THE GALAXIA

ตอนที่ 22 : Gynoid in the City

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,098
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    24 เม.ย. 58




2

 

การเดินทางกลับสู่เวิลด์แลนด์ซิตี้ ผ่านไปไวราวกับพายุ เพราะผมมัวแต่จมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง จนกระทั่งเห็นรั้วไฟฟ้าของเมืองอยู่ไกลๆ ผมจึงต้องสั่งให้แบล็กไนท์หยุดเดิน ตอนแรกผมเรียกมันมาด้วยนกหวีด ตอนนี้ผมจะให้มันจากไปยังไงดี ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ที่ผมจะพามันเดินเข้าเมืองไปด้วยทั้งอย่างนี้ เนนีร่าบอกแล้วว่าไม่มีมนุษย์คนไหนได้เป็นมอนสเตอร์ไรเดอร์ อีกอย่างแบล็กไนท์คงโดนถล่มยิง กลายเป็นซากศพก่อนที่ผมจะทันได้อธิบายอะไรแน่

 

แต่ตอนนี้ผมอยู่ในโลกของข้อมูล แบล็กไนท์เป็นข้อมูลเหมือนกันกับผม การแอบซ่อนข้อมูลน่าจะทำได้ง่ายกว่าการแอบตัวจริงของเจ้าแบล็กไนท์ตั้งเยอะ ดังนั้นผมจึงเปิดโปรแกรมมอนสเตอร์ไรเดอร์ เพื่อหาดูว่า นอกจากจะมีชุดคำสั่งในการคอนโทรลมอนสเตอร์ ยังมีหน้าจอพิเศษ พอกดเข้าไปจะมีรูปคล้ายกรงสัตว์ ใกล้ๆมีเมนูอย่าง เปลี่ยนฉาก ให้อาหาร อาบน้ำ เล่น อย่างกับเกมเลี้ยงสัตว์ ทำให้ผมพอจะรู้แล้วว่าต้องทำยังไง แค่หาคำสั่งเพื่อให้แบล็กไนท์เข้ามาอยู่ในคอมเจ็นให้ได้ก็พอ

“อืม อ้อเจอแล้ว!

ผมเลื่อนหาดูอยู่สักพักก็เจอคำสั่งที่ต้องการ ผมจึงหันไปหาแบล็กไนท์ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะออกคำสั่ง

Revoke Blacknight

ร่างของมันก็ค่อยๆจางลงและหายไป พอยกคอมเจ็นขึ้นดูก็พบว่า แบล็กไนท์กำลังนอนพักอยู่ในกรงอย่างสบายใจ

“เฮ่เพื่อน”

ผมลองเรียกมันดู ปรากฏว่าแบล็กไนท์กระดิกหู และผงกหัวขึ้นมองผม ก่อนจะหันหลับไปนอนอย่างเดิม

 

เมื่อแบล็กไนท์ถูกเก็บเรียบร้อย พร้อมด้วยน้ำและอาหารในรูปแบบข้อมูลแล้ว ผมก็สลับมาใช้เซิฟเวอร์หลัก และออกเดินเลียบรั้วไฟฟ้าไป เพื่อหาทางเข้าเมืองที่ใกล้ที่สุด บริเวณนี้ค่อนข้างเงียบ พวกมอนสเตอร์คงรู้ฤทธิ์ของรั้วไฟฟ้านี่แล้ว จึงไม่มีพวกมันตัวไหนเฉียดเข้ามาใกล้เลย ถือเป็นพื้นที่ปลอดภัยได้อีกที่หนึ่งทีเดียว เจ้าบีบอบินไปมาอยู่ด้านบน ท่าทางจะตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร ที่จริงผมไม่คิดจะพึ่งพามันสักเท่าไรแล้ว เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา บีบอทเก่งเรื่องนาวิกที่สุดแล้ว เรื่องแสกนพื้นที่ตรวจหาสิ่งผิดปกตินี่ ถ้าไม่เอ่ยปากสั่ง มันก็แทบไม่ทำงานด้านนั้นเลย ผมว่ามันคงชอบงานนำทางมากกว่างานข่าวกรองละนะ

“มอนสเตอร์คลาส ดี ในระยะโจมตี! มอนสเตอร์คลาส ดี ในระยะโจมตี!

“อะไรนะ!!

ผมตกใจคว้าปืนมาถือไว้อย่างรวดเร็ว เพราะการร้องเตือนอย่างกะทันหันของบีบอท ทว่ารอบตัวกลับยังคงไม่ปรากฏเงาของสิ่งมีชีวิตใดๆ ทุกอย่างยังดูเงียบสงบดีเหมือนตอนก่อนหน้า ผมผ่อนคลายความตึงเครียดลง พร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

“บีบอท นี่แกอย่างรายงานมั่ว...

 

พรึบ!

เสียงของผมที่หมายจะตำหนิบีบอทขาดหายไปเพียงเท่านั้น เพราะอยู่ดีๆก็มีเสียงบางสิ่งดังขึ้น พร้อมกับเงาดำมืดที่ทอดทับลงมาบนพื้น มันใหญ่มากเสียจนผมยังต้องตกตะลึง เมื่อเงยหน้ามองก็พบกับปีกหนังขนาดมหึมา ข้างหนึ่งกว้างไม่ต่ำกว่าสามเมตรที่ปลายปีกทั้งสองข้างมีบางสิ่งที่ดูคล้ายกรงเล็บยื่นออกมา ลำตัวของมันใหญ่โตโดยเฉพาะช่วงบน ส่วนลำตัวช่วงล่างเล็กแคบลงมา ส่วนหัวดูคล้ายหมาป่าแต่ช่วงปากสั้นกว่ากันมาก มีใบหูใหญ่โตตั้งตรง มันส่งเสียงคำรามดังแหลม คล้ายเสียงหวีดของวิทยุ ที่ทำให้ผมต้องยกมืออุดหูร่างทรุดลงอย่างอ่อนแรง ส่วนบีบอทนั้นเหมือนจะถูกคลื่นรบกวนจากคลื่นเสียงนั้น ทำให้มันร่วงหล่นลงมาบนพื้น และไร้การตอบสนองไปในทันที

 

“น...นั่นมันตัวอะไรกัน!!

ผมพยายามอุดหูเพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงแหลมบาดหูนั้น แต่มันก็ดังเกินกว่าที่มือของผมจะบดบังเสียงนั้นได้หมด เจ้าตัวนั้นบินโฉบไปมา แต่ไม่กล้าเข้ามาใกล้ เพราะกลัวรั้วไฟฟ้าแรงสูงนี้ ผมพยายามคลานเข้าไปให้ใกล้กับรั้วไฟฟ้าให้ทากที่สุด เพราะรู้ว่ามันคือทางรอดเดียวของผมในตอนนี้

 

ตุบ!

เสียงกระพือปีก เสียงหวีดร้องแหลมเสียดหูหายไป แต่กลับมีเสียงราวของหนักบางสิ่งหล่นลงบนพื้น ผมค่อยๆหันไปมองอย่างหวาดระแวง และพบว่ามันทำอย่างที่ผมนึกกลัวอยู่จริงๆ

“จ...เจดา รายงานข้อมูลเจ้านั่นมาที...”

ผมยื่นคอมเจ็นไปทางเจ้าหมาป่าบินได้ ที่ดูเหมือนคาหลังจะเล็กผิดสัดส่วนนั่น เพื่อจะได้รู้ชื่อและคลาสของมัน

“ออร์คแบท คลาสดี คะแนนสังหาร 174 แต้ม”

“มันเล่นเดินเข้ามาแบบนี้ รั้วไฟฟ้าก็ไม่มีผลอะไรน่ะสิ!

ผมบ่น พยายามถอยไปให้ใกล้กับรั้วไฟฟ้าให้มากเท่าที่จะทำได้ เพราะถึงยังไงมันก็เป็นอันตรายกับผมด้วยเหมือนกัน

“อ๊ากก!!

มันส่งเสียงร้องเสียดหูนั้นใส่ผมอีกครั้ง ในระยะที่ใกล้กว่าคราวที่แล้วมาก ผมร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด มีเสียงดังขึ้นในหูของผมก่อนที่จะมีเลือดไหลออกมา เลือดสดๆสีแดงฉานที่กระตุ้นให้เจ้าตัวตรงหน้าผม ยิ่งแสดงท่าทีดุร้ายมากขึ้นไปอีก

 

ตอนนี้หูของผมมีแต่เสียงวิ้งๆ ตาก็พร่ามัวจนมองอะไรแทบไม่รู้เรื่อง แต่ยังรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบนพื้นที่กำลังใกล้เข้ามา ตอนนี้ผมกลายเป็นเด็กทารกที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อยู่คำเดียวลำพังกับสัตว์ร้ายกระหายเลือด ที่หวังจะเขมือบผมเป็นมื้อดึก

 

“ถ้าทำให้มันหยุดส่งเสียงสิบแปดหลอดนั่นได้ละก็...”

ผมนึกอะไรได้บางอย่าง บางสิ่งที่ผมมีติดตัวมาแต่ยังไม่เคยได้ใช้ บางสิ่งที่คนให้บอกว่าจะช่วยผมได้มากในยามลำบาก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์คลาสสูงๆ ให้ใช้มันในยามจวนตัวเพื่อเอาตัวรอด ผมรีบดึงเป้หลังออกมา รีบเปิดซิปควานหาสิ่งที่ต้องการ

“ไหนกัน อยู่ไหนกันนะ เร็วๆสิ แกไปแอบอยู่ที่ไหน!!

ผมรีบร้อนลนลาน เพราะออร์คแบทมันใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้ว แถมตรงนี้ก็ยังค่อนข้างมืด ทำให้หายากขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีก

“บ้าเอ๊ย!!

ผมได้ยินเสียงหายใจดังๆ กับลมร้อนๆมีกลิ่นสาปสาง มันใกล้เข้ามาแล้ว ใกล้มากเสียจนจะคว้าร่างผมได้ในครั้งถัดไป

“เจอแล้ว อ๊ะ!!

ร่างของผมถูกยกลอยสูงขึ้นไปในอากาศอย่างกะทันหัน เป้หลังหลุดมือร่วงหล่นลงไปบนพื้นๆทั้งที่ยังคงเปิดอ้าอยู่อย่างนั้น ดวงตาเจ้าสัตว์ร้ายอยู่ในระนาบเดียวกับในหน้าผม มันใหญ่โตแล้มีแววดุดัน มันมองผมราวกับแมลงตัวหนึ่งที่น่าอร่อย แต่วันนี้ไม่ใช่วันของมัน ไม่มีทางที่มันจะได้กินผมในวันนี้แน่

ฟู้ดดดด!!

“อั่ก...”

 

ผมฉีดสเปรย์ดอกคูร่าใส่ดวงตาและปากที่กำลังอ้ากว้างของมัน ฉีดค้างไว้อย่างนั้นเพื่อให้สเปรย์เข้าไปในปากของมันให้มากที่สุด แต่ตัวผมเองก็ต้องปิดปากปิดจมูก หลับตาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องโดนลูกหลงของสเปรย์ดอกคูร่า ที่มีฤทธิ์แสบร้อนยิ่งกว่าสเปรย์พริกไทยเป็นร้อยๆเท่า

 

เพราะการที่หลับตาไว้ ผมจึงไม่รู้ว่าตัวเองถูกเหวี่ยงขึ้นไปสูงแค่ไหน และตกลงมากระแทกพื้นในท่าใด รู้แต่มันเจ็บปวดราวกับกระดูกทั้งร่างจะแหลกยับไปซะแล้ว ผมลืมตา มองดูผลงานตัวเองทั้งที่ยังนอนอยู่ในท่าที่ตกลงมา ออร์คแบทกลิ้งตัวไปมาบนพื้นด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่มีเสียงร้องแผดดังออกมาจากปากของมันซักแอะ นั่นคงเพราะเส้นเสียงของมันได้รับความเสียหายจากสเปรย์ดอกคูร่าไปแล้วแน่ๆ

 

“อึ่ก... เจ็บชะมัด”

ผมพยุงตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ทั้งที่คิดว่าจะต้องมีกระดูกหักสักสองสามท่อนแน่ๆ แต่ผมก็กลับยังเดินได้ ยกแขน ยกขา หายใจได้ปกติ ไม่รู้สึกเจ็บปวดมากมายอะไร ผมมองดูมัน ออร์คแบทที่กำลังดิ้นพล่านอยู่บนพื้น ตาก็บอด ส่งเสียงร้องโจมตีใส่ผมก็ไม่ได้อีกแล้ว

 

ตุบ

ผมโนขวดสเปรย์ดอกคูร่าไว้ใกล้ๆกับบีบอทที่เครื่องดับ แล้วคว้าเชนกันออกมาถือไว้ สูดหายใจลึกๆทีหนึ่งก่อนจะวิ่งไปด้านหน้า ตอนนี้ผมตัวคนเดียว ไม่มีบีบอท ไม่มีทเวน ไม่มีเนนีร่า ไม่มีเจ้าแบล็กไนท์ แต่ผมก็ยังรู้สึกถึงความกล้าในตัวเอง แม้จะไม่ใช่การเผชิญหน้าอย่างซื่อตรง แต่ผมก็ทำได้ดีที่สุดแล้วในตอนนี้เพื่อเอาชีวิตรอด และโบนัสจากการรอดชีวิตของผม ก็คือแต้มจากการสังหารออร์คแบทตัวนั้น

 

ปังๆๆๆๆๆๆ

ผมวิ่งไปรอบศีรษะของมัน และรัวกระสุนใส่ไม่ยั้ง ด้วยอัตราความเร็วในการยิงของเชนกัน การเหนี่ยวไกครั้งหนึ่งจะได้กระสุนแบบดับเบิ้ล ผมไม่ต้องห่วงเรื่องจังหวะหรือความแม่นยำ เพราะหัวของมันใหญ่โตจนไม่ต้องเล็งให้เมื่อย

 

“ย้ากกกก!!!

ผมร้องตะโกนพร้อมกับรัวยิงราวกับคนบ้า ในใจผมเต็มไปด้วยความกลัว ตื่นเต้น สะใจ ผมกันอัดแน่นอยู่ข้างในจนต้องหาทางระบายมันออกมาด้วยการตะโกน

 

ร่างของออร์คแบทดิ้นพล่าน มันพยายามตะกุยกรงเล็บที่ติดอยู่กับปลายปีกโจมตีผม แต่ตาของมันบอดไปแล้วเพราะสเปรย์ดอกคูร่า ผมต้องกระโดดถอยหลังหนีการโจมตีของมัน แต่ก็ยังไม่หยุดรัวกระสุนใส่ จนกระทั้งมีเสียงเตือนว่าเซลล์พลังงานใกล้จะหมด หมายถึงถ้ามันไม่ยอมตายสักที ผมก็คงต้องเปลี่ยนอาวุธมาใช้ปืนพกแบบธรรมดา และถ้าปืนพกแบบธรรมดาก็ยังพามันลงนรกไม่ได้ ผมก็คงต้องยอมแพ้และโกยหน้าตั้ง

 

แต่แล้ว ทุกอย่างก็สงบลง ปืนของผมใช้เซลล์พลังงานจนหมด ไม่สามารถสาดกระสุนใส่ร่างของออร์คแบทได้อีกต่อไป เช่นเดียวกับออร์คแบทที่นอนแน่นิ่ง ส่วนหัวโดนกระสุนเจาะเป็นรูพรุน จนดูแทบไม่รู้เรื่องว่าหน้าตาตอนก่อนโดนยิงของมันเป็นยังไง

“สังหารออร์คแบท คลาสดี รับ 174 แต้ม”

คอมเจ็นแจ้ง

“เฮ้อ...”

ผมถอนหายใจยาวด้วยความโล่งใจ ก้มลงแตะเงินที่ตกลงมาจากการสังหารออร์คแบท ซึ่งจะหายไปทันทีที่สัมผัสกับนิ้วมือ จากนั้นก็ตามเก็บเป้หลัง บีบอท และสเปรย์ดอกคูร่า ตอนนี้ผมเจ็บไปทั้งตัว เชื่อสิว่ามันต้องมีรอยช้ำขึ้นมาในอีกสองสามชั่วโมงหลังจากนี้แน่

 

ผมอยากจะเดินช้าๆ เท่ๆ รู้ไหม ก็เพราะผมพึ่งสังหารมอนสเตอร์คลาสดีได้ด้วยตัวคนเดียวนี่นา ใครมันจะไม่ภูมิใจล่ะ แต่ก็อีกนั่นแหละผมอยู่คนเดียว ได้รับบาดเจ็บ ในที่ที่ไม่มีความปลอดภัยเอาซะเลย แค่เสียงคำรามของมอนสเตอร์สักตัวที่ผมมองไม่เห็น ก็ทำผมโกยหน้าตั้งอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์ตัวเองแล้ว!

“เฮ้นาย นักสำรวจหน้าใหม่ใช่ไหมนั่น”

มีเสียงดังมาจากด้านในของรั้ว คงเป็นพวกทหารหน่วยลาดตระเวน ถึงจะมีรั้วไฟฟ้าแรงสูงแต่พวกเขาก็ยังต้องลาดตระเวน ตรวจความเรียบร้อยของรั้วอยู่ดี

“ค...ครับ ผมเป็นนักสำรวจหน้าใหม่”

ผมรีบตอบเพราะพวกเขาจ่อปืนมาที่ผม เมื่อได้ยินคำตอบ พวกหน่วยลาดตระเวนก็ลดปืนลงแล้วเดินเข้ามาใกล้พอที่จะไม่ได้รับอันตรายจากรั้วไฟฟ้าแรงสูงนั้น

“ใจกล้าจังนะ แกมาเที่ยวนอกเมืองตอนกลางคืนแบบนี้”

ทหารคนหนึ่งที่ใส่เกราะเต็มยศ ราวกับหุ่นรบแห่งอนาคตพูดเสียงเข้ม

“ไม่เอาน่า ใครก็รู้ว่าพวกนักสำรวจหน้าใหม่เป็นแค่ชุดข้อมูล ที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงบนเซคันด์เอิร์ธ พวกนั้นออกไปข้างนอกอย่างมากก็แค่ได้รับความเสียหายทางสมองนิดๆหน่อยๆ กับสภาพจิตใจที่ต้องเผชิญความตายอย่างเจ็บปวดทรมานก็เท่านั้น”

 

ทหารในหน่วยลาดตระเวนอีกคนที่ตัวเล็กกว่าพูด ตอนแรกก็ดูเหมือนเขาอยากจะช่วยปกป้องผม แต่เอาเข้าจริงคนที่จะเป็นห่วงชุดข้อมูลอย่างพวกเรานักสำรวจหน้าใหม่ ดูจะเป็นคนที่ท่าทางดุดันคนแรกมากกว่า

 

“แค่สมองเสียหายเพียงเล็กน้อยก็ร้ายแรงพอที่จะทำให้พวกเขาไม่พร้อมกับเซคันด์เอิร์ธ เอาล่ะเจ้าหนุ่มเดินตามฉันมา!

ชายคนเดิมยังคงพูดเสียงดุ ในขณะที่เพื่อนของเขาก็แค่ยิ้มเยาะ ผมเดินเลียบรั้วไฟฟ้าตามที่ชายคนนั้นบอกไปเรื่อยๆ โดยมีทีมหน่วยลาดตระเวนตามมาไม่ห่าง

 

“เอาล่ะยืนรอตรงนั้น”

เขาสั่ง ผมจึงยืนรอ และมองดูเขาเดินมาใกล้กับรั้วมากขึ้น และหายไปราวกับแนวรั้วด้านในนั้นมีระดับต่ำกว่าด้านนอกนี้มา สักพักผมก็ได้ยินเสียงประหลาด จากนั้นพื้นดินตรงหน้าผมก็เปิดออก ใช่ มันเปิดออกราวกับเป็นประตู และชายคนนั้นกับพวกก็เดินออกมา

 

“มาสิ ข้างนอกนั่นอันตราย ถึงจะเป็นแค่ชุดข้อมูลก็เถอะ แต่ระบบจดจำความเจ็บปวดขณะตายนั่น มันจะทำให้นายทรมานไปหลายวันทีเดียว เชื่อเหอะการเป็นคนมันก็แค่เจ็บครั้งเดียวตายครั้งเดียว แต่เป็นชุดข้อมูลอย่างนายที่ตายได้ซ้ำๆ เจ็บปวดทรมานได้ไม่รู้จบ มันไม่สนุกเท่าไรหรอกว่าไหม?”

 

“ค...ครับ”

ผมรีบเดินเข้าไปหาเขา และตามเขาผ่านประตูลับนั่นไปโผล่อีกด้านของรั้วไฟฟ้า ระหว่างเดินลอดใต้กำแพงรั้วไฟฟ้าไป ทำให้ผมได้รู้ว่า ฐานด้านล่างของรั้วไฟฟ้านั้นสร้างจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน มีขนาดกว้างใหญ่หลายสิบเมตร และเป็นอย่างที่ผมคิดคือ พื้นด้านในของรั้วไฟฟ้านั้นต่ำกว่าพื้นด้านนอกอยู่ราวสามเมตร

 

“เฮ้ เจ้าหนุ่ม รีบกลับเข้าตัวเมืองไปซะ เดินตามทางนี้ไปเรื่อยๆ ราวห้ากิโลเมตรก็ถึงแล้ว”

ทหารนายนั้นบอกกับผม จากนั้นเขากับเพื่อนๆในหน่วยลาดตระเวนก็ออกเดินทางกันต่อ โดยไม่คิดจะสนใจผมอีกต่อไป

“รั้วไฟฟ้านี่ไม่มีกล้องสินะ ถึงต้องอาศัยหน่วยลาดตระเวนคอยตรวจตรา”

ผมรู้เพราะการต่อสู้ของผมกับออร์คแบทค่อนข้างรุนแรง อย่างน้อยๆเสียงของมันก็น่าจะทำให้พวกหน่วยลาดตระเวน พากันมุ่งหน้ามายังที่เกิดเหตุได้ แต่เพราะหนึ่งผมกับเจ้าออร์คแบทเป็นแค่ชุดข้อมูล ในความเป็นจริงบนเซคันด์เอิร์ธ รั้วไฟฟ้าไม่มีตัวอะไรเข้ามาจู่โจมทั้งสิ้น

 

ไม่รู้ว่าผู้คนบนเซคันด์เอิร์ธรองรับความสับสนนี้ยังไง การจะแยกแยะระหว่างคนจริงๆ มอนสเตอร์ตัวจริง กับข้อมูลที่วิ่งไปมาร่วมกับพวกเขา อย่างน้อยๆพวกเขาก็รู้ว่าผมเป็นเพียงชุดข้อมูลจากการแต่งกาย... เดี๋ยวนะ แสดงว่าตัวตนของผมบนเซคันด์เอิร์ธคงชัดมาก พอๆกับมนุษย์มีตัวมีตนบนนั้น เนนีร่าถึงพูดเรื่องพรางตัว แบบนี้ถ้าผมเปลี่ยนเกราะ เปลี่ยนการแต่งกายซะใหม่ พวกเขาอาจแยกความแตกต่างไม่ออก นอกเสียจากว่าจะขอตรวจสอบดูเท่านั้น

“หึ ทุกเทคโนโลยีย่อมมีจุดบอดสินะ”

ผมยิ้มให้กับตัวเอง พลางเดินอย่างสบายใจไปตามทาง อย่างน้อยๆตอนนี้ก็ปลอดภัยพอจะเดินทอดน่องสบายๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกมอนสเตอร์โจมตี รึเปล่านะ ก็มอนสเตอร์บินได้อย่างออร์คแบท สามารถบินข้ามรั้วไฟฟ้าไปบุกเมืองได้สบายๆเลยนี่นา

“อ๊ะ!!

ตุบ!

“อูยยย อะไรกันเนี่ย เราเผลอเดินออกมานอกเส้นทางงั้นเหรอ แล้วนี่มันก้อนหินรึอะไร รูปร่างแปลกๆ”

วืด

ครืด

“ล๊อกเป้าหมาย!

คอมเจ็นของผมกระพริบสีแดงรัวๆ เมื่อเจ้าสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นก้อนหินนั้นเปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ถูกซ่อนอยู่ ซึ่งเลื่อนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มันดูคล้ายฐานยิงปืนกลขนาดใหญ่ ที่มีลำกล้องยาวคล้ายปืนใหญ่ ด้านบนเหนือฐานและลำกล้อง มเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว กับกล้องสอดแนมติดอยู่ด้วย

 

“ย...อย่ายิงนะครับ!

ผมรีบตะโกนบอก แม้ไม่รู้ว่าจะมีใครควบคุมฐานปืนนี้อยู่หรือเปล่า

“ยกเลิกการล๊อกเป้าหมาย!

ผ่านไปครู่หนึ่ง ผมจึงได้ยินคำสั่งยกเลิกการล๊อกเป้าหมาย เป็นเสียงสังเคราะห์เหมือนเดิม ทำให้รู้ว่าฐานยิงปืนนี้ไม่ได้มีมนุษย์ควบคุม โชคยังดีที่เอไอตรงฐานปืนยังรู้จักวิเคราะห์แยกแยะ ความแตกต่างระหว่างมนุษย์และมอนสเตอร์ได้ด้วย ไม่อย่างนั้นด้วยขนาดลำกล้องปืน บวกกับถูกยิงระยะประชิดแบบนี้ รับรองผมได้กลายเป็นกองเลือดภายในนัดเดียวแน่

 

ครืดดด

ฐานปืนเลื่อนลงไปเป็นก้อนหินประหลาดอย่างเดิม ผมขยับถอยห่างออกมาทั้งอย่างนั้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนบนทางเดิน พร้อมทั้งถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“เกือบไปแล้วไหมล่ะ บนเซคันด์เอิร์ธนี่เดินใจลอยไม่ได้เลยจริงๆ”

 

คราวนี้ผมต้องเดินมองทางดีๆ เพราะแม้จะมีดวงไปส่องสว่างตามแนวทางเดินคล้ายรันเวย์ แต่มันก็ไม่ได้สว่างมากพอจะทำให้เห็นภูมิประเทศรอบตัวได้สักเท่าไร บางทีอาจเพราะจะทำให้เราตกเป็นเป้าโจมตี หรือไม่ก็เป็นการเรียกร้องความสนใจจากมอนสเตอร์ข้างนอกนั่นจนเกินไป

 

กลางคืนยังอีกยาวนานบนเซคันด์เอิร์ธ แถมการออกนอกเมืองยามนี้ยังดูเหมือนจะอันตรายสำหรับมือใหม่เอาการ แต่ผมมีบางอย่างให้ต้องทำแก้เบื่อ ตอนอยู่ในเมืองแล้ว ไม่ว่ายังไงคืนนี้ผมก็พลิกเมืองตามหาจีนอยด์ตนนั้นให้เจอ จีนอยด์ที่ชื่อว่านิมพ์ ผู้กุมความลับที่ผมควรจะรู้เอาไว้ในมือ และกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในเมือง

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #340 RoZenKreuZ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 01:49
    ออร์คแบท.. 
    คงจะหน้าตาอุบาท-ว์น่าดูนะนั่น 555
    #340
    0
  2. #311 ฝนธารา (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 17:13
    สนุกดีจ้า
    #311
    0
  3. #291 sint (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 08:25
    อ่านไปๆๆๆ พระเอก อ่อนจัง ใช้อะรไม่เป็นเลย แล้วไม่ยอมศึกษาหรือฝึกฝนก่อนใช้ จะไปรอดหรือเปล่า มีค่ายทหารให้ฝึกทำไมไม่ยอมไป อ่านไปๆๆก็อ่อนใจๆๆๆๆ
    #291
    0
  4. #224 kimurakung (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 14:08
    จีนอยด์ตัวนั้นไง ที่มองศวิลอยู่บ่อยๆ ตรงฟาร์มอะ
    #224
    0
  5. #207 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 16:08
    เมื่อออออออออออออออไรจะหาตัวจีนอยด์เจอ
    #207
    0
  6. #198 piwut (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2558 / 00:33
    เขาเรียกว่า คนฉลาด แต่ขาดความเฉลียว ที่ไม่คิดถึง จีนอยด์ ที่เคยเจอ
    #198
    0