THE GALAXIA

ตอนที่ 42 : Foe

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    21 พ.ค. 59



 

ทางข้างหน้านั้น ชายหนุ่มผมทองผู้ทระนงตนกับกลุ่มเพื่อนของเขา ดูเหมือนจะกำลังเจอเหตุการณ์อันตรายอยู่ ผมรู้ได้เพราะท่าทางของพวกเขา ดูเหมือนสองจิตสองใจระหว่างดึงอาวุธออกมาสู้ หรือจะวิ่งหนีไปให้พ้นจากตรงนั้นดี ดูเหมือนชายหนุ่มผมทองจะมองดูว่ากลุ่มของตัวเอง มีศักยภาพพอที่จะเอาชนะได้ เขาจึงตะโกนสั่งให้เพื่อนๆของเขาดึงอาวุธออกมาเตรียมรับมือ

 

“อื้อหือ พวกนี้มีอาวุธดีๆเลยนี่นา”

ทเวนกระซิบเมื่อเห็นกลุ่มคนพวกนั้นดึงอาวุธออกมา พวกเขาใช้อาวุธหลากหลายกันไปตามความถนัด ส่วนใหญ่ก็เป็นปืน ซึ่งดูดีมีระดับกว่าเชนกันของผมอย่างเห็นได้ชัด นอกนั้นก็ยังมีคนที่ใช้ดาบเลเซอร์ มีดยาวแบบถือสองมือ ไม้พลองที่ดูเหมือนจะมีใบมีดตรงปลาย ที่เปลี่ยนรูปแบบได้

 

“นี่ เรามาซุ่มดูใกล้แบบนี้ อาจจะโดนลูกหลงเอาก็ได้นะ”

ผมหันไปบอกกับทเวน

 

“อืม มีสิทธิ์นะ จากสีหน้าตึงเครียดของพวกนั้น ไม่ว่าอะไรก็ตามที่พวกเขากำลังจะสู้ด้วย คงมีคลาสสูงน่าดู”

 

“งั้นย้ายที่กันดีกว่านะ ถ้าพวกนั้นรู้ว่าเรามาซุ่มดูโดยไม่ออกไปช่วยคงไม่ดี”

 

“ไม่ทันแล้ว หมอบ!

ทเวนกดตัวผมลงหมอบกับพื้น เช่นเดียวกับตัวเขาเอง เพราะมีบางอย่างพุ่งตรงมา เฉียดศีรษะเราไปเพียงนิดเดียว เสียงกรีดร้องของกลุ่มคนพวกนั้นดังขึ้น เมื่อเงยหน้าดูก็พบว่า มีสองสามคนที่หลบการโจมตีเมื่อครู่นี้ไม่ทัน ร่างกายโดนของมีคมบาดเป็นแผลเลือดอาบ

 

เจ้าของใบมีดที่ดูเหมือนกงจักรนั้นปรากฏกายขึ้นให้เราได้เห็น มันดูคล้ายมนุษย์ที่มีเปลือกแข็งๆสีเขียวและน้ำตาลอ่อนห่อหุ้มร่างคล้ายเกราะ ลำตัวเพรียวบางและดูปราดเปรียว ดวงตาสีดำกลมรีคล้ายแม่นกันแดดขนาดใหญ่ ส่วนจมูกแบบเรียบแต่มีรูจมูกให้เห็น ริมฝีปากเป็นเส้นบางเฉียบ แขนทั้งสองข้างตั้งแต่ข้อศอกจนถึงฝ่ามือที่เรียวยาว มีสันคมดูคล้ายกับใบมีด ส่วนขาที่ตอนแรกคิดว่ามันมีสองขาเหมือนมนุษย์นั้น ที่จริงแล้วมันเอาขาทั้งสี่ยืนชิดกันจนดูเป็นอย่างนั้น ปลายสุดของขานั้นแหลมยาวดูอันตราย

 

“มอนสเตอร์คลาส ซี กรีนคิลเลอร์ คะแนนสังหาร 760 แต้ม”

มอนสเตอร์คลาสซีโหดขนาดนี้เนี่ยนะ คอมเจ็นเสียรึเปล่าเนี่ย”

 

ทเวนอุทานเสียงเบา ผมเองก็คิดแบบนั้น เจ้ามอนสเตอร์ตัวนั้นดูเป็นมือสังหารอาชีพ ที่เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว โจมตีใส่ศัตรูอย่างไม่มีความปราณี แต่กลุ่มคนพวกนั้นเองก็ดูเหมือนจะมีฝีมือพอตัว ทว่ากรีนคิลเลอร์ไม่ได้มีตัวเดียว หลังจากการต่อสู้เริ่มได้ไม่นาน พวกมันอีกสองสามตัวก็โผล่ออกมาร่วมวง ผมกับทเวนมองหน้ากัน และรู้ว่าเราไม่ควรอยู่ตรงนี้อีกต่อไป ถ้าไม่อยากติดร่างแหการต่อสู้นี้ไปด้วย

 

ตูม!!

ในขณะที่ผมกับทเสนกำลังคลานหนี ก็กลับมีร่างของหนึ่งในพวกที่ต่อสู้กระเด็นมาทางนี้ ตกอยู่ตรงกลางระหว่างเราในสภาพถูกฟันสะพายแล่ง ดวงตาของเขาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่เลือดไหลทะลักจากปากแผลไม่หยุด เขาพยายามลุกขึ้นยืน และถูกกรงจักรซัดเข้าใส่ศีรษะ จนเลือดสาดกระจายใส่ร่างของผมกับทเวน ก่อนจะล้มลงสิ้นใจตายอยู่ตรงนั้น

 

เราสองตนมองหน้ากัน รีบคลานหนีไปจากบริเวณการต่อสู้ให้เร็วที่สุด เพื่อดูสถานการณ์ นายฝรั่งหัวทองจอมอวดเบ่งนั่นท่าทางจะเก่งจริง เพราะเขายังคงยืนหยัดต่อสู้ด้วยร่างกายที่มีสภาพสมบูรณ์กว่าคนอื่นๆอีกสองสามคน

 

“หมอนั่นเก่งจริงแฮะ!

ทเวนพูดเบาในขณะที่เรายืนดูการต่อสู้ของพวกเขา ห่างออกมาในระยะที่ปลอดภัย

 

“นั่นสิ สู้กับกรีนคิลเลอร์สามตัวได้ แถมยังฆ่าตายไปแล้วหนึ่ง พวกนี้ต้องมีคะแนนระดับท๊อปแน่”

ผมเกาคางวิเคราะห์อย่างจริงจัง ผู้ชายคนนั้นมีทักษะการต่อสู้เข้าขั้นชำนาญ แถมยังมีความสามารถในการเป็นผู้นำ ออกคำสั่งให้เพื่อนร่วมมือกันต่อสู้ได้อย่างมีแบบแผนด้วย

 

“หรือว่าหมอนั่นจะ...”

 

“จะอะไรเหรอ?”

ผมหันไปมองทเวน ที่จ้องหมอนั่นตาไม่กระพริบ  ท่าทางกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง จากนั้นก็หันมายิ้มยิงฟันให้ผมแล้วพูดว่า

 

“จะเป็นคู่แข่งคนสำคัญของฉันน่ะสิ”

 

“นั่นสินะ”

ผมหัวเราะเบาๆกับคำพูดนั้น แต่ก็ยังติดใจสายตาที่ทเวนใช้มองเจ้าฝรั่งนั่น มันไม่ใช่สายตาที่ใช้มองคู่แข่งแน่ๆ แต่มันเป็นสายที่ราวกับเขาคิดว่าเขาพบอะไรบางอย่างที่ต้องการ

 

“ไปกันเถอะ พวกนั้นคงเอาตัวรอดได้ เราอ้อมไปจะดีกว่า”

ทเวนชวน เราจึงพากันเดินอ้อมการต่อสู้นั้นไป แม้จะรู้สึกผิดที่ไม่ได้เข้าไปช่วยอยู่บ้าง แต่เชื่อเถอะ คนพวกนั้นไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเราหรอก

 

ผมกับทเวนเดินอ้อมการต่อสู้ เพื่อไปยังจุดพบแร่ ระหว่างทางไม่ค่อยมีมอนสเตอร์โผล่มาเท่าไรนัก คงเพราะพวกมันถูกการต่อสู้ดึงดูดไป ไม่ก็วิ่งหนีเสียงดังจากการต่อสู้ไปหมดแล้วก็ได้

 

“นั่นไง คราวนี้เป็นถ้ำแฮะ”

ทเวนชี้ให้ผมดูถ้ำที่อยู่บนเนินเขาเล็กๆ มีแต่ต้นไม้ยืนต้นตายขึ้นอยู่ใกล้ๆ มันดูน่าขนลุกราวกับอยู่ในฉากหนังสยอง ที่กำลังจะมีสัตว์ประหลาดโผล่ออกมาจากถ้ำอย่างนั้นแหละ

 

“เฮ้ พวกนาย”

มีเสียงทักดังมาจากด้านหลัง พอเราหันไปก็พบว่าพวกเจ้าหัวทางในสภาพย่ำแย่ยืนอยู่ตรงนั้นพวกเขารอดกันมาเพียงสามคน และท่าทางจะใม่ใช่คู่ต่อสู้ของเราแล้วด้วย

 

“อ้าว ไม่คิดว่าจะได้มาเจอใครที่นี่เลยนะ”

ทเวนเลิกคิ้วพูด ท่าทางแปลกใจหลอกๆนั่นทำให้ผมนึกขำอยู่ในใจ

 

“เหมือนกัน ไม่คิดว่าจะมีพวกกระจอกมาไกลจากเมืองได้ขนาดนี้ แถมแค่สองคน”

แม้สภาพจะดูไม่ได้แต่นายหัวทองนี่ก็ยังปากร้ายไม่เปลี่ยนแปลง

 

“ว่าไงนะ สภาพแบบนั้นยังจะมาปากดีอีกรึไง!

 

“หึ แล้วไง เลือดนั่นไม่ใช่ว่าพวกนายทิ้งเพื่อนเพื่อหนีเอาตัวรอดมาจนถึงที่นี่หรอกนะ”

นายหัวทองพูดเหมือนไม่แคร์กับท่าทางฉุนโกรธของทเวน แถมยังจิกกัดเราไม่ยอมเลิกอีก ผมกับทเวนมองหน้ากันเพราะคำพูดของนายหัวทองเมื่อครู่ เขาพูดถูกอยู่ที่เราได้คราบเลือดมาจากการทิ้งใครให้ตายไว้เบื้องหลัง แต่ไม่ใช่พรรคพวกขแงผมหรอกที่ตาย ถ้าหมอนี่รู้ว่าคราบเลือดบนเกราะของเราเป็นของเพื่อนเขา ที่เราทิ้งให้ตายโดยไม่ช่วยสู้ละก็ จะทำสีหน้ายังไงกันนะ อีกอย่างถึงผมกับทเวนจะยื่นมือเข้าช่วย ก็พอเดาได้หรอกว่าหมอนี่จะต้องปฏิเสธด้วยคำพูดดูถูกเราแน่ๆ

 

“ดูท่าแถวนี้ไม่มีมอนสเตอร์นะ บีบอทอะไรนี่ก็ใช่ไม่ค่อยจะได้ เป็นแมลงวันกวนใจไร้ประโยชน์เท่านั้นเอง”

นายหัวทองบ่น พร้อมกับหย่อนก้นลงนั่งบนก้อนหินเย็นชืดใกล้ๆกับที่เขายืนอยู่เมื่อครู่ เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคนที่เหลือรอดของเขา จากนั้นก็เอากระติกน้ำกับโปรตีนพิลขึ้นมาดื่มกิน

 

“พวกนายน่ะ ถ้าจำไม่ผิดคงเป็นพวกโง่ที่อยู่ตรงจุดดาวน์โหลดข้อมูล ตอนเข้าเมืองมาครั้งแรกสินะ”

ผมเห็นทเวนโกรธจนควันออกหูกับคำพูดดูถูกถากถางครั้งแล้วครั้งเล่าของนายหัวทอง ปากหมอนี่มันน่าซัดให้ฟันร่วงจริงๆ

 

“พอเถอะน่าทริกเกอร์ พวกเขาเป็นพันธมิตรที่เราเหลืออยู่ที่นี่นะ!

คนผมยาวสีแดงที่มัดรวบไว้แบบลวกๆติง

 

“พันธมิตร? อย่ามาล้อเล่นน่าเบิร์นเนอร์ พวกโง่และอ่อนแอแบบนี้ไม่มีทางเอามาเป็นพันธมิตรได้หรอก!

นายหัวทองที่เพื่อนของเขาเรียกว่าทริกเกอร์พูด พร้อมทั้งหันมายิ้มเยาะใส่พวกเรา

 

“ถ้าพวกนี้อ่อนแอคงมาไม่ถึงที่นี่ ว่าไง พวกนายสนใจจะรอเข้าไปสำรวจในถ้ำนั้นกับพวกเราหรือเปล่าล่ะ”

คนผมดำตาสีเทาสวมเกราะสีเทาดำหันมาถาม ท่าทางขรึมๆของเขาทำให้ทริกเกอร์ไม่กล้าต่อปากต่อคำด้วยเท่าไร ขนาดแค่แย้งขึ้นมาคำนึงก็โดนสายตาดุๆนั้นจ้องจนเงียบไป

 

“พวกเรามันกระจอก ไม่คู่ควรเข้าร่วมกลุ่มกับพวกนายหรอก”

ทเวนตอบเสียงขรึม

 

“แน่ใจหรือ ข้างในนั้นมีตัวอะไรรออยู่ก็ยังไม่รู้ จากเส้นทางที่ผ่านมาจนถึงปากทางเข้าถ้ำนั้น มีมอนสเตอร์คลาสซีค่อนข้างเยอะทีเดียวนะ ไม่คิดเหรอว่าในนั้นก็น่าจะมีพวกคลาสซีอยู่ด้วยน่ะ”

เบิร์นเนอร์ทักท้วง

 

“ไม่ละ ไปเถอะเซวิล”

ทเวนลากคอผมเข้าไปข้างในถ้ำโดยไม่รอฟังเสียงของพวกทริกเกอร์อีก ผมนึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าสองคนนั้นทนนิสัยชอบเหยียดหยามคนอื่นของทริกเกอร์ได้ยังไง ถ้าไม่ได้เป็นเพื่อนกันมานานแล้ว ก็น่าจะอยากกระโดดต่อยปากหมอนั่นเหมือนอย่างที่ผมกับทเวนเป็น

 

“โอ ไม่นะ”

ผมกับทเวนเบิกตาโตมองดูโถงถ้ำอันกว้างขวางที่มีเส้นทางนับสิบ ดูซับซ้อนราวกับเขาวงกตอันมืดมิด เงียบสงัด และว่างเปล่า

 

“เราควรแยกกันไหม?”

ทเวนหันมาถามผมอย่างไม่แน่ใจนัก โพรงแต่ละอันมีขนาดไม่เท่ากัน บางโพรงก็กว้างใหญ่ขนาดที่ขับรถหุ้มเกราะติดอาวุธของกองทัพเข้าไปได้สบายๆ บางโพรงก็เล็กขนาดสุนัขลอดได้

 

“ยังจะถามอีกเหรอ ที่นี่ดูยังไงก็ไม่น่าแยกกันไปนะ”

ผมตอบ ต่อให้ผมจะเก่งขึ้นแค่ไหนก็ยังไม่อยากเสี่ยงไปคนเดียวอยู่ดี

 

“ก็นั่นสินะใจเดียวกันเลย งั้นไปทางไหนดีล่ะ?”

ทเวนหัวเราะแห้งๆก่อนจะถามขึ้นอีกครั้ง

 

“เอาทางที่พวกเราพอเดินได้ดีกว่า โพรงพวกนี้ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือมอสเตอร์เป็นคนขุดขึ้น อย่างน้อยถ้าทางนี่มอนสเตอร์สร้างขึ้นจริง เราก็แน่ใจได้ว่าจะไม่ไปเจอเจ้าตัวใหญ่ยักษ์เข้าให้”

ทเวนพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของผม ดังนั้นเราจึงเลือกเดินเข้าไปในโพรงหนึ่งที่มีขนาดพอให้เราเดินเข้าไปได้แบบไม่อึดอัดนัก สองมือกระชับอาวุธคู่ใจไว้แน่น

 

เราค่อยๆเดินเข้าไปช้าๆ สองหูคอยเงี่ยฟังเสียงผิดปกติต่างๆ นอกไปจากเสียงเดินและเสียงหายใจของพวกเราเอง เราเดินกันมาได้สักพักหนึ่งก็เจอกับปลายทาง ที่โผล่มายังโถงกว้างในถ้ำ โถงถ้ำแห่งนี้มีแหล่งน้ำ ขนาดเกือบเท่ากับความกว้างของมัน ก้นบ่อมีแสงส่องประกายขึ้นมาทำให้รู้ว่าโถงถ้ำนี้มีแหล่งน้ำ พอลองเดินเข้าไปดูก็พบว่าที่มาของแสงที่ก้นบ่อนั้นคือสาหร่ายเรืองแสงสีเขียวนวลตา มันดูสวยงามชวนหลงใหลที่เดียว ในขณะที่มันเอนไหวเบาๆไปตามกระแสน้ำ และเพราะสาหร่ายเรืองแสงนี่เอง ที่ทำให้ผมมองเห็นก้อนแร่สีดำเต็มไปหมดที่ก้นบ่อน้ำนั้น

 

“นายคิดว่าใช่แร่ที่เราตามหาไหม?”

ผมหันไปถามทเวน ที่ดูเหมือนกำลังดูตารางหินแร่ที่ได้มาเพื่อเปรียบเทียบอยู่

 

“น่าจะใช่นะ แต่ว่าเราจะลงไปเอาแร่นั่นได้ยังไง น้ำลึกขนาดไหนก็ไม่รู้ แถมจะมีมอนสเตอร์รออยู่ในน้ำรึเปล่าก็ไม่รู้อีก”

ทเวนพูดหน้าเครียด ผมเองก็รู้สึกขยาดน้ำกับความมืดอยู่เหมือนกัน นึกถึงตอนที่เจอกับลีม่า เงือกสาวชาวมีรีนที่เป็นเผ่ากินคน หากในน้ำนั้นมีมอนสเตอร์โหดๆหน้าตาชวนขนลุกอยู่ละก็ ผมอาจจะช๊อคตายก่อนโดนมับงาบไปเสียด้วยซ้ำ

 

“คิดหนักแฮะ ระหว่างทางที่เรามาไม่เจอมอนสเตอร์เลยด้วย เป็นไปได้มากที่มันจะซุ่มรอเราอยู่ในน้ำนะ”

เรามองหน้ากันเนิ่นนาน ราวกับไม่อาจจะหาคำตอบได้ แต่ที่จริงก็ปอดแหกนั่นแหละ กระทั่งมีเสียงโหวกเหวกของผู้คน และเสียงของการต่อสู้ดังมาเข้าหู

 

“อะไรน่ะ!

ผมหันออกไปมองในความมืด ไม่แน่ใจว่าโถงถ้ำนี้มีทางเข้ามาได้กี่ทางกันแน่

 

“เสียงพวกเจ้าหัวทองนั่นรึเปล่านะ”

ทเวนมีท่าทางหงุดหงิดขึ้นมาทันที

 

“ไม่รู้สิ แต่ว่ามันดังใกล้เข้ามา...

 

วูบ...

 

ตูม!

บางอย่างซัดเข้าที่ลำตัวของผมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว มันหนักหย่างรุนแรงมากเสียจนร่างของผมกระเด็นตกน้ำไปพร้อมกับสิ่งนั้น

 

“ฮ่าห์!

ผมรีบตะเกียกตะกายพาตัวเองโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อหายใจ และพบว่าสิ่งที่กระเด็นมาโดนผมจนตกน้ำนั้น คือหนึ่งในสมาชิกกลุ่มของเจ้าหัวทองนั่นเอง

 

“ขอโทษที”

เบิร์นเนอร์พูดเบาๆ ขณะพยุงร่างอยู่เหนือผิวน้ำห่างไปไม่ไกล

 

“เราโดนโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว แถมในนี้ยังมืดมากอีกด้วย”

 

“นายรู้ไหมว่าตัวอะไรโจมตีพวกนายน่ะ”

ผมถามกลับ พยายามว่ายกลับเข้าฝั่ง ที่ดูเหมือนจะมีการต่อสู้อย่างดุเดือดอยู่ด้วย ทเวนเองก็คงถูกดึงเข้าร่วมการต่อสู้ไปแล้วแน่ๆ

 

“ไม่แน่ใจ มันตัวใหญ่คลานสี่ขา มีขนหนา กรงเล็บใหญ่ยาวและแข็งแรงมาก ฉันติดว่าเหมือนตัวตุ่นบนโลกอยู่นะ”

เบิร์นเนอร์ตอบ

 

“ตัวตุ่นเหรอ?”

ผมคิดตาม สงสัยว่าตุ่นต่างดาวจะเหมือนกับตุ่นบนโลกไหม

 

“แต่ระวังหน่อยก็ดี ดูเหมือนมันจะมีหลายตัวหลายขนาดด้วย มีเจ้าตัวใหญ่นั่นคอยสั่งการ”

 

“ถ้าเป็นอย่างนั้นคงต้องเล็งโจมตีใส่เจ้าตัวใหญ่ หากโค่นมันลงได้พวกตัวเล็กนั่นก็อาจจะกระจัดกระจายกันไปคนละทาง และไม่อยากมาสู้กับเราอีก”

 

“ฉันก็คิดอย่างนั้น แต่คอมเจ็นยังระบุตัวตนมันไม่ได้น่ะสิ ก็เลยไม่รู้ว่าจะสู้หรือจะถอยดี หากคลาสมันสูงเกินไป คนเท่านี้ก็ไม่ควรไปแลกด้วยหรอก”

ผมพยักหน้าเห็นด้วย แค่คลาสดีบางตัว ยังแข็งแกร่งจนยากจะโค่นได้ หากเจ้าตัวใหญ่นั้นมีคลาสซีหรือสูงกว่าละก็ คงต้องเผ่นหนีอย่างเดียวเท่านั้น

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #367 แอลซินอาร์ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 13:12
    รอให้อัพมาแสนนานนนน นานจนลืมเนื้อเรื่อง...ถถถ
    #367
    0
  2. #366 lady-zeara (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 00:30
    สนุกค่ะ
    #366
    0
  3. #365 my-kimberly (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 23:02
    ขอบคุณค่ะ
    #365
    0
  4. #364 kimurakung (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 22:50
    คนนึงก็ชอบดูถูกคน อีกคนก็จุดเดือดต่ำ # เด้วก่มาสนิทกัน ตามสไตล์ 55
    #364
    0
  5. #356 Kuroshio (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 16:02
    วันนี้ลงเยอะจัง thankyou
    #356
    0