THE GALAXIA

ตอนที่ 2 : URIEL

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,514
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    24 ต.ค. 57




 

 

ยานอพยพลำใหญ่เบื้องหน้านั้นช่างใหญ่โต แม้จะยังอยู่ห่างไปหลายกิโลเมตร แต่ก็ยังมองเห็นชัดว่ามันใหญ่โตแค่ไหน ไม่เพียง ช่องตรงกลางลำตัวยานอพยพเปิดออก เพื่อให้ยานลำเลียงที่ขนผู้อพยพจากบนโลกเข้าจอดเทียบ ข้างในนั้นดูใหญ่โต และดูราวกับได้หลุดเข้าไปในหนังไซไฟอย่างแท้จริง ผมแทบจะลืมความเศร้าที่ต้องสูญเสียน้าเจดาไป เมื่อได้เห็นความยิ่งใหญ่อลังการภายในอูริเอล สัญญาณไฟกระพริบสีเขียวตรงท่าเทียบ ทำให้รู้ว่าท่าเทียบยานนั้นยังคงว่าง และสามารถนำยานลงจดยังท่าเทียบยานนั้นได้ เมื่อประตูยานลำเลียงและประตูเข้าสู่ตัวยานอพยพประกบกันแนบสนิท และเสียงเครื่องยนต์เงียบลง ผมและคนอื่นๆก็ถูกพาเดินผ่านประตูเข้าสู่อูริเอล

 

หลายคนมีสัมภาระส่วนตัวพกติดมาด้วย แต่สำหรับผมมันกะทันหันเกินกว่า จะเข้าไปหยิบเป้ของตัวเองได้ทัน ผมมายังอูริเอลแบบที่เรียกได้ว่าตัวเปล่าของจริง จะมีก็แต่กระเป๋าเงินแบนๆที่พกติดตัวมาด้วยเท่านั้น ในนี้เป็นห้องกว้างๆที่เต็มไปด้วยผู้คน และยานพาหนะแปลกตามากมาย พวกเราถูกจัดให้เดินเป็นแถวมุ่งสู่ประตูบานใหญ่ที่อยู่ห่างไปเบื้องหน้า บานประตูขนาดใหญ่มีตัวอักษรกำกับ “Sector Zero

 

สีหน้าผู้คนที่กำลังมองสิ่งต่างๆรอบตัวมีหลากหลาย แต่ส่วนใหญ่ก็เหมือนๆกัน คือกำลังตื่นเต้นแบบสุดๆอยู่ ผมเองก็ยอมรับว่านี่มันสุดยอดของจินตนาการ ที่ได้ขึ้นมาอยู่บนยานอวกาศลำยักษ์ เห็นวิทยาการทางการทหาร และวิศวกรรมระดับสุดยอดกับตาตัวเองใกล้ๆ ที่ถ้าหากไม่ใช่วันโลกแตก เราคงไม่มีทางได้เห็นอะไรแบบนี้แน่

 

“ผู้ที่มีตั๋วขึ้นยาน กรุณาแยกตัวออกมาทางนี้ด้วย!

 

เสียงเรียกจากเจ้าหน้าที่สาวดังขึ้น เธอสวมชุดรัดรูดมันวาวสีกรมท่า ที่มีลูกเล่นเป็นกระโปรงผ่าข้าง กับคอปกเสื้อและกระดุมแบบเรียบๆ ผมยาวสีดำถูกมัดรวบไว้ด้านหลัง ผู้คนเริ่มทยอยแยกตัวออกไปตามเสียงเรียกของเธอ ส่วนใหญ่เป็นพวกเศรษฐีมีอันจะกินทั้งนั้น ดูจากเสื้อผ้า เครื่องประดับ ผิวพรรณก็รู้แล้ว

 

คนพวกนี้มีเงินจ่าย เพื่อซื้อพื้นที่ให้ตัวเองและครอบครัวบนยายอพยพอูริเอล บางครอบครัวมีแม้กระทั้งคนรับใช้ด้วย แถมยังมีมากกว่าที่คิดไว้ซะอีก เรียกได้ว่าหนึ่งในสามของประชากรทั้งหมดของผู้อพยพบนอูริเอลทีเดียว เมื่อกลุ่มคนที่มีตั๋วแยกตัวไป กลุ่มคนที่เหลือก็ถูกพาไปยังห้องที่ดูคล้ายโรงละคร ด้านล่างมีจอขนาดใหญ่ กับแท่นที่ดูคล้ายเวทีสูงจากพื้นราวครึ่งฟุต และกว้างประมาณสองเมตรครึ่ง ถัดจากเวทีเป็นแถวของเก้าอี้สีขาว ที่เรียงลดหลั่นกันเป็นขั้นบันไดราวห้าสิบแถว แต่ละแถวมีความยาวประมาณสิบเมตร

 

“เชิญนั่ง”

 

ชายวัยสี่สิบต้นๆที่ยืนอยู่ตรงกลางเวทีกล่าว ก่อนที่จะกดรีโมทเล็กๆในมือ ทำให้จอภาพมืดๆด้านหลังเขาปรากฏภาพขึ้น มันเป็นภาพของโลกที่ถ่ายจากอวกาศ ทุกคนจ้องดูมัน แววตาเต็มไปด้วยความเศร้า ดาวเกิดของเรา กลายเป็นนรกที่ล้างผลาญชีวิต ไม่มีสิ่งใดอยู่รอดได้อีกต่อไป

 

“ฉันชื่อว่าเดอะโบนส์ เรนเจอร์รุ่นที่สาม ผู้บัญชาการหน่วยเรนเจอร์ที่มีหน้าที่สำรวจดวงดาวทั้งหมดในระบบสุริยะกรีเธียน ซึ่งจากนี้ไปมันจะเป็นบ้านใหม่ของพวกเรา”

 

เขาแนะนำตัวด้วยชื่อที่ดูเหมือนจะเป็นแค่สมยานามมากกว่า

 

“เชื่อว่าทุกคนคงสงสัย ว่าทำไมถึงได้รับเชิญให้ร่วมการอพยพในครั้งนี้ คำตอบนั้นง่ายมาก เราต้องการทรัพยากรมนุษย์มากเท่าที่จะมากได้ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสร้างโลกใหม่ของพวกเรา เหล่ามนุษยชาติบนเซคันด์เอิร์ธ ดวงดาวที่เราค้นพบ ซึ่งเหมาะสมแก่การดำรงชีวิตของพวกเรา”

 

ในขณะที่เดอะโบนส์อธิบาย จอภาพขนาดใหญ่ด้านหลังเขาก็ฉายภาพดวงดาวสีเขียวอมฟ้าขึ้นมา มันดูสวยงาม และคล้ายกับโลกของเรามากทีเดียว

 

“แต่โลกใหม่ ระบบสุริยะใหม่ ดาวเพื่อนบ้านใหม่ มีอะไรมากมายที่เรายังไม่รู้อย่างถ่องแท้เกี่ยวกับมัน และความร้ายกาจของเพื่อนบ้านเราแต่ละเผ่าพันธุ์ บนเซคันด์เอิร์ธไม่ได้ร้างสิ่งมีชีวิต และแน่นอนบนดาวบริวารที่เหลือในระบบสุริยะกรีเธียนก็เช่นกัน”

 

เสียงอื้ออึงของเหล่าผู้ถูกเชิญดังขึ้นในทันที เพราะพวกเขารู้ว่าสิ่งที่เดอะโบนส์พูดถึงก็คือ มนุษย์ต่างดาวนั่นเอง แต่จะว่าไป พวกเราไม่ใช่หรอกหรือที่เป็นมนุษย์ต่างดาว ที่กำลังไปบุกโลกของพวกเขา พวกที่อยู่มาก่อน ก่อนที่กาแลกซีลัส คอร์ปอเรชั่นจะส่งทีมสำรวจออกไป

 

“ฮ่ะๆ เอเลี่ยนอย่างนั้นรึ อาจจะใช่ แต่สำหรับพวกที่อยู่มาก่อนแล้ว พวกเราเองก็เป็นเอเลี่ยนเช่นกัน แต่ที่นั่นมีหลายพันธุ์จนน่าตกใจเชียวล่ะ มีทั้งพวกเป็นมิตร พวกดุร้าย พวกที่คล้ายคลึงกับมนุษย์อย่างเรา ทั้งรูปลักษณ์และสติปัญญา พวกบ้าเลือดชอบฆ่าฟัน หรือเดรัจฉานที่มีแต่สัญชาติญาณ ที่ระบบสุริยะกรีเธียนมีให้เห็นแทบทุกอย่าง แน่นอนพวกเธอจะได้เห็น...”

 

น้ำเสียงที่เริ่มจริงจังมากขึ้น จนเกือบถึงขั้นคำรามทำให้ทุกคนนิ่งเงียบ พวกเราต่างรู้ว่าการถูกเชิญขึ้นมาย่อมมีสิ่งแลกเปลี่ยน ตอนแรกต่างก็คิดกันไปว่าคงได้เป็นคนงานอะไรสักอย่าง อาจจะก่อสร้าง งานครัว เด็กรับใช้หรืออะไรพวกนั้น แต่เท่าที่ฟังเดอะโบนส์เกริ่นมาแล้ว สิ่งที่พวกเราจะต้องทำ คงเสี่ยงอันตรายมากกว่านั้น

 

“เริ่มรู้ชะตากรรมของตัวเองกันแล้วสินะ อย่างที่บอกไปแล้วว่าสิ่งที่เราขาดในตอนนี้คือบุคลากร ผู้ที่จะมาสานต่องานจากรุ่นของพวกเรา เพื่อลูกหลานที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า บนโลกใบใหม่นามว่าเซคันด์ เอิร์ธ และจากการที่เราต้องการบุคลากรจำนวนมาก นั่นหมายถึงพวกเธอมีค่า เกินกว่าจะถูกส่งไปตายเปล่าโดยไม่ได้เตรียมพร้อมอะไรเลย กาแลกซีลัสคอร์ปอเรชั่นจึงได้สร้างสิ่งที่เรียกว่า ดิ กาแลกเซีย ขึ้นมา มันคือโลกจำลองเสมือนจริง ที่ได้บรรจุข้อมูลทุกการสำรวจของพวกเราตั้งแต่รุ่นแรกลงไป ในนั้นพวกเธอจะได้เรียนรู้ ฝึกฝน เพื่อเป็นในสิ่งที่เราต้องการ...”

 

ดูเหมือนการปฐมนิเทศจะจบลงเพียงเท่านี้ พวกเราถูกเรียกให้ออกไปจากห้องประชุมนั้น และถูกพาไปดูส่วนต่างๆของยานอูริเอล ทั้งส่วนของโรงอาหาร ห้องออกกำลังกาย สถานพยาบาลที่ดูแล้วเหมือนกับโรงพยาบาลย่อมๆทีเดียว ยังมีกฎห้ามไปยังส่วนหน้าของตัวยาน ส่วนล่าง(Sector Zero) และส่วนท้ายยานซึ่งเป็นห้องเครื่องและแหล่งพลังงานหลัก ยกเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา ซึ่งน่าจะเป็นเดอะโบนส์คนนั้น

 

ส่วนที่พักหรือห้องนอนนั้น อยู่ตรงส่วนในสุดของยาน ได้รับการป้องกันหลายชั้น และแบ่งออกเป็นโซนย่อยๆด้วยเช่นกัน โซนของพวกเราที่ได้รับเชิญให้ขึ้นมาบนยานนั้น ดูเหมือนจะอยู่โซนเดียวกับพวกมีตั๋ว ทำให้พวกนั้นดูจะตกใจมากทีเดียว ที่พวกขึ้นฟรีอย่างเรา ได้ใช้ห้องโถงและโซนที่พักร่วมกันกับพวกเขา สายตาเหยียดหยามของพวกนั้น มองออกได้อย่างชัดเจน โดยไม่มีท่าทีว่าอยากจะปกปิดเอาไว้เลย

 

“เฮ๊อะ ไอ้พวกขึ้นฟรีมาอยู่ที่พักโซนเดียวกับพวกเราได้ยังไง!”

 

หญิงสาววัยสี่สิบกว่าๆพูดขึ้นเสียงดัง ทุกคนหันมองเธอกันเป็นตาเดียว ไม่เพียงน้ำเสียงทรงพลัง กับท่าทางราวกับผู้นำ รวมถึงเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับหรูหรานั่น ผมแน่ใจว่าเธอคงเป็นเจ้าของทุกสิ่งที่เธอต้องการได้ไม่ยากเย็น

 

“คุณผู้หญิง บนนี้เราไม่แบ่งชนชั้นกันหรอกนะ ทุกคนเท่าเทียมกัน ในฐานะประชากรโลกกลุ่มสุดท้าย”

 

ชายที่เดินนำเรามากล่าวกับเธออย่างสุภาพ

 

“เท่าเทียมอย่างนั้นหรอ ถ้าอย่างนั้นจะให้พวกเราซื้อตั๋วแพงๆแบบนั้นขึ้นยานมาทำไมกันล่ะ ถ้าเท่าเทียมกัยจริง ทำไมไม่ให้พวกเราขึ้นยานมาฟรีๆเหมือนพวกมัน”

 

เธอหรี่ตาถามน้ำเสียงเย้ยหยัน ทว่าเจ้าหน้าที่ชายคนนั้นกลับยิ้ม และพูดออกมาอย่างเอือมระอาเป็นที่สุดว่า

 

“กลุ่มคนที่ถูกเชิญให้ร่วมเดินทางมากับยานอพยพนั้นมีด้วยกันสองกลุ่ม หนึ่งคือกลุ่มผู้นำจากรัฐบาลและบุกคลสำคัญ จากทั้งกาแลกซีลัสคอร์ปอเรชั่น และผู้ทรงคุณวุฒในสาขาวิชาต่างๆจากทั่วโลก สองคือกลุ่มยังบลัดซึ่งก็คือพวกเขาเหล่านี้ ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างโลกใหม่บนเซคันด์ เอิร์ธ นั่นหมายถึงอะไรรู้ไหมครับ?”

 

“อะไร!!”

 

หญิงผู้นั้นเชิดหน้าถามอย่างถือดี บนโลกเธอร่ำรวยมหาศาลจากธุรกิจของครอบครัว ไม่มีสิ่งใดที่เธอต้องการแล้วจะไม่ได้ ไม่มีใครกล้าขัดใจเธอ หรือแม้แต่จะมองหน้าตรงๆอย่างไม่สะทกท้าน แบบชายตรงหน้าเธอคนนี้”

 

“ทุกคนที่ได้ขึ้นมายังยานอพยพอูริเอล และลำอื่นๆทั่วโลกล้วนมีศักยภาพ ความรู้ความสามารถ ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างโลกใหม่ บนดวงดาวที่ยังไม่เป็นที่รู้จักนัก และยังห่างไกลออกไปหลายล้านปีแสง การขับเคลื่อนยานด้วยระบบไฮเปอร์ไดรฟ์ และการเดินทางผ่านรูหนอนแห่งกาลเวลา มีผลกระทบกับเด็กเล็กๆอยู่บ้าง แต่กับพวกแก่ๆไร้ศักยภาพน่ะ หนักหนาเอาการทีเดียว แถม ใครจะเชิญพวกไร้ประโยชน์ขึ้นมาบนยานอวกาศ ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังอนาคตใหม่ของมวลมนุษยชาติกันล่ะครับ จริงไหม แต่ทางเราก็ไม่ได้ใจร้ายคิดจะทอดทิ้งพวกไร้ค่าเอาไว้ แค่มีเงินพอที่จะซื้อตั๋วได้สักใบ เราก็จะยินยอมให้ร่วมเดินทางครั้งประวัติศาสตร์นี้ด้วย เทียบกันแล้วพวกซื้อตั๋วก็ไม่ได้มีสิทธิพิเศษอะไรเลย แถมยังต้องมาดูกันอีกว่า พวกคุณมีประโยชน์แค่ไหน เมื่ออยู่บนยานลำนี้...”

 

“ว...ว่ายังไงนะ กล้าดียังไงมาว่าฉันเป็นพวกไร้ประโยชน์!!”

 

หญิงคนนั้นโวยวายเสียงดังด้วยความโกรธ เธอคงจะตรงเข้าทำร้ายร่างกายชายที่เพิ่งกล่าวสบประมาทเธอเป็นแน่ หากว่าเขาไม่ได้ถือปืนท่าทางอันตรายเอาไว้ในมือด้วย

 

“ผมไม่ได้ว่าอย่างนั้นนะ ถ้าฟังให้ดีจะรู้ว่าที่ผมพูดน่ะ เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ต่างหาก เอาล่ะขอตัวนะครับ พวกเราทุกคนล้วนมีหน้าที่ให้ต้องทำ คงไม่ว่างมาสนทนากับคุณได้นานๆ”

 

ขบวนผู้ถูกเชิญขยับเดินอีกครั้ง ทิ้งให้หญิงผู้ทระนงตนในความร่ำรวยของตัวเอง ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธอยู่ตรงนั้น กับเสียงหัวเราะคิกคัก ชอบใจคำพูดของผู้นำแถวคนนั้น

 

ไม่นานจากนั้นทุกคนต่างถูกแบ่งไปยังห้องพักของแต่ละคน น่าแปลกที่มันเป็นห้องแบบส่วนตัว ไม่มีรูมเมทอย่างที่หลายคนคิดไว้ ห้องพักมีขนาด2.5x3เมตร เตียงนอนดูเหมือนจะเป็นส่วนสำคัญที่สุดในห้อง เพราะมันดูหรูหรา ทันสมัย เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย นอกนั้นก็ดูเหมือนจะมีห้องน้ำเล็กๆกับตู้เสื้อผ้า มีจอแสดงผลที่ผนังด้านหนึ่ง ซึ่งกำลังฉายวิวทิวทัศน์ของท้องทุ่งชนบท ราวกับเป็นหน้าต่าง

 

“ห้องนี้ปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ เพื่อความสมดุลของร่างกาย ขณะเข้าสู่โลกจำลองกาแลกเซีย เตียงคืออุปกรณ์เชื่อมต่อ”

เสียงสังเคราะห์ของใครบางคนที่ผมยังหาตัวตนไม่ได้ดังขึ้น จากนั้นไม่นานก็ปรากฏแสงเลเซอร์สีขาว วาดตัวตนของบางสิ่งขึ้นมาจากความว่างเปล่า เป็นรูปร่างของมนุษย์ไร้เพศ ไร้ใบหน้า เส้นผม และอาภรณ์

 

“ฉันคือเอไอ0412 ผู้ดูแลระบบต่างๆ รวมถึงความปลอดภัยของคุณขณะอยู่ในห้องนี้ ตั้งชื่อให้ฉันใหม่ได้ถ้าคุณต้องการ”

 

ผมยืนอึ้งไปกับภาพตรงหน้า คิดว่าโดนเอเลี่ยนโจมตีเข้าให้ แต่จะว่าไปมันก็ตลกสิ้นดี เพราะยานอวกาศอูริเอล ยังไม่ได้เคลื่อนออกจุดเดิมเลย

 

“จะตั้งได้ยังไง ไม่มีแป้นพิมพ์หรือปุ่มคำสั่งตรงไหนเลย?”

 

ผมถามขึ้นด้วยความข้องใจ แม้ผมจะไม่ใช่พวกทันเทคโนโลยี แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้อะไรเลย เท่าที่รู้ในห้องนี้แทบไม่มีปุ่มอะไรให้กดด้วยซ้ำ

 

“ห้องนี้รองรับคำสั่งด้วยเสียงอย่างสมบูรณ์ รวมถึงตัวฉันด้วย หากต้องการตั้งชื่อใหม่ให้กับฉัน กรุณาขานชื่อที่ต้องการขึ้นมา”

 

เป็นความสะดวกสบายที่ผมไม่คิดว่าชาตินี้จะได้รับ ทั้งห้องพักในยานอวกาศที่กำลังมุ่งสู่โลกใหม่ ทั้งเทคโนโลยีขั้นสูง ถ้าใครรู้เข้าคงหัวเราะเยาะผมจนน้ำตาเล็ดแน่ ที่ผมไม่รู้จักกระบวนการคำสั่งเสียงขั้นสูงแบบนี้ กับการโต้ตอบแบบรวดเร็วของเอไอตรงหน้า ผมคิดถึงชื่อที่ผมต้องตั้งให้เอไอของผม มันยากเหลือเกินที่จะตั้งชื่อให้ใครสักคน แต่แล้วชื่อหนึ่งก็ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ชื่อของคนที่ผมโหยหาอยากให้เธอมาอยู่ด้วยกันกับผมบนนี้

 

“เจดา”

 

“ชื่อของฉันคือเจดา อยากเลือกเพศให้ฉันหรือไม่”

 

“อืม ผู้หญิง”

 

ผมตอบโดยไม่ต้องคิด เอไอของผมก็เปลี่ยนรูปร่าง จากแผ่นอกแบบราบก็เริ่มมีบางอย่างนูนขึ้น จนเห็นชัดว่ามันเป็นหน้าอกของหญิงสาว ร่างกายที่ตรงราวกับแผ่นไม้ ก็มีโค้งเว้าตามสรีระของผู้หญิงอย่างรวดเร็ว โชคยังดีที่เธอไม่ได้โป๊เปลือย ไม่อย่างนั้นผมคงเป็นลมล้มพับไปตรงนี้แน่

 

“ฉันเป็นผู้หญิง”

 

เอไอพูด ผมของเธอเริ่มงอกยาวออกมาจากศีรษะโล้นเลี่ยนนั้น ใบหน้าปรากฏคิ้ว ดวงตา จมูก ปาก ครบถ้วนสมบูรณ์

 

“ต้องการปรับแต่งทรงผม และใบหน้าเพิ่มเติมหรือไม่?”

 

“แน่นอน”

 

ในเมื่อปรับแต่งได้ ผมก็อยากให้เธอเหมือนน้าเจดาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่นานเอไอของผมก็กลายร่างเป็นน้าเจดา ผู้สดใสร่าเริง และปราศจากโรคร้ายคุกคาม เธอส่งยิ้มอ่อนโยนให้ผม และเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ผมปรับแต่งให้คล้ายน้าเจดาที่สุดไว้แล้ว

 

“ก่อนอื่นคุณต้องยืนยันตัวตนของคุณอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ห้องนี้รับคำสั่งของคุณแต่เพียงผู้เดียว”

 

“ผมต้องทำยังไง?”

 

“คุณมีรหัสเริ่มต้นในมือ ไปยังหน้าห้องกดรหัสเริ่มต้นเพื่อเริ่มกระบวนการ”

 

เจดาแนะนำ ผมมองสิ่งที่ได้รับมาจากผู้นำทางก่อนจะเข้ามาในห้อง ประตูยังคงเปิดค้างอยู่ เหมือนเมื่อตอนที่ผมเดินเข้ามาในห้องนี้ ผมพยักหน้า เดินออกไปหน้าห้อง มองหาแผงควบคุมหรือปุ่มอะไรสักอย่างเพื่อใส่รหัส แต่มันกลับไม่มีอะไรเลยนอกจากช่องเล็กๆที่เปล่งแสงสีแดงอยู่ภายใน เมื่อผมไปยืนอยู่หน้าช่องนั้น ลำโพงเล็กๆใกล้ๆกันก็มีเสียงของเจดาดังขึ้น

 

“กรุณาแสดงรหัสเริ่มต้น”

 

ผมยังงงๆ แต่ก็ชูแผ่นใสๆที่ไม่มีอะไรเลยไว้หน้าช่องนั้น พลางสงสัยว่ามันจะมีรหัสเริ่มต้นอะไรนั่นจริงๆหรือ แต่แล้วแสงสีแดงจากช่องนั้นก็ฉายกราดลงบนแผ่นใสในมือผม ทำให้รหัสที่ซ่อนเอาไว้ปรากฏขึ้นมา มันเป็นชุดตัวเลขผสมตัวอักษรยาวเหยียดจนเต็มแผ่น

 

“รหัสเริ่มต้นถูกต้อง”

 

มีเสียงดังขึ้นหลังจากนั้น จอแสดงผลขนาดเล็กถูกเปิดออกจากผนัง ขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือของผมเล็กน้อย และมันเรืองแสงสีฟ้าสบายตา เต้นเป็นจังหวะคล้ายคลื่นหัวใจ

 

“แตะมือข้างขวาลงไปบนหน้าจอ พร้อมทั้งขานชื่อของคุณ”

 

“ศวิล เบนไคเซอร์”

 

ผมทำตามอย่างว่าง่าย เพราะอยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

 

“กำลังวิเคราะห์เสียง และลายมือ ดึงฐานข้อมูลศวิล เบนไคเซอร์”

 

ครืด...

 

ในขณะที่กำลังรอคอยการวิเคราะห์ จู่ๆประตูห้องของผมก็เลื่อนปิดลง นี่มันฝันร้ายหรือเปล่า แล้วแบบนี้ผมจะกลับเข้าห้องได้อย่างไร เกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้น ถ้าขืนเป็นแบบนี้ผมจะถูกส่งกลับไปยังโลก ที่กลายเป็นขุมนรกแล้วนั่นไหม ความกังวลเกาะกุมใจในขณะที่ผมพยายามหาทางเปิดประตูห้องอีกครั้ง

 

สิบนาทีผ่านไปกับความพยายามเปิดประตู คนอื่นๆเข้าไปในห้องของตัวเองกันหมดแล้ว มีแต่ผมที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง ผมอาจจะต้องยอมแพ้และไปขอความช่วยเหลือจากใคร ที่รู้ว่าควรทำยังไงกับประตูห้องพัก

 

“ศวิล เบนไคเซอร์ กรุณาแสดงตัวตนด้วยลายมืออีกครั้ง”

 

ราวกับเสียงสวรรค์ เมื่อเสียงจากลำโพงเรียกให้ผมยืนยันตัวตน ผมรีบลุกขึ้นยืนแปะฝ่ามือลงบนช่องแสกนสีฟ้านั้น และประตูห้องก็เลื่อนเปิดออกอย่างรวดเร็ว และเมื่อผมเดินเข้าไป มันก็เลื่อนปิดไม่เปิดค้างไว้เหมือนอย่างตอนแรกอีก

 

“ศวิล เบนไคเซอร์”

 

“เรียกผมว่าศวิลเถอะเจดา”

 

“ค่ะศวิล คุณต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อสะดวกในการใช้ชีวิตในอวกาศ”

 

เจดาบอก พร้อมทั้งผายมือไปยังตู้เสื้อผ้า ที่ประตูของมันเลื่อนเปิดออกทันที ในตู้มีแต่ชั้นวางบางสิ่ง ดูคล้ายลูกบอลกลมๆสีดำมัน แต่ไม่เห็นมีเสื้อผ้าที่ผมจะใส่ได้สักชิ้น

 

“อำกันเล่นเหรอเจดา ไม่เห็นมีเสื้อผ้าสักชุด มีแต่ลูกบอลกลมๆเนี่ยเต็มไปหมด”

 

ผมหยิบลูกบอลออกมาลูกหนึ่ง ชูให้เจดาที่กำลังยิ้มราวกับขบขันดู

 

“เทคโนโลยีใหม่ ไม่เหนื่อยแรงในการสวมใส่ นาโนเลเธอร์ คุณต้องบีบมันด้วยมือทั้งสองข้าง เพื่อให้เกิดปฏิกิริยา ขอแนะนำให้ชำระร่างกายก่อนสวมใส่ จะได้ปลอดเชื้ออย่างสมบูรณ์ค่ะ”

 

“อ้อ แล้วถ้าเกิดจะถอดล่ะ?”

 

ผมถามเก้อๆ เพราะรู้สึกอายที่ตัวเองไม่รู้อะไรเอาเสียเลย

 

“ให้ดึงตรงคอเสื้อแรงๆทีหนึ่งค่ะ”

 

เจดาตอบ รอยยิ้มขบขันยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าของเธอ ไม่รู้ว่าจะมีกี่คนที่ถามคำถามแบบนี้กับเอไอ คนอื่นจะรู้เรื่องเทคโนโลยีบนยานอูริเอลนี้แค่ไหนกันนะ พวกเขาคงอาจได้ศึกษากันมาบ้างก่อนขึ้นยาน แต่สำหรับผมแทบไม่ได้ศึกษาอะไรเลย เพราะคิดว่าตัวเองจะไม่ไปไหนแน่ๆ ถ้าไม่มีน้าเจดาไปด้วย ช่างเป็นความผิดมหันต์เสียจริงๆ

 

ผมเดินไปหน้าห้องน้ำ กับนาโนเลเธอร์ในมือ ประตูเปิดออกเองโดยอัตโนมัติ ผมวางนาโนเลเธอร์ลงตรงชั้นวางของ ถอดเสื้อผ้าออก และอาบน้ำจากฝักบัวที่ทำงานอัตโนมัติ ปรับอุณหภูมิด้วยคำสั่งเสียง สบู่นั้นเป็นเจลใสๆคล้ายเยลลี่ มันชำระล้างร่างกายได้สะอาดหมดจด และทำให้รู้สึกสดชื่นได้อย่างสุดๆ เมื่อผมเดินห่างมาจากฝักบัว มันก็หยุดทำงาน และแรงลมหอมๆเป่าร่างกายผมจนแห้ง ในที่สุดผมก็หยิบมันมาไว้ในมือ นาโนเลเธอร์ และเริ่มบีบมันด้วยมือทั้งสองข้าง อย่างที่เจดาแนะนำไว้...

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #473 qxlotus (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 13:42
    คิดถึงไรท์กลับมาอ่านรอบที่ร้อย ตามมาจากหนูชางหลง
    #473
    0
  2. #460 29212990 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 22:48
    ตื้นเต้นจังไม่รู้จเเจออะไรในดาวนั้นมั้ง
    #460
    0
  3. #408 xzerox2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 10:44
    อุปกรณ์ในอนาคตแน่นอน 555
    #408
    0
  4. #330 RoZenKreuZ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 21:35
    เออเจ๋งครับ ไม่ต้องเปลืองทรัพยากรไปซักเสื้อผ้าหรือผ้าเช็ดตัวอะไรพวกนั้นด้วย
    เรื่องนี้มนุษย์ไปบุกดาวคนอื่นอีกแล้วสินะ 555 ไม่รู้จะเห็นใจฝั่งไหน
    ถ้าเป็นเรื่องที่มีมนุษย์ต่างดาวมาบุกโลก คงมีพวกฮีโร่โผล่มาเต็มไปหมด แต่เราไปบุกเขา จะเอายังไงกันล่ะทีนี้ หึหึ
    น่าติดตามมากครับ
    #330
    0
  5. #296 ฝนธารา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2558 / 19:51
    น่าสนุกดี
    #296
    0
  6. #250 IinkQuPr (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2558 / 09:25
    สนุกค่ะ
    #250
    0
  7. #172 arnont (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:36
    จะเป็นอย่างไรนะถ้าเราไปดึงคอปกเสื้อของคนอื่นแรงๆ
    #172
    0
  8. #147 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:10
    สนุกดีนะค่ะ
    #147
    0
  9. #121 kimurakung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 20:59
    น่าตื่นตาตื่นใจ ล้ำยุคมากๆ .. รอติดตามครับ ขอบคุณไรท์มากๆ
    #121
    0
  10. #116 piwut (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 19:15
    อยากจะแนะนำ เรื่อง ผู้พิชิตดาราจักร ของ หวงอี้
    ที่น่าจะมาช่วยเติมเต็ม คอนเซปต์ของนิยายเรื่องนี้ ได้นะครับ ....

    #116
    0
  11. #94 พีช (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 / 19:07
    น่าสนใจ

    ไม่เคยอ่านแนวแบบนี้มาก่อนเลย

    สู้ๆนะคะไรท์เตอร์^_^
    #94
    0
  12. #93 ppauto (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 / 18:37
    น่าอ่่านมากๆเลย








    #93
    0
  13. #89 ALaoBas (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 14:08
    สุดยอดเลย
    #89
    0
  14. #88 น้ำหวาน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 10:30
    ไฮเทคน่าดู
    #88
    0
  15. #85 ChompinkG (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 17:08
    บรรยายผ่านตัวละครชายแฮะ ( ")
    #85
    0
  16. #84 TawanNsdakoiza (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2557 / 13:18
    สนุกคับ รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคับ
    #84
    0
  17. #83 21633 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 20:45
    จะเกิดอะไรขึ้นบ้างน้า~😃👽
    #83
    0
  18. #81 dowdow1994 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 19:02
    หนุกอ่ะ ติดตามๆๆ
    #81
    0
  19. #74 ไนติงเกลสีดำ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 10:21
    อ่า ทำไมเมื่อเหมือนให้มาต่อสู่เพื่อแข่งโลกเลยแหะ= =?
    #74
    0
  20. #72 ไก่กา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 02:35
    วาดฝัน(ร้าย)ตอนยานลงจอดไว้เลย
    #72
    0
  21. #70 noey (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 00:54
    สนุกมากค่ะมาต่อไวๆนะ สู้ๆ :)
    #70
    0
  22. #69 Racia (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 00:51
    ตามมาปูเสื่อรออ่านเรื่องใหม่ขอรับท่าน
    รู้สึกแนวเรื่องน่าสนใจดี
    #69
    0
  23. #68 TDoGS (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 17:49
    สนุกมากครับ
    #68
    0