THE GALAXIA

ตอนที่ 51 : Nymp & Zapher

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 687
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    29 พ.ค. 59




 

บลู วู้ด

 

“ทำไมเราต้องมาที่นี่กันด้วยล่ะ?”

เสียงของชายหนุ่มเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน แต่ถึงอย่างนั้นผู้ที่ถูกถาม ก็ยังสามารถตอบคำถามอันเบาหวิวนั้นของเขาได้

 

“คนที่คุณควรจะต้องพบเขาอยู่ที่นี่ยังไงล่ะนายน้อยเซเฟอร์”

เสียงของหญิงสาวที่ฟังดูห้วนห้าว แต่กลับนุ่มนวลตอบ

 

“บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกผมว่าอย่างนั้น อีกอย่าง ถ้าจะจับผมกลับไปนั่งๆนอนๆ ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกละก็ผมไม่ยอมแน่!

ชายหนุ่มในชุดคลุมปกปิดอวัยวะทุกส่วนของร่างกายจนมิดชิดพูดเสียงดุ แต่มันก็ดูจะไม่มีพลังเลยเลยสักนิดเดียว

 

“หึๆๆ ไม่หรอกค่ะ คิดว่าสองปีที่ผ่านมา ฉันอยู่ข้างๆเพื่อฝึกฝนคุณไปเพื่ออะไรกันล่ะ?”

หญิงสาวตอบ ท่าทางของเธอดูปราดเปรียว ทะมัดทะแมง แถมยังมีความงามราวกับเทพีในเทพนิยาย

 

“ผมอยากเจอพี่ชายของผม ถ้าเป็นคนอื่นละก็ไม่เอา”

ชายหนุ่มตอบอย่างดื้อดึง

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เขากำลังจะมาถึงในเร็วๆนี้แล้ว แต่ก่อนหน้านั้นเราต้องไปพบกับคนบางคน ไม่สิหลายคนอยู่ จากนั้นเราจะรอคอยการมาถึงของพี่ชายคุณด้วยกัน”

หญิงสาวตอบอย่างอ่อนโยน

 

“งั้นหรอ... ผมหวังว่าเขาจะมาถึงตอนกลางคืนนะ ผมไม่อยากเจอเขาครั้งแรกในสภาพนี้เลย”

ชายหนุ่มพูดเสียงสลด พร้อมกับก้มดูสภาพของตัวเองอย่างหดหู่ใจ

 

“นายน้อยเซเฟอร์ คนที่เราจะไปพบนั้นเขาเตรียมของขวัญที่คุณจะต้องชอบใจเอามากๆไว้ให้ด้วยนะ ของที่จะทำออกให้คุณออกมาเดินท่ามกลางแสงแดดได้โดยไม่ต้องเจ็บปวดอีกต่อไปนั่นน่ะ”

 

คำพูดนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาในทันที มันจะดีแค่ไหนกัน ถ้าเขาสามารถใช้ชีวิตได้ปกติธรรมดาเหมือนคนอื่นๆ ไม่ต้องเป็นภาระให้ใครคอยมาดูแล ทั้งเนนีร่าและก็เธอคนนี้ แม้ว่าสองปีที่ผ่านมาเขาจะสามารถทำอะไรได้มากขึ้น รวมถึงการต่อสู้และการสังหาร

 

จริงอยู่ว่าเขาเติบโตมากับเนนีร่า และเธอก็รักทะนุถนอมเขาราวกับไข่ในหิน เขารู้ว่าเธอรักและเป็นห่วงเขามากแค่ไหน แต่เขาไม่อยากจะกลายเป็นภาระของเธอไปจนตลอดชีวิต  และเขาไม่ต้องการอย่างนั้น ไม่อยากกลายเป็นภาระ ไม่อยากอยู่และตายไปโดยไม่ได้เห็นโลกกว้าง ไม่ได้เจอกับคนที่อยากเจอมาตลอดชีวิต นั่นก็คือพี่ชายฝาแฝดของเขา

 

“พูดจริงๆเหรอนิมพ์ คนที่เธอจะพาผมไปพบน่ะ มีสิ่งนั้นจริงๆน่ะเหรอ”

น้ำเสียงของเซเฟอร์ดูมีชีวิตชีวา และมีความหวังขึ้นมาอย่างแรงกล้า ถ้ามีของแบบนั้นอยู่จริงละก็ ชีวิตอิสระก็ไม่ใช่แค่ฝันแน่นอน

 

“ค่ะ ไปกันเถอะ ป่านนี้พวกเขาคงกระวนกระวายใจแย่แล้ว”

นิมพ์ยิ้มบางให้กับอาหารตื่นเต้นของเซเฟอร์

 

“แต่ว่าแบล็คไนท์กับโลงนี่จะเอาเข้าไปด้วยได้หรือเปล่าล่ะ?”

เซเฟอร์ชะงักเท้าเมื่อคิดถึงเรื่องสัตว์ขี่ของตัวเอง

 

“ที่นั่นกว้างพอสำหรับทุกคนค่ะ นายน้อยเซเฟอร์”

หญิงสาวกล่าวรับรอง ชายหนุ่มจึงวางใจและเดินตามเธอไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ก็คนที่เขากำลังจะไปพบหลังจากที่หนีมาจากการดูแลของเนนีร่า ก็คือพ่อแม่ที่แท้จริงของเขา ที่ซ่อนตัวจากการตามล่าของชายที่มีชื่อว่าไกเซอร์ ลาซาลัส เท่าที่เซเฟอร์รู้มา ชายคนนั้นกำลังตามล่าคนที่เหมือนกับเขาอีกหลายคน ที่สำคัญกว่านั้นก็คือผู้สร้างคนที่เหมือนกับเขา หนึ่งในนั้นคือแม่ของเขาเอง ส่วนพ่อนั้นเป็นนักวิศวพันธุกรรมที่ยอดเยี่ยม ที่สามารถสร้างจีนอยด์ที่มีความสามารถสูง และใกล้เคียงกับมนุษย์เป็นอย่างมากอย่างนิมพ์ขึ้นมาได้

 

“นี่นิมพ์ พี่ชายของผมน่ะ เขาจะเป็นคนยังไงนะ ได้ยินว่าเขาถูกส่งไปเลี้ยงยังโลกที่ห่างไกลจากเซคันด์เอิร์ธมาก เขาคงเป็นคนที่เท่มากสินะ ต้องใช่แน่ๆ ก็เนนีร่าเคยเจอเขามาแล้วนี่นา เขาแข็งแกร่ง ไม่ได้อ่อนแอเหมือนกับผมนี่นา”

เซเฟอร์จินตนาการถึงพี่ชายที่มีหน้าตาเหมือนกับเขา แต่แข็งแกร่งกว่า และไม่กลัวแสงอาทิตย์อันร้อนแรงเหมือนอย่างเขา และรู้สึกตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไว้ไม่อยู่ เมื่อคิดว่าในอีกไม่ช้าก็จะได้เจอกันแล้ว

 

อูริเอล

 

“ฟังให้ดีเจ้าพวกหน้าใหม่ทั้งหลาย ต่อไปนี้คือของจริง เรากำลังจะขึ้นยานลำเลียงเพื่อเดินทางไปยังเซคันด์เอิร์ธ มุ่งสู่เมืองหลวงของพวกเรา เวิลด์แลนด์ซิตี้ ยานลำเลียงหนึ่งลำ จุผู้โดยสารได้ทั้งหมดหนึ่งพันคน ได้ยินแล้วให้แสกนบัตรของตัวเองกับเจ้าหน้าที่เพื่อดูว่าตัวเองต้องไปขึ้นยานลำเลียงลำไหน”

 

เสียงเจ้าหน้าที่ร้องบอกกับทุกคนที่มาออกันอยู่ตรงทางเข้าเซ็กเตอร์ซีโร่ สำหรับผม ทเวน และโซระคงไม่ต้องสืบให้ยุ่งยาก เพราะพวกเราไปเข้าแถวรับตั๋วๆกันเป็นกลุ่มสุดท้าย เพราะงั้นต้องได้ขึ้นยานลำสุดท้ายแน่นอน

 

“โซระ นี่นายพกดาบมาจริงๆด้วยนะนี่!

ทเวนถามขึ้นอย่างตกตะลึง เพราะหนึ่งในสัมภาระของซามูไรผมยาวเพื่อนเรารายนี้ พวกดาบญี่ปุ่นมาด้วยถึงสองด้าม  เขาเก็บรักษามันไว้เป็นอย่างดีในห่อผ้าดูหรูหราและเก่าแก่

 

“แน่นอน นี่มันมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษหลายชั่วอายุคนเลยนะ”

โซระพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ตระกูลของเขาคงเป็นตระกูลที่เก่าแก่มาก ถึงได้มีมรดกล้ำค่าอย่างนั้นส่งต่อมาถึงรุ่นลูกหลานอีกหลายชั่วอายุคนแบบนี้ เทียบกันแล้วผมมีมาแค่กระเป๋าเงินแบบๆใบเดียว ส่วนทเวนก็มีเป้ใบเล็กๆกับกีตาร์คู่ใจที่เขาว่าเก็บมาได้ก่อนขึ้นยานอพยพ โซระนั้นนอกจากดาบล้ำค่าแล้ว ก็ยังมีสัมภาระในกระเป๋าเป้สีดำใบใหญ่นั่นด้วย

 

“แล้วไอ้เป้ใบใหญ่นี่นายใส่อะไรมาด้วยล่ะ อย่าบอกนะว่าเป็นอาวุธทั้งหมด”

ผมถามอย่างหวาดๆ ดูท่าแล้วคนชอบการต่อสู้อย่างโซระจะพลาดเอาอาวุธที่ตัวเองชอบมาได้ยังไงกัน เผลอของในกระเป๋าทั้งหมดนั้น อาจจะเป็นอาวุธลับ มีดสั้น ดาวกระจายอะไรพวกนั้นก็ได้

 

“อ๋อไม่หรอก ในกระเป๋านี่ไม่ได้มีอาวุธไปซะทั้งหมดหรอก ยังมีเสื้อผ้า ของสะสมจากบนโลกที่ตัดใจทิ้งไม่ลงอยู่นะ”

 

“ดีจังนะ..”

ผมพูดเสียงเบาหวิวขณะมองดูกระเป๋าเงินใบเก่า แถมยังแบนแต๊ดแต๋ เพราะไม่มีเงินอยู่ในนั้นเลยสักเกรนเดียว

 

“เอาน่า นายไม่ได้อนาถไปกว่าใครในนี้หรอก มีหลายคนที่เก็บสัมภาระไม่ทันเหมือนกับนายนั่นแหละ”

ทเวนพูดปลอบใจ แต่แล้วก็หัวเราะออกมาด้วยความรู้สึกตลก ไม่ว่าจะมองยังไง ทุกคนก็มีสัมภาระติดตัวกันมาทั้งนั้น ไม่ว่าจะน้อยนิดแค่ไหนก็ตาม อย่างน้อยๆก็มีเสื้อผ้ามาใช้เปลี่ยนแม้ว่าจะไม่จำเป็นก็ตาม มีแต่ผมคนเดียวนี่แหละที่มาแต่ตัวของจริง

 

คนที่ถูกแสกนตั๋วแล้ว จะถูกนำทางไปยังยานลำเลียง โดยไม่เรียงลำดับก่อนหลัง เพียงแต่ยานลำที่พวกผมต้องขึ้นนั้นต้องเดินกันไกลกว่าชาวบ้านเขา แต่เราก็ได้เข้ามานั่งรอเป็นพวกแรกๆ เลือกที่นั่งได้ตามสบาย แต่ความจริงแล้วก็มีคนจัดระเบียบที่นั่งให้อยู่นั่นแหละ จะได้ไม่เกิดศึกชิงที่นั่งขึ้น

 

เรื่องสำคัญอีกอย่างที่ผมต้องคิด นั่นคือผมจะปลีกตัวไปพบกับเนนีร่ายังไง แม้ว่าจะได้รับมอบคอมเจ็นมาแล้ว แต่ผมไม่มีข้อมูลติดต่อกับเธอนอกดิกาแล็กเซียเลย  ถ้าหากมันทีเหตุที่ทำให้ผมไปผมเธอไม่ได้จะเป็นยังไง การที่ยังไม่สามารถรับรู้ข่าวสารอะไรได้มากไปกว่านี้ มันทำให้ผมรู้สึกอึดอัดใจจริงๆ

 

“เป็นอะไรของนายน่ะเซวิล ท่าทางกระสับกรส่ายชอบกล?”

โซระถามขึ้น

 

“ก็คงตื่นเต้นนั่นแหละ เหมือนกันทุกคน เซคันด์เอิร์ธอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้วนี่นา”

ทเวนตอบแทนผม

 

“ก็นั่นแหละ เรากำลังจะไปถึงเซคันด์เอิร์ธแล้วนี่นา ผมอยากรู้ว่าพอเราไปถึงเซคันด์เอิร์ธแล้วจะเป็นยังไง จะไปไหนต่อ จะมีที่พักให้พวกเราไหม จะมีอิสระเหมือนอย่างในดิกาแล็กเซียหรือเปล่า ผมรู้สึกสงสัยไปหมดเลยล่ะ”

 

“เอาน่า พอไปถึงก็คงได้รู้เองแหละ อีกอย่างเรื่องที่พักยังไงๆพวกเขาก็ต้องจัดเตรียมไว้ให้แน่ คงไม่ทิ้งให้เราต้องนอนกลางดินกินกลางทรายหรอกเนอะ!

 

“ประโยคสุดท้ายนั่น น้ำเสียงนายดูไม่ค่อยมั่นใจเลยนะโซระ ถ้าที่พักละก็ฉันแน่ใจว่าพวกเขาจะต้องจัดเตรียมไว้ให้แล้วแน่ๆ อีกอย่างเงินรางวัลที่สะสมในบัญชีก็มากอยู่นะ คงไม่ลำบากหรอก ที่สำคัญนโยบายของพวกคนใหญ่คนโต ก็บอกอยู่แล้วว่าพวกเราเป็นทรัพยากรอันมีค่า เพราะงั้นยังไงๆพวกเราก็ไม่มีทางถูกทิ้งขว้างหรอกน่า!

 

ก็จริงอย่างที่ทเวนพูด แต่ที่ผมกังวลไม่ใช่เพราะว่ากลัวจะถูกทางรัฐทิ้งขว้างหรอก แต่เป็นการคุมเข้มจนไม่สามารถปลีกตัวไปไหนเลยต่างหาก ที่จริงผมก็พอจะเดาได้ เช่นเดียวกับทุกคนว่าเมื่อเราไปถึงเซคันด์เอิร์ธแล้ว จะมีอะไรรอคอยอยู่บ้าง ก่อนอื่นก็อาจจะมีพิธีปฐมนิเทศ การกล่าวต้อนรับอะไรพวกนั้น จากนั้นก็อาจจะให้ไปยังที่พักที่จัดเตรียมไว้ให้ หรือไม่ก็ไปรายงานตัวกับหน่วยงานที่เราจะสมัครสอบเพื่อสังกัด ระหว่างรอสอบก็อาจได้ที่พักของหน่วยงานนั้นๆ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงมาตรการเข้าออกอาจจะยิ่งเข้มงวดเข้าไปอีก แค่คิดก็กลุ้มแล้ว

 

“เอาน่า กังวลตอนนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้ที่น่าสนใจน่ะ คือการได้มองดูเซคันด์เอิร์ธและดาวดวงอื่นในระบบสุริยะกรีเธี่ยนนี่ต่างหาก นี่มันนาทีประวัติศาสตร์เลยนะเพื่อน!

 

ทเวนตบไหล่ผมดังป้าบ ส่วนโซระก็หัวเราะเบาๆออกมา เพราะผมหันไปแยกเขี้ยวใส่ทเวน จากนั้นเราก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน แม้ว่าในใจของผมจะยังมีความกังวล เพราะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับพ่อและแม่ ตั้งแต่ตัดการเชื่อมต่อจากดิกาแล็กเซียครั้งล่าสุด แต่ผมควรจะเชื่อใจ เชื่อในตัวพวกท่านที่สามารถรอดพ้นการตามล่าของชายที่ชื่อว่าไกเซอร์ ลาซาลัสมาได้หลายสิบปี เพราะฉะนั้นพวกท่านจะต้องยังปลอดภัยดีแน่ๆ

 

เวิลด์แลนด์ซิตี้

 

ในห้องมืดสลัวแห่งหนึ่ง เงาคนมากมายอยู่หน้าคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง ที่พวกเขากำลังใช้ตรวจสอบบางอย่าง โดยมีชายเผือกคอยเฝ้าดูอยู่

 

“เริ่มโผล่หางออกมาเองแล้วสินะ”

 

“ครับ คงเป็นเพราะเด็กที่เดินทางมากับยานอพยพนั่น พวกเขากำลังจะมาถึงในไม่ช้า ยังไงซะพวกมันก็ต้องเคลื่อนไหวเพื่อชิงตัวเด็กไปแน่”

 

“นั่นสินะ หาตำแหน่งของสัญญาณที่พวกนั้นใช้แฮคระบบหน่วยความจำของดิกาแล็กเซียได้หรือยัง กรั้นจ์”

 

“ยังครับเจ้านาย พวกมันมีเครือข่ายรักษาความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยมมาก ไม่เพียงแต่จะสามารถแฮกค์ระบบของเราได้ แต่ยังสามารถฝังไวรัสเพื่อลบร่องรอยของตัวเองไว้อีกต่างหาก”

กรันจ์ตอบอย่างหัวเสีย

 

“ฉันไม่โทษแกเรื่องนั้นหรอกนะ เพราะรู้อยู่ว่าคนพวกนั้นมันระดับหัวกะทิ ที่ฉันคัดเลือกมาด้วยตัวเอง เอาเถอะพยายามต่อไปแล้วกัน แต่อย่าลืมส่งคนเข้าไปปะปนกับพวกผู้อพยพที่กำลังจะมาถึง ยังไงก็ต้องหาตัวใจเจอ สมบัติล้ำค่าของฉัน”

 

“ครับเจ้านาย เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง เรามีสายอยู่ในยานอพยพทุกลำ ตามสอดส่องมองหาคนที่น่าจะเป็นตัวทดลองของศูนย์วิจัย เมื่อพวกเขามาถึงคงจะได้รับรายงานอะไรที่น่าสนใจมากแน่ๆ”

 

“อย่างนั้นเหรอ คนของแกน่ะ เข้าถึงเด็กๆพวกนั้นได้มากแค่ไหนกัน”

 

“ผมก็ไม่รู้หรอกนะครับ แต่พวกเขาน่ะยังไม่เคยทำให้ผมผิดหวังเลยสักครั้ง สายข่าวของผมน่ะ”

 

“ถ้าแกมั่นใจอย่างนั้นฉันก็จะรอดู บอกคนของแกให้เตรียมพร้อมไว้กรั้นจ์ ฤดูกาลแห่งการล่าได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว หึๆๆๆ”

 

“ครับเจ้านาย”

ชายร่างเผือกเดินออกไปจากห้อมืดนั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แน่นอน นั่นก็เพราะสิ่งที่เขาปรารถนากำลังจะเป็นจริงในไม่ช้านี้ความแข็งแกร่งเหนือสิ่งมีชีวิตอื่น ผู้ปกครองอย่างเบ็ดเสร็จทั้งมนุษย์และเผ่าพันธุ์อื่นบนเซคันด์เอิร์ธ เพื่อการนั้นเขาต้องรวบรวมตัวยา เพื่อสร้างเซลล์อันแข็งแกร่งขึ้นในร่างกายของเขา ยาที่ถูกคิดค้นด้วยเงินทุนของเขา แต่ถูกนำไปซ่อนเอาไว้ไกลจากเขา หลายปีผ่านไปที่เขาเฝ้ารอคอยด้วยความทุกข์ทรมาน

 

“ในที่สุด ในที่สุด หึๆๆๆ”

ชายหนุ่มพูดกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ

 

“ฤดูการล่ากำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ถ้าหากฉันไม่ได้ยาพวกนั้นละก็ ฉันก็จะรีดเลือดไอ้เด็กพวกนั้นออกมาสกัดเป็นตัวยาเอง หึๆๆๆ”

 

“นายท่านคะ ใกล้ได้เวลาให้ยาแล้วค่ะ”

จีนอยด์ในชุดพยาบาลเดินเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางอ่อนน้อม เธอคอยตาเขาทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัว เวลาที่เขาต้องออกมาจากที่พักของตัวเอง

 

“งั้นรึ งั้นก็กลับกันเถอะ วันนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องให้ตื่นเต้นมากไปหน่อย มันไม่ดีสินะ”

 

“ค่ะนายท่าน”

เมื่อเขาจากไป กรั้นจ์ก็เดินออกมาจากห้องนั้น เพื่อติดต่อทีมของเขาผ่านคอมเจ็นด้วยเครือข่ายส่วนตัว สีหน้าของชายผู้เป็นดั่งมือซ้ายและมือขวาของไกเซอร์ ลาซาลัส ชายผู้ชื่นชอบการฆ่าฟัน และการทารุณกรรม กำลังจะได้เริ่มเทศกาลแห่งการล่าและหยดเลือด ไม่สิ มันต้องมากว่าหยดเลือดแน่ หากชายคนนี้เป็นคนเปิดฉาก มันจะกลายเป็นฤดูฝนเลือดต่างหาก

 

“หึ มีเรื่องสนุกๆสักทีนะ หลังจากต้องทำอะไรน่าเบื่อมามากมาย ในที่สุดก็จะได้ฆ่าสักที”

 

“ไม่เอาน่าหัวหน้า คุณฆ่ามาตั้งไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไรแล้วนี่นา ยังจะมาตื่นเต้นอยู่อีกหรือคะ?”

 

“จริงด้วยสิ ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในทีมของหัวหน้ากรันจ์ ผมเองก็ไม่เคยไม่เจอเหตุการณ์นองเลือดอีกเลยนี่นา”

 

“ฮ่ะๆๆ พูดไป จริงๆแล้วตั้งแต่สงครามสงบลง เราก็แทบไม่ได้ฉลองเทศกาลเลือดกันมานานมากแล้วนะ รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเลยล่ะ”

 

“ไม่ต้องห่วงนะหัวหน้า พวกเราพร้อมจัดใหญ่จัดเต็มแน่นอน กลัวอย่างเดียวว่ามันจะไม่ได้จัดใหญ่จัดเต็มอย่างหวังน่ะสิ”

 

“ฮ่ะๆๆๆ พวกแกนี่นะ เตรียมของใหญ่ไว้ได้เลย ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนละก็ เราจะได้ละเลเลือดกันจนสะใจอีกครั้งแน่นอน”

 

การสนทนาจบลง กรั้นจ์ยิ้มกว้างด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียม

 

อีกครั้ง จะได้อาละวาดอย่างสะใจอีกครั้งอย่างนั้นหรือ เหมือนกับเมื่อตอนนั้น เมื่อตอนสงครามชิงพื้นที่บนดวงดาวแห่งนี้ อะดรีนาลีนในกายชายร่างใหญ่ที่ไม่รู้อายุแน่ชัด กำลังหลั่งออกมาเพียงแค่เขาคิดถึงการต่อสู้นองเลือดครั้งนั้น และมันก็อาจจะเกิดขึ้นอีกในไม่ช้านี้ แน่นอน

 

 เข้ามาพูดคุย ติชมกันได้ที่ https://th-th.facebook.com/BWkitten 

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #413 my-kimberly (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 08:25
    ฤดูกาลแห่งการล่า
    เซวิล แกเป็นนกเป็ดน้ำเรอะ!
    #413
    0
  2. #402 kimurakung (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 23:07
    สยอง เซวิลจะรอดมั้ย
    #402
    0