THE GALAXIA

ตอนที่ 18 : Wilder

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,105
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    24 เม.ย. 58




 

 

มันอยู่นั่น เจ้าเห็ดราวิล่าที่เนนีร่าอธิบายลักษณะให้ผมฟัง วิล่ากระจุกรวมกันเป็นแพ แต่ละแพห่างกันไปตามโคนต้นไม้ใหญ่ บ้างก็อยู่ตรงต้นไม้ที่ตายแล้ว มีพืชจำพวกเฟิร์นขึ้นปกคลุม บริเวณนี้อากาศเย็น ได้กลิ่นชื้นของดินและหญ้าแห้ง บนพื้นยังมีร่องรอยกีบเท้าของสิ่งมีชีวิตอีกหลายรอย แต่เพื่อความแน่ใจ ผมจึงใช้คอมเจ็นตรวจสอบเห็ดพวกนั้นให้แน่ใจ

“วิล่า เห็ดราจำพวกหนึ่ง ชอบขึ้นในที่โล่งที่มีอากาศเย็นและชื้น มักพบอยู่ใต้ต้นสนวินทาล่าเป็นส่วนใหญ่ ดอกเห็ดมีลักษณะกลมรีคล้ายไข่ไก่ ขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร ตรงกลางมีแต้มสีเหลือง เมื่อดอกเห็ดบาน จึงดูคล้ายดอกไม้ วิล่ามีสรรพคุณทางยาที่สำคัญในการช่วยเพิ่มระบบต้านทานสารพิษจากสัตว์บางชนิด มีความหนึบเด้งเวลาเคี้ยว”

“หนึบเด้งเวลาเคี้ยวนี่นะ แสดงว่าคนก็กินได้ล่ะสิ”

“ต้องปรุงสุกเสียก่อน และต้องตัดส่วนสีเหลืองออกไป”

คอมเจ็นตอบ เป็นครั้งแรกที่มันโต้ตอบกันผมโดยไม่ได้ถาม แต่อันที่จริงอาจเพราะผมยังคงเปิดหน้าข้อมูลของวิล่าทิ้งไว้ก็เป็นได้ มันจึงตอบสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ผมฟัง

“เอาล่ะ ชัดแล้วว่าแพเห็ดพวกนั้นคือวิล่า อาหารจานโปรดของพวกไวด์เดอร์ คราวนี้ก็เหลือแต่หาที่ซุ่มรอพวกมันโผล่มาเท่านั้น”

ผมมองหาสถานที่พอจะซ่อนตัว ไม่ให้ไวด์เดอร์หรือมอนสเตอร์ตัวอื่นๆเห็นผมได้ แต่ที่นี่ค่อนข้างโล่ง แทบไม่มีพุ่มไม้อะไรให้แอบซ่อนตัวได้เลย ผมจึงตัดสินใจเอาที่พักนิรภัยออกมาแขวน ซึ่งต้องปีนสูงขึ้นไปพอสมควรกว่าจะเจอกิ่งที่แข็งแรงพอ เมื่อแขวนที่พักนิรภัยเรียบร้อย ผมก็ออกมานั่งบนกิ่งไม้ข้างใต้ เพื่อสังเกตการณ์เหตุการณ์ข้างล่าง

“จริงสิ เราน่าจะใช้กับดักที่ได้เป็นรางวัลจากมิชชั่นครั้งก่อน ว่าแต่มันใช้ยังไงกันนะ”

ผมความหากับดักอันหนึ่งออกมาจากกระเป๋าหลัง มันมีเหมือนป้ายราคาติดมาด้วย แบบเดียวกับเซ็ตเครื่องปรุงที่ผมได้มาจากร้านเพลย์กราวนด์ของนิก้า ผมไม่เคยหยิบดูป้ายราคาเลยเพราะรู้ราคาของมันตอนที่นิก้าบอกแล้ว แต่เจ้ากับดักนี่ผมไม่รู้ว่ามันราคาเท่าไร ก็เลยจับมันพลิกดู

“เฮ้ย!!”

ผมตกใจจนเกือบจะพลัดตกต้นไม้ เพราะทันทีที่ผมแตะสิ่งที่คิดว่ามันเป็นป้ายราคา มันกลับปรากฏหน้าต่างข้อมูลขึ้นในอากาศ บอกถึงชื่อ สรรพคุณ หรือข้อบ่งใช้ รวมถึงราคาซื้อขายด้วย

กับดักอันนี้มีชื่อว่ากับดักสปริง(ขนาดเล็ก) วิธีใช้ก็แค่ง้างซี่ฟันออกจากกันให้อ้าออกจนกางร้อยแปดสิบองศา แล้วอำพรางไว้ใต้กองหญ้า ดินหรือทรายตื้นๆแค่พอไม่ให้เหยื่อเห็นได้ เมื่อมีเหยื่อเหยียบเข้าไปในกับดัก มันจะกระเด้งงับเข้าหากัน ซี่ฟันแหลมของกับดักจะรั้งขาของเหยื่อ ไม่ให้มันดิ้นหลุดไปได้ง่ายๆ แถมยิ่งดิ้นมันก็จะยิ่งงับแน่นขึ้นอีกด้วย

“ขนาดครึ่งฟุตนี่เรียกว่าเล็กหรือเนี่ย อยากรู้จังว่าขนาดใหญ่สุดของกับดักนี่จะใหญ่โตขนาดไหน”

ผมพูดกับตัวเองเบาๆ นึกสงสารเจ้าไวด์เดอร์ขึ้นมาทันที ถ้าพวกมันต้องมาติดกับดักแบบนี้เข้าคงต้องทรมานแน่ๆกว่าจะตาย อีกอย่างถ้ามันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด จนพวกมันหรือมอนสเตอร์ตัวอื่นที่อันตรายกว่าตามเสียงร้องของมันมาคงไม่ดีแน่

“ไว้งานอื่นแล้วกันนะ”

ผมเก็บกับดักสปริงใส่กระเป๋า แล้วเฝ้าดูพื้นเบื้องล่าง รอว่าจะมีไวด์เดอร์สักตัวโผล่ออกมาไหม และแล้วมันก็เดินเข้าในระยะสายตาของผม ไวด์เดอร์ตัวน้อยยืนสองขาตากลมโต ขนตางอนยาว หางเล็กๆสะบัดไปมาด้านหลังดูดุ๊กดิ๊กน่ารัก เขาของมันเหมือนเขากลางโต แต่กลับสั้นเพียงไม่กี่นิ้ว มันเดินเข้ามาใต้ต้นสนวินทาล่าต้นที่ผมอยู่พอดี แล้วย่อสองขาเก็บเห็ดวิล่ากินด้วยขาหน้า ที่ดูไม่ต่างจากกีบเท้าของมันสักเท่าไร ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือส่วนเล็บที่ยื่นแหลมยาวออกมาจนดูน่ากลัวนั่น

“มาแล้วสินะ ต้องขอบคุณเนนีร่า ที่ทำให้มิชชั่นนี้จบลงได้ง่ายดายขนาดนี้ หึๆๆ”

ผมหัวเราะชอบใจเบาๆ ก่อนจะดึงเชนกันแกมาจากข้างเอว เล็งยิงที่หัวเจ้าตัวเล็กที่อยู่ข้างใต้ผมพอดี

ปังๆ

กระสุนพุ่งออกไปสองนัดซ้อนทั้งที่ผมเหนี่ยวไกแค่ครั้งเดียว นักหนึ่งเจาะเข้าช่วงลำคอของมัน ส่วนอีกนัดเฉี่ยวปลายจมูกจนเป็นแผลเลือดสาด มันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดและเสียขวัญ พยายามจะวิ่งหนีไป แต่ด้วยความแรงของกระสุน ประกอบกับร่างเล็กๆของมัน กระสุนจึงทะลวงเข้าอวัยวะสำคัญ และปลิดชีวิตมันลงในเวลาอันสั้น

“เฮ้อ...”

ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ดูเหมือนจะไม่มีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาร่วมวง พื้นที่บริเวณนั้นยังคงโล่งปราศจากสิ่งมีชีวิตอื่น นอกจากร่างไร้ชีวิตของไวด์เดอร์เคราะห์ร้ายตัวนั้น ผมต้องลงไปเพื่อตัดเขาทั้งสองข้างของมันออกมาตามเงื่อนไขของมิชชั่น ในขณะที่ปีนลงไป เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

“โอ้ ไม่นะ!”

ผมรีบปีนกลับขึ้นไปยังกิ่งที่แขวนที่พักนิรภัย เมื่อเห็นบางสิ่งโผล่ออกมาจากอีกด้านหนึ่งของป่า มันคือไฮ-ไวด์เดอร์ และมันมากันเป็นคู่ กำลังหาลูกสนวินทาล่ากินเป็นอาหาร ผมตาเหลือกรีบมุดเข้าไปในที่พักนิรภัย รู้สึกกลัวว่าพวกมันจะเห็นที่พักของผมเป็นอาหารไปด้วย

“บ้าจริง มันไม่น่าจะเอื้อมมาถึงก็จริง แต่ถ้ามันเห็นเข้าละก็... ที่พักนิภัยนี่ไม่มี ฟังก์ชั่นใช้งาน หรือไงนะ!”

“ฟังก์ชั่นใช้งานที่พักนิรภัย”

อยู่ดีๆก็มีเสียงตอบรับ พร้อมกับหน้าจอที่ลอยอยู่กลางอากาศ เขียนหัวข้อกำกับว่า ฟังก์ชั่น ด้านล่างมีตัวเลือกมากมายอย่างเช่น ตั้งที่พักบนพื้นต่างระดับ ตั้งที่พักในน้ำ เปิดเกราะป้องกันกระแทก เปิดระบบพรางตัว ผมตาแทบถลนใจเต้นระรัวเมื่อเห็นโหมดระบบพรางตัว ทั้งมือทั้งปากออกคำสั่งพร้อมกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“เปิดระบบพรางตัว”

เสียงในที่พักนิรภัยทวนคำสั่ง จากนั้นก็เงียบไป มันเงียบจนผมแปลกใจว่าระบบพรางตัวถูกเปิดแล้ว หรือกำลังดำเนินการ หรือมันเจ้งไปแล้วกันแน่ ผมจึงเลือกที่จะเสี่ยงโผล่ศีรษะออกไปดูให้เห็นกับตา

ด้านนอกที่พักนิรภัย มีคลื่นพลังงานอ่อนจางอยู่โดยรอบระยะห่างราวหนึ่งฟุต มีเสี่ยงหึ่งเบาๆที่แทบจะไม่ได้ยินถ้าไม่ตั้งใจฟังดีๆ คลื่นๆพลังงานเหล่านั้นถูกส่งออกมาจากรูเล็กๆตามรอยต่อด้านนอกของที่พักนิรภัย ทำให้ผมพออุ่นใจว่าไฮ-ไวด์เอร์คู่นั้นจะมองไม่เห็นที่พักของผม ที่แขวนอยู่บนกิ่งสนวินเทล่าแน่นอน

อีกอย่างผมแขวนที่พักนิรภัยไว้สูงกว่าความสูงของพวกมันอยู่นิดหน่อย ยังไงก็คงปลอดภัยจากการมองเห็นของพวกมันแน่ แต่ผมลืมไปอย่าง ใกล้ๆกับที่พักนิรภัยของผมมีลูกสนวินเทล่า ลูกโตน่ากินมากๆเสียด้วย รู้ไหมถ้าไฮ-ไวด์เดอร์สองตัวนั้นเห็นเจ้าลูกสนผลนี้เข้า มันต้องตาวาวด้วยความอยากกินแน่ และสิ่งที่ผมทำได้ก็แค่ภาวนาขอให้มันอย่าเงยหน้าขึ้นมามองเลย

“ไม่ นะ...”

โชคไม่เข้าข้างผมเลยสักนิด เพราะดูเหมือนพวกมันตัวหนึ่งจะเห็น ลูกสนอวบสวยใกล้กับที่พักนิรภัยของผมแล้ว แค่เอื้อมขาหน้ามานิดหน่อย มันก็จะคว้าไปกินได้อย่างง่ายดาย แต่ว่านะแรงดีดของกิ่งสนตอนที่พวกมันดึงลูกสนไปนี่... ผมถอยกลับเข้าไปในที่พัก ปิดประตูแน่นรอการแกว่งอย่างรุนแรงที่จะตามมา แต่สิ่งที่เกิดกลับมีแค่การเคลื่อนเบาๆอย่างนุ่มนวล การแกว่งเกิดขึ้นเบามากจนผมแทบไม่รู้สึก ทั้งที่ผมแน่ใจว่ากิ่งสนจะต้องสะบัดโดยแรงแน่

“ตัวปรับสมดุล ใช่แล้วที่พักนิรภัยมีตัวปรับสมดุลนี่นา เฮ้อ...”

ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ถ้าหากที่พักนิรภัยไม่มีตัวปรับสมดุลละก็ มันคงแกว่งอย่างรุนแรง เผลอๆจะมีตีลังกากลางอากาศด้วยก็ได้ และผมก็อาจจะอาเจียนจนเลอะเทอะไปแล้วก็ได้ ผมรอสักพักจึงลองยื่นหน้าออกไปดูอีกรอบ ไฮ-ไวด์เดอร์สองตัวนั้นกำลังเดินจากไป ผมจึงลองเสี่ยงปีนลงไปอีกครั้ง เพื่อจะตัดขเจองไวด์เดอร์ ตัวที่ผมยิงตายอยู่ข้างใต้

“ได้รับการติดต่อจากทเวน”

คอมเจ็นแจ้งขณะที่ผมกำลังเร่งรีบปีนลงมาจากต้นไม้

“ยอมรับการติดต่อ”

“เฮ่ไง เซวิล ทางนายเป็นไงบ้าง?”

เสียงของทเวนทักมา ท่าทางเหมือนกำลังหอบหายใจอยู่ด้วย

“ก็ดีนะ ผมฆ่าได้แล้วกำลังจะลงไปตัดเขามัน พอดีมีเจ้าตัวใหญ่ผ่านมาเลยต้องหลบก่อน”

“ฮ่ะๆ ตัวใหญ่ที่ว่านะ ใหญ่สักแค่ไหนกันล่ะ หวังว่าคงไม่เจอแจ๊กพอตเหมือนฉันเข้าให้หรอกนะ”

“แจ๊กพอตแบบไหนกัน ทเวน เฮ้ ได้ยินไหม อะไรเนี่ย การติดต่อขาดหาย!”

หน้าจอกระพริบ การติดต่อขาดหาย ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ในโลกจำลองดิกาแลกเซียนี้ หวังว่าสาเหตุของการติดต่อขาดหายครั้งนี้คงไม่ร้ายแรง

ผมรีบไต่ต้นไม้ลงไปอีกครั้ง หวังว่าจะไม่มีอะไรมาขัดจังหวะได้อีก ผมใช้เวลานานมากกว่าจะตัดเขาไวด์เดอร์ออกมาได้สักข้างหนึ่ง มีดที่ว่าคมๆปาดคอคนตายได้โดยไม่ต้องออกแรงกดให้มาก กลับดูเหมือนจะทื่อไปเลยเมื่อต้องมาตัดเขาของไวด์เดอร์ ผมเสียเวลาไปชั่วโมงกว่า ถึงจะได้เขาทั้งสองข้างมา

แกร่ก!

เสียงของบางอย่างเรียกความสนใจผมไป ไวด์เดอร์สองสามตัวเดินเข้ามา เพื่อกินเห็ดวีล่า พวกมันชะงักเมื่อเห็นผมอยู่กับศพของไวด์เดอร์ตัวหนึ่ง ทำจมูกฟุตฟิตแล้ววิ่งหนีเตลิดหายไป

“โธ่เว้ย ให้ตายสิ อุตส่าห์ตามรอยมันมาถึงนี่ อยู่ดีๆดันวิ่งหนีไปซะงั้น!!”

เสียงผู้ชายคนหนึ่งบ่นอย่างหัวเสีย เขาวิ่งออกมาราวกับจะตามให้ทันไวด์เดอร์ตัวที่วิ่งหนีไป

“มันตกใจอะไรแน่เลย”

คราวนี้เป็นเสียงของผู้หญิงผิวสองสีค่อนไปทางคล้ำ ร่างเล็กๆเดินตามชายคนนั้นออกมา

“คงเป็นผู้ชายคนนั้น ดูสิ เขาจัดการณ์ไวด์เดอร์ได้แล้วล่ะ”

มีผู้ชายอีกคนตามออกมาติดๆ เขาเป็นตนแรกที่สักเกตเห็นผม และชี้ให้เพื่อนอีกสองคนของเขาดู ผมลุกขึ้นยืนมอกดูพวกเขาเดินเข้ามาหา ท่าทางไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไรอย่างระมัดระวัง

“ไง ไอ้ฝรั่ง!”

คนที่สบถเสียงดังพูดขึ้นด้วยภาษาท้องถิ่นของตัวเอง แต่ผมพอฟังออกเพราะบนโลกผมเองก็มีเพื่อนชาวกัมพูชาอยู่คนหนึ่ง

“สวัสดี”

ผมทักเป็นภาษาพวกเขา เพื่อให้รู้ว่าผมฟังออก ท่าทางพวกเขาตกใจมาก และมองผมอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา ก่อนที่คนผู้หญิงจะยิ้มเจือนๆ และกล่าวขอโทษแทนเพื่อนด้วยความรู้สึกผิด

“ขอโทษด้วยนะคะ เพื่อนของฉันเขานิสัยห่ามๆอย่างนี้เอง”

“ไม่เป็นไรครับ พวกคุณคงตามรอยไวด์เดอร์มาเหมือนกัน ผมขอโทษที่เป็นต้นเหตุให้พวกมันตกใจกลัวจนหนีไป”

ผมตอบอย่างสุภาพ หญิงสาวยิ้ม ส่วนชายหนุ่มอีกสองคนที่ทำท่าราวกับองค์รักษ์พิทักษ์เจ้าหญิง ก็ดูเหมือนจะอารมณ์เย็นลงมานิดหน่อย

“ไม่ใช่ความผิดคุณหรอกค่ะ คุณอยู่ตรงนี้มาก่อนพวกเรา เราต่างหากที่เป็นฝ่ายรบกวน ถ้ายังไงเราต้องขอตัวไปตามรอยพวกมันต่อนะคะ”

หญิงสาวยังคงตอบอย่างสุภาพ

“จะไปตามที่ไหนชาวี เห็นๆอยู่ว่าเตลิดหนีไปหมดแล้ว!!”

“ชายตัวสูงที่สุดในกลุ่ม และท่าทางจะอารมณ์ร้อนที่สุดในกลุ่มหันไปพูดกับหญิงสาว

“ยังไงมันก็เป็นมิชชั่นนะอครา เราต้องทำแม้ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม”

“ฉันเห็นด้วยกับชาวี ยังไงเราก็ต้องทำ”

ชายผมหยิกเป็นลอนระบ่าพูด

“โคซัล นายน่ะเงียบไปเถอะ!”

ดูเหมือนทั้งสามคนจะทะเลาะกันเองเสียแล้ว โดยที่คนชื่อ อครานั่นพยายามจะให้มันเป็นความผิดของผมให้ได้

“นี่พวกคุณ ผมคงต้องไปแล้ว แต่ก่อนไปจะบอกอะไรอย่างหนึ่งให้ ไถ่โทษที่ผมทำให้ไวด์เดอร์ของพวกคุณหนีไปดีไหม”

ทั้งสามหันมาฟังด้วยความสนใจทันที

“มีอะไรก็ว่ามาสิ!”

นายอครานี่คงเป็นหัวหน้ากลุ่มแน่ ฟังจากที่ออกคำสั่งกับทุกคนแบบไม่เกรงใจใครแล้วละก็ ผมคิดว่ารีบบอกรีบปลีกตัวไปจะดีกว่า เพราะเป็นห่วงทเวน และผู้ชายสองคนนี้ก็ดูไม่อยากเป็นมิตรกับผมเท่าไร

“เห็นเห็ดที่โคนต้นสนนั่นไหม มันเป็นอาหารโปรดของพวกไวด์เดอร์ ถ้าซุ่มรออยู่ที่นี่ พวกมันจะต้องเข้ามากินเห็ดอีแน่นอน ผมเองก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน”

“จริงหรือคะ ขอบคุณมากนะที่ยอมบอกเรื่องนี้กับเรา!”

หญิงสาวดูดีใจมาก ส่วนผู้ชายอีกคนที่ชื่อโคซัลก็พยักหน้าให้แทนคำพูด

“ขอบใจนะ ไอ้ฝรั่ง!”

อคราพูดเป็นเชิงประชด ผมจึงหยุดปากและพยักหน้ารับคำขอบคุณนั้นแล้วเดินจากมาทันที จากที่จะบอกว่าให้ระวังไฮ-ไวด์เดอร์ไว้บ้าง เพราะพวกมันเองก็ชอบออกมาเก็บลูกสนแถวนี้กิน ปล่อยให้พวกเขาเจอกับตัวเองจะดีกว่า ผมเป็นคนดีนะ แต่ไม่สุด ดีเท่าที่จะดีได้ แต่ไม่ใช่พ่อพระโดยเฉพาะกับคนที่พูดจาไม่สุภาพกิริยาหยาบคายกับผม ยังไงซะพวกเขาก็มีปัญญาตามรอยไวด์เดอร์มาถึงนี่ แค่ซ่อนตัวให้พ้นจากสายตาของไฮ-ไวด์เดอร์คงทำได้ไม่ยาก

“ไหนบอกจะไป เดินกลับขึ้นต้นไม้ทำไมล่ะ?”

อคราถามไล่หลัง ผมหันไปยิ้มอย่างใจเย็น แล้วตอบไปว่าที่พักนิรภัยผมอยู่บนนั้น ต้องขึ้นไปเก็บก่อน พวกเขาก็ดูเหมือนจะปิ๊งไอเดีย มองหากิ่งต้นสนแถวนั้นเพื่อแขวนที่พักนิรภัยบ้าง

“หึ ขอให้สนุกนะ”

ผมพูดเบาๆกับตัวเองขณะมองดูพวกเขาช่วยกันแขวนที่พักนิรภัย บนกิ่งสนต้นที่ห่างออกไปเล็กน้อย ก่อนจะลงมือเก็บที่พักของตัวเองแล้วรีบเดินทางกลับเข้าเมือง

“นี่บีบอท แกยังทำงานอยู่ไหมเนี่ย”

ผมเรียกหุ่นยนต์แมลงตรงจการณ์ของตัวเอง ที่โคจรรอบตัวผมสูงขึ้นไปสองสามเมตรในอากาศ มันกระพริบแสงทีหนึ่งก่อนที่หน้าจอคอมเจ็นของผมจะปรากฏข้อความ

“บีบอท สแตนด์บายโหมด”

“อ้าว แล้วไอ้โหมดอัตโนมัติมันหายไปไหนกันนะ นี่ใจคอแกจะทำแค่หน้าที่นำทางอย่างเดียวหรือไง”

ผมพูดขึ้นอย่างหัวเสีย ระบบแสกนพื้นที่รอบตัวของมันไม่เสถียรเอาเสียเลย ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะใช้ไม่ได้ โชคยังดีที่มันยังมีประโยชน์อย่างอื่น นอกจากทำตัวเป็นดาวเทียมบินวนไปมา

“เจดา ขอเส้นทางปลอดภัยกลับสู่เวิลด์แลนด์ซิตี้”

“กำลังคำนวณหาเส้นทางปลอดภัยสู่เวิลด์แลนด์ซิตี้”

ระหว่างรอผมก็เดินห่างออกมาจากจุดที่สามคนนั้นอยู่ เพราะหากยังอยู่แถวนั้นแล้วไวด์เดอร์เกิดหนีเตลิดไปอีก พวกเขาจะต้องโทษว่าเป็นความผิดผมแน่ แต่ก็ยังไม่ได้ไปไกลจากป่าสนสักเท่าไร ผมลองเปิดกระเป๋าควานหาถุงหรืออะไรสักอย่างมาใส่เห็ดวิล่า เพราะอยากชิมรสชาติของมัน ทว่าถุงที่มีดันเป็นถุงที่ใช้ใส่กับดักสปริง รางวัลจากมิชชั่นที่แล้ว ผมจึงเอากับดักสปริงออกมา จัดเรียงอย่างดีลงไปในช่องว่างของกระเป๋า แล้วเอาถุงเปล่ามาใส่เห็ดแทน

“คำนวณเส้นทางเสร็จสมบูรณ์ เริ่มระบบนาวิกหรือไม่”

ผมเก็บถุงใส่เห็นใส่กระเป๋าแล้วตอบตกลง เจ้าบีบอทก็ทำหน้าที่ของมัน โดยการบินนำทางให้ผม ดูเหมือนผมจะเดินมาไกลจากหนองรากูสมากทีเดียว กว่าจะกลับไปถึงที่นั่นใช้เวลาเกือบชั่วโมง และจากหนองน้ำรากูสไปถึงเมืองก็ใช้เวลาอีกราว 45 นาที แต่เวลาที่ว่ามานั้นเป็นเวลาที่จำทำได้โดยไม่มีมอนสเตอร์เข้ามารบกวนการเดินทาง ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยมาก

“ลองติดต่อหาทเวนดีกว่า เจดาติดต่อทเวน”

“ติดต่อทเวน... ระบบกำลังโอนสัญญาณสู่ 5 002044

โอนสัญญาณ เกิดอะไรขึ้นกับทเวน ทำไมมีการโอนสัญญาณด้วย

“ไง นายออกมาจากดิกาแลกเซียแล้วเหรอถึงได้ติดต่อหาฉัน?”

ทเวนถามเมื่อตอบรับการติดต่อ

“ยังนี่ ผมติดต่อหานายจากในดิกาแลกเซียนะ แต่มันทีการโอนสัญญาณ ...นายออกจากดิกาแลกเซียไปแล้วงั้นเหรอ เกิดอะไรขั้น ยังไม่ถึงเวลาไม่ใช่รึไง”

ผมถามด้วยความแปลกใจ เขามีธุระด่วนอะไรถึงได้ออกไปจากดิกาแลกเซียเอาตอนนี้

“ฉันตาย ครั้งแรก เจอแกรนด์-ไวด์เดอร์ตัวเป็นๆเลย มันโหดแบบบ้าเลือดเลยล่ะ แค่เห็นฉันมันก็ไล่ฆ่าแบบไม่ปราณี รู้ไหมฉันตายโคตรอนาถ ดูภาพย้อนหลังกี่ทีก็ยังสยดสยองไม่เปลี่ยน มันกระทืบฉันจมดินเลย ตอนนั้นฉันก็แทบจะตายอยู่แล้วนะ อีกนิดเดียวก็เข้าภาวะโคม่า แต่มันไม่ยอมหยุด จำขาหน้าที่เป็นกรงเล็บแหลมได้ไหม ทันทิ่มลงมาใส่ร่างฉันที่นอนพะงาบๆอยู่บนพื้น แล้วกระชากออกอย่างแรง จนตัวฉันขาดกระเด็นออกจากกัน ยังจำความเจ็บปวดตอนนั้นได้ดีเลย และตราบใดที่ฉันยังมีอาการข้างเคียงอยู่ ฉันก็ยังไม่ควรกลับเข้าไปในดิกาแลกเซีย โทษทีนะที่ต้องทิ้งนายไว้ที่นั่นคนเดียว”

เสียงของทเวนยังคงสั่นๆขณะพูด เขาคงหวาดกลัวช่วงเวลานั้น และยังเข็ดขยาดกับมันอยู่แน่ๆ และนั่นก็เพราะผม เพราะผมขอให้เราแยกกันตามรอยไวด์เดอร์ ทเวนถึงได้ไปเจอกับแกรนด์-ไวด์เดอร์เข้าโดยลำพัง

“ไม่หรอก เพราะผมแท้ๆที่ขอให้เราแยกกัน ไม่งั้นนายก็ไม่ต้องไปเจอเรื่องน่าสยดสยองนั้นลำพัง”

ความรู้สึกผิดและความเสียใจของผมพุ่งพล่านขึ้นมาในใจอย่างรวดเร็ว แต่ทเวนกลับตะโกนใส่ผมเสียงดังจนผมยังตกใจ

“เจ้าบ้า! มันไม่ใช่ความผิดใครทั้งนั้น มันก็แค่โชค โชคของฉันไม่ดีที่ไปเจอแกรนด์-ไวด์เดอร์เข้า และฝีมือของฉันยังไม่ถึงขั้นพอจะสู้กับมันได้ก็เท่านั้น อีกอย่างฉันไม่ได้ตายไปจริงๆสักหน่อย ฉันก็แค่ถูกตัดออกจากดิกาแลกเซียเพื่อความปลอดภัยของตัวฉันเองเท่านั้น เข้าใจไหม อย่ามาโทษตัวเองให้ฉันได้ยินอีกนะเซวิล!”

“อ...อืม”

“ฉันต้องระงับความกลัวให้ได้ก่อนกลับเข้าดิกาแลกเซียอีกครั้ง ระหว่างนั้นนายอาจจะเหงาหน่อยนะ เพราะต้องทำมิชชั่นคนเดียว แต่เชื่อเถอะ ฉันไม่ปล่อยให้นายเหงาหูนานหรอก ระหว่างรอให้สภาพจิตใจพร้อม ฉันจะแต่งเพลงไปด้วย รับรองเข้าไปอีกทีนายได้ยินเพลงใหม่ของฉันแน่!”

“โอ้ขอเถอะ ไอ้เพลงอวัยวะภายในของนายน่ะ ผมว่ามันฟังสยองมากกว่าโรแมนติกนะ”

“ฮ่าๆๆๆ งั้นเหรอ”

“ก็งั้นสิ เออนี่ ผมคงต้องวางสายก่อน จากนี้เส้นทางอันตราย ถ้าออกจากดิกาแลกเซียเมื่อไร จะติดต่อไปอีกทีนะ”

ผมบอกกับทเวน เพราะทางข้างหน้าค่อนข้างรก มีต้นไม้ขึ้นหนา กิ่งไม้และใบไม้ยื่นเข้ามาในเส้นทาง จนบดบังการมองเห็นให้สั้นลงมาก ถ้ามัวแต่คุยกับทเวนแบบนี้ ผมอาจถูกลอบโจมตีจากมอนสเตอร์แถวนั้นก็ได้

“ได้สิ ระวังตัวนะเพื่อน การตายน่ะมันสุดจะบรรยายจริงๆ”

“ยังจะมาขู่อีก!”

ผมเอ็ด ทเวนหัวเราะฮาเสียงดังลั่น ก่อนจะตัดการสื่อสารไป







ขอโทษที่หายไปนานค่ะ มาต่อให้ยาวๆละกันนะ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #308 ฝนธารา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 16:39
    สนุกดีจ้า
    #308
    0
  2. #228 Hine (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 05:10
    จิ้นทเวนเซวิลสนุกมากๆ ค่ะ ;////; #FCทเวน ทเวนน่ารักกก
    #228
    0
  3. #204 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 15:18
    กลับมาอับต่อแล้ว
    #204
    0
  4. #193 piwut (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 เมษายน 2558 / 23:55
    ขอบคุณมากครับ
    #193
    0