THE GALAXIA

ตอนที่ 10 : Out Town

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,532
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    26 ม.ค. 58

 
 

 

 

ชายร่างใหญ่เหมือนหมี เขามีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ขนาดที่ซัดกำแพงพังได้แถบหนึ่งทีเดียว ผมเผ้าสีขาวรุงรัง เสื้อผ้าก็ทำจากหนังสัตว์กับเชือกจากเถาวัลย์ ไม่มีเกราะป้องกันแบบพวกเราเลยสักนิด

“เอาล่ะ มิชชั่น!”

ติ๊ง...

“มิชชั่น 0002 First Hunt ระยะเวลา 2 วัน คงรู้นะว่าเป็นสองวันบนดาวดวงนี้ รายละเอียดเปิดดูในคอมเจ็นของพวกเธอก็แล้วกัน รู้แล้วสินะเรื่องการจบมิชชั่น และการรับรางวัลน่ะ”

“ครับ”

พวกเราตอบรับพร้อมกัน

“อ้อนี่ โปรแกรมจดจำมอนสเตอร์ มันจะทำการบันทึกมอนสเตอร์ที่พวกเธอเคยสู้ และระดับความยากง่าย ยิ่งสู้กับตัวที่มีระดับยากชนะ ก็จะได้คะแนนต่อสู้สูงขึ้นด้วย”

“คะแนนต่อสู้หรือครับ?”

“หนึ่งในคะแนนที่จะได้รับการประเมินเพื่อเลือกอาชีพไงล่ะ การจะเป็นเรนเจอร์ หรือเข้าร่วมกองทัพ จะต้องมีคะแนนต่อสู้เกิน 60,000 แต้มเป็นอย่างต่ำนะ ยิ่งพวกเรนเจอร์ก็คล้ายๆนายพรานอย่างข้านั่นแหละ ต้องออกล่ามอนสเตอร์เพื่อเอาวัตถุดิบจากพวกมันเป็นบางครั้ง ดังนั้นทักษะการต่อสู้จึงจำเป็นมากทีเดียว โปรแกรมจดจำมอนสเตอร์ไม่เพียงจะจดจำมอนสเตอร์ที่พวกเธอเคยพบเท่านั้น แต่ยังบอกระดับความยากง่าย และบอกคะแนนในการสังหารพวกมันด้วย ยังไงซะไม่ว่าจะเล็งอาชีพไหนไว้ ก็หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ไม่ได้อยู่ดี แถมในบางสถานการณ์ หากไม่เป็นผู้ฆ่า ก็จะต้องถูกฆ่าซะเอง เข้าใจไหม?”

“ค...ครับ”

ผมกับทเวนรับคำพร้อมกัน มีอารตื่นๆกับคำอธิบายของแบรี่อยู่ไม่น้อย

“อ้า ถ้าอย่างนั้นก็ออกไปเลย ทางออกนี้แหละปลอดภัยสำหรับมือใหม่ที่สุดแล้ว”

พวกเราเดินจากมาอย่างมึนงง เดินออกมาตรงทางออกทางทิศตะวันออกของเมือง มีทหารรักษาการ และป้อมกับหอคอยระวังภัย ผู้คนที่สวมชุดผ้าฝ้ายทับนาโนเลเธอร์ไว้ เหมือนสาวๆชาวสวนคือโรบอต ที่มีไว้ช่วยในการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว มีมนุษย์จริงๆรวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วยเหมือนกัน แต่มันก็เป็นการยากที่จะมองออกว่าใครคือมนุษย์จริงๆบ้าง

“เออนี่ เราเอาเจ้าบีบอทออกมาใช้เลยดีไหม?”

ทเวนถามขึ้น ท่าทางเขาตื่นเต้นที่จะได้ออกไปนอกเมืองสักที ผมเองก็เหมือนกัน แม้ในเมืองจะมีอะไรตื่นตาตื่นใจให้ดูอีกเยอะ แต่ยอมรับเถอะ ชีวิตจริงๆน่ะอยู่ข้างนอกเสมอ

“ดีเหมือนกัน ผมเองก็ยังไม่ได้เปิดใช้งานเกรเลตต้าเลย ตั้งแต่ดาวน์โหลดมา”

“เกรเลตต้า? อะไรอ่ะ?”

“ถามจริงโปรแกรมผู้ช่วยที่เราโหลดมาจากแซม เบนดิกไง อยากรู้ว่าทำอะไรได้บ้างน่ะ”

“อ้อ เจ้าคนท่าทางไม่เต็ม ที่อัจฉริยะโคตรคนนั้นนั่นเอง”

“ฮ่ะๆ นายให้คำจำกัดความกับคนที่เรียกเราว่าเพื่อนแบบนี้เนี่ยนะ!”

“ก็แหม มันเผลอไปหน่อย ท่าทางหมอนั่นเป็นอย่างนั้นนี่นา เออตรงนี้มีที่นั่ง เราไปนั่งกันก่อนดีกว่า”

ผมกับทเวนหัวเราะเบาๆอย่างอารมณ์ดี แล้วเดินมานั่งตรงเก้าอี้ไม้ตัวยาวใกล้กับทุ่งข้าวโพด หยิบบีบอทออกมาสแกนนิ้วมือ แล้วปล่อยให้มันบินวนรอบตัวโดยอิสระ โดยตั้งคำสั่งอัตโนมัติไว้ และลงมือเปิดใช้งานโปรแกรมเกรเลตต้า

“เปิดใช้งานเกรเลตต้า สวัสดีฉันคือเกรเลตต้า ต้องการปรับแต่งข้อมูลพื้นฐานของฉันไหม?”

เมื่อเปิดใช้งาน ก็มีเสียงดังออกมาจากคอมเจ็นของผมทันที

“ต้องการ ผมอยากปรับเสียงและตั้งชื่อได้ไหม?”

“ปรับเสียงและตั้งชื่อ”

“โปรดระบุชื่อ”

“เจดา”

“บันทึกชื่อ เจดา...”

“โปรดระบุเสียงที่ต้องการ”

อันนี้ทำผมคิดหนัก เพราะให้บอกปากเปล่ามันค่อนข้างจะเป็นไปได้ยาก แต่ผมก็จะลองดู

“เสียงผู้หญิง อ่อนหวานร่าเริง”

“ผู้หญิง อ่อนหวาน ร่าเริง กำลังประมวลผล...”

“สวัสดีค่ะ”

หลังจากใช้เวลาประมวลผลเพียงไม่นาน คอมเจ็นก็ตอบผมกับมาอีกครั้ง ส่วนทเวนผมเห็นเขาเปิดใช้งานเกรเลตต้าเช่นกัน แต่เขาตั้งชื่อมันว่าคู่หู และเสียงยังเป็นเสียงผู้ชายคล้ายๆเขาเองด้วย

“ไงล่ะ ฉันฝันอยากมีพี่น้องที่รู้ใจกันมานานแล้ว แค่เสียงก็ยังดีล่ะ”

“อ้อ!”

ผมเลิกคิ้วสูง พยายามเข้าใจตรรกะของเขาอย่างยากเย็น

เมื่อกี้นายตั้งชื่อเกรเลตต้าว่าอะไรน่ะ”

ทเวนถามผม ในขณะที่เราออกเดินอีกครั้ง โดยมีบีบอทวนเวียนอยู่ใกล้ๆ

“เจดา”

“เจดา ชื่อเดียวกับเอไอบนยานอวกาศเลยนะ นายนี่ไม่ครีเอทเอาซะเลย ให้ตายสิ!!”

ผมอยากจะตอบโต้ไปว่า ก็ยังดีกว่านายล่ะ แต่เลือกจะเงียบเอาไว้ดีกว่า ต่อล้อต่อเถียงกับทเวนไปคงไม่มีประโยชน์ หมอนี่ไม่เคยลดราวาศอกเรื่องโต้วาที โดยเฉพาะหัวข้อที่ไร้สาระ ดังนั้นเราจึงเดินผ่านทุ่งข้าวโพดและแปลงผักมาโผล่ที่ทางออก มันเป็นทางออกจากพื้นที่เพาะปลูกสู่ภายนอกของเวิร์ลแลนด์ ซิตี้อย่างแท้จริง

“เจดา...”

“เฮ้จีนอยด์ ยืนทื่ออะไรอยู่ ผลผลิตต้องเก็บเกี่ยวเดี๋ยวนี้แล้วนะ”

“ค่ะ เจ้านาย”

ผมเดินออกไปจากพื้นที่เพาะปลูก โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาหนึ่งกำลังจับจ้องอยู่ สายตาของโรบอตสาวเก่าๆตกรุ่น ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่เพาะปลูก ที่ดูจะสะกิดใจกับคำว่าเจดา

ข้างนอกเมือง เป็นพื้นที่โล่งมีเนินสูงต่ำทอดยาวออกไป กว่าจะถึงแนวป่าก็คงราวสองสามกิโลเมตร ตรงเนินนั้นมีมอนสเตอร์ตัวเล็กๆดูคล้ายไข่มีขา ใช่มันเหมือนไข่นกกระจอกเทศมีขาเหมือนไก่ มีปากแหลมเหมือนนก และมีปีกเล็กๆที่พามันลอยขึ้นได้ไม่เกินฟุต

“ตัวอาไรว้า...”

ทเวนดูเหมือนจะอึ้งกับเจ้ามอนสเตอร์ประหลาดนี้ไม่แพ้ไปกว่าผม

“เจดาขอข้อมูลมอนสเอตร์ตรงหน้าได้ไหม?”

“รับทราบ ค้นหาข้อมูลในคลัง บันทึกเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตในระบบสุริยะกรีเธียน”

“อะไรน่ะ ค้นข้อมูลอะไรของนายเซวิล โปรแกรมของแบร์รี่น่ะจะจดจำเมื่อเราสู้แล้วนะ นายจะหาข้อมูลเจอได้ไง”

ทเวนทักท้วง เพราะคิดว่าผมกำลังทำผิดขั้นตอน

“ไม่หรอก ผมดาวน์โหลดบันทึกเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตในระบบสุริยะกรีเธียนมาแล้ว พร้อมกับตอนดาวน์โหลดแผนที่นั่นแหละ ผมเลยลองให้คอมเจ็นหาข้อมูลของมันดู”

ทเวนอ้าปากค้างราวกับเพิ่งนึกได้ เขาเองก็โหลดข้อมูลนั้นมาด้วยเช่นกัน เขาจึงออกคำสั่งกับคอมเจ็นของเขาบ้าง

“กรุณาหันหน้าเข้าหาสิ่งที่ต้องการตรวจสอบด้วยค่ะ”

คอมเจ็นของผมร้องบอก ผมจึงหันไปทางท้องทุ่งที่เต็มไปด้วยไข่มีชีวิตเหล่านั้น

“กำลังจับภาพ”

คอมเจ็นพูดขึ้นอีกครั้ง ไม่นานนักมันก็แจ้งผม ถึงชื่อและสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตตรงหน้า

Eggfly พบได้ทั่วไปตามเนินเขา หรือท้องทุ่งที่หญ้าสูงไม่เกินห้าเซนติเมตร ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ไม่สามารถกินได้ ระดับความยาก E

หน้าจอโฮโลกราฟฉายรูปของเจ้าไข่มีชีวิต และบอกข้อมูลของมันออกมา โดยไม่ต้องรอให้เราเดินไปทุบหัวมันเพื่อให้โปรแกรมจดจำมอนสเตอร์ทำงานเลยสักนิด

“งั้นก็คงจับได้สินะ”

ผมพูดเบาๆพร้อมเดินเข้าไปหาเอ้กฟลายตัวหนึ่ง โดยไม่ฟังเสียทักท้วงของทเวน พวกมันดูสนใจในตัวผม และเดินเข้ามาดูใกล้ๆ ผมช้อนตัวหนึ่งขึ้นมาในอุ้งมือทั้งสอง ก่อนที่คอมเจ็นจะปล่อยลำแสงแสกนสีฟ้าเป็นรูปตาขายออกมาครอบคลุมเจ้าตัวที่อยู่ในมือผม

“ระบบจดจำมอนสเตอร์ เอ้กฟลาย ระดับความยาก อี คะแนนในการสังหาร 1แต้ม”

ผมยิ้มกว้างแล้วหันไปยักคิ้วให้ทเวน เขาแยกเขี้ยวแล้วเดินเข้ามาทำตามผมบ้าง เพื่อให้ระบบจดจำมอนสเตอร์ทำงาน

“แบบนี้แปลว่าไม่จำเป็นต้องสู้เสมอไปสินะ แค่เข้าใกล้ให้ระบบจดจำทำงานได้ก็พอ”

ผมหันไปยิ้มล้อเลียนทเวน

“ก็คงงั้นแหละ ว่าแต่มิชชั่นเรามันตัวอะไรกันล่ะ อย่างน้อยก็น่าจะมีรูป แหล่งที่อยู่หรือไม่ก็พิกัดบอกบ้างนะ ให้เดินหาเองเองแบบนี้ชาติไหนจะเจอ”

“นั่นสินะ จะว่าไปเรายังไม่ได้เปิดดูรายละเอียดมิชชั่นเลยนี่นา”

ผมปล่อยเอ้กฟลายลงพื้น แล้วสั่งเปิดข้อมูลมิชชั่น First Hunt สิ่งที่เราต้องไปล่ามีหน้าตาคล้ายเป็ด ตัวสีแดงหน้าตาดุดัน แถมยังมีบนฟูๆบนหัวมันอีกด้วย

“อะไรเนี่ย รากูส!!”

“ฮ่ะๆๆๆ บังเอิญชะมัด รากูสเนี่ยมันมิชชั่นของเราสองคนเลยนี่นา นายต้องเก็บอึมัน ส่วนฉันต้องล่าเอากระดูก เดี๋ยวดูสิ มีรายละเอียดด้วย สูงสองฟุต ดุร้าย อยู่กันเป็นฝูง ระดับความยากอี แบบนี้ล่าเป็นสิบก็ไหว เนอะ!”

“นั่นสิ ยังไงนายก็ต้องล่าเอากระดูกไปให้จอร์จี้ ส่วนผมต้องเก็บอึมันสามก้อน มิชชั่นของแบร์รี่ให้ล่า 50 ตัว คงได้สนุกละทีนี้”

ผมหัวเราะ เห็นด้วยกับทเวนเต็มที่

“ที่อยู่ของพวกมันก็หนองน้ำรากูสในป่าแบล็ดวูด มันที่ไหนกันล่ะ ไอ้ป่าแบล็กวูดเนี่ย”

“เดี๋ยวนะผมมีแผนที่นอกเมืองด้วย เจดา เซคันด์เอิร์ธแมพ!”

“เซคันด์เอิร์ธแมพ ตำแหน่งปัจจุบัน ทุ่งช๊อร์ตกลาส”

คอมเจนตอบ พร้อมทั้งฉายภาพตำแหน่งปัจจุบันให้อัตโนมัติเป็นรูปสามเหลี่ยมสีเหลือง

“ตำแหน่งหนองน้ำรากูส ป่าแบล็กวูด”

เมื่อผมออกคำสั่ง ก็ปรากฏจุดสีเขียวทึบ ที่มีวงกลมสีเขียวล้อมรอบขึ้นมาในแผนที่ พร้อมกับขึ้นชื่อกำกับให้ด้วย

“ใช้ระบบนำทางหรือไม่?”

คอมเจ็นถาม

“ใช้”

ผมตอบโดยไม่ต้องคิด ในแผนที่ก็ปรากฏเส้นทึบสีเขียว ลากยาวจากตำแหน่งปัจจุบันของผมไปยังตที่ตั้งหนองน้ำรากูส ในป้าแบล็กวูด

“เจ๋งสุดยอด! ดูเหมือนนายจะหัวไวน่าดู ทั้งที่บอกว่าไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีล้ำสมัยพวกนี้แท้ๆ”

ทเวนอุทานเสียงดัง เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เราหาทางไปหนองน้ำรากูสได้ในเวลาอันสั้น แถมมีระบบนำทางที่จะนำเราไป โดยไม่หลงออกนอกเส้นทางด้วย

“ก็แค่ต้องเรียนรู้น่ะ ไปกันเถอะ ผมว่าไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกที่รอบคอบพอจะโหลดโปรแกรมโหลดฟรีมา ไม่นานเมื่อพวกเขาทำมิชชั่นของพิกซี่เสร็จสมบูรณ์ พวกเขาก็จะออกมาตามล่ารากูสด้วยเหมือนกัน”

ทเวนพยักหน้า พวกเราจึงออกเดินทางไปตามระบบนำทางของคอมเจ็น

 

มอร์กราส เมืองหลวงของชาวมารีเลี่ยน

“เนนีร่า”

“แม่นม เขาล่ะ?”

“อยู่ข้างใน อาการไม่ค่อยสู้ดีนัก”

“ฉันจะเข้าไป”

“เนนี่ร่า เราคสรปล่อยให้เขาพักสักหน่อยนะ หมอก็เพิ่งออกไปเมื่อกี้”

แม่นทร่างท้วม ผมยาวสีฟ้าเกล้ามวยไว้ แล้วคลุมด้วยผ้าคลุมศีรษะยาวลงมาถึงข้อมมือสีขาว เธอคว้าข้อมมือเนนีร่าไว้ ก่อนที่เธอจะผลักประตูเข้าไปในห้องเบื้องหลังของแม่นม

“ฉันมีเรื่องสำคัญ เรื่องน่ายินดี ที่จะต้องบอกเขา”

หญิงสาวจ้องตาแม่นมอย่างจริงจัง ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายใน

“เธอเดินเบาๆกับเขาไม่เป็นเลยสินะ”

เสียงของใครบางคนดังมาจากเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้อง ห้องที่คละคลุ้งไปด้วยกินยา มืดทึบ หนาวเย็น และโดดเดี่ยว

“ขอโทษที แต่ฉันมีเรื่องที่ต้องบอกเธอให้ได้”

“อะไรเหรอ พวกนักวิจัยของมารีเลี่ยนเจอวิธีที่จะรักษาผมแล้วหรือไง?”

เสียงนั้นถามและยังคงไม่ขยับลุกจากเตียง เนนีร่าเดินไปนั่งมุมหนึ่งตรงปลายเตียง และลูบขาที่อยู่ใต้ผ้าห่มนั้นอย่างแผ่วเบา

“เปล่า เสียใจด้วยเรื่องนั้น แต่ฉันเจอเขา คนที่จะช่วยให้เธอกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง”

“อะไรนะ!!”

ร่างนั้นลุพรวดขึ้น แทบจะลืมอาการป่วยของตัวเองไปชั่วขณะ เนนีร่าหันไปมองเขา รู้ได้จากการหายใจหอบ ว่าเขากำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอพูดมากเพียงไร แม้ว่าความมืดในห้องจะทำให้เธอมองเห็นใบหน้าเขาไม่ชัดนักก็ตาม

“เขาอยู่ไหน?”

“บนยานอวกาศ ยานอพยพของพวกมนุษย์”

“เฮ้อ งั้นเธอก็โกหกแล้วที่ว่าเจอเขา ห่างไกลหลายล้านปีแสงขนาดนั้น เจอจะไปเจอกับเขาได้ยังไง”

ร่างนั้นทิ้งตัวลงนอนอย่างเหนื่อยอ่อน หญิงสาวทำเขาตื่นเต้นสุดๆและผิดหวังสุดๆในเวลาเดียวกัน

“เธอจำระบบโครงข่ายที่พวกมนุษย์ขอเข้ามาวางไว้ในเมืองของเรา และที่อื่นๆทั่วเซคันด์เอิร์ธได้ไหม ที่เราสงสัยกันว่ามันมีไว้ทำอะไร ตอนนี้ฉันรู้แล้ว พวกเขาใช้มันสร้างโครงข่ายโลกจำลองบนเซคันด์เอิร์ธ เพื่อให้มนุษย์กลุ่มสุดท้ายที่กำลังอพยพมา ทดลองใช้ชีวิตบนดาวดวงนี้ก่อนจะมาถึงจริง”

เนนีร่าอธิบายด้วยความตื่นเต้น

“แล้วไง”

ร่างนั้นถามอย่างเฉยชา เขาดึงผ้าห่มขึ้นมากระชับรอบคอ อากาศเย็นทำให้เขาต้องสร้างความอบอุ่นให้ตัวเอง แม้ว่ามันจะเป็นมิตรกับผิวหนังของเขามากกว่าแสงแดดหลายเท่าก็ตามที

“นั่นเป็นเหตุให้ฉันเจอเขายังไงล่ะ แม้ว่าจะเป็นแค่ภาพจำลองก็ตาม แต่เราเตรียมพร้อมเขาได้ ฉันจะทำเอง เมื่อวานพวกมนุษย์ขอให้ฉันเป็นหนึ่งใน NPC ให้นาฬิกานี่มา เพื่อให้ฉันพูดคุยโต้ตอบและมอบมิชชั่นให้พวกนั้นได้”

“มันเสี่ยงเกินไปนะ ถ้าพวกชั่วนั่นรู้ว่าเธอปกป้องฉันอยู่ละก็”

“เราต้องเสี่ยง ฉันยินดีที่จะทำเพื่อตอบแทนพ่อแม่ของเธอ”

พูดจบหญิงสาวก็ลุกเดินจากไป ทิ้งให้ความเงียบงันปกคลุมห้องนั้น กับความแคลงใจในเหตุผลของเธอ

“ตอบแทนบุญคุณพ่อกับแม่เหรอ เท่านั้นเองน่ะเหรอ...”



 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

476 ความคิดเห็น

  1. #462 oomironhorse (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 16:42
    ปมมาแล้วจ้า ใคร?แล้วพระเอกเกี่ยวไรด้วย? จะเอาพระเอกมาเป็นร่างใหม่ให้คนที่นอนป่วยรึเปล่า?>~ #462
    0
  2. #336 RoZenKreuZ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 23:32
    หือ พระเอกที่เกิดบนโลกมาเกี่ยวอะไรกับการช่วยรักษาคนบน second earth ? 
    ว่าแต่เนนีร่าเป็นคนที่เกิดบนนั้นป่ะครับ แล้วทำไมถึงเรียนดาวของตัวเองว่า second earth นั่นมันน่าจะเป็นชื่อที่มนุษย์ใช้เรียกดาวดวงนั้นอย่างเดียวนี่
    ชนเผ่าดั้งเดิมทำไมมาเรียกตามมนุษย์ซะล่ะ ไม่ใช่ดาวบ้านเกิดเป็นของตัวเองรึ?

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2558 / 23:34
    #336
    0
  3. #301 ฝนธารา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 13:45
    เป็นใครกันนะ
    #301
    0
  4. #153 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:14
    พวกนี้เป็นใครมีความเกี่ยวข้องกับพระเอกป่าว
    #153
    0
  5. #131 kimurakung (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 23:15
    เซวีลเป็นใครกันแน่ .. แล้วใครกันที่เนนีร่าคุยด้วย
    #131
    0
  6. #114 eastzyboy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 15:46
    ค้างอ่ะ
    #114
    0
  7. #113 uาeต้uไม้ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 15:07
    อาไรหว่ามาอีกปม - -*
    #113
    0