THE GALAXIA

ตอนที่ 19 : Bloody Wolf

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,088
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    24 เม.ย. 58





 

 

หนทางข้างหน้าดูไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ทำไมผมรู้สึกว่ากำลังถูกจับตา เหมือนโดนต้อนทั้งที่ไม่รู้ตัว ลางสังหรณ์บางอย่างบอกกับผมว่ามีเรื่องไม่ธรรมดาเกิดขึ้นอย่างลับๆบริเวณนี้ แต่ผมก็บอกไม่ได้อีกว่ามันคือเรื่องอะไรกันแน่ ผมได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวแปลกๆในพุ่มไม้ ใกล้บ้างไกลบ้าง แต่ก็ไม่มีอะไรผิดสังเกตโผล่ออกมา

“บีบอท แสกนพื้นที่โดยรอบ”

ผมออกคำสั่ง บีบอทที่กำลังทำหน้าที่นำทางก็หยุดลง แล้วปล่อยลำแสงออกมาจากส่วนหัวที่หมุนรอบเป็นวงกลม เพื่อแสกนพื้นที่บริเวณนี้

“พบสิ่งมีชีวิต ไวด์เดอร์รอบบริเวณ”

คอมเจ็นแจ้งสถานการณ์แสกน หน้าจอระบบนำทางขึ้นจุดของสิ่งมีชีวิต รอบๆบริเวณที่ผมอยู่ราวสิบถึงสิบห้าตัว ทั้งหมดเป็นไวด์เดอร์และพวกมันตามผมมาด้วยเหตุผลบางอย่าง บางทีอาจเพราะเขาของพวกมันตัวหนึ่งที่ผมตัดออกมา มันอาจติดตามมาเอาเขาคืนก็ได้

“มีทางเลี่ยงพวกมันไปไหม เยอะขนาดนี้ผมอาจสู้ไม่ไหว”

“ไม่มีทางเลี่ยง เส้นทางถูกปิดล้อม”

ผมถอนหายใจหนักๆ คว้าเชนกันที่ตอนนี้กลายเป็นอาวุธคู่ใจของผมขึ้นมาถือ พวกไวด์เดอร์แค่คลาสอี ยังไงซะถ้าจัดการจุดสำคัญบนร่างกายของพวกมันได้ ก็ไม่ต้องเหนื่อยสู้กับพวกมันยืดเยื้อ

“นำทางต่อไป”

ผมออกคำสั่ง บีบอทเริ่มบินไปข้างหน้าอีกครั้ง ผมเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้นเผื่อว่าพวกมันอาจจะตามไม่ทัน แต่ไวด์เดอร์เป็นนักวิ่งชั้นเลิศ แถมยังมีพวกมันดักอยู่ด้านหน้าอีก พวกมันขวางทางผมไว้ ไม่ยอมให้ผมไปต่อแถมยังพุ่งเข้ามาโจมตี การต่อสู้จึงเริ่มขึ้นทันที ผมเตะเท้าแล้วหมุนตัวไปรอบๆ กางแขนออกร้อยแปดสิบองศา แล้วเหนี่ยวไก กราดยิงทุกสิ่งที่เข้ามาใกล้

 

เสียงปืนดังรัวไม่หยุด แต่พวกไวด์เดอร์ก็ยังว่องไวพอจะหลบพ้นกระสุนปืนของผมไปได้ บางตัวกระสุนแค่ถาก บางตัวไม่โดนจุดสำคัญ บางตัวก็โนกระสุนเจาะร่างจนพรุนลงไปนอนกับพื้น

วูบ!

เปรี้ยง!

กรงเล็บแหลมของไวด์เดอร์ตัวหนึ่งเฉียดข้างแก้มผมจนเป็นแผล ผมหยุดยิงและเตะอัดร่างมันกระเด็นใส่ตัวที่อยู่ข้างหลังจนล้มกลิ้ง แต่ก็ยังมีตัวอื่นเข้ามาแทนที่ ผมจึงทำได้แค่หลบการโจมตีและยิงสวนไปตามโอกาส

“เร็วชะมัด!”

พวกมันรุนกันเข้ามาอย่างไม่กลัวตาย กรงเล็บที่เหมือนใบมีดนั้นก็หวดมาไวพอๆกับกระสุนปืน แต่ผลจากการยิงได้เร็วและรัวไม่มีมีสะดุด ก็ทำให้พวกมันหลายตัวบาดเจ็บและเคลื่อนที่ได้ช้าลง ผมจึงหันไปเล่นงานพวกนั้นก่อน เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวมากขึ้น

 

ราวๆสิบนาทีผ่านไป กองศพของพวกไวด์เดอร์ก็เริ่มกีดขาวงกันเอง ตัวที่ยังมีชีวิตอยู่เกือบครึ่งก็ร่อแร่ เพราะโดนกระสุนเปิดแผลตามร่างกายไปหลายแห่ง ผมมองดูแถบพลังงานตรงด้ามปืน ซึ่งก็เหลือน้อยแล้วเหมือนกัน และกว่าจะชาร์ตตัวเองได้เต็มก็ใช้เวลาพอสมควร ผมต้องวัดดวงว่าจัดการพวกมันได้ก่อนกระสุนจะหมดหรือไม่ โชคยังดีอย่างที่หากเชนกันพลังงานหมด ผมยังมีปืนพกที่ได้รับมาตั้งแต่แรกอยู่ แม้อัตราความเร็วในการยิงต่อนัดจะไม่เท่าเชนกัน แต่มันจะช่วยต่อชีวิตของผมไว้ได้อย่างแน่นอน

 

บอกตามตรงที่ผมไม่ยอมตายก็เพราะ กลัวว่ามันจะโหดร้ายอย่างที่ทเวนเจอ อีกอย่างกองเงินเกรนที่ตกอยู่บนพื้นนั้น มันช่างน่าเสียดายถ้าผมจะจากไป โดยไม่เอาพวกมันไปได้ ตัวที่ให้แต้มต่ำสุดยังดรอปเงินตั้ง 5 เกรนเป็นอย่างต่ำ ไม่ต้องพูดถึงไวด์เดอร์ ที่ให้แต้มสังหารถึง 6 แต้ม จะต้องดรอปเงินไม่ต่ำกว่า 30 เกรนแน่นอน แม้ถึงจะได้จากพวกมันทุกตัวก็ไม่ถือว่าเยอะอะไร แต่ผมต้องสะสมไว้ใช้ในยามจำเป็น

ผลัก!

ในขณะที่เผลอมองเงินตาลุกวาวไปแค่เสี้ยววินาที ไวเดอร์สองตัวก็พุ่งเข้าใส่ ถีบผมจนล้มลงด้วยสองขาคู่ของพวกมัน จากนั้นก็แทงกรงเล็บแหลมเข้าใส่หน้าอกของผมอย่างแรง

ฉึก!

แทบจะพร้อมเพรียงกันที่เสียงนั้นดังขึ้น พร้อมกับกรงเล็บนั้นแทงทะลุเกราะของผม แม้จะไม่ลึกอะไรมากมาย แต่ถ้าโดนที่เดิมซ้ำๆ ก็มีโอกาสที่มันจะทะลุมาจานถึงเนื้อของผมได้ ผมจึงไม่รอให้มันแทงซ้ำลงมาเป็นครั้งที่สอง

ปังๆ ปังๆ

เชนกันทั้งสองกระบอกถูกใช้จ่อยิงใส่ไวด์เดอร์สองตัวบนร่างของผมในระยะเผาขน การเหนี่ยวไกครั้งหนึ่งปล่อยกระสุนออกมาจากรังเพลิงสองนัดซ้อน ทำให้พวกมันตายสนิททั้งคู่ ผมตันพวกมันออกจากตัวโดยเร็ว แล้วรีบลุกขึ้น ตัวอื่นๆอีกสามสี่ตัวบาดเจ็บสาหัวและเลือกที่จะไม่สู้อีก พวกมันวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วเพราะกลัวจะถูกฆ่า

 

“เฮ้อ... ใช้กระสุนเปลืองอีกแล้ว เหลือแถบพลังงานแค่แถบเดียวเอง”

 

ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ไม่มีเวลาเหลือสำหรับการพักผ่อน ที่ตรงนี้ไม่ปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อซากศพมอนสเตอร์สดๆ รอให้พวกล่าเนื้อตามกลิ่นมากิน ผมเก็บเชนกันเข้าที่ เดินไปแตะกองเงิน เพื่อให้มันเข้าสู่ระบบบัญชีโดยอัตโนมัติ

บรู๋ววว

เสียงหอนยาวฟังแล้วขนลุกซู่ เป็นของไทน์วูล์ฟอย่างไม่ต้องสงสัย พวกมันคงอยู่แถวนี้และได้กลิ่นคาวเลือดที่ตลบอบอวลอยู่ตรงนี้แน่ ผมต้องรีบไป แม้จะเสียดายเขาของไวด์เดอร์ก็ตาม หากเก็บไปขายที่ร้านเอเลี่ยนของกราสเกิร์ลละก็ อาจจะได้เงินมาใช้อีกไม่มากก็น้อย และบางทีสำนักวิจัยยาในโรงพยาบาล ก็อาจจะสนใจวัตถุดิบชนิดนี้ด้วย ได้ยินมาว่าพวกเขายินดีจ่าย ให้กับคนที่สามารถนำวัตถุดิบที่มีสรรพคุณทางยามาให้ได้ด้วย

 

แต่ผมเสี่ยงไม่ได้ ไทน์วูล์ฟแข็งแกร่งเกินไป แถมยังอยู่รวมกันเป็นฝูง จากประสบการณ์ครั้งที่แล้ว ถ้าผมกับทเวนไม่ตกหน้าผาลงมาก่อน ก็อาจมีสิทธ์ตกเป็นอาหารของพวกมัน คิดดูว่าการถูกรุมกินเนื้อสดๆ ทั้งที่ตัวเองยังไม่ตาย มันจะเจ็บปวดสยดสยองสักแค่ไหนกัน

 

“เริ่มระบบนาวิก”

 

ผมออกคำสั่งเมื่อก้มแตะกองเงินกองสุดท้าย แทบจะออกวิ่งเพราะเสียงหอนของไทน์วูล์ฟใกล้เข้ามา ผมเดินทางไม่หยุดแม้จะมีมอนสเตอร์เข้ามาขวางระหว่างทาง เพราะมันยังใกล้กับจุดที่ทิ้งศพพวกไวด์เดอร์ไว้เกินไป ผมไม่รู้ว่าจะมีไทน์วูล์ฟแค่ฝูงเดียวในบริเวณนี้หรือเปล่า หรือยังมีมอนสเตอร์ร้ายกาจตัวไหน เดินทางมาร่วมฉลองมื้อเย็นอันโอชะที่ผมทิ้งไว้ให้บ้าง สภาพตัวผมเองก็เปรอะไปด้วยเลือด ทั้งของตัวเองและของพวกไวด์เดอร์ กลิ่นเลือดจากตัวผมก็แรงพอจะทำให้รู้สึกอยากอาเจียน ผมต้องไปที่หนองน้ำรากูสให้เร็วที่สุด และล้างคราบกับกลิ่นคาวเลือดออกไปให้หมด

กรร!

“ไม่ทันสินะ...”

ดูเหมือนผมจะไม่สามารถทำตามความคิดได้ทันซะแล้ว เสียงคำรามที่ดังมาจากด้านหลัง ผมรู้ว่ามันเป็นตัวอะไร และไม่อยากรู้ด้วย ตอนนี้รู้แค่อย่างเดียวว่าต้องซอยสุดฝีเท้า เพื่อหนีไอ้เจ้าตัวอะไรไม่รู้ที่ตามหลังผมมา ฟังจากเสียงคำราม และเสียงฝีเท้ายามวิ่งแล้ว ตัวมันคงโตน่าดู แล้วก็คงจะโหดสุดๆอย่างไม่ต้องสงสัยด้วย

“หลีกไป หลีกทาง หนีไปเร็วเข้า!!”

ผมวิ่งพ้นแนวต้นไม้ออกมาโผล่ตรงทุ่งโล่งๆใกล้กับหนองน้ำรากูส ตรงนั้นยังเต็มไปด้วยนักสำรวจหน้าใหม่ ที่กำลังทำมิชชั่นล่ารากูสของแบร์รี่อยู่ พวกนั้นยังคงแปลกใจ และไม่รับรู้ถึงอันตรายที่ตามหลังผมมา แต่พวกรากูสรู้ พวกมันส่งเสียงเอะอะ ท่าทางตื่นตระหนก วิ่งหนีกระเจิงกลับไปยังหนองน้ำแบบไม่คิดชีวิต ตัวผมเองก็ไม่คิดจะหยุดวิ่งเช่นกัน

กรี๊ดดด!!

หญิงสาวแถวนั้นกรีดร้องเสียงดังลั่น เมื่อเห็นว่าตัวอะไรไล่ตามผมมา ที่จริงผมเองก็ไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นอย่างนี้หรอก แต่ใครจะไปรู้ว่าจะมีตัวอันตรายตามมา และใครจะไปรู้ว่าจะมาโผล่ในที่ที่มีคนเยอะขนาดนี้กัน เมื่อเห็นกลุ่มคนจำนวนมาก เจ้าตัวโตนั่นก็หยุดชะงัก ยิ่งเห็นความสับสนอลหม่าน ของผู้คนที่วิ่งพล่านเมื่อเห็นมันโผล่มา ก็ยิงที่ให้มันสับสนไปชั่วขณะ ก่อนจะรับรู้ได้ว่านี่คือเหยื่อ ที่สามารถจับกินได้ไม่อั้น

“บ้าจริง แบบนี้ต้องมีบทลงโทษอะไรแน่ๆเลย”

ผมบ่นกับตัวเองขณะที่ยังคงวิ่งไม่หยุด จนไปถึงหนองน้ำรากูส ผมกระโดดลงไปตามแบบที่พวกรากูสทำ พยามยามล้างคราบเลือด หรือก็คือลบหลักฐานการเป็นตัวหายนะในครั้งนี้ออกไปจากตัว

“ไม่นะ... นั่นเหรอเจ้าตัวที่ตามเรามา”

ผมแทบหยุดหายใจ เมื่อเห็นมอนสเตอร์ตัวนั้นเป็นครั้งแรก ตัวของมันใหญ่สูงเกือบสองเมตร ยาวราวห้าเมตร ลำตัวสีแดงฉานราวกับเลือด ใบหน้าเรียวจมูกโตๆยื่นยาว ดวงตากลมโตสีดำดุจราตรีกาล ฟันซี่ยาวแหลมยื่นออกมาจากปากจนเห็นได้ชัด หูยาวแหลมลู่ไหทางด้านหลัง หางยาวเป็นพวงกำลังโบกสะบัดอย่างยินดี

“บีบอท ไปแสกนเจ้านั่นมา”

ผมอยากรู้ว่าเจ้านั่นเป็นตัวอะไร จึงสั่งให้บีบอทไปแสกนเพื่อให้คอมเจ็นหาข้อมูลของมันในฐานข้อมูลสิ่งมีชีวิตในระบบสุริยะกรีเธียน

“บลัดดี้วูล์ฟ คลาสซี คะแนนการสังหาร 2270 แต้ม สิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์จี0007 เรียกอีกชื่อว่าเรดเอิร์ธ เป็นสัตว์นักล่าประจำถิ่น ไม่พบว่ามีถิ่นอาศัยอยู่บนเซคันด์เอิร์ธ บลัดดี้วูล์ฟเป็นสัตว์ดุร้าย กินจุเข้าขั้นตะกละตระกราม เมื่อกินจนอิ่มก็จาหาที่นอนพัก และจะไม่ออกล่าไปอีกสองถึงสามวัน (เวลาบนเรดเอิร์ธ)”

ผมตกตะลึงกับรายงานจากคอมเจ็น บลัดดี้วูล์ฟนักล่าจอมตะกละ ไม่มีถิ่นอาศัยบนเซคันด์เอิร์ธ แล้วมันมาอยู่นี่ได้อย่างไร กำลังไล่ฉีกทึ้งเนื้อผู้คนอย่างมีความสุข แต่...มันจะมีตัวตนอยู่แค่ในดิกาแลกเซีย หรือมีอยู่จริงบนเซคันด์เอิร์ธด้วยกันแน่ ถ้าหากมันอยู่ที่นั่นในตอนนี้จริงๆ แล้วใครกันที่นำมันมาปล่อยไว้ ใครที่เอาสัตว์ต่างถิ่นบนดาวเคราะห์ดวงอื่นมาปล่อยไว้ที่นี่ มีจุดประสงค์อะไรกันแน่

 

ผมตั้งสติ หลังจากที่ตื่นตะลึงไปกับภาพสยองตรงหน้า พวกเราเป็นแค่ชุดข้อมูล ที่ถูกสร้างตัวตนขึ้นด้วยโครงข่ายพิเศษ ซึ่งถูกตั้งลงบนพื้นที่ส่วนใหญ่ของดาวเคราะห์ดวงนี้ โครงข่ายนั้นช่วยสร้างรูปลักษณ์จำลอง ของมอนสเตอร์ที่เราพบเจอให้ เพื่อให้มันตอบโต้กับเราที่เป็นเพียงชุดข้อมูลได้ แต่ถึงอย่างนั้นการถูกพวกมันทำร้าย ก็จะเกิดบาดแผล และความรู้สึกเจ็บปวดที่สมจริง จนเราแยกไม่ออกเลยว่านี่เป็นเพียงการทำร้ายกันของชุดข้อมูลสองชุดจริงหรือไม่ เสียงกรีดร้องพวกนั้น หยดเลือดที่สาดกระเซ็นเต็มทุ่ง มันช่างน่ากลัวเกินกว่าจะเพียงแค่ภาพจำลองที่ถูกสร้างขึ้นมา มันสมจริง สมจริงเกินไปจนน่าขนลุก

 

ผมพบว่ากำลังตัวสั่น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว เสียงฟันกระทบกันดังจนได้ยินชัดเจน พวกคนที่หนีรอดพากันลงมาในหนองน้ำ และพยายามว่ายหนีห่างออกจากฝั่งให้มากที่สุด ทุกคนต่างขวัญผวา ความหวาดกลัวอยู่ในดวงตาของพวกเขา และแก่งแย่งกันเอาชีวิตรอด โดยไม่สนว่าจะส่งใครให้ไปเป็นเหยื่อของบลัดดี้วูล์ฟแทนตัวเอง พวกเขากลายเป็นเพียงก้อนเนื้อที่ไร้สติ และหวาดกลัว ความกล้าหาญหนีหายไปหมด แม้แต่กับตัวของผมเอง ภาพการถูกขย้ำฉีกทึ้งร่างออกเป็นชิ้นๆแล้วถูกกลืนกิน เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและความหวาดกลัว มันคือฝันร้าย ที่อยากจะตื่นเพื่อหนีมันไป แต่ก็ไม่อาจทำได้

 

“เจดา คำนวณหาเส้นทางปลิดภัยอีกครั้ง เพื่อเดินทางกลับสู่เซคันด์เอิร์ธ”

“กำลังคำนวณเส้นทาง พบเส้นทางปลอดภัย”

 

จุดตั้งต้นของเส้นทางปลอดภัย อยู่ริมตลิ่งห่างออกไปราวแปดร้อยเมตร ผมต้องว่ายน้ำไปทางนั้น ทั้งที่ร่างกายเริ่มออกอาการเหนื่อยล้า ความหวาดกลัวบั่นทอนกำลังกายและกำลังใจผม มันเตะความกล้าในตัวผมจนกระเด็นหายไปเกือบหมด กาแลกซีลัส คอร์ปอเรชั่นทำถูกแล้วจริงๆ พวกเขาทำสิ่งที่ถูกต้องจริงๆ เพื่อช่วยชีวิตผู้อพยพมากมาย เตรียมพร้อมให้พวกเขารู้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไร ความหวาดกลัวประเภทไหน ถ้าหากสิ่งนี้เกิดขึ้นจริงกับพวกเรา จะไม่มีใครได้โอกาสแก้ตัวเป็นครั้งที่สองแน่

“นี่นายจะไปไหนน่ะ?”

นักสำรวจหน้าใหม่คนหนึ่งหันมาถามผม ท่าทางเขาตื่นกลัวมาก น้ำเสียงก็สั่นจนแทบจะฟังสิ่งที่เขาพูดไม่รู้เรื่อง

“ผมจะขึ้นจากน้ำ ผมลอยคออยู่อย่างนี้นานๆไม่ไหวแน่”

“ไม่ได้นะ ถ้าขึ้นไปบนฝั่ง นายจะต้องถูกจับกินแน่!!”

“ไม่เป็นไร ผม...ผมอยากจะลองเสี่ยงดู”

 

ผมตอบ จ้องมองดูความหวาดกลัวในแววตาของคนที่ถามผม เขายอมปล่อยผมไปแต่โดยดี ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม บางทีเขาอาจจะยังมีสติหลงเหลือพอ ที่จะคิดได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น มันเป็นเพียงเหตุการณ์จำลองเท่านั้น แม้ว่ามันจะเหมือนจริงจนน่าขนลุกก็ตาม และผมมีสิทธิ์ที่จะทำในสิ่งที่ผมเลือกด้วยตัวเอง ไม่ว่ามันจะนำผมไปสู่ความตายหรือไม่ก็ตาม

“ถ้า...ถ้าอย่างนั้น ขอให้โชคดี”

ชายคนนั้นพูด

“ขอบคุณ”

ผมพยักหน้าให้เขา แล้วว่ายน้ำจากมา กว่าจะถึงชายฝั่งที่เป็นจุดตั้งต้นการเดินทาง ผมก็แทบจะไม่เหลือเรี่ยวแรง ระยะทางยังอีกไกลกว่าไปถึงเวิลด์แลนด์ซิตี้ แต่ผมก็ต้องฝืนตัวเองให้ได้ เพราะในเมืองถ้าเราถูกบังคับออกจากดิกาแลกเซียเพราะถึงขีดจำกัด หนึ่งชั่วโมงย้อนหลังจะไม่หายไปเหมือนตอนอยู่นอกเมือง อย่างน้อนขอแค่ไปให้ถึงพื้นที่เพาะปลูกได้

 

“เริ่มระบบนาวิก”

ผมออกเดินทาง โดยพยายามเร่งความเร็ว เพื่อให้พ้นไปจากหนองน้ำรากูสให้มากที่สุด จากนั้นก็ค่อยชะลอฝีเท้าลง ดูเหมือนจะมีบลัดดี้วูล์ฟตัวจริงอยู่บนเซคันด์เอิร์ธ และกำลังสู้อยู่กับหน่วยลาดตระเวน ที่มีรถหุ้มเกราะกับปืนใหญ่อานุภาพสูง มันตัวเดียวกับทหารชำนาญการรบ พร้อมอาวุธครบมือ คงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นฝ่ายชนะ พวกเขาเคลื่อนที่ไกลออกไป โดนทิ้งซากศพของบลัดดี้วูลฟ์เอาไว้อย่างไม่ใยดี มีเพียงพวกโรบอทที่ทำหน้าที่เก็บกวาดซากของมันอยู่ไม่กี่ตนเท่านั้น

“เฮ้อ...”

ขาของผมหยุดเดินเอาดื้อๆ เหมือนรู้สึกโล่งใจที่ได้เห็นบลัดดี้วูล์ฟตายอยู่ตรงหน้า เหมือนไม่มีอะไรต้องกลัวอีกต่อไปแล้วในเวลานี้ ยกเว้นว่าผมจะไปไม่ถึงเมือง และช่วงเวลาหนึ่งชั่วโมงนับย้อนหลังไปจากนี่จะไม่ถูกบันทึก ผมได้แต่ภาวนาว่ามันจะพ้นช่วงที่ผมได้เขาของไวด์เดอร์มาแล้ว จะได้ไม่ต้องกลับไปเจอเหตุการณ์ฆ่าโหดนั่นอีกครั้ง

“ไม่ไหว ขาผมไม่มีแรงเดินต่อแล้ว”

 

ผมทรุดลงกับพื้น เสียงแจ่งเตือนจากคอมเจ็น บอกว่ากำหนดขีดจำกัดของรางกายกำลังกระชั้นเข้ามา และเมืองก็อยู่ไกลเกินกว่าจะไปถึงก่อนถูกตัดการเชื่อมต่อ มันเสนอให้ผมกางที่พักนิรภัย แต่ผมไม่มีแรงจะทำอะไรแล้วจริงๆ ผมนอนหงาย เงยหน้ามองท้องฟ้าที่แสงอาทิตย์เริ่มเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย ทำให้รู้สึกแสบตาอยู่เล็กน้อย

 

จู่ๆตอนที่ดวงตาของผมเริ่มพร่า ก็มีใบหน้าหนึ่งปรากฏขึ้น ใบหน้าของหญิงสาว เรียกผมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอพลิกผมคว่ำหน้าโดยที่ผมไม่อาจขัดขืนอะไรได้ ผมได้ยินเสียงรูปซิป เปิดเป้หลังของผมเอง เธอความเอาบางอย่างออกมา แล้วเดินจากไป ผมคิดว่าเธอคงเป็นหัวขโมย ที่ฉวยโอกาสตอนผมอ่อนแอ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ขโมยสิ่งของมีค่าไป แต่แค่พักเดียวเธอก็เดินกลับมา แล้วลากผมเข้าไปในบางสิ่ง ก่อนที่ผมจะหมดสติ และถูกตัดออกมาจากดิกาแลกเซีย





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #467 oomironhorse (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 07:26
    ว้อยยย เซวิลลล นายมันศัตรูของชายหนุ่ม อิจวัอยยย(เอะอะก็สาวๆ)>~<
    #467
    0
  2. #309 ฝนธารา (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 16:44
    ใครกันนะมาช่วย
    #309
    0
  3. #221 kimurakung (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 13:33
    ใครมาช่วยเนี่ยะ..
    #221
    0
  4. #195 piwut (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 เมษายน 2558 / 00:03
    รอดแล้ว
    #195
    0