THE GALAXIA

ตอนที่ 33 : New Journey

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 889
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    13 ก.ค. 58




 

ตุบ

 

ผลัก!

 

“อ...เอ่อ มาได้จังหวะพอดี ขอบคุณนะ”

ผมรีบดันร่างไร้วิญญาณของเอปนักรบตัวนั้นออกไปจากตัว แล้วลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ทาราลันเดินมาดึงลูกธนูของเธอที่ปีกหัวเอปตัวนั้นออก ก่อนจะหันมาพูดกับผม

 

“มาช้านะ ไปกันเถอะ พวกเอปนั่นเจ้าคิดเจ้าแค้น ถ้ามันเจอเราอยู่กับศพของเจ้านี่ละก็ รับรองโดนตามไม่เลิกแน่”

เธอเหลือบตามามองผมเพียงครั้งเดียวก่อนจะสั่งให้ออกเดินทางต่อ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบจะก้าวขาไม่ออก และคิดสงสัยว่าทำไมเธอถึงอึดได้ขนาดนั้นกันนะ ทั้งที่ต้องวิ่งในระยะทางไกล หลบหลีกและต่อสู้กับศัตรูไปด้วย แต่ดูเหมือนจะแทบไม่แสดงอาการเหนื่อยให้ได้เห็นเลย นี่หรือคือความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับชาวชานเดร่า และอีกหลายเผ่าพันธุ์บนเซคันด์เอิร์ธ

 

“ยังพักตรงนี้ไม่ได้หรอก ไม่ปลอดภัยพอ ต้องไปให้ไกลอีกหน่อย ดื่มน้ำหรืออะไรก็ตามที่ทำให้เธอมีแรงไปต่อซะ เราไม่ควรอยู่ตรงนี้นาน พวกเอปนักรบที่เหลือยังเพ่นพ่านอยู่”

“อ...อื้อ”

 

ผมเข้าใจเจตนาของเธอดี และผมก็ไม่ควรแสดงความอ่อนแอออกมามากนัก โดยเฉพาะต่อหน้าผู้หญิงที่แข็งแกร่งกว่าตัวเอง ถึงมันจะน่าอาย แต่ผมก็ต้องยอมรับว่าร่างบางๆนั่นแข็งแกร่งกว่าผมมากอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่ไม่นานหรอก ผมจะต้องแข็งแกร่งขึ้น และเป็นฝ่ายปกป้องเธอให้ได้บ้าง ผมกินโปรตีนพิลหนึ่งเม็ด และดื่มน้ำแก้กระหายไปสองสามอึก ก่อนจะออกเดินทางต่อ

 

“เป็นไงบ้าง?”

ทาราลันถาม เราไม่ได้เดินกันเร็วนัก เพราะไม่มีมอนสเตอร์ไล่ตามมา เพียงแต่ต้องไปให้พ้นจากจุดเกิดเหตุที่เธอสังหารเอปนักรบนั่นตายก็เท่านั้น

 

“ยังไหว เอ่อ ถ้าเป็นไงบ้างของเธอหมายความว่ายังไหวไหมละก็นะ”

ทาราลันยิ้มกับคำตอบของผม มันดูอ่อนโยนและเป็นธรรมชาติมากจนผมยังเผลอตะลึงไปแว่บหนึ่ง

 

“ท่าทางจะระแวงคำพูดของฉันน่าดูสินะ”

เธอยังคงยิ้มขณะพูด ผมพยักหน้าเพราะผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เธอทำให้ผมกลัวที่จะตอบคำถาม

 

“เอ้า พอถึงเนินนี่ก็ปลอดภัยแล้วล่ะ พวกเอปไม่ชอบออกมาไกลจากป่านั้นเท่าไรหรอก เราพักกันแถวๆนี้ได้นะ”

อยู่ๆท่าทางของเธอก็ดูผ่อนคลายลงมาก เธอนั่งลงบนเนินหญ้านุ่มๆ วางคันธนูไว้ข้างตัว เงยหน้าสูดอากาศแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

 

“เป็นอะไรไป มีอะไรหรือเปล่า ทำหน้าตะลึงแบบนั้นน่ะ?”

เสียงของทาราลันเรียกสติผม สติที่ล่องลอยไปตามสายลม ขณะมองดูเธอนั่งพักด้วยอารมณ์ผ่อนคลาย ผมรีบปรับสีหน้าแล้วเดินไปนั่งลงข้างๆเธอ

 

“อากาศที่นี่ดีมาก ภูมิประเทศก็สวยสุดๆ ไม่เหมือนโลกที่ผมจากมาเลย ที่นั่นอากาศเป็นพิศ น้ำสะอาดก็หาดื่มได้ยาก มีแต่ภัยพิบัติและอากาศแปรปรวนตลอดเวลา”

ผมพูด จากนั้นก็สูดหายใจลึกๆทีหนึ่ง ทั้งที่มันเป็นโลกจำลอง แต่กลับรู้สึกถึงความสดชื่น และความบริสุทธิ์ของอากาศที่สูดเข้าปอดอย่างชัดเจน หลายครั้งที่ความสมจริงของที่นี่ ทำให้ผมหลงผมลืมไปว่าตัวเองเป็นเพียงชุดข้อมูลที่ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงบนเซคันด์เอิร์ธ

 

“ฟังดูเป็นที่ที่แย่จังเลยนะ”

ทาราลันขมวดคิ้ว

 

“ครับ น่าเสียดาย ทั้งที่แต่ก่อนมันเคยสวยงาม ไม่ต่างจากเซคันด์เอิร์ธเลยล่ะ”

“งั้นเหรอ แล้วอะไรทำให้มันเปลี่ยนไปขนาดนั้นกันล่ะ แล้วที่นี่จะเปลี่ยนไปเป็นอย่างนั้นไหม ฉันไม่อยากให้มันเปลี่ยนไปเลยล่ะ!

 

“ทุกสิ่งล้วนย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาครับ”

ผมตอบด้วยรอยยิ้ม สิ่งที่ผมละไว้ในใจ ไม่ได้ตอบออกไปนั้นมีมากมาย สิ่งใดที่ทำให้โลกเปลี่ยนไปขนาดนั้น สิ่งนั้นก็นั่งอยู่ข้างๆเธอไงล่ะทาราลัน มนุษย์อย่างผมที่ละโมบไม่รู้จักพอ ฉกฉวยผลประโยชน์จากธรรมชาติ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ การสูญพันธุ์ของพืชและสัตว์หลายชนิด สมดุลของโลกเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไร นอกจากความตาย

 

“เฮ้ออออ”

ผมถอนหายใจยาว พร้อมทั้งเอนตัวลงนอนบนพื้นหญ้า มันนุ่มนิ่มและเย็นสบาย จนผมรู้สึกอยากจะหลับลงตรงนี้สักพัก

 

“มีเรื่องกลุ้มใจอย่างนั้นหรือ?”

ทาราลันถาม พร้อมทั้งเอนตัวลงนอนข้างๆผม

 

“ครับ ก็มีอยู่นิดหน่อยผมอ่อนแอมาก แต่ก็อยากจะปกป้องดาวดวงนี้ไว้ ไม่ให้ต้องเจอกับเรื่องร้ายๆเหมือนกับดาวที่ผมจากมา”

“นั่นเรื่องใหญ่เลยนะนั่น อย่างว่าแต่เธออ่อนแอเลย คนเก่งๆที่อยู่ที่นี่ไม่มีใครคิดจะปกป้องดาวทั้งดาวหรอก อย่างมากก็แค่พิทักษ์เผ่าพันธุ์ตัวเองให้อยู่รอด และเรืองอำนาจก็เท่านั้น”

พรานสาวถอนหายใจ

 

“ฉันชอบเธอนะ วิธีคิดแบบแปลกๆนั่น ทั้งที่อ่อนแอยังคิดอะไรยิ่งใหญ่แบบนั้นได้อีก”

ทาราลันยิ้มร่า ในขณะที่ผมได้แต่หัวเราะแห้งๆออกมาแก้เก้อ เธอจะเป็นคนตรงไปถึงไหนกันนะ ตกหน้าผมด้วยความอ่อนแอแบบนั้น ถึงเป็นผมก็ละอายเป็นนะ

 

“อยากแข็งแกร่งขึ้นไหมล่ะ?”

ทั้งที่เมื่อกี้ยังหัวเราะล้อเลียนผมอยู่ แต่คราวนี้เธอกลับหันมาถามอย่างจริงจัง

 

“เอ๋...ยะ...อยากสิ ผมอยากเก่งขึ้นจริงๆนะ!

ผมทำให้เธอหัวเราะอีกแล้ว ด้วยท่าทางเอ๋อๆนั่น แต่มันกลับทำให้รู้สึกดีนะ ที่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอแบบนี้ ยังไงก็ดีกว่าเห็นเธอเล็งอาวุธใส่ผมละนะ แบบหลังนี่รับรองว่าไม่รอดร้อยเปอร์เซ็นต์

 

“งั้นก็พอมีทาง ฉันรู้จักคนที่จะช่วยได้”

ทาราลันลุกขึ้นนั่ง ท่าทางคึกคักเต็มที่ เธอฉุดผมลุกขึ้นยืน แล้วเร่งให้ออกเดินทาง ท่าทางของเธอดูจะตื่นเต้นยิ่งกว่าผมเสียอีก

 

“ใครกันน่ะ คนรู้จักที่ว่า?”

ผมถามขึ้นด้วยความสนใจ ใครกันนะที่จะช่วยทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นได้

 

“พ่อของฉัน”

ทาราลันตอบ แล้วดึงแขนผมออกเดิน ท่าทางเธออารมณ์ดีมากทีเดียว ผมเดาว่านั่นอาจเป็นเพราะ เธอคงไม่ได้เจอพ่อมานาน

 

“เราจะไปไหนกันน่ะ ทางไปเวิลด์แลนด์ซิตี้ กับเมืองของเธออยู่ทางนั้นนะ”

ผมร้องถาม เมื่อเธอดึงผมให้เดินไปทางตรงกันข้าม

 

“ก็เราไม่ได้จะไปทางนั้นนี่ พ่อของฉันท่านไม่ได้อยู่ที่เผ่าชานเดร่า ท่านอยู่ไกลออกไปในป่าหนามที่อันตราย และเต็มไปด้วยสัตว์ดุร้าย ที่เรียกว่า แบล็กพิท”

 

“แบล็กพิต!

ผมอุทาน ผมเคยเห็นชื่อป่านี้แบบผ่านตาครั้งหนึ่ง และไม่เคยให้ความสนใจกลับมันเลย นั่นเพราะว่ามันไกล และเต็มไปด้วยอันตราย เกินกว่าที่นักสำรวจหน้าใหม่อย่างผมจะต่อกรไหว ที่นั่นเต็มไปด้วยมอนสเตอร์คลาสซีถึงคลาสเอ คนเก่งๆในเวิลด์แลนด์ซิตี้ ยังไม่มีใครอยากเฉียดเข้าไปใกล้เลย

 

“ใช่ พ่อของฉันอยู่ที่นั่น เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมตัวก่อนเข้าไป ระหว่างที่เราเดินทางไปที่นั่นนั่นแหละ”

ทาราลันหันมายิ้ม ดูเหมือนตอนนี้เธอจะอยากเป็นครูสอนการต่อสู้ให้ผมซะแล้ว แถมท่าทางจะชอบใจเอามากๆเสียด้วย

 

ผมตัดสินใจไปกับทาราลัน เพื่อไปหาบุคคลที่ทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นได้ นั่นหมายถึงผมต้องไปจากเวิลด์แลนด์ซิตี้ ละทิ้งมิชชั่นทั้งหมดที่ควรรับ เพื่อประเมินว่าควรเข้าหน่วยงานใด แต่ถึงอย่างนั้นมิชชั่นก็เป็นแค่ข้อสอบที่ต้องทำเพื่อสะสมคะแนน ให้มากพอจะเข้ารับการทดสอบขั้นสุดท้าย ตามที่แต่ละหน่วยงานกำหนดไว้ แต่ละหน่วยงานกำหนดคะแนนเฉพาะเพื่อรับคนเข้าทดสอบ อย่างเรนเจอร์นั้นต้องการคะแนนทักษะต่างๆแทบจะเท่ากันทุกแขนง ส่วนมิลิทารี่ต้องการคะแนนการสังหารสูงมาก

 

สำหรับผมที่สนใจหน่วยเรนเจอร์ อาจต้องขยันทำมิชชั่นมากกว่าทเวนด้วยซ้ำ แต่ผมก็จำเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้นจริงๆ เพื่อปกป้องตัวเอง จากอะไร หรือใครก็ตาม ที่รับรู้การมีอยู่ของตัวผม ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำไมมนุษย์ธรรมดาอย่างผมถึงต้องคอยปกปิดตัวเอง ไม่ทำตัวเด่น ไม่ให้ใครรู้ชื่อจริง จะพูดคุยกับใครก็ต้องระวัง แม้แต่เพื่อนรักอย่างทเวน ผมก็ยังต้องเก็บความลับมากมายจากเขา แต่ผมสัญญากับตัวเองว่า ถ้าทุกอย่างกระจ่างชัด และผมเข้าใจแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นในอดีต ผมจะเล่าทุกอย่างให้เขาฟังอย่างแน่นอน

 

“เธอมีอะไรติดตัวมามั่งน่ะ?”

ทาราลันหันมาถามผม ขณะที่เรานั่งพัก

 

“อ๋อก็ของยังชีพพื้นฐานที่ได้รับมาตั้งแต่แรก ยาต่างๆ ที่พักนิรภัย มีดทหาร ปืนพก กับดักธรรมดาที่ได้มาจากการทำมิชชั่น ระเบิด บีบอท เชนกัน ก็ราวๆนี้นะ”

ผมนึกทบทวนก่อนจะตอบไป

 

“มีแต่ของไร้สาระทั้งนั้นเลยนะ”

เธอว่า เจ้าพวกที่ผมเพิ่งร่ายให้เธอฟังนั่น มันช่วยชีวิตผมเอาไว้มากทีเดียวนะ ทำไมเธอถึงมาว่าไร้สาระอย่างนี้กัน

 

“งั้นเหรอ แล้วอะไรที่ไม่ไร้สาระกันละแม่คนเก่ง”

ผมพูดเหน็บ ทำเอาเธอหลุดหัวเราะออกมา

 

“ว่าแต่เหลาอะไรตั้งแต่เมื่อกี้แล้วน่ะ?!

ผมถามขึ้นด้วยความสนใจ เพราะตั้งแต่นั่งพักเธอก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเหลากิ่งไม้ที่เก็บมาได้จากข้างทางอย่างเอาจริงเอาจัง

 

“อาวุธไง”

เธอตอบสั้นๆ

 

“นี่ ผมว่าเธอมีอาวุธเยอะแยะแล้วนะ ทั้งธนู ดาบยาว มีดสั้น แหวนหัวแหลมๆที่เหมือนสนับมือนั่น แส้อีก แค่นั้นก็ใช้ไม่หมดแล้วมั้ง”

ผมละสงสัยจริงๆว่าเธอจะอยากได้อาวุธเพิ่มไปทำไมอีก เท่าที่เห็นเธอหอบหิ้วมาก็นับไม่หมดแล้วแท้ๆ

 

“ฉันไม่ได้ทำให้ตัวเอง”

ทาราลันตอบ พร้อมลองดึงปลายไม้ที่เธอเหลาด้านหนึ่งเข้าหาตัว และปล่อนให้มันดีดกลับเบาๆ

 

“งั้นทำให้ใคร?”

“ถามประหลาดจัง มีแค่ฉันกับเธอ อาวุธของฉันเพียงพอแล้วอย่างเธอว่า นี่มันสำหรับเธอเซวิล”

เธอจ้องหน้าผมอย่างจริงจังขณะตอบ ก่อนจะหันไปสนใจกิ่งไม้ที่เธอบรรจงเหลาอีกครั้ง

 

“ฉันมีหนังตัวแรพคิน มันจะช่วยขัดเสี้ยนบนไม้ให้เนียนเรียบเลยล่ะ”

ทาราลันดึงหนังสีเทาแผ่นเท่าผ่ามือออดมาจากย่ามของเธอ หันด้านที่สีเข้มเข้าหากิ่งไม้ แล้วเริ่มถูเบาๆ ก็มีฝุ่นเสี้ยนจากกิ่งไม้เหลานั้นปลิวลงมา ไม่นานกิ่งไม้ของทาราลันก็ดูเรียบสวยไร้เสี้ยน

 

“ทีนี้ก็เอาหนังนุ่มมาพันตรงที่จับไว้”

ผมมองดูเธอทำอาวุธอยู่เงียบๆด้วยความสนใจ แต่ก็ยังดูไม่ออกว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ทาราลันเอาหนังสีน้ำดาลมาพันไว้ตรงกึ่งกลางของกิ่งไม้อย่างประณีต หลังจากผูกปมเสร็จเธอก็เอาบางอย่างออกมาจากย่ามอีก มันดูคล้ายเชือกเส้นบาง ที่ขดม้วนไว้ ทาราลันผูกปมเชือกที่ปลายด้านหนึ่งของกิ่งไม้ ก่อนจะดึงให้มันงอ แล้วขึงปลายอีกด้านด้วยเหมือนกัน

 

“เธอทำธนูเหรอเนี่ย!

“สวยไหมล่ะ แบบธรรมดาๆแต่ใช้งานได้ดี เหมาะกับมือใหม่ ถ้าเธอใช้มันได้ชำนาญเมื่อไร ฉันจะทำอันใหม่ให้ แบบที่ยอดเยี่ยมและสวยงามไม่แพ้กับของฉัน”

เธอยิ้มแล้วยื่นธนูที่เพิ่งทำเสร็จให้กับผม แต่ที่ผมสนใจมากก็คือ ธนูที่เธอใช้ ทั้งรูปทรงและความงามราวกับถูกสร้างจากช่างฝีมือชั้นหนึ่ง

 

“ธนูนั่น เธอก็ทำมันขึ้นมาเองอย่างนั้นเหรอ?”

ผมถามพร้อมชี้ไปยังธนูของเธอ

 

“ใช่ พรานทุกคนต้องสร้างธนูของตัวเอง จากสิ่งที่ล่าได้ ยกเว้นครั้งแรกเริ่ม ที่เราจะได้รับธนูคันแรกจากอาจารย์ หรือพ่อแม่ มันเป็นแบบธรรมดาๆอย่างที่ฉันให้เธอเนี่ยแหละ แต่เมื่อเราเก่งขึ้น ชำนาญขึ้นและออกล่าได้ เราก็จะเริ่มสร้างคันธนูของตัวเอง มันเป็นเหมือนเหรียญตราแห่งเกียรติยศ เพราะสิ่งที่เราล่ามาได้ทั้งหมดจะถูกประดับไว้บนคันธนู เราอาจของให้ช่างแกะลวดลายตามต้องการให้ได้ แต่วัตถุดิบทั้งหมดนั้นได้มาจากสิ่งที่เราล่าได้เองทั้งนั้น”

 

“งั้นถ้าผมรับนี่มาก็เท่ากับว่า...

“ฉันจะเป็นอาจารย์ของเธอไงล่ะ”

พรานสาวยิ้มกว้าง และแน่นอนว่ามันต้องเป็นอย่างนั้น ในที่นี้มีเพียงเธอที่ยิงธนูเป็น และเก่งมากด้วย ผมเต็มใจให้เธอสอนวิธีใช้มันให้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ผมจะไม่ยอมเรียกเธอว่าอาจารย์หรอกนะ

 

“จริงสิทาราลัน เธอรู้ใช่ไหมว่าผมเป็นเพียงชุดข้อมูล ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงตรงนี้น่ะ ผมต้องตัดการเชื่อมต่อทุก 10 ชั่วโมงเพื่อพักร่างกายและสมอง ดังนั้นมันจะมีช่วงหนึ่งที่ผมจะหายไป แล้วกลับมายังจุดเดิม ก่อนทำการตัดการเชื่อมต่อไป ถ้าหากระหว่างนั้นเธอเดินทางไปก่อน เราอาจจะคลาดกันนะ อีกอย่างถ้าเธอไม่มีนาฬิกาข้อมือของ npc ผมคิดว่าผมไม่น่าจะรับของใดๆจากเธอได้นะ”

 

“เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้วล่ะ พวกมนุษย์มานี่ เตรียมการโครงการดิกาแล็กเซียเป็นปีๆ พันธมิตรอย่างชาวชานเดร่ารู้เรื่องพวกนี้ดี และฉันก็มีนะนาฬิกาที่ว่า ชาวชาญเดร่ามีกันทุกคนแหละ”

ทาราลันยิ้มกว้าง แล้วโชว์สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้สนับแขนของเธอให้ผมดู มันคือนาฬิกาของ npc ที่มีตัวอักษรON สีเขียวอยู่บนหน้าจอ ผมหัวเราะเบาๆแล้วยอมรับคันธนูมาจากเธอแต่โดยดี

 

“เอาล่ะ พร้อมจะเดินทางต่อไหม แบล็คพิทยังอยู่อีกไกลนะ”

“แน่นอน”

ผมรับคำ เราจึงออกเดินทางต่อ ระหว่างทางทาราลันสอนผมยิงธนูไปด้วย ตั้งแต่พื้นฐานที่สุดโดยไม่ปริปากบ่นด่า หรือว่าผมอ่อนแอให้เสียกำลังใจอีกเลย มันทำให้ผมมีกำลังใจ กล้าที่จะถาม กล้าที่จะเรียนรู้ และทาราลันเองก็ดูเหมือนจะเป็นครูที่ดีเอามากๆทีเดียว เพราะไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเริ่มต้น ผมก็สามารถยิงบางอย่างได้สำเร็จ แม้ว่ามันจะตัวใหญ่และเชื่องช้ามากก็เถอะ

“เยี่ยม เธอเข้าใกล้การเป็นนักล่ามากขึ้นแล้วล่ะ”

 

ทาราลันชม แต่ผมกลับไม่รู้สึกดีใจสักเท่าไร การยิงเมลโล่คลาสดี ที่ดูคล้ายเม่นแต่เดินต้วมเตี้ยมเหมือนเต่าได้ ต่อให้มือใหม่ยังไง ก็ไม่รู้สึกภูมิใจนักหรอก ทาราลันสังเกตเห็นสีหน้าไม่พอใจเล็กๆของผม เธอก็เดินเข้ามาตบไหล่เบาๆแล้วพูดว่า

 

“เอาน่า มันเป็นแค่จุดเริ่มต้น เธอเพิ่งหัดเองนะ ค่อยเป็นค่อยไปน่ะดีแล้ว”

“นั่นสินะ”

 

คอมเจ็นของผมกระพริบแสง มีสัญญาณการติดต่อเข้า อันโนน คอล ผมรู้ได้ในทันทีว่านี่คือเนนีร่า ผมปลีกตัวออกมาในขณะที่ทาราลันเดินไปดูร่างของเมลโล่ มอนสเตอร์ที่ผมยิงตายด้วยธนู ห่างออกไปกว่าสิบเมตร

 

“สลับใช้เนนีร่าเซิฟเวอร์”

ผมออกคำสั่ง คอมเจ็นทวนคำ แล้วสลับเซิฟเวอร์ให้ผม ชื่อผู้ติดต่อจึงปรากฏขึ้นที่หน้าจอคอมเจ็น

 

“เนนีร่าอย่างนั้นหรือ?”

ผมยืนตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินเสียงของทาราลันจากด้านหลัง เธอเข้าประชิดตัวผมได้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่อยู่ไกลกันขนาดนั้น แถมยังได้ยินเสียงที่แทบจะเรียกได้ว่ากระซิบ ตอนผมสั่งสลับใช้เนนีร่าเซิฟเวอร์ด้วย

 

“รู้จักพวกมารีเลี่ยนด้วยเหรอ แถมยัง เป็นเนนีร่าคนนั้นอีก”

น้ำเสียงของทาราลันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางเธอไม่ค่อยจะชอบใจนักเมื่อได้ยินชื่อของเนนีร่า

 

“ม...ไม่หรอก น่าจะเป็นคนละคนกันนะ เพื่อนผมก็มีชื่อนี้เหมือนกัน”

ผมแถสดอย่างรวดเร็ว เพราะทาราลันไม่มีทางรู้หรอกว่า ในบรรดานักสำรวจหน้าใหม่ มีใครตั้งชื่อตัวเองว่าอะไรกันบ้าง

 

“ไม่มีมีทาง นั่นชื่อต้องห้าม อีกอย่างเธอใช้เซิฟเวอร์ของเนนีร่าไม่ใช่หรือไง”

คราวนี้ผมแทบแข็งเป็นหินไปเลยจริงๆ ยกเว้นแต่หัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก จนรู้สึกว่ามันอาจจะระเบิดได้ในไม่ช้านี้ ผู้หญิงคนนี้รู้จักเนนีร่า รู้จักเนนีร่าเซิฟเวอร์ ทาราลันคนนี้ เป็นใครกันแน่

 

“ทำไมเธอถึงได้...

“พ่อของฉันก็ใช้โปรแกรมนั้น เขาต้องชอบใจแน่ที่ได้เจอเธอ”

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #320 ฝนธารา (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 19:50
    สนุกดีจ้า พวกเดียวกันใช่มั้ยนะ
    #320
    0
  2. #271 piwut (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 18:05
    เนื้อคู่แน่ๆ
    #271
    0
  3. #268 my-kimberly (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 15:48
    อั๊ยยะ
    #268
    0
  4. #259 kimurakung (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 19:03
    เริ่มต้นการฝึกแระ ต่อไปคงจะเก่งขึ้นมาก
    #259
    0