THE GALAXIA

ตอนที่ 56 : Battlefield

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 540
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    6 มิ.ย. 59




 

                ในห้องอาหารที่ถูกจัดให้เป็นห้องประชุม ผู้คนพากันมารวมตัวมากมาย ทั้งคนที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน และพวกที่มากับยานอพยพอย่างผม พวกลูกครึ่งต่างดาวแบบทาราลันก็มีไม่น้อย ผม โซระ สครีมเมอร์ และทาราลันนั่งอยู่แถวเดียวกัน รอฟังเรื่องที่ผู้คนส่วนใหญ่ในที่นี้ยังไม่รู้

“สวัสดีทุกท่าน ฉันคือดร.จูดิธ เบนไคเซอร์ เป็นนักวิทยาศาสตร์หนึ่งในทีมวิจัยพิเศษทางด้านพันธุกรรม หนึ่งในผู้ที่สร้างพวกคุณขึ้นมา หลายคนคงจะระแคะระคายเรื่องของตัวเองกันมาบ้างแล้ว วันนี้ฉันจะพูดให้กระจ่างชัดทุกถ้อยคำ เพราะพวกคุณทุกคนกำลังตกอยู่ในอันตรายอันใหญ่หลวง จากคนที่อยู่ข้างนอกนั่น ซึ่งตอนนี้กำลังพยายามเข้ามายังฐานลับแห่งนี้”

เสียงพูดคุยด้วยความสงสัยหยุดลง เมื่อแม่ของผมเดินออกมาพูดเบื้องหน้าทุกคน

“พวกคุณคือคนพิเศษ ข้อนี้เชื่อว่าทุกคนคงรู้ดี พวกคุณไม่เหมือนใคร คุณแข็งแรงกว่า ว่องไวกว่า หูดีตาดีกว่า หรือบางคนอาจมีสัมผัสพิเศษด้วยซ้ำ สิ่งเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แต่เกิดขึ้นจากการทดลองทางด้านพันธุกรรม พูดให้เข้าใจง่ายๆคือ พวกคุณล้วนเคยถูกนำตัวมาทดลองด้านพันธุกรรมเมื่อครั้งยังเป็นทารก”

เงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนที่จะมีเสียงอื้ออึงขึ้นอีกครั้ง มันยากจะเชื่อว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับคนหมู่มากจำนวนเกือบร้อยในที่นี้

“ล้อเล่นอะไรกันเนี่ย รีบส่งพวกเรากลับไปเวิลด์แลนด์ซิตี้ได้แล้ว!

“นี่คือการทดสอบของหน่วงงานไหนหรือคะ?”

“ล้อเล่นแรงไปแล้วนะ!!

“มันยากที่จะยอมรับ ฉันเข้าใจพวกคุณดี อยู่ๆชีวิตที่กำลังจะได้เริ่มต้นใหม่ในโลกใบใหม่กลับพลิกผัน แต่พวกคุณต้องรับรู้และเข้าใจ ว่าการมีอยู่ของพวกคุณในยามนี้ จะทำให้พวกคุณต้องเจอกับเรื่องอันตราย ไกเซอร์ ลาซาลัสกำลังตามล่าตัวพวกคุณทุกคนอยู่ รวมถึงพวกเราทีมวิจัยด้วย”

สีหน้าของทุกคนเริ่มแปลกไป หลายหลายยากจะคาดเดาว่าพวกเขากำลังคิดอะไรกันอยู่ แต่เท่าที่รู้ พวกเขากำลังไม่พอใจ

“ก่อนหน้าที่พวกคุณจะเกิด พวกเราได้รับคำสั่งจากทางรัฐบาลโลก และชายที่ชื่อว่าไกเซอร์ ลาซาลัส ให้ทำการทดลองสร้างวัคซีน เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานให้กับมนุษย์ แต่ไม่แค่นั้น คำสั่งลับของเจ้าของเงินทุนก็คือ การพัฒนาสายพันธุ์ ตัดแต่งพันธุกรรมมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตบนเซคันด์เอิร์ธ โดยใช้ทารกแรกเกิดเป็นตัวทดลอง”

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน พาพวกเรามาเพื่อฟังเรื่องแต่งงี่เง่านี่หรือไง!

“ใช่ พอสักที ส่งตัวพวกเรากลับไปได้แล้ว”

“ถ้าส่งกลับไป ก็เท่ากับส่งไปตาย ไกเซอร์ ลาซาลัสต้องการเลือดและดีเอ็นเอของพวกคุณ เขาจะฆ่าพวกคุณอย่างไม่ปราณี เพื่อผลประโยชน์ของตัวเขาเอง”

“เลิกแต่งเรื่องได้แล้ว คนดีๆอย่างคุณลาซาลัสจะทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง เขาเป็นทั้งผู้ออกทุนในการสำรวจอวกาศ สร้างยานอพยพ พาพวกเรามาจนถึงโลกใบใหม่ คนดีๆแบบนั้น จะทำเรื่องชั่วๆแบบนั้นได้ยังไง ไม่มีทางหรอก”

“อย่าให้ใบหน้านักบุญนั่นหลอกเอาสิ พวกเราเองก็เคยโดนใบหน้านั้นหลอกลวง จึงยอมทำการชั่วร้ายพรากชีวิตมากมายทั้งของมนุษย์ และสายพันธุ์ต่างดาวบนเซคันด์เอิร์ธไปมากมาย เพียงเพราะคิดว่า ยุคใหม่ของมนุษย์จะต้องรุ่งเรือง มนุษย์จะแข็งแกร่งขึ้น แต่จริงๆแล้วการทดลองทั้งหมด ยังประโยชน์แก่คนผู้เดียวเท่านั้น คนที่ต้องการความแข็งแกร่ง และความเยาวัยไปตลอดกาล โดยไม่ต้องการแบ่งปันผู้ใดทั้งสิ้น คนที่ยอมทุ่มเททรัพย์สินเพื่อผู้อื่นอย่างมหาศาลโดยไม่คิดเสียดายคนนั้น คนที่พวกคุณเทิดทูนนับถือคนนั้นนั่นแหละ คือคนที่ลงทุนหวังผลกำไร หว่านพืชหวังผลยิ่งกว่าผู้ใด!!

ผั่วะ!

แก้วน้ำใบหนึ่งถูกขว้างใส่ในหน้าของแม่ผม คนที่ขว้างลุกขึ้นยืน สีหน้าเอาเรื่อง

“พูดพล่ามอะไร ถ้าผู้ชายคนนั้นเป็นคนเลว พวกคุณก็ไม่ต่างอะไรกันไม่ใช่หรือไง พวกคุณยอมทำตามคำสั่งเขา เอาพวกเราที่เป็นทารกมาทำการทดลอง ถ้าอย่างนั้นพวกคุณมันก็ชั่วช้าไม่ต่างกัน บางทีนี่อาจเป็นการจัดฉาก จัวพวกเรามาเชือดใช่ไหมล่ะ”

ความหวาดระแวงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกคนเริ่มส่งเสียงดัง พยายามจะฝ่าออกไปจากห้องประชุม บ้างโกรธเกรี้ยว บ้างหวาดกลัว เกิดความโกลาหล จนพวกเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่น้อยนิดต้องเข้าห้ามปราม

“แม่ครับ”

ผมกับเพื่อนๆเดินไปหาแม่ ที่กำลังเช็ดเลือดออกจากหน้าผาก

“เซวิล เซเฟอร์ล่ะ”

เธอถามโดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตัวเองเลยสักนิด

“อยู่นี่ครับแม่ แต่ว่าแบบนี้ก็แย่น่ะสิ พวกนั้นไม่เชื่อเราเลย ปล่อยให้ออกไปตายให้หมดเลยไหมจะได้หมดเรื่อง”

เซเฟอร์พูด สีหน้าออกจะหยามเหยียดกลุ่มคนที่พยายามจะหนีออกไปจากห้องประชุม ผมไม่โทษเขาหรอก เพราะพอจะรู้มาบ้างว่า เขาต้องต่อสู้ลำพังกับความเจ็บปวดแสนสาหัส จากการแพ้แสงแดดอย่างรุนแรง แม้แต่ไอร้อนบางเบาของมัน ก็ทำให้เขาเจ็บปวดทรมาน จนต้องอยู่แต่ในห้องมืดๆมาตั้งแต่เด็ก

“ไม่ได้หรอกลูก พวกเขาทุกคนล้วนเป็นผู้เคราะห์ร้าย อาจจะไม่มีใครต้องเจ็บปวดทรมานเท่าลูกนะเซเฟอร์ แต่พวกเขาก็ยังเป็นผู้เคราะห์ร้ายจากการวิจัย และควรได้รับการปกป้อง  ชีวิตของพวกเขามีค่าโดยเฉพาะกับพ่อแม่ของพวกเขา หากเราโค่นไกเซอร์ ลาซาลัสได้ ทุกคนก็จะมีอิสระ ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆอีกต่อไป คนที่จะปกป้องพวกเขาได้ มีแต่พวกเรา และตัวพวกเขาเองเท่านั้น ถ้ารวมใจสู้กันไม่ได้ ชะตากรรมของพวกเราก็คือความตาย หรืออาจร้ายยิ่งกว่านั้น...”

ผมรู้ความหมายของคำว่าร้ายยิ่งกว่านั้นดี เราจะกลายเป็นหนูทดลอง ถูกรีดเลือดและดีเอ็นเอซ้ำแล้วซ้ำอีก และตายไปอย่างทุกข์ทรมาน ผมไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้น ผมที่เคยมีแค่น้าเจดา ตอนนี้กลับมีพ่อ แม่ และน้องชายเพิ่มมา พวกเขาอยู่ต่อหน้าของผม จับต้องได้ ผมไม่มีวันยอมสูญเสียพวกเขาไปอีกแน่

“ออกไปจากที่นี่แล้วยังไง”

ผมถามขึ้นเสียงดัง จนทุกคนที่กำลังพยายามหนีออกไปหันมามอง สีหน้าหลากหลาย ทั้งแปลกใจ สับสน แต่ก็ยอมหยุดฟัง

“นั่นมันเซวิลนี่ แล้วนั่นก็สครีมเมอร์!!

หนึ่งในพวกเขาอุทานขึ้นอย่างตื่นเต้น พวกเขาจำผมกับสครีมเมอร์ได้ แน่นอนว่าต้องจำศึกของผมกับสครีมเมอร์ในดิอารีน่าได้แน่นอน การเป็นคนดังมันเอามาใช้แบบนี้ได้สินะ เรียกความสนใจจากคนอื่นให้หยุดฟังตัวเองได้

“ผมเองก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกนำตัวมาทดลองตั้งแต่ยังเป็นทารก ทั้งผมและน้องชายฝาแฝดของผม”

ผมดึงไหล่เซเฟอร์มากอดไว้ ด้วยใบหน้าที่เหมือนกันราวกับแกะ พวกเขาจึงส่งเสียงฮือฮาขึ้นเบาๆ

“ความสามารถของผมตื่นขึ้น ตอนที่ฝึกฝนอยู่ในดิกาแล็กเซีย ตั้งแต่เด็กจนโต น้าสาวที่เคยเลี้ยงดูผม บอกผมเสมอว่าผมเป็นคนพิเศษ ไม่ยอมให้ผมไปหาหมอ แม้ว่าจะเจ็บป่วยเล็กน้อยหรือร้ายแรงขนาดไหนก็ตาม ตอนเด็กเธอมักฉีดยาตัวหนึ่งให้ผมอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั้งอายุครบ 12 เมื่ออาการแพ้ต่างๆหายไปจนหมด”

ดูเหมือนทุกคนกำลังนึกทบทวนเรื่องสมัยเด็กของตัวเองอยู่เช่นกัน และใบหน้าตื่นตกใจพวกนั้น ทำให้ผมเดาได้ว่าพวกเขาคงมีประสบการณ์วัยเด็กไม่ต่างจากผมนัก

“ยานั่นต้องฉีดทุกเดือนใช่ไหม?”

ผมพยักหน้า

“พออาการเจ็บปวด และภูมิแพ้ต่างๆหายใปก็ไม่ต้องฉีดอีก?”

“ใช่”

“แต่ว่า...”

คนที่กำลังพูดแบมือ แสดงบางอย่างที่วางอยู่ในฝ่ามือของเขาให้เราดู มันเป็นหลอดแก้วขนาดเท่านิ้วมือ มีของเหลวสีเขียวใสบรรจุอยู่ ตรงปลายทั้งสองด้านนั้น ด้านหนึ่งมีปุ่มสำหรับกดเข็ม ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ด้านในของหลอดแก้ว ราวกับเป็นแกนกลาง อีกด้านคือจุดปล่อยเข็ม

“วัคซีนไทป์เอ”

แม่พูดขึ้นเบาๆ

“ฉันยังต้องฉีดมันอยู่จนถึงทุกวันนี้ เพราะว่าถ้าไม่ฉีด ร่างกายของฉันจะอ่อนแรง และเจ็บปวดตามข้อต่ออย่างรุนแรง”

เขาพูดขึ้นด้วยสีหน้าเป็นทุกข์

“วัคซีนที่มีกำลังจะหมด และถ้ามันหมด ฉันคงต้องตายแน่ๆ”

“ใครที่ยังต้องใช้วัคซีนเหมือนกับเขาอยู่อีกบ้าง”

แม่ของผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง มีสองสามคนที่ลังเลแต่ก็ยกมือขึ้น

“นั่นเรียกว่าภาวะต่อต้าน จนกลายเป็นภาวะแพ้ระยะยาว ภาวะเดียวกับเซเฟอร์ ดีเอ็นเอที่ได้รับ มีที่ไม่สามารถเข้ากันได้มากจนเกินไป ความพยายามในการรวมตัว ทำให้เกิดภาวะต่อต้านในร่างกายขึ้น ไม่ต้องห่วงนะพวกเราจะช่วยพวกคุณแน่นอน ฐานนี้มีห้องแลปและอุกปรณ์พร้อมที่จะช่วยพวกคุณ คนที่ยังคงมีภาวะต่อต้าน แต่ตอนนี้เรากำลังถูกโจมตีจากคนของไกเซอร์ ลาซาลัส ไม่นานพวกเขาต้องฝ่าฝูงมอนสเตอร์โหด เข้ามาจนถึงฐานของเราแน่ เราจำเป็นต้องสู้นะเด็กๆ เพื่อความอยู่รอด เพื่ออิสระ และเพื่อครอบครัวที่รอคอยพวกคุณอยู่”

“ครอบครัว?”

หลายคนมีสีหน้าตื่นตะลึง นั่นสินะ ตอนแรกผมเองก็คิดว่ามีเพียงหน้าเจดาคนเดียวเท่านั้นที่เป็นครอบครัว แต่ว่าสุดท้ายแล้วก็ได้เจอทั้งพ่อ แม่ และน้องชายฝาแฝด คนพวกนั้นเองก็คงมี พ่อแม่ที่ไม่รู้ว่าพวกเขายังคงมีชีวิตอยู่ พ่อแม่ที่ไม่ได้รอพวกเขากลับไป แต่นั่นเพราะไม่รู้ แล้วถ้ารู้ล่ะ การได้เจอหน้ากันอีกครั้งจะน่าดีใจสักแค่ไหน

“พ่อแม่ของพวกคุณ พวกเขาอาศัยอยู่ในเวิลด์แลนด์ซิตี้ แม้จะยังไม่รู้เรื่องที่พวกคุณยังมีชีวิตอยู่ก็เถอะ แต่ว่าเราดำเนินการแล้วล่ะนะ ถ้าเข้าทางพวกเขา จะมีกองกำลังที่มาช่วยปกป้องพวกเราเพิ่มขึ้นแน่ ขอเพียงยืนหยัดสู้จนกว่าจะถึงตอนนั้น จะต้องได้เจอหน้ากันอีกอย่างแน่นอน”

“มาช่วยกันเถอะ ขอเพียงทำให้ไกเซอร์ ลาซาลัสเลิกยุ่งกับพวกเราได้ เราก็จะได้กลับไปอยู่กับครอบครัวอีกครั้ง”

ผมพูดปลุกปลอบพวกเขาอีกครั้ง หลายคนเริ่มคล้อยตาม หลายคนต้องการเวลาขบคิด แต่ส่วนใหญ่ก็เริ่มเอนเอียงมาทางพวกเราบ้างแล้ว

“ผมจะช่วยด้วย ถึงผมจะเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาก็เถอะ แต่ผมจะช่วย”

โซระพูดขึ้นพร้อมกับแตะลงบนบ่าผม ราวกับจะให้คำมั่นสัญญา

“ผมก็จะช่วยแล้วกัน ยังไงซะชีวิตของผมก็ยังไม่ปลอดภัย จนกว่าลาซาลัสจะพ่ายแพ้นี่นะ”

สครีมเมอร์เดินเข้ามาสมทบ

“ข้าก็จะช่วย”

ทาราลันส่งยิ้มมาให้ผม ประกายเด็ดเดี่ยวในดวงตา ไม่ต่างจากที่เคยเห็นเมื่อครั้งยังอยู่ในโลกจำลองดิกาแล็กเซียเลยแม้แต่น้อย

“ผมเองก็จะสู้ จะแก้แค้นเจ้าพวกนั้น ที่ทำให้ผมต้องมีสภาพแบบนี้”

“เซเฟอร์”

ผมยิ้มให้กับน้องชายฝาแฝด เขาเองก็ส่งยิ้มกลับมา ราวกับไม่ต้องพูดจาออกมา เราก็เข้าใจกันและกันได้เป็นอย่างดี

“แย่แล้ว พวกนั้นฝ่าเข้ามาได้ครึ่งทางแล้ว!!

ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามารายงานหน้าตาตื่น

“อะไรกัน เร็วเกินไปแล้ว พวกนั้นไม่น่าฝ่ามอนสเตอร์ในแบล็กพิตต์เข้ามาได้ง่ายๆนี่นา”

พ่อของผมพูดขึ้น ท่าทางเครียดเขม็ง เขาเดินออกไปจากห้องประชุมพร้อมกับพ่อของทาราลัน

“พวกมันใช้อาวุธหนัก ไม่สนว่าจะถูกรัฐบาลโลกตรวจเจอด้วย แบล็กพิตต์ตอนนี้กลายเป็นสนามรบเต็มรูปแบบไปแล้ว ถ้าไม่ออกไปต้านไว้ รอจนมันบุกมาถึงฐานละก็ พวกเรามีหวังตายกันหมดแน่!!

“ไม่ได้ เด็กๆยังไม่พร้อม”

แม่ของผมโพล่งออกมาด้วยความเป็นห่วง ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวยังไม่มีเลย จะมีหวังไปชนะศัตรูที่เป็นนักฆ่ามืออาชีพได้อย่างไรกัน

“พร้อมไม่พร้อม ก็รอไม่ได้อีกแล้ว นี่เป็นการต่อสู้สุดท้าย ที่เดิมพันด้วยความอยู่รอดของพวกเราทุกคนนะจูดิธ พวกเนนีร่าก็ออกไปเตรียมอาวุธสู้กันแล้วด้วย”

“แต่ว่า...”

“แม่ครับ พวกเราถูกเตรียมพร้อมมาตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้วนะครับอย่าลืม นี่ก็แค่สมรภูมิจริงครั้งแรกเท่านั้นเอง ยังไงซะ ถึงไม่สู้เราก็ต้องตายกันอยู่ดี ถ้างั้นมาสู้ให้ถึงที่สุดเถอะ ก่อนหน้านั้น ผมยังไม่รู้เลยว่ามีพ่อกับแม่แม้แต่น้องชายอยู่บนโลกนี้ด้วย ผมอยากปกป้องช่วงเวลานี้ไว้ครับ จะทำทุกทาง เพื่อจะได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวอีกครั้ง และก็ เพื่อเพื่อนที่เชื่อใจผม”

โซระพยักหน้าให้ผม สครีมเมอร์หัวเราะเบาๆ ทาราลันยิ้มกว้าง เซเฟอร์กระโดดกอดดผมจากทางด้านหลัง ทั้งหมดนี้ มันทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นในหัวใจเหลือเกิน

“ลูกของแม่ โตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ”

เธอโผเข้ามากอดผมและเซเฟอร์ไว้ จากนั้นก็ดึงโซระ ทาราลัน และสครีมเมอร์เข้ามากอดด้วย

“อนาคตอยู่ในมือของพวกเธอแล้ว ลูกๆเอ๋ย สู้เพื่ออนาคตของพวกเธอเถิดนะ”

น้ำตาแห่งความยินดีร่วงเผาะลงจากดวงตา คำพูดฝากฝังนั้นไม่ได้พูดเพื่อใครอื่น แต่เป็นอนาคตของพวกเราเองนับจากนี้

เรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อผมกับกลุ่มเพื่อนเดินออกมาจากห้องประชุม คนอื่นๆกลับเดินตามมา สีหน้าแววตาดูมุ่งมัน ไม่มีความขลาดกลัว หรือสับสนอีกต่อไป นั่นสินะ... อนาคตของเขา ถ้าเราไม่สู้เพื่อมัน แล้วใครจะทำล่ะ

“ทางนี้ ตรงไปคลังอาวุธเลย เรามีอาวุธเจ๋งๆและชุดเกราะดีๆให้พวกเธอ เลือกไปใช้ได้ตามสบาย”

พวกเราถูกนำทางไปยังคลังอาวุธ ที่นั่นกว้างขวาง มีอาวุธทำลายล้างสูง และเกราะดีๆอยู่มากมาย ทุกคนเลือกอาวุธตามความถนัดของตัวเอง โซระเลือกดาบคู่ มันเป็นดาบที่มีใบมีดเป็นคริสตัลสีฟ้าใส มีออร่าจางๆรอบใบดาบ สครีมเมอร์เลือกสวมเกราะเต็มตัว ปิดหมดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า และติดตั้งอาวุธที่สามารถติดตั้งบนเกราะได้ทั้งหมด สุดท้ายก็เอาปืนกลหนักมาถือไว้ และเหน็บดาบเลเซอร์ไว้ด้านหลัง

ทาราลัน ผมเพิ่งเคยเห็นเธอสวมเกราะเป็นครั้งแรก เกราะที่เธอเลือกมีโหมดพรางตัว เหมาะกับการซุ่มโจมตีในแบบที่เธอถนัด อาวุธที่เธอเลือกใช้มีทั้งระเบิดหลอมละลาย ธนูเลเซอร์ มีดขว้าง และอีกหลายอย่างที่ผมยังไม่รู้จัก ขณะที่โซระกำลังง่วนอยู่กับการเลือกอาวุธเพิ่มเติม ผมก็เดินมาเลือกเกราะให้ตัวเองบ้าง

“สนใจแบบไหนหรือคะนายน้อย”

“นิมพ์”

เธอโผล่มายืนข้างๆโดยที่ผมไม่รู้สึกตัวเลย

“นั่นสินะ ผมไม่รู้เลยว่าควรเลือกเกราะแบบไหนถึงจะเหมาะ”

ผมตอบตามตรง ถึงทำตัวฮึกเหิมต่อหน้าคนอื่นๆ แต่จริงๆแล้วก็ยังอดหวาดหวั่นกับความตายไม่ได้ เพราะถ้าหากตายในศึกครั้งนี้ ผมจะต้องตายไปตลอดกาล ตายทั้งๆที่ยังมีคนให้คิดถึง ให้กลับไปหา ให้ปรับความเข้าใจ ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำ

“เป็นฝาแฝด ลองใส่เกราะแบบเดียวกับนายน้อยเซเฟอร์ดีไหมคะ ฉันคิดว่าถ้านายน้อยเซวิลใส่จะต้องดูดีมากแน่ๆ”

นิมพ์ชี้ไปยังคนๆหนึ่ง ที่สวมใส่เกราะสีดำแบบเต็มตัว ช่วงอกเป็นสีเงิน ดูแล้วเหมือนหุ่นรบไม่มีผิด แต่พอเขาถอดหมวกออก ผมก็จำได้ทันที

“ไง ผมเตรียมเกราะให้พี่แล้ว เจ๋งกว่าของที่ได้จากกองทัพแน่ เพราะพ่อเป็นคนสร้างเองกับมือ”

เซเฟอร์ยิ้มร่า จูงมือผมไปยังตู้เก็บของ เขาเปิดให้ผมดูสิ่งที่เก็บไว้ข้างใน มันเป็นเกราะเต็มตัวสีดำด้าน  แม้จะไม่หนาเทอะทะ แต่กลับดูแข็งแรงทนทาน

“สวยมาก...”

ผมเหม่อมองตาลอย ตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยเห็นเกราะสวยแบบนี้มาก่อน แม้แต่พวกคนในกองทัพ หรือในหน่วยเรนเจอร์เองก็ตาม

“แล้วก็นี่ อาวุธที่พี่ถนัดมือที่สุด เชนกัน เวอร์ชั่นพ่อประดิษฐิ์”

ผมอดหัวเราะกับคำพูดแนะนำของน้องชายฝาแฝดไม่ได้

“งั้นสวมเลยนะ”

“ได้ อ้อเซลล์กระสุนมีหลายแบบเลยนะพี่ชาย แถมเชนกันนั้นเป็นออโต้กัน สองกระบอกใส่กระสุนคนละชนิด คงสนุกดีไม่น้อย”

พูดจบเซเฟอร์ก็เดินจากไป เพื่อเลือกดูอาวุธที่เขาชอบใจต่อ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #458 yoshiza (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 21:13
    นึกถึง x men 55555
    #458
    0
  2. #433 kimurakung (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 13:08
    งานนี้คงมีหลายคนที่ต้องจบชีวิต .. แต่ยังไงก็ต้องสู้
    #433
    0
  3. #428 uาeต้uไม้ (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 21:53
    มันแน่นอนนน
    #428
    0