THE GALAXIA

ตอนที่ 36 : Flashback memmory

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 892
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    28 ส.ค. 58




 

“มันเป็นละอองเกสรจากดอกไม้ป่าที่หายาก ฤทธิ์ของมันเมื่อสูดดมละอองเกสรนั้นเข้าไป จะทำให้ร่างกายอ่อนแรง และรู้สึกง่วงนอนอย่างรุนแรง หลังจากหลับไปแล้วมันมีฤทธิ์หลอนประสาท ทำให้ฝันร้ายโดยมากเห็นภาพที่น่ากลัวสยดสยองแต่ก็มีส่วนน้อยที่หวนระลึกถึงอดีตขึ้นมาได้ เรื่องราวเก่าๆที่อาจจะลืมไปแล้ว จากการสูดดมละอองเกสรพิษนั้น แล้วหลับไป แต่ที่น่ากลัวไม่ใช่การหลับและฝันร้ายหรอกนะ  สิ่งที่น่ากลัวเกิดขึ้นหลังจากที่เราหลับ รากของต้นไม้นี่มีชีวิต มันคืบคลานหาร่างเราจนเจอ แล้วรากไปเก็บไว้ใต้ต้น  จากนั้นรากฝอยนับร้อยๆเส้นก็จะเจาะร่างเรา  ดูดเอาเลือดเนื้อเราไปบำรุงตัวมันเอง เรียกได้ว่าถูกกินทั้งเป็นทั้งที่ยังหลับอยู่นั่นล่ะ”

 

“จริงน่ะ!

“จริงสิ สิ่งเดียวที่ช่วยปกป้องเราจากการถูกลากไปเป็นอาหารได้ก็คือแสงสว่าง เจ้าดอกไม้นี่กลัวแสงสว่างยิ่งกว่าอะไร ถ้าเรามีสติพอที่จะพาตัวออกมาอยู่ในแสงสว่างได้ก็มีสิทธิ์รอด”

 

“อย่างนี้นี่เอง แต่ผมจำได้ว่าผมหมดสติไปก่อนที่จะออกมาจากป่านั่นได้นี่นา ทำไมถึงได้มาอยู่ตรงนี้ล่ะ จะบอกว่าเธอช่วยผมก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะผมเป็นเพียงข้อมูลที่จับต้องไม่ได้นี่นา”

ภาพสุดท้ายที่ผมจำได้คือ ผมล้มลงกับพื้น เห็นเพียงฝ่ามือข้างหนึ่งของตัวเองเท่านั้น ที่โผล่พ้นแนวป่าอันดำมืดนี้ไปต้องแสงสว่างจากภายนอก

 

“อย่าลืมว่าฉันมีนาฬิกาของ NPC ด้วยนาฬิกานี้ทำให้ฉันจับต้องข้อมูลอย่างเธอได้ ถึงจะไม่จริงในมุมของฉัน แต่มันก็ทำให้จับ ยก ดึง ลาก ร่างกายของเธอที่เป็นเพียงข้อมูลได้ก็แล้วกัน ถ้าไม่เชื่อจะลองให้ฉันสาธิตด้วยการตบอีกสักรอบไหมล่ะ”

ผมยกมือยอมแพ้ เมื่อเธอตั้งท่าจะหวดฝ่ามือใส่ผมอีกรอบ ทำให้พรานสาวหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะลงไปนอนแผ่กับพื้นอีกครั้ง ผมเองก็เอนลงไปนอนตามเธอด้วยเช่นกัน

 

“โชคดีของผม ที่อยู่กับคนที่รอบรู้ และมีประสบการณ์อย่างเธอ ขอบใจนะที่ช่วยผมไว้ ทาราลัน”

ผมเห็นแก้มของเธอเปลี่ยนสี เมื่อหันไปพูดขอบคุณ เธอยิ้มบางๆก่อนจะหันหน้าหนีไป แล้วพูดออกมาเบาๆว่า

 

“ไม่เป็นไร”

เรานอนแผ่กับพื้นอยู่อย่างนั้น รับสัมผัสจากสายลม แสงแดด กลิ่นไอของใบไม้และดิน ทาราลันหลับสนิทอย่างน่าเหลือเชื่อเธอคงเหนื่อยกับการพยายามเอาชีวิตรอดจากป่านั่น และการช่วยเหลือผมคนนี้ ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นเลยแม้แต่น้อย เธอจะปล่อยให้ผมตายก็ได้ เพราะผมสามารถเกิดใหม่ได้นับครั้งไม่ถ้วน ตราบใดที่ผมยังออนไลน์อยู่ในดิกาแล็กเซีย

 

“หืม? เวลานอนหลับก็น่ารักดีนะ”

ผมพูดกับตัวเองเบาๆ ขณะพิจารณาใบหน้ายามหลับของเธอ ด้วยผิวพรรณ และลักษณะทางกายภาพของทาราลัน เธอดูเหมือนมนุษย์มากกว่าชาวชานเดร่าคนไหนๆที่ผมเคยเจอ ทั้งแบร์รี่คนที่มอบมิชชั่นให้พวกเราในเมืองเวิลด์แลนด์ซิตี้ ทั้งจอมพรานหญิง และพราวสาวที่ติดตามเธอ ทุกคนล้วนมีผิวหนังหยาบหนา รูปร่างสูงใหญ่เกินกว่า 2.5 เมตรกันทั้งนั้น อย่างทาราลันนี่ถือเป็นคนแคระของเผ่าได้เลย

 

หลังจากตื่นทาราลันก็เอาเสบียงของเธอออกมาทาน มันเป็นเนื้อสัตว์รมควันคนแห้ง พกง่ายอยู่ท้อง ส่วนผมที่ไม่มีของแบบนั้นก็ต้องพึ่งโปรตีนพิลอีกเม็ดตามระเบียบ เวลาแบบนี้กับสถานที่แบบนี้ เราทั้งไม่มีอารมณ์จะล่าและยังไม่มีอะไรให้ล่ามาเป็นอาหารได้อีกต่างหาก

 

เราออกเดินทางกันต่อ โดยยังคงใช้ช่วงเวลาในการเดินทางเตรียมพร้อมตัวผมให้พร้อมกับการเข้าไปในแบล็กพิทเหมือนเดิม ตลอดห้าวันที่ผมเดินทางกับทาราลัน เราสังหารมอนสเตอร์ตามรายทางไปพอสมควร มีหลายตัวที่คะแนนการสังหารหลักร้อย จำนวนเงินในบัญชีของผมคงเพิ่มขึ้นมากแน่ๆ หลังจากซื้อเซลล์กระสุนจนหมดตัวไปแล้วครั้งหนึ่ง

 

อีกเรื่องที่น่าแปลกใจก็คือ ทเวนไม่ติดต่อมาหาผมเลย ทั้งในดิกาแล็กเซียและตอนที่เราออฟไลน์ออกไป ถึงแม้เราจะยังไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วยกันอยู่บ้าง ถ้าพบว่าต่างคนต่างยังไม่ได้เชื่อมต่อสู่ดิกาแล็กเซียเหมือนกัน พอเจอกันเขาก็จะเล่าเรื่องโมนิก และเทคนิคจีบสาวขั้นเทพ ที่ผมไม่ค่อยจะเห็นด้วยสักเท่าไรให้ฟัง ก่อนจะรีบกลับห้องเพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่ดิกาแล็กเซีย

 

มันก็ดีอยู่หรอกที่เขาไม่มาถามเรื่องของผม เพราะมันคงลำบากใจที่ต้องโกหก แต่มันก็อดรู้สึกเหงาไม่ได้ เพราะบนยานอูริเอลเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวที่ผมมีก็คือทเวน แล้วทเวนก็กำลังอินเลิฟ จนไม่มีเวลาแม้แต่จะนั่งกินข้าวสบายๆกับผมเลย ถึงมันจะน่าเศร้าอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ผมมีเรื่องใหญ่กว่าให้ต้องสนใจ เพราะตลอดการเดินทางอันหฤโหด ในที่สุดเราก็มาถึง

 

“นี่ล่ะ ทางเพียงสายเดียวที่ตรงสู่แบล็กพิท”

ทาราลันบอก เมื่อเรามาหยุดยืนอยู่หน้าถนนดินสายแคบ ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สูง ลำต้นเหยียดตรง ไม่มีกึ่งก้านแผ่ออกมาจากลำต้น ยอดของมันสูงมากจนบางต้น ยอมของมันก็หายไปในหมู่เมฆบนท้องฟ้าด้วย

 

“เราจะพักกันตรงนี้ก่อน ฟื้นฟูตัวเองให้เต็มที่ก่อนเข้าไป เห็นอย่างนี้แต่แค่ทางเข้าก็อาจเจอมอนสเตอร์โหดๆเข้าได้ เธอต้องตามติดฉันเหมือนเป็นเงาตามตัว ถ้าเราพลัดหลงกันในแบล็กพิท โอกาสรอดจะเป็นศูนย์ทันที”

ผมพยักหน้าให้เธอ จากตรงนี้ไป จะเป็นการทดสอบฝีมือของผมอย่างแท้จริง ดูว่าผมได้อะไรบ้างจากการเดินทางและฝึกฝนกับทาราลันมาห้าวันเต็ม หรือหนึ่งวันกับอีกหนึ่งควอเตอร์บนเซคันด์เอิร์ธ

 

เราก่อกองไฟ กินอาหาร นอนหลับ ผมให้บีบอทลาดตระเวน และแจ้งเตือนภัยทันทีที่มีอะไรเข้ามาใกล้ แต่ปรากฏว่าเราไม่สามารถนอนหลับได้สนิทนัก เพราะสถานที่นี้มันอันตรายเกินกว่าจะข่มตาหลับได้ลง บางครั้งบางคราว เราก็ได้ยินเสียคำราของสัตว์ร้ายดังมาจากข้างในแบล็กพิท เสียงนั่นไล่มอนสเตอร์รอบนอกที่อ่อนแอกว่าไปหมด

 

“พร้อมไหม?”

ทาราลันหันมาถามผม ในที่สุดเราก็ตกลงใจจะเข้าไปสักที ช่วงเช้ามืดแบบนี้ไม่ทำให้รู้สึกใจชื้นขึ้นสักเท่าไรเลย เพราะถึงยังไงที่นี่ก็มีสัตว์ร้ายสุดโหดคลาสซีขึ้นไปอยู่แล้ว แต่จะมีคลาสบีถึงคลาสเออยู่มากที่สุด ผมพยักหน้ารับ แต่ในใจนั้นรู้สึกไม่พร้อมเลยสักนิด

 

“งั้นก็ไปกัน จำไว้นะ อย่าอยู่ห่างจากตัวฉันเด็ดขาด”

พรานสาวกำชับเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เราจะเดินเข้าไป ในแบล็กพิทสิ่งที่เราควรมีก่อนเข้าไป หนึ่งคืออาวุธครบมือ พร้อมถล่มทุกสิ่งที่ขวางหน้า และกองทัพทหารเจนสนามรบผู้ที่จะใช้อาวุธที่มีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ถ้าเราไม่มีกองทัพและอาวุธประสิทธิภาพสูงละก็ สิ่งที่ควรมียิ่งกว่าอะไรคือสัญชาติญาณและความเร็ว ความเร็วที่มากพอจะหลบหลีกสัตว์ที่เร็วที่สุดในแบล็กพิทได้ ถ้าหากขาดสองสิ่งนี้เราก็ไม่มีหวังรอดไปจากสถานที่สุดโหดนี้ได้แน่นอน

 

แบล็กพิทเป็นป่ามืดทึบ ต้นไม้ขนาดเล็กสุดและใหญ่สุดขึ้นแออัดรวมกัน ส่วนใหญ่เป็นต้นไม้ที่มีหนาม พิษ และเต็มไปด้วยสัตว์นักล่าดุร้าย ดังนั้นถึงแทบไม่มีใครย่างกรายเข้ามาที่นี่ แม้ว่าจะเป็นชนพื้นเมืองของเซคันด์เอิร์ธเองก็ตาม ยกเว้นพวกที่บ้าพออย่างพ่อของทาราลัน ที่เข้ามาอาศัยอยู่ที่นี่ และก็ผมที่ตามทาราลันเข้ามาเพื่อพบกับเขา

 

เราก้าวเดินแทบจะเรียกได้ว่า ตามกันแบบก้าวต่อเก้า ทาราลันมองหาพื้นที่ใต้ลม เพื่อให้เราเดินทางได้ง่ายขึ้น โดยไม่ถูกสัตว์ร้ายในแบล็กพิทพบตัว ซึ่งนั่นจะทำให้การเดินทางของเราลำบากมากขึ้น ผมเห็นมอนสเตอร์ตัวโต หน้าตาน่ากลัวระหว่างที่เราย่องเงียบ (เป็นคำเฉพาะของทาราลันที่ใช้เรียกการวิ่งเร็วๆแบบไร้เสียง) ไปตามเงาของต้นไม้ใหญ่ หลบหลีกสายตาจากมอนสเอตร์สุดโหดทั้งหลายนั่น โชคดีที่พวกมันมีอาณาเขต และมักต่อสู้กันเพื่อแย่งเขตแดน จนบางครั้งก็ไม่มีเวลามาสนใจผู้บุกรุกตัวจ้อยแบบเราสองคน พวกมันสู้กันแทบจะตลอดเวลา เพื่อแย่งเขตแดนกัน เสียงร้อง เสียงคู่คำราม เสียงของการต่อสู้ดังอยู่ในนี้ตลอดเวลา ทั้งที่เมื่อตอนอยู่ข้างนอก เราแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

 

“หยุดก่อน”

ทาราลันกระซิบ พร้อมทั้งยกมือห้ามไว้

 

“มีอะไรอย่างนั้นเหรอ”

“ข้างหน้า มีมอนสเตอร์สามตัวกำลังสู้กัน ฉันว่าพวกมันคงทำสัญลักษณ์อาณาเขตทับซ้อนกันแน่”

“ถ้างั้นเอาไงดี จะอ้อมไปเหรอ?”

“ไม่ ถ้าอ้อมไปจะเสียเวลามาก อีกอย่างทั่วทั้งแบล็กพิท ก็มีแต่เหตุการณ์ต่อสู้แย่งชิงอาณาเขตทั้งนั้น ถึงจะเลี่ยงเจ้าพวกนี้ไป ก็ไม่ต่างกันหรอก”

“เธอจะให้เราย่องฝ่าการต่อสู้ไปเนี่ยนะ”

ผมกระซิบถามอย่างตื่นตระหนก แทบไม่เห็นทางเลยที่เราจะฝ่าไปโดยไม่โดนพวกมันเห็น หรือถ้าไม่ถูกเห็นก็อาจจะถูกลูกหลงของการต่อสู้ก็ได้

 

“ไม่มีทางเลือกมากนักหรอกในแบล็กพิทนี่น่ะ ทำสำคัญที่สุดคือเราไม่ควรโอ้เอ้อยู่แบบนี้นานๆ แต่ควรรีบไปให้ถึงที่หมายให้เร็วที่สุดต่างหาก ยิ่งโอ้เอ้อยู่ในที่แบบนี้นาน โอกาสตายก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น”

ผมรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดในน้ำเสียงของทาราลัน ผมแน่ใจว่าเธอคงเอาตัวรอดไปได้อย่างง่ายดาย สามารถย่องผ่านการต่อสู้สามเศร้านี้ไปได้ โดยไม่ถูกพวกมันเห็น หรือโดนลูกหลงจากการต่อสู้แน่ ที่น่าห่วงคือผมต่างหาก ผมน่ะอาจไม่รอดจากการย่องผ่านครั้งนี้ก็ได้

 

“เจ้าพวกนั้นตัวหนึ่งเป็นราชสีห์สองหาง (Twintail lion) จุดเด่นของมันคือขนสีเหลืองทองนั่น กับกรงเล็บและเขี้ยวที่แข็งแรง ขนาดที่สามารถหวดต้นไม้ใหญ่ๆขาดเป็นเสองท่อได้อย่างง่ายตาย อีกตัวคือบลัดดี้วูลฟ์ (Bloody wolf) แม้จะตัวเล็กกว่าและมีถิ่นกำเนิดจากต่างดาว และคลาสต่ำกว่าราชสีห์สองหาง แต่ กรงเล็บและเขี้ยวของมันคมราวกับใบเลื่อย บวกกับความรวดเร็วในการเคลื่อนที่ ทำให้มันกลายเป็นตัวอันตรายระดับต้นๆเลยทีเดียว ส่วนตัวสุดท้ายนั่นเป็นอสูรทรงพลังกอริลเที่ยน (Goriltien) มันตัวใหญ่แข็งแรง เรียกได้ว่ามีพลังมหาศาล แถมยังเร็วจนน่าเหลือเชื่อด้วย”

 

ลำพังแค่หนึ่งในพวกมัน ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีชีวิตรอดไปจากที่นี่ได้แล้ว แต่นี่กลับมีถึงสามตัว แถมยังสู้กันดุเดือดเพื่อแย่งชิงอาณาเขตอีกด้วย

“ฟังสัญญาณจากฉันให้ดี พอฉันบอกไป ให้ออกวิ่งตามมมาทันที แล้วก็ต้องตามความเร็วของฉันให้ทันด้วย อย่าเสียสมาธิกับพวกมัน มองแผ่นหลังของฉันไว้ พวกมันก็แค่สัตว์ยักษ์ป่าเถื่อนเท่านั้น ตกลงไหม?!

ทาราลันพูดกระตุ้น เธอคงเห็นความกลัวในแววตาผม แต่ผมเองก็เห็นสิ่งนั้นในแววตาเธอเช่นกัน ทว่าทาราลันกลับข่มมันไว้ได้ดีกว่าผมนัก

 

“เฮ่! เธอทำได้ ฉันเชื่อมั่นในตัวเธอ”

พรานสาวแตะแก้มผมเบาๆ แล้วดึงหน้าผมที่มองมอสเตอร์ทั้งสามไม่วางตาให้หันมามองเธอ คำพูดของเธอ แววตาของเธอเรียกสติผม ทั้งที่หน้าที่ปลอบโยนผู้ที่กำลังหวาดกลัวควรจะเป็นผู้ชายอย่างผม ผมพยักหน้าให้เธอ พยายามขจัดความหวาดกลัวในจิตใจทิ้งไป ผมมีสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้ และมีสิ่งที่อยากรู้จากปากพ่อของทาราลัน เพราะฉะนั้นผมจะมาหยุดอยู่แค่นี้ไม่ได้เด็ดขาด

 

“พร้อมไหม?”

เธอถาม ผมพยักหน้า ผมต้องพร้อมกับทุกสิ่งที่ผมต้องเผชิญ

 

“ไป!

พรานสาวสั่งแล้วออกวิ่ง ผมตามเธอไปติดๆ เพื่อจะได้ไม่คลาดกัน หากนี่คือความเร็วสูงสุดของเธอ มันก็เร็วมากทีเดี่ยว เร็วกว่าความเร็วที่ผ่านมาทั้งหมด ผมแทบจะตามไม่ทันความเร็วของเธอ แต่ก็ยังเห็นเรือนผมของเธอห่างไปเพียงเอื้อมมือ ไม่ว่ายังไงผมก็ตามให้ทัน ไม่อย่างนั้นอาจเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น อย่างการติดอยู่ในวงของการต่อสู้ระหว่างสามมอสเตอร์สุดโหดได้

 

เปรี้ยง!!

 

หางของราชสีห์สองหางฟาดลงบนพื้นเบื้องหน้าผม ความรุนแรงของมันทำให้พื้นดินแตกตรงนั้นแตกกระจาย เศษดินและก้อนหินเล็กกระเด็นขึ้นมาเต็มไปหมด จนมองอะไรไม่รู้เรื่องไปชั่วครู่หนึ่ง และที่ร้ายแรงยิ่งกว่าก็คือ หางของราชสีห์สองหางที่หวดลงมานั้น ได้แยกผมกับทาราลันออกจากกัน พวกเรากระเด็นไปคนละทางจากแรงกระแทก ทาราลันกระเด็นหายไปในพุ่มไม้ ส่วนผมตกอยู่กลางวงของการต่อสู้ ระหว่างมอนสเตอร์สุดโหดทั้งสามตัว

 

“ท...ทาราลัน”

ผมเรียกหาพรานสาว ดวงตาพร่ามัว หูได้ยินแต่เสียงวิ้ง แต่เมื่อทุกอย่างเริ่มกระจ่างชัด ผมก็พบว่าตัวเองกำลังมองกรงเล็บ คมเขี้ยว และผ่าเท้าอันใหญ่โตอยู่เบื้องบน ห่างจากตัวผมไปไม่ถึงห้าเมตร พวกมันทั้งสามตัวไม่สนใจผมเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นตรงนี้ก็ไม่มีทางที่จะหนีออกไปได้เลย

 

“เซวิล!!

เสียงเรียกของทาราลันดังแว่วมา แสดงว่าเธอเองคงปลอดภัยดี แต่สำหรับผม บางทีมันอาจจบแค่นี้ก็เป็นได้

 

“ผมคงไม่รอดแล้ว เธอไปต่อเถอะ ถึงยังไงผมก็ยังกลับเข้ามาใหม่ได้นะ”

ผมตะโกนบอกเธอ เพราะกลัวว่าเธอจะทำอะไรเสี่ยงๆพื่อช่วยผม

 

“ไม่นะ ฟังให้ดี หาจังหวะแล้ววิ่งสวนออกมาให้ได้ ช่องว่างระหว่างการโจมตีโดยเฉพาะจากสัตว์ร่างใหญ่อย่างพวกมัน จะใหญ่มากพอให้เธอวิ่งออกมาจากวงการต่อสู้ได้”

“แต่ว่า ฝุ่นฟุ้งตลบแบบนี้...”

“เธอทำได้น่า นึกถึงสิ่งที่เธอต้องการไว้สิ อุปสรรค์แค่นี้มันทำให้เธอท้อแล้วอย่างนั้นเหรอ เธออยากหยุดมันไว้แค่นี้ ทั้งที่อีกเพียงไม่กี่เก้า เธอก็จะไปถึงสิ่งที่เธอต้องการอย่างนั้นเหรอ?!

 

พรานสาวจี้ได้ถูกจุด เรื่องทั้งหมดมันไม่ได้เกี่ยวกับว่าผมเป็นเพียงชุดข้อมูลที่ตายแล้วเกิดใหม่ได้ไม่รู้จักจบ แต่มันอยู่ที่ความพยายามและความมุ่งมั่นของผม เพราะอะไรการตายของสิ่งที่เป็นเพียงชุดข้อมูลจึงเจ็บปวด นั่นก็เพราะไม่ต้องการให้เราเคยชินกับการตายและการเกิดใหม่ เราต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่ามากที่สุดแม้จะเป็นเพียงชุดข้อมูลก็ตาม

 

“ใช่ ใช่ ผมจะทำ จะทำให้ได้ ไม่ยอมทิ้งไปง่ายๆหรอกทั้งที่ใกล้ขนาดนี้แล้วแท้ๆ”

ผมเริ่มวิ่งไปตามการต่อสู้ของสัตว์ร้ายทั้งสาม เพื่อหาช่องว่างจากการโจมตีของพวกมัน แล้วอาศัยช่องว่างนั้นหลบหนีออกไปจากวงล้อมของการต่อสู้ให้ได้ ในที่สุดผมก็เจอ จังหวะกระโจนเข้าใส่ศัตรูของราชสีห์สองหาง ผมรีบวิ่งสวนออกไปด้านนอก แม้ว่าจะต้องระวังหางทั้งสองของมันอยู่บ้าง แต่ผมมั่นใจว่าผมจะผ่านมันไปได้แน่นอน

 

ผั่วะ!!

 

“อั่กก”

เหมือนว่าผมยังไม่เร็วพอ เพราะฉะนั้นผมจึงถูกลงโทษ หางของราชสีห์สองหางหวดโดนร่างของผมเข้าอย่างจัง ซัดผมจนกระเด็นไป ผมรู้สุกได้ถึงรสของเลือดในปาก ก่อนที่มันจะทะลักออกมาจนแทบสำลัก ทาราลันคว้าตัวผมไว้ได้ ก่อนที่จะตกลงกระแทกพื้น ในตอนนี้เองที่ผมรู้สึกขอบคุณนาฬิกาnpc ถ้าไม่มีสิ่งนี้ละก็ทาราลันคงไม่สามารถแตะตัวผมได้

 

พรานสาวพาร่างกายอันบอบช้ำของผมออกไปให้ห่างจากการต่อสู้ เธอวางผมลงบนพื้น ค้นหายาต่างๆในเป้หลังของผม เธอป้อนยาแก้ปวดให้ผมหลายเม็ด กระดูกซี่โครงของผมหัก แต่เรายังต้องเดินทางต่อ เพราะตรงนี้ยังไม่ปลอดภัยพอ

 

“แถวนี้มีหลุมหลบภัย ถ้าหาเจอเราจะเข้าไปพักที่นั่นกัน”

ทาราลันบอก เธอพยุงผมให้ออกเดินไปด้วยกัน แม้จะปวดร้าวไปทั้งร่างกายโดยเฉพาะหลัง แต่ผมก็ยังต้องก้าวเดิน ลมหายใจของผมมีแต่กลิ่นเลือด และผมรู้ดีว่ามันดึงดูดสัตว์ร้ายได้ดีแค่ไหน โชคยังดีที่คนเจ็บคือผมไม่ใช่เธอ เพราะถ้าเป็นเธอที่บาดเจ็บจนเลือดออกขนาดนี้ แล้วมีสัตว์ร้ายมาเจอเข้า มันจะกลายเป็นผมที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเธอได้ เพราะผมไม่อาจสังหารมอนสเตอร์ที่มีตัวตนอยู่จริงบนเซคันด์เอิร์ธได้

 

เราเดิน และหยุดพัก ทั้งเพื่อหลบมอนสเตอร์ที่โผล่ออกมาบริเวณนั้น และเพื่อให้ผมได้รวบรวมกำลังก้าวเดินต่อ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แม้จะได้ยาช่วยบรรเทา แต่มันก็ยังเจ็บจนแทบจะกรีดร้องออกมาทุกครั้งที่ก้าวเดิน

 

“เอาล่ะ รออยู่นี่นะ หลุมหลบภัยอยู่ไม่ไกลแล้ว ฉันจะไปสำรวจดูสักหน่อยว่ามีอะไรขาวงเราไว้หรือเปล่า”

ทาราลันประคองผมลงนั่งอย่างเบามือ และกำลังจะเดินจากไป แต่ผมคว้ามือเธอไว้

 

“ให้บีบอทจัดการเถอะ เจ้านั่นตรวจจับได้หมดนั่นแหละ”

ผมพูดปนหอบ พรานสาวชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าตกลง เธอนั่งลงข้างๆผม ในขณะที่ผมสั่งให้บีบอทออกไปสำรวจเส้นทางจากตรงที่เราอยู่ถึงหลุมหลบภัย มีมอนสเตอร์ตัวหนึ่งอยู่ไม่ห่างไปสักเท่าไร แต่ก็ยังปลอดภัยพอที่เราจะเดินไปถึงหลุมหลบภัยโดยที่มันไม่ทันเห็นหรือได้กลิ่น

 

“ผมอยากให้เธอไปก่อน ผมจะค่อยๆเดินตามไปทีหลัง”

“อะไรนะ ไม่มีทาง!!

ทาราลันพูดเสียงดุ

“แต่ถ้าเธอคอยพยุงผมเดิน มันจะทำให้เธอไปได้ช้าลงนะ””นั่นไม่ใช่ข้ออ้างหรอกนะ ฉันจะพาเธอไปด้วยกัน และถ้าเธอคิดว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงฉันนักละก็!

 

“น...นี่จะทำอะไรน่ะ!

ทาราลันจับสองแขนของผมพาดบ่า ก่อนจะออกวิ่งและกระโดดนไปตามโคนต้นไม้อย่างรวดเร็ว นั่นทำให้ผมเจ็บปวดมากทีเดียว ทุกครั้งที่เธอกระโดด หลังผมปวดอย่างรุนแรงจนเผลอร้องออกมาเสียงดัง แต่มันก็ไม้ได้ทำให้เธอหยุดฝีเท้าลงเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงวิ่งและกระโดดจนในที่สุดก็มาถึงทางเข้าหลุมหลบภัย เธอปล่อยแขนผมที่ทลุดลงไปกองกับพื้นในทันที แล้วหมุนวงล้อเพื่อบานประตูเหนาหนักนั่นเปิดออก

 

“อ...อั่กก”

ทาราลันลากคอผมเข้าไปด้านในอย่างไม่ปราณีปราศรัย จากนั้นก็รีบปิดประตูหลุมหลบภัย

 

“ทีหลังฉันจะไม่ใจดีกับเธอแล้วนะเซวิล”

พรานสาวมองค้อน ก่อนจะควานหาอะไรจากเป้หลังของผมอีกครั้ง

 

“เธอควรตัดการเชื่อมต่อออกไปก่อน เพื่อไม่ให้ร่างกายจริงๆของเธอรับภาระหนัก ฉันจะติดตั้งที่พักนิรภัยให้”

“แล้วเธอล่ะ?”

“ฉันก็จะรออยู่ที่นี่เหมือนอย่างเคย จนกว่าเธอจะกลับมา ระหว่างนั้นจะสำรวจอุโมงค์นี้ดูด้วย”

ทาราลันบอก ในขณะที่ผมปีนเข้าไปในที่พักนิรภัยอย่างยากลำบาก

 

“ตกลง”

ผมรับคำ ทาราลันพยักหน้าให้ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น

 

“แต่ก่อนอื่นฮันคงต้องพักเอาแรงสักหน่อย”

“ขอโทษนะที่ผมกลายเป็นภาระของเธอ”

“หึๆ ไม่ต้องขอโทษหรอก แค่เก่งขึ้นให้ฉันเห็นก็พอ ถ้าเธอแกรงขึ้นจนเป็นฝ่ายปกป้องฉันได้เมื่อไร ฉันถึงจะยอมรับคำขอโทษนั้น”

 

“อืม!

ผมพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น ชีวิตผมผ่านอะไรมาเยอะเกินกว่าจะยอมแพ้ เรื่องราวทั้งหลายที่ผมไม่เคยได้รู้ ทั้งที่มันมีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับตัวผม ผมไม่ควรยอมแพ้และถอดใจอะไรง่ายๆ เพื่อตามขาและไขความลับทั้งหมดให้กระจ่างก็มีแต่จะต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น

 

“ผมจะรีบกลับมานะ”

ผมบอกกับทาราลัน ก่อนจะเข้ามาในที่พักนิรภัย จัดท่านอนให้ตัวเองอย่างยากลำบากเพราะความเจ็บปวดจากระดูกซี่โครงหัก จากนั้นก็สั่งตัดการเชื่อมต่อจากดิกาแล็กเซีย

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #344 RoZenKreuZ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 15:16
    ผมเริ่มงงแล้วครับ
    สรุปมอนสเตอร์สามตัวนั้นเป็น มอนจริงๆ หรือแค่ข้อมูล
    ถ้าเป็นมอนจริงก็ไม่ควรทำร้ายเซวิลได้สิ
    แต่ทำร้ายได้แบบนี้แปลว่าเป็นข้อมูล แล้วมอนที่เป็นข้อมูลทำร้ายทาราลันได้ไหม? ถ้าทำได้ก็แปลก คนจริงๆถูกชุดข้อมูลฆ่าได้เนี่ยนะ? ความปลอดภัยก็ไม่มีเลยสิ ซึ่งก็ไม่น่าใช่อีกเพราะอย่างที่บอกว่าถ้าไม่มีนาฬิกาก็จับตัวเซวิล(ที่เป็นข้อมูล)ไม่ได้ ดังนั้นนาฬิกาน่าจะเป็นเครื่องมือที่ให้ผลดีต่อคนใส่(คือเป็นฝ่ายจับต้องข้อมูลได้)มากกว่าผลร้ายอย่างความเสี่ยงที่อาจโดนข้อมูลฆ่าตายเพราะใส่นาฬิกา(โคตรอนาถเลยงั้นอ่ะ) ตรงนี้ไม่ค่อยเคลียอ่ะ ใครก็ได้อธิบายผมที~ 
    #344
    2
    • #344-1 Aquamarine(จากตอนที่ 36)
      16 ธันวาคม 2558 / 02:57
      มอนเตอร์ทั้งสามเป็นของจริงค่ะ ฆ่าทาราลันกับซวิลได้ทั้งคู่ เพียงแต่ซวิลโดนฆ่าจะฟื้นกลับมาได้ แต่ทาราลันตายจริงค่ะ เหมือนกับตอนมอนสเตอร์ต่างดาวที่พระเอกลากมาฆ่าพวกมือใหม่เยอะๆ กับ ตอนโดนงูตบตาย เป็นมอนสเตอร์ของจริงทั้งคู่ค่ะ
      แต่ว่าทำไมตัวจริงถึงทำร้ายชุดข้อมูลได้นี่ยังไม่เฉลยค่ะ (หรือเฉลยแล้ว แต่อ่านข้ามก้ไม่รู้ 555)
      #344-1
    • #344-2 ALaoBas(จากตอนที่ 36)
      27 ธันวาคม 2558 / 08:24
      ข้อตอบตามที่เข้าใจก่อนนะครับ
      1.มอนจริงๆ หรือแค่ข้อมูล // เป็นของจริงครับ

      2.ถ้าเป็นมอนจริงก็ไม่ควรทำร้ายเซวิลได้สิ // โจมตีได้ครับเพราะเมื่อมันปรากฏตัวออกมาจะแสดงในชุดข้อมูลด้วยครับแต่ถ้าตัวจริงตายชุดข้อมูลก็จะหายไปด้วยเช่นกันแต่ถ้าชุดข้อมูลตายตัวริงไม่ได้ตายไปนะครับ

      ปล.1 มันมีเฉลยอยุ่ตอนที่เจอกับนางเงือกแล้วครับรองกลับไปอ่านดูดีๆนะครับ ถ้าผมเข้าใจผิดยังไงก็มาบอกกันด้วยนะ บอกตามที่เข้าใจครับ
      ปล.2 เรื่องนี้สนุกมากเลย แต่พี่ลูกแมวหายไปไหนนี้ นานไปแล้วนะครับคิดถึงละ มาต่อให้อ่านเถอะครับหรือยังไงก็ส่งข่าวให้รู้หน่อยนะ เป็นกำลังใจให้ AWO(เรื่องที่แล้ว)ผมซื้อครบทุกเล่นเลยนะ
      #344-2
  2. #288 ChEss_ZeR (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 22:38
    ตกใจมากเลย นึกว่าเซวิลจะตายแล้ว
    #288
    0