THE GALAXIA

ตอนที่ 23 : Robots of Military

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    24 เม.ย. 58




 

 

ในที่สุดผมก็เดินมาถึงประตูเมือง แต่ผมไม่แน่ใจนักว่าใช่จริงรึเปล่า เพราะมันมีตัวอักษรกับตัวเลขกำกับไว้ว่า Military Landing craft Base;Gate 00 พอผมเดินเข้าไปใกล้ประตูเล็กๆสำหรับคนเดินผ่านได้ก็เปิดออก นายทหารในชุดเกราะสีเทาดำ (ทหารแทบทุกหน่วยมีสีเครื่องแบบเฉพาะ) สะพายปืนอันใหญ่เดินออกมา เขามองผมด้วยท่าทางสงสัย ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“นักสำรวจหน้าใหม่รึ?”

“ค...ครับ พวกหน่วยลาดตระเวนบอกให้ผมเดินมาตามทาง แล้วจะเจอประตูเข้าเมือง”

ผมตอบอย่างหวาดๆ

“งั้นรึ ปกติประตูนี้ไม่ได้มีไว้ให้ใครก็ได้ผ่านนะเจ้าหนู ดูสิ ชื่อบนประตูบอกอยู่ทนโท่ ครั้งนี้จะอนุโลมให้ แต่ครั้งหน้าไม่มีทางแน่ เอ้า เข้ามาสิ”

 

ผมถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก และเดินตามทหารนายนั้นเข้าไป ก่อนที่ประตูจะปิดตามหลังลงอย่างรวดเร็ว ประตูบานนี้ที่จริงแล้วมีขนาดใหญ่มาก แต่ยังมีช่องประตูเล็กๆพอให้คนเดินผ่านเข้าออกได้ โดยไม่ต้องเปิดบานใหญ่ที่สูงใหญาราวสิบเมตรออกเลย

“โห นี่มัน...”

“ใช่ อย่างที่เห็นนั่นหละ โรงจอดยานยนต์พร้อมปฏิบัติการของทหาร แต่ละคันก็จะมีหน่วยประจำยานยนต์ ตั้งแต่หนึ่งถึง ยี่สิบนาย แล้วแต่ประเภทของยานยนต์ ฉันมีหน้าที่เฝ้าประตู ดังนั้นนายเดินไปตามทางนั่น ระวังไว้ด้วย เพราะที่นี่มียานยนต์เข้าออกตลอดเวลา”

“ครับ ขอบคุณมากนะครับ”

 

ผมกล่าวขอบคุณแล้วเดินจากมา ทหารแทบจะทุกนายในลานจอนนี้พากันหันมองผมเป็นตาเดียว พวกเขาคงแปลกใจที่เห็นนักสำรวจหน้าใหม่มาเดินในส่วนต้องห้ามนี้ เพราะมันเป็นสถานที่เฉพาะสำหรับทหารเท่านั้น หน่วยงานหรือบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องได้รับอนุญาตก่อนเข้ามา

ผมเดินอย่างประหม่าไปตามทาง มองหาประตูทางออก ก่อนที่จะมีใครเดินมาทักผมเข้าให้อีก

“เฮ้นี่ เธอคนนั้นน่ะ ฉันจำได้นะที่หน้ามิลิทารี่นั่นใช่ไหมล่ะ?”

ผมงงกับทหารนายหนึ่งที่ส่งเสียงทัก พร้อมทั้งกวักมือให้ เขานั่งคร่อมยู่บนไซเคิล สวมหน้ากากนิรภัยแบบเต็มใบ คลุมปิดหมดทั้งศีรษะ ทำให้ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร และกำลังทักใครอยู่กันแน่ จะเป็นผมหรือคนที่อยู่ด้านหลังของผมก็ไม่รู้

“ไม่เอาน่า จะงงทำไม นักสำรวจหน้าใหม่ในนี้ก็มีแต่นายนั่นแหละ!

อ้อ คราวนี้เขาทักผมไม่ผิดแน่

“ครับ ผมรู้จักคุณเหรอ?”

ผมถามกลับอย่างไม่แน่ใจ

“ก็ไม่เชิงหรอก แต่เพื่อนนายคนที่ชอบไซเคิลคนนั้นไปไหนซะล่ะ?”

 

เมื่อเขาถอดหน้าการนิรภัยออก ผมก็พอจะจำได้ลาง ทหารผมทอง ตาสีฟ้า สวมเอียฮุคที่หู ท่าทางกรุ้มกริ่ม แถมยังถามหาทเวนแบบนี้ คงมีคนเดียวเท่านั้น คนที่ผมกับทเวนเจอตอนทำมิชชั่นแรกหน้ามิลิทารี่ ไม่อยากจะเชื่อว่าผ่านเวลามาขนาดนี้แล้ว เขายังจำผมได้อยู่อีก

“คือทเวนยังพักผ่อนอยู่ครับ”

“นายก็เลยมาสำรวจที่ทำงานในอนาคตงั้นสิ?”

เขายิ้มกว้างเดินเข้ามาหาผม ท่าทางใจดีเป็นกันเองแบบนี้ดูไม่เหมือนทหารนายอื่นๆเลยสักนิด

“มาสิ ฉันจะพาไปชม ระหว่างเดินออกจากที่นี่นะ หลงเข้ามาละสิท่า”

 

ผมยิ้มแก้เขิน แล้วเดินตามหลังเขาไป ท่าทางเขาจะอ่านผมออกหมดได้อย่างง่ายดาย แต่ก็คงเป็นอย่างนั้นละนะ คนที่ไม่เข้าพวกที่สุดในนี้ก็คือผม แถมยังทำหน้าตาเหมือนเด็กหลง ใครๆก็ต้องรู้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจเดินมาโผล่ที่นี่แน่ๆ

“ที่นี่เป็นโรงเก็บยานยนต์ภาคพื้นของกองทัพน่ะนะ แต่เท่าที่เห็นก็จะมียานยนต์เล็กๆขนาดไม่เกินสิบที่นั่ง พวกเคลื่อนที่เร็วน่ะ หน่วยของฉันเองก็ต้องเอาไซเคิลมาเก็บที่นี่ ดูแลรักษากันที่นี่ พวกทหารช่างจะประจำอู่ของทหาร นั่นไง ทางนั้นแหละอู่ทหาร นอกจากจะหนักหนาสาหัสจริงถึงจะขอความช่วยเหลือจากจอร์จี้ ส่วนด้านบนหันเราข้างนอกนั่นเป็นลานจอดอากาศยานของกองทัพ อ้อ นายรู้ไหมเนี่ยว่ามาเข้าทางด้านหลังของมิลิทารี่ พอออกจากส่วนลานจอดไปแล้ว เราก็จะเจอลานกว้างๆ และโรงฝึกของทหาร แล้วก็โรบอทเคสด้วย”

 

“โรบอทเคส มันคืออะไรครับ?”

ผมถามขึ้นด้วยความสนใจ แน่นอนว่าความสนใจของผมในตอนนี้อยู่ที่พวกโรบอทอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อผู้นำทางของผมพูดเข้าเรื่องมาเองแบบนี้ ก็ต้องรีบแสดงความสนใจให้เต็มที่เสียหน่อย

“อ๋อ ก็คล้ายๆโรงนอนของพวกทหารแหละ แต่โรบอทเคสจะเป็นเหมือนตู้นอนของพวกโรบอท จะมีอุปกรณ์จำเป็นอย่างที่ชาร์ตไฟ เซ็นเซอร์ตรวจสอบความเสียหายทางกายภาพและข้อมูลภายใน ถ้าเป็นความเสียหายเล็กน้อยก็สามารถซ่อนแซมในนั้นได้เลย แต่ถ้าความเสียหายขนาดหัวหลุดขาขาดก็ต้องส่งไปโรงงานซ่อมอย่างเดียวละนะ”

 

“อย่างนี้นี่เอง...”

ผมพึมพำกับตัวเอง ขนาดโรบอทยังมีห้องนอน แต่พวกนักสำรวจหน้าใหม่อย่างเรานี่มีแค่ที่พักนิรภัย กับบัตรพักฟรีในโรงแรมเท่านั้นเอง

“ดูท่าจะสนใจโรบอทอยู่นี่นา อยากมีคู่หูเป็นโรบอทมั่งรึไงล่ะนายน่ะ?”

“ม...ไม่ใช่ เอ๋ เมื่อกี้คุณบอกว่ามีคู่หูเป็นโรบอทหรือครับ?”

ผมรีบปฏิเสธแต่ก็เอะใจตรงคำว่าคู่หูโรบอท เลยลองเอ่ยปากถามไป

 

“ใช่ แต่มันนานแล้วล่ะ สมัยที่บุกเบิกเซคันด์เอิร์ธใหม่ๆนั่น โรบอทจำเป็นมาก เพราะพวกเรามีกันแค่หยับมือ แถมยังอ่อนแอเอามากๆ เมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่นี่ โรบอทน่ะเปรียบเหมือนแขนขา และผู้พิทักษ์ชั้นยอดของมนุษย์เลย แต่เดี๋ยวนี้พออะไรๆมันลงตัว เข้าที่เข้าทางมากขึ้น พวกโรบอทก็ถูกลดความสำคัญลง แต่ก็ยังมีส่วนสำคัญในหลายด้านอยู่นะ ถ้านายลองสังเกตดีๆ ก็จะเห็นว่ามีโรบอทอยู่ในทุกวงการเลย อย่างทางการทหารเนี่ยก็จะมีพวกโรบอทตัวใหญ่ๆ แข็งแรง ทนทาน เรี่ยวแรงมหาศาลกว่าพวกชานเดร่าสามเท่า เชื่อเถอะถ้าไม่มีโรบอททหารละก็ ป่านนี้พวกชานเดร่าก็ยังไม่ยอมมาเป็นพันธมิตรกับเราหรอก”

เขายังคงเล่าเรื่องเกี่ยวกับโรบอทให้ผมฟังอีกมากมาย ขณะที่เราเดินไปตามทางเพื่อออกจากลานจอดยานยนต์ของกองทัพ มันกว้างใหญ่มากจนน่าเหลือเชื่อ เราต้องใช้เวลาเดินราวสิบห้านาที ถึงจะมาถึงประตูทางออก ที่มียานยนต์ผ่านเข้าออกแทบจะตลอดเวลา

“นั่นไงลานกว้างๆที่ฉันบอก”

เมื่อพ้นประตูที่เปิดออก ก็พบกับลานกว้างอย่างที่เขาบอกไว้ มันกว้างมาก คงสักสองสามตารางกิโลเมตรเลยล่ะ รอบๆลานเป็นถนนความกว้างหกเลน ถัดจากถนนมีอาคารอยู่หลายหลัง มีทหารเดินไปมาเยอะแยะกว่าที่เห็นในเมืองหลายเท่า

“ตรงไปนู่นคือมิลิทารี่ เดินตัดตรงเข้าไปก็จะพบกับตัวเมืองเวิลด์แลนด์ซิตี้แล้วล่ะ”

“ขอบคุณมากครับ ว่าแต่คุณคือ...”

“ฮ่ะๆๆ คุยมาตั้งนาน ลืมแนะนำตัวซะอย่างนั้น ฉันคีอัส!

คีอัสหัวเราะร่วนเมื่อเห็นผมกระพริบตาปริบๆ เพราะไม่รู้ว่าจะเรียกเขาว่ายังไงดี

“ครับ ผมเซวิล ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

“ยินดีที่รู้จักเช่นกันเซวิล ฉันต้องไปล่ะ มีธุระด่วนกับเจ้าผู้บังคับบัญชาน่ะ โชคดีนะ”

“ครับ!

ผมตอบรับแล้วมองดูคีอัสเดินจากไป

“จริงสิต้องเอาบีบอทไปซ่อมนี่นา ไม่รู้ว่าคุณจอร์จี้จะช่วยได้ไหมนะ”

 

ผมเดินตัดตรงไปกลางลานเพื่อย่นระยะทางการเดินสู่ด้านหลังลองมิลิทารี่ อาคารแต่ละหลังเป็นทรงสี่เหลี่ยมสูงราวสี่ถึงห้าชั้น โครงสร้างดูมั่นคงแข็งแรง แต่ละอาคารมีหมายเลขและชื่อกำกับ อย่างโรงนอนหนึ่ง โรบอทเคส ที่นี่เรียกความสนใจผมได้เป็นอย่างดี ผมหยุดยืนดูด้านหน้าของโรบอทเคส ที่เปรียบได้กับสถานที่พักชาร์ตพลังงานให้กับพวกนั้น

 

โรบอททางการทหารแทบไม่มีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่เท่าไร ลกเว้นลักษณะทางกายภาพบางอย่าง เช่นการยืนด้วยสองขา และมีสองแขน ส่วนหัวและใบหน้านั้นถ้าไม่ถูกปกคลุมด้วยหมวกนิรภัยกับหน้ากากเรืองแสง ก็มีใบหน้าเป็นจอสีดำไปเลย ร่างกายก็มัหลายขนาดทั้งแบบปราดเปรียวแต่ก็ยังมีกล้ามเนื้อแบบผู้ชาย แบบสูงใหญ่แลดูมีกล้ามเนื้อ พวกนั้นคงมีเกราะที่แข็งมาก บางตนมีโล่ขนาดใหญ่พอกับความสูงตัวเองด้วย

“สอดแนมรึไง นี่มันความลับทางการทหารนะไอ้หนู”

“ห๊ะ ป...เปล่านะครับ!!!

ผมตกใจที่จู่ๆก็มีเสียงดุมาจากด้านหลัง เขามาได้เงียบเชียบอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่ก็เพราะตัวผมเองกำลังพุ่งสมาธิไปที่เหล่าโรบอทหน้าโรบอทเคสพวกนั้นด้วยละมั้ง

“ฮ่ะๆๆๆ ตกใจขนาดนั้นเชียว พวกมันน่าทึ่งใช่ไหมล่ะ โรบอทน่ะ”

“ครับ เท่มากๆ”

ผมตอบทั้งที่ยังงงๆ ชายคนนี้อายุไม่น่าจะต่ำกว่าสี่สิบ ตัวสูงกว่าผมเล็กน้อย สวมนาโนเลเธอร์และคลุมทับด้วยเสื้อคลุมยาวประดับยศ ดูท่าแล้วคงเป็นคนใหญ่คนโตในมิลิทารี่แน่

“พวกมันคือเกราะคุ้นกันอย่างดีให้กับพวกเราบนเซคันด์เอิร์ธ ถ้าไม่มีพวกโรบอทกำแพงเมืองคงไม่มีวันสร้างเสร็จ”

เขาพูดขณะเกาคางที่มีเคราครึ้ม แต่ถูกตัดแต่งอย่างดีจนดูไม่รกตา

“ว่าแต่นักสำรวจหน้าใหม่เข้ามาที่นี่ได้ยังไง มีมิชชั่นที่นี่อย่างนั้นรึ?”

“ป...เปล่าครับผมหลงเข้ามากำลังหาทางออก ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาล้วงความลับหรืออะไร...”

“งั้นรึ งั้นเธอก็ใกล้เจอแล้วล่ะทางออก”

เขาพูดพลางพยักเผยิดไปทางประตูเข้าสู่มิลิทารี่

“คือ ผมสงสัยอย่างหนึ่ง พอจะถามได้ไหมครับ?”

“อะไรรึเจ้าหนู?”

สายตาดูดุ ที่ราวกับจะอ่านความคิดของเราได้ทะลุปรุโปร่งของเขาทำให้ผมกลัวไม่น้อย แต่ก็อยากลองเสี่ยงถามดูสักหน่อย

“โรบอททางทหารนี่มีแต่ผู้ชายหรือครับ ผมไม่เห็นมีผู้หญิงเลย”

ดูเหมือนเขาจะอึ้งอยู่ในท่าเกาคางอยู่หนึ่งวินาที ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังจนผมยังตกใจ นี่คำถามของผมมันน่าขำขนาดนั้นเชียวหรือ เสียงหัวเราะของเขายังดึงดูดนายทหารแถวนั้นให้หันมามอง

“ฮ่ะๆๆๆ เธอนี่ตลกมากนะ โรบอทผู้ชายกับโรบอทผู้หญิงอย่างนั้นเหรอ โอยๆท้องฉันแข็งไปหมดแล้วให้ตายสิ!”

“ค...คอมมานเดอร์ซีนอกซ์ครับ เป็นอะไรรึเปล่า?”

ทหารนายหนึ่งที่อยู่แถวนั้นเดินเข้ามาถามด้วยความตกใจ

“ไม่หรอก ไม่เป็นไร แค่ไม่ได้ขำจนท้องแข็งอย่างนี้มานานแล้วเท่านั้นเองล่ะ”

เขายกมือโบกเบาๆให้ทหารนายนั้น ก่อนจะหันมาทางผมที่ก็ตกใจหน้าซีดเผือดไม่แพ้กัน ถ้าผมได้ยินไม่ผิด เมื่อกี้ทหารนายนั้นเรียกผู้ชายที่กำลังหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังนี่ว่า “คอมมานเดอร์ซีนอกซ์” สินะ

 

“ไอ้หนู ประเภทของโรบอทน่ะแบ่งได้หลายอย่างทั้งจากประโยชน์ในการใช้งาน แหล่งผลิตหรือรุ่นที่ผลิต และอย่างเพศที่เธอว่า แต่ไม่มีใครเรียกโรบอทผู้ชายหรือโรบอทผู้หญิงหรอกนะ จะมีก็แต่แอนดรอย์โรบอทที่เลียนแบบลักษณะกายภาพของผู้ชาย และจีนอยด์โรบอทที่เลียนแบบลักษณะทางกายภาพของผู้หญิง”

เขาตอบทั้งที่ยังกลั้นหัวเราะไม่ค่อยจะอยู่

“และ โรบอททางการทหารไม่มีจีนอยด์ ด้วยสรีระอันบอบบางนั่น จีนอยด์มักถูกใช้ในงานอย่างโรงแรม ร้านอาหาร หรืองานประเภทอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทหารทั้งหลายนั่นล่ะ”

“คอมมานเดอร์ซีนอกซ์ครับยานพาหนะพร้อมแล้วครับ”

“อ้อ งั้นก็ไปกัน และเจ้าหนูออกไปทำมิชชั่นของเธอซะ อย่าเที่ยวเดินเพ่นพ่านไปในสถานที่ที่ไม่เกี่ยวข้องอีกล่ะ”

“ครับ ของคุณที่กรุณาอธิบายให้ฟัง”

 

คอมมานเดอร์ซีนอกซ์ยิ้มมุมปากนิดหนึ่งก่อนเดินจากไป ผมเองก็ต้องไปแล้วเหมือนกัน ในเมือโรบอททางการทหารไม่มีจีนอย์รวมอยู่ด้วย ผมก็ไม่ต้องสืบหานิมพ์จากที่นี่อีก แม้จะตัดมิลิทารี่ออกไป แต่ก็ยังมีสถานที่อีกมากมายที่เป็นไปได้ว่านิมพ์จะอยู่ที่นั่น ทั้งดิแกรนด์โฮเตล ที่พนักงานแทบทั้งหมดเป็นโรบอท ภัตตาคารโรสแมรี่คิทเช่น พนักงานเสิร์ฟก็เป็นจีนอยด์ ในพื้นที่เพาะปลุกเองก็มีโรบอททั้งจีนอยด์และแอนดรอย์

 

“เฮ้อ ไม่รู้จะเริ่มต้นที่ไหนดีเลย ถ้าไปถามใครมากๆเข้าก็จะถูกสงสัยเอาอีก อย่างน้อยก็น่าจะบอกข้อมูลของนิมพ์ให้มากกว่านี้หน่อย ผมจะได้รู้ว่าควรมองหาโรบอทรุ่นไหนอยู่”

 

ผมเดินตัดผ่านมิลิทารี่ยูนิตเพื่อกลับเข้าไปในเมือง เพื่อไปยังอู่ของจอร์จี้ ให้เขาดูเจ้าบีบอทว่ามีทางซ่อมได้หรือไม่ ยังไงซะเรื่องการตามหานิมพ์ก็ดูเหมือนจะยากลำบากกว่ากันเยอะ แถมคงต้องใช้เวลานานในการหาข้อมูล นั่นเพราะผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับจีนอยด์ตนนี้เลย นอกจากชื่อของเธอเท่านั้น

 

แสงไฟในเมืองสว่างไสว ป้ายไฟ ป้ายบอกทาง ป้ายโฆษณาเป็นหน้าจอดิจิตัล เปลี่ยนภาพและข้อความได้ สีสันยามกลางคืนนั้นต่างจากกลางวันโดนสิ้นเชิง เรียกว่ามีชีวิตชีวายิ่งกว่า มีร้านอาหารเล็กๆ บาร์เบียร์ สถานบันเทิงหย่อนใจหลากหลายรูปแบบ แถมดูเหมือนผู้คนจะพลุกพล่านยิ่งกว่าเมื่อตอนกลางวันเสียอีก มีแก๊งซิ่ง กับยานยนต์ขนาดเล็กสองที่นั่งมุ่งตรงไปยังถนนสายหลัก ถนนสายนี้มีหลอดไฟบนพื้นแบบรันเวย์ ทอดยาวออกไปนอกเมือง ตรงประตูทางออกที่สี่ ด้านข้างของคอนสตรัคชั่น แอนด์ ลาบอเรอร์ ยูนิต หรือกองงานก่อสร้าง เป็นทางที่ผมไม่เคยใช้เข้าออกเมืองมาก่อนเลย

 

ผมก้มมองดูแผนที่ เพราะยังไม่ชินกับที่ทางในเมืองสักเท่าไร เพื่อจะเดินทางไปยังร้านดูแคนท์ของจอร์จี้ จากจุดที่ผมอยู่จนถึงร้านดูแคนท์ไม่ไกลกันเท่าไร ผมจึงเลือกเดินเพื่อชื่นชมบรรยากาศยามค่ำคืนของเวิลด์แลนด์ซิตี้ในยามค่ำคืนไปด้วย และแล้วผมก็ได้เห็น ที่เดินปะปนกับผู้คนอยู่นั่น โรบอททั้งจีนอยด์และแอนดรอยด์

               

เมืองเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่ง เมื่อมีทั้งผู้คนและโรบอทเดินเพ่นพ่านไปมา ดูคึกคัก แปลกตาในคราวเดียวกัน ผมตรงไปยังร้านดูแคนท์ เข้าไปยังด้านหลังร้านซึ่งมีออฟฟิศของคุณจอร์จี้ ไม่รู้ว่าเขาจะอยู่ไหม หรือจะว่างดูเจ้าบีบอทหมดสภาพของผมให้หรือเปล่า

                ก๊อกๆๆ

“คุณจอร์จี้ครับ คุณจอร์จี้อยู่ไหมครับ”

ผมลองเรียกดูตรงหน้าห้อง เพราะมันมีไฟเปิดอยู่ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับมาจากด้านใน

“เฮ้นี่เจ้าหนู มาหาคุณจอร์จี้อย่างนั้นหรือ เขาไม่อยู่หรอก เห็นว่าไปร้านเบนดิกส์น่ะ”

“โอ้ ขอบคุณมากครับ”

“ว่าแต่...

“ครับ?”

ผมกำลังจะเดินจากไป เพื่อตามหาคุณจอร์จี้ที่ร้านเบนดิกส์ แต่ชายคนนั้นกลับส่งเสียงเรียกไว้ ราวกับเขามีอะไรอยากจะถามผม

“นายมีธุระอะไรกับเขา ได้ยินว่าพวกนักสำรวจหน้าใหม่ทำมิชชั่นแรกกันไปเรียบร้อยหมดแล้วนี่”

“ครับ ผมไม่ได้มาเกี่ยวกับมิชชั่นหรอก พอดีบีบอทที่เขาให้ผมมาเป็นรางวัลมิชชั่นมันเกิดดับไป ผมเลยคิดว่าจะมาขอให้เขาช่วยดูให้น่ะครับ”

สีหน้าของเขาดูผ่อนคลายเมื่อได้ยินคำตอบของผม อย่างกับว่าความกังวลบางอย่างในใจของเขาหายไป เขายิ้มแล้วเดินเข้ามาหาผมด้วยท่าทางเป็นมิตรมากขึ้น

“เรื่องแค่นี้เอง ไหนส่งมาให้ฉันดูทีสิ”

“คุณซ่อมมันได้หรือครับ?”

ผมถามด้วยความดีใจ พลางหยิบบีบอทออกมาจากเป้หลัง แล้วส่งไหให้เขาดู

“อืม...วงจรไหม้ เพราะถูกบางอย่างทำลาย อะไรทำให้มันช๊อตจนวงจรไหม้ได้เนี่ย!”

เขาบนพึมพำขณะตรวจดูบีบอทของผม โดยการแงะด้านข้างลำตัวมันออกดูอย่างชำนาญ

“คือ... ออร์คแบทน่ะครับ คลื่นเสียงของมันรุนแรงมากเลย ตอนนี้ผมเองก็ยังหูอื้อๆอยู่เลย”

ผมตอบ เป็นความจริงที่ผมฟังเสียงคนรอบข้างได้ไม่ดีนัก แต่มันก็ยังชัดพอให้สื่อสารกันได้รู้เรื่อง

“ออร์คแบทเนี่ยนะ เจอกับมันแล้วยังไม่ตายถือว่านายสุดยอดแล้วล่ะ ว่าแต่ควรไปตรวจร่างกายซะหน่อยนะ หูนายเลือดออกแน่ะ”

“ห๊ะ!!”

ผมรีบจับหูตัวเองแล้วพบว่ามีเลือดเหนียวๆไหลอยู่ มิน่าผมถึงรู้สึกปวดหูตุบๆ

“มันซ่อมได้ไหมครับ ถึงบีบอทมันจะทำงานลาดตระเวนได้ไม่ดี แต่มันเป็นเนวิเกเตอร์ที่ดีทีเดียว”

ผมถามเมื่อเห็นชายคนนั้นเดินไปนั่งที่โต๊ะ และเตรียมอุปกรณ์มากมายเพื่อเตรียมจะซ่อมมัน

“อันที่จริง แค่เปลี่ยนแผงวงจรใหม่ก็ใช้ได้ น้อยคนนะที่จะชื่นชอบสิ่งประดิษฐ์แบบนี้ของพ่อน่ะ”

 

เขายิ้มพลางก้มลงแกะเอาชิ้นส่วนด้านนอกของบีบอทออก เพื่อเอาแผงวงจรที่ช๊อตเสียหายออกมาเปลี่ยนใหม่ คำตอบของเขาทำให้ผมต้องสะดุดใจ เพราะชายคนนี้เรียกคุณจอร์จี้ว่าพ่อ เขาเองก็ดูเหมือนเพิ่งจะรู้ตัว เพราะเขาชะงักมือจากการทำงาน เบิกตาโตด้วยความตกใจ ก่อนที่จะหันมามองหน้าผม

 

“หมายถึงฉันนับถือเขาแบบนั้นน่ะ ใครๆก็รู้ว่าลูกชายของจอร์จี้ตายไปตั้งยี่สิบปีแล้วบนเซคันด์เอิร์ธนี่ โลกใบนี้มันอยู่ยาก กับผู้ใหญ่อย่างเราๆยังแทบเอาชีวิตไม่รอด ไม่ต้องพูดถึงทารกแรกเกิดเลยล่ะ”

 

ผมรู้ว่าเขากำลังพูดกลบเกลื่อน แม้ว่าเขาจะพูดได้ลื่นไหลราวกับท่องไว้เป็นร้อยๆครั้ง แต่ท่าทางแตกตื่นที่พยายามเก็บซ่อนไว้ ก็ยังไม่รอดสายตาของผมไปอยู่ดี และไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม มันเป็นความลับที่เขาไม่อยากให้ใครมาล่วงรู้ เหมือนการมีอยู่ของแซม เบนดิกที่ไม่เป็นที่เปิดเผย เขาถูกซ่อนไว้ในบ้าน และกลัวว่าพ่อจะรู้เข้าว่าเขาเจอผมกับทเวน

 

“นั่นสิครับ ผมก็พอได้ยินมาบ้างผ่านๆหู”

ผมตอบโดยไม่คิดจะไปเซ้าซี้อะไรเขา ทำให้เขาหันมายิ้มให้ และเริ่มเปลี่ยนแผงวงจรให้เจ้าบีบอทของผม จะว่าไปถ้ามองชายตรงหน้าให้ดี เขาดูเด็กกว่าที่แสดงตัวต่อหน้าผมค่อนข้างมากทีเดียว ถ้าตัดผมยุ่งๆ โกนหนวดเครารกๆนั่นออก และเปลี่ยนการแต่งตัวเสียใหม่ เขาก็น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผมด้วยซ้ำ

“เรียบร้อย”

เขาพูดขึ้น เมื่อประกอบทุกอย่างเข้าที่เรียบร้อย และส่งคืนบีบอทที่ยังคงสงบนิ่งมาให้ผม

“นายต้องเปิดระบบของมันใหม่ สแกนลายนิ้วมือใหม่ เท่านี้ก็ใช้มันได้เหมือนเก่าแล้วล่ะ”

“ว้าว ขอบคุณมากนะครับ แต่คุณไม่คิดค่าซ่อมหรือครับ ไม่ก็ให้มิชชั่นผมทำตอบแทน”

“ไม่ล่ะ แค่นายไม่เอาเรื่องวันนี้ไปบอกใครก็พอรู้ไหมรางวัลมิชชั่นของจอร์จี้ก็คือบีบอทนี้ ถ้ามีคนทำพังแล้วมาขอให้ฉันซ่อมกันหมดคงแย่”

 

เขาตอบ พร้อมโบกมือปฏิเสธ ทำท่าทางเหมือนยุ่งยากใจ ถ้ามีใครมาขอให้เขาต้องซ่อมแซมอะไรให้อีก แต่ผมรู้ว่าความจริงแล้วสิ่งที่เขาอยากปิดบังคืออะไร ก็ตัวตนของเขาที่เผลอเปิดเผยออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจน่ะสิ ว่าเขาคือลูกของคุณจอร์จี้ ที่ไม่ควรมีใครรู้ว่ายังมีชีวิตอยู่

 

“ครับ แบบนั้นคงเหนื่อยแย่ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับน้ำใจนะครับ”

“ไม่เป็นไร ฉันไปล่ะ”

 

พูดจบเขาก็เดินจากไปในความมืด สิ่งที่ผมตระหนักได้อีกอย่างจากการที่เจ้าบีบอทเสียก็คือ เงิน ใช่แล้ว ผมไม่มีทางเดินไปขอความช่วยเหลือจากใครโดยปราศจางเงินได้ โดยเฉพาะการต้องเอาบางอย่างไปซ่อมแซม ปรับเปลี่ยน แก้ไข หรือกระทั่งซื้อของใหม่ๆมาใช้ ทุกอย่างต้องใช้เงินทั้งนั้น และผมไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองมียอดเงินสะสมอยู่เท่าไร และจะเอาเงินที่มีมาใช้ได้อย่างไร ทั้งสมุดบัญชี บัตรเครดิต ผมไม่มีมันในมือเลยสักอย่างเดียว

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #341 RoZenKreuZ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 02:10
    คือลองคิดดูดีๆ การจะตามหาใครสักคนที่ไม่มีเบาะแสอะไรเลยนอกจากชื่อนี่มันยากนา.. (ที่เรารู้สึกว่าง่ายเป็นเพราะเราอ่านทุกอย่างผ่านมุมมองของทุกคนในเรื่อง)
    ลองคิดว่าอยู่ๆ แม่เดินมาบอกว่า "ลูกต้องตามหาป้า ติ๊ดด ให้พบ" แล้วเดินจากไป .. โอเค นางเป็นป้าล่ะหนึ่ง ดังนั้นคือหญิงวัยกลางคนชื่อ ติ๊ดด .. แล้วนอกจากนั้นล่ะ? อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ หน้าตาเป็นยังไง เป็นใคร มีบทบาทหน้าที่อาชีพอะไร ไม่รู้สักอย่าง (แต่สมมุติว่าเคยสบตากับป้าแกครั้งหนึ่งที่ป้ายรถเมล์แถวบ้าน ซึ่งเป็นช่วงเวลาไม่ถึงสองวินาทีและไม่รู้ว่านางเป็นใครด้วย)
    ใครมันจะไปนึกถึงจีนอยในไร่ข้าวโพดที่สบตากันสองวิได้เนอะ... อืม..
    #341
    0
  2. #312 ฝนธารา (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 17:27
    ปริศนาๆ
    #312
    0
  3. #225 kimurakung (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 14:15
    เซคคันเอิร์ท ดูจะมีความลับมากมายซุกซ่อนอยู่นะ
    #225
    0
  4. #209 piwut (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 21:26
    Good!!!
    #209
    1
    • #209-1 qxlotus(จากตอนที่ 23)
      22 ตุลาคม 2561 / 19:18
      จริง ๆ

      ตามมาจากหนัฃสือเล่มที่สอง ต่อให้คนเขียนบอกว่ามีลงไว้ต่อในเด็กดี

      แต่เรากลับเลือกที่จะรอให้ออกมาเป็นหนังสือ มาปีกว่าได้ละมั้ง ทุกครั้งที่หยิบหนัฃสือเล่มที่สอฃออกมา ก็ออยากอ่านต่อตลอด จนยอมมาหาอ่านในนี้
      #209-1
  5. #208 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 16:55
    อย่าลืมมาอับต่ออีกนะ
    #208
    0
  6. #203 NERO007 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 12:55
    รออยู่นะคะ รออยู่ 
    #203
    0
  7. #202 my-kimberly (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 เมษายน 2558 / 16:11
    กำลัวสนุกเลย... มาต่อไวๆนะคะ
    #202
    0
  8. #199 piwut (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 เมษายน 2558 / 00:44
    ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ต้องมีพระเจ้า .... เงินตรา ..... อยู่กับท่าน
    #199
    0