THE GALAXIA

ตอนที่ 12 : Mermaid

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    26 ม.ค. 58

 
 
 

 

ตูมมม!!

พวกเราตกลงกระแทกผิวน้ำแทบจะพร้อมกัน ร่างกายดำดิ่งลงไปลึกจนเกือบสุดความลึกของทะเลสาบ โชคดีที่หัวของผมไม่ได้กระแทก ไม่อย่างนั้นคงต้องหมดสติไปแน่ ผมกำลังแหวกว่ายอย่างบ้าคลั่ง เพื่อจะกลับขึ้นไปยังผิวน้ำ อากาศในปอดกำลังจะหมดลง ในน้ำใสแจ๋วแต่ค่อนข้างมืด เพราะต้นไม้นั้นสูงใหญ่พวกนั้น บดบังแสงสว่างจากเบื้องบนจนแทบมิด โชคยังดีที่บนผิวน้ำยังมีแสงสว่างส่องลงมา ให้ผมได้ว่ายตามขึ้นไป แต่มันทั้งไกล ทั้งหนาวเหน็บ บางทีนี่อาจเป็นการตายครั้งแรกที่สุดแสนจะทรมานของผมก็ได้ แค่นึกก็รู้สึกกลัวขึ้นมาจับขั้วหัวใจ

ผมมองหาทเวน ในน้ำที่ทั้งมืดทั้งหนาวนี้ มีหลายอย่างเคลื่อนไหวอยู่ แต่ไม่ใช่เจ้าหัวเกรียนเพื่อนผมแน่ หมอนั่นเป็นยังไงบ้าง จะกำลังหาทางว่ายกลับขึ้นไปบนผิวน้ำแบบผม หรือกำลังหมดสติแล้วจมลง หรือบางทีอาจจะกลับขึ้นไปบนผิวน้ำได้อย่างปลอดภัยแล้ว ผมไม่รู้เลย ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรในที่ประหลาด อันหนาวเหน็บและแสนอึดอัดนี้ ผมรู้สึกเหนื่อยล้า หมดแรง แขนและขาของผมหยุดตะกุยน้ำเอาดื้อๆ อากาศเฮือกสุดท้ายในปอดกำลังจะหลุดออกมา และมันคงเป็นเฮือกสุดท้าย ที่ทำให้ชีวิตของผมต้องจบลงตรงนี้

แรงปะทะจากบางอย่าง พุ่งเข้าใส่ผมอย่างรวดเร็ว แล้วลากเอาร่างที่กำลังใกล้หมดสติของผมไปด้วย มันอาจเป็นจระเข้ หรือสัตว์ร้ายอะไรสักอย่างบนดาวดวงนี้ ผมไม่อาจรู้ได้ ไม่มีแรงแม้แต่จะลืมตาดู

แปะ...แปะๆ

“อืมม”

ชั่วครู่ที่ผมรู้สึกอุ่นๆที่ริมฝีปาก ทั้งที่ร่างกายนั้นหนาวสะท้าน ดวงตาของผมหรี่ปรือขึ้น และพบว่ามีใบหน้าหนึ่งอยู่ใกล้มาก มากเสียจนผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของเธอ ใช่ เธอ สาวสวยผิวซีด ผมยาวสลวยสีเขียวอ่อน ดูนุ่มนวลลื่นมือราวกับสาหร่าย ดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับดวงดาวสีเขียวเข้มของเธอสังเกตเห็นผม เธอจึงถอยห่างออกไป

เรายังอยู่ในน้ำ มีแต่ศีรษะของผมกับเธอเท่านั้นที่โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา เธอยิ้มเอียงอายมาให้ ขณะที่ผมยังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จนกระทั้งผมเลื่อนศีรษะขึ้น ถึงได้รู้ตัว ผมอยู่ริมของทะเลสาบ น้ำลึกถึงหน้าอก มีโขดหินเล็กๆให้ผมเหยียบได้ โดยไม่ต้องว่ายน้ำพยุงตัวเอาไว้ ผมจึงได้มองเธอแบบเต็มๆตาเป็นครั้งแรก

เธอเป็นผู้หญิงแน่ๆ ผิวขาวซีดเรียบลื่น ราวกับมีวุ่นใสๆฉาบร่างกายของเธอเอาไว้อีกที ริมฝีปากสีชมพูอมส้ม แก้มขึ้นสีเรื่อๆราวกับกำลังเขินอาย คงเป็นเพราะเธออยู่ในร่างเปลือย... ผมตาเหลือกเมื่อตระหนักได้เป็นครั้งแรก ว่าหญิงสาวตรงหน้านั้นเปลือยเปล่า อย่างน้อยๆที่ผมเห็นก็ท่อนบนทั้งหมดล่ะ

“ธ...เธอ... คือ ขอบคุณนะ”

ผมพูดตะกุกตะกัก เธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ราวกับไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพูด

“เธอฟังภาษาสากลของมนุษย์ออกไหม?”

ผมถามอีกเมื่อเธอไม่ได้พูดจาตอบโต้อะไรมา เอาแต่มองผมด้วยความสงสัยท่าเดียว

“เจดา บอกผมทีว่าเธอเป็นอะไร”

ผมยื่นคอมเจ็นไปด้านหน้า ดูท่าเธอจะตกใจและถอยห่างออกไปอีกเล็กน้อย โชคดีที่คอมเจ็นของผมยังทำงานได้เป็นปกติ แม้ว่าจะเปียกน้ำก็ตาม

“เมอร์เมด หรือชาวมีรีน อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ บนเซคันด์เอิร์ธ ลักษณะโดยทั่วไปมีท่อนบนใกล้เคียงกับมนุษย์ ท่อนล่างเป็นหางคล้ายปลายาวกว่าสามเมตร มีเกล็ดและครีบหางที่สวยงาม ภาษาที่ใช้เป็นภาษาเฉพาะเผ่าพันธุ์ที่ยากต่อการเข้าใจของทั้งมนุษย์ และเผ่าพันธุ์อื่นบนเซคันด์เอิร์ธ เมืองหลวงของชาวมีรีนเป็นที่รู้จักกันดี ซึ่งตั้งอยู่ในทะเลสาบขนาดใหญ่ใจกลางภูเขาไฟที่สงบแล้ว ชื่อว่าเมืองอาเมเทีย”

“เมอร์เมด เงือกนี่นะ...”

ผมแทบหยุดหายใจ เมื่อได้ยินสิ่งที่คอมเจ็นอธิบาย แม้คอมเจ็นจะถามว่าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมอีกไหม แต่ผมก็ไม่สนใจ เพราะเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว สำหรับข้อมูล หญิงสาวท่าทางเขินอายตรงหน้าผมคือเงือกสาว สิ่งมีชีวิตที่แทบจะเรียกได้ว่ามีอยู่แค่ในนิยาย มาอยู่ตรงหน้าผมแบบจับต้องได้ ที่สำคัญ เธอผายปอดช่วยชีวิตผมเอาไว้ด้วย นั่นมัน... มันน่าอัศจรรย์ใจจนอธิบายไม่ถูกเลยจริงๆ

“ผม เซวิล”

ผมอยากขอบคุณเธอ อยากให้เธอเข้าใจสักนิดก็ยังดี ผมเลยลองชี้ที่ตัวเอง แล้วเอ่ยชื่อของผมดู ก่อนจะพนมมือขึ้น แล้วพูดคำว่าขอบคุณ เธอทำตาโตมองผม ก่อนจะชี้นิ้วมาและพูดว่า

“เซวีล...”

ผมยิ้ม พยักหน้าให้เธอด้วยความดีใจ อย่างน้อยเธอก็เข้าใจว่าผมชื่อเซวิลล่ะ

“ลีม่า...”

เธอชี้ที่ตัวเธอเองแล้วพูด แน่นอนว่าเธอคงกำลังแนะนำตัวกับผมเช่นกัน จากนั้นเธอก็ยิ้มน้อยๆ พนมมือขึ้นเลียนแบบผม แล้วพูดว่าของคุณด้วยสำเนียงแปลกๆ เราสองคนยิ้มให้กัน รอยยิ้มของเธอดูมีมนต์สะกดอย่างประหลาด จากนั้นเธอก็ยกมือทั้งสองขึ้น ราวกับจะบอกให้ผมขึ้นจากน้ำไป แน่นอนผมทำตาม เพราะความเย็นเริ่มแทรกซึมเข้ามาในผิวหนังมากขึ้น จนร่างกายสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อผมขึ้นมาจากน้ำ เธอก็ชี้ไปยังต้นหญ้าที่มีดอกกลมๆสีแดง คล้ายเยลลี่ ทำท่าให้เด็ด และให้ป้อนเข้าปาก ผมหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปพิจารณาต้นหญ้านั้น เราไม่ควรกินอะไรพร่ำเพรื่อ โดยที่ไม่รู้จักแม้ว่าจะมีใครแนะนำให้ด้วยท่าทางเป็นมิตรก็ตาม ถึงยังไงผมก็เป็นพวกต่างดาว ขืนกินของท้องถิ่นที่ไม่ถูกกับร่างกาย อาจตายมากกว่าจะช่วยก็เป็นได้

“เจดา รู้จักพืชชนิดนี้ไหม?”

ผมยื่นคอมเจ็นไปใกล้ๆกับต้นหญ้าสีเขียวเข้ม ที่มีดอกสีแดงทรงกลมคล้ายเยลลี่นั้น

“ดอกคูร่า เป็นดอกหญ้าที่มีฤทธิ์เผ็ดร้อนคล้ายพริกไทย ดอกสดประกอบด้วยน้ำ 90% ใช้เพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย เมื่อเกิดภาวะช๊อคจากความหนาวเย็น ดอกแก่ที่กลายเป็นเมล็ดแข็งจะมีฤทธิ์ร้อนแรงกว่าดอกสดสิบเท่า มนุษย์สกัดมันเพื่อทำเป็นสเปรย์ป้องกันตัว โดยฉีดใส่ใบหน้าของศัตรู เพื่อให้เกิดภาวะแสบร้อนรุนแรง หากเข้าตาอาจถึงขั้นตาบอดได้”

“ดอกคูร่า! ว้าว...”

ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นดอกคูร่าเป็นครั้งแรก ในขณะที่มองมันด้วยความประทับใจ ลีม่าก็ร้องเรียกผมอีกครั้ง และทำท่าให้ผมเด็ดและกินมันเข้าไป ดอกคูร่านั้นไม่ใหญ่ไปกว่าปลายนิ้วโป้ง ดังนั้นผมจึงเด็ดมันแล้วลองชิมดู คำแรกที่กัด น้ำเหนียวข้นก็ทะลักเข้ามาในปาก มันหวานๆคล้ายน้ำเชื่อม เป็นวุ้นนิดๆให้พอมีอะไรเคี้ยว แต่พอกัดโดนเม็ดแข็งๆอันหนึ่งเข้า ความเผ็ดร้อนของมันก็แผ่ไปทั่วปากของผมทันที

ผมรู้สึกได้ว่าใบหน้ากำลังร้อน ก่อนที่ความร้อนทั้งหมดจะไหลลงคอ และแผ่ซ่านไปตามร่างกาย สีหน้าผะอืดผะอมของผมทำให้ลีม่าหัวเราะคิก เธอยกมือขึ้นโบกเบาๆ ก่อนจะมุดน้ำหายตัวไป ก่อนไปยังสะบัดหางบอกลาเป็นครั้งสุดท้ายด้วย

“บ...บ้าชะมัด แต่ก็ทำให้รู้สึกอุ่นขึ้นมากเลย พวกไทน์วูล์ฟก็คงไม่ตามมาแล้วละนะ ตกลงมาซะสูงลิบขนาดนี้... ตก ทเวน!!”

ผมอุทานเสียงดังเมื่อนึกถึงเพื่อนร่วมเดินทางขึ้นมาได้ ไม่รู้ป่านนี้หมอนั่นจะเป็นไงบ้าง จะถูกช่วยขึ้นมาจากนำแบบผมไหมก็ไม่รู้ ที่แน่ๆคงต้องออกเดินตามหาเขาดู

“บีบอท!”

ผมเรียกแมลงตรวจการณ์ของตัวเอง ซึ่งเป็นหุ่นยนต์แมลงขนาดเท่าลูกกอล์ฟ มันบินมาอยู่ตรงหน้าผมทันทีที่ถูกเรียก ซึ่งอันที่จริงมันก็ไม่ได้อยู่ไกลจากผมตั้งแต่แรกแล้ว

“สแกนพื้นที่ หาทเวน”

ผมสั่ง มันเริ่มสแกนพื้นที่ และฉายภาพสิ่งที่ตรวจพบลงบนคอมเจ็น ทเวนอยู่ห่างผมไปไม่ไกล นอนแผ่อยู่กับพื้นราวกับคนหมดสติ

“ทเวน เฮ้ ทเวนตื่นสิ!”

ผมตรงไปยังจุดที่เขานอนอยู่ ร่างของเขาเย็นเฉียบแต่ว่ายังหายใจ เขาคงเหนื่อยล้าจากการพาตัวเองขึ้นมาจากใต้น้ำ และถูกภาวะช๊อกจากความหนาวเย็นเข้าจู่โจม ผมมองหาดอกคูร่าแถวนั้น และเจอมันห่างไปไม่ถึงสี่เมตร เลยรีบไปเด็ดมันมายัดปากเขาอย่างรวดเร็ว

เพราะมีของในปากร่างกายจึงขยับเคี้ยวโดยอัตโนมัติ ไม่นานหมอนั่นก็ลุกขึ้นมาร้องโวยวายดังลั่น ที่ทำให้ผมฮากลิ้งด้วยความขำ

“เผ็ดดด ใครเอาพริกไทยมายัดปากฉันวะ!”

“ฮ่ะๆๆ อาการดีขึ้นทันตาเห็นเลย ดอกคูร่านี่แน่ชะมัด”

เสียงหัวเราะของผม ทำให้ทเวนหันมามอง ใบหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยคำถาม เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่เขาจะลุกมาร้องโวยวายด้วยความเผ็ดแบบนี้

“นายหัวเราะอะไรน่ะ อย่าบอกนะว่าเป็นนายที่เอาพริกไทยมายัดปากฉัน”

หมอนั่นถามขึ้นด้วยท่าทางหงุดหงิด

“ไม่ใช่พริกไทย ดอกคู่ร่าน่ะ ช่วยให้ความอบอุ่นร่างกาย แก้อาการช๊อกจากความหนาวเย็น”

ผมตอบพร้อมรอยยิ้ม

“เอ๊ะ จะว่าไปไม่รู้สึกหนาวเท่าไรแล้วแฮะ”

“ว่าแต่ทำไมนายมานอนอยู่ตรงนี้ล่ะ?”

ผมถามขึ้นด้วยความสงสัย ในขณะที่ทเวนกำลังหันมองดูรอบตัว

“อ้อ ฉันตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำจนได้น่ะ พยายามจะตามหานาย แต่มันทั้งเหนื่อย ทั้งหนาวยิ่งเดินเรี่ยวแรงก็ยิ่งหาย สติก็เลือนรางลงไปเรื่อยๆ จนนายมาเจอนี่ละมั้ง ว่าแต่นายขึ้นมาจากน้ำได้ไง แล้วไม่มีอาการเหนื่อยล้า หรือว่าหนาวเลยหรือไง?”

ทเวนถามกลับ เพิ่งจะเห็นว่าผมดูสบายดีแค่ไหน เมื่อเทียบกับสภาพของเขา

“ผมยิ่งกว่านายอีก เอาตัวรอดขึ้นมาจากน้ำยังทำไม่ได้เลย”

“หา? นายพูดอะไร อย่าบอกนะว่านายจมน้ำตายไปแล้ว และที่พูดกับฉันอยู่นี่คือวิญญาณของนาย”

ทเวนขมวดคิ้ว มองผมด้วยสายตาหวาดระแวง

“บ้าน่า ผมถูกช่วยต่างหาก”

จากนั้นผมก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทเวนฟัง หมอนั่นทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อว่าผมได้เจอเงือกสาว ที่ช่วยผมขึ้นมาจากการจมน้ำ แถมยังมาผายปอดให้อีก แต่ถ้าให้คิดกลับกันมันก็จริง สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมเหมือนเป็นนิยาย เรื่องเล่าที่ผมแต่เองจากจินตนาการ เพราะทเวนไม่ได้เห็นเธอกับตา จับต้องเธอกับมือ ที่จริงต้องบอกว่าปากสินะ มันก็เลยยากที่จะเชื่อ ขนาดผมเอาประวัติการบันทึกเผ่าพันธุ์ที่เพิ่งเปิดให้เขาดู ก็ยังไม่ยอมเชื่อ ผมก็เลยขี้เกียจอธิบายอะไรอีก

เรานั่งพักต่ออีกเล็กน้อย ให้คอมเจ็นคำนวณเส้นทางไปยังหนองน้ำรากูสใหม่ ระหว่างรอก็งัดโปรตีนพิล อาหารพกพาโปรตีนสูง และช่วยให้อิ่มนานออกมากินกัน นาโนเลเธอร์ช่วยให้อุณหภูมิในร่างกายคงที่ และปกป้องเราได้ดีจากสภาพอาการสุดขั้วแบบต่างๆ แต่ก็ในระดับหนึ่งเท่านั้น หากร้อนมากไปหรือหนาวมากไป ยังไงมันก็ยังส่งผลกับร่างกายของเราอยู่ดี

“เงือกนี่นะ จากเมืองในปากปล่องภูเขาไฟเนี่ยนะ ฟังดูไม่น่าเชื่อเอาซะเลย”

ทเวนยังคงบ่นไม่หยุด เรื่องที่เงือกสาวลีม่ามาช่วยผม ขนาดเปิดดูบันทึกเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตบนเซคันด์เอิร์ธจากในคอมเจ็นแล้วก็ตาม

“เอาแต่พูดอยู่นั่น ความจริงนายไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่นายกำลังอิจฉาผมอยู่ใช่ไหม?”

ผมถามแหย่

“อะไรนะ ใครจะไปอิจฉานาย ที่ได้จูบกับเงือกสาวแสนสวย ไม่มี๊ไม่มีซะหน่อย!”

“ฮ่ะๆๆ ใช่จริงๆด้วย ท่าทางกับน้ำเสียงฟ้องซะขนาดนี้”

ผมหัวเราะร่าในขณะที่ทเวนพยายามแก้ตัวจนลิ้นแทบพันกัน

“ว่าแต่ จะได้เจอเธออีกไหมนะ อยากเห็นตัวเป็นๆสักครั้ง เงือกสาวลีม่าของนายน่ะ”

ผมกลอกตา หมอนี่ท่านเพี้ยนจริงๆ ตอนแรกทำท่าไม่เชื่ออย่างเอาเป็นเอาตาย ตอนนี้กลับบอกว่าอยากเจอลีม่าบ้างซะอย่างนั้น

“นายจะทำอะไรน่ะ?”

ผมถามเมื่อเห็นทเวนหยิบสวิฟท์บีทออกมาจากกระเป๋าสะพายอีกอัน

“ที่นี่ทั้งมืดทั้งหนาว บรรยากาศวังเวง มีดนตรีคงช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้นะฉันว่า”

ว่าแล้วทเวนก็เริ่มบรรเลงเพลง บทเพลงช้าๆเพราะๆที่ทำให้คิดถึงบ้านอย่างน่าประหลาด ภาพของโลกก่อนการประทุของภูเขาไฟ ภาพของบ้านหลังเล็กๆที่มีสนามหญ้าพอให้เด็กวิ่งไปมาได้อย่างสนุกสนาน  ภาพของน้าเจดาที่กำลังเฝ้ามองมา ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น รอยยิ้มแห่งความสุข

จ๋อม...

มีเสียงดังเบาๆมาจากทะเลสาบ เงาเลือนรางพอให้เห็นรูปร่างของบางสิ่งตรงนั้น ที่กำลังเกาะขอบตลิ่ง แล้วมองมาทางทเวนอย่างตั้งใจ

“ลีม่า?”

ผมลองเรียกดู ทเวนหยุดเล่นกีร์ต้าแล้วมองตามสายตาของผม จากนั้นก็ลุกเดินไปใกล้ตลิ่ง เพื่อจะได้มองเห็นได้ชัดขึ้น แล้วเขาก็ต้องตะลึงเมื่อได้เห็นเธอ เงือกสาวแสนสวยที่เคยช่วยชีวิตของผมไว้

“นี่เหรอลีม่าของนาย น่ารักอย่างกับตุ๊กตาแน่ะ”

ทเวนพูด ในขณะที่ลีม่าเอียงตอมองเขาด้วยความสงสัย

“ใช่ นั่นแหละลีม่า ผมนึกว่าเธอจากไปแล้วซะอีก”

“เซวีลลล”

ลีม่าร้องเรียกด้วยความดีใจเมื่อเห็นหน้าผม น้ำเสียงของเธอแหลมเล็ก ดวงตาเป็นประกายราวกับดวงดาว ก่อนจะหันไปมองทเวน แล้วเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย

“ทเวน”

ผมชี้ไปที่ทเวนแล้วพูดชื่อเขา ลีม่ายิ้ม ชี้นิ้วไปที่ทเวนแล้วพูดตาม

“ทาเวน”

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #463 oomironhorse (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 19:02
    นางเงือกๆ แก-เซวิล ศัตรูของชายหนุ่ม !!! `_`
    #463
    0
  2. #303 ฝนธารา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 14:07
    สนุกดีจ้า
    #303
    0
  3. #180 fewmunte (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 16:50
    ทเวนจะทำอะไรมิดีมิร้ายกับลีม่า บ่หนิ แต่เราสนับสนุนให้ทำนะ อิอิ
    #180
    0
  4. #155 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:18
    โดนเงือกช่วยไว้ รอดตัวไป
    #155
    0
  5. #133 kimurakung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 23:28

    โดนเงือกสาว ผายปอด...ฟินเลย

    #133
    0