THE GALAXIA

ตอนที่ 11 : Ragoose's Tarn

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    26 ม.ค. 58

 
 
 

 

ระหว่างทางเราเจอมอนสเตอร์อีกสองสามชนิด บีบอทรายงานแทบจะเรียกได้ว่าเรียลไทม์ ราวกับว่ามันไม่ได้เริ่มต้นสแกนพื้นที่ด้วยตัวเอง แต่จะรายงานเมื่อเราหยุดนิ่งอยู่กับที่เกินสิบวินาที มันจะรายงานการพบมอนสเตอร์และแจ้งพิกัด แต่ไม่บอกว่าเป็นตัวอะไร ระดับความยากเท่าไร ที่สำคัญคะแนนการสังหารเท่าไร ผมเลยลองเพิ่มการแชร์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ของตัวเอง ทำให้มันอ่านข้อมูลลักษณะมอนสเตอร์ในคอมเจ็น และแจ้งบอกผมผ่านการสแกนของมัน ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ การสแกนของบีบอท ยังถูกบันทึกลงในโปรแกรมจดจำมอนสเตอร์ด้วย นั่นแปลว่าผมไม่ต้องเข้าไปใกล้ ตีสนิทกับพวกมันแต่อย่างใด หรือแม้แต่ต้องสู้โดยไม่รู้ว่าตัวเองจะสู้ได้ไหม

ความยากง่ายในการสังหารมอนสเตอร์แต่ละตัว แม้จะดูที่ระดับความยากก็ยังไม่ชัดเจนนัก ตัวที่ระดับอีเหมือนกัน แต่คะแนนไม่เท่ากัน นั่นคือแม้จะระดับอีเหมือนกัน แต่ความยากง่ายในการจัดการไม่เท่ากัน ตัวที่คะแนนสูงสุดในระดับอี คือTine Wolf แค่ชื่อก็ฟังดูน่ากลัวแล้ว โชคดีที่ในคอมเจ็นระบุว่ามันตัวไม่ใหญ่ไปกว่าสุนัขพันธ์เล็ก แต่พิษสงค์คะแนนระดับ 30 แต้มนี่ ก็คงไม่ใช่ง่ายๆสำหรับมือใหม่อย่างผมแน่

ระหว่างทางเราได้ชิมลางสู้กับ Spring Worm (หนอนดีด) 5 แต้มดู พวกมันตัวใหญ่ราวท่อนแขน ชอบดีดตัวโจมตีศัตรูที่เข้ามาใกล้ ทั้งที่เราก็แค่เดินผ่านไปในรัศมีของมันเท่านั้น ต่อให้วิ่งหนีหน้าตั้งยังไง มันก็ดีดตัวตามมาไม่ลดละ บังคับให้เราต้องสู้ ผมใช้เชนกัน แต่ทเวนนั้นไม่สามารถสวิฟท์บีทของเขาได้ เพราะยังไม่ได้เรียนรู้เรื่องฟีงก์ชั่นและระบบกระสุน สุดท้ายจึงจำใจต้องใช้ปืนพกที่ได้มาจากคุณไวท์ ตอนก่อนขึ้นยานลำเลียงมายังเวิลแลนด์ซิตี้

“เฮ้ดูสิ มีแต้มขึ้นหลังการฆ่าด้วย”

ทเวนร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น เขาจัดการสปริงเวอร์มตัวแรกของตัวเองได้สำเร็จ หลังจากโดนมันดีดตัวกระแทกใส่หลัง จนล้มหน้าทิ่ม และยังต้องกลิ้งหลบไปอีกหลายครั้ง กว่าจะมีจังหวะลุกขึ้นยืน ยิงปืนตอบโต้มันไป

“โชคดีนะที่มันตายง่ายกว่าที่คิด”

ผมตะโกนบอก ตัวเองก็มีสภาพสะบักสะบอมไม่แพ้กัน ผิวของสปริงเวอร์มหนาพอที่จะปกป้องมันจากการถูกจิกกัดของนกและแมลงบางชนิด แต่สำหรับกระสุนแบบธรรมดาของเราเพียงนัดเดียวก็ทะลุตัวมันไปได้แล้ว แต่หากไม่โดนจุดสำคัญก็ต้องยิงถึงสองนัด มันถึงจะตายสนิทจริงๆ แต่เรื่องที่บ้ากว่านั้นก็คือ ผมกับทเวนยิงได้ห่วยมาก รัวไปหลายนัดถึงจะเข้าเป้าสักนัดหนึ่ง นี่ถ้าเรายืนตรงข้ามกัน คงมีใครร่างพรุนเพราะโดนห่ากระสุนของอีกคนสาดใส่ร่างตายสยองแน่

“รู้อะไรไหม ดีนะที่ลูกปืนชาร์ตพลังงานได้ ไม่งั้นเราคงเป็นยาจกเพราะเอาเงินไปซื้อกระสุนหมดแน่ๆ”

ทเวนนั่งลงหอบหายใจอยู่ข้างๆผม พวกเราทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง เมื่อพบว่าพวกหนอนดีด หรือสปริงเวอร์มไม่ตามมาอีกแล้ว

“นั่นสิ โชคดีจริงๆ แต่เพราะติดพันกับเจ้าพวกนี้ เราเลยเสียเวลาไปเกือบชั่วโมง...

“อะไร เงียบทำไมเซวิล!!”

ทเวนรีบหันมาถามเมื่อผมนิ่งเงียบไปก่อนจะพูดจบ ดวงตาจับจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมเจ็น ก่อนจะหันมาพูดกับเขาอย่างสงบนิ่งว่า

“เราออกนอกเส้นทาง ไกลมากด้วย แถมถ้าจะย้อนกลับไปก็ต้องผ่านถิ่นของพวกหนอนดีดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

“อะไรนะ ไอ้พวกหนอนบ้านั่นทำเราออกนอกเส้นทางงั้นเหรอ!!”

ทเวนร้องออกมาด้วยความตกใจ แน่นอนเป็นใครก็คงตกใจขวัญกระเจิง เพราะเพิ่งผ่านเหตุการณ์ระทึกมาเมื่อครู่ แม้หนอนดีดจะจัดการได้ง่าย แต่ถ้าใครเสียท่า ก็จะถูกมันเจาะร่างดูดน้ำเลี้ยงในตัว เหมือนที่พวกมันทำกับต้นไม้พวกนั้นแน่ แต่ที่ต่างกันคือต้นไม้ไม่ตายเพราะถูกหนอนดีดดูดน้ำเลี้ยง แต่ถ้าเป็นมนุษย์อย่างเราก็ไม่แน่เหมือนกัน ในคลังข่าวที่เป็นข้อมูลสาธารณะ เคยมีรายงานเรื่องมนุษย์ที่ถูกหนอนดีด เจาะร่างเพื่อดูดของเหลวภายใน เขาไม่ตายแต่กลับติดเชื่อจากการถูกมันเจาะ บาดแผลติดเชื่อลุกลามอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งตายภายใน 24 ชั่วโมง

“จริงสิ คุณไวท์ให้วัคซีนมานี่นา บอกว่าเราต้องฉีดมันก่อนออกมานอกเมือง ผมว่าเราต้องเอามันออกมาฉีดก่อนจะติดเชื้ออะไรเข้าซะก่อนนะ”

“ดีเลย ไม่รู้ว่าเราต้องเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกอีกกี่วันด้วย เผลอๆแค่ยุงตัวเดียว เราก็ไม่รอดกันแล้วมั้ง”

“เจดา คำนวณเส้นทางเพื่อกลับสู่เส้นทางหลัก โดยหลีกเลี่ยงถิ่นที่อยู่ของหนอนดีดด้วย”

“รับทราบ”

ผมสั่งคอมเจ็นของตัวเอง ก่อนจะดึงเป้ออกจากด้านหลัง เพื่อหาวัคซีนมาฉีดบ้าง วัคซีนไหลไปตามกระแสเลือดให้ความรู้สึกขนลุกเล็กๆ เมื่อมันผ่านเข้าหัวใจและปอด และถูกสูบฉีดกลับสู่เส้นเลือดอีกครั้ง อาการขนลุกก็หายไป ผมเก็บอุปกรณ์ใส่เป้ และติดตั้งเป้กลับไปด้านหลังเช่นเดิน ก่อนจะเงยหน้ามองทเวน เพื่อดูว่าเขาฉีดวัคซีนเสร็จหรือยัง

“ท...ทเวน”

“หือ มีอะไร ทำเสียงแผ่วแบบนั้น... คงไม่ใช่มีอะไรอยู่ข้างหลังฉันหรอกนะ?”

ผมพยักหน้าช้าๆ ทเวนหน้าซีดค่อยๆคว้าเป้และปืนขึ้นมาถือไว้ช้าๆ

“ตัวอะไรเซวิล”

“ยุง คิดว่านะ...”

“โธ่เอ๊ย ก็แค่ยุงหันไปดีดทีเดียวก็กระเด็...

“วิ่ง!!”

ผมตะโกนสุดเสียง พวกเราออกวิ่งหน้าตั้ง อย่างไม่คิดชีวิตอีกครั้ง คราวนี้มีตัวประหลาดบินได้คล้ายยุง ลำตัวรวมปากแหลมๆของมันแล้วก็ราวสองฟุต ไล่ตามมาด้านหลังราวห้าถึงหกตัว มันบินเร็วมากจนสามารถมาดักหน้าพวกเราไว้ได้

“แย่ละสิ มากขนาดนี้จะสู้ไหวได้ไง!”

“ไม่ได้ก็ต้องได้แล้วนะ ยิงเลย!”

ผมกระตุ้น พวกเราหันหลังชนกัน และรัวยิงไปรอบทิศทาง ปืนของผมรัวยิงราวกับปืนกล ส่วนปืนของทเวนมีการทิ้งช่วงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรัวเป็นจังหวะสม่ำเสมอกัน เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่อาจรู้ได้ แต่ในที่สุดทุกอย่างก็เงียบลง ผมมองออกไปรอบตัว ยุงประหลาดพวกนั้นนอนกองอยู่บนพื้น ร่างกายเต็มไปด้วยรูจากกระสุนของพวกเรา

“มอควิสโต้ ความยากระดับอี รางวัลการสังหาร 10 แต้ม”

คอมเจ็นขาน เมื่อผมเอื้อมมือไปแตะตัวหนึ่ง ที่นอนหงายท้องอยู่ใกล้ๆ

“บีบอท”

ผมเรียกบีบอท เจ้าแมลงตรวจการของผม ที่ไม่ยอมทำหน้าที่ของมัน ตอนที่เราถูกมอควิสโต้โจมตี ดังนั้นผมจึงคิดว่ามันอาจเสียก็ได้

“เฮ้นี่ นายได้คะแนนครั้งนี้เท่าไร ตัวละสิบแต้ม สิบตัวก็หกสิบ ของฉัน... ยี่สิบ จริงดิ ฉันฆ่าได้น้อยกว่านายอีกเหรอเนี่ย!”

ทเวนถามแต้มผม เพราะพวกเราจะแบ่งเงินที่ตกโดยการดูแต้มที่ขึ้นหลังการสังหาร แบบนั้นเป็นธรรมที่สุด ลดเรื่องการเอาเปรียบ ความไม่ทัดเทียมได้อย่างชัดเจน เงินที่ได้จะหายไปเมื่อถูกแตะ มันเป็นเงินรางวัลที่เราได้รับจากการสังหาร ที่จะได้จริงๆ ยามเราไปถึงเซคันด์เอิร์ธแล้ว ส่วนตัวเลขที่ขึ้นในหน้าบัญชีส่วนตัว สามารถใช้จ่ายในโลกจำลองได้ โดยจะได้รับของจริง เมื่อวันที่เราไปถึงเซคันด์เอิร์ธด้วยเหมือนกัน

“เอาล่ะ ฉันเก็บของฉันแล้ว นายมัวทำอะไรกับไอ้แมงตรวจการนั่นล่ะ?”

“ก็ผมสงสัยว่าทำไมมันไม่เตือนเราเรื่องมอนสเตอร์น่ะ ทำเอาเกือบตายเลยนะ”

“จริงด้วย ทำไมกันนะ ไม่ได้อ่านคู่มือให้ละเอียดซะด้วย”

“อีกอย่าง เราหลุดออกจากเส้นทางหลัก ที่จะไปหนองน้ำรากูสมาตั้งไกล หลงอยู่ในป่าทึบ ที่แสงแทบจะลอดเข้ามาไม่ได้แบบนี้ รู้สึกสยองขวัญชอบกลนะ”

ผมตอบ แล้วเดินไปแตะเก็บเงินที่ตกจากมอควิสโต้

“สแกนพื้นที่”

ผมออกคำสั่ง บีบอทก็บินสูงขึ้นไป ก่อนจะหมุนวนและปล่อยคลื่นบางอย่างออกมา ก่อนจะบินกลับมาอยู่ตรงหน้าผมเหมือนเดิน

“ในระยะรัศมีสองร้อยเมตร ไม่มีมอนสเตอร์ พื้นที่โดยรอบปลอดภัย”

มันรายงาน ผมกับทเวนถอนหายใจและทิ้งตัวลงนั่ง คราวนี้มั่นใจได้ว่า ในระยะสองร้อยเมตรรอบตัวเรา จะไม่มีมอนสเตอร์เข้ามารบกวนอีก

“ตกลงต้องออกคำสั่ง ไหนว่าอัตโนมัติ”

ทเวนถามขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อน

“ผมว่ามันคงแต่บินเองอัตโนมัติละมั่ง”

ผมตอบ เรามองหน้ากัน แล้วหัวเราะฮาออกมา ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนกับพื้นป่าอย่างอ่อนแรง แค่ไม่กี่ชั่วโมงในการเดินทางนอกเมืองเวิลแลนด์ซิตี้ ทำเอาเรากลายเป็นเด็กหลงทาง ในดินแดนของปิศาจร้าย ทุกย่างก้าวอันตราย อาจถึงชีวิตถ้าไม่ระวังตัว ผมเข้าใจเลยว่าทำไม กาแลกซีลัส คอปอร์เรชั่นถึงลงทุนทำโครงข่ายระบบโลกจำลองขึ้นมา ให้พวกเราได้ลองใช้ชีวิต ลองสู้ และเผชิญสถานการณ์เลวร้าย หรือแม้กระทั่งความตาย

ทั้งหมดก็เพื่อให้พวกเราเรียนรู้ทักษะการเอาตัวรอด ทำความรู้จักสถานที่ ศัตรูที่เราต้องเผชิญ และผมเชื่ออย่างสุดหัวใจเลยว่า มันจะช่วยชีวิตพวกเราได้มาก ตอนที่เรามาถึงเซคันด์เอิร์ธจริงๆ

“เราต้องพักแล้วล่ะ ฉันไปต่อไม่ไหวแล้ว วิ่งจนขาลากแล้ว”

“เรานอนแบบนี้ไม่ได้แน่ ต้องเอาที่พักออกมากาง”

ผมพูด เห็นด้วยกับเขาที่สุด ว่าตอนนี้เราไม่พร้อมจะไปต่อ ทั้งพละกำลัง ทั้งอาวุธที่กำลังชาร์ตพลัง เอาอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมเดินทางอย่างแท้จริง ขาผมล้า ในหูมีเสียงวิ้งๆ จากเสียงดังสนั่นตอนที่เรารัวปืนใส่มอควิสโต้หกตัวนั่น แต่ก็ยังฝืนตัวดึงกระเป๋าควานหาที่พักนิรภัยออกมา

คุณไวท์เคยแนะนำเกี่ยวกับมันคร่าวๆ ว่าสามารถวางไว้กับพื้นได้ แต่ให้ดีที่สุดคือแขวนห้อยไว้บนต้นไม้สูง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกพบเจอโดยมอนสเตอร์ หรือเผ่าพันธุ์ที่ไม่เป็นมิตร

เราหาต้นไม้ใหญ่ที่กิ่งของมันแข็งแรงพอจะรับน้ำหนักของที่พักนิรภัยได้ ซึ่งหาได้ไม่ยากเลยบนเซคันด์เอิร์ธ ผมกับทเวนแบ่งกันคนละกิ่ง ปีนขึ้นไปเพื่อติดตั้งที่พักของตัวเอง เมื่อเกี่ยวสายคล้องกับกิ่งไม้ แล้วกดปุ่มบนตัวที่พักนิรภัย ที่มีขนาดเท่าลูกบอล มันขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีขนาดพอให้คนๆหนึ่งหรืออาจจะสอง มุดเข้าไปพักผ่อนได้สบายๆ

“ตั้งเวลาไว้สักสองชั่วโมงนะ ตอนนั้นคอมเจ็นคงคำนวณเส้นทางใหม่เสร็จพอดี”

ทเวนชะเง้อหน้ามาบอกผมจากในที่พักนิรภัยของเขา

“อืม งั้นอีกสองชั่วโมงเจอกัน อ้อบีบอท สแกนพื้นที่โดยรอบที่พัก และเตือนทันทีที่พบสิ่งผิดปกติ”

ผมสั่งบีบอทที่บินวนเป็นดาวเทียมอยู่รอบตัวผม มันส่งเสียงเบาๆเพื่อตอบรับทีหนึ่ง ผมจึงวางใจเข้าไปนอนพักได้อย่างสบายใจ

ในโลกจริงผมกำลังนอนอยู่ และกาแลกเซียผมก็กำลังหลับ พักผ่อนจากการเหนื่อยล้า น่าแปลกที่รู้สึกว่าตัวเองได้พักผ่อนจริงๆ แม้ว่าจะอยู่แค่ในโลกจำลองก็ตาม นั่งเพราะสมองของผมพักผ่อนอยู่ สองชั่วโมงต่อมาเราเริ่มออกเดินทาง ตามเส้นทางที่คอมเจ็นคำนวณให้ใหม่

มีทางเลือกสองทางในการเดินทางไปให้ถึงหนองน้ำรากูส หนึ่งคือตัดผ่านป่าทึบชั้นในเข้าไป ซึ่งค่อนข้างอันตราย เพราะอาจจะเจอมอนสเตอร์ระดับสูงกว่าอี และชนเผ่าอันตรายบางจำพวก แต่ประหยัดเวลาในการเดินทางไปกว่าครึ่ง อีกทางคือการอ้อมรอบนอก ลัดเลาะไปตามป่าโปร่งอาจเจอมอนสเตอร์ตลอดทาง แต่รับประกันได้ว่ามีแค่ระดับอี แต่ต้องใช้เวลาเดินทางราวห้าชั่วโมง

“เป็นทางเลือกที่ค่อนข้างหนักใจเลยนะ”

ทเวนบ่นเบาๆ ทั้งที่ความจริงเรารู้ดีว่าต้องเลือกทางไหน ที่จะไม่เป็นอันตรายกับชีวิต เราไม่ควรเลือกทางลัดด้วยซ้ำ เพราะมันอันตรายเกินกำลัง ที่มือใหม่สองคนจะรับไหว แต่ความคึกคะนองของผู้ชนะ ทำให้เราคิดว่าไม่มีอะไรอันตรายใด จะหยุดเราให้ไปยังหนองน้ำรากูสได้ และเราก็เลือกเส้นทางแรก สั้น และอันตรยกว่า

“เริ่มระบบนาวิก”

ผมสั่ง เพราะเห็นตัวเลือกในหน้าแผนที่ บีบอทส่งเสียง และออกนำทาง มีแต่ของทเวนเท่านั้นที่ยังคงบินวนเป็นดาวเทียมอยู่ใกล้ๆ

“ว้าว บีบอทนำทางให้เนี่ยนะ สุดยอดไปเลย!”

“แต่ถ้าไม่มีบีบอทล่ะ เราจะใช้ระบบนาวิกได้ไหมนะ”

ผมถามขึ้นด้วยความสงสัย ทเวนเลิกตื่นเต้นแล้วทำท่าครุ่นคิด บางทีมันอาจจะเป็นเสียงของคอมเจ็นบอกทาง ตรงไป เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา แบบจีพีเอสสมัยก่อนก็ได้ แต่ผมรู้สึกดีใจมากกว่าที่มีบีบอทเป็นตัวนำทางให้ เพราะมันง่ายกว่ากันเยอะทีเดียว

แซ่ก...

ผมยกมือขึ้นข้างหนึ่ง ส่งสัญญาณให้เราหยุดเดิน เพราะได้ยินเสียงบางอย่างเคลื่อนไหว บีบอทของเราไม่ได้รายงานอะไร ความจริงมันเป็นรุ่นแรก หรือรุ่นตัวอย่าง หากมันจะรวน ทำงานไม่สมบูรณ์ก็คงไม่แปลก แต่ยังไงก็ตามผมจะไม่เสี่ยงเดินต่อ ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเจ้าเสียงนั้นมีที่มาจากอะไรกันแน่

“อะไร มีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ?”

ทเวนกระซิบถามเสียงเบา ผมพยักหน้า และมองออกไปรอบตัว มันเป็นป่าทึบ แสงแดดแทบลอดลงมาไม่ถึง ความมืดสลัวทำให้มองอะไรได้ยาก รอบตัวเรามีแต่ต้นไม่ใหญ่ พุ่มไม้หนา เรียงตัวเบียดเสียดกันอย่างหนาแน่น ทางเดินสายแคบๆเต็มไปด้วยเศษใบไม้และกิ่งไม้แห้ง มันส่งเสียกรอบแกรบเบาๆขณะเราเดิน แต่เสียงเมื่อครู่ เสียงราวกับมีบางสิ่งเดินผ่านพุ่มไม้หนาเหล่านั้น

“บีบอท สแกนพื้นที่”

ทเวนสั่งบีบอทของเขา เพราะตัวของผมกำลังทำหน้าที่นำทางอยู่ มันส่งเสียงเบาๆแล้วลอยสูงขึ้นไป ก่อนจะปล่อยลำแสงสแกนออกมา แม้แสงจะอ่อนจางมาก แต่ในที่มือสลัวแบบนี้ เราเห็นมันค่อนข้างชัดเจนทีเดียว

“มีกลุ่มสิ่งมีชีวิต เคลื่อนที่เข้ามาใกล้ พยายามโอบล้อมเข้ามาจากทุกทิศทาง”

คอมเจ็นของทเวนรายงาน พวกราตาเหลือกที่ได้ยิน กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ว่านั่นมันคืออะไร อันตรายหรือไม่ ที่แน่ๆมันกำลังพยายามล้อมเราเอาไว้

“บัดดี้ บอกได้ไหมว่ากลุ่มสิ่งมีชีวิตนั่นคืออะไร?”

Tine Wolf ระดับความยาก E

“บ้าแล้ว ไทน์วูล์ฟเป็นฝูงเนี่ยนะ วิ่งเลยเซวิล อย่าให้มันล้อมกรอบเราได้สำเร็จ!!”

ไม่ต้องบอกก็รู้ ผมออกวิ่งแทบจะพร้อมกับที่ทเวนตะโกนบอก บีบอทของผมนำทางด้วยความเร็วตามอันตราการวิ่งของเราด้วยเช่นกัน ต่จะไม่หายไปไกลจนพ้นสายตา มันพาผมกับทเวนลัดเลาะไปตามทางสายเล็กๆ คดเคี้ยวไปมาในป่าทึบ โดยมีไทน์วูล์ฟทั้งฝูงไล่ตามก้นมาติดๆ

บรู๋ววว

พวกมันรู้ว่าการเล่นเกมต้อนแกะล้มเหลว แกะน้อยในป่าใหญ่สองตัวกำลังตื่นตกใจและออกวิ่ง เพื่อให้พ้นจากคมเขี้ยวกันหิวกระหายของพวกมัน ฝูงไทน์วูลฟ์จึงเริ่มเกมไล่ล่า เสียงฝีเท้าของพวกมันแผ่วเบา บวกกับร่างกายเล็กๆปราดเปรียว ทำให้เคลื่อนที่ได้เร็ว แม้จะอยู่ในป่าที่มีต้นไม้ใหญ่และพุ่มไม้หนาทึบเช่นนี้ก็ตาม

ผมหยิบปืนออกมาถือไว้ แมกกาซีนถูกชาร์ตกระสุนจนเต็ม ด้วยเซลล์พลังงานขนาดเล็กแต่เปี่ยมประสิทธิภาพ เชนกันจะหันเข้าหาศัตรูเอง เมื่อมันเข้ามาใกล้ในระยะโจมตี ดังนั้นจึงไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง แม้ว่าจะถูกซุ่มโจมตีจากศัตรูก็ตาม แต่ความรวดเร็วในการสาดกระสุนของผม จะเป็นตัววัดว่า จะยิงโดนหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่มักพลาด เพราะผมมันพวกมือใหม่ เพิ่งได้จับปืนและใช้งานจริงไม่ถึงเจ็ดชั่วโมงด้วยซ้ำ

พรวด!

มีพวกมันตัวหนึ่งกระโจนใส่ผม โชคดีที่ก้มหลบได้ทันเวลา แต่ก็ต้องชะงักเท้าจากการวิ่งอันรวดเร็วอย่างกะทันหัน ผมเสียหลัก ล้มกลิ้งไปกับพื้น ได้ยินเสียงทเวนร้องเรียกด้วยความเป็นห่วง แต่ดูท่าเขาเองก็จะถูกจู่โจมด้วยเหมือนกัน พวกมันตามทันพวกเราที่วิ่งกันแบบสุดฝีเท้าได้อย่างง่ายดาย

เราถูกล้อมอีกแล้ว แต่คราวนี้ต้องเปิดทางหนีให้ได้ ไม่อย่างนั้นคงต้องตายกันตรงนี้จริงๆแน่

“เจดา ระยะทางสู่หนองน้ำรากูสยังอีกไกลไหม?”

“สองไมล์โดยประมาณ”

“ทเวน เราปักหลักสู้ไม่ได้ นายรู้ใช่ไหม พวกนี้เกินมือเรา ต้องเปิดทางหนีแล้ววิ่งไปตามเส้นทางหลัก เพื่อไปให้ถึงหนองน้ำรากูส”

ผมบอกกับทเวน พลางพยุงร่างลุกขึ้นอย่างยากลำบาก

“รู้น่ะมันรู้หรอก แต่เราจะทำได้ยังไง ถึงทำได้แล้วไงต่อ ไปถึงหนองน้ำรากูสก็ใช่ว่าพวกเราจะรอดจากคมเขี้ยวพวกมันนะ”

“ผมเองก็ไม่รู้ แต่ผมไม่ยอมตายตรงนี้แน่!”

ปัง!

ผมยิงใส่ไทน์วูล์ฟตัวหนึ่งที่กระโจนเข้ามาใส่ กระสุนเฉียดร่างมันไปแค่นิดเดียว แต่กระนั้นก็ยังได้กลิ่นไหม้จางๆ จากการความร้อนของกระสุน เผาไหม้เส้นขนของมัน

“บ้าเอ้ย ฉันเองก็ไม่ยอมตายง่ายๆหรอกน่า!”

ทเวนตะโกน และรัวยิงกระสุนไปด้านหน้า ซึ่งมีไทน์วูล์ฟยืนดักอยู่สองตัว พวกมันกระโจนหนีและเปิดทางให้เราอย่างไม่ได้ตั้งใจ ผมออกวิ่งอีกครั้ง โดยมีทเวนตามมาติดๆ แต่ก็ต้องคอยหันไปยิง พวกไทน์วูล์ฟที่ยังคงติดตามมาอย่างไม่ลดละ เพื่อไม่ให้พวกมันมีโอกาสโจมตีใส่พวกเราได้

ครืนนน

“เสียงอะไร?”

เสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่นนั่น ดังมาจากด้านหน้าของพวกเรา เพราะมีพุ่มไม้หนาทึบ กับบรรยากาศมืดสลัว ทำให้เราไม่รู้เลยว่าทีอะไรซ่อนอยู่ข้างหลังนั้น ไทน์วูล์ฟก็ยังไม่ยอมลดละความพยายาม ที่ตามล่าเราไปเป็นอาหาร

“บ้าเอ๊ย โค้งหักศอก!”

ผมสบถ ร่างของผมพุ่งไปอย่างรวดเร็วจนยากที่จะยั้งเท้าไว้ทัน ผมคงพุ่งทะลุพุ่มไม้หน้านั่น และล้มกลิ้งไปอีกหลายต่อแน่ ถ้าไม่ใช่เพราะด้านหลังพุ่มไม้ มันคือเหวน้ำตก

“เซวิล!!”

ทเวนพุ่งตามมาติดๆ และต้องตะลึงตาเหลือกไม่ต่างจากผม เรากำลังร่วงหล่น เสียงดังครืนๆนั้นคือเสียงของน้ำตก ตกกระทบลงบนผิวหน้า ซึ่งห่างออกไปราวสิบเมตรหรือมากกว่า

“ว...ว้ากกกก!”

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #456 yoshiza (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 14:35
    อ่านกี่ครั้งก็รู้สึกถึงความวายหน่อยๆ 555555 โดดผาพิสูจน์รัก #โดนถีบ
    #456
    0
  2. #302 ฝนธารา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 14:00
    งานเข้าซะแล้ว
    #302
    0
  3. #154 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:00
    ตกหน้าผาไปซะแล้ว
    #154
    0
  4. #132 kimurakung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 23:23
    ตกลงไปในน้ำตก...แล้วพบคัมภีร์โบราณ ฝึกจนเก่งกล้า และกลายเป็นเจ้ายุทธภพ เอ่มมม ไม่ใช่แระ 55
    #132
    0