THE GALAXIA

ตอนที่ 5 : Secret Mission

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,841
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    25 ธ.ค. 57


 

 

คอมเจ็นของทั้งสองหนุ่มปรากฏหน้าจอที่ต้องเข้ารหัส เรนเจอร์หนุ่มยิ้มอย่างพึงพอใจ ในขณะที่ผมกับทเวนมองหน้ากันด้วยความงุนงง เพราะไม่รู้ว่าต้องใส่อะไรลงไปในช่องนั้น

“ทีนี้ เห็นช่องใส่รหัสสี่หลักสินะ นี่คือจุดเด่นของซีเคร็ท มิชชั่น คนที่ยื่นมิชชั่นกับคนที่รับมิชชั่นเท่านั้นที่จะรู้รหัส นั่นหมายถึง ไม่มีใครเข้าถึงมิชชั่นนั้นได้ คราวนี้ฉันจะพูดคีย์เวิร์ดที่เจาะจงมากขึ้น บอกชื่อของนายสองคนมาสิ”

เรนเจอร์หนุ่มยิ้มร่าขณะพูด

“เอ่อ...ทเวน”

“ผมเซวิล”

“อ้อ ชื่อดีนี่ ซีเคร็ท มิชชั่น ไฮแจ๊ค ทู ทเวน (Secret mission Hijack to Twyne)

คราวนี้มีชื่อของทเวนโผล่มาในคีย์เวิร์ดด้วย และถ้าผมเดาไม่ผิดไฮแจ๊คคงเป็นชื่อของเรนเจอร์หนุ่มคนนี้ น้าจอของพวกเขาปรากฏช่องใส่รหัสสี่หลักอีกครั้ง ไฮแจ๊คเงยหน้ามองทเวนแล้วเริ่มพูด

“เราต้องใส่รหัสพร้อมกัน โดยการพูด นายพูดตามฉันล่ะทเวน”

ทเวนพยักหน้า ไฮแจ๊คจึงพูดรหัสเพื่อให้เทวนพูดตาม เมื่อครบสี่หลัก หน้าจอซีเคร็ท มิชชั่นในคอมเจ็นก็ปรากฏขึ้น ตอนนี้มันยังว่างเปล่า จนกว่าไฮแจ๊คจะพูดรายละเอียดของมิชชั่นออกมา

“ไปส่งจดหมายลับให้พิกซี่”

หน้าจอคอมเจ็นของทเวนปรากฏหมายเลขมิชชั่น พร้อมชื่อมิชชั่น และรายละเอียดที่ไม่ได้มากไปกว่าชื่อของมิชชั่นเลยแม้แต่น้อย และตรงท้ายของมิชชั่น ยังมีสัญลักษณ์กุญแจ ซึ่งแปลว่าต้องใส่รหัสถึงจะเข้าไปอ่านได้ ซึ่งพอรับซีเคร็ท มิชชั่นมาเรียบร้อย มันก็จะไปรวมอยู่ในหน้า มิชชั่น ธรรมดา แต่สังเกตความแตกต่างได้จากรูปกุญแจเท่านั้น

“เอาล่ะ ตานายเซวิล”

ไฮแจ๊คหันมาพูดกับผม หลังจากที่ยื่นซองจดหมายสีน้ำตาล ปิดผนึกไว้อย่างดีให้กับทเวน

“เอ๋?”

“ไม่ต้องมาเอ๋หรอก เมื่อกี้ตอนกินน่ะ นายก็กินด้วยนี่ ดังนั้นนายก็ต้องรับมิชชั่นไปด้วยเหมือนกัน”

ผมทำหน้าเจือนพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้า ยินยอมรับมิชชั่นที่ไฮแจ๊คกำลังจะมอบให้

“ซีเคร็ท มิชชั่น ไฮแจ๊ค ทู เซวิล”

ทั้งหมดมีขั้นตอนเหมือนกันตั้งแต่การพูดคีย์เวิร์ด การใส่รหัสสี่หลักพร้อมกันเพื่อเข้าสู่หน้า ซีเคร็ท มิชชั่นในคอมเจ็น แต่ซีเคร็ท มิชชั่นของผมต่างออกไปเล็กน้อย

“เก็บมูลของรากูสมาให้ฉันหนึ่งกระปุก”

“หา!!”

ผมอุทานลั่น ถ้ามูลที่ว่านั่นหมายถึง อึ๊ ละก็ แปลว่าผมต้องไปเก็บ อึ๊ รากูส ที่เป็นตัวอะไรก็ไม่รู้มาให้หมอนี่

“ฮ่ะๆๆ อย่างทำหน้าอย่างนั้นสิ อึรากูสมีประโยชน์มากนะ โดยเฉพาะเมื่อยามต้องหลบหนี”

“มีประโยชน์ หลบหนี?”

“เอาเถอะ ถ้าเก็บกลับมาได้แล้วฉันจะสอนวิธีใช้มันให้ด้วย แถมให้ เอ้านี่กระปุก เอ้อ เอาก้อนที่แห้งแล้วนะ มันจะอยู่ตัวและใช้ได้ทันที ถ้าเอาแบบสดๆมา ต้องเอาไปตากแห้งอีกกว่าจะใช้ได้”

กระปุกที่ไฮแจ๊คยื่นให้ผม เป็นแก้วทรงกระบอกที่มีฝาโลหะสีเงินด้านๆ ฝาจะเชื่อมติดกับแท่นแก้ว ยาวจนสุดความยาวกระปุก แท่นแก้วนั่นมีช่องทรงกลมสามช่อง สำหรับใส่บางอย่างไว้ด้วย

“แต่ว่า รากูสนี่มันอะไรกันล่ะครับ?”

ผมถามเมื่อเก็บกระปุกใส่อึรากูสลงในกระเป๋าแล้ว

“มอนสเตอร์ ไม่ต้องห่วง ระดับไม่สูงหรอก เอางี้พวกนายรู้วิธีดาวน์โหลดข้อมูลจาก แหล่งให้ดาวน์โหลดต่างๆแล้วสินะ ฉันจะสอนวิธีดึงข้อมูลมอนสเตอร์ที่เจอระหว่างอยู่นอกเวิลแลนด์ ซิตี้ให้”

“จริงอ่ะ!!”

ทเวนอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น ผมเองก็อยากรู้ไม่น้อยไปกว่ากัน ว่าเราจะดูข้อมูลมอนสเตอร์พบเจอได้อย่างไร ถ้าทำแบบนั้นได้จริง เราคงรู้ว่าตัวไหนควรสู้ หรือตัวไหนควรวิ่งหนี

“จริงสิ ง่ายๆแค่นายไปรับมิชชั่นจากหนึ่งในแปดคนที่พวกนายต้องไปเจอ หลังจากเยี่ยมหน่วยงานหลักทั้งแปดแล้วน่ะนะ เวลาที่เขาเสนอว่าต้องการอะไรก็ได้ร้านเขาอย่างหนึ่ง ก็บอกเขาไปว่านายต้องการดาวน์โหลดโปรแกรมระบุตัวมอนสเตอร์”

“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงล่ะครับ ว่าใครที่เราจะขอได้ หรือว่าทุกคนให้ได้หมด?”

“ฉลาดมาก พวกโปรแกรมต่างๆน่ะ ก็ต้องขอกับร้านขายโปรแกรมสิ!”

ไฮแจ๊คตอบ ดวงตาของเขาเป็นประกายราวกับถูกใจ จากนั้นพวกเราก็ขอตัวออกมาจากเรนเจอร์ส เคบิน เพื่อไปยังหน่วยงานหลักที่เหลือ

“นายว่าเขาแปลกๆไหม ไฮแจ๊คน่ะ”

ผมหันไปถามทเวนที่เดินอยู่ข้างๆ ระหว่างทางที่เรากำลังเดินไปยังโรงพยาบาล อีกหนึ่งหน่วยงานหลักที่เราต้องเยี่ยมเยียน

“ก็ว่างั้น แต่เขาก็ใจดีสอนเราหลายอย่าง แถมยังแนะนำอะไรดีๆมาอีกนี่นา”

ทเวนตอบ ท่าทางปลื้มไฮแจ๊คอยู่ไม่น้อย

“ฉันอยากให้เราทำมิชชั่นไปถึงขั้นนั้นเร็วๆจัง คนแปดคนที่เราจะขออะไรก็ได้จากเขาน่ะ”

“นายจะขออะไรมั่งล่ะ?”

ผมถามด้วยความสนใจ ขณะต่อแถวรอลงชื่อเยี่ยม

“หนึ่งก็ขอสิ่งที่ไฮแจ๊คแนะนำ จากนั้นก็คงต้องดูอีกทีว่า พวกเขาที่เหลือมีอะไรน่าสนใจบ้าง แต่มันก็ตื่นเต้นนะ อยากรู้จังว่ามีอะไรรอให้ไปเลือกได้บ้าง”

“หลีกทาง!!”

เสียงตะโกนแทบจะคำรามดังมาจากด้านหลัง เมื่อหันไปมองก็พบกับเรนเจอร์คนหนึ่งในชุดเกราะเท่สะดุดตา ลากเตียงลอยได้ของโรงพยาบาล ซึ่งมีคนเจ็บนอนเลือดอาบอยู่ วิ่งฉิวมาตรงทางเข้าราวกับจะเหาะ ทุกคนหลีกทางให้พวกเขาอย่างมึนงง ขณะที่เตียงถูกลากผ่านหน้าไป นักสำรวจหน้าใหม่อย่างพวกเราก็ได้เห็น ชายเคราะห์ร้ายบนเตียงคนเจ็บ ใบหน้าและลำตัวมีแผลเหวอะหวะเป็นทางยาว ราวกับถูกกรงเล็บขนาดยักษ์หวดใส่ มันทำให้ดวงตาข้างหนึ่งหายไป จมูกแหว่ง และแก้มเป็นร่องลึกจนถึงกะโหลก เลือดไหลนองตามพื้น กลิ่นคาวคละคลุ้งจนแทบจะอาเจียนออกมา บางคนถึงกับเป็นลมล้มพับไปทั้งอย่างนั้น

“นั่นมันอะไรกันน่ะ...

“นี่เธอหน้าซีดเชียว เป็นอะไรหรือเปล่า?”

หญิงสาวผมสีแดงหน้าซีดเหมือนจะเป็นลม ทเวนจึงยื่นมือไปดึงเธอไว้ไม่ให้ล้มลง

“ม...ไม่เป็นไร ขอบใจนะ”

เธอยิ้มเขินๆ และผลักมือของทเวนออกไป ก่อนจะหันไปต่อแถวทำมิชชั่น ที่ตาต่อไปจะเป็นเธอ ทเวนยักไหล่ ก่อนจะหันมาถามผมด้วยสีหน้าสงสัย

“นายว่านั่นเหตุการณ์จริงบนเซคันด์เอิร์ธ หรือเป็นเหตุการณ์จำลองนะ”

“ไม่รู้สิ แต่ตอนที่พวกเขาวิ่งผ่านไป เรนเจอร์คนนั้นหันมาสบตากับผมด้วย มันดูจริงมากๆทีเดียว”

“งั้นหรอ คงรู้สึกพิลึกนะ ทั้งที่รู้ว่านี่คือโลกจำลอง แต่อะไรๆมันดูสมจริงไปซะหมด”

ที่ต่อไปที่ผมกับทเวนไปเยี่ยมก็คือ Military หรือก็คือกองทัพ แค่เดินเข้าไปก็รู้สึกถึงความเข้มแข็งและกล้าหาญแล้ว มีรถหุ้มเกราะของบุคคลสำคัญทางทหารจอดไว้อย่างมีระเบียบ พวกมันดูเท่มากจนทำให้หลายคนหยุดมองด้วยความชื่นชม นอกจากรถหุ้มเกราะแล้วยังมียานยนต์ขนาดเล็ก ขนาดหนึ่งที่นั่งคล้ายมอเตอร์ไซค์สมัยก่อน เพียงแต่วงล้อใหญ่ เรียบไม่มีดอกยาง และไม่มีซี่ลวดอะไรตรงกลาง มันว่างเปล่า

“ไอ้นั่นมันอะไรน่ะเซวิล ดูเท่ชะมัด!!”

“ไม่รู้สิ แต่มันดูคล้ายมอเตอร์ไซค์อยู่นะ ขนาดแบบนั้นก็น่าจะ 900 ถึงพันซีซีละนะ”

“มีความรู้อยู่เหมือนกันนี่เจ้าหนุ่ม”

ชายร่างสูงเพรียว ในชุดเกราะสีดำเงาแวววาวมีแถบสีส้มเป็นรูปตัว Y ตลอดความยาวลำตัว แขนและขาทั้งสองข้าง เขามีผิวขาว ผมยาวระบ่าสีทอง ดวงตาสีไลแลค สวมต่างหูเงินไว้ที่หูข้างหนึ่ง แขนข้างขวาเหน็บบางอย่างคล้ายหมวกกันน๊อคไว้ด้วย

“....”

ผมกับทเวนยืนอ้าปากค้างกับมาดของเขา ท่าทางอย่างกับหลุดมาจากสนามแข่งรถมันดูเท่ไม่หยอก แต่แววตาเป็นประกายตอนมองมาที่เราสองคน มันดูแหม่งๆยังไงชอบกล

“เจ้านี่เรียกว่า ไซเคิล ยานพาหนะภาคพื้น ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็ว แม้จะเคลื่อนที่ในทางแคบๆ และวิบากแค่ไหนก็ตาม พวกเรนเจอร์ชอบใช้ แต่ในหน่วยจู่โจมแนวหน้าอย่างพวกเรา มีเป็นรถประจำตำแหน่งเลยล่ะ”

ชายหนุ่มพูด พร้อมกับขยิบตาให้พวกผมอีกครั้ง ก่อนจะเดินตรงไปยังยานพาหนะที่เขาเพิ่งบอกพวกเราว่า มันคือไซเคิล แตะฝ่ามือลงตัวถัง และมีเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเบาๆ เขาเตะขาตั้งขึ้น สิ่งที่ดูคล้ายล้อทั้งสองด้านหมุนอย่างรวดเร็ว และปล่อยพลังออกมา ทำให้ตัวไซเคิลลอยอยู่ในอากาศ โดยไม่หล่นกระแทกพื้น

“พลังงานสะอาด เร่งความเร็วได้ไม่มีสะดุดเชียวล่ะ”

เขายิ้มกับสีหน้าตกใจของพวกผม ก่อนจะเคลื่อนมาอยู่ใกล้ๆ ให้เราได้เห็นไซเคิลของเขาชัดๆ วงล้อกลายเป็นตัวสร้างแรงดันอากาศ เพื่อพยุงให้ไซเคิลลอยอยู่อย่างสมดุลเหนือพื้น มันหมุนด้วยความเร็วสูง แต่กลับไร้เสียงดังรบกวน จะมีก็แค่เสียคำรามเบาๆขณะที่คันเร่งถูกบิดเท่านั้น

“ถ้าอยากเข้าหน่วยนี้ละก็ บอกได้นะ ฉันยินดีบอกเคล็ดลับให้”

เขาขยิบตาอีกครั้งแล้วบิดคันเร่ง ส่งตัวเองไปไกลหลายสิบเมตรภายในเวลาไม่กี่วินาที

“หวังว่าเขาคงไม่ใช่...”

ทเวนอ้าปากค้าง

“ม...ไม่รู้สิ ไปกันเถอะ เรายังมีมิชชั่นอื่นรออยู่อีกนะ”

จากมิลิทารี่ เราไปต่อที่ Construction and Laborer Unit (C.A.L.U) ซึ่งเป็นหน่วยงานก่อสร้างชั้นยอดเพียงแห่งเดียวของเวิลด์แลนด์ซิตี้ ต่อด้วย Granary และ The Craftsman เป็นที่สุดท้าย

เมื่อทำมิชชั่นส่วนแรกเสร็จ ส่วนที่สองก็ปรากฏขึ้นในช่อง มิชชั่น ดีเทล ระบุชื่อ และพิกัดที่ตั้งของคนทั้งแปดที่เราต้องไปตามหา

โจฮัน เจ้าของร้านอาวุธ RISK

เบอร์เบิร์ก เจ้าของร้านชุดเกราะและอุปกรณ์ป้องกัน BURBURG

จอร์จี้ เจ้าของร้านอะไหล่ยานยนต์ DUCANT

เบนดิก แหล่งข้องมูลเพื่อการศึกษา (ร้านขายข้อมูล) BENDIC’S

เวโรนิก้า เจ้าของร้านอุปกรณ์ยังชีพ PLAYGROUND

โรส เจ้าของร้านอาหารสุดหรู Rosemary Kitchen

กราสเกิร์ล เจ้าของร้านรับซื้อเมล็ดพันธุ์ (และผลิตผลทุกอย่างจากระบบสุริยะกรีเธียน) Alien

โกรเวน เจ้าของโรงแรมห้าดาว ซึ่งมีสาขามากที่สุดในเซคันด์เอิร์ธ The GREAT Hotel

“เราจะไปหาใครก่อนดีล่ะ ตั้งแปดคนแน่ะ?”

ทเวนหันมาถามอย่างไม่แน่ใจ

“เปิดแผนที่ดูดีกว่า ร้านไหนใกล้สุดก็ไปร้านนั้นแหละ”

ผมตอบ ดีกว่ามานั่งเรียงตามรายชื่อ แล้วต้องวิ่งสลับไปมาทางนั้นที ทางนี้ที สู้ไล่จากใกล้ตัวที่สุดไปหาไกลที่สุดจะดีกว่า ไม่ทำให้สับสนดีด้วย

“เอางั้นก็ได้ ทาวน์ แมพ!”

ทเวนใช้คำสั่งเสียง เรียกข้อมูลแผนที่ออกมาจากคอมเจน ซึ่งฉายขึ้นมาเป็นภาพโฮโลกราฟฟิคในอากาศ ให้เลือกชื่อเมืองที่เราต้องการดูแผนที่ แต่ตอนนี้เรามีแค่แผนที่เวิลด์แลนด์ ซิตี้เท่านั้น

“เวิลด์แลนด์ ซิตี้”

เมื่อทเวนเอ่ยชื่อเมือง แผนผังเมืองก็ปรากฏให้ได้เห็น เขาขานชื่อร้านค้า และบุคคลทั้งแปดลงไปเพื่อหาตำแหน่ง ในไม่ช้าเราก็ได้รู้ว่าร้านที่ใกล้เราที่สุดคือร้านเอเลี่ยน ของกราสเกิร์ล

พวกเราเดินไปตามทางเท้าของถนนแสนกว้างในเมือง มองป้ายบอกทางและสิ่งก่อสร้าง สลับกับแผนที่ในคอมเจ็นไปด้วย ในที่สุดผมกับทเวนก็มาถึงร้างเอเลี่ยน

“นี่นะ ร้านเอเลี่ยน วังเวงชอบกล”

“คงไม่มีอะไรประหลาดๆรออยู่หรอกนะ”

ผมกับทเวนยืนอยู่หน้าร้านอย่างไม่แน่ใจ พักใหญ่ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะเข้าไป หรือไปที่อื่นก่อนดี ก็มีเสียงทักดังมาจากในร้านที่มืดสลัวนั้น

“สวัสดี เชิญข้างในสิพ่อหนุ่มทั้งสอง”

เรามองหน้ากัน ก่อนที่ทเวนจะเดินมาอยู่ด้านหลังผม แล้วแอบมองเจ้าของเสียงทักข้ามไหล่ของผมไปอย่างกล้าๆกลัวๆ

“เชิญๆ ไม่ต้องอายน่า!”

ปรากฏว่าเจ้าของเสียงทักนั้น เป็นหญิงสูงอายุท่าทางกระเซอะกระเซิง ผมยาวสีขาวหยิกฟู โพกผ้าสีเขียวประดับดอกไม้ปลอมไว้บนศีรษะ สวมแว่นตากรอบทองทรงรี สวมชุดกระโปรงลายสก๊อตสีขาว บูทยางสีเขียว ถุงมือยางสีเหลือง และผ้ากันเปื้อนยางสีน้ำเงิน

“เฟี้ยวเงาะไปเลยป้า...”

ทเวนพูดพึมพำด้วยภาษาถิ่นของตัวเอง

ในร้านมีชั้นวางขวดโหลมากมาย หลายต่อหลายชั้นเต็มไปด้วยตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ ชิ้นส่วนต่างๆของสัตว์หลากหลายชนิด ชิ้นส่วนที่ดูคล้ายมนุษย์ก็มี ขวดเล็กๆใส่ของเหลวหลากสี ตัวอย่างแมลง และอย่างอื่นอีกมากมาย ที่พวกเราแทบไม่รู้จัก

“เป็นยังไงบ้าง ที่นี่ น่าทึ่งใช่ไหมล่ะ?”

หญิงสูงอายุกางแขนอวดอาณาจักรของเธอด้วยความภาคภูมิใจ

“อ๋อ ก็...ครับน่าทึ่งมาก มีแต่ของที่เราไม่รู้จักเต็มไปหมด”

ผมตอบไปอย่างไม่แน่ใจ

“ใช่ๆๆ แต่อีกหน่อยเธอก็จะรู้จัก และรู้ว่าพวกมันสร้างกำไรให้อย่างงดงามแค่ไหน อย่างอันนี้ เจ้าก้อนกลมๆสีดำในขวดโหลนี่ ขี้รากูสไงล่ะ”

ของอย่างแรกที่เธอแนะนำก็ดึงความสนใจของผมได้ทันที เพราะมันเป็นซีเคร็ท มิชชั่น ที่ผมได้รับมาจากไฮแจ๊ค ผู้ดูแลเรนเจอร์ส เคบิน ผมรู้แต่ว่าต้องไปเก็บอึรากูสมาให้เขาสามก้อน แต่ไม่รู้ว่ารากูสคืออะไร แล้วอึของมันมีค่าหรือมีประโยชน์อะไร ถึงกับต้องไปเก็บมันมาด้วย

“มันทำอะไรได้หรอครับ?”

“หึๆๆ สนใจหรือ จะบอกให้นะ ขี้รากูสมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว แต่ต้องเป็นขี้ที่แห้งแล้วและยังคงรูปเป็นก้อนกลมๆแบบนี้เท่านั้นนะ ถึงจะขายได้ราคา ส่วนคุณสมบัติที่ว่าก็คือ เวลาจุดไฟมันจะปล่อยควันออกมาจำนวนมาก จนแทบมองไม่เห็นอะไรเลยล่ะ อุปกรณ์พรางตัว และหลบหนีชั้นดีที่พวกเรนเจอร์ชอบใช้”

กราสเกิร์ลยังคงพาพวกเราเดินดูอีกหลายอย่าง อธิบายถึงของแต่ละชิ้นให้เราฟังอย่างมีความสุข เพราะพวกผมแสดงความสนใจเต็มที่ แถมยังถามไถ่ข้อมูลจากเธอเพิ่มไม่หยุด ในที่สุดหญิงสูงอายุก็ดูเหมือนจะมีความสุขเต็มเปี่ยม เพราะเธอยิ้มแก้มแทบปริ แถมดวงตาทั้งสองยังรื่นได้ด้วยน้ำตา

“พวกเธอเป็นเด็กดีจริงๆ เอาล่ะบอกฉันสิว่าฉันพอจะช่วยอะไรพวกเธอได้บ้าง”

ในที่สุดกราสเกิร์ลก็ยื่นข้อเสนอให้

“ถ้าผมอยากจะเก็บไว้ขอวันหลังได้ไหมครับ?”

ผมถามเธอไปอย่างไม่แน่ใจ เพราะยังไม่รู้ว่าจะใช้ประโยชน์จากของพวกนั้นได้อย่างไร

“เธอคงยังไม่แน่ใจสินะ ให้ฉันช่วยแนะนำให้ไหม ในฐานะที่พวกเธอเป็นผู้ฟังที่ดีและกระตือรือร้น พวกมือใหม่มักได้รับมิชชั่นในเขตแดนสำหรับฝึกฝน นั่นคือรัศมี 2 – 3 ไมล์รอบเมือง นับจากรั้วไฟฟ้าไปนั่นล่ะ มอนสเตอร์ส่วนใหญ่ในเขตแดนฝึกฝน ระดับความยากแค่อี แต่ที่พวกมันมีเหมือนๆกันแทบทุกชนิดก็คือ วิ่งเข้าใส่เราก่อน คิดดูว่ามือใหม่ถูกรุมทั้งที่ยังสู้ไม่เป็นคงเป็นเรื่องอนาถใช่ไหม?”

ผมกับทเวนคิดตามที่เธอพูดแล้วรู้สึกสยองอยู่ไม่น้อย

“ดังนั้นฉันจะให้นี่ สเปรย์ดอกคูร่า ดอกไม้กลิ่นฉุน ยิ่งกว่าพริกไทยของมนุษย์ยี่สิบเท่า หึๆๆ งงล่ะสิ ที่นี่ไม่ได้แค่รับซื้อหรอกนะ แต่เรายังขายผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากของเหล่านั้นด้วย ถือว่าให้ทดลองใช้ก็แล้วกัน”


 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #333 RoZenKreuZ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 22:41
    เอาไปฉีดไล่แมลงเหรอคร้าบ คุคุ
    #333
    0
  2. #297 ฝนธารา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 12:13
    สนุกดีจ้า
    #297
    0
  3. #150 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:23
    ใช่ทำอะไรได้หรา
    #150
    0
  4. #142 Zodass (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:58
    สนุกมากครับ
    #142
    0
  5. #137 :))) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 22:03
    หวังว่าคงไม่กลายเป็นสปรย์เรียนมอนแทนนะ 5555
    #137
    0
  6. #126 kimurakung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 21:51
    ในที่สุดก็รู้ว่า ขี้รากูส ใช้ทำอะไรได้ แต่น่าจะถามสักหน่อยว่าตัวรากูสหน้าตาเป็นไง
    #126
    0
  7. #123 piwut (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 21:16
    เริ่มมีโชคแล้วล่ะ .......
    ว่าแต่ว่า แต่ละกลุ่มที่เข้ามานั่นมีกัน กลุ่มละกี่คน แล้วพวกคนอื่นๆ เขาไปไหนกันหมด
    พวกที่มาก่อน หรือ พวกที่มาทีหลัง ไม่ได้มาเจอ มาทำเควส (มิชชั่น) เหมือนๆกันเหรอ .....
    #123
    0
  8. #109 นักอ่านในเงา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 10:14
    น่าติดตาม
    #109
    0