THE GALAXIA

ตอนที่ 24 : Ineluctable Merchant

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,099
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    1 พ.ค. 58

 
 
 

 

 

ผมเปิดแผนที่เวิลด์แลนด์ซิตี้ เพื่อหาที่ตั้งของธนาคาร ที่ผมคาดว่าน่าจะต้องมีอยู่แน่ๆ และมันก็เป็นอย่างที่ผมคิด แบงค์ ออฟ เอิร์ธ ธนาคารแห่งเดียวของมนุษย์บนเซคันด์เอิร์ธ และในเวิลด์แลนด์ซิตี้ มันตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีขนาดใหญ่โตไม่แพ้อาคารอย่างศูนย์บัญชาการทหารมิลิทารี่เลย สงสัยว่ามันคงไม่ได้เป็นแค่ที่เก็บเงินอย่างเดียวแน่ ผมคิดว่าของมีค่าทั้งหมด ศิลปะทางวัฒนธรรม และอารยะธรรมจากทั่วทุกมุมโลก คงจะถูกนำมาเก็บไว้ที่นี่เมื่อยานอพยพจากทั้งห้าทวีปมาถึง

“ยินดีต้อนรับ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”

เสียงของหญิงสาวทักขึ้น เมื่อผมมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูอันใหญ่โตของแบงค์ ออฟ เอิร์ธ เธอเป็นจีนอยด์ ใบหน้าดูเซ็กซี่สะดุดตา หน้าอกด้านขวามีบาร์โค้ดระบุตัวตนของเธอ เหนือบาร์โค้ดคือชื่อรุ่น ซึ่งเขียนไว้ว่า สแตนดาร์ต ซีเคียวริตี้ / AVA 01326.321US

“เอวา...”

ผมอ่านออกเสียงตรงคำนั้น

“ค่ะ ฉันคือเอวา การ์ดประจำควอเตอร์แรก”

เธอตอบ ถ้าเอวาคือชื่อของจีนอยด์ตนนี้ นิมพ์เองก็ต้องมีชื่อแสดงอยู่เหนือบาร์โค้ดด้วยเช่นกัน ผมคงมีหวังจะได้เจอนิมพ์ขึ้นมาอีกนิด เมื่อพบกับจุดสังเกตนี้ แต่จะมีโรบอทกี่ตนกันที่มายืนให้ผมดูชื่อเหนือบาร์โค้ด โดยไม่เป็นที่สังเกตของคนอื่น อีกอย่างถ้านิมพ์กุมความลับทั้งหมดของแม่ไว้ เธอจะต้องหลบซ่อนตัวอยู่แน่ ไม่มีทางที่ผมจะหาเธอเจอได้ง่ายๆ ตามท้องถนนทั่วไปแบบนี้แน่

“มาติดต่ออะไรไม่ทราบคะ?”

เอวาถามผมอีกครั้ง แม้ว่าจะได้รับการยืนยันจากคนของมิลิทารี่เอง ว่าโรบอททางการทหารนั้นไม่มีจีนอยด์ปะปน แต่ลักษณะของเอวานั้นก็ก้ำกึ่งอยู่ไม่น้อย เธอติดตั้งเกราะแม้ไม่หนาเท่าโรบอททหาร และคงเน้นทรวดทรงสรีระแบบหญิงสาว สีลำตัวของเธอเป็นสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับแสงสีขาวตามรอยแยกราวกับลวดลายศิลปะเรขาคณิตตามลำตัว

“ครับ ผมอยากติดต่อเรื่องบัญชี เผื่อว่าอาจต้องใช้เงินซื้อสินค้าบางอย่างที่จำเป็นขึ้นมา เพราะผมไม่มีเงินติดตัวเลย”

ผมตอบ เธอแตะคอมเจ็นของผม และมองผมราวกับกำลังตรวจสอบ ดวงตาของเปล่งแสงสว่างจ้าอยู่สักห้าวินาทีได้ ก่อนที่เธอจะพูดกับผมอีกครั้งว่า

“ข้อมูลหมายเลข UR0412S5 ต้องการทราบข้อมูลบัญชี เชิญทางนี้ค่ะ”

“ข้อมูลหมายเลข UR0412S5 งั้นเหรอ?”

ผมทวนคำที่เธอเรียกผมเบาๆ พลางตั้งข้อสังเกตในใจ เธอไม่ได้เรียกชื่อผมทั้งที่ผมแน่ใจว่าเธอได้เข้าตรวจสอบเซิฟเวอร์เพื่อระบุตัวตนของผมแน่ๆ ตอนที่ดวงตาของเธอเรืองแสงนั่น และเธอก็ไม่ได้เรียกผมว่านักสำรวจหน้าใหม่ด้วย แต่เรียกด้วยตัวอักษรกับตัวเลข ที่ผมจำได้ว่ามันเป็นหมายเลขห้องพักของผมบนยานอูริเอล และบางที UR0412S5 นั่นคือชื่อย่อของยานอูริเอล และหมายเลขห้องที่ผมใช้เชื่อมต่อ ส่วน S5 นั่นอาจเป็น Sector 5 ซึ่งเป็นส่วนที่พักของผู้ได้รับเชิญบนอูริเอล

 

“ข้อมูลหมายเลข UR0412S5 ต้องการทราบข้อมูลบัญชีของเขาค่ะ”

เอวา โรบอทรักษาความปลอดภัยพูดกับเจ้าหน้าที่ของธนาคาร จากนั้นเธอก็เดินกลับไปยืนยามอยู่หน้าประตูธนาคารเหมือนเดิม

“ยินดีต้อนรับสู่แบ๊งค์ ออฟ เอิร์ธค่ะ ขออภัยกับการเสียมารยาทของเอวาด้วย เธอคงตรวจสอบข้อมูลการเชื่อมต่อของคุณ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรให้เรารับใช้คะ?”

เจ้าหน้าที่ธนาคารยิ้มต้อนรับอย่างอบอุ่น

“ผมอยากทราบว่าจะใช้เงินของผมที่ได้รับจากการทำมิชชั่นต่างๆได้ไหมครับ เพราะผมเองก็ยังเป็นเพียงข้อมูลที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงบนเซคันด์เอิร์ธ”

“อ้อ ได้สิคะ เรามีบัตรพิเศษที่เรียกว่าบัตรบันทึกรายการ บัตรนี้จะแสดงข้อมูลเงินเข้าออกในบัญชีของคุณ ในยามที่มีเงินโอนเข้าหรือออก บอกวันเวลา รายการสินค้า ที่ตั้งร้านค้า และราคาของสินค้าที่คุณเลือกซื้อ”

เธอตอบพร้อมทั้งผายมือเชิญผมให้เดินตามเธอไปยังเค้าท์เตอร์พิเศษ ที่มีป้ายไฟให้เห็นชัดเจนว่า มีไว้สำหรับนักสำรวจหน้าใหม่เท่านั้น

“บัตรบันทึกรายการ หรือ R-Card (Register card) นี้จะบันทึกข้อมูลสิ่งที่คุณใช้จ่ายไปขณะเป็นข้อมูล แต่จะยังไม่จ่ายเงินจริงๆให้กับทางร้านค้า แค่บันทึกเป็นหลักฐานไว้เท่านั้นค่ะ ทางร้านค้าจะได้รับเงินจริงๆเมื่อคุณเดินทางมาถึงเซคันด์เอิร์ธ และส่งมอบสินค้าที่ตกลงซื้อขายผ่าน R-Card แล้วเท่านั้น”

 

“ฟังดูแฟร์ดีนะครับ แต่กว่าผมจะมาถึงเซคันด์เอิร์ธใช้เวลาตั้งสองปีกว่า ตอนนั้นของที่สั่งซื้อไว้จะตกรุ่นไปแล้วหรือเปล่า คือผมทำสัญญาซื้อมาก็จริง แต่มันก็เป็นข้อมูลที่อัพโหลดดาวน์โหลดได้ไม่จบสิ้นนี่นา กว่าผมจะมาถึงแล้วได้ใช้มันจริงๆ คืออาจเจอของใหม่ที่ถูกใจและอยากได้มากกว่าแล้วก็ได้”

คำถามของผมทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ก่อนจะขยับแว่นเขาๆแล้วตอบ

 

“เป็นคำถามที่ดีมากๆค่ะ ในกรณีนั้นเราจะยึดราคาสินค้าเป็นหลัก คุณสามารถเปลี่ยนเอาสินค้าที่พึงพอใจชิ้นใหม่ โดยจะต้องมีราคาเท่ากับที่บันทึกไว้ใน R-Card เท่านั้นค่ะ”

“ดีจังครับ”

ผมยิ้มตอบเธอ ก่อนที่เธอจะเดินจากไป และส่งต่อผมให้กับเจ้าหน้าที่เค้าท์เตอร์ เธอขอตรวจสอบข้อมูลของผมอีกครั้ง เพื่อเชื่อมโยง R-Card เข้ากับข้อมูลบัญชีของผม ทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่นาน ผมก็ได้บัตรทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขอบมนสีขาว มีชุดหมายเลขกำกับ และตัวอักษร R-Card ตัวใหญ่มาไว้ในมือ

 

“ขอคุณที่ใช้บริการค่ะ”

เจ้าหน้าที่สาวกล่าว ผมยิ้มพยักหน้าให้เธอแล้วเดินออกมาจากธนาคาร

“ได้รับโปรแกรม รีจิสเตอร์ คาร์ด ทำการติดตั้งหรือไม่”

คอมเจนร้องถามเมื่อผมพยายามดูข้อมูลบนบัตร

“อ้อ ต้องติดตั้งสินะ โง่อีกแล้วเรา ติดตั้งเลย”

ผมเกาศีรษะด้วยความเขิน ทั้งที่ตรงนั้นไม่มีใครนอกจากผมคนเดียว แต่ก็นะ อยากบอกว่าอายตัวเองมากทีเดียวล่ะ เมื่อติดตั้ง R-Card ในคอมเจ็นแล้ว ผมก็สามารถเรียกดูข้อมูลเงินในบัญชีของตัวเองได้ ยอดเงินในบัญชีผมตอนนี่มีสุทธิอยู่ที่ 3032 G.

 

3032 เกรนเองเหรอ น้อยจัง”

ผมบ่นอย่างเศร้าใจ เพราะจำนวนเงินช่างห่างไกลจากการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในตอนนี้ได้ เพราะเท่าที่เห็นสินค้าต่างๆตามร้านค้าในเมือง ต่างก็มีราคาสูงทั้งนั้น แน่นอนว่าหลักสิบ หรือหลักร้อย หรือแม้แต่ไม่ถึงสิบเกรนก็ยังมีขาย แต่ถ้าเป็นเจ๋งๆ วัสดุดีๆ อานุภาพแรงๆละก็ ยังไงราคามันก็ไม่ใช่ถูกๆแค่หลักร้อยเกรนแน่

 

“เฮ้อ ต้องทำอีกกี่มิชชั่นกันนะถึงจะได้เงินเยอะๆ พอซื้อของดีๆไว้ใช้ได้บ้าง เชนกันก็นับว่าเป็นของดีอยู่หรอก ช่วยชีวิตเราจากออร์คแบทนั่นไว้ได้ เพราะไม่มีระยะเวลารอกระสุนขึ้นลำเลย แต่อานุภาพกระสุนกับเซลล์พลังงานสำหรับผลิตกระสุนน้อยเกินไป... ผมไม่ได้ว่าจะยิงไม่แม่นนี่นะ ตัวมันก็ออกโตขนาดนั้น...”

มาคิดดูก็เจ็บใจอยู่เหมือนกัน ที่ฝีมือยิงปืนของผมยังห่วยขั้นเทพ ทั้งที่ถ้าสามารถเล็งจุดตายศัตรู เพื่อจบการต่อสู้ หลีกเลี่ยงความเสียหายที่เกิดขึ้น

 

แปะ...

“แย่จัง เลือดกำเดาไหลอีกแล้ว สงสัยต้องไปโรงพยาบาลจริงๆนะเนี่ย”

ผมใช้หลังมือปาดบางสิ่งที่หยดลงมาจากจมูก แล้วพบว่ามันคือเลือดกำเดา แม้จะไม่มากมายเท่าไร แต่ผมคิดว่าลองไปโรงพยาบาลก็ดีเหมือนกัน อาจได้เจอจีนอยด์ที่ทำงานอยู่ในนั้นบ้างก็ได้

“ร้านเอเลี่ยน... จริงสิเห็ดพวกนั้น!”

ผมเดินตรงเข้าร้านเอเลี่ยนอย่างไม่รีรอ เพราะนึกได้ว่าตุนเห็ดวิล่าจากป่าสนยักษ์มาหอบใหญ่ ตอนเข้าไปตามรอยของไวด์เดอร์ พูดถึงไวด์เดอร์ผมนึกถึงมิชชั่นนั้น ที่ทำให้ทเวนต้องถูกฆ่าตายเป็นครั้งแรกในดิกาแล็กเซีย  มันทำให้เขาต้องพักอยู่ข้างนอกยาว จนกว่าร่างกายจะฟื้นสภาพตึงเครียดหลังการถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง จากการตายในดิกาแล็กเซียได้ ผมกะว่าจะรอเขาทำมิชชั่นนี้เสร็จแล้วไปรับรางวัลที่มิชชั่นโพรเสสพร้อมกัน

 

“สวัสดีครับ กราสเกิร์ล?”

ผมเดินเข้าไปในร้าน บรรยากาศยังคงมืดสลัวน่าขนลุกอย่างเคย ผมมองหาเจ้าของร้านซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคน แต่งตัวเหมือนกำลังจะไปทำสวนในร้าน แต่มันทั้งเงียบทั้งมืด ผมเลยไม่รู้ว่าเธอยืนอยู่ตรงส่วนไหนของร้าน

“สวัสดี มีอะไรให้ช่วยอย่างนั้นหรือ?”

เฮือก!!

“ผ...ผมมีของมาขายครับ คุณบอกว่าถ้าเก็บอะไรได้ให้เอามาขาย”

ผมสะดุ้งตกใจกับการปรากฏตัวของเธอ ราวกับวิญญาณหญิงแก่อาฆาตในความมืดจากทางด้านหนัง

“อ้อๆ นั่นสิเคยพูดจริงๆ แล้วมีอะไรมาขายล่ะ?”

เธอเดินมายืนตรงหน้าผม ทำท่าสนใจขึ้นมานิดหน่อย คงเพราะผมเป็นเพียงข้อมูลไร้ตัวตนจริงบนเซคันด์เอิร์ธ ของที่อยู่ในมือผมก็เป็นเพียงข้อมูล เธอไม่สามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้จริงก็เป็นได้

                “เห็นวิล่าครับ ผมได้มาเยอะเลยตอนออกไปทำมิชชั่นนอกเมือง”

ผมตอบ พร้อมดึงถุงใส่เห็ดออกมาจากเป้หลัง ท่าทางเธอจะตกใจน่าดูที่เห็น เพราะมันค่อนข้างจะเยอะมากทีเดียว

“หึหึหึ เก็บมาเยอะเลยนะ”

“ครับ ผมกะเก็บมากินด้วย เพราะมีข้อมูลบอกว่ามันกินได้ และมีรสอร่อยน่ะครับ”

ผมตอบเขินๆ ก็คนมันยังจนอยู่นี่นา เงินที่มีอยากเอาไปทุ่มให้อย่างอื่นที่หาได้ยากกว่า

“งั้นก็ตามมาสิ เห็ดวิล่าราคาค่อนข้างดีก็จริง ฉันต้องการแค่บางส่วนเท่านั้น ส่วนอื่นของเห็ดจะเก็บไว้กินหรือเอาไปขายร้านอาหารต่อก็ได้ พวกร้านอาหารเล็กๆกลางคืนหรือร้านข้างทางย่านสตรีทบาร์นั่นก็ได้”

“สตรีทบาร์?”

“ไม่รู้จักรึ ก็เป็นเหมือนสถานที่เที่ยวกลางคืนนั่นแหละ ถ้าอยากรู้ว่ามีมนุษย์ต่างดาวแบบไหนบ้างให้ไปศึกษาที่นั่นได้เลย แต่ต้องระวังหน่อย กฎของที่นั่นไม่เหมือนกับในเมืองนี่ รุนแรง ป่าเถื่อนกว่ากันเยอะ”

กราสเกิร์ลเดินนำผมไปยังห้องๆหนึ่ง ระหว่างทางก็อธิบายเรื่องสตรีทบาร์ไปด้วย

“ที่นั่นพวกนอกกฎหมายเยอะ ทั้งกฎหมายพวกต่างดาวเอง และกฎหมายของมนุษย์เรา”

ผมฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้จากคำพูดของเธอ บางทีที่นั่นอาจมีคำตอบที่ผมกำลังตามหา ใครสักคน หรือเป็นนิมพ์ จีนอยด์ผู้ช่วยของแม่ เธออาจซ่อนตัวอยู่ที่นั่นก็ได้ บางทีผมน่าจะลองไปที่นั่นดูสักครั้ง

“เอ้าถึงแล้ว”

กราสเกิร์ลเปิดประตูเข้ามาในห้องที่มีไฟเปิดสว่างจ้า มีโต๊ะสีขาวตั้งอยู่กลางห้อง ผนังมีขั้นวางอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งถาด โหล ช้อน คีมหลากหลายชนิด

“เข้ามาสิ วางเห็ดลงบนโต๊ะแล้วมาช่วยฉันหยิบอุปกรณ์”

เธอสั่งแล้วเดินไปหยิบถาดมาจากชั้นวางของสองถาด จากนั้นก็ของที่ดูเหมือนช้อนด้ามยาว ที่ส่วนที่ใช้ตักนั้นเล็กแค่ปลายนิ้วก้อย และถุงมือยางอีกสองคู่

“เอ้านี่ เยอะขนาดนี้เธอต้องช่วยฉันแล้วละนะ ระบบสมจริงนี่ก็ฝึกทักษะได้ดีทีเดียว”

กราสเกิร์ลส่งถุงมือมาให้ผม วางถาดสองบนลงบนโต๊ะ โดยมีถุงใส่เห็ดวิล่าอยู่ตรงกลาง

“สวมถุงมือแล้วทำตามฉันล่ะ”

เธอบอกจากนั้นก็เดินอ้อมไปฝั่งตรงข้ามกับผม เลือกเห็นวิล่าออกมาดอกหนึ่ง บีบตรงดอกเห็ดเบาๆ แล้วใช้ของที่เธอเรียกว่าช้อนแซะ ค่อยๆแซะเอาวงกลมเหลืองๆตรงยอดดอกเห็ดออกมา

“นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการ ขนเห็ด มันใช้ทำยาได้หลายอย่างทีเดียว แต่มนุษย์น่ะกินมันไม่ได้หรอก จะระคายเคืองคอมาก ยังไงซะถ้าจะเอาไปกินก็ต้องแซะเอาขนเห็ดออกมาก่อนอยู่ดี”

 

ผมกับกราสเกิร์ลช่วยกันแซะขนเห็ด ที่มีลักษณะคล้ายเหรียญแบนๆมีขนสีเหลืองปุกปุยออกมาจากเห็ดวิล่าได้จนหมด เธอทำสัญญาซื้อขายกับผมในราคากิโลกรัมละห้าสิบเกรน และในฐานะที่ผมช่วยเหลือเธอ เธอจึงเพิ่มเงินพิเศษค่าจ้างให้ด้วยชั่วโมงละ 100 เกรน รวมแล้ววันนี้ผมได้เงินมา 250 เกรน

“ผมว่ารับจ้างทำงานพิเศษน่าจะเวิร์คกว่าเก็บของมาขายนะครับ”

ผมบอกกับกราสเกิร์ล ขณะเก็บเห็ดวิล่าที่ไม่มีขนเห็ดเก็บเข้าเป้หลัง

“ก็จริงนะ เธอคงไม่อยากตามเก็บของที่เอามาขายไว้มาให้หลังจากมาถึงเซคันด์เอิร์ธแล้วหรอก รับจ้างทำงานพิเศษถือว่าเป็นความคิดที่เข้าท่ากว่ามาก ตามจริงสัญญาซื้อขายบางอย่างอาจไม่ระบุว่าเป็นการซื้อของ แต่เป็นค่าฝึกฝีมือ อย่างที่ฉันจ่ายให้นั่นฉันไม่ได้ระบุว่าซื้อขนเห็ดมาจากเธอ แต่ระบุเป็นค่าฝึกฝีมือในการแซะขนเห็น เพื่อให้ได้มันในสภาพที่สมบูรณ์และสวยงามที่สุด ในเวลที่น้อยที่สุด”

ผมเช็คตามที่กราสเกิร์ลบอกด้วยความรู้สึกแปลกใจ และก็จริงอย่างที่เธอบอก สัญญาซื้อขายไม่ใช่การซื้อขนเห็ด แต่เป็นค่าฝึกฝีมือจริงๆ

“แต่ว่าจะมีมี่ไหนให้ข้อมูลอย่างพวกผมไปทำงานพิเศษได้กันล่ะครับ?”

จะว่าไปข้อมูลที่ไม่มีตัวตนบนเซคันด์เอิร์ธ จะสามารถทำงานพิเศษอะไรได้บ้างกันนะ เฝ้าร้าน พนักงานเสิร์ฟ แคชเชียร์ ทุกอย่างเป็นสิ่งที่เราจับต้องจริงไม่ได้ทั้งนั้น

 

“ก็ได้แทบทั้งหมดนั่นแหละ อย่าลืมว่าบนเซคันด์เอิร์ธเอง ก็ยังมีพวกเธอที่เป็นเพียงชุดข้อมูล เดินเพ่นพ่านให้ทั่วไปหมด เวลาออนไลน์ต่างคนก็ไม่ตรงกัน ร้านแต่ละร้านเองก็ไม่สามารถเปิดตลอดเวลาได้ การจะเปิดได้แบบนั้นต้องมีโปรแกรมจำลองร้านค้า และชุดข้อมูลเจ้าของร้าน เพื่อทำให้ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างปกติในโลกของดิกาแล็กเซียของพวกเธอ ถึงแม้กาแล็กซีลัสจะให้โปรแกรมพวกนี้มาแก่ทุกร้านค้า ทุกกิจการ แทบจะทุกที่บนเซคันด์เอิร์ธ ที่มนุษย์จะไปถึงแล้วก็เถอะ แต่ทุกโปรแกรมต้องได้รับการพัก เพื่อไม่ให้เสียสมดุลในการทำงาน ช่วงพักของโปรแกรมนั่นข้อมูลผู้ช่วยเจ้าของร้านนั่น เราต้องการลูกจ้างแบบพวกเธอนั่นแหละ”

 

จริงสินะ บนเซคันด์เอิร์ธนี่ เวลายาวนานกว่าโลกเดิมของเราถึงสี่เท่า คงไม่มีใครอึดขนาดเปิดร้านได้ยาวนาน 96 ชั่วโมงกันล่ะ ผมขอบคุณกราสเกิร์ลอีกครั้ง แล้วเดินออกมาจากร้านเอเลี่ยน
                ผมเดินทางต่อไปยังโรงพยาบาล ที่นี่มีโรบอทอยู่ค่อนข้างมากเรียกได้ว่าเกินครึ่งของบุคลากรทั้งหมดเลยทีเดียว จีนอยด์ที่ใช้ในโรงพยาบาลทุกตน ดูคล้ายมนุษย์มากนั่นคงเพราะต้องการให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายไม่เกิดความวิตกกังวล พวกเธอเป็นรุ่น เนิร์ส หรือก็คือนางพยาบาลนั่นเอง

เหล่าจีนอยด์เนิร์สเหล่านี้ดูจะเป็นรุ่นใหม่มากๆ จนผมไม่คิดว่านิมพ์ผู้ช่วยของแม่เมื่อยี่สิบปีที่แล้วจะแอบแฝงตัวอยู่ที่นี่ได้ ผมได้รับการรักษาในแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อนบนโลกเก่า นั่นก็คือการฉายแสงจากเครื่องมือที่คล้ายไปฉายขนาดจิ๋ว ต่อสายมาจากกล่องสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าหนังสือสารานุกรมเล่มหนึ่งบนโต๊ะ สำแสงแห่งการรักษานี้ถูกฉายเข้าไปในโพลงหู และโพลงจมูกของผม เพื่อรักษาอาการเส้นเลือดฝอยแตก จากนั้นก็ถูกเชิญออกจากโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

“เฮ้อ รักษาเร็วจัง ยังไม่ทันได้สำรวจอะไรเลยแท้ๆ”

 

แต่ถึงจะบ่นอย่างนั้น ระหว่างเดินเข้าไปติดต่อขอรักษาพยาบาล ผมก็แอบเดินดูนั่นนี่ไปพอสมควรเหมือนกัน หลังจากออกมาจากโรงพยาบาล ก็พบว่าเวลานั้นเกือบรุ่งสางแล้ว ผมอยากจะลองไปสตรีทบาร์ดูสักครั้ง แต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน ไปยังไง และต้องทำตัวอย่างไรเวลาอยู่ที่นั่น ถ้าหาไกด์ได้สักคนก็คงเป็นเรื่องดี อันที่จริงผมก็พอรู้จากที่กราสเกิร์ลบอกว่า สตรีทบาร์นั่นน่าจะอยู่นอกเวิลด์แลนด์ซิตี้ และเป็นเขตที่กฎหมายหลายข้อเป็นที่ยกเว้น เป็นแหล่งรวมตัวของพวกนอกกฎหมายจากดาวนิคมต่างๆในระบบสุริยะกรีเธียน

“เฮ่นี่ ได้ยินเรื่องสตรีทบาร์ไหมล่ะ?”

นักสำรวจหน้าใหม่สองคนที่เดินมาจากแยกหนึ่งพูดคุยกัน ผมเงี่ยหูฟังด้วยความสนใจทันที เพราะอาจมีข้อมูลอะไรที่น่าสนใจก็เป็นได้

“มีพวกนักสำรวจหน้าใหม่อย่างเราลองไปที่นั่นกันกลุ่มใหญ่เลย รู้ไหมพวกหัวโจกของแต่ละประเทศน่ะ”

“แล้วไงล่ะ พวกนั้นคงไปเจออะไรแปลกใหม่มาสินะ สตรีทบาร์นั่นได้ข่าวว่าเป็นที่นอกกฎหมายนี่นา คงมีอะไรแปลกๆยิ่งกว่าที่นี่ให้ดูเพียบ”

“ก็นั่นแหละโดนส่งกลับบ้านเก่าหมดเลย เพราะดันไปมีเรื่องกับเจ้าถิ่นที่นั่น โชคดีที่พวกเราเป็นเพียงชุดข้อมูลนะ ไม่งั้นพวกคนใหญ่คนโตไม่อยู่เฉยๆแน่ ตายไปตั้งเกือบร้อยแบบนั้น แต่ว่าบางคงก็ยังสาบสูญนะ ไม่รู้ว่าโดนจับไปทดลองอะไรแปลกๆหรือเปล่า ได้ข่าวว่าต้องรอให้พวกนั้นตัดการเชื่อมต่อจากดิกาแล็กเซียก่อนถึงจะเริ่มสืบสวนได้น่ะ”

 

“น่ากลัวจังแฮะ ว่าแต่นายไปรู้ลึกขนาดนี่ได้ยังไงน่ะ?”

“ก็บังเอิญได้ยินพวกเจ้าของร้านถกกันเครียดที่ร้านเบนดิกส์น่ะสิ เห็นว่าอาจมีมาตรการห้ามออกจากเมือง รีเซ็ตระบบมิชชั่นกันใหม่เลยทีเดียว จนกว่าทุกคนจะผ่านการฝึกเอาชีวิตรอดขั้นพื้นฐานจากทหารและเรนเจอร์ก่อน”

“อะไรนะ แบบนี้ก็น่าเบื่อแย่น่ะสิ!!”

“มันก็แค่อาจจะน่า พวกเขาแน่นั่งคุยกัน ไม่ได้เป็นการประชุมลงมติจริงจังสักหน่อย อาจจะแค่ห้ามไม่ให้ไปสตรีทบาร์อย่างเดียวก็ได้”

สองคนนั้นคุยกันจนเดินผ่านผมที่หยุดยืนนิ่งไป ถ้าหากห้ามออกจากเมือง มันคงเป็นอุปสรรค์ในการตามหาความจริงของผมมากทีเดียว อีกอย่างเรื่องสตรีทบาร์นั่นเป็นสถานที่อันตรายขนาดนั้น ค่อนข้างเกินจากที่ผมคาดเอาไว้เยอะทีเดียว แต่ยังไงผมก็คงต้องไปให้ได้สักครั้ง โดยใช้เนนีร่าเซิฟเวอร์เพื่อไม่ให้มีบันทึกการเดินทางไปที่นั่นในระบบหลัก ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ผมต้องตามหานิมพ์ให้เจอให้ได้

 

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #292 sint (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 08:51
    ฝีมือห่วยระดับเทพ แต่ไม่ยอมไปฝึกเสียที จะเกรินเรื่องมากไปหรือเปล่าครับไรเตอร์
    #292
    0
  2. #226 kimurakung (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 14:23
    พยายามเข้านะศวิล ... ขอบคุณไรท์เตอร์มากครับ
    #226
    0
  3. #211 piwut (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 00:10
    มาติดตามอ่านครับ แฟนคลับ
    #211
    0