THE GALAXIA

ตอนที่ 41 : Dusty rose Salt

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 706
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    21 พ.ค. 59



 

พวกเรายืนอยู่ในจุดพบแร่ตามพิกัดบนแผนที่แล้ว แต่กลับไม่พบอะไรเลย นอกจากป่าที่มีต้นไม้แคระแกรน ถ้าเทียบกับกับนิยามคำว่าป่าที่ผมเคนพบมา ต้นไม้พวกนี่คือต้นไม้แคระอย่างแท้จริง ลำต้นใหญ่สุดยังเล็กกว่าแขนของทเวนด้วยซ้ำ ใบก็มีสีม่วงอมชมพูรูปร่างคล้ายเหรียญที่มีเกล็ดเล็กๆเต็มไปหมด

 

“เดี๋ยวนะ แร่ที่เราต้องตามหาที่นี่คืออะไรนะ?”

ทเวนถามขึ้น ท่าทางสงสัยไม่แพ้กับผม

 

“ดัสตี้ โรส ซอลท์ เกลือเหรอ?”

พบพูดชื่อแร่ที่ถูกระบุว่าจะพบในจุดพบแร่แห่งนี้ แต่ก็ยังสงสัยว่ามันจะใช่จริงรึเปล่า

 

“เกลือ ทำไม่ไม่ให้ไปหาที่ทะเลกันล่ะ มาหาในป่าแบบนี้จะเจอได้ยังไง”

ทเวนถามขึ้นด้วยความข้องใจ ผมเองก็เช่นกัน ถ้าหากคำว่าซอลท์ที่ว่ามันมีความหมายตรงตัว เราก็น่าจะเจอมันที่ทะเล มากกว่าจะเจอในป่าแบบนี้แน่ๆ

 

“เดี๋ยวนะ ใบของต้นไม้พวกนี้มีเกล็ดขาวๆ หรือว่านี่จะคือแร่ที่เราตามหา”

ผมตั้งข้อสังเกต ทเวนเองก็มีทีท่าว่าจะเห็นด้วย แต่ในเมื่อมันคือซอลท์  มันก็ควรจะต้องเค็มสินะ ดังนั้นผมกับทเวนจึงลองเด็ดใบไม้นั้นมาลองชิมดู แม้ว่ามันจะมีรสเค็มอ่อนๆ แต่ไม่มีทางใช่เกลืออย่างแน่นอน

 

“แบบนี้คงต้องลองเดนสำรวจดูจริงๆแล้วล่ะ ในเมื่อมันเป็นแร่มันก็ควรจะอยู่บนดิน หรือใต้ดินมากกว่า เรามาลองหาโพรงหรือหลุมแถวๆนี้ดูเถอะ”

ทเวนพยักหน้า เราจึงเดินสำรวจดูพื้นดินบริเวณนั้น ซึ่งมีใบไม้ร่วงปกคลุมอยู่เป็นจำนวนมาก จนมองแทบไม่เห็นพื้นดิน เสียงกรอบแกรบใต้เท้า ทำให้บางทีเราก็ตกใจว่ามีมอนสเตอร์อยู่ในนี้หรือไม่ แต่นอกจากเสียงกรอบแกรบพวกนั้นแล้ว ก็ไม่มีตัวอะไรโผล่ออกมาเลย

 

“นี่มันอะไรกันนะ?”

ผมมองเห็นบางอย่างใต้กองใบไม้ มันดูคล้ายผลึกสีชมพูใสขนาดเท่ากำปั้นเด็ก มีรูปร่างคล้ายกับกลีบของดอกไม้ที่เรียงซ้อนกันอย่างสวยงาม ใช่รูปร่างมันดูเหมือนดอกกุหลาบไม่มีผิด

 

“ไม่จริงน่า อย่าบอกนะว่านี่คือสิ่งที่เราตามหา!

ผมอุทานออกมาเบาด้วยความตื่นเต้น ขณะย่อตัวลงไปดูใกล้ๆเจ้าสิ่งนั้น พยายามปัดเศษใบไม้ออกไปให้พ้นอย่างเบามือ เพื่อจะได้เห็นรูปร่างที่แท้จริงของมันทั้งหมด

 

บนพื้นดิน นอกจากจะมีเศษใบไม้ที่มีเกล็ดรสเค็มประแล่มๆแล้ว ยังมีบางอย่างที่ดูคล้ายกับดอกกุหลาบคริสตัลผุดขึ้นมาจากดินด้วย มันซ่อนตัวอยู่ใต้เศษใบไม้ที่ทับถมกันหนา มีทั้งแบบที่ยังเล็กๆ มีเกล็ดเรียงซ้อนกันไม่มาก และขนาดใหญ่ที่มีกลีบเรียงซ้อนสวยงามสมบูรณ์ ราวกับกุหลาบที่กำลังผลิบาน

 

“ลงไปนอนกับพื้นทำไมน่ะ หรือว่านายพบอะไรเข้า”

ผมเงยหน้ามองทเวนที่เดินมาตรงนี้พอดี แล้วยิ้มกว้างให้เขาอย่างมีความหมาย มันทำให้เขาเข้าใจได้ทันที ว่าผมพบสิ่งที่เรากำลังตามหากันอยู่แล้ว

 

“สวยมาก นี่น่ะเหรอ Dusty rose Salt

 

“ผมคิดว่าใช่นะ”

ทเวนมองดูผลึกรูปดอกกุหลาบสีชมพูที่ผมเก็บขึ้นมา ด้วยดวงตาที่เป็นกระกาย เขาเอื้อมมือมาจะคว้าไปดูใกล้ๆ แต่ผมยกมันหนี

 

“ทำไมล่ะ ขอดูหน่อยสิ!

 

“ไม่ได้ อยากดูใกล้ๆนายก็ลองหาดูสิ ยังไงก็ต้องเก็บกลับไปอยู่แล้วนี่”

 

“ขี้งกจังนายนี่”

 

“ผมกลัวมันแตกแล้วต้องหาใหม่ต่างหากเล่า เท่าที่ดูผลึกที่สมบูรณ์สวยงามแบบนี้หายากนะ ส่วนใหญ่ยังเล็กและกลีบก็ไม่เต็มด้วย”

 

Dusty rose Salt นั้นคงใช้เวลาในการสะสมแร่ธาตุจากพื้นดิน เพื่อเกิดเป็นผลึกแผ่นสวยคล้ายกลีบกุหลาบขึ้นมากลีบแล้วกลีบเล่า กว่าจะครบสมบูรณ์เป็นดอกได้ หากทำแตกไปคงน่าเสียดายแย่ ผมจึงรีบเก็บมันใส่อุปกรณ์สำหรับจัดเก็บมันโดยเฉพาะ และช่วยทเวนตามหาผลึกที่ครบสมบูรณ์อีกอันหนึ่ง

 

“ไม่อยากจะเชื่อว่าบนเซคันด์เอิร์ธจะมีแร่สวยๆแบบนี้ด้วยนะ”

ทเวนพูดขึ้นอย่างชื่นชม ในขณะที่เราพากันเดินออกมาจากป่าที่มีใบไม้สีประหลาดนั้น

 

“นั่นสิ ไม่รู้ว่าแร่อีก 18 ชนิดที่ผมยังไม่ได้ไปตามหา จะมีแบบที่สวยๆหาเจอง่ายๆอย่างนี้อีกไหมนะ!

พูดยังไม่ทันจบ ผมก็รู้สึกว่ามีอะไรทารัดขาเอาไว้ แถมยังพยายามลากดึงผมไปข้างหลังอีกต่างหาก พอก้มลงดูก็พบว่ามันเป็นเถาวัลย์เส้นเล็กๆหลายเส้น ที่พยายามจะเกี่ยวรัดร่างของผมกับทเวนเอาไว้

 

“อะไรเนี่ยเถาวัลย์พวกนี้!

มันมาจากทุกทิศทาง ราวกับฝูงงูที่กำลังโกรดเกรี้ยว เพราะเราขโมยไข่ใบสำคัญของพวกมันไป

 

“อย่าเพิ่งหาคำตอบตอนนี้เลยน่า รีบกำจัดเถาวัลย์ที่รัดขาเราอยู่ แล้วรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดดีกว่า!

โชคดีที่มีดพกทหารคมพอจะตัดเถาวัลย์พวกนี้ให้ขาดได้ เราตัดเส้นที่รัดขา และเส้นที่พยายามเข้ามาใกล้เพื่อเปิดทางหนี ทักษะควงมีดราวกับนักฆ่ามืออาชีพทำงานโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะสัญชาติญาณการเอาตัวรอดกำลังทำงานอย่างเต็มที่ ในที่สุดผมกับทเวนก็หนีรอดออกมาจากป่าประหลาดนั้นได้ โดยที่พวกเถาวัลย์ไม่อาจตามออกมาได้

 

“เฮ้อออ...”

เราถอนหายใจยาวออกมาพร้อมกัน และทรุดตัวลงนั่งพักเหนื่อย มีดยังคงกระชับไว้ในมือแน่น เพราะยังไม่ค่อยไว้วางใจสถานการณ์เท่าไรนัก

 

“ฉันรู้แล้วว่าทำไมฝูงกระทิงถึงไม่ตามเข้าไป พวกมันคงกลัวจะถูกต้นไม้จับทำปุ๋ยแน่เลย”

ทเวนพูดกลั้วหัวเราะ พลางมองดูเถาวัลย์ที่ยังคงสะบัดไปมาราวกับหนอน อยู่ตรงแนวป่าประหลาดนั่น

 

“มีแต่เรื่องไม่คาดฝันจริงๆนะ เซคันด์เอิร์ธเนี่ย ตื่นเต้นกว่าอยู่โลกเยอะเลย”

ผมหัวเราะ แล้วทเวนก็หัวเราะตาม แม้เซคันด์เอิร์ธจะเต็มไปด้วยสถานที่ที่อันตราย สัตว์ร้ายนานาชนิด แต่มันก็เป็นดาวที่สวยงามน่าหลงใหลมากทีเดียว อยู่แล้วไม่เบื่อเลยเชียวล่ะ

 

“อยากมาถึงที่นี่เร็วๆแล้วสินะ อีกสองปีดูจะนานเกินไปเลยล่ะ”

ทเวนเห็นด้วย

 

“เราไปกันเถอะ ผมไม่แน่ใจว่าเถาวัลย์พวกนั้นจะยอมหยุดอยู่แค่แนวป่านั้นจริงๆหรือเปล่า ยิ่งไปให้ไกลมันเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น”

แม้จะยังรู้สึกเหนื่อย แต่เราก็เห็นพ้องว่าไม่ควรโอเอ้อยู่บริเวณป่าประหลาดนี่อีกต่อไป เพราะไม่รู้ว่าเถาวัลย์พวกนั้นจะโจมตีใส่เราอีกเมื่อไร หรือด้วยวิธีไหนที่เราคาดไม่ถึงหรือเปล่า เรายังต้องเดินอ้อมทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยกระทิง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกรุมเหยียบตายอนาถ

 

“จากนี้เราจะเดินทางไปไหนต่อดีล่ะ กลับเข้าเมือง หรือลุยจุดพบแร่ต่อไปเลยดี”

 

“จากตรงนี้ไปจุดพบแร่ต่อไป กับกลับเวิลด์แลนด์ซิตี้ ระยะทางไกลพอกัน แต่ทางไปจุดพบแร่ต่อไปเดินทางสะดวกกว่านะ” ทเวนเงยหน้าจากแผนที่แล้วพูดขึ้น

 

“งั้นก็ไปจุดพบแร่ต่อไปเลยแล้วกัน ถึงผมจะเป็นคนที่สงมิชชั่นตามรอยและล่าไวเดอร์ช้าที่สุด แต่เป็นคนที่ส่งมิชชั่นตามหาแร่ 20 ชนิดเร็วสุดก็ไม่เลวหรอกนะ หักล้างเรื่องส่งมิชชั่นอันก่อนช้าไปได้อย่างสวยงามเลยล่ะ”

 

“หึๆๆๆ นายคิดว่าง่ายหรือไง จุดพบแร่แต่ละแห่งมีแต่อะไรไม่คาดฝัน แถมยังออกจะโหดๆทั้งนั้นด้วย แล้วนี่เราต้องไปตั้ง 20 แห่ง นายคิดว่าต้องใช้เวลาเท่าไรกันล่ะ”

 

“เอาจริงๆเลยนะ ถ้าเราทำเวลาได้ดีอย่างสองแห่งแรกนี่ละก็ ไม่เกิน 10 ควอเตอร์ก็คงทำได้สำเร็จแล้วล่ะ”

ทเวนตาโตกับคำตอบของผม ก่อนจะหัวเราะชอบใจออกมา

 

“นายนี่มั่นใจมากเลยนะ ไปเอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหนกันหะเซวิล”

 

“ไม่รู้สิ จากการฝึกยิงธนูละมั้ง”

คำตอบนี้ทำเอาทเวนฮาแตก หัวเราไม่บันยะบันยังอย่างไม่เกรงใจกัน แต่นั่นเพราะเขาไม่รู้ว่าเบื้องหลังการฝึกยิงธนูของผม มีทาราลันพรานสาวจากเผ่าชานเดร่ามาช่วย และก็ไม่ไดฝึกแค่การยิงธนูเพียงอย่างเดียวเท่านั้นด้วย

 

“หึๆๆ หัวเราะไปเถอะ นายก็เห็นฝีมือการยิงธนูของผมแล้วนี่”

 

“จริงด้วย ยิงแม่นสุดๆไปเลยด้วย ไม่แน่นะอาจมีลักที่ในจุดพบแร่ ที่ทำให้นายได้ใช้ทักษะที่ไปซุ่มฝึกมานี่ก็ได้นะ ฮ่าๆๆๆ”

ผมรู้ว่าเขาพูดล้อเลียน แต่ผมไม่โกรธหรอก ไม่แน่มันอาจมีจริงๆก็ได้ สถานที่ที่ไม่อาจยิงปืนได้น่ะ ถึงตอนนั้นทักษะการยิงธนูของผมจะเป็นประโยชน์ แล้วหมอนี้ก็จะหน้าแตกยับไปเอง

 

ด้วยความที่จุดพบแร่แต่ละแห่งอยู่ไกลกัน และความยากในการเข้าถึงแต่ละพื้นที่ ทำให้ระยะเวลาในการทำมิชชั่นนี้ค่อนข้างยาวนาน นั่นคือหนึ่งเดือนบนเซคันด์เอิร์ธ หรือ 120 ควอเตอร์ ดังนั้นการที่ผมบอกกับทเวนว่าเราจะทำมิชชั่นนี้เสร็จได้ภายใน 10 ควอเตอร์นั้น เป็นเรื่องฟังดูโม้ เกินจริงไปอย่างแรงทีเดียว และถึงแม้ผมอาจจะทำได้ตามที่พูดจริง แต่ผมก็ไม่ควรทำอยู่ดี เพราะมันจะทำให้ผมกลายเป็นคนที่ถูกจับตามองไปในทันที

 

แร่ต่างๆที่ถูกให้ค้นหาในมิชชั่นนั้น ล้วนเป็นแร่ที่หาเจอได้ทั่วไปบนเซคันด์เอิร์ธ ไม่ได้มีความพิเศษโดดเด่นอะไรมากมาย จุดที่จะพบเจอมันจึงมีมอนสเตอร์ที่ไม่โหดมากอาศัยอยู่ แม้จะมีพวกคลาสซีแต่คะแนนการสังหารก็ไม่สูง และไม่ได้ฆ่ายากจนเกินไป หากรวมกลุ่มเพื่อนไปได้มากพอ ก็จะสามารถฝ่าไปเก็บแร่มาได้สบายๆ

 

แต่นี่ผมกับทเวนออกเดินทางทำมิชชั่นนี้ด้วยกันแค่สองคน ลองคิดดูสิว่าหากเคลียร์มิชชั่นได้เร็วขนาดนั้น มันจะเป็นที่ฮือฮาได้แค่ไหน จะต้องถูกจับตามอง และถูกคาดหวังจากคนใหญ่คนโตจากหน่วยงานต่างๆแน่นอน นั่นหมายถึงการที่ผมอาจโดนขุดคุ้ยประวัติ ถูกเชิญเข้าพบเพื่อยกย่อง หรือซักถามอะไรก็แล้วแต่ แต่ที่รู้แน่ๆคือ มันไม่เหมาะกับคนที่ต้องเก็บงำความลับของตัวเองเอาไว้อย่างผมแน่

 

“เอาล่ะ ตั้งต้นกันตรงนี้ จุดพบแร่ถัดไปอยู่ห่างไป 7 กิโลเมตร ใกล้กับแหล่งน้ำ ดูเหมือนจะเป็นแม่น้ำสาขานะ”

 

“อืม งั้นก็รีบเดินทางกันเถอะ”

 

“นี่เซวิล ถ้าเราเคลียร์มิชชั่นนี้ได้ภายใน 10 ควอเตอร์นายว่าจะเป็นยังไง”

 

“นี่นายคิดจริงจังด้วยหรือเนี่ย ผมว่ามันยากมากนะไม่มีทางเป็นไปได้หรอก ผมพูดเล่นเพราะรู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางเป็นไปได้”

ผมตอบ ท่าทางครุ่นคิดอย่างจริงจังของทเวนทำให้ผมไม่ค่อยสบายใจนัก นี่เขาคิดจริงๆหรือว่าลำพังแค่ผมกับเขาจะเคลียร์มิชชั่นที่มีอุปสรรค์เยอะแยะนี้ได้ภายใน 10 ควอเตอร์

 

“ถ้ามีคนทำได้ล่ะ คนที่เก่งขนาดมีเพื่อนร่วมทางเพียงไม่กี่คน หรือไม่ก็เดินทางคนเดียว แต่สามารถเคลียร์มิชชั่นนี้ได้เร็ว และอย่าง่ายดายน่ะ”

 

“...นายพูดอะไรน่ะ พวกเราเป็นแค่นักสำรวจหน้าใหม่นะ ถ้ามีใครที่จะทำอย่างนั้นได้ละก็ ต้องเป็นมืออาชีพอย่างคุณไฮแจ๊คนั่นแหละ ไม่มีทางเป็นพวกมือใหม่อย่างเราไปได้หรอก”

ทเวนต้องการสื่อถึงอะไร ท่าทางการพูดและน้ำเสียง ราวกับเขาจะรู้อะไรบางอย่าง

 

“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่สมมุติน่ะ ใครบ้างไม่อยากเก่งอย่างนั้น ถ้าเป็นแบบนั้นได้จริงก็เท่ากับเราเป็นยอดมนุษย์ ฮีโร่ของเหล่ามนุษยชาติเลยนะ”

 

“บ้าน่า นายดูหนังมากเกินไปแล้วนะ”

ผมแกล้งแซวเขา

 

“แต่หลายๆเรื่องราวในหนัง ก็ถูกทำให้เป็นจริงมาตั้งเยอะแล้วนี่นา อย่างการสร้างยานอวกาศ การเดินทางข้ามกาแล็กซี่ จากดาวดวงหนึ่งสู่ดาวอีกดวงหนึ่ง ฉันว่าการสร้างซุปเปอร์ฮีโร่สักคน ก็คงไม่ยากเกินฝีมือมนุษย์แล้วล่ะ ว่าไหมล่ะ”

 

“จริงสินะ ถ้ามีคนแบบนั้นอยู่จริงละก็ ผมเองก็อยากจะเห็นเขาสักครั้งนะ ฮีโร่ของเหล่ามวลมนุษย์!

ผมแอ็คท่าเลียนแบบซุปเปอร์ฮีโร่ในหนัง ทำให้ทเวนหัวเราะออกมาเบา ก่อนจะพูดว่า

 

“ฉันว่าเขามีตัวคนนะ แต่กำลังหลบซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง บางที่เขาอาจยังไม่รู้ตัวก็ได้ ว่าเขาน่ะพิเศษกว่าใครๆ”

 

“เขาจะเป็นใครก็ช่างเถอะ สักวันถ้าเขาพร้อมเขาคงจะเปิดเผยตัวเองแหละ แต่ตอนนี้นะ นายช่วยสั่งให้บีบอทนำทางก่อนได้ไหม จะได้ไม่เดินไปผิดทางกันอีกน่ะ”

 

“ฮ่ะๆๆๆจริงด้วย นึกแล้วก็ขำชะมัด กะจะกลับไปเวิลด์แลนด์ซิตี้ แต่ดันมาโผล่ทุ่งหญ้าที่มีแมงมุมซะได้”

ทเวนหัวเราะเขินๆ ส่วนผมกำลังดีใจที่ดึงเขาออกจากบทสนทนาหัวข้อซุปเปอร์ฮีโร่ได้

 

“คราวนี้อาจไม่โชคดีไปเจอมอนสเตอร์ที่จัดการง่ายๆอีกก็ได้นะ”

จุดพบแร่ที่เรากำลังจะไปนั้น มีเส้นทางเดินเลียบป่าชัดเจน ราวกับถูกทำไว้เพื่อเป็นเส้นทางสัญจรโดยเฉพาะ แต่เราก็ไม้พบใครหรืออะไรเดินตาม หรือเดินสวนทางผ่านมาเลยแม้แต่น้อย มีมอนสเตอร์คลาสอี และคลาสดีเข้ามาโจมตีประปราย ซึ่งก็แก้เบื่อจากการเดินทางอันยาวนานได้เป็นอย่างดี

 

“นี่ถ้าเรามีไซเคิลละก็ คงเดินทาได้เร็วกว่านี้หลายเท่าเลยนะ”

ทเวนบ่น

 

มิชชั่นนี้ต้องเดินทางและต่อสู้กับมอนสเตอร์คลอดเวลา ซึ่งบั่นทอนกำลังของเราไปได้อย่างดี มันทำให้เราเก่งขึ้นก็จริง แต่ก็ออกจะโหดอยู่ไม่ใช่เล่น สำหรับคนอัธยาศัยไม่ค่อยดี มีเพื่อนน้อยและไม่ค่อยจะเก่ง โชคดีที่ผมแม้มีเพื่อน้อย แต่เก่ง ฮ่าๆๆๆ ผมก็เขินนะที่ชมตัวเอง แต่มันคือเรื่องจริง ไม่อย่างนั้นผมคงไม่สามารถเอาตัวรอดมาจากสถานการณ์โหดๆที่เคยเผชิญมาได้หรอก

 

“นั่นอะไรน่ะ ตรงโค้งข้างหน้าเหมือนมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ตรงนั้นเลย”

เราชะงักเท้าลง เมื่อเห็นบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ตรงโค้งห่างออกไปเบื้องหน้า ก่อนจะรีบขยับเข้าไปซ่อนตัวในพุ่มไม้ข้างทาง เพื่อซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ

 

“นั่นพวกเราหรือเปล่า ดูเหมือนจะใช่เลยนะ”

ผมตั้งข้อสังเกต ดูเหมือนพวกที่ยืนอยู่ตรงโค้งชายป่านั้น จะเป็นนักสำรวจหน้าใหม่เหมือนกันกับพวกรา ดูเหมือนพวกนั้นจะมีกันหลายคน และกำลังยืนคุยปรึกษาอะไรกันอยู่อย่างเคร่งเครียด

 

“ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนมาที่นี่ก่อนเราด้วยแฮะ”

 

“พวกนั้นมากันกลุ่มใหญ่ คงจะมีฝีมือพอตัวด้วยล่ะ แต่ท่าทางจะเจอปัญหาบางอย่างเข้าให้นะ แต่ละคนสีหน้าเครียดเชียว”

 

“เราเข้าไปสมทบกับพวกนั้นดีไหมเซวิล”

 

“ผมไม่มั่นใจนะ นายจำหมอนั่นไม้ได้หรือไง ผู้ชายผมทองที่พูดสบประหมาดพวกเราตอนเข้าเมืองมาครั้งแรกน่ะ”

ทเวนรีบเพ่งมองดูทุกคนในกลุ่มนั้นอีกครั้งอย่างตั้งใจ และก็จำหมอนั่นได้ในที่สุด ปฏิกิริยาที่อยากเข้าไปสมทบกับพวกนั้นหายไปในพริบตา

 

“มันนั่นเอง งั้นก็ช่างเถอะพวกนั้นจะเจอปัญหาอะไรก็ช่างไม่เกี่ยวกับเรา”

 

“แต่นั่นมันทางที่จะไปจุดพบแร่ไม่ใช่หรือไง สิ่งที่ทำให้คนกลุ่มใหญ่แบบนั้นมีสีหน้าเคร่งเครียดได้ เราก็ควรกังวลอยู่นะทเวน”

 

“แล้วจะให้ทำไงเล่า ยังไงฉันก็ไม่เข้าไปร่วมวงกับพวกนั้นด้วยแน่ๆล่ะ!”

 

“ก็แค่รอ ซุ่มดูต่อไป ถ้าหากพวกนั้นเจอของแข็งจริงจะต้องเดินย้อนกลับมาแน่ แต่ถ้าไม่ เดี๋ยวก็คงเดินทางกันต่อไปนั่นล่ะ”

ทเวนกลอกตาอย่างเซ็งๆ แต่ตอนนี้สิ่งที่เราทำได้คือซุ่มรอ ดูว่าจะเกิดอะไรกับกลุ่มคนที่ดูเคร่งเครียดเหล่านั้นกันแน่

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #363 kimurakung (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 22:43
    ทเวน เองก็มีความลับอะไรซ่อนอยู่เหมื อนกันเนอะ
    #363
    0