THE GALAXIA

ตอนที่ 44 : Twi & Swich

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    23 พ.ค. 59




 

“ยินดีต้อนรับกลับสู่อูริเอลค่ะศวิล”

เสียงคุ้นเคยของเจดาร้องทัก เมื่อผมลืมตาตื่นขึ้นมา

 

“สวัสดีเจดา มีใครติดต่อเข้ามาบ้างไหม?”

ผมถามขณะลุกขึ้นจากเตียงนอน บิดขี้เกียจเบาๆ ก่อนจะเดินไปทำธุระส่วนตัว

 

“ไม่มีใครติดต่อเข้ามาค่ะ แต่มีข่าวสารแจ้งผ่านระบบสื่อสารทั่วไปของยานอวกาศทุกลำ ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของผู้คนทั้งหมดในตอนนี้อยู่เลยค่ะ”

เจดาตอบ จากนั้นก็สั่งเปิดระบบสื่อสารทั่วไปขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่ที่อยู่ในห้องให้ผมดู

 

“เรื่องนี้กำลังเป็นที่สนใจมากสำหรับกลุ่มผู้ถูกเชิญ และนายทหารหลายท่าน รวมถึงผบ.กองทัพและหน่วยเรนเจอร์ด้วยนะคะ”

เจดาผายมือไปทางหน้าจอ ด้วยความสงสัยผมจึงเดินย้อนกลับมาดู ว่าเรื่องอะไรขนาดเป็นที่สนใจของคนทั้งหมด รวมทั้งผบ.กองทัพกับหน่วยเรนเจอร์ด้วย เมื่อมองดูหน้าจอและเห็นหัวข้อของเรื่องที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจ เข้าร่วมวิจารณ์กันอย่างคึกคัก ก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

 

“น...นี่มัน...”

 

“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าศวิลกับคุณทเวนจะเข้าร่วมประลองในดิ อารีน่ากับผู้ถูกเชิญจากยานซารีเอล (ยุโรป)ด้วย น่าชื่นชมจริงๆค่ะ และจากที่ฉันลองสำรวจความคิดเห็นของผู้คนส่วนใหญ่จากยานทั้งห้าลำ พบว่ามีการเทคะแนนเชียร์สูสีกันเชียวค่ะ เพราะศวิลกับคุณทเวนนั้นไม่ได้โดดเด่นเป็นที่รู้จัก ไม่ได้มีคะแนนติดท๊อปในกลุ่มที่ทางหน่วยงานต่างๆจับตามอง ส่วนทริกเกอร์จากยานซารีเอลนั้นมีชื่อเสียงในด้านแย่ๆจนเป็นที่รู้จักดี แต่ถึงอย่างนั้นเขาเองก็เป็นผู้ที่ทางหน่วยงานต่างๆกำลังจับตามอง เพราะมีคะแนนสะสูงติดท๊อปเท็น”

 

เจดาอธิบาย ผมไม่อยากจะเชื่อหู ตอนที่เธอบอกว่าทริกเกอร์นั้นมีคะแนนสะสมติดอันดับท๊อปเท็น ส่วนผมกับทเวนเป็นพวกโนเนมไม่ติดอันดับอะไรกับเขาเลย งานนี้เสียงเชียร์น่าจะเทไปทางทริกเกอร์ ถ้าไม่ติดว่าหมอนั่นปากเสียนิสัยแย่เอามากๆ คนที่ไม่ชอบทริกเกอร์เลยหันมาเชียร์พวกเราแทน แต่สิ่งที่ผมสงสัยยิ่งกว่านั้นก็คือ

 

“เจดา ใครเป็นคนประกาศข้อความนี้ขึ้นมาน่ะ?”

 

“ต้นทางมาจากซารีเอล ชื่อแอคเค้าท์คือทริกเกอร์ค่ะ จากนั้นมีการเผยแพร่ต่ออย่างกว้างขวาง ตอนนี้พวกคุณเป็นที่สนใจของผู้คนมาก บนอูริเอลนี่มีความวุ่นวายเล็กๆเกิดขึ้น เพราะมีความพยายามในการตามหาตัวศวิลกับคุณทเวน ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันอยู่ค่ะ”

 

ความคิดที่จะออกไปนั่งกินข้าวในโรงอาหารให้สบายเริ่มไม่เข้าท่า แต่ถ้าไม่ออกไปจะน่าสงสัยยิ่งกว่า เพราะมันส่อพิรุธและพยายามหลบหน้าผู้คนอย่างเห็นๆ จะอ้างว่ากำลังเชื่อมต่ออยู่กับดิกาแล็กเซียไปตลอดก็ไม่ได้ เพราะยังไงเราก็ต้องตัดการเชื่อมต่อเพื่อทำธุระส่วนตัวและทานอาหารอยู่ดี

 

“มีการติดต่อจากคุณทเวนค่ะ”

 

“ยอมรับการติดต่อ”

เจดาแจ้ง พร้อมกันกับที่หน้าจอมอนิเตอร์เปลี่ยนภาพสัญญาณการติดต่อเข้ามาของทเวน

 

“เฮ้เซวิล นายรู้เรื่องข่าวการประลองของเรากับไอ้ทริกเกอร์นั่นหรือยัง ตอนนี้ใครๆก็พูดถึง แถมยังพากันตามหาตัวพวกเราให้วุ่นเลยด้วย!!

น้ำเสียงของเขาทำให้ผมแปลกใจ แทนที่ทเวนจะชอบใจกลับดูเป็นกังวลทีเดียว

 

“รู้แล้ว เมื่อกี้นี้เอง”

 

“รู้แล้วทำไมยังเฉยอีกล่ะ นี่นายไม่เป็นกังวลบ้างเลยหรือไง?!

 

“นายอยากออกไปประกาศไหมล่ะ ว่าฉันนี่แหละทเวน”

 

“ไม่นะ ฉันยังไม่พร้อม!!

 

“งั้นก็นิ่งไว้ ทำตัวปกติ ตื่นเต้นไปตามกระแสผู้คนข้างนอกนั่นบ้างก็พอ”

 

“เอางั้นเหรอ”

 

“เอางั้นแหละ ว่าแต่นายจะออกไปกินข้าวหรือยัง?”

 

“นายล่ะ?”

เรามองหน้ากัน ตกลงใจว่าจะออกไปหาอะไรทานกันก่อน จะกลับเข้ามาอาบน้ำ และเชื่อมต่อเข้าสู่ดิกาแล็กเซียอีกครั้ง ตั้งแต่เดินออกมาจากห้องพัก ไปจนถึงหน้าเซ็กเตอร์ ผู้คนดูเหมือนจะไม่ได้เยอะอย่างที่กังวลไว้ในตอนแรก แต่ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็มีทีท่าว่ากำลังตื่นเต้น และมองหาใครบางคนที่ชื่อทเวนกับเซวิลอยู่

 

“เฮ่นี่พวกนาย ได้ข่าวเรื่องการประลองที่ดิอารีน่าหรือยัง?!

ผู้ถูกเชิญคนหนึ่งวิ่งเข้ามาถามผมกับทเวน ที่กำลังเดินจ้ำอ้าวไปยังโรงอาหาร พยายามไม่หยุดคุยกับใครสักเท่าไร เพราะกลัวว่าจะถูกซักไซ้ถามแบบนี้นี่แหละ โดยเฉพาะเมื่อต้องแนะนำตัว ในเวลที่ใครๆก็อยากจะเจอแบบนี้ด้วยแล้วละก็

 

“ห๊ะ ก็พอได้ยินบ้างแหละ พอดีพวกเราเพิ่งตัดการเชื่อมต่อมาจากดิกาแล็กเซีย กำลังหิวสุดๆเลยไม่ได้หยุดคุยกะใคร กะว่ากินเสร็จแล้วจะลองหาข้อมูลดู”

ผมตอบ เท้าก็ยังจ้ำไม่หยุด เรียกว่าไม่คิดจะหยุดคุยกับหมอนั่นเลยสักนิด

 

“นี่ถ้างั้นพวกนายก็เจอคนถูกแล้วล่ะ ผมน่ะกำลังจะไปกินข้าวเหมือนกัน แล้วก็เรื่องข้อมูลการประลองนั่น ผมสืบเสาะหามาหมดแล้วเหมือนกัน เดี๋ยวฉันจะร่ายยาวให้พวกนายได้รู้ซึ้งถึงแก่นเอง!

เอาละสิ นึกว่าตอบไปแบบนั้นจะสลัดหมอนี่ให้หลุดไปได้แท้ๆ แต่กลับกลายเป็นว่ายังคิดจะตามผมกับมเวนไปโรงอาหารด้วยอีก

 

“นายรู้มากขนาดนั้นเชียว?”

ทเวนเลิกคิ้วถาม

 

“แน่นอน โดยเฉพาะข้อมูลของทริกเกอร์ เพราะหมอนั่นน่ะขี้อวด แถมยังปากเสีย แต่ฝีมือนี่ของจริง ประมาทไม่ได้เลยนะ ตอนแรกได้ยินเรื่องการประลองที่ดิอารีน่า ผมยังคิดว่าตัวเองหูฝาดไปเลยด้วยซ้ำ”

 

“ทำไมล่ะ คิดว่าสองคนนั้นจะสู้ทริกเกอร์ไม่ได้รึไง?!

ทเวนถามเสียงเข้ม ทำเอาหมอนั่นหน้าซีด

 

“ก็นะ มันก็เป็นไปได้นี่ที่ใครๆจะคิดว่าทริกเกอร์เหนือกว่า เพราะสองคนนั้นเป็นพวกโนเนม ไม่ติดอันดับอะไรกับเขาเลย แต่อย่าเข้าใจผิดคิดว่าคนอื่นๆจะมองว่าสองคนนั้นกระจอกไป เท่าที่เห็นมา มีคนเก่งอีกมากที่ยังไม่ได้แสดฝีมือ พวกซุ่มเงียบน่ะ หลายคนคิดว่าทเวนกับเซวิลเป็นพวกซุ่มเงียบ ถ้าชนะทริกเกอร์ได้ละก็ สองคนนี้ต้องดังระเบิดแน่นอน แต่ถ้าแพ้ก็ไม่ได้ถือว่าผิดคาดอะไร กลัวก็แต่จะโดนทริกเกอร์ไล่ตามเยาะเย้ยไปตลอดชีวิตเท่านั้นแหละ!

 

นายคนนี้ยังตามเรามานั่งกินอาหารที่โต๊ะ และยังจ้อไม่หยุด อย่างกับคนไม่ได้พูดมาเป็นปีๆ ที่จริงนิสัยแบบนี้ทำให้นึกถึงแซม เบนดิกส์ ลูกชายร้านขายข้อมูลบนเซคันด์เอิร์ธขึ้นมาเลย

 

“แต่ว่าพวกคนใหญ่คนโตไม่คิดงั้นหรอก ดูเหมือนข่าววงในน่ะจะคุยกันว่า หากทริกเกอร์ชนะการประลองครั้งนี้อย่างสวยงามละก็ เขาจะได้รับการประเมินเข้ากองทัพหรือเรนเจอร์โดยยกเว้นไม่ต้องสอบคัดเลือกเหมือนคนอื่นเลยล่ะ!

หมอนี่พูดพร้อมเกาตางอย่างเคร่งขรึม

 

“เอ้อจริงสิ มัวแต่โม้อยู่ได้ตั้งนาน ยังไม่ได้แนะนำตัวเลยนี่นา ผมโซระ”

ชายร่างผอมผมยาวระบ่า ซอยเป็นทรงรากไทรแนะนำตัว เขายื่นมือมาข้างหน้า รอให้เราแนะนำตัวและเขย่ามือด้วย เราสองคนเหล่มองกัน ใช้สายตาเกี่ยงกันว่าใครจะแนะนำตัวกับหมอนี่ก่อน

 

“ฮ่ะๆ ไม่อยากบอกเหรอ ไม่เป็นไรหรอก ที่จริงฉันเองก็เป็นคนแปลกหน้านี่เนอะ”

โซระหัวเราะเนือยๆ ท่าทางผิดหวังฉายอยู่ในแววตาของเขา เพราะการเกี่ยงกันแนะนำตัวของผมกับทเวน คงทำให้เขารู้สึกว่า กำลังถูกพวกเรารังเกียจอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้

 

“อ้อไง โซระ ฉันชื่อ ท...ทว..

 

“ทว...

โซระมองเทวนด้วยความสงสัย ผมว่าทเวนกำลังคิดชื่อปลอมให้ตัวเองเองอย่างเร่งด่วนอยู่แน่ๆ แต่ว่ามันจะออกมาเข้าท่าไหมนี่สิ

 

“ทวิ...วิ ภพ! ฉันชื่อทวิภพ!

 

“หา!!

ผมเผลออุทานออกมาเสียงดังพร้อมกับโซระ ทำให้เขาหันมามองด้วยความประหลาดใจ

 

“ค...คบกันมาตั้งนานก็เพิ่งรู้เนี่ยแหละว่าชื่อเต็มนายคือ ท...ทวิภพ!

ผมแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ ไม่รู้ว่าโซระจะเชื่อไหม

 

“ฮ่ะๆ นั่นสิปกติก็เรียกแต่ทวินี่นา เนอะ!!

ทเวนก็แกล้งหัวเราะร่วนกลบเกลื่อนไปด้วยอีกคน

 

“ฮ่ะๆ งั้นเหรอ แล้วนายล่ะ หน้าตาดูลูกครึ่งแบบนี้จะชื่ออะไร”

 

“ผมหรอ ผมก็ชื่อ ส...สวิช ไงล่ะ!

 

“ชื่อสั้นดีนะ ทวิกับสวิช งั้นเรียกผมว่าโซก็ได้นะ จะได้ชื่อสั้นๆเหมือนกัน ว่าแต่พวกนายมีกันแค่สองคนเองเหรอ คนที่ขึ้นยานอวกาศมาส่วนใหญ่ ถ้าไม่มากันเป็นกลุ่มก้อน ก็มาคนเดียวแบบผมเนี่ยแหละ อยู่มาก็นานยังไม่รู้จักใครเลย พวกสังคมแคบ เข้ากับคนยากน่ะ”

โซระพูดพร้อมกับเกาศีรษะไปด้วย ท่าทางดูเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองสักเท่าไร

 

“ชื่อนายมันก็สั้นอยู่แล้วนะ ผมว่า...”

ผมทัก โซระจึงหัวเราะออกมาแบบอายๆ

 

“ส่วนเรื่องเพื่อนน่ะ ถ้าสนิทกันจริงๆก็มีแค่นี้แหละ ผมกับทเว.. ทวิน่ะก็มารู้จักกันบนยานอูริเอลเหมือนกัน ไม่ได้รู้จักกันบนโลกมาก่อนหรอก นายเองก็อัธยาศัยดีนี่ ยังไงต้องมีเพื่อนเยอะๆ ในเร็วๆนี้แน่!

 

“ไม่ใช่ว่าไม่พยายามหรอกนะ แต่ซามูไรไร้สังกัดแบบผมน่ะ ไม่มีใครรับเข้ากลุ่มง่ายๆหรอก”

 

“ซามูไรเหรอ?”

ทเวนถามขึ้นด้วยความสนใจ ผมเองก็เช่นกัน เกิดมายังไม่เคยเห็นซามูไรตัวจริงเลยสักคนเดียว

 

“ครับ ฮ่ะๆ ผมน่ะเรียนรู้วิถีซามูไรตั้งแต่เด็กๆ ในหมู่บ้านที่ผมเติบโต แต่ว่าผมเป็นผู้โชคดีไม่กี่คนที่ได้รับเชิญขึ้นยานอวกาศไปยังโลกใหม่ คนอื่นๆที่ได้รับเชิญเหมือนกัน เขาก็ไม่ได้ชอบขี้หน้าผมสักเท่าไรนัก ก็เลยขึ้นมาแบบไม่มีเพื่อนเลยสักคนเดียว ผมพกดาบชั้นยอดที่เป็นของขวัญจากปู่มาด้วย ต้องได้ใช้จริงเมื่อไปถึงเซคันด์เอิร์ธแน่ๆ”

พอเริ่มเล่าเรื่องของตัวเองปุ๊บ ดูเหมือนโซระจะกลายเป็นคนขี้อายไปซะเฉยๆ แต่ผมว่าในความขี้อายนั้น เขาดูเป็นคนถ่อมตนที่ขี้โม้ไม่เบาเชียวล่ะ

 

“น่าสนใจนี่นา เอาไว้เราไปทำมิชชั่นด้วยกันสักครั้งดีไหมล่ะ?”

ทเวนกล่าวชวน ท่าทางสนใจในตัวโซระกับวิถีซามูไรของเขา ผมเองก็อยากเห็นเหมือนกัน เวลาที่โซระใช้ดาบซามูไรต่อสู้นั้นจะเป็นยังไง

 

“จริงน่ะ!!

โซระสุกพรวดขึ้น แถมยังตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความตื่นเต้นดีใจ ทำเอาผมกับทเวนตกใจสะดุ้งโหยง พาลเอาคนอื่นๆที่อยู่ในโรงอาหารหันมามองกันเป็นตาเดียว

 

“จ...จริงสิ ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นก็ได้ นั่งลงเถอะ”

 

“ครับ ผมแค่ดีใจน่ะ เป็นครั้งแรกเลยนะที่มีคนชวนผมไปทำมิชชั่นด้วยกัน นี่ขนาดมิชชั่นตามหาแร่ 20 ชนิดผมยังต้องทำคนเดียวเลย มิชชั่นเลยไปได้ช้า เก็บได้มาแค่ 4 – 5 ชนิดเอง”

 

คำพูดธรรมดาๆที่อออกมาจากปากของโซระผู้กำลังตื่นเต้นดีใจ มันทำให้ผมกับทเวนตะลึงตาค้าง เขาออกตามหาแร่เพียงลำพังโดยไม่มีเพื่อนร่วมมิชชั่น แต่กลับเก็บมาได้เยอะกว่าที่ผมกับทเวนร่วมมือกันเสียอีก ดูเหมือนว่าผู้ชายท่าทางธรรมดาๆคนนี้ จะเป็นพวกซุ่มเงียบทางด้านฝีมือตัวจริงเสียแล้ว

 

“นี่ เมื่อกี้นายตื่นเต้นอะไรน่ะ!

แค่ชั่วพริบตา ก็มีคนมามุงโต๊ะของพวกเราเป็นจำนวนมาก ท่าทางอนากรู้อยากเห็นจนออกนอกหน้า

 

“ไม่มีอะไรนี่ครับ แค่ผมดีใจที่สองคนนี้จะชวนไปทำมิชชั่นด้วยกันเท่านั้นเอง”

โซระยิ้มตอบหน้าระรื่น

 

“จริงน่ะ ไม่ใช่ว่ารู้อะไรไว้แล้วทำเป็นปิดบังหรอกนะ”

หนึ่งในพวกที่มามุงถามขึ้น เพราะไม่เชื่อสิ่งที่โซระบอกสักเท่าไร

 

“จริงสิครับ อย่างผมนี่จะไปมีอะไรปิดบีงพวกคุณกันล่ะ”

 

“ก็อย่างเช่น เรื่องที่สองคนนี้คือทเวนกับเซวิลยังไงล่ะ”

 

เกิดเสียงฮือฮาขึ้น เมื่อชายคนนั้นเอ่ยชื่อของผมกับทเวนออกมา แว่บแรกเราตกใจกันมาก ไม่คิดว่าจะมีใครรู้ตัวตนของพวกเราด้วย เพราะตั้งแต่ขึ้นมาบนยานอูริเอล ตัวผมเองแทบไม่ได้ไปทำความรู้จักกับใครเลย จะมีก็แต่โมนิกกับน้องชาย ที่ย้ายกลับไปยังยานซารีเอลแล้ว ส่วนทเวนนั้น ช่วงที่เขาถูกห้ามเชื่อมต่อเข้าสู่ดิกาแล็กเซีย เขาได้ไปทำความรู้จักใครเพิ่มรึเปล่า ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะเขาไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังมากนัก และผมเองก็ไม่ได้ไปซักถามอะไรด้วย แต่เท่าที่ดู กลุ่มคนที่มามุงเราอยู่นี่จะไม่มีใครรู้จักผมกับทเวนสักคน

 

“นี่ๆจะว่าไป ชื่อทเวนกับเซวิลนั่นอาจจะเป็นนามแฝงก็ได้นะ คนท่าทางธรรมดาๆอย่างสองคนนี้ ไม่น่าจะมีความสามารถไปต่อกรกับเจ้าทริกเกอร์นั่นได้หรอก”

หญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้น หลังจากพิจารณาหน้าตาของผมกับทเวนอย่างถี่ถ้วนแล้ว

 

“อันที่จริงคู่หูแม็กการเร็ต กับไซรัสน่ะ น่าจะเข้าเค้ากว่าเยอะ สองคนนั้นเก่งจะตาย แถมยังหล่อขาดใจ ถ้าสองคนนั้นใช้นามแฝงก็ไม่น่าแปลกใจด้วย เพราะพวกเขาไม่ชอบเปิดเผยตัว แต่ฝีมือนี่ติดอันดับท๊อปเท็นอยู่เหมือนกันนะ”

หญิงสาวอีกคนหนึ่งข้างเธอพูด ท่าทางเคลิ้มฝันเมื่อพูดถึงแม็กกาเร็ตกับไซรัส แถมดูเหมือนว่าหญิงสาวคนอื่นๆจะเห็นด้วยกับเธอไม่น้อยทีเดียว

 

“พวกลูกครึ่งนั่นน่ะนะ!

ชายหนุ่มคนที่เปิดประเด็นถามขึ้นอย่างไม่พอใจ

 

“ใช่สิ ถ้าจะมีใครบนยานอูริเอลที่เก่งพอจะต่อกรกับเจ้าทริกเกอร์นั่นได้ ก็ต้องเป็นสองคนนั้นนั่นแหละ!!

 

“เดี๋ยวสิ นี่รู้ขนาดว่าทเวนกับเศวิลอยู่บนยานอูริเอลเลยเหรอ?!

ผมถามขึ้นด้วยความตกตะลึง

 

“ใช่ รู้สึกว่าบนยานซารีเอลจะมีคนที่รู้จักสองคนนั้นอยู่ด้วย เธอคนนั้นยอกว่าทเวนกับเซวิลอยู่บนยานอูริเอล คนหนึ่งเป็นลูกครึ่งหล่อเหลา ส่วนอีกคนตัวใหญ่บึกบึนคล้ายพวกทหาร”

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอคนนั้นคือโมนิกแน่ๆ ดีนะที่เธออธิบายลักษณะมาแค่นั้น ไม่อย่างนั้นถ้าคนพวกนี่รู้ตัวจริงขึ้นมา มีหวังได้ทับถมเราจนไม่มีหน้าไปปรากฏตัวที่ดิอารีน่าแน่ๆ

 

“แต่มันก็จริงละนะ สองคนนี้ดูไม่น่าเข้าเค้าเลยจริงๆ ขอโทษที่รบกวนการกินข้าวของพวกนายละกัน เอ้าพวกเราแยกย้ายเถอะคงไม่ใช่สองคนนี้หรอก”

ผมกับทเวนมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเศร้าใจดี คนพวกนี้ไม่ทันได้รู้จักก็ดูถูกกันเสียแล้ว แต่ก็ดีไปแอย่างที่ไม่มีใครมารุมซักถามอะไรอีก เอาไว้ไปอึ้งในวันประลองกันเองเถอะ

 

“มนุษย์เนี่ย ไม่ว่าผ่านไปกี่ชั่วอายุคน ก็ยังไม่ทิ้งนิสัยดูถูกคนอื่นสินะ”

โซระพูดพร้อมกับยกชาขึ้นจิบ ท่าทางสงบนิ่งอย่างน่าเหลือเชื่อ

 

“นายคงเจอแบบนี้บ่อยสิท่า ถึงได้นิ่งได้ขนาดนั้น”

ทเวนเลิกคิ้วถามอย่างประหลาดใจ

 

“ครับ แต่อย่างเก็บมันมาคิดให้จอตใจเราตกต่ำไปด้วยเลย คุณทเวน คุณเซวิล”

รอยยิ้มอ่อนโยนของโซระ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของพวกเราเบาๆอย่างไม่ตื่นเต้น ทำให้ผมกับทเวนเบิกตาค้าง หมอนี่รู้ชื่อเรา ชื่อที่เราไม่ได้บอกออกไป และไม่มีใครแอะใจสงสัยเสียด้วยซ้ำ โซระ หมอนี่มีฝีมือในการอ่านใจคนด้วยหรือไงกันนะ!

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #375 my-kimberly (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 15:04
    ใครล่ะนี่ ท่าทางจะหล่อ เอ๊ย! แอบเทพ
    #375
    0
  2. #371 kimurakung (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 13:15
    โอ้ววว โซระ ไม่ธรรมดานะนี่
    #371
    0