THE GALAXIA

ตอนที่ 30 : How to save the life

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 902
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    13 ก.ค. 58

(ยอมรับผิดทุกประการ ที่ดันลืมมาอัพลงในเด็กดี T-T)




 

โฮกกก!

 

เสียงคำรามของมอนสเตอร์คลาสซี ที่บีบอทของทเวนรายงานดังลั่นสนั่นป่า ทั้งที่ตัวของมันยังมาไม่ถึงที่ๆเราอยู่ด้วยซ้ำ ไม่แค่นั้นผมยังได้ยินเสียงหอนของมอสเตอร์ชนิดอื่นด้วย แถมท่าทางเสียงของอย่างหลังนี่น่าจะมากันเป็นฝูงด้วย ผมกับทเวนมองหน้ากัน และออกวิ่งหน้าตั้งอีกครั้ง ไม่สนใจไวด์เดอร์ที่เหลือ ที่ยังคงวิ่งไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ

 

“เราไปทางที่มีคนอยู่เยอะไม่ได้นะ ไม่งั้นอาจเกิดโศกนาฏกรรมแบบครั้งก่อนขึ้นได้!!

ผมร้องบอกกับทเวน เขาพยักหน้าเข้าใจ และสั่งให้บีบอทนำทางไปยังพื้นที่อื่นของป่า ที่จะไม่เจอกับเหล่านักสำรวจหน้าใหม่เข้าให้ เราวิ่งไปโดยไม่รู้ว่ามันจะไปไกลจากเมืองเวิลด์แลนด์ซิตี้ขนาดไหน แต่เราก็ต้องวิ่งไปจนกว่าจะสังหาร หรือสลัดไวด์เดอร์ที่กำลังโมโหพวกนั้นได้หมด

 

“แฮ่กๆ ดูเหมือนจะพ้นแล้วนะ”

ทเวนพูดขึ้น เมื่อไม่เห็นไวด์เดอร์วิ่งตามมาอีกแล้ว

 

“แต่เสียงของการต่อสู้ กับเสียงร้องของพวกมันอยู่ไม่ไกลเราเลยนะ น่าจะหนีไปไกลอีกหน่อย”

ผมพูดขึ้นด้วยความระแวง พยายามหอบแบบทเวน ทั้งๆที่ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยขนาดนั้นหรอก แต่เพราะกลัวว่าเขาจะสงสัยขึ้นมาอีกต่างหาก

 

“น...นายยังไหวหรือ?”

เขาหันมาถาม เมื่อเห็นอาการเหนื่อยของผม ที่ไม่ได้แตกต่างจากเขานักก็ยิ้มน้อยๆตรงมุมปาก

 

“ไม่ต้องมาทำเป็นเก่งเลย นายผอมกว่าฉันซะอีก วิ่งมาขนาดนี้ก็คงเต็มกลืนแล้ว เราหาที่แอบซุ่มอยู่แถวนี้ดีกว่าน่า”

ทเวนพูดทั้งที่ยังหอบ ก่อนจะมองหาพุ่มไม้หรือซอกหิน ให้เราเข้าไปหลบซ่อนตัวได้

 

“คิดว่าจะหลบพวกมันพ้นจริงๆเหรอเนี่ย ซอกหินเล็กๆแบบนี้เนี่ย!

ผมถามขึ้น เมื่อเราเข้ามาแอบในซอกหินเล็กๆ พอให้คลานเข้าไปได้ทีละคน ข้างในกว้างไม่มาก แต่ก็ยังพอมีพื้นที่ให้เหยียดแข้งเหยียดขาได้บ้าง

 

“ไม่รู้สิ แต่ก็ดีกว่ายืนอยู่ในที่โล่งแบบนั้นละน่า!

ทเวนตอบเสียงเบา พวกเรานั่งลง แอบมองลอดออกมาจากช่องของซอกหิน เพื่อดูว่ามีอะไรเคลื่อนไหวอยู่แถวนี้บ้าง แต่ทุกอย่างก็เงียบสงบดี สงบเกินไป สงบจนน่ากลัว

 

“นานว่ามันเงียบเกินไปไหม?”

ผมหันไปถามทเวน ขณะที่เรามองลอดออกไปดูที่ด้านนอก

 

“ก็ดีแล้วนี่ หรือนายอยากให้มีตัวอะไรมาวิ่งไล่ล่าเราอีก?”

เขาเลิกคิ้วถาม ผมเองก็อยากจะดีใจหรอกนะ ว่าเราไม่ถูกตัวอะไรตามล่าอยู่แล้วจริงๆ แต่ในป่าทึบ บนแผ่นดินที่เราไม่รู้จัก เราไม่ควรนิ่งนอนใจ ว่าจะไม่เกิดอันตรายใดๆขึ้นกับเราอีก โดยเฉพาะบนโลกที่มีมอนสเตอร์สายโหดมากมายขนาดนี้

 

“ชักหิวแล้วสิ สงสัยคงต้องพึ่งโปรตีนพิล”

ทเวนดึงเป้หลังออกมา แล้วเอาโปรตีนพิลในกล่องยาวสีเงินออกมา ผมเองก็ทำตามแม้จะยังไม่รู้สึกหิวสักเท่าไร เพราะไม่รู้ว่าจะได้พักแบบนี้อีกหรือเปล่า หากเราต้องวิ่งมาราธอนกันอีก ผมเองก็คงต้องหมดแรงหิวตายแน่นอน

 

“จริงสิ เราวิ่งมาไกลจากเมืองเท่าไรกันเนี่ย?”

ผมสำรวจดูแผนที่ในคอมเจ็น แล้วต้องพบว่ายังไม่ได้สั่งให้หยุดการบันทึกเสียง มันบันทึกเสียงมาตลอดทางตั้งแต่ที่เราคุยกับเหล่าพรานสาวชาวชาญเดร่า ก่อนจะตามพวกเธอไปเจอกับอารักษ์แห่งป่า จนกระทั่งกลับมายังป่าสนวินเทล่าอีกครั้ง สู้กับไวด์เดอร์ วิ่งหนีฝูงไวด์เดอร์และมอนสเตอร์ที่ตามกลิ่นเลือดมา จนถึงตอนนี้ไม่รู้ว่ามันบันทึกเสียงแบบไหนมาบ้างสินะ

 

“นั่นนายทำอะไรน่ะ?”

เทวนถามขึ้น

 

“ก็จะดูแผนน่ะสิ ไม่รู้ว่าเราวิ่งมาไกลแค่ไหน”

ผมตอบ กดยุติการยันทึกเสียงแล้วเปิดแผนที่ออกดู จากตำแหน่งที่เราอยู่ทำเอาผมกับทเวนเบิกตาโต นี่เราวิ่งมาไกลจากเมืองมากทีเดียว แถมทิศทางที่วิ่งมานี่ยังมีตัวอักษรเตือนสีแดงปรากฏไว้บนแผนที่อีกด้วย

 

“ไอ้คำว่า Danger สีแดงนั่นมันอะไรกันน่ะ?”

ทวเนชะเง้อเข้ามาดูใกล้ๆด้วยความสงสัย

 

“เจดา พื้นที่บริเวณนี้คืออะไร แล้วทำไมถึงมีตัวอักษรเตือนด้วย”

ผมถามคอมเจ็นของผมเองเพื่อความกระจ่างชัด เพราะคำว่าอันตรายสีแดงแบบนี้ ดูยังไงก็ไม่น่าไว้วางใจเป็นที่สุด

 

“ฮั้นท์ฟอเรสต์ หรือป่านักล่า เป็นเขตอันตรายระดับเอ มอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ส่วนมากเป็นสัตว์นักล่า ล่ากันเป็นทอดๆไล่ระดับกันไป ผู้ล่าที่อ่อนแอจะตกเป็นเหยื่อของผู้ล่าที่แข็งแกร่งกว่า สิ่งมีชีวิตนอกพื้นที่หากพลัดหลงเข้ามา ก็เป็นไปได้ยากที่จะรอดออกไป สุดยอดผู้ล่าแห่งฮันท์ฟอเรสต์ คือเงาแห่งรัตติกาล หรือ ชาโดว์ดราก้อน คลาสเอ”

 

“อะไรนะ!!

หลังจากกลั้นหายใจฟังมานาน ทเวนก็อุทานออกมาเสียงเบา ทว่าแฝงความตื่นตกใจอยู่ในน้ำเสียงไม่น้อย ผมเองก็แทบจะหายใจออกไม่เป็นเช่นเดียวกัน เมื่อได้ยินชื่อขาใหญ่ประจำถิ่น กับคลาสของมัน

 

“ร...เราต้องเผ่นเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้าไม่อยากเจอเจ้าชาโดว์ดราก้อนนี่!

ผมกระซิบกับเขาอย่างตื่นตระหนก เราข้ามรุ่นสังหารไฮ-ไวด์เดอร์คลาสซีมาได้ก็จริง แต่นั่นไม่ได้ทำให้เราพร้อมจะเผชิญหน้ามอนสเตอร์คลาสเอ ที่เป็นถึงจุดบนสุดของห่วงโซ่อาหารในฮั้นท์ฟอเรสต์นี่หรอกนะ

 

“ใช่เลย เราต้องไป ขืนแอบอยู่แบบนี้มีหวังได้เจอเข้าสักตัวแน่ๆ”

ทเวนเห็นด้วยเต็มที่ ราวกับเราใจตรงกันขึ้นมากะทันหัน แต่นั่นก็เพราะสถานที่นี้อันตรายเกินกว่าที่เราจะมานั่งสบายใจเฉิบอยู่แบบนี้ ยิ่งคนมีประสบการณ์ตายมาแล้วอย่างทเวน เขาคงยังไม่อยากรู้สึกถึงมันอีกในเร็วๆนี้แน่

 

เราคลานออกมาจากที่ซ่อน มองซ้ายมองขวาหาศัตรูที่อาจจะแอบซ่อนอยู่ แต่ว่าป่ายังคงเงียบสงบ อย่างที่มันเคยเป็นก่อนหน้า เรายิ้มให้กันอย่างโล่งอก ก่อนจะใช้คอมเจ็นคำนวณหาเส้นทางกลับสู่เวิลด์แลนด์ซิตี้ เพื่อให้ได้ทางที่เร็วที่สุด และอันตรายน้อยที่สุด

 

ครืนนน

 

“หือ? เสียงเหมือนฟ้าร้องเลยนะ อย่าบอกนะว่าฝนกำลังจะตก”

ทเวนถามขึ้น เมื่ออยู่ดีๆก็มีเรียงราวกับฟ้าร้องดังขึ้น แม้จะไม่ได้ดังมากมายจนทำให้ตกอกตกใจ แต่ในป่าที่มืดและเงียบแบบนี้ มันก็ค่อนข้างจะดังทีเดียว

 

“ไม่รู้สิ ที่นี่ค่อนข้างมืดซะด้วย ดูไม่ออกเลยว่าสภาพอากาศข้างนอกจะเป็นยังไง”

ผมตอบด้วยความรู้สึกแปลกใจเช่นกัน จำได้ว่าตอนวิ่งมาบางช่วงของป่าที่มีต้นไม้ไม่หนาทึบ ก็ยังเห็นท้องฟ้าสดใส แสงแดดเจิดจ้าอยู่เลย

 

“เอาเถอะได้เส้นทางที่ต้องการแล้ว เดี๋ยวฉันให้บีบอทของฉันนำทางกลับ ว่าแต่มันหายไปไหนกันนะ ตั้งแต่เราเข้าไปแอบในซอกหินนั่นก็ไม่เห็นอีกเลยนะ บีบอท เฮ้ บีบอทมาหาฉันสิ”

ทเวนกระซิบเรียก

 

ตุบ!

 

“หือ นี่มันเศษอะไรกันน่ะ?”

ทเวนก้มลงเก็บบางอย่างขึ้นมาจากพื้น มันมีสีขาว ขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าลูกกอล์ฟ และมีรอยถูกกัดจนแตก

 

“นี่มันบีบอทของฉันนี่ เมื่อกี้มันตกลงมาจาก...

เราสองคนเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบนพร้อมกัน ทเวนหยุดพูดเพียงเท่านั้น แล้วเบิกตาค้างไม่ต่างไปจากผม

 

ท่ามกลางความมืดสลัวของฮั้นท์ฟอเรสต์  เรามองเห็นดวงตาขนาดใหญ่สีเขียวอมเหลืองสุกใส ราวกับดวงจันทร์บนท้องฟ้า หากไม่ได้ถูกคาดด้วยขีดสีดำ จนดูราวกับราหูอมจันทร์ในแบบประหลาดนั่นละก็

 

ครืนนน

 

มีเสียงคำรามต่ำๆราวกับเสียงฟ้ารองอีกครั้ง คราวนี้เรามองเห็นซี่ฟันสีขาวสะอาด เรียงเต็มปากเปิดอ้าออกมา มันเป็นฟันซี่เล็กๆทรงสามเหลี่ยม เรียงตัวซ้อนกันสองแถว ดวงตาคู่นั้นจ้องเขม็งมาทางผมกับทเวน และดูเหมือนจะเลื่อนต่ำลงมา ราวกับจะมองเราให้ชัดถนัดตาอย่างนั้นแหละ

 

“เอาแล้วไง นี่มันตัวอะไรกันล่ะ...”

ทเวนพูดริมฝีปากแทบไม่ขยับ ผมเองก็ได้แต่สาวหัวกระตุกๆ เพราะไม่กล้าขยับตัวมาก และยิ่งไม่กล้าละสายตาไปจากเจ้าตัวที่อยู่ตรงหน้านี้เลย แค่ขนาดตากับปากก็ทำเอาผมแทบลมจับแล้ว นี่ยังไม่รวมถึงขนาดตัว หรืออุ้งเท้าที่ยังคงซ่อนอยู่ในความมืดนั่นอีก

 

ครืดดด

 

เสียงบางอย่างครูดกับพื้น เสียดสีกับพงหญ้า พุ่มไม้ และลำต้นของต้นไม้ด้านหลังของเจ้าของดวงตาคู่โตนั่น จนต้นไม้ยังเกิดอาการสั่นไหว

 

Serpenta คลาสบี คะแนนการสังหาร 32900 แต้ม งูยักษ์ที่อาศัยอยู่ในฮั้นท์ฟอเรสต์ ชาวพื้นเมืองเรียกพวกมันว่าดวงตามรณะ เพราะแทบไม่มีใครรอกพ้นจากมันไปได้ หลังจากได้เห็นดวงตามรณะคู่นั้น”

คอมเจ็นของผมรายงาน เมื่อผมยื่นแขนไปด้านหน้า พร้อมกับที่ส่วนศีรษะอันใหญ่โตของเซอร์เพนต้า ยื่นออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นส่วนหัวและใบหน้าของมันอย่างชัดเจน

 

เกล็ดของเซอร์เพนต้ามีสีดำมัน และอาจจะเหลือบน้ำเงินผมเองก็ไม่แน่ใจนัก ลิ้มสิงแฉกที่ตวัดออกมาจากปากเองก็มีสีเดียวกับเกล็ด เหนือดวงตาทั้งสองข้าง มีเกล็ดที่ดูเหมือนตุ่มหนามอยู่ตลิดความยาวขิงดวงตา ดูแล้วก็คล้ายๆมังกรในหนังสือนิทาน

“ค...คลาสบี เราไม่รอดแน่เลยงานนี้”

ทเวนพูด สีหน้าของเราราวกับจะจดจำความเจ็บปวดจากการตายเมื่อครั้งก่อนได้เป็นอย่างดี

 

เซอร์เพนต้าจ้องมองเรา ราวกับไม่แน่ใจ ลิ้นที่แลบออกมาวัดอุณหภูมิ ไม่ได้ทำให้มันมีปฏิกิริยาเปลี่ยนไปมากนัก บางทีระบบของดิกาแล็กเซียอาจจะมีปัญหา ซึ่งท่าเป็นจริง มันก็จะช่วยให้ผมกับทเวนรอดชีวิตไปได้ แต่บีบอทของทเวนเสียหายเพราะบางอย่าง ถ้าไม่ใช่เจ้างูยักษ์ที่ดูเหมือนจะไม่สนใจเรานี่แล้ว มันจะเกิดจากการกระทำของมอนสเตอร์ตัวไหนกันนะ 

 

“ฮ่ะๆ มันเลื้อยเลยไปแล้ว...”

น้ำเสียงของทเวนดูโล่งใจ เพราะเซอร์เพนต้าเลื้อยผ่านไป โดยไม่สนใจพวกเราอีกเลย

 

“สงสัย เราคงตัวเล็กไป กินไม่อิ่มละมั้ง...”

ผมเองก็ถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างโล่งอก ดีใจที่วันนี้ไม่ต้องกลายเป็นอาหารของมอนสเตอร์ แต่เอาเข้าจริงได้ตายด้วยน้ำมือมอนสเตอร์คลาสบี มันก็ไม่ขี้เหร่นะ ด้วยระดับฝีมืออย่างพวกผม การได้มาเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ระดับสูงแบบนี้ก็นับว่าเป็นบุญตามากแล้ว

 

วูบ!

 

ในขณะที่เรากำลังชะล่าใจ คิดว่าเจ้างูนั่นจะปล่อยเราไปง่ายๆ หางใหญ่ของมันก็ตวัดมาอย่างรุนแรง และรวดเร็ว  จนผมกับทเวนทำได้เพียงเบิกตาค้างด้วยความตกใจ แล้วก็ตาย...

 

ผมรู้สึกตัวอีกที ก็พบว่าตัวเองกำลังจ้องมองเพดานห้องสีเทา กับเสียงอ่อนหวานของเอไอผู้ดูแลประจำห้อง ใจผมยังคงเต้นระรัว ดวงตายังคงเบิกค้างด้วยความตื่นตกใจ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาทางปากด้วยความรู้สึกโล่งอก อย่างน้อยประสบการณ์การตายครั้งแรกของผม ก็ไม่ได้เจ็บปวด ที่จริงเราตายก่อนจะทันได้รู้สึกเจ็บปดด้วยซ้ำ เหมือนกับพอเห็นหางใหญ่นั่นใกล้เข้ามา ทุกอย่างก็ดับวูบลงเหมือนห้องโดนปิดไฟ

 

“สวัสดีค่ะศวิล ประสบการณ์การตายครั้งแรกเป็นอย่างไรบ้างคะ?”

เจดา เอไอประจำห้องถามขึ้น

 

“เอ่อก็ งงๆนะ ตกลงผมตายจริงๆสินะ ด้วยน้ำมือของมอนสเตอร์คลาสบี เซอร์เพนต้า”

“เซอร์เพนต้า นั่นยอดเยี่ยมมากนะคะ มอนสเตอร์ตัวนั้นหายากมาก และอันตรายมากๆค่ะ แม้แต่กับชาวพื้นเมืองบนเซคันด์เอิร์ธเองก็ยังหวาดกลัว”

“นี่เจดารู้จักเซอร์เพนต้าด้วยอย่างนั้นเหรอ?”

“ค่ะ ข้อมูลพื้นฐาน และข้อมูลจำเป็น และข้อมูลจำเพาะทั้งหลายถูกป้อนไว้ในหน่วยความจำกลาง ฉันสามารถดึงข้อมูลมาดูได้อย่างอิสระ ยกเว้นข้อมูลที่ถูกใส่รหัสรักษาความปลอดภัย ที่ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปดู”

“มิน่า แบบนี้ผมจะขอดูรูปเซอร์เพนต้าแบบเต็มตัวได้ไหม อยากเห็นชัดๆจังว่ามันมีรูปร่างหน้าตาเป็นยังไง”

ผมลุกขึ้นนั่ง บิดขี้เกียจ และพบว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนมีอาการเจ็บตึงอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อของผมเต้นตุบๆตามจังหวะการเต้นของหัวใจ พร้อมกับสั่นเบาๆอย่างควบคุมไม่ได้ ผมรู้เลยว่าผมยังลุกจากเตียงตอนนี้ไม่ได้แน่ เพราะขาผมเหมือนจะไม่มีแรงยืนพยุงน้ำหนักร่างกายไว้ได้แน่

 

ติ๊ง!

 

“สัญญาณการติดต่อจาก 0886 ค่ะ”

0886 ทเวนน่ะเหรอ ยอมรับการติดต่อ”

“เฮ้ๆ เซวิล”

เสียงสั่นๆของทเวนทำให้ผมรู้สึกแปลกใจเขาเองคงพบเจอกับอาการปวดตึงกล้ามเนื้อไม่ต่างจากผม แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้วดูเหมือนจะเป็นมากกว่าด้วยซ้ำ

 

“ไง นายเป็นไงบ้าง”

ผมพยายามเลียนแบบเขา เพื่อไม่ให้สักเกตข้อแตกต่างได้อีก ทว่าเจดากลับทำหน้าสงสัยใส่ผม แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา

 

“แย่กว่าตอนตายครั้งแรกซะอีก”

ทเวนบ่น เขากำลังพยายามควบคุมมือทั้งสองข้างไม่ให้สั้น ด้วยการบีบมันไว้ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลสักเท่าไร

 

“ก็นะ ครั้งนี้เราฝืนตัวเองกันหลายอย่างเลยนี่นา ตั้งแต่สู้กับไฮ-ไวด์เดอร์สองตัวนั่นร วิ่งตามความเร็วของพรานสาวชาวชานเดร่า แล้วยังต้องวิ่งให้เร็วยิ่งกว่าตอนหนีออกมาจากจุดต่อสู้ของอารักษ์แห่งป่า แล้วก็วิ่งมาตายที่ฮั้นท์ฟอเรสต์ วันนี้เป็นวันที่หนักหนาสาหัสสำหรับเรานะ นายว่าไหม?”

คำพูดของผมทำให้ทเวนยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ แม้ว่ารอยยิ้มของเขาจะกระตุกจนดูน่าหัวเราะก็เถอะ

 

“แบบนี้ฉันกับนาย ก็เป็นเพื่อนตายกันแล้วสินะ ฮ่ะๆๆๆ”

“ฮ่ะๆๆๆ แต่ผมขอตายแค่ในดิกาแล็กเซียก็พอแล้วนะ”

จากนั้นเราก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน ทั้งที่ปากยังสั่นๆ

 

“แบบนี้เราก็เดินไปกินข้าวไม่ได้สินะ ฉันนี่ไม่กล้าลงจากเตียงเลยรู้ไหม ขาของฉันมันลั่น และอ่อนแรงจนน่ากลัวเลย”

“นั่นสินะ คงต้องพักฟื้นในห้องไปจนกว่าอาการสั่น และอ่อนแรงจะทุเลาลงละนะ”

“ถ้าอย่างนั้นคงออกไปไหนไม่ได้หรอกค่ะศวิล เพราะในอีกชั่วโมงครึ่ง อูริเอลจะไปถึงจุดไฮเปอร์ไดรฟ์ ตอนนั้นทุกคนต้องสแตนด์บายอยู่กับที่ เพื่อความปลอดภัยค่ะ”

เจดารีบบอกกับผม ผมกับทเวนมองหน้ากัน แววตาของเราฉายแววเศร้าหมอง เพราะรู้ว่าการเดินทางจากไปคราวนี้ เป็นการจากไปอย่างถาวร

 

“ระหว่างนี่นายอยาก...”

ผมถามขึ้น แม้จะไม่จบประโยค แต่ดูเหมือนว่าเซวิลจะรู้ว่าผมจะพูดอะไร เขาจึงตอบแค่ “อืม” แล้วบอกว่าจะติดต่อมาหลังจากผ่านจุดไฮเปอร์ไดรฟ์ จากนั้นก็ตัดการติดต่อไป

“เจดา”

“ค่ะ ศวิล”

“ช่วยฉายภาพอวกาศด้านนอก ตรงมุมที่มองเห็นโลก จนกว่าจะไปถึงจุดไฮเปอร์ไดรฟ์ได้ไหม?”

“ได้สิคะ ได้แน่นอน”

เธอตอบ ก่อนที่ภาพทุ่งหญ้าชนบทบนหน้าจอขนาดใหญ่ในห้องของผมจะเปลี่ยนไป กลายเป็นภาพของดาวโลกที่กำลังลุกไหม้อย่างช้าๆ ท่ามกลางความมืดมิด เวิ้งว้าง กลางอวกาศอันกว้างใหญ่

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #417 Nine\'z W Prt (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 13:47
    ผมว่าไรท์ลืมเรื่องหน้ากากออกซิเจนที่บัคเบิร์คนัดเซวิลให้ไปหาตอน 2 ทุ่มรึป่าวครับ 55555
    #417
    1
    • #417-1 NoRse(จากตอนที่ 30)
      6 มิถุนายน 2559 / 15:08
      อันนี้ลืมจริงๆค่ะ ก็เลย เลยตามเลย ให้สองหนุ่มไปทำอย่างอื่นแทนแล้วกัน
      #417-1
  2. #317 ฝนธารา (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 19:16
    สนุกดีจ้า
    #317
    0
  3. #274 ดูดี (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 13:01
    เราก้อชอบเรื่องที่ไรท์เตอร์แต่ง โดยเฉพาะThe Adventure
    #274
    0
  4. #265 piwut (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 01:08
    ดีใจมากเลยที่เห็นการอัพ ขอบคุณมากไรท์
    #265
    0
  5. #262 ChEss_ZeR (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 21:51
    รู้ไหม ฉันรอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ (ใน the adventure )

    อ่านซ้ำรอบที่2แล้ว คิดถึงไรท์มาก 😂😂 อิๆ

    แต่ยังไงก็ขอบคุณที่ลงมาให้อ่านดีๆนะคะ
            เราอุดหนุนไรท์ซื้อมาอ่านอยู่แล้วนาาา อิๆ
    #262
    0
  6. #256 kimurakung (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 17:29
    ศักยภาพของศวิลเริ่มปรากฏ แต่ถ้ายังคบทเวนคงมีเรื่องซวยเข้ามาอีกแน่ๆ (ขอบคุณที่ไรท์มาอัพแล้ว)
    #256
    0