THE GALAXIA

ตอนที่ 17 : Gynoid

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,421
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    7 ก.พ. 58

 
 
 

 

 

“นี่ทเวน นายมีพี่น้องหรือครอบครัวไหม ตอนอยู่บนโลกน่ะ?”

ทเวนหันมามองผมด้วยความแปลกใจ

“ทำไมอยู่ดีๆมาถามล่ะ?”

“ก็อยากรู้น่ะ อย่างมิกซ์ เด็กชาวฝรั่งเศสคนนั้นยังมีพี่สาวเลย ผมก็เลยลองถามดู ตั้งแต่เจอกันทั้งบนอูริเอล ทั้งในดิกาแลกเซีย ผมไม่เห็นนายเดินกับใคร หรือติดต่อใครเลยนี่นา”

สีหน้าระแวงเล็กๆของทเวนเปลี่ยนเป็นยิ้มบางๆ ก่อนจะหันมาถามผมกลับโดยไม่ยอมตอบคำถามของผม

“ผมมีแค่น้าเจดา เธอเลือกจะใช้วาระสุดท้ายบนโลก และขอให้ผมจากมาเพื่อมีชีวิตต่อไปแทนเธอ”

ผมตอบ ความเศร้ายังคงเจืออยู่ในน้ำเสียงอย่างไม่อาจซ่อนเร้นได้ ตั้งแต่เด็กจนโตผมมีแต่น้าเจดาคนเดียว เธอเป็นเหมือนโลกทั้งใบของผม คนเดียวที่ผมรู้จักและทำให้อบอุ่นใจเสมอ ตอนนี้ไม่มีเธอแล้วแต่ผมยังต้องดำเนินชีวิตต่อ ต้องเข้มแข็งเพื่อให้เธอภูมิใจ แม้จะเจ็บปวดจากการเสียน้าเจดาไปมากเท่าไรก็ตาม ทเวนมองหน้าผม สีหน้าเหมือนเจ็บปวดไปกับผมด้วย

“นายก็ทำได้ดีนี่นา ฉันน่ะไม่มีครอบครัวหรอก หมายถึงเคยมี แต่ตายเพราะภัยพิบัติไปหมดแล้ว ฉันเองก็ตัวคนเดียวเหมือนนายนั่นแหละ”

“เสียใจด้วยนะ เรื่องครอบครัวนาย”

“ฉันก็เสียใจด้วย เรื่องน้าเจดาของนาย”

เรายิ้มให้กัน ราวกับคนหัวอกเดียวกัน ที่เข้าในถึงการสูญเสียคนที่รักไป ตอนนี้เราเดินมาถึงทางออกตรงพื้นที่เพาะปลูกอีกครั้ง ผมบังเอิญได้สบตากับโรบอทสาวตนหนึ่ง ซึ่งที่นี่จะแยกแยะเพศด้วยการเรียกเพศชายว่าแอนดรอยด์ และเพศหญิงเรียกว่าจีนอยด์ และจะไม่ตั้งชื่อให้ มีเพียงแถบบาร์โค้ดตรงอกข้างซ้ายเท่านั้น ที่ใช้ยืนยันตัวตนอย่างชื่อรุ่น ความสามารถ วัสดุที่ใช้สร้าง แหล่งผลิต วันเดือนปีที่ผลิต แต่ถ้าคนที่ชำนาญเรื่องแบบนี้ดี ดูปราดเดียวก็รู้ว่าโรบอทตรงหน้ารุ่นอะไร สร้างที่ไหน และทำจากวัสดุชนิดไหน

“โอ้...”

ผมอุทานเบาๆเมื่อจีนอยด์ตนนั้นส่งยิ้มให้กับผม เธอสวยทีเดียวแม้จะศีรษะล้าน (โรบอทเลียนแบบมนุษย์ทุกรุ่นไม่มีผม) แถมรอยยิ้มยังอ่อนโยนจนแทบจะเหมือนมนุษย์จริงๆเลยทีเดียว โดยเฉพาะประกายในดวงตานั่น เธอขยับปากเป็นคำพูดแต่ไม่เปล่งเสียง ริมฝีปากของเธออ่านยาก ทำให้ผมไม่รู้ว่าเธอพูดอะไรกับผมกันแน่ ที่แน่ๆมันแค่สองคำเท่านั้น

“นี่ ตกลงว่าไงใช้เส้นทางเดิมไหม ใจลอยอะไรของนายห๊ะ ถามแล้วไม่ได้ยินเนี่ย”

“เอ่อ โทษทีพอดีผมกำลังมองอะไรเพลินๆ...น่ะ”

ผมหันไปตอบทเวน แต่พอหันไปมองจีนอยด์ตนนั้นอีกเธอ เธอก็หายตัวไปเสียแล้ว

“มองอะไรของนาย อยากกินข้าวโพดหรือไง?”

ทเวนมองตามผมไป ก็เห็นเพียงทุ่งข้าวโพดที่ใกล้จะได้เวลาเก็บเกี่ยวแล้วเท่านั้น

“ไปทางเดินดูเหมือนจะเจอมอนสเตอร์น้อยที่สุดแล้วละ ร็อคสล็อตนั่นก็มีแนวโน้มว่าจะไม่อยู่แล้ว ผมคิดว่ามันอาจถูกคนอย่างนายกวนมากๆเข้า คงหนีเตลิดไปแล้วแหงๆ”

“เขาเรียกคนกล้าต่างหาก มีเยอะๆก็ดีสิ จะได้มีอะไรสนุกๆทำ”

“พูดงี้ไม่ได้หมายความว่านายจะไปหาเรื่องเขาหรอกนะ”

ผมขมวดคิ้วถาม

“ฮ่ะๆๆไม่หรอกน่า ฉันหมายถึงมีคนให้แข่งชิงอันดับ มันสนุกกว่าต่างหากล่ะ ไปเถอะ ไปหาข้าวกินข้างนอกดีกว่า ถึงจะมีตั๋วกินฟรีที่ภัตตาคารของโรสแมรี่ แต่ที่นั่นคนคงเยอะน่าดู ใช่ไหมล่ะ เหมือนทุกๆที่ในเมืองตอนนี้นั่นแหละ”

ทเวนพูดถูก ทั้งเมืองตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่านักสำรวจหน้าใหม่ แม้ว่าตัวเมืองจะกว้างมาก และมีร้านค้ามากมาย มากกว่าตอนที่ทำมิชชั่น แต่พวกเราก็มักจะไปแต่ที่ที่รู้จักหรือคุ้นเคยดีซะส่วนใหญ่ โดยเฉพาะร้านอาหาร ที่ได้ตั๋วกินฟรีมา ใครจะไปหากินแบบที่จะต้องจ่ายตังกันล่ะ เพราะเงินเกรนไม่ได้มาง่ายๆสักหน่อย แม้ว่าพวกมิชชั่นหลักจะให้เงินโดยไม่แจ้ง (รู้จากเจ้าหน้าที่ของมิชชั่นเซ็นเตอร์) ตรงเข้าบัญชีส่วนตัวของเรา แต่มันก็ยังไม่มากพอจะเอามาใช้อยู่ดี

“งั้นก็ไปเถอะ เวลาของมิชชั่นนี้ให้มาเยอะก็จริง แต่ใครจะไปรู้มันอาจหาตัวยากกว่าที่คิดก็ได้ เจ้าไวด์เดอร์นั่นน่ะ”

ผมกับทเวนตกลงใจไปตั้งต้นกันบริเวณหนองน้ำรากูส เพราะรายละเอียดในมิชชั่นบอกว่าที่อยู่ของไวด์เดอร์อยู่ใกล้ๆกับหนองน้ำรากูส แต่ไม่ได้ระบุพิกัดที่แน่นอนมาให้

เราใช้เวลาไม่นานในการเดินทางมายังหนองน้ำรากูส เพราะไม่ต้องเผชิญหน้ากับพวกหนอนดีด จะมีก็แต่ฟลาวเวอร์แรพไทล์ กิ้งก่าตัวเท่าแขนที่มีดอกไม้อยู่บนหัว คลาสอี แต่แต้มค่อนข้างสูงถึง 10 แต้ม ไม่ใช่เพราะมันเก่งกาจอะไร แต่มันวิ่งไวมาก จนเล็งยิงได้ลำบาก

แต่พวกนี่ก็แค่วิ่งไปมาไม่เป็นอันตรายอะไรมาก ถ้าไม่ไปตอแยมัน ตัวที่อันตราย นักซุ่มโจมตีตัวจริงคือเรดบีทเทิล ตัวไม่ใหญ่ไปกว่าฝ่ามือ เปลือกมันเงาสีแดงสด และพ่นอาวุธคล้ายเมล็ดแตงโมออกมาด้วยความรุนแรง ทำให้มันมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าซี้ดบีทเทิล แต้มของมันสูงกว่าไวด์เดอร์เสียอีกนั่นคือ 7 เพราะความรุนแรงในการโจมตี แต่จัดการได้ค่อนข้างง่าย โดยเล็งยิงที่ใต้ท้อง เพราะมันเป็นส่วนที่อ่อนนุ่มที่สุดของมัน

ระหว่างทางเราจัดการมอนสเตอร์ได้เรื่อยๆ เพราะพวกมันไม่ได้พากันรุมเข้ามาในทีเดียวหลายตัว พวกมันส่วนใหญ่อยู่กันเป็นคู่ บางทีก็สามตัว เลยทำให้จัดการได้ไม่ยาก ในที่สุดเราก็มาถึงหนองน้ำรากูสอีกครั้ง

“ได้เวลาพักกินข้าว!”

ทเวนร้องเสียงดังอย่างมีความสุข เขารีบวิ่งไปจับรากูสตัวหนึ่งมา แล้วจัดการสังหารมันอย่างง่ายดาย มันเป็นผลจากการที่เราต้องทำมิชชั่น ฆ่าพวกมันตั้ง 50 ตัว เลยทำให้ทักษะในการสู้โดยเฉพาะกับรากูสดีขึ้นมาก ผมเตรียมก่อไฟกับเครื่องปรุงรอทเวน ที่กำลังถอนขน และทำความสะอาดรากูสตัวนั้นอยู่

“เข้าสู่ควอเตอร์ที่สามแล้ว ในที่สุดเราก็อยู่ในช่วงบ่ายบนเซคันด์เอิร์ธซะทีสินะ”

ผมพูดขณะหมุนไม้ย่างรากูสที่หมักเครื่องเทศน์อย่างดี ส่งกลิ่มหอมยั่วน้ำลายจนแทบจะอดใจรอมันสุกไม่ไหว

“นั่นสิ ใกล้จะได้เจอกับกลางคืนครั้งแรกบนเซคันด์เอิร์ธแล้วสิ ว่าแต่นายคงไม่กลัวความมืดนะ”

ทเวนหันมามองผมด้วยสีหน้าจริงจัง

“ไม่หรอก หรือว่านายกลัว?”

ผมถามกลับ ทเวนหัวเราะฮาออกมาอย่างอดไม่ได้ ความจริงแล้วผมก็ไม่คิดหรอกว่าคนอย่างเขาจะกลัวความมืด แต่ทำไมเขาถึงถามผมอย่างนั้นกันนะ

“ฮ่ะๆๆๆ ฉันไม่ได้กลัวความมืดหรอกน่า แต่ที่น่ากลัวน่ะคือสิ่งที่มากับความมืดต่างหาก ตอนไปพบคุณจอร์จี้เพื่อมอบกระดูกรากูสให้ ฉันได้ยินเขาคุยกับคนในอู่ เรื่องความกังวลเกี่ยวกับกลางคืนที่ใกล้จะมาถึง สิ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากตอนกลางวัน พวกที่ออกหากินกลางคืนไงล่ะ เพราะความมืดทำให้พวกมันยิ่งอันตราย”

“ได้ยินอะไรดีๆมาเหมือนกันนี่นา แต่เราคงไม่ต้องเตร่อยู่นอกเมืองจนมืดค่ำหรอกมั้ง ยังมีเวลาอีก 23 ชั่วโมงกว่าจะเข้าช่วงเย็นและค่ำบนเซคันด์เอิร์ธ เวลาเหลือเฟือ”

ถึงแม้จะพูดแบบนั้นแต่ผมเองก็ไม่แน่ใจเท่าไร นอกจากมิชชั่นหลักแล้ว ผมยังมีสถานที่หนึ่งที่ต้องไปสำรวจด้วยตัวเองลำพัง จะให้ทเวนรู้ไม่ได้เด็ดขาด แต่ผมจะต้องทำยังไงถึงจะปลีกตัวไปจากเขาได้ โดยที่เขาจะไม่สงสัยอะไรในตัวผม

“เวลาแบบนี้มันต้องจัดสักเพลง”

ทเวนงัดสวิฟท์บีท กีตาร์ที่สลับโหมดให้เป็นได้ทั้งเครื่องดนตรีและอาวุธ ท่าทางเขาตั้งใจมากจนผมอดลุ้นไม่ได้ว่าเขาจะร้องเพลงอะไรกันแน่

“ปวดหลัง~”

ปวดหลัง? เพลงอะไรของหมอนี่ฟระ

“ร้าวมายังหัวใจ~”

อืม มีร้าวมาถึงหัวใจ คงเป็นเพลงอกหักรักคุดอะไรสักอย่างสินะ

“เคลื่อนไปยังกระเพาะ เลาะมายังลำไส้ ย้ายไปที่ม้าม รุกลามถึงถุงน้ำดี!”

แรพซะงั้น อารมณ์ไหนของเจ้าทเวนกันล่ะเนี่ย แต่แล้วดนตรีก็ซอฟท์ลง

“อยู่ดีๆก็มาหยุดที่เธอออ~”

อื้อหือ... ท่อนจบนี่ลากเสียงซะหวานหยดเลยนะ แถมเจ้าตัวคนร้องยังวางกีตาร์ไว้บนตัก แล้วหันมายิ้มแฉ่งให้กับผม พร้อมถามขึ้นว่า

“เป็นไง เพราะไหม ฉันแต่งเองแหละ”

“...มิน่า...”

“อะไรนะ วิจารณ์ดังๆสิ ฉันอยากได้ยินความเห็นของนายนะ ก่อนที่จะไปร้องให้โมนิกฟัง”

“เอาจริงดิ...”

ผมยังอึ้งไม่หายกับเนื้อเพลงของเขา ยังต้องมาอึ้งรอบสองเมื่อเขาพูดว่า จะใช้เพลงนี้จีบโมนิก สาวชาวฝรั่งเศสที่เจอกันในโรงอาหาร บนยานอูริเอล

“ก็จริงน่ะสิ ฉันมันประเภทพูดไม่เก่ง แต่ถ้าร้องเพลงจีบละก็ ถึงไหนถึงกัน ฉันมั่นใจว่าเพลงนี้มัดใจโมนิกได้แน่”

ทเวนพูดออกมาอย่างมีความสุข โดยไม่ได้สังเกตสีหน้าผู้ฟังกิตติมศักดิ์อย่างผมเลยสักนิด เขาเก็บสวิฟท์บีทเข้ากระเป๋า แต่ก็ยังฮำเพลงในลำคออยู่ตลอดเวลา

“เออนี่เซวิล ฉันได้ยินว่ามิลิทารี่รับสอนเทคนิคการต่อสู้มาจากมิกซ์น่ะ เห็นบอกว่านอกจากจะเป็นมิชชั่นสำหรับพวกอายุไม่ถึง 16 พวกเขายังเปิดโรงฝึกให้คนที่อยากฝึกฝีมือด้วย ถ้าไงช่วงกลางคืนบนเซคันด์เอิร์ธเราไปของฝึกที่นั่นดีไหม?”

จู่ๆทเวนก็เปลี่ยนเรื่องคุย

“เอ่อ ก็ดีนะ”

ผมตอบพลางคิด ถ้าทเวนใช้ช่วงเวลากลางคืนในโรงฝึกของพวกทหาร ผมก็อาจปลีกตัวออกไปได้ แต่ปัญหาอีกอย่างก็คือ ผมจะใช้เวลาในการเดินทางไปกลับ และสำรวจนานแค่ไหน 24 ชั่วโมงจะพอหรือเปล่าก็ไม่รู้

เราใช้เวลากินรากูสย่างไม่นานก็ออกเดินทางต่อ โดยสุ่มเลือกไปก่อนหวังว่าจะเจอร่องรอยให้ตามต่อ ไวด์เตอร์มีลักษณะคล้ายกวาง เดินด้วยสองเท้าหลังคล้ายมนุษย์ เราจึงมองหารอยกีบเท้าที่ก้าวเดินเหมือนการเดินของมนุษย์บนพื้น ด้วยความที่มันมีขนาดตัวเล็กแค่ 90 เซนติเมตร รอยเท้าของมันก็น่าจะเล็กตามไปด้วย

“เฮ่นี่ ใช่รอยเท้าแบบนี้ไหม?”

ทเวนร้องเรียกเมื่อเขาเจอเข้ากับรอยเท้าต้องสงสัยรอยหนึ่งผมเดินเข้าไปดูพบว่ามันเป็นรอยกีบเท้าเล็กๆสองรอย บนพื้นที่เป็นเหมือนฝุ่น

“ลองใช้คอมเจ็นวิเคราะห์ดูได้ไหมนะ?”

ผมพึมพำด้วยความสงสัย เพราะผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับการแกะรอย หรือแยกแยะประเภทของมอนสเตอร์เลยสักนิด ถ้าหากพวกเรนเจอร์จะมีใครว่างสอน เหมือนที่พวกทหารเปิดโรงฝึก เพื่อสอนพวกเราบ้างล่ะก็ แต่เป็นที่รู้กันว่าเรนเจอร์มีจำนวนน้อยกว่าทหารมาก แถมพวกเขาก็ยังยุ่งกันตลอด คงยากที่จะมีใครสักคนสอนเรื่องนี้ให้กับพวกเรา ที่เหมือนเป็นเด็กทารกในดงสัตว์ร้ายก็ว่าได้

“เจดา วิเคราะห์รอยเท้าบนพื้นทีสิ”

ผมออกคำสั่ง พร้อมทั้งยื่นแขนข้างที่ติดตั้งคอมเจ็นไปตรงรอยกีบเท้าบนพื้นที่ทเวนเจอร์

“กำลังวิเคราะห์เปรียบเทียบลักษณะกีบเท้า”

คอมเจ็นปล่อยลำแสงแสกน แล้วเริ่มกระบวนการวิเคราะห์ เปรียบเทียบลักษณะกีบเท้า กับข้อมูลมอนสเตอร์ที่มี มันช่างเป็นความโชคดีที่ผมรอบคอบพอจะดาวน์โหลดมันมาด้วย ตอนที่ดาวน์โหลดแผนที่ ข้อมูลฟรีนั่นมีความละเอียดมาก ยิ่งรวมกับระบบจดจำมอนสเตอร์ที่ได้มาจากแบร์รี่ ตอนทำมิชชั่นเฟิร์สฮั้นท์ ยิ่งทำให้มันมีข้อมูลที่คลอบคลุมมากขึ้นไปอีก

“ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบ ตรงกับ ไวด์เดอร์”

ผมกับทเวนมองหน้ากันแล้วยิ้ม เรามาถูกที่ถูกทางแล้วจริงๆ ถึงแม้จะไม่มีความรู้เรื่องการแกะรอย แต่ก็ยังมีเทคโนโลยีล้ำสมัยคอยช่วย นี่อาจจะช่วยเติมเต็มข้อบกพร่อง ของการไร้ความรู้ความสามารถของผมเองก็เป็นได้

“ตามต่อกันเถอะ”

ทเวนชวน

“ไม่ล่ะ นี่นายเจอ นายตามไปเลย ผมเองก็จะหาของผมให้ได้ด้วยตัวเองเหมือนกัน”

“เราไม่ควรแยกกันนะเพื่อน นายก็รู้ว่าข้างนอกนี่มันอันตรายเกินกว่าจะเดินท่อมๆไปไหนคนเดียว ยิ่งมือใหม่อย่างเราที่ไม่ชำนาญทั้งทักษะการต่อสู้ และภูมิประเทศยิ่งแล้วเลย”

“ยังไงซะ เราก็มีโอกาสแก้ตัวนับครั้งไม่ถ้วนอยู่แล้ว ผมจะติดต่อผ่านคอมเจ็นถ้าเจออะไรผิดสังเกตเข้าก็แล้วกัน ตกลงไหม?”

“นายไหวแน่นะเซวิล ไม่รู้สิ ฉันรู้สึกว่าต้องคอยปกป้องนายนะ”

“ฮ่าๆๆๆ อย่าดีกว่าผมไม่ใช่สาวน้อยโมนิกคนนั้นนะ อีกอย่างถ้านายลืมไปละก็ ตอนที่เราตกลงมาจากหน้าผาสูง แล้วเกือบตายเพราะความเย็นของน้ำ ผมเป็นคนช่วยนายไว้นะ สองครั้งนับตอนที่นายกำลังจะถูกลีม่ากินด้วย”

ทเวนหน้าบึ้งกับคำตอบของผม ราวกับว่าผมผายลมใส่หน้าเขาอย่างนั้นแหละ แต่ผมก็ลูกผู้ชายเหมือนกัน ทำไมจะต้องให้เขามาปกป้องกันล่ะ

“ตามใจละกัน แต่ถ้าเกิดเจอมอนสเตอร์โหดๆขึ้นมา อย่าวิ่งร้องไห้จ้ามาหาฉันละกัน”

คราวนี้ตาผมหัวเราะบ้าง กับความปากร้ายขี้เล่นของเขา เราพยักหน้าให้กันอีกครั้ง แล้วแยกกันไป ทเวนตามรอยเท้าไวด์เดอร์ตัวที่เขาเจอ ส่วนผมเดินห่างออกไปเพื่อตามหารอยใหม่ เพราะถ้าหาตรงจุดเดียวกันละก็ ไม่แน่ว่ามันจะเป็นตัวเดียวกับของทเวนน่ะสิ

“การติดต่อจากเนนีร่าเซิฟเวอร์”

คอมเจ็นแจ้งเตือน ผมจึงสลับจากเซิฟเวอร์หลัก มายังเนนีร่าเซิฟเวอร์ เพื่อรับการติดต่อจากเธอ

“สวัสดีครับ”

“ออกมานอกเมืองสินะ คิดจะไปตามพิกัดที่ฉันบอกรึเปล่า?”

“ยังหรอกครับกลัวมีพิรุธ คิดว่าจะแอบไปตอนกลางคืน”

“อะไรนะ คิดจะฆ่าตัวตายหรือไง มือใหม่อย่างเธอไม่มีทางรอดพ้นกลางคืนของเซคันด์เอิร์ธไปได้แน่!”

“ค...ครับแต่ ตัวผมเป็นข้อมูลจำลอง คงไม่เป็นไรหรอก ใช่ไหมครับ?”

ผมถามอย่างไม่แน่ใจ เมื่อถูกเนนีร่าโวยวายใส่ เธอเงียบไปเมื่อได้ยินคำถามของผม เหมือนเธอจะพึ่งตระหนักเรื่องนี้ขึ้นมาได้เหมือนกัน

“นั่นสินะ จริงด้วย ขอโทษทีที่เสียงดังใส่เธอ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ขอบคุณที่เป็นห่วงผมขนาดนั้นนะ”

“หึ อย่าสำคัญตัวเองผิดนักในเรื่องนี้ เอาเป็นว่าฉันเห็นด้วยกับการเดินทางตอนกลางคืน แต่ตอนนี้เธอออกมานอกเมืองทำไม?”

เสียงของเนนีร่ากลับมานิ่งเรียบเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว

“ทำมิชชั่นแกะรอยไวด์เดอร์ครับ ผมยังหาไม่เจอสักรอยเดียว”

“ไวด์เดอร์งั้นหรือ ...หยุดแล้วใช้หัวคิดดูสิ เธอมีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับไวเดอร์บ้าง”

เนนีร่าตั้งคำถาม ผมเปิดคอมเจ็นเพื่อดูคำอธิบายเกี่ยวกับไวด์เดอร์อีกรอบ มันเป็นสัตว์เดินด้วยสองเท้าหลังคล้ายกวางเรนเดียร์ สองขาหน้ามีกรงเล็บแข็ง ลำตัวเล็กรวมเขาแล้วก็สูงแค่ราวๆ 90 เซนติเมตร

“เดี๋ยวนะ เหมือนกวางเรนเดียร์ แสดงว่ามันเป็นสัตว์กินพืชด้วยใช่ไหมนะ”

“กวางเรนเดียร์คืออะไร แต่ใช่ ไวด์เดอร์เป็นสัตว์กินพืช พืชที่ชื่นชอบมากคือวิล่า เป็นพืชจำพวกเห็นรา และมอดิกมาซูลัน หรือที่พวกมนุษย์เรียกว่าทไวไลท์มอส เป็นพืชที่มีสรรพคุณทางยาทั้งสองชนิด”

“มอดิกมาซูลัน...”

“รู้ไหมพืชสองชนิดนี้จะขึ้นในสภาพอากาศแบบไหน?”

“ถ้าเป็นมอสกับเห็ดราก็ต้องในสภาพอากาศชื้นแฉะสินะครับ”

ผมตอบพลางเดินหาร่องรอยของไวด์เดอร์บริเวณนั้นไปด้วย

“ถ้าเป็นพวกมอสละก็ใช่ แต่ถ้าเป็นเห็นราแค่เย็นและชื้นก็พอ ไวด์เดอร์ไม่ค่อยเข้าไปในป่าลึกที่มีสภาพอากาศแบบนั้นเท่าไร เพราะมันค่อนข้างอันตราย อีกอย่างมอดิกมาซูลันก็ใช่ว่าจะหาเจอได้ง่ายๆ เพราะงั้นให้ความสำคัญกับการหาเห็ดดีกว่านะ เจอวิล่าก็เจอไวด์เดอร์”

“ครับ แต่วิล่านี่หน้าตามันเป็นยังไงล่ะ ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยนะ”

“ดอกเล็กๆสีขาวมีจุดสีเหลืองอยู่ตรงกลาง ดูไกลๆคล้ายไข่จิ๋ว ขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตรหรอก นี่เซวิล อย่าลืมนะว่าการเดินทางไปยังพิกัดที่ฉันให้จะต้องเป็นความลับ ไม่ว่าอะไรที่เธอเจอที่นั่นก็ต้องเป็นความลับ เธอต้อง...

อยู่ดีๆเสียงของเนนีร่าก็เงียบหายไป แต่สัญญาณการเชื่อมต่อยังคงอยู่ ผมจึงพยายามตั้งสมาธิเพื่อฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่กี่นาทีเสียงของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ฉันต้องไปแล้ว ระวังตัวให้ดี อย่าไว้ใจใครเด็ดขาด!”

การสนทนาจบลงเพียงเท่านั้น ดูเหมือนเธอจะรีบร้อนจบการสนทนาด้วย ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นที่นั่น แต่คงไม่มีอะไรร้ายแรง น้ำเสียงเธอยังคงออกแนวดุอยู่เหมือนเดิม ผมสลับกลับเซิฟเวอร์หลัก และออกเดินตามรอยไวด์เดอร์ต่อ โดยไม่ลืมที่จะจับจุดสังเกตเรื่องของสภาพอากาศและพื้นที่รอบๆ เพื่อหาแหล่งอาหารจานโปรดของเหล่าไวด์เดอร์ ตามที่เนนีร่าได้ให้คำแนะนำเอาไว้ด้วย

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #466 oomironhorse (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 23:22
    เพลงเชี่ยไรเนี่ย ฟังแล้วสาวคงชอบมากเลย ถ้าเป็นสาวทายาทปอบอ่ะนะ เล่นเครื่องในทั้งเพลงเลย กรูยอม
    m -_- m
    #466
    0
  2. #307 ฝนธารา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 16:31
    สนุกดีจ้า
    #307
    0
  3. #247 aim (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 11:24
    เพลงตลกมาก คิดได้ไง แต่รู้สึกถึงรังสีความวาย -.,-
    #247
    0
  4. #192 piwut (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 เมษายน 2558 / 23:43
    ทบทวนก่อนอ่านต่อครับ
    #192
    0
  5. #184 my-kimberly (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มีนาคม 2558 / 08:58
    ยูวฮูววววววว
    #184
    0
  6. #182 fewmunte (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 18:57
    มีพิมผิดบ้างนะ จาก เห็นรา เป็นเห็ดรา ลองกดctrl+f หาดูนะครับ
    #182
    0
  7. #177 LoLiCoN (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:48
    //สะกิดๆ // เมื่อไหร่จะมาง่าาาาาา 0^0 รอๆๆๆๆๆ
    #177
    0
  8. #176 LOL (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:39
    จีนอยด์เป็นอะไรกับเจด้า แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเนนิร่า แล้วทเวนมันคิดเพลงได้ไงเนี่ย 555555
    #176
    0
  9. #171 my-kimberly (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:08
    เพลงนายนี่มัน.... =.=!
    #171
    0
  10. #169 Pickkie :)) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:46
    ยิ่งอ่านยิ่งอยากเล่นเกม เนตพี่เบาไป แงงงง รอติดตามอยู่นะค้าา
    #169
    0
  11. #167 >Saferose~ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 02:45
    จีนอย มาเตือนรึเปล่าอย่าง โกหก ไม่ก็ ระวัง อะไรทำนองนี้...
    #167
    0
  12. #166 Biscuit-big (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:00
    เพลงนี่มันช่างล้ำลึก 555 สนุกดีนะเรื่องนี้ ชอบเลยอ่ะ
    #166
    0
  13. #163 kimurakung (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:45

    จีนอยด์ตนนี้มีอะไรแปลกๆ ตั้งแต่เห็นเซวิลแล้วนะ มันต้องมีอะไรแอบซ่อนไว้แน่ๆ

    #163
    0
  14. #162 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:44
    อย่าลืมมาอับต่ออีกหรา
    #162
    0