THE GALAXIA

ตอนที่ 25 : Secret between us

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,158
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    1 พ.ค. 58

 
 
 

 

 

                ผมตัดสินใจตัดการเชื่อมต่อจากดิกาแล็กเซีย เพราะใกล้จะถึงขีดจำกัดพอดี เจดามองดูผมด้วยสายตากังวล เพราะเธอเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม แม้ว่าจะเป็นเพียงข้อมูลที่สร้างขึ้นในดิกาแล็กเซีย แต่ร่างกายของผมก็ตอบสนองจากเครื่องมือกระตุ้นกล้ามเนื้อ ที่เชื่อมต่อกับนาโนเลเธอร์ เมื่อตอนที่ผมออนไลน์และต่อสู้อยู่ในดิกาแล็กเซีย ทุกการเคลื่อนไหว ทุกการกระทบกระเทือน ถูกส่งเป็นคลื่นไฟฟ้ากระตุ้นทั้งสมองและกล้ามเนื้อทั่วร่างกายของผม แม้ตอนนี้ผมจะไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรนัก แต่ก็ยังรับรู้ได้ถึงความตึงของกล้ามเนื้อ และความปวดระบมร่างกายจากการต่อสู้

 

“ศวิลคะ ไปห้องพยาบาลรับการนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อเสียหน่อยดีกว่านะคะเชื่อมต่อสู่ดิกาแล็กเซียครั้งหน้า ภาวะของร่างกายและกล้ามเนื้อจะได้ทนรับแรงกระตุ้นได้มากขึ้น”

“นวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ บนอูริเอลมีบริการอะไรแบบนี้ด้วยหรือเนี่ย”

ผมถามขึ้นด้วยความสนใจ

“มีสิค่ะ มีการบำบัด และการรักษาแทบจะทุกแบบแผนที่โลกนี้รู้จักนั่นแหละค่ะ ศวิลควรไปดูนะคะ ก่อนที่จะทำการเชื่อมต่อครั้งต่อไป”

เจดาแนะนำ ผมพยักหน้าให้เธอแล้วเดินเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวของตัวเอง ก่อนจะออกไปจากห้องเพื่อตรงไปยังโรงอาหาร หน้าเซ็กเตอร์ผมเห็นทเวนยืนคุยกับใครบางคน ที่ดูเหมือนจะเป็นบุคคลมีตำแหน่งบนยานอูริเอล เวลานั้นไม่มีคนเดินเพ่นพ่านมากนัก คาดว่าน่าจะเชื่อมต่ออยู่ในดิกาแล็กเซียกันหมด ส่วนคนที่ยังเดินไปมาก็แทบไม่ได้สนใจพวกเขาเลยสักนิด

 

ตอนแรกผมเองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เข้าใจว่าคนมนุษย์สัมพันธ์ดีอย่างทเวน จะไปตีซี้กับใครๆก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่แปลกก็คือท่าทางการพูดจา ดูเคร่งเครียดเกินกว่าจะเป็นการคุยเล่นตีซี้ มันเหมือนกับกำลังรายงานผลและรับคำสั่งจากหัวหน้าไม่ผิด ถ้าหากทเวนมีหัวหน้าที่นี่ ก็แสดงว่าเขาต้องมียศตำแหน่งอะไรสักอย่าง ไม่ใช่ผู้ถูกเชิญเหมือนผมกับคนอื่นๆบนอูริเอล

ทว่า ท่าทางของเขาทั้งสองกลับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อยู่ดีๆทเวนก็ร้องโวยวายออกมา พร้อมทั้งหัวเราะเสียงดังลั่น ในขณะที่ชายคนนั้นก็ทำท่ายืดอกกระหยิ่มยิ้มย่อง

“ฮ่ะๆๆๆ ผมแพ้จนได้!

ทเวนหัวเราะร่วน มองดูแผ่นอะครีลิคใสในมือ ขนาดประมาณA3 ที่มีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่

“จะชนะฉันต้องรอไปอีกร้อยปีไอ้น้อง การดวลมอนสเตอร์น่ะ มันต้องใช้มากกว่าการมรีมอนสเตอร์ดีๆสักตัวในครอบครองนะจะบอกให้ ฮ่ะๆๆ ถึงจะจับมอนสเตอร์คลาสบีมาได้ ก็อย่าหวังว่าจะเอาชนะคนเก๋าเกมอย่างฉันได้ง่ายๆเลย เอาล่ะฉันต้องไปทำงานแล้ว”

ชายคนนั้นพูดอะไรที่ผมไม่เข้าใจเลยสักนิด การดวลมอนสเตอร์คืออะไร แต่ฟังดูแล้วเหมือนกับเกมอะไรสักอย่าง พอพวกเขาโบกมือลากัน ทเวนก็หันมาเห็นผมเข้าพอดี

 

“อ้าวไงเซวิล”

“ไง นายทำอะไรอยู่น่ะ ท่าทางจะสนุกน่าดู”

ผมถาม เขายิ้มแล้วส่งสิ่งที่อยู่ในมือให้ผมดู

“อะไรเนี่ย มอนสเตอร์ฟาร์มหรือไง?”

“ฮ่ะๆๆๆ คล้ายน่ะ มันเป็นเกมที่กำลังฮิตเลยบนอูริเอล และยานอวกาศลำอื่นๆด้วย ผลพวงจากการที่พวกกาแล็กซีลัสคอร์ปอเรชั่น ทำการสำรวจสิ่งมีชีวิตบนเซคันด์เอิร์ธอย่างละเอียด ก็เลยเอามาข้อมูลพวกนั้นมาสร้างเป็นเกม มอนสเตอร์ไฟท์เตอร์ (Monster Fighter) ขึ้นมาน่ะ ฉันรู้จักเกมนี้ก็เพราะอดเชื่อมต่อเข้าไปในดิกาแล็กเซียตั้งหลายชั่วโมงนั่นแหละ”

ทเวนอธิบายในขณะที่ผมกำลังดูมอนสเตอร์ในเกม ที่อยู่บนหน้าจอเครื่องเล่นเกมของเขา แผงควบคุมในหน้าจอนั่นดูคล้ายโปรแกรมมอสเตอร์ไรเดอร์ที่เนนีร่าให้ผมมามากทีเดียว

 

“แต่ว่า นายมีเครื่องเล่นเกมแบบนี้ด้วยเหรอ ท่าทางจะแพงนะเนี่ย”

“อ...อ๋อก็ยืมมาน่ะ หาอะไรทำระหว่างที่ไม่ได้เข้าไปในดิกาแล็กเซีย พอหมดช่วงเวลาพักฟื้นก็คงไม่ได้เล่นเกมนี่แล้วล่ะ ว่าแต่นายเพิ่งออฟไลน์มาใช่ไหมล่ะ ไปหาอะไรกินกัน หลังจากมื้อนี้ฉันก็ได้กลับไปออนไลน์แล้ว”

“ดีใจด้วยนะ ผมเองก็ว่าหลังกินเสร็จแล้วจะแวะไปห้องพยาบาลสักหน่อย พอดีเจดาแนะนำว่าที่นั่นมีบริการนวดบำบัดด้วย กล้ามเนื้อหลังผ่านการต่อสู้มามันปวดระบมไปหมด ได้นวดคงจะดีขึ้นมากละนะ”

ผมตอบพร้อมส่งเครื่องเล่นเกมคืนให้กับเขาไป

“จริงดิ งั้นฉันไปด้วยดีกว่า อยากลองนวดดูด้วยเหมือนกัน”

ทเวนเก็บเครื่องเล่นเกม แล้วเดินมาโอบไหล่ผม ลากให้เดินไปโรงอาหารด้วยกัน ท่าทีของเขาดูเหมือนพยายามกลบเกลื่อนบางอย่างอยู่ อาจจะเป็นเพราะผมเห็นเขาคุยอยู่กับทหารยศสูงคนนั้นก็ได้ แต่ยังไงซะทุกคนต่างก็มีเรื่องส่วนตัวที่ไม่อยากบอกใครทั้งนั้น แม้แต่ผมเองก็มีเรื่องที่ไม่สามารถบอกกับเขาได้เช่นกัน ดังนั้นผมจะไม่ถามไถ่อะไรเขาให้มากความ

 

เราทานอาหารกันประมาณครึ่งชั่วโมงก็ลุกเดินไปตามป้ายบอกทาง เพื่อไปยังสถานพยาบาลบนยานอูริเอล เมื่อก้าวผ่านบานประตูเลื่อนอัตโนมัติเข้าไป ก็พบกับโถงกว้างที่มีสีขาวสะอาดตา เฟอร์นิเจอร์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ โซฟา กระถางต้นไม้ เค้าท์เตอร์พยาบาล ล้วนแต่มีสีขาวทั้งสิ้น

“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่สถานพยาบาลบนยานอูริเอล ต้องการติดต่อรับคำปรึกษา ใช้บริการคลินิกบำบัด นัดพบแพทย์ หรือเหตุฉุกเฉินคะ”

พยาบาลสาวที่มองแวบแรกไม่รู้เลยว่าเธอคือจีนอยด์ เพราะเหมือนมนุษย์มากจนแทบแยกไม่ออก แต่เพราะท่าทางแข็งๆในการขยับตัวบางช่วง ทำให้ผมรู้ว่าเธอคือจีนอยด์รุ่นเนิร์ส ที่มีอยู่ในโรงพยาบาลบนเซคันด์เอิร์ธเช่นกัน

“ครับ เรามาขอนวดบำบัดอาการอักเสบของกล้ามเนื้อครับ”

ผมตอบ เธอยิ้มและก้มลงกดปุ่มอะไรบางอย่างตรงด้านในเค้าท์เตอร์ ที่ผมไม่อาจรู้ได้ บานประตูเลื่อนบานหนึ่งด้านซ้ายมือก็เปิดออก พร้อมกับเนิร์สอีกตนหนึ่ง

“เชิญตามมาทางนี้ค่ะ”

เนิร์สที่โผล่มาจากด้านหลังบานประตูพูดขึ้น ผมกับทเวนจึงเดินตามเธอไป

“นี่เซวิล พยาบาลสองคนนั้นเขาเป็นฝาแฝดกันเหรอ ถึงได้หน้าตาเหมือนกันขนาดนั้นน่ะ?”

ทเวนกระซิบถามผม ผมเกือบหลุดขำออกมา แต่ก็กลั้นเอาไว้ได้ เพราะคิดว่าบางทีทเวนอาจไม่เคยเจอจีนอยด์รุ่นไฮเทคแบบนี้มาก่อนก็ได้ เพราะบนโลกที่เราเคยอยู่พวกโรบอทมีแต่รุ่นเก่าๆ พิกลพิการ พวกที่ใช้ในโรงพยาบาลประกันสังคมก็ตกรุ่นแล้วทั้งนั้น บนอูริเอลเองก็หาเจอโรบอทได้ยาก ถ้าไม่ใช่ส่วนของทหาร ก็คงเป็นส่วนของพวกผู้นำระดับสูง หรือไม่ก็ในห้องเครื่องที่ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไป

 

“เอ่อ...นั่นน่ะ พยาบาลสองคนนั้นเป็นจีนอยด์ รุ่นเนิร์สที่ใช้ในโรงพยาบาลบนเซคันด์เอิร์ธน่ะ”

“อะไรนะ เธอพวกเป็นจีนอยด์ โรบอทน่ะนะ!!

คราวนี้ทเวนอุทานออกมาเสียงดัง จนเนิร์สหันมามองด้วยความสงสัย

“เกิดอะไรขึ้นคะ พวกคุณได้รับบาดเจ็บระหว่างเดินทางอย่างนั้นหรือ?”

เนิร์สถาม และเดินกลับมาเพื่อดูว่าผมกับทเวนได้รับบาดเจ็บอะไรเข้า ถึงได้ร้องออกมาเสียงดังขนาดนั้น

“ม...ไม่ครับ พวกเราไม่เป็นอะไร แค่คุยกันเสียงดังไปหน่อย”

ผมรีบปฏิเสธ เธอจึงหยุด ยิ้มหวานส่งมาหนึ่งที แล้วเดินนำทางต่อไป

สองข้างทางเป็นผนังสีขาวทึบ มีประตูเลื่อนบานใหญ่เข้าสู้ห้องที่ไม่รู้จักสองสามห้อง ก่อนจะมาถึงคลีนิกเพื่อการบำบัดและผ่อนคลาย ถัดจากห้องนวดบำบัดนี่ไปไม่ไกล มีอีกห้องหนึ่งอยู่สุดปลายทาง ป้ายกำกับบอกว่ามันเป็นห้องเก็บเอกสารเก่า ที่ดูเหมือนว่าจะยังมีของรอการเก็บรักษาอยู่บนรถเข็นหลายสิบกล่องตรงหน้าห้อง

 

“เชิญค่ะ คลินิกเพื่อการบำบัดและผ่อนคลาย”

เนิร์สผายมือพร้อมกับบานประตูเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นด้านในมีเค้าท์เตอร์เล็กๆตรงกลาง กับที่นั่งรออีกสองสามแถวหน้าประตูทางเข้า ตรงเค้าท์เตอร์มีเนิร์สอีกตนนั่งอยู่ เธอส่งยิ้มหวานมาให้ เมื่อผมกับทเวนก้าวเข้าไปด้านใน

“ต้องการบำบัดด้านไหนดีคะ?”

เธอถามพร้อมทั้งผายมือมาด้านขวาของตัวเอง จอโฮโลแกรมขนาดความสูง 2.5 กว้าง 1.5 เมตรก็ปรากฏขึ้น ในจอแสดงโปรแกรมการบำบัดด้วยวิธีต่างๆให้เลือก ผมกวาดสายตาไล่ดูทีละโปรแกรมอย่างรวดเร็ว และตัดสินใจเลือกโปรแกรมนวดบำบัดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ตามที่เจดาบอกเอาไว้ตั้งแต่แรก

“นายล่ะทเวน จะนวดบำบัดเหมือนกันหรือว่าจะลองโปรแกรมอื่นดู”

ผมหันไปถามนายหัวเกรียน ที่ดูท่าว่าจะยังตัดสินใจไม่ได้สักที

“เฮ้ยอ้าว เลือกแบบนายนั่นแหละ”

เขารีบตอบ เมื่อเห็นว่าผมถูกเชิญเข้าไปในห้องหนึ่งในหลายสิบห้อง รอบห้องโถงของคลินิกบำบัดนี้

“นวดบำบัดทั้งสองท่านนะคะ เชิญในห้องนี้เลยค่ะ”

 

ในห้องที่เราเข้ามา มีทั้งจีนอยด์และแอนดรอย์ในชุดนักบำบัด พร้อมกับชื่อเรียก และคุณสมบัติเฉพาะของแต่ละตน ที่แตกต่างกันไปตามความต้องการและสรีระของคนไข้ ผมเลือดแอนดรอยตนหนึ่งที่มีฝ่ามือนุ่มยืดหยุ่น นวดจับจุดและคลายเส้นได้ดี เมื่อถูกเลือกสัญญาณชีพ หรือเรียกกันว่าการสตาร์ทของแอนดรอยตนนั้นก็ถูกปลุกขึ้น เขาเชิญผมเขาสู้ห้องนวด ซึ่งมีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าในตัว เพราะผมต้องเปลี่ยนเป็นชุดเบาสบายแทนนาโนเลเธอร์ชั่วคราว จากนั้นก็เอนตัวลงนอนบนฟูกนุ่มๆ ผ่อนคลายด้วยน้ำมันหอมระเหยกลิ่นคาโมมายด์ และดนตรีบรรเลงสบายหู แต่ผมก็สามารถเลือกฉากและดนตรีประกอบด้วยตนเองได้ด้วย

“ไม่อยากจะเชื่อเลย...”

 

ฉากที่ผมเลือกคือชายหาดยามกลางวัน ที่ไร้ผู้คน หาดทรายขาวละเอียดนวลตา ท้องฟ้าสีฟ้าครามกับทะเลสีเขียวมรกต ที่ใสจนมองเห็นพื้นทรายและฝูงปลาหลากสีสัน เสียงคลื่นซัดสาดชายฝั่ง กับเสียงลมทะเลทำให้รู้สึกสงบและผ่อนคลาย ผมสูดหายใจลึกๆ กลิ่นคาโมมายด์หายไปแล้ว แต่มีกลิ่นสดชื่นปนไอเค็มราวกับกลิ่นของน้ำทะเลเข้ามาแทน แม้แต่เพดานก็ยังฉายภาพท้องฟ้าที่มีเมฆสีขาวเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ อย่างเดียวที่ทำให้บรรยากาศทั้งหมดดูไม่สมจริงก็คือบานประตูนั่น แต่ผมไม่สนใจหรอก เพราะตอนนี้ผมอยู่ในที่ที่ใกล้เคียงกับโลกในอดีตอันสงบสุขและสวยงามมากที่สุดแล้ว

“จะเริ่มแล้วนะครับ”

แอนดรอยตนนั้นพูด เมื่อเห็นท่าทางผ่อนคลายเต็มที่ของผม

สองชั่วโมงผ่านไป ผมเดินตัวเบาออกมาจากห้องนวด ทเวนเองก็ดูจะมีท่าทางผ่อนคลายไม่แพ้กัน หลังจากได้นวดนอกจากจะรู้สึกผ่อนคลายทั้งกล้ามเนื้อและจิตใจ สภาพร่างกายเองก็ดูเหมือนจะพร้อมมากขึ้น

“ทีนี้ก็กลับเข้าไปในดิกาแล็กเซียได้แล้วสินะ ไม่เคยรู้สึกดีอย่างนี้มาก่อนเลย การนวดนี่มันช่วยได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!!

ทเวนพูดพร้อมทำท่าอัศจรรย์ใจ สลับกับเบ่งกล้ามไปด้วย จะเพื่ออะไรผมเองก็ไม่รู้แน่ชัดเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆก็คือ เขาชอบการนวดบำบัดนี่เอามากๆทีเดียว

 

“เออเซวิล นายทำมิชชั่นไปถึงไหนแล้วล่ะ คงล่วงหน้าฉันไปแล้วสินะ”

ทเวนหันมาถามเมื่อเราเดินกลับมาถึงหน้าเซ็กเตอร์

“ไม่นะ ผมยังไม่ได้ส่งมิชชั่นที่ออกไปล่าไวด์เดอร์เลย กะว่าจะรอให้นายเข้ามาแล้วไปส่งพร้อมกัน เวลาช่วงกลางคืนมันทำอะไรไม่ได้มากเท่าไร ลองอกไปนอกเมืองกลางดู ก็โดนมอนสเตอร์คลาสซีเล่นซะเกือบไม่รอด ดีนะที่ตอนนั้นผมอยู่ใกล้กับรั้วไฟฟ้า มันเลยโจมตีได้ไม่ถนัด”

ผมตอบ ทเวนทำตาโต เมื่อได้ยินว่าผมเอาตัวรอดมาจากมอนสเตอร์คลาสซีได้

“ถามจริง”

“ก็จริงสิ แต่ก็เกือบตายเหมือน ถ้าผมอยู่ไกลจากตัวเมืองละก็นะ”

ท่าทางของทเวนดูเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ เหมือนติดใจที่ผมรอดมาได้ แต่แค่ครู่เดียวเขาก็ยิ้มออกมา พร้อมกับตบไหล่ผมดังป้าบแล้วพูดขึ้นว่า

“นายมันแน่จริงๆเลยเพื่อน!

 

เราแยกย้ายกันกลับห้องพัก และนัดเจอกันในดิกาแล็กเซีย ขณะนั้นเป็นเวลาใกล้รุ่งสางบนเซคันด์เอิร์ธ เหล่านักสำรวจหน้าใหม่อย่างพวกผม ต่างออกอาการกระตือรือร้น ที่จะได้ออกไปนอกเมืองอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านเรื่องน่าเบื่อ น่าตื่นเต้นมากมายในช่วงเวลากลางคืนบนเซคันด์เอิร์ธ

“ไง นายจะออกไปกับฉันหรือว่าจะรออยู่ที่นี่ล่ะ ฉันต้องไปล่าตัดเขาเจ้าไวด์เดอร์มาใหม่ เพราะครั้งที่แล้วยังทำไม่สำเร็จก็ดันตายซะก่อน”

ทเวนเดินเข้ามาทักผม ที่นั่งเล่นสบายๆอยู่ตรงม้านั่งริมทาง

“อ้อ ไปสิ”

ผมตอบ แต่ไม่ทันไรก็มีเสียสัญญาณการเชื่อมต่อจากบุคคลอื่นเข้ามาในคอมเจ็นของผม ทเวนมองมาด้วยความสนใจทันที เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในดิกาแล็กเซีย ผมไม่เคยรู้จักหรือสนิทสนมกับใครที่ไหนเลยนอกจากทเวน มันทำให้ผมคิดหนักว่าจะตอบอย่างไรดี หากเขาถามถึงบุคคลปริศนาที่เชื่อมต่อสัญญาณเข้ามาหาผม

“นี่ ฉันไม่อยู่ในดิกาแล็กเซียไม่กี่ชั่วโมง นายหาเพื่อนใหม่ได้ไวอย่างนั้นเชียว”

“ก็...แหม เวลาตั้งขนาดนั้น ผมได้เจอใครต่อใครเยอะแยะนี่นา”

ผมแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ให้มันดูใสที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเผลอทำตัวพิรุธต่อหน้าทเวนไปแล้ว แม้จะเล็กน้อยก็ตามที แต่หมอนี่เองก็ช่างสังเกตใช่ย่อย ถ้าเขาเห็นชื่อผู้ติดต่อที่แสดงอยู่หน้าจอละก็ จะต้องยิ่งมีข้อสงสัยเพิ่มมาอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะมันขึ้นว่า Unknow Call

“หวงขนาดนั้น ผู้หญิงละสิ!

“ฮ่ะๆๆ ผมก็ผู้ชายนี่นา”

ทเวนขยิบตาให้อย่างมีความหมาย ก่อนจะพูดประโยคที่ทำเอาผมตะลึง

“ถ้าอยากให้ช่วยแต่งเพลงจีบสาวให้ละก็ บอกได้เลยนะ สำหรับนายฉันแต่งให้ฟรี ไม่คิดเงินสักเกรนเดียว”

“ข...ขอบใจนะ แต่ผมค่อนข้างจะเกรงใจ...”

“บ้าน่า จะเกรงใจไปทำไม เรามันเพื่อนสนิทกันแท้ๆ เอ้รีบรับสิ เดี๋ยวเธอก็วางสายไปซะก่อนหรอก!

“เออ นั่นสินะ”

ที่จริงผมอยากให้มันตัดสายไปก่อนที่ผมจะรับ แต่ท่าทางเนนีร่าจะมีเรื่องพูดกับผมจริงๆ ตอนนี้ผมจะรับสายเธอได้ยังไง ทั้งต่อหน้าทเวน ทั้งที่ยังไม่ได้สลับไปใช้เนนีร่าเซิฟเวอร์

“อ๋อรู้แล้ว อายล่ะสิท่า งั้นฉันไปรอที่ร้านอาวุธแล้วกัน พอดีมีของที่อยากได้อยู่ ก่อนจะออกไปนอกเมืองอีกครั้ง คุยเสร็จแล้วก็ตามมาแล้วกันนะ”

ทเวนยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ผม ก่อนจะเดินจากไป ผมมองส่งเขาไปจนคิดว่าไกลพอจะไม่ได้ยินเสียงพูดของผมอีกแล้ว

 

“สลับใช้เนนีร่าเซิฟเวอร์”

เมื่อสลับเซิฟเวอร์ ชื่อของเนนีร่าก็ปรากฏขึ้นจากที่ตอนแรกเป็นอันโนน คอล

“รับช้าจังนะ”

เธอพูดเสียงเข้ม

“ไม่ใช่แค่คุณหรอกนะ ที่มีเรื่องไม่สะดวกรับน่ะ”

“หมายความว่ายังไง เธอโดนจับตามองอย่างนั้นเหรอ?”

เสียงของเนนีร่าทั้งเครียดทั้งตกใจ จนผมต้องรีบบอกกับเธอว่าอยู่กับเพื่อนเลยไม่สะดวกรับ เพราะเธอบอกเองว่าการติดต่อระหว่างผมกับเธอจะต้องเป็นความลับ แม้แต่เพื่อนที่สนิทที่สุดก็ห้ามเปิดเผยให้รู้

“ดีแล้วล่ะ เรารับประกันไม่ได้หรอกว่านายทเวนอะไรนั่น จะไม่ใช่สายสืบ คนของพวกกาแล็กซีลัส คอร์ปอเรชั่น”

ผมอยากออกปากรับประกันทเวนใจจะขาด อยากบอกกับเนนี่ร่าว่าเขาเชื่อถือได้ เขาเป็นเพื่อนแท้ที่จริงใจต่อผม และไม่มีอะไรปิดบังผมอยู่ทั้งนั้น แต่ตัวผมเองก็ยังไม่มั่นใจในเรื่องนั้น จึงได้แต่นิ่งเงียบอย่างอึดอัดใจ

ผมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฐานวิจัยลับให้เนนีร่าฟัง เรื่องของโฮโลแกรมจากความทรงจำของแม่ การวิจัยที่เกิดขึ้นที่นั่น ชายที่ชื่อไกเซอร์ ลาซาลัส และจีนอยด์ผู้ช่วยของแม่นามว่านิมพ์

“ฉันไม่รู้จักชายคนนั้นหรอกนะ ไกเซอร์ ลาซาลัสอะไรนั่นน่ะ แต่ถ้าจีนอยด์นามว่านิมพ์นั่นละก็ ฉันเคนเห็นเธอมาก่อน ถึงจะบอกว่าเป็นจีนอยด์ผู้ช่วยของแม่เธอ แต่จริงๆแล้วนิมพ์คือบอดี้การ์ด เธอเป็นรุ่นพิเศษที่ไม่มีใครเหมือนเชี่ยวชาญการต่อสู้ การใช้อาวุธ การพรางตัว ฉลาดเป็นกรด สำหรับนิมพ์แล้ว เธอคือหนึ่งเดียวที่ไม่เหมือนใคร ถูกสร้างขึ้นโดยดร.อลันพ่อของเธอ ผู้ซึ่งสาบสูญไปเหมือนกัน”

 

“คุณรู้มาตลอด แล้วทำไมต้องให้ผมออกไปตามหาฐานวิจัยลับนั้นด้วยล่ะ?”

ผมถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ เมื่อเนนีร่าพูดจบ เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า

“บางอย่าง เธอควรตามหาความจริงด้วยตัวเอง ฉันอาจจะรู้หลายๆเรื่อง แต่ก็มีเรื่องที่ฉันไม่รู้ เรื่องที่เป็นความลับ เรื่องที่สำคัญ ที่มีแต่เธอเท่านั้นที่จะหาคำตอบได้ สำหรับนิมพ์จีนอยด์ตนนั้นคือคนที่นำเธอไปมอบให้กับเจดาบนโลก เธอเมื่อตอนยังเป็นเพียงทารก นิมพ์มีดีเอ็นเอของเธอในฐานข้อมูล มันมีแค่เธอคนเดียวที่จะหานิมพ์เจอได้”

 

“แค่ผมเท่านั้นเหรอ...”

“ใช่ แค่เธอเท่านั้น ส่วนเรื่องเบาะแสของนิมพ์ ฉันจนใจเหมือนกัน เพราะไม่มีใครพบเจอเธอมายี่สิบปีแล้ว”

“ผมอยากลองไปหาที่สตรีทบาร์ดู คุณว่าจะเจอเอธอที่นั่นไหม?”

“ไม่ได้นะ! ที่นั่นอันตรายเกินไป ไม่มีอะไรรับประกันว่าการที่เธอไปสตรีทบาร์แล้วจะได้พบกับนิมพ์ อย่าโผล่ไปที่นั่น จนกว่าเธอจะสามารถรับมือกับมอนสเตอร์คลาสซีได้โดยไม่บาดเจ็บ เข้าใจไหม?”

“ที่นั่นมันโหดขนาดนั้นเลยเหรอ...”

“ไม่เชิงหรอก แต่มันเป็นที่ที่กฎกติกาใช้ไม่เคยได้ คนที่นั้นที่ได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้ชัยชนะ หรืออะไรก็ตามแต่ที่พวกเขาต้องการ ถ้าเธอไปก็เหมือนเนื้อเดินเข้าปากเสือนั่นล่ะ”

“ช่วงนี้ทำตัวปกติไปก่อนทำมิชชั่น เก็บประสบการณ์ในการต่อสู้ให้มากๆ แต่ก็อย่าลืมสอดส่ายสายตาไว้ คนของกาแล็กซีลัส คอร์ปอเรชั่นรู้แล้วว่า ฐานทดลองลับโดนแฮ็ค พวกนั้นกำลังสืบหาคนที่แฮ็คเข้าไปอยู่ ฉันเองก็คงจะขาดการติดต่อไปพักใหญ่ ยังไงก็ระวังตัวด้วยนะศวิล”

“ครับ คุณเองก็ระวังตัวนะเนนีร่า”

 

ผมตัดการติดต่อ และสลับไปใช้เซิฟเวอร์ปกติ ก่อนจะมองออกไปรอบตัวเพื่อหาทเวน แต่ไม่เห็นเขาอยู่แถวนี้เลย อาจจะไปซื้อของที่อยากได้อย่างที่เขาบอกผมไว้ทีแรกอยู่ก็ได้ ผมเองก็มีของที่อยากได้อยู่เหมือนกัน เลยลุกขึ้นจากม้านั่งยาว แล้วออกเดินไปยังร้านอาวุธของโจฮัน

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #410 xzerox2 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 18:06
    ฉลาดให้มากขึ้นได้แล้ว
    #410
    0
  2. #313 ฝนธารา (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 17:50
    ทเวนนี้มาดีมั้ยนะอยากรู้จัง
    #313
    0
  3. #227 kimurakung (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 14:31
    รอตอนต่อไปนะครับ ไรท์เตอร์
    #227
    0
  4. #220 piwut (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2558 / 23:29
    I'm here waiting 4 U
    #220
    1
    • #220-1 NoRse(จากตอนที่ 25)
      12 พฤษภาคม 2558 / 21:02
      มาใหม่อีกสองตอนละจ้า
      #220-1
  5. #217 my-kimberly (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 13:56
    thx ka
    #217
    0
  6. #216 เงาปากกา-ฟูมิ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 11:07
    ทเวนน่าสงสัยสุดๆ.......
    #216
    0
  7. #215 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 09:00
    เซวิทใช่เด็กที่ตัดต่อพันธุกรรมรึป่าว  ทะเวนจะใช่สายสืบรึป่าวนะ
    #215
    0
  8. #213 piwut (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 05:49
    tweeny ต้องรู้จัก twan แน่เลย แต่เราเองก็ว่า ทเวน หน่ะ สายลับ ชัวร์
    #213
    0
  9. #212 piwut (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 00:22
    สนุกมากครับ มีคำผิดสองสามคำเล็กน้อย
    #212
    0
  10. #210 tweeny (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 / 22:55
    ทเวนต้องเป็นสายลับแน่ๆเลย
    #210
    0