THE GALAXIA

ตอนที่ 43 : Ire

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 735
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    23 พ.ค. 59





 

ผมกับเบิร์นเนอร์ปีนขึ้นฝั่ง พยายามดูการต่อสู้ในที่มืดนั้น ดูเหมือนเจ้าตัวที่เบิร์นเนอร์บอกว่าคล้ายตุ่นนั้น จะเหมือนอยู่แค่ท่อนบนของร่างกายเท่านั้น เพราะท่อนล่างของมันดูเหมือนหนอนอ้วนๆที่ไม่มีขา ปลายสุดของหางบานออกคล้ายหางของพะยูน ผิวของมันเป็นสีน้ำตาลแบบเดียวกับสีของดินในถ้ำ เจ้าตัวใหญ่สุดนั่นคงเป็นนางพญา จ่าฝูงหรือผู้นำคือ เมก้าวอล์คมานาตี คลาสซี ส่วนตัวเล็กๆที่ลดหลั่นกันมาทั้งหมดเป็นวอล์คมานาตี คลาสดี ผิวหนังของพวกมันไม่หนามาก ที่หนาคือชั้นไขมันของพวกมันต่างหาก

 

ดูเหมือนพวกมันจะพยายามดันพวกเราให้ตกลงไปในบ่อน้ำนี้ ไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไรก็ตามเดรกลอยข้าวหัวผมกับเบิร์เนอร์ตกลงไปในบ่อ จากนั้นพวกคลาสดีก็กรูกันเข้ามา พอเห็นผมกับเบิร์นเนอร์ก็แยกเขี้ยว พร้อมจู้โจมใส่ทันที

 

“พวกมันทำตัวแปลกๆ อยากจะจับพวกเรากดน้ำตายรึไงนะ”

ผมพูดขึ้นเสียงดังขณะยิงปืนใส่วอร์คมานาตีตรงหน้าสองตัว  ดูเหมือนคนอื่นๆเองก็จะสังเกตเห็นความผิดปกตินี้เช่นกัน เดรกที่กำลังจะปีนขึ้นมาจากบ่อน้ำจึงชะงัก และดำลงไปดูใต้น้ำด้วยความสงสัยทันที

 

“คิดว่าเดรกจะเจออะไรไหม?”

ผมตะโกนถามเบิร์นเนอร์ เขามีฝีมือมากทีเดียว ทั้งที่โดนวอล์คมานาตีสี่ตัวรุมอยู่ก็ยังสู้ได้สบายๆ สมแล้วที่เป็นคนที่เหลือรอดมาจากการต่อสู้กับกรีนคิลเลอร์ได้

 

“ไม่รู้สิ ต่าถ้าพวกนายเองก็เอะใจเหมือนกนั ก้นบ่อนั่นก็ต้องมีอะไรแน่ๆล่ะ”

เบิร์เนอร์ตอบ ท่าทางของเขาเป็นมิตรมากกว่าทริกเกอร์เพื่อนของเขาหลายเท่า ไม่รู้ว่าคบเป็นเพื่อนกันได้ไงโดยไม่ตีกันตายไปข้างนึงก่อน เพราะความปากเสียของทริกเกอร์ ขนาดตอนสู้ก็ยังไม่วายพูดจายั่วโมโหทเวน ที่กำลังสู้กับเจ้าตัวใหญ่อยู่กับเขา จนจะหันมาตีกันเองหลายรอบแล้ว

 

“เลิกทะเลาะกันก่แนเถอะน่า พวกนายกำลังสู้กับมอนสเตอร์คลาสซีอยู่นะ!

เบิร์นเนอร์พยายามตะโกนห้ามทเวนกับทริกเกอร์ที่กำลังเขม่นกัน แบบพร้อมจะมีเรื่องได้ทุกเมื่อ ทั้งที่กำลังอยู่ในวงล้อมของมอนสเตอร์จำนวนมาก

 

“แย่แน่ สองคนนั้นไม่สนมอนสเตอร์พวกนี้อีกแล้ว สงสัยได้ตีกันจริงแน่”

ผมเห็นท่าไม่ดี เพราะสีหน้าบึ้งตึงของทเวนบ่งบอกว่าเขาหมดความอดทนกับทริกเกอร์แล้ว ส่วนทริกเกอร์ที่แม้จะยังมีรอยยิ้มหยันอยู่บนใบหน้า แต่ก็พร้อมจะลงมือกับทเวนได้ทุกเมื่อเช่นกัน

 

“พวกนาย ก้นบ่อนี่มีแร่ที่เราต้องการอยู่ แต่อยู่ใต้กองกระดูกนับร้อยๆเลยล่ะ ถ้าฉันคิดไม่ผิด ที่มอนสเตอร์พวกนั้นพยายามผลักเราตกบ่อนี่ก็เพื่อกดน้ำเราให้ตาย กลายเป็นปุ๋ยให้สาหร่ายนี่ล่ะ”

เดรกพาร่างขึ้นมาจากน้ำพูดขึ้น ในมือของเขามีก้อนแร่ก้อนหนึ่งด้วย

 

“นายรู้ได้ไงว่ามันจะเอาเราเป็นปุ๋ยให้สาหร่าย มันอาจจะเอาเราไปกินในน้ำเท่านั้นก็ได้มั้ง?”

เบิร์นเนอร์ถาม ข้อสันนิษฐานของแต่ละคนไม่ได้ดีไปกว่ากันเลยสักนิด

 

“เพราะสาหร่ายนั่นชื่อ “energy alga” เป็นหลังอาหารให้พลังงานชั้นดี เพราะงั้นตัวมันเองจึงต้องการอาหารมากในการเจริญเติบโต โดยเฉพาะไขมันและโปรตีน มอนสเตอร์พวกนั้นคงเลี้ยงสาหร่ายเป็นอาหาร โดยหามอนสเตอร์อื่นๆมาเป็นปุ๋ยให้มัน”

 

“ว...ว้าว สุดยอดไปเลย”

ผมอุทานออกมาด้วยความทึ่ง เพราะเดรกสามารถอธิบายได้อย่างทะลุปรุโปร่งอย่างกับนัดพฤกษศาตร์มาเอง

 

“หึๆ เดรกน่ะเห็นแบบนี้แต่เขาสนใจพวกพืชพรรณกับชนิดของพวกมันมากเลยล่ะ”

เบิร์นเนอร์หัวเราะเบาๆขณะพูด

 

“เห็นอย่างนั้นนี่ มันหมายความว่ายังไงกัน พวกนายรีบลงไปงมเอาแร่ดีกว่านะ ท่าทางมอนสเตอร์พวกนั้นจะพากันมาเรื่อยๆแน่ ฉันเห็นทางเชื่อมใต้น้ำ ที่น่าจะนำไปสู่โถงถ้ำอื่นได้หลายทางซะด้วย อยู่ในฟาร์มของพวกมอนสเตอร์แบบนี้ พวกนายคงไม่อยากพลาดท่ากลายเป็นปุ๋ยให้พวกมันหรอกใช่ไหม?”

 

“เฮ้เดรก แล้วทริกเกอร์ล่ะ?!

เบิร์นเนอร์รีบถามเมื่อเห็นว่าเดรกไม่สนใจการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น ระหว่างทเวนกับทริกเกอร์เลยสักนิด

 

“หมอนั่นไม่ใช่เด็กๆ พูดครั้งเดียวไม่ฟังก็คงต้องปล่อยไป ว่าแต่นายเถอะรีบลงไปงมแร่เถอะ บอกไว้ก่อนนะว่าฉันกำลังจะชิ่งออกจากที่นี่แล้ว”

คนฉลาดๆไม่ว่าใครก็คงจะพูดและทำอย่างเดรก ในสถานการณ์อย่างนี้ทำให้ผมพอรู้ว่าพวกเขาไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมากมาย ถ้าเดรกกับเบิร์นเนอร์ชิ่งไป ผมกับทเวนต้องตกที่นั่งลำบากแน่ ขนาดที่ว่าอาจจะชีวิตรอดออกไปจากถ้ำนี้ไม่ได้

 

“เดี๋ยวเบิร์นเนอร์ นายอยู่ต้านพวกมอนสเตอร์ไว้ตรงนี้กับเดรกเถอะ ส่วนแร่นั่นเดี๋ยวลงไปงมให้เอง”

เบิร์นเนอร์ชะงักเท้า เดรกยิ้มมุมปากมองผม แล้วพูดขึ้นมาว่า

 

“ฉลาดนี่”

 

“เอ่อ...งั้นก็ฝากด้วยนะ”

เบิร์นเนอร์ยิ้มให้ผม แล้วหับกลับไปสู้กับวอล์คมานาตี ที่พยายามฝ่าเข้ามาทำร้ายพวกเรา ด้วยการซัดให้ตกลงไปในบ่อน้ำ ผมพยักหน้าแล้วรีบดำลงไปในบ่อน้ำอย่างรวดเร็ว

 

น้ำลึกกว่าที่คิดไว้ เพียงเพราะแสงสว่างจากสาหร่ายนั่นลวงตาเรา กระแสน้ำค่อนข้างนิ่ง แต่ผมก็ยังรู้สึกได้ถึงกระแสไหลเวียนของมัน นั่นเพราะอาจเป็นไปได้ว่า แหล่งน้ำในถ้ำนี้เชื่อมต่อออกไปยังแหล่งน้ำภายนอกได้ด้วย ก้อนแร่พวกนี่อาจเป็นการตกผลึกของสารที่สาหร่ายนั่นสังเคราะห์ออกมา หรือไม่ก็โครงกระดูกของสัตว์อื่นๆก้นบ่อนี่ที่กลายสภาพไป แต่จะแบบไหนผมว่ามันก็น่าขนลุกไม่แพ้กัน

 

แม้ผมจะเข้าใจดีว่าสมดุลของชีวิต ต้องมีสิ่งหนึ่งทำลายสิ่งหนึ่งเพื่ออยู่รอดก็ตาม แต่บางอย่างก็ดูจะโหดร้ายเกินไปสำหรับผม ทั้งที่ความจริงมันอาจเป็นวิถีอันปกติมาช้านานแล้วก็ได้

 

วูบ

 

ผมรู้สึกได้ถึงกระแสน้ำที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ราวกับมีบางอย่างว่ายเวียนอยู่ใกล้ๆ แต่กลับมองไม่เห็นสิ่งใดบริเวณนี้เลย ผมเริ่มระแวงกลัวว่าจะมีวอล์คมานาตีอยู่ในน้ำกับผมด้วย แบบนั้นต้องไม่ดีมากแน่ๆ ผมเร่งความเร็วดำลงไปให้ถึงก้นบ่อ เพื่อเก็บก้อนแร่สำหรับตัวผมเอง ทเวน และเบิร์นเนอร์ ส่วนทริกเกอร์ เขาคงไม่ต้องการความช่วยเหลือจากผมหรอก

 

วูบ

 

เอาอีกแล้ว ความรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของกระแสน้ำ คราวนี้ดูเหมือนว่าจะมากกว่าหนึ่งจุด แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่ากี่จุดกันแน่ ลมหายใจของผมใกล้จะหมด และผมก็ยังอยู่ที่ก้นบ่อนี่อยู่เลย ผมใช้เท้าถีบพื้นบ่อเพื่อส่งตัวเองให้พุ่งขึ้นไปยังผิวน้ำ และตอนนี้เองที่ผมเห็นบางสิ่ง ตรงดิ่งเข้ามาหาผมในความมืด วอล์คมานาตีร่างเปรียว ลำตัวยาวสองเมตรกว่าๆ สีผิวจริงๆเมื่อไม่ได้คลุกฝุ่นอยู่บนพื้นดินเป็นสีขาวออกเทาซีดๆ มันพุ่งใส่ผมราวกับจรวดนำวิถี โดยที่ผมทำได้เพียงยืนมือทั้งสองข้างจับส่วนหัวของมันไว้อย่างไร้ประโยชน์

 

พรวด

 

ซ่า...

 

ร่างของผมและวอล์คมานาตีตัวนั้นพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว แถมยังกระเด็นขึ้นไปในอากาศอีกเกือบสองเมตร จังหวะลอยตัวนั้นผมคว้าเชนกันยิ่งใส่ปากที่กำลังอ้ากว้างของมันได้พอดี ทำให้มันร่วงลงไปในน้ำ ตามติดมาด้วนตัวผม

 

ข้างใต้ผิวน้ำนั่นมีวอล์คมานาตีรออยู่อีกสองตัว ท่าทางแค้นจัดที่ผมทำร้ายเพื่อนของมัน และพร้อมจะจู่โจมใส่ผมทันทีที่ตกลงไปในน้ำแน่ ผมเลยยิงใส้พวกมันไปหลายนัด เพื่อให้พวกมันตื่นกลัวและว่ายหนีไป

 

ตูมม!

 

ผมตกลงไปในน้ำ พยายามว่ายกลับเข้าฝั่งให้เร็วที่สุด พอผมขึ้นมายืนบนพื้นได้ก็พบว่าทเวนกับทริกเกอร์กำลังสู้กันเองอย่างดุเดือด ส่วนเดรกกับเบิร์เนอร์ก็ท่าทางจะตึงมือมากแล้ว ไม่นานพวกเขาคงหาวิธีตีฝ่าไปโดยทิ้งทเวนกับทริกเกอร์ไว้แน่ๆ

 

“เบิร์เนอร์ นี่ของนาย”

ผมดึงก้อนแร่ออกมาจากกระเป๋าก้อนหนึ่งและส่งให้เขา

 

“ขอบใจนะ แล้ว...”

เขารับไป ทำท่าจะถามว่าเอามาให้แค่ก้อนเดียวเท่านั้นหรือ

 

“ผมรับปากแค่ของนาย”

ผมตอบสั้นๆ เดรกยิ้มมุมปากก่อนจะพูดขึ้นว่า

 

“เราต้องไปกันแล้ว ไม่มีทางที่จะสู้กับพวกมันได้หมด โดยไม่ตายไปซะก่อนแน่ๆ ตัดสินใจเอาละกัน พวกเราลองเรียกทริกเกอร์แล้ว แต่หมอนั่นสนใจการต่อสู้กับเพื่อนนายมากกว่า เราเลยคิดจะปล่อยไว้ที่นี่แหละ อีกอย่างหากการสู้เลยเถิดถึงฆ่ากันขึ้นมาถือเป็นความผิด คิดว่านายคงรู้อยู่แล้ว ถ้าอยากสู้แบบฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง แนะนำให้ไปที่ดิอารีน่า  ที่นั่นเหมาะกับคนที่เขม่นกันอยากสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่งโดยไม่ผิดกฏหมายนะ ตัดสินใจเอาแล้วกัน พวกฉันไปล่ะ”

 

พูดจบเดรกกับเบิร์เนอร์ก็เริ่มโจมตีใส่เหล่าวอล์คมานาตี เพื่อเปิดทางหนีออกไปจากถ้ำแห่งนี้  ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าขาดคนมีฝีมืออย่างเดรก กับเบิร์นเนอร์ไปละก็ ผมกับทเวนไม่มีหวังรอดแน่ๆ

 

“ทเวน หยุดสู้ซะ เราจะไปกันแล้ว!

ผมตะโกนเรียกเขาเสียงดัง แต่ดูเหมือนทเวนจะไม่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย

 

“แย่จริง!

ผมสบถกับตัวเอง ก่อนจะวิ่งตามเดรกกับเบอร์นเนอร์ไป เมื่อถึงระยะการต่อสู้ของทเวนกับทริกเกอร์ ผมก็เข้าแทรกแซงทันที

 

ตูมม!

ผมกระโดดลอยตัวเตะใส่ทริกเกอร์ที่ไม่ทันระวังผมเต็มแรง จนร่างของเขากระเด็นไปไกล ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน

 

“ทะอะไรน่าเศวิล นายห้ามสอดมือเข้ามายุ่งการต่อสู้ของฉันนะ!

ทเวนโมโหใส่ผม แต่ผมไม่สนหรอก ยังไงก็ต้องลากคอหมอนี่ออกไปให้ได้ ก่อนที่จะตายศพไม่สวยอยู่ในนี้

 

“ใช่ ทำได้แสบมากนะที่มาเล่นทีเผลอ ถ้าจะรุมกันฉันไม่ว่าหรอก เพราะรู้ว่าพวกนายมันอ่อนด๋อย แต่มาทีเผลอแบบนี้มันน่าโมโหนัก!

ทริกเกอร์ลุกขึ้นยืนฝ่าวงล้อมวอล์คมานาตีออกมา ท่าทางโกรธจัด

 

“ผมไม่สนได้ยินไหม แต่ถ้ายังคาใจกันอยู่ก็ไปเจอกันที่ดิอารีน่าได้ทุกเมื่อ!

 

“ดิ อารีน่าเหรอ หึๆๆๆ น่าสนนี่ ฆ่าพวกนายตายที่นั่นไม่ถือเป็นความผิดนี่ ได้สิ ได้เลย เจอกันที่ดิอารีน่า ถัดจากนี่ไปอีกหนึ่งควอเตอร์!!

ทริกเกอร์แสยะยิ้ม พอใจกับข้อเสนอของผมเป็นอย่างมาก ก่อนจะตามเพื่อนของเขาออกไปยังหันมาทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยว่า

 

“ที่จริงพวกกระจอกๆอย่างพวกนาย ฆ่าให้ตายซะที่นี่ก็ไม่ถือเป็นความผิดหรอกฉันว่า แต่ที่ดิ อารีน่ามีคนดูคอยเชียร์ แบบนั้นทุกคนจะได้เห็นการตายของพวกกระจอกแบบพวกนายได้ชัดๆถนัดตา หวังว่าคงไม่กลัวหัวหดเบี้ยวนัดฉันหรอกนะ ไอ้พวกกระจอก!

ทเวนลมออกหู แทบจะดึงสวิฟท์บีทออกมายิงกระสุนระเบิดใส่หมอนั่น แต่ติดตรงที่ว่ากระสุนเหลือเพียงลูกเดียว แถมยังแพงมากอีกต่างหาก เขาเลยได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ

 

“คอยดูนะฉันจะฆ่ามัน และต่อให้มันกลายเป็นศพไปแล้วฉันก็จะฆ่ามันอีก!

 

“รู้แล้วน่า แต่ว่าเรารีบออกไปจากที่นี่กันก่อนดีกว่า ไม่งั้นพวกเราจะกลายเป็นศพซะเองนะ”

ผมร้องเร่ง โชคยังดีที่เหล่ามอนสเตอร์ยังแบ่งกันตามพวกทริกเกอร์กันไปโขยงใหญ่ ตรงนี้เลยไม่น่ากังวลเท่าไร ยกเว้นแต่เจ้าตัวใหญ่คลาสซีที่ยังตามราวีไม่เลิก จนเราฝ่าออกมาจนถึงหน้าถ้ำได้ในที่สุด

 

“ตื้อไม่เลิกสิน่า!!

ทเวนสบถ เขาเองก็กลัวจะพลาดท่าพวกมันจนไปไม่ทันนัดสู้กับทริกเกอร์ ที่ดิอารีน่าเหมือนกัน เพราะพวกเราใช้พลังตอนอยู่ในถ้ำนี้ไปมาก เริ่มจะเหนื่อยล้าจนเกือบถึงขีดจำกัดอยู่แล้ว ถ้าหากพวกเรายังสะบัดวอล์คมานาตีให้พ้นไม่ได้เร็วๆนี้ มีหวังได้ตายกันจริงๆแน่

 

“ผมว่าเราวิ่งไปเลยดีกว่า ขืนมัวยืดเยื้อกับพวกมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา”

 

“เห็นด้วย!!

เราสองคนออกวิ่งเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปรากฏว่าความเร็วของพวกเราที่กำลังเหนื่อยอยู่นั้น ยังตามพวกของทริกเกอร์ได้ทันอีกด้วย พวกเราวิงแซงพวกเขาที่ดูเหมือนจะสู้ติดพันกับมอนสเตอร์สองสามตัว ด้านหลังยังมีพวกวอล์คมานาตีตัวเล็กๆคลาสดี ตามมาอีกโขยงใหญ่

 

“เฮ้ยพวกแก!!

ผมได้ยินเสียงทริกเกอร์ร้องตะโกนด้วยความตกใจ ที่เห็นเราวิ่งนำไปอย่างไม่แยแส เราไม่หยุดดูด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรกับพวกนั้นบ้าง ถึงจะรู้สึกผิดที่ทำให้เดรกกับเบอร์นเนอร์ต้องรับเคราะห์ไปด้วย แต่พวกนั้นต่างก็มีฝีมือ คงจะเอาตัวรอดกันได้ไม่ยากอยู่แล้ว

 

“เฮ้ออออ... ในที่สุดก็ได้พัก”

ทเวนถอนหายใจออกมายาวเหยียด เมื่อเราพบจุดแขวนที่พักนิรภัยที่ปลอดภัย แต่เรามิอาจปีนขึ้นไปแขวนมันไว้บนต้นไม้ได้ จึงติดตั้งมันไว้กับพื้นดิน แล้วนอนแผ่หลากับพื้นอย่างหมดสภาพ

 

“นายคงไม่เหลือแรงล่าอะไรมากินแล้วใช่ไหมเนี่ย!

เขาหันมามองผมพลางลูบท้องเบา แสดงออกว่ากำลังหิวอยู่ไม่น้อย

 

“ไม่ละ ผมว่าเราเข้าไปพักและตัดการเชื่อมต่อไปเลยดีกว่า กลับเข้ามาอีกทีจะได้มีแรงเดินทางต่อ”

ผมหัวเราะเบาๆขณะพูด

 

“นั่นสินะ แต่ว่าเสียดายชะมัด ทั้งที่เข้าไปในนั้นแล้วแท้ๆ แต่ดันไม่ได้แร่ติดมือมา ต้องโทดไอ้เจ้าหัวทองปากปีจอนั่นแหละ มาหาเรื่องฉันจนฟิวส์ขาดจนได้!!

ทเวนพูดขึ้นด้วยความโมโห แต่เพราะเขาพูดขึ้นมาจึงทำให้ผมนึกได้ ว่าผมหยิบก้อนแร่มาให้เขาด้วยเหมือนกัน ผมจึงดึงเป้หลังออกมา หยิบก้อนแร่สีดำที่เรียกว่าแบล็คโบนยื่นให้กับเขาก้อนหนึ่ง

 

“นี่อะไรน่ะ?”

ทเวนมองดูมันด้วยความแปลกใจ

 

“นายคิดว่าอะไรล่ะ ขณะที่นายกำลังโมโหขาดสติ ก็ยังมีเพื่อนที่พึ่งพาได้อย่างผมอยู่ไงล่ะ”

 

“ซ...เซวิล นายนี่มัน... เพื่อนแท้ เพื่อนยามยาก เพื่อนไม่ทิ้งเพื่อนจริงๆ ขอบใจนะ”

ทเวนรับแร่ไปด้วยท่าทางซานซึ้งน้ำตาคลอเบ้า

 

“ถ้ามีอะไรที่ฉันจะทำเพื่อนายได้ละก็บอกได้เลยนะ ฉันไม่เกี่ยงที่จะทำมันเลย!

 

“ฮ่ะ...ฮ่ะ... ไม่ต้องหรอกน่า...

 

“รู้แล้ว! ฉันจะแต่งเพลงให้นาย เป็นเครื่องหมายความเป็นเพื่อนของเราสองคน!

ยังไม่ทันจะปฏิเสธจบเลยแท้ๆ หมอนี่ก็ดันไอเดียกระฉูดในทางที่ เอ่อ... จะเรียกว่าสร้างสรรค์มันก็ได้อยู่หรอก แต่ผมไม่อยากได้เพลงที่หมอนี่แต่งให้เอาซะเลยนี่สิ จะว่าผมใจร้ายก็ได้นะ แต่ว่าแต่ละเพลงที่ทเวนแต่งเองร้องเองนี่ มันประหลาดสุดๆไปเลยน่ะสิ

 

“ไม่ต้องเลยนะ เดี๋ยวผมคิดเองดีกว่าว่าจะให้นายตอบแทนอะไร ถ้าคิดว่าติดค่างกันละก็!!

 

“ไม่เอาน่า ไม่ต้องเขินไปหรอกเพื่อนรัก รับรองเพลงที่ฉันจะแต่งให้นายจะต้องเท่สุดๆแน่นอน!!

ทเวนเขย่าตัว แล้วก็ตบไหล่ผม ที่กำลังตื่นตระหนก เพราะเขาคิดว่าผมกำลังปลาบปลื้มกับสิ่งที่เขาคิดจะทำให้ แต่จริงๆแล้วผมกำลังกลัวต่างหาก ว่ามันจะออกมาพิสดาร เหมือนอย่างเพลงจีบสาวสองเพลงก่อนหน้านั้น

 

“นี่นาย เอาจริงน่ะ...”

ผมถามเสียงแผ่วเมื่อเห็นท่าทางเอาจริงเอาจังของเขา สงสัยว่าผมคงต้องยอมรับชะตากรรม และรอฟังว่าเพลงที่เขาแต่งให้ผม จะออกมาเพี้ยนได้ขนาดไหนอย่างเดียวเท่านั้นละนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #373 my-kimberly (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 13:29
    555 อยากฟัง
    #373
    0
  2. #369 kimurakung (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 12:51
    ทเวน คำเดียวเลยนะ ปัญญาอ่อนมาก .. สงสารเซวิล
    #369
    0