THE GALAXIA

ตอนที่ 48 : 2 years later

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 694
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    25 พ.ค. 59




 

หลังเหตุการณ์การประลองที่ดิอารีน่า ผมกับทเวนเป็นที่รู้จักมากขึ้น แม้ว่าเราสองคนจะไม่ได้รับข้อเสนอจากทางกองทัพและหน่วยเรนเจอร์ เหมือนอย่างที่ใครหลายคนคาดเดา แต่อันดับคะแนนของเราก็เพิ่มขึ้นมากจากการประลอง ผมกับทเวนกลายเป็นคนดังในชั่วพริบตา จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาสองปีแล้วสินะ

 

“อีกไม่กี่ชั่วโมงยานอวกาศก็จะเข้าสู่ระบบสุริยะกรีเธี่ยนแล้ว นั่นแปลว่าใกล้ถึงวันสอบคัดเลือกเข้ามาเต็มทน ฉันเชื่อว่าหลายคนคงมีคะแนนสะสมพอ ที่จะขอเข้ารับการสอบคัดเลือกในหน่วยงานที่ต้องการกันแล้ว คงจะมีแค่ส่วนน้อยที่คะแนนยังไม่พอจะขอเข้าสอบคัดเลือกในหน่วยงานไหนเลย ดังนั้น ก่อนที่ยานอวกาศจะไปถึงฐานจอดยานบนเซคันด์เอิร์ธ พวกเธอยังมีเวลาอยู่ รีบๆเข้า ไม่อย่างนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์ในการสอบเข้าหน่วยงานใหญ่ และพวกเธอจะต้องหางานรับจ้างตามร้านค้าหรือธุรกิจจากผู้คนบนเซคันด์เอิร์ธ ซึ่งมีทั้งยากและง่ายตามอีตราค่าจ้าง”

 

เดอะโบนส์ปราศรัยกับทุกคนในห้องประชุมใหญ่ ซึ่งเชื่อมต่อถึงยานอวกาศทั้งห้าลำ หลายคนมีคะแนนพอสำหรับหน่วยงานที่พวกเขาต้องการแล้ว เช่นเดียวกับผมและทเวน แม้ว่าเราจะเลือกหน่วยงานต่างกันก็ตาม

 

“น่าตื่นเต้นนะ จะได้ไปเหยียบเซคันด์เอิร์ธของจริงแล้วเนี่ย!

ทเวนกระซิบกับผมและโซระ เราสองคนยิ้มและพยักหน้าให้เขา ทุกคนต่างตื่นเต้น และเฝ้ารอคอยวันที่จะได้ไปถึงเซคันด์เอิร์ธของจริง ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่รอคอยอย่างใจจดจ่อ จะได้พบกับเนนีร่า ทาราลัน และสูดอากาศอันสดชื่นบนโลกใบที่สองนั้นเร็วๆ

 

“สิ่งแรกที่นายจะทำเมื่อไปถึงที่นั่นคืออะไรน่ะเซวิล?”

ทเวนถามขึ้นอีก โดยไม่ได้สนใจคำปราศรัยของเดอะโบนส์สักเท่าไรแล้ว

 

“ไม่รู้สิ ชมเมืองละมั้ง ถึงจะเห็นมาเป็นร้อยๆพันๆครั้งในดิกาแล็กเซียแล้วก็เถอะ แต่ของที่จับต้องได้จริงมันต้องแตกต่างกันแน่ๆล่ะ”

ผมตอบ แต่ทเวนเบ้ปากอย่างไม่ชอบใจนักแล้วพูดว่า

 

“ไม่เอาน่า คิดอะไรที่มันสร้างสรรค์กว่านั้นหน่อยสิ เที่ยวชมเมืองเนี่ยเที่ยวเมื่อไรก็ได้มั้ง แล้วนายล่ะโซระ?”

 

“เอ๋ผมเหรอ ผมอยากสร้างมุมสไตล์ญี่ปุ่นเล็กๆไว้ผ่อนคลายอารมณ์น่ะ”

โซระยิ้มเฉื่อยๆขณะตอบ

 

“นั่นสินะ อย่างนายเนี่ยต้องนั่งชมสวนจิบชาสินะ”

ทเวนกุมขมับ ตอนนั้นเองที่เดอะโบนส์ปราศรัยจบ ทุกคนทยอยกันลุกเดินออกไปจากห้องประชุม เราสามคนเองก็ลุกเดินตามออกมา ระหว่างที่เดินแออัดกันไปยังโซนที่พัก ทุกคนต่างพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น ผมกับทเวนถูกทักตลอดทาง ส่วนใหญ่จะถามกันว่าพวกผมจะขอรับการทดสอบกับหน่วยงานไหน และจะเลือกเข้าหน่วยงานเดียวกันหรือเปล่า สาวๆชอบให้ทเวนดีดกีตาร์ร้องเพลงให้ฟัง ซึ่งก็เข้าทางหมอนั่นล่ะ

 

“นี่คะแนนที่ทำได้ตอนอยู่ในดิกาแล็กเซีย มีผลต่อการจัดอันดับเข้าทดสอบด้วยใช่ไหมน่ะ?”

ผมหันไปถามโซระ เพราะทเวนกำลังโดนสาวรุมล้อมชมเขาเล่นกีตาร์ ที่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน ตรงที่เรานั่งคุยกันอยู่ยังมีคนอื่นๆอีกกลุ่มใหญ่ พอเวลาผ่านไปนานขนาดนั้น ทุกคนบนยานอพยพก็เริ่มรู้จักกันมากขึ้น ยิ่งพวกผมเคยทำวีรกรรมเอาชนะอันดับห้าของดิกาแล็กเซีย อย่างสครีมเมอร์มาได้ในการประลอง ก็ยิ่งมีคนรู้จักชื่อเสียงหน้าตามากเป็นธรรมดา

 

“น่าจะเกี่ยวกันนะ ได้ยินมาว่าคนที่คะแนนสูงสุดจะได้รับเลือกให้เข้าทดสอบเป็นคนแรก แต่การทดสอบเป็นแบบไหนนี่ก็ยังไม่มีใครรู้เหมือนกัน”

โซระตอบ

 

“แต่ว่าคนที่อยากเข้าหน่วยเรนเจอร์ ต้องทำคะแนนแต่ละหมวดสูงพอๆกันเลยนี่นา ดีที่เรตคะแนนไม่สูงมาก ไม่งั้นคงลำบากน่าดู ไม่เหมือนหน่วยงานอื่น ที่ต้องการทักษะเฉพาะสูงที่สุดอย่างเดียวเท่านั้น นอกนั้นขอแค่พอดีเกณฑ์ก็พอ”

ชายหนุ่มผมดำผิวสีแทนพูดขึ้น

 

“นั่นสิ ว่าแต่คนที่มานั่งตรงนี้กันนี่ คะแนนผ่านเกณฑ์กันหมดแล้วใช่ไหม ถ้ายังก็ต้องรีบละนะ พอยานอพยพถึงเซคันด์เอิร์ธเมื่อไรละก็ หมดสิทธิ์เก็บคะแนนต่อแน่”

หญิงสาวข้างๆชายหนุ่มผมดำพูด ท่าทางสองคนนี้จะเป็นผู้นำของคนที่มาจากละแวกเดียวกันกับพวกเขา เพราะมีคนให้เกียรติทั้งสองอยู่พอสมควร หลายคนลุกขึ้นเมื่อได้ยินที่หญิงสาวพูด เพื่อหวังจะเข้าไปสะสมคะแนนโค้งสุดท้ายจากการสังหารมอนสเตอร์ และทำมิชชั่นที่ค้างไว้ให้เสร็จสิ้น

 

“นี่พ่อคนดัง จะเชื่อมต่อเข้าดิกาแล็กเซียด้วยกันไหม?”

จู่ๆหญิงสาวคนนั้นก็หันมาถามผม

 

“อ๋อไม่ละ ผมรอทเวนดีกว่า อีกอย่างอยากเดินเล่นบนยานอวกาศดูบ้าง”

ผมตอบ ซึ่งดูเหมือนจะทำให้ใครหลายคนที่มองมาด้วยความตื่นเต้นผิดหวังกันเป็นแถว ส่วนโซระนั่งหัวเราะเบาๆเหมือนอย่างเคย หญิงสาวยิ้มมุมปากกระตุกแล้วตอบว่า “อ้อ” ก่อนจะเดินจากไป

 

“นี่สวยๆอย่างนั้น ทำไมยังปฏิเสธอีกล่ะ น่าเสียดายออก เธออุตส่าห์ชวนแท้ๆ”

ชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามากระซิบผมด้วยน้ำเสียงเสียดายแทน

 

“เอ๊ะ?”

ผมหันไปมองหน้าเขาด้วยความรู้สึกมึนงง

 

“ไม่ใช่ว่านายมีคนรักอยู่แล้วหรอกนะ ถึงได้ปฏิเสธเธอคนนั้นไป หรือว่า... นายจะเป็นอย่างที่คนอื่นๆเขาลือกัน”

 

“ลือ? เรื่องอะไรงั้นเหรอ”

 

“พอเหอะน่า เขาจะลืออะไรก็ช่างเถอะ ไปดูทเวนเล่นดนตรีดีกว่า พวกคะแนนถึงเกณฑ์อย่างเรา พักได้สบายตัว เนอะ!

โซระลุกขึ้นยืนแตะบ่าผมเบาๆ ก่อนจะหันไปยิ้มเย็นเยือกให้ชายคนนั้น ทำเอาเขาหน้าซีดรีบลุกเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว ความจริงแล้วโซระเป็นคนเปิ่นๆ แถมช่างพูด แต่ในบางเวลา เขาก็กลับเคร่งขรึมขึ้นมาจนน่าประหลาดใจ จะว่าไปแล้วโซระถือเป็นคนที่เดาใจได้ยากคนหนึ่งเลยทีเดียว และโชคดีเป็นอย่างมากที่เขาคือมิตร ไม่ใช่ศัตรู

 

พวกเรานั่งดูทเวนเล่นกีตาร์คัฟเวอร์เพลงเก่าๆ ซึ่งเพราะจนสาวๆอดทำตาเยิ้มกันไม่ได้ แต่พวกเธอก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะต้องเชื่อมต่อเข้าไปในดิกาแล็กเซีย เพื่อเก็บคะแนนให้พอเข้าสอบคัดเลือกในหน่วยงานที่ต้องการ

 

“พวกเราจะเอายังไงกันดี อีกหลายชั่วโมงเลยนะกว่าอูริเอลจะไปถึงเซคันด์เอิร์ธ จะเชื่อมต่อเข้าไปในดิกาแล็กเซียดีไหม”

โซระถามขึ้นเมื่อคนอื่นๆทยอยไปกันจนหมด

 

“นั่นสิ จะให้รออยู่อย่างนี้ก็น่าเบื่อแย่ พวกเราไปล่ามอนสเตอร์เล่นกันดีไหมล่ะ?”

ทเวนเสนอ ผมกับโซระยิ้ม จากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกันกลับห้องพัก เพื่อเชื่อมต่อสู่ดิกาแลกเซียอีกครั้ง เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เราจะไปถึงเซคันด์เอิร์ธจริงๆ

 

ตอนนี้พวกเราเติบโตขึ้นมาก หลังจากการประลองที่ดิอารีน่าครั้งนั้น โซระเป็นผู้ชำนาญดาบ เขาใช้มันได้คล่องแคล่ว ประหนึ่งว่ามันคือแขนของตัวเอง ทเวนซื้อปืนอีกกระบอก เป็นปืนกลออโตเมติกขนาดกลาง บรรจุกระสุนได้มากกว่าเชนกันของผมสามเท่า กับดาบเลเซอร์ที่ใช้เซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ ส่วนตัวผมเองยังไม่คิดจะเปลี่ยนอาวุธ เพียงแต่ซื้อเซลล์กระสุนที่หลากหลายขึ้นเท่านั้นเอง

 

จะว่าไปหลังจากการประลองครั้งนั้น ทริกเกอร์ก็หายซ่าไปเยอะทีเดียว โดยเฉพาะกับพวกผม เขาแทบไม่มาปรากฏตัว หรือเฉียดเข้าใกล้สถานที่ใดก็ตาม ที่ได้ยินว่าพวกผมอยู่ ส่วนสครีมเมอร์เขาหายตัวไปอย่างไร้ร่อยรอย บ้างว่าถูกเรียกตัวไปต่อว่า จากคนใหญ่คนโตที่คาดหวังในตัวเขา และถูกกักบริเวณเป็นการลงโทษ บ้างก็ว่าเขาเจ็บใจกับความพ่ายแพ้เลยแอบไปซุ่มฝึกซ้อมลำพัง แต่จริงๆแล้วก็ไม่มีใครรู้หรอกว่า เขาหายตัวไปไหนกันแน่

 

“ไง พร้อมออกเดินทางกันหนือยัง?”

ทเวนร้องทักเมื่อเห็นผมยืนรออยู่

 

“โซระล่ะ?”

 

“อยู่นี่ครับ วันนี้เราจะไปสำรวจที่ไหนกันดีล่ะ?”

ซามูไรหนุ่มตอบ

 

เพราะคะแนนที่พวกเราทำได้ต่างถึงเกณฑ์กันแล้ว จึงไม่สนใจเรื่องมิชชั่นสักเท่าไร ตอนนี้เลยกำลังมองหาสถานที่ที่อยากลองไปสำรวจกันจริงๆสักครั้ง

 

“ไปป่าบลูวู้ดไหมล่ะ ที่นั่นเหมาะนะ ยังไม่ค่อยมีใครไป มอนสเตอร์ก็มีสูงสุดแค่คลาสซี ผมอยากไปเห็นทะเลสาบสีน้ำเงินในหลุมใต้ดินที่นั่นมากเลยล่ะ”

โซระเสนอ เรามองหน้ากัน สายตาแสดงออกมว่ากำลังสนใจข้อเสนอของโซระไม่น้อย บลูวู้ด ป่าที่มีใบไม้สีน้ำเงิน และทะเลสาบใต้ดิน ซึ่งอยู่ในหลุมยุบขนาดใหญ่ใจกลางบลูวู้ด ว่ากันว่าเป็นสถานที่งดงามชวนตะลึง แต่น่าเสียดายอยู่อย่าง ที่น้ำในทะเลสาบนั้นเป็นพิษ พวกเราจึงทำได้แค่ชื่นชม ไม่อาจจะลงไปเล่นน้ำในทะเลสาบนั้นได้

 

“น่าสนใจนะ ผมไป”

 

“งั้นก็ไปที่นั่นกัน”

ผมกับทเวนลงมติกัน โซระยิ้มแล้วตั้งพิกัดสถานที่จะไป โดยใช้ดาวเทียมหาตำแหน่งสถานที่ แล้วให้เจ้าบีบอทที่ดูเหมือนจะทำหน้าที่เนวิเกเตอร์ได้ดีที่สุดเป็นผู้นำทาง

 

บลูวู้ดนั้นค่อนข้างไกลจากเวิลด์แลนด์ซิตี้ แต่ใกล้กับเมืองของขาวชานเดร่า ถึงแม้จะเป็นเมืองพันธมิตรแต่ชาวชานเดร่าก็ไม่ได้ชื่นชอบมนุษย์อย่างเรามากนัก พวกเขาดูถูกที่พวกเราตัวเล็ก อ่อนแอ และไร้ซึ่งพลัง หากไม่มีมันสมองล้ำเลิศที่สามารถสร้างอาวุธร้ายแรง เพื่อเอาชนะเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งกว่าได้ พวกเขาบอกว่ามันเป็นความสามารถที่ขี้โกง

 

พวกเราออกเดินทางไปจนถึงเขตป่าโดยไม่ได้แวะเข้าเมืองของชาวชานเดร่า บลูวู้ดป่าที่มีต้นไม้และใบไม้สีน้ำเงิน มันสวยงามมาก โดยเฉพาะมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ที่นี่ พวกมันแตกต่างไปจากข้างนอกเล็กน้อย และบางชนิดก็หาเจอได้แค่ที่ในบลูวู้ดเท่านั้นเอง

 

“เอาไง จะเดินสำรวจป่าหรือตรงไปที่ทะเลสาบเลยล่ะ?”

โซระหันมาถาม

 

“เดินชมไปเรื่อยๆก็ได้ ได้ยินว่าที่นี่มีมอนสเตอร์เจ้าถิ่นอย่างบลูลีโออยู่นี่นา อยากเจอกับมันเหมือนกัน จะได้ลองวัดดูว่าสู้ได้ไหม ถ้าสู้ได้ละก็ ไว้มาถึงเซคันด์เอิร์ธเมี่อไรจะมาท้าสู้มันให้ได้เลย”

 

ทเวนพูดอย่างมั่นใจ ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะสนุกกับการฝึกฝนในดิกาแล็กเซียมากขึ้น จากที่ตอนแรกๆดูเคร่งเครียดกับอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา เขาชอบหายไปโดยไม่บอกไม่กล่าวอยู่หลายครั้ง แต่ผมไม่ว่าเขาหรอกเพราะผมเองก็มีความลับที่ไม่ได้บอกกับเขาเหมือนกัน เรื่องที่ร่างกายของผมมีบางอย่างพิเศษกว่ามนุษย์คนอื่นๆ พัฒนาแบบก้าวกระโดดด้านสมรรถภาพทางร่างกาย ยิ่งผ่านการฝึกฝนโดยการกระตุ้นกล้ามเนื้อ ความแข็งแกร่งของร่างกายผมก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมาก แต่ต้องปกปิดไว้เพราะมันไม่ปกติสำหรับมนุษย์ธรรมดา

 

“ดูนายสบายใจจังนะ ทั้งที่ก่อนหน้ายังดูเคร่งเครียดอยู่เลย”

ผมแกล้งถาม

 

“อ๋อก็ ไม่มีอะไรนี่ ฉันสบายใจที่คะแนนสะสมพอแล้วก็แค่นั้น”

 

“นั่นสินะ ดีจังที่เราไม่ต้องไปเร่งรีบทำคะแนนเหมือนคนอื่นๆที่เหลือ”

โซระเห็นด้วยกับทเวน

 

“นั่นสินะถึงการจะเข้าร่วมกองทัพต้องใช้คะแนนการสังหารมอนสเตอร์สูงลิบลิ่ว แต่การจะเข้าร่วมหน่วยเรนเจอร์ต้องใช้ทักษะหลายอย่าง ต้องเก็บแต้มมากกว่าหนึ่งทักษะ แต่เราก็ทำมันได้แล้วนี่นา”

ผมพูดปนหัวเราะ

 

“ใช่ เพราะพวกเรามันเก่งยังไงล่ะ!

ทเวนพูดขึ้นอย่างขึงขัง ผมกับโซระก็ถึงกับหัวเราะออกมา จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นตั้งท่าพร้อมต่อสู้อย่างรวดเร็ว สองปีมานี้ปฏิกิริยาตอบสนองต่อการโจมตีของศัตรูของพวกเราไวขึ้นมาก จากที่ไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่วิธีจับปืนให้ถูกต้อง ตอนนี้พวกเราสามารถรับรู้ได้ถึงการมาของมอนสเตอร์ ไวกว่าเจ้าบีบอทรายงานเสียอีก

 

โฮกกก!

 

เสียงร้องคำรามของมอนสเตอร์คล้ายหมาป่ายักษ์สีน้ำเงินอมเทา ที่กำลังโกรธเคืองเพราะพลาดจากเหยื่อที่มันหมายตาไว้อย่างน่าเสียดาย

 

“มอนสเตอร์ Porcupine Wolf คลาสซี คะแนนสังหาร 2,550 แต้ม”

 

เจ้าพอร์คูไพน์วูลฟ์ตัวใหญ่ สีสวย แถมเท่สุดๆ นี่ถ้าหากผมเอามันมาเลี้ยงเป็นสัตว์พาหนะ อย่างที่เนนีร่าเคยบอกไว้ได้ก็จะดีไม่น้อยเลย ดวงตาดุดันสีอำพันของมันดูสวยสะกดใจ ใบหน้าของมันย่นเล็กน้อยจากการก้มหัวคำรามต่ำใส่พวกเรา

 

“นี่พวก เจ้าตัวนี้มันเป็นหมาป่าสินะ”

โซระถามขึ้นโดยไม่ได้ละสายตาจากเจ้าหมาป่า

 

“ก็ใช่น่ะสิ เห็นอยู่ชัดๆยังจะถามอีกนะนาย”

ทเวนตอบพร้อมตั้งท่าเตรียมจู่โจม

 

“ก็ถ้าใช่ ผมจำได้ว่าตระกูลหมาป่านี่มันมักจะอยู่รวมกันเป็นฝูงนะ...”

ผมยังพูดไม่ทันขาดคำ เจ้าตัวที่สองก็กระโจนเข้ามาโจมตีเรา ตามด้วยสาม สี่ ห้า หก จากนั้นเราก็โดน Porcupine Wolf หกตัวล้อมเอาไว้หมดทางหนีโดยสิ้นเชิง

 

“ให้ตายสิ มาทีเป็นฝูงแบบนี้จะไปสู้ยังไงไหวล่ะ!

โซระบ่น พร้อมกับดึงดาบเลเซอร์ของเขาออกมา ดาบเลเซอร์ของโซระใช้พลังงานจากเซลล์พลังงานแบบกลม มันเป็นดาบราคาถูกที่ใครๆก็สามารถซื้อใช้ได้ แต่เมื่อมันมาอยู่ในมือของยอดนัดดาบแล้ว อานุภาพการทำลายล้างกลับดูสูงกว่าเดิมมากอย่างไม่น่าเชื่อ

 

“มาแค่หกตัวเองเหรอ โดนดูถูกอย่างนี้ก็แย่น่ะสิ!

ทเวนบ่น ก่อนที่จะยิงปืนใส่ Porcupine Wolf ตัวที่อยู่ตรงหน้าจองเขา มันกระโดดถอยห่างไปด้านหลังเพื่อหลบการโจมตีของเขา ทำให้มีช่องว่าพอที่เราจะฝ่าออกไปจากวงล้อม

 

“ดูท่าพวกมันอยากจะเล่นเกมสินะ”

Porcupine Wolf วิ่งไล่ตามพวกเรามา พยายามไล่ต้อนให้เราวิ่งไปในทิศทางที่พวกมันต้องการ มีการยั่วเย้าด้วยการกระโจนเข้าโจมตีใส่เป็นระยะ แต่กลับยังไม่ทำอันตรายที่ถึงกับชีวิต

 

“เอาไงดี ขืนวิ่งเปะปะไปแบบนี้ จะไปโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้นะ!

โซระร้องบอก เพราะพวกเราโดนไล่กวดมาไกลพอสมควรแล้วเหมือนกัน

 

“ใช่ น่าจะได้เวลาตั้งรับ และฆ่ายกฝูงสักที จบแล้วฉันจะได้ดีดกีตาร์ร้องเพลง ให้สมกับเป็นวันหยุดปิกนิกของพวกเรา!

 

“อย่าเล้ย!

 

“อะไรเซวิล!!

ทเวนหันมาถามผมก่อนจะต้องกระโดดหลบการโจมตีของ Porcupine Wolf ตัวหนึ่ง โซระยืนหัวเราะก่อนจะต้องหลบการโจมตีด้วยเช่นกัน อีกสี่ตัวที่เหลือจ้องผมเขม็ง ราวกับรอจังหวะ ทั้งที่ผมตัวคนเดียว พวกมันสามารถรุมเข้าโจมตีได้อย่างสบายแท้ๆ จากท่าทางที่พวกมันลังเล ทำให้ผมคิดว่า พวกมันอาจรู้สึกได้ถึงพลังที่แท้จริงของผม พลังที่เหนือกว่าโซระและทเวนมากมายนัก

 

ถึงแม้ตัวผมจะมีพลังเหนือกว่ามนุษย์ธรรมดา แต่ผมก็ไม่คิดว่าเป็นการฉลาดที่มายืนเผชิญหน้ามอนสเตอร์นักล่าทั้งสี่ตัว ที่มีคลาสสูงระดับซีเป็นเรื่องเข้าท่า พวกมันตัวหนึ่งก้มหัวลงต่ำและขู่คำรามออกมา ก่อนจะกระโจนใส่ผมอย่างรวดเร็ว ผมย่อตัวหลบได้ทันท่วงที ทว่าเจ้าตัวที่สองก็พุ่งเข้าใสผมในทันที จนผมล้มหลายหลังลงกับพื้น โดยมีอุ้งเท้าอันใหญ่โตของมันทาบอยู่บนหน้าอก

 

น้ำหนักตัวของ Porcupine Wolf ที่กดทับลงมานั้นถึงกับทำให้ผมแทบขยับตัวไม่ได้ และยังทำให้รู้สึกอึดอัดหายใจได้อย่างยากลำบาก มันก้มหัวลงต่ำพร้อมขู่คำรามเบาๆในลำคอ

 

ถ้าหากเป็นเมื่อสองปีก่อน ชีวิตของผมคงจบสิ้นลงเพียงเท่านี้ ไม่มีทางดิ้นรนต่อสู่หรือเอาชีวิตรอยไปจากคมเขี้ยวมรณะนี้ได้แน่นอน ใช่! นั่นมันเมื่อสองปีก่อน แต่ตอนนี้เจ้า Porcupine Wolf ตัวนี้ต้องอยากคิดใหม่ทำใหม่แน่ ที่คิดจะมาหือกับคนอย่างผม

 

ปังๆๆๆ

 

เสียงปืนรัวสี่นัดรวด กระสุนแบล็คฮอร์นเจาะเข้าขมับทั้งสองด้านของ Porcupine Wolf ตัวที่คร่อมอยู่บนร่างของผม ดวงตาที่เบิกโพลงด้วยความตกใจของมันหลุบลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร่างไร้ชีวิตที่ร่วงหล่นลงนอนกับพื้นราวกับตุ๊กตา ผมกลิ้งตัวออกมาได้ทันก่อนที่จะโดนร่างใหญ่โตนั่นล้มทับเอา

 

ดูเหมือนการตายของสมาชิกฝูง จะทำให้ตัวที่เหลือโกรธจัดอย่างไม่ต้องสงสัย สามตัวที่เหลือกระโจนเข้าใส่ผมพร้อมกัน แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น หมายมุ่งจะเอาชีวิต

 

ผมลุกขึ้นยืน ออกวิ่งอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้มองเลยว่าทเวนกับโซระกำลังสู้อยู่ตรงไหนบ้าง แต่ดูเหมือนโซระจะฆ่าได้ตัวหนึ่งแล้ว เขาจึงเข้ามาขวาง Porcupine Wolf หนึ่งในสามเอาไว้ แล้วร้องบอกให้ผมวิ่งไปโดยไม่ต้องสนใจเขา

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #395 kimurakung (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 08:02
    ท่าทางจะมีข่าวเซวิล จิ้นกับใครสักคน ไม่รู้ว่าเป็นทเวน หรือว่าโซระ  อิอิ
    #395
    0
  2. #392 piwut (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 04:46
    คงโตกลายเป็นหนุ่มหล่อแล้วสิ
    #392
    0