครีมเมอร์ผมเห็นอยู่กับกลุ่มอื่นเลยไม่ได้สนใจมากนัก ยังไงซะ เราก็สู้กับศัตรูคนเดียวกันอยู่แล้ว จะอยู่กลุ่มไหนก็ยังเป็นเพื่อนกัน

“ไป แนวหน้าอยู่ไม่ไกลจากนี่แล้ว!

เนนีร่าออกคำสั่ง เธอมีนกหวีดประหลาดห้อยอยู่ที่คอ เสื้อผ้าก็ไม่ได้ต่างไปจากเดิมนัก ที่เพิ่มมีก็มีเสื้อคลุม ด้านในเป็นช่องใส่หลอดแก้วที่บรรจุผงฝุ่นสีสันต่างๆเต็มไปหมด

“เซวิลแทรปบอมบ์ เอามาเยอะไหม?”

เนนีร่าถามขึ้น ขณะที่พวกเรากำลังมุ่งสู่แนวหน้าของสงคราม

“สองโหลครับ มันไม่หนักเลยพกได้เยอะหน่อย”

“ฮ่ะๆๆๆ แทรปบอมบ์เนี่ยนะไม่หนัก”

โซระหัวเราะหน้าเจือน ผมจึงเพิ่งนึกได้ว่า เมื่อก่อนผมไม่เคยแสดงพลังทั้ง 100% ของตัวเองออกมาให้พวกเขาได้เห็นเลย

“เอาฟลายอิ้งแทรปบอมบ์มาไหม?”

“ครับ เจ้านี่อันค่อนข้างเล็ก เลยขนมาได้เยอะหน่อย”

“ดี งั้นเราจะทำหน้าที่กำจัดยานพาหนะพวกนั้น เปิดทางให้พวกที่อยู่ด้านหลัง”

ชาวมารีเลี่ยนสาวยิ้ม พอมาถึงทีซุ่มซึ่งอยู่ห่างจากกองกำลังของกรันจ์ไปไม่ไกล เราก็เริ่มแจกจ่ายแทรปบอมบ์ชนิดต่างๆให้กัน ผมเอาแทรปบอมบ์ประเภทตั้งเวลา กับประเภทเซ้นซิทีฟมา พวกเซ้นซิทีฟนี้ แค่สัมผัสโดนแรงๆสักหน่ออยก็จะเกิดการระเบิดขึ้นทันที

“กับดักแบบระเบิดเมื่อถูกแรงกดทับนี่คงใช้ไม่ได้แล้ว เพราะสถานการณ์มันล่อแหลมเกินไป กลัวว่าพรรคพวกของเราอาจจะโดนเข้าเองก็ได้ ดังนั้นให้ใช้ฟลายอิ้งแทรปบอมบ์กับเซ้นซิทีฟแทรปบอมบ์แทน ไปได้!

ตูม ตูม ตูม

เสียงระเบิดดังขึ้นถี่ๆหลายสิบครั้ง ยานพาหนะของผู้บุกรุกหลายคันเสียหายหนักจนกลายเป็นกองเศษเหล็กไรค่า พวกที่นั่งอยู่บนนั้นต้องระเห็จออกมาเพื่อเอาชีวิตรอด ถึงแม้จะสูญเสียยานพาหนะติดอาวุธหนักเป็นจำนวนเกือบทั้งหมดไป แต่อาวุธในมือพวกเขาก็ยังถือว่าสุดยอดอยู่ดี

“ร้ายไม่ใช่เล่นนี่ อีกอย่างจากนี้ไปก็ใช่ว่าจะบุกเข้าไปได้ง่ายๆด้วย ถ้าเป็นฝีมือคนๆนั้นละก็ ยิ่งใกล้ฐานก็ยิ่งอันตราย ...เนอะ แม่หุ่นกระป๋องพี่เลี้ยงเด็ก”

ชายร่างสูงบึกบึนที่เป็นหัวหน้าผู้บุกรุกบ่นอุบ แต่ก็ดูไม่ได้อารมณ์เสียเท่าไรนัก ที่ยานพาหนะและอาวุธที่ติดตั้งไว้ของพวกตนเสียหายเป็นจำนวนมาก ในขณะที่สั่งการลูกน้อง ใบหน้าที่กำลังยิ้มอย่างโรคจิตก็ยิ่งแสยะกว้าง เมื่อเห็นเงาของจีนอยด์สาวยืนห่างออกไปเบื้องหน้า

“เจ้าคนโสโครก”

นั่นคือนิมพ์ เธอถือดาบคู่ที่มีใบดาบแคบยาวไว้ในมือ แสยะยิ้มตอบกลับไปอย่างรังเกียจ

“หล่อนยังดูเหมือนมนุษย์คนน่าขนลุกเหมือนเดิมเลยนะ ถ้าหล่อนอยู่ที่นี่แสดงว่าสองคนนั้นก็ต้องอยู่สินะ”

นิมพ์ไม่ตอบ เธอพุ่งเข้าหาหัวหน้าผู้บุกรุกอย่างรวดเร็ว เร็วเสียจนทางนั้นยังหน้าเปลี่ยนสี กระหน่ำยิงปืนเสเซอร์ความร้อนใส่ เมื่อจีนอยด์สาวเข้าสู่ระยะประชิดปืนเวลเซอร์นั่นก็มีสำแสงพุ่งยาวออกมา ก่อนปะทะเข้ากับดาบอันรวดเร็วและรุนแรงของนิมพ์

ปืนเลเซอร์แปรเปลี่ยนเป็นดาบเลเซอร์ รับการโจมตี้นั้นไว้ได้อย่างทันท่วงที

“ในบรรดานั้น หมอนั่นโรคจิตเข้าขั้นเลวร้ายสุด ให้นิมพ์รับมือนั่นแหละเหมาะสมสุดแล้ว”

เนนี่ร่าพูดเสียงขรึม

“หมอนั่นก็คือ...”

“กรั้นจ์ไงล่ะ มือขวาของไปเซอร์ ลาซาลัส”

เมื่อยานพาหนะของเหล่าผู้บุกรุกถูกทำลาย เสียงของการต่อสู้ก็ดังขึ้น เสียงปืน เสียงอาวุธกระทบกัน เสียงคำรามของสัตว์ร้าย ความบ้าคลั่งเริ่มเข้าครอบงำเหล่านักรบฝ่ายผู้บุกรุก ทั้งประสบการณ์ ทังความบ้าเลือด ฝ่ายนั้นมีมากกว่ะวกเราที่ยังเป็นมือใหม่หลายเท่า แต่พวกเราก็ยังไม่ยอมแพ้ ยิ่งเมื่อได้รู้ว่า เบื้องหลังของพวกเรา ยังมีคนที่อยากจะกลับไปพบเจออยู่ มีครอบครัวที่ไม่เคยได้รู้จักกำลังรออยู่

“อย่าขัดขืนเลยน่า!

เสียงประกาศดังก้องกังวาน ดังมาจากยานพาหนะที่อยู่เกือบท้ายขบวน ซึ่งยังไม่ได้รับความเสียหาย เสียงนั้นทำให้พวกผู้นำกลุ่มย่อยของพวกเราถึงกับชะงัก สีหน้าบ่งบอกว่าไม่อยากจะเชื่ออย่างสุดๆ

“มันมาด้วยอย่างนั้นเหรอ!!

“เอ๋...”

“ไอ้สารเลวนั่น ไกเซอร์ ลาซาลัส!!

เนนีร่าแผดเสียงดังลั่น เธอพุ่งเข้าไปหาที่มาของเสียงอย่างไม่ลังเล จนแม้แต่ผมกับเซเฟอร์ก็ยังเรียกไว้ไม่ทัน

“จงยอมมอบตัวเสียเถิด เหล่ากบฏทั้งหลาย จงยอมอุทิศตนเพื่อประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติที่เจ้ารักเสีย”

พวกเราวิ่งไล่ตามเนนีร่าที่เกือบเหมือนกำลังคลั่งไปติดๆ ฝ่าแนวป้องกันของฝ่ายผู้บุกรุก จนกระทั่งไปยืนเผชิญหน้าเจ้าของเสียงนั้น ซึ่งยืนตระหง่านอย่างท้าทายอยู่บนหลังคายานพาหนะหุ้มเกราะขนาดใหญ่ และกำลังมองลงมาด้วยสายตาเย็นชาจนน่าตกใจ

“ส...สครีมเมอร์!!

ผมอุทาน นั่นน่ะค อคนที่เพิ่งสัญญาว่าจะต่อสู้เคียงข้างพวกเรานี่นา แล้วทำไมเขาถึงได้ไปอยู่ฝ่ายศัตรู

“โฮ่! รู้จักกันเหรอ กับเจ้าเด็กนี่”

เสียงนั้นไม่ใช่ของสครีมเมอร์ ที่จริงเขาดูเหมือนตุ๊กตาที่ถูกชักใยให้ยืนนิ่งๆ ดวงช่างไร้แววแห่งชีวิต

“เจ้าสาระเลว แกทำอะไรกับเจ้าเด็กนั่น!

เนนีร่าตะคอกใส่ แม้ว่าจะยังไม่เห็นตัวเจ้าของเสียงนั้นก็ตาม

“ก็ไม่ได้ทำอะไร เด็กคนนี้เป็นแค่กรรมสิทธิ์อันชอบธรรมของผมเท่านั้น คิดว่าโลกเน่าๆนั่น จะให้กำเนิดคนเผือกได้เยอะสักแค่ไหนกันล่ะ”

เนนีร่าเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ ผมเองก็เริ่มสังหรณ์ใจกับคำพูดนั้น ท่ามกลางการต่อสู้อันดุเดือด ความจริงที่น่าตกใจอีกหนึ่งอย่างกำลังจะถูกเปิดเผย

“ย...อย่าบอกนะว่า เจ้านั่นเป็น...”

“หึๆๆๆ หนึ่งในร่างโคลนของผมยังไงล่ะ เอาเถอะ รีบๆยอมแพ้ก่อนที่รัฐบาลโลกจะล่มสลายดีกว่านะ ยังไงเจ้าพวกกบฏแถวนี้ก็หัวเดียวกระเทียมลีบ ไม่มีใครมาหนุนได้หรอก เพราะต่างก็กำลังยุ่งกับสงครามกันอยู่ทั้งนั้นนี่นะ”

“ม...ไม่มีทาง คนอย่างแกไม่มีทางก่อสงครามขึ้นได้หรอก”

เนนีร่าตะคอกเสียงต่ำ

“จะใช่เหรอ ลืมไปหรือเปล่าว่าผมคือผู้ออกทุนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจอวกาศ ขนส่งทรัพยากร จนกระทั่งก่อร่างสร้างเวิลด์แลนด์ซิตี้บนเซคันด์เอิร์ธได้สำเร็จ คนที่ควบคุมทั้งหมดอยู่เบื้องหลังอย่างผมนั้น รัฐบาลโลกก็แค่หุ่นเชิดเท่านั้นเอง ไม่มีอำนาจเบ็จเสร็จเด็ดขาดอะไรเลย”

“คุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร ไหนว่าต้องการทำเพื่อมนุษยชาติไง แต่ที่ทำอยู่นี่มันคือการทำลายล้างอยู่ชัดๆ!!

“โซระ...”

ใบหน้าของโซระเต็มไปด้วยความโกรธเกลียดอย่างไม่มีปิดบัง

“นั่นสินะ ยังไงซะมันก็คือการคัดสรร ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้รับสิทธิ์ให้อยู่ต่อนี่ ในฐานะเจ้าชีวิต ผู้ที่มอบชีวิตใหม่ให้กับพวกคุณบนเซคันด์เอิร์ธแห่งนี้ พระเจ้าอย่างผม จะเป็นผู้คัดสรรเอง หากไม่ยอมศิโรราบ ก็จงอ้าแขนรับความตายอันแสนทรมานจากนี้ได้เลย ผมเองก็ไม่ได้รังเกียจหรอกนะ สนาบรบที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดและเศษซากโครงกระดูกน่ะ”

!!

“หลบร็ว!

สิ้นคำพูดของไกเซอร์ ลาซาลัส จรวดที่ติดตั้งอยู่บนไหล่ซ้ายของสครีมเมอร์ก็ถูกยิ่งใส่กลุ่มของพวกผม เนนีร่าร้องสั่งให้หลบ พวกเราจึงกระโดดหนีไปคนละทิศทาง ก่อนที่จรวดลูกเล็กนั่นจะตกกระทบพื้น เกิดเป็นระเบิดเพลิงร้อนระอุ อาบท้องฟ้ายามค่ำคืนใส่สว่างวาบขึ้นมา

“ซุปเปอร์ไลท์แมชชีนกัน!

เซเฟอร์คำราม โลงศพที่เขาลากมาด้วยตั้งแต่ต้น กลายสภาพเป็นป้อมปืนขนาดย่อม โดยมีน้องชายฝาแฝดของผมเป็นคนควบคุม และกระหน่ำยิ่งใส่ยานพาหนะหุ้มเกราะขาดใหญ่นั้น

ตึง ตึง ตึง ตึง

ด้วยเสียงอันดัง กับขนาดหัวกระสุนที่ใหญ่ประมาณฝ่ามือสีขาวสว่างจ้าก็สาดใส่สครีมเมอร์ มากมายเสียจนไม่น่าจะมีช่องว่างให้หนีรอดไปได้ แต่...เขาใช่จำเลยของเรื่องนี้จริงๆหรือ

“สครีมเมอร์!!

ผมตะโกนเรียกเสียงดัง ฝ่าเสียงซุปเปอร์ไลท์แมชชีนกันของเซเฟอร์ไป หวังว่าเขาจะได้ยินและคืนสติ แต่จนแล้วจนรอด เขาก็ไม่ขยับเขยื้อนกายไปไหนเลยแม้แต่มิลฯเดียว

ตูมมมม!

เกิดการรระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น เมื่อกลุ่มควันจากการระเบิดจางหาย ภาพที่น่าตกใจก็ปรากฏ สครีมเมอร์ไม่ได้รับอันตรายใดๆ ยานพาหนะหุ้มเกราะนั้นก็ไม่ได้มีร่องรอยของความเสียหายเลยแม้แต่น้อย

เสียงหัวเราะชวนขนลุกดังขึ้น ก่อนที่สครีมเมอร์ที่ดูราวกับตุ๊กตาชักใย จะระดมโจมตีใส่พวกผมไม่ยั้ง ทั้งที่ใบหน้ายังคงสงบนิ่ง

“ต้องทำให้สลบสินะ”

เนนีร่าพูด พลางดึงกระปุกผงสีออกมาจากเสื้อคลุม เธอกระโจนตัวขึ้นไปในอากาศ สาดผงสีใส่ใบหน้าของสครีมเมอร์อย่างแม่นยำ มันได้ผล สีหน้าของสครีมเมอร์เริ่มเปลี่ยน เขาพยายามฝืนตัวเองอย่างทุกข์ทรมาน เพื่อให้ไม่หมดสติไป

“อา... อ่อนแอกว่าที่คิดนะ แบบนี้ก็หมดประโยชน์แล้วน่ะสิ”

ปืนใหญ่กระบอกหนึ่งที่ติดตั้งอยู่บนยานพาหนะหุ่มเกราะ เล็งลำกล้องไปที่ร่างของสครีมเมอร์ ที่กำลังฝืนตัวเองอย่างยากลำบากเพื่อไม่ให้สลบไปเพราะพิษของเนนีร่า

“จะทำอะไรน่ะ!!

ผมตะคอกถาม ความโกรธแค้นพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนรู้สึกจุกแน่นในหน้าอก ลูกน้องของลาซาลัสก็โอบกระหนาบเข้ามา แล้วเริ่มโจมตีใส่กลุ่มของพวกผม และคนอื่นๆที่อยู่ในบริเวณนี้ เสียงรัวกระสุนดังไม่หยุดอยู่ข้างหู แต่ความสนใจของผมในตอนนี้มีเพียงแค่ ปากกระบอกปืนใหญ่ ที่กำลังจ่อศีรษะของสครีมเมอร์ผู้ถูกชักใยอยู่เท่านั้น

“กำจัดไงล่ะ ของที่หมดประโยชน์ก็มีแต่ต้องกำจัดเท่านั้นแหละ”

เสียงนั้นตอบมาอย่างไม่รู้สึกรู้สา

“แต่นั่นมันร่างโคลนของนายนะ!

“แล้วยังไงล่ะ ทำลายซะ”

ตูมมมม

“เซ...เซวิล...”

“ไม่เป็นไรแล้ว เพื่อน”

ร่างกายของผมเบาหวิวราวกับล่องลอย เสียงอื้ออึงจากการต่อสู้หายไป สัมผัสได้เพียงเสียงของหัวใจของตัวเองที่กำลังเต้นอย่างเป็นจังหวะอยู่ในอก ใบหน้าของครีมเมอร์ที่ดูเหมือนทุกข์ทรมาน กำลังตกใจเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลาย แล้วแน่นิ่งไป

“ทาราลัน พาเขากลับไปแนวหลังที”

ผมกระโดดลงมาจากบนหลังคายานพาหนะหุ้มเกราะ ส่งร่างสครีมเมอร์ที่สลบเหมือดให้กับทาราลัน ที่คอยสนับสนุนอยู่ในเงามืดมาตลอด เธอรับร่างสครีมเมอร์ไปโดยไม่ถามอะไร แม้ว่าในแววตาจะดูตกใจและสงสัยใคร่รู้อยู่ก็ตาม

“แย่จังนะ ปืนใหญ่นี่น่ะทำจากโลหะพิเศษที่มีความแข็งแรงทนทานยิ่งกว่าไทเทเนี่ยมอัลลอยด์สามเท่าเชียวนะ เล่นมาทำพังง่ายๆแบบนี้ ผมรู้สึกแย่จริงๆ เกราะที่หุ้มไว้ก็ดูเหมือนจะได้รับความเสียหายนิดหน่อยด้วย”

ถึงจะพูดถ้อยคำแบบนั้น แต่น้ำเสียงกับแฝงแววแห่งความตื่นเต้นยินดี เขา ‘เจอ’ ผมแล้วสินะ แต่ผมไม่สนหรอก ถูกเจอแล้วทำไม ตกอยู่ในอันตรายแล้วยังไง ในเมื่อตอนนี้ก็ถือว่าตกอยู่ในอันตรายอยู่แล้วนี่

ตึก...

ตูมมม

ผมกระโดดขึ้นไปบนหลังคายานพาหนะหุ้มเกราะอีกครั้ง แล้วซัดหมัดลงไปเต็มแรง จนมันเกิดช่องโหว่ขึ้น ถ้าทำลายเกราะนี่ได้ละก็...

“ใครจะยอมกันล่ะ อุตส่าห์หาเจอแล้วทั้งที ขอทดสอบฝีมืออีกสักหน่อยเถอะ!

ป้อมปืนทุกป้อมที่ติดตั้งอยู่บนยานหนะหุ้มเกราะลำนี้ กำลังเล็งเป้ามาที่ผมแต่เพียงผู้เดียว และเริ่มระดมยิงไม่ยั้ง ผมโยนระเบิดใส่หลุมที่ตัวเองทำขึ้น จากการซักหมัดลงไปเมื่อครู่ก่อหน้า และกระโดดหลบการโจมตีเหล่านั้น แม้จะแข็งแกร่งขึ้น ว่องไวขึ้น แต่ก็เป็นการยากที่จะหลบลำกล้องปืนนับสิบที่เล็กกระสุนมาทางผม

กริ๊ก

ตูมมมมมมม

ผมกดตัวส่งสัญญาณ ระเบิดที่โยนไว้ทำงานของมันได้ดีเยี่ยม เกราะโปร่งใสที่ห่อหุ้มยานหาหนะนั้นพังทลายลงมาแล้ว เหล่าสมุนของลาซาลัสรีบมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อปกป้องเจ้านายที่กำลังซ่อนตัวอย่างขี้ขลาดอยู่ในนั้น

“หึ... หึๆๆๆๆ ไม่เลว ไม่เลวเลย แข็งแกร่งจนผมตะลึงไปเลยล่ะ เจ้าหนูไทป์เอส คงเป็นเธอสินะ”




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #434 kimurakung (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 13:16
    ไกเซอร์ รู้ตัวแล้วนายซะแล้วเซวิล .. จะรอดมั้ย
    #434
    0
  2. #429 xzerox2 (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 10:29
    วู้ดราม่าแท้ 555 อยากรู้จังจะสู้ไหวไหม เพราะยังเตรียมพร้อมอะไรไม่ได้มากเลย
    #429
    0
  3. #426 my-kimberly (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 02:54
    ไอ่หยา
    #426
    0