[Fic B.A.P] S A K U R A [LoUp ft. ChanBang]

ตอนที่ 3 : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 139
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 ก.ค. 59

Chapter 2





 

          เสียงร้องของเหล่าแมลงดังกังวานไปทั่ว ผมกำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มโปรดอย่าง Norwegian Wood อยู่ที่หน้าระเบียงบ้าน ค่อยๆซึมซับทุกถ้อยคำทุกตัวอักษรผ่านทางสายตา คุณฮารุกิ มุราคามิ เขียนอย่างไรให้ผู้คนจำนวนมากจดจำผลงานของเขากันนะ สักวันผมจะเป็นเหมือนเขาได้รึเปล่า... ‘นักเขียนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก


            มือเรียวของผมปิดหน้าหนังสือเข้าหากัน ผมวางหนังสือไว้บนตักก่อนจะเอนกายนอนราบไปกับพื้นระเบียงไม้ ฤดูร้อนไม่มีดอกซากุระให้เห็นเลย มีแต่ใบไม้ใบหญ้าสีเขียวสดและเสียงร้องของเหล่าแมลง


            ผมหลับตาลงท่ามกลางเหล่าเสียงร้องของแมลง ทำนองของมันไม่ไพเราะเหมือนเสียงเพลงที่ผมเคยได้ฟัง เสียงแหลมๆของจักจั่นฟังดูไม่ค่อยรื่นหูสำหรับผมสักเท่าไหร่ ความคิดของผมเริ่มล่องลอยไปไกล มันค่อยๆย้อนกลับไปในห้วงเวลาหนึ่งของความทรงจำ...


            ไม่ได้มีมุนจงออบคนเดียวที่ทำให้ชีวิตมัธยมปลายของผมมีสีสัน

 




          ช่วงฤดูใบไม้ผลิที่สิบเจ็ดเด็กผู้ชายที่ชื่อว่ามุนจงออบได้เข้ามาในชีวิตของผม ช่วงแรกเราสองคนค่อนข้างที่จะพูดคุยกันลำบากเพราะจงออบพูดภาษาญี่ปุ่นได้ติดๆขัดๆแล้วฟังผมไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไหร่ เราสื่อสารกันด้วยภาษามือและการกระทำกันซะส่วนใหญ่


          “จงออบนายยังไม่มีชมรมอยู่เลยใช่มั้ย”


          หลังเปิดเทอมมาหนึ่งเดือนผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจงออบยังไม่ได้ไปสมัครเข้าร่วมชมรมใดเลยตั้งแต่เข้าเรียนมา ใบหน้าเรียวกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างซึ่งผมคาดว่าคงกำลังเรียบเรียงคำพูดของผมอยู่


          “อะ...อื้อ”


          จงออบพยักหน้าแล้วตอบเสียงอื้ออึงในลำคอ ผมยิ้มให้กับคนตรงหน้าที่แสดงท่าทางไม่มั่นใจในการพูดภาษาญี่ปุ่นของตัวเองสักเท่าไหร่ ทั้งที่จริงแล้วจงออบเป็นคนหัวไวมาก ผ่านมาหนึ่งเดือนพูดได้ชัดขึ้นเยอะจนทำให้ผมอึ้ง


          “นายอยากจะเข้าชมรมอะไร ชงชา บาสเก็ตบอล ว่ายน้ำ หรือชมรมจัดดอกไม้ดี”

          “แล้วเซโล่อยู่ชมรมไรอ่ะ”

          “ฉันอยู่ชมรมนิยาย”


          ผมชอบที่ได้อ่านตัวอักษรในหนังสือ กลิ่นของหมึกในแต่ล่ะหน้าทำให้จินตนาการของผมแล่นโลดไปไกล นั่นคือสิ่งที่ผมตัดสินใจเข้าชมรมนิยาย


          “ชมรมนิยาย?

          “ใช่ พวกเราทุกคนจะนั่งอ่านหนังสือนิยายกันเงียบๆ พออ่านแต่ล่ะเล่มจบก็จะมาเล่าสู่กันฟัง”

          “ดูน่าสนุกจัง”


          สีหน้าของจงออบดูตื่นเต้น ผมเอามือเท้าคางมองภาพตรงหน้าแล้วยิ้ม จงออบดูเหมือนเด็กน้อยที่อดจะตื่นเต้นไม่ได้เมื่อพบเจอกับสิ่งใหม่ๆ


          เมื่อเริ่มคาบเรียนจงออบเลยหันเก้าอี้กลับไปทางเดิม เราสองคนมักจะหันหน้ามาคุยกันเวลาที่ครูไม่เข้าสอนเสมอ

 

          หลังเลิกเรียนผมพาจงออบมาชมรมที่ผมอยู่ จริงๆผมก็ไม่ค่อยจะได้เข้ามันสักเท่าไหร่ เพราะตั้งแต่จงออบเข้ามาผมก็เริ่มติดเขามากกว่าการอ่านหนังสือที่ตัวเองชอบ


          “นายว่าไงนะฮิมชาน!


          เสียงโหวกเหวกโวยวายดังทะลุประตูห้องออกมา ผมกับจงออบมองหน้ากันด้วยอาการมึนงง มันก็แหงล่ะ ผมเพิ่งบอกกับจงออบมาหมาดๆว่าชมรมนี้มันเงียบสงบ


          “อ๊ากกกก!!


          มือเรียวของผมเปิดประตูห้องชมรมเข้าไป


          ปึก


          หนังสือเล่มหนึ่งลอยมาปะทะเข้าที่ใบหน้าของผม


          “เซโล่!


          จงออบดูตกใจที่เห็นผมโดนหนังสือลอยมากระแทกหน้า ทำไมชมรมนิยายที่แสนสงบสุขของผมถึงได้แลดูวุ่นวายนัก


          “นี่พวกนายสองคน! ถ้าจะทะเลาะกันไปข้างนอกนู่น! เข้าใจมั้ยยะ!


          ผมก้มลงเก็บหนังสือที่ลอยมากระแทกหน้า แอบหงุดหงิดเล็กน้อยที่มีคนเขวี้ยงหนังสืออย่างไม่เห็นคุณค่าของมัน


          “เซโล่ไม่เป็นไรใช่มั้ย”


          ร่างโปร่งที่เดินตามผมเข้ามาถามผมด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้จะหงุดหงิดเล็กน้อยแต่ผมก็ดีใจที่หนังสือมันกระแทกโดนหน้าผมไม่ใช่หน้าของจงออบ


          “อ้าวเซโล่ พี่ต้องขอโทษแทนเจ้าสองคนนี้ด้วยนะ”

          “ไม่เป็นไรครับ”


          รุ่นพี่จูรินะเป็นหัวหน้าชมรมนิยายที่ผมอยู่ ตอนผมรู้จักเธอแรกๆผมก็เขินเหมือนกัน เธอทั้งดูสดใสและน่ารัก เส้นผมสีน้ำตาลเข้มยาวถึงกลางหลังบวกกับดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนทำให้เธอดูมีเสน่ห์และน่าค้นหา


          มือเรียวของรุ่นพี่จูรินะลากคอเสื้อของทั้งสองคนที่ทะเลาะกันเมื่อครู่นี้ให้เข้าหาตัวเอง คนที่ถูกดึงคอเสื้อต่างเบือนหน้าหนีกัน ดูก็รู้ว่าไม่ถูกชะตากันสุดๆ


          “คนซ้ายนี่บังยงกุก ส่วนคนขวานี่คิมฮิมชาน สองคนนี้เพิ่งเข้ามาในชมรมตอนที่นายไม่อยู่น่ะ”

          “เอ๋? คนเกาหลีเหรอครับ?


          จงออบพูดขึ้นมาทันทีหลังจากที่รุ่นพี่จูรินะพูดจบ คนที่มือซ้ายของรุ่นพี่จูรินะดึงคอเสื้อไว้เป็นเด็กผู้ชายที่มีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวไม่มาก ดวงตาคมเรียวเข้มและดูดุดัน ส่วนคนที่ถูกมือขวาของรุ่นพี่จูรินะดึงคอเสื้อไว้เป็นเด็กผู้ชายตัวสูง รูปร่างดูตัวโตกว่าคนทางซ้ายมือ และผิวของเขาก็ดูขาวมาก


          “ตอบน้องเขาไปสิยงกุก! ฮิมชาน!

          “ใช่!/ใช่!

          “ชิ!/ชิ!

          “อย่ามาพูดเลียนแบบได้มั้ย!/เลิกเลียนแบบได้แล้ว!

          “โอ๊ย! พวกนาย! เลิกทะเลาะกันสักสิบนาทีจะตายมั้ยยะ!


          คนที่ชื่อยงกุกและฮิมชานมองหน้ากันก่อนจะเบือนหนีกันไปคนล่ะทาง จงออบมองภาพตรงหน้าอย่างงงๆ มือเล็กๆนั้นถูกยกขึ้นมาเกาหัว


          “คืออย่างนี้นะ ยงกุกน่ะเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากเกาหลี ส่วนฮิมชานน่ะเป็นคนเกาหลีที่อยู่ญี่ปุ่นตั้งแต่เด็กๆ ก็เหมือนเป็นคนญี่ปุ่นนั่นแหละ จริงๆสองคนนี้ก็เข้าเรียนที่นี่มาตั้งแต่มอปลายปีหนึ่งแล้ว แต่เป็นพวกไม่ค่อยชอบเข้าชมรมน่ะ นายเลยไม่เคยเห็นไง”

          “อ่อครับ คือวันนี้ผมพาเพื่อนมาสมัครเข้าชมรม เขาก็เป็นคนเกาหลีเหมือนกัน”

          “เยี่ยมเลย!


          รุ่นพี่จูรินะจะดูร่าเริงเป็นพิเศษเมื่อจำนวนสมาชิกของชมรมเพิ่มขึ้น ร่างบางปล่อยคอเสื้อของทั้งสองคนก่อนจะตรงดิ่งมายังตำแหน่งที่จงออบยืนอยู่


          “ซาโต้ จูรินะ ยินดีต้อนรับจ้า!

          “ฝะ...ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ”


          จงออบดูเขินเมื่อถูกรุ่นพี่จูรินะยกมือขึ้นมาจับ มันทำให้ผมนึกถึงตอนที่ตัวเองเข้ามาชมรมนี้ใหม่ๆ

         

          หลังจากเหตุการณ์โกลาหล พวกเราห้าคนก็ต่างหยิบหนังสือนิยายจากชั้นหนังสือมานั่งอ่านบนโต๊ะตัวใหญ่ จงออบดูจะถูกใจกับนิยายแนวแฟนตาซีจำพวกพ่อมดแม่มดอย่างเรื่องแฮรี่พอตเตอร์ของเจ.เค. โรว์ลิ่ง


          ผมรู้มาทีหลังว่าสาเหตุที่รุ่นพี่ยงกุกกับรุ่นพี่ฮิมชานไม่ถูกกันเพราะว่าชอบไอดอลสาววงเดียวกันแต่คนละคน ซึ่งได้สร้างความแปลกใจและงุนงงให้ผมกับจงออบไม่น้อย แต่ก็ยังมีข่าวลือที่ว่าสองคนนั้นกำลังแข่งกันจีบรุ่นพี่จูรินะ

 




          หลังจากวันนั้นพวกเขาเหล่านั้นก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตของผม เป็นช่วงมอปลายที่ดูมีสีสัน อย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว


            “จงออบนายก็คิดถึงพวกเขาเหมือนกันใช่มั้ย?


            ผมลืมตามองเพดานไม้สีน้ำตาล ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้พวกรุ่นพี่จะเป็นอย่างไรกันบ้าง เมื่อวานผมได้รับการ์ดแต่งงานของรุ่นพี่จูรินะที่ส่งตรงมาจากโตเกียว ว่าที่สามีของเธอดูเหมือนจะเป็นคนยุโรปฐานะดีเลยทีเดียว รุ่นพี่ยงกุกกับรุ่นพี่ฮิมชานคงผิดหวังไปตามๆกัน พอคิดถึงตรงนี้ผมถึงกับยิ้มขึ้นมา ทะเลาะกันแทบตายสุดท้ายก็ชวดทั้งคู่ล่ะนะ

 




            ในเวลาบ่ายสองผมนั่งรถบัสเข้ามาในตัวเมืองมิยาซากิ โรงพยาบาลที่จงออบพักรักษาตัวอยู่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแห่งนี้ ทิวทัศน์ข้างนอกหน้าต่างรถที่ผมโดยสารมายังคงสวยงามแม้จะไม่มีดอกซากุระบานให้เห็น


            รถบัสจอดที่สถานีซึ่งไม่ห่างไกลจากโรงพยาบาลที่จงออบอยู่ วันนี้ในมือของผมไร้ซึ่งช่อของดอกซากุระ ผมแวะเข้าร้านขายดอกไม้ใกล้ๆก่อนถึงทางเข้าโรงพยาบาล


            “ยินดีต้อนรับค่ะ”


            เสียงพนักงานสาวกล่าวต้อนรับลูกค้า ผมเดินไปหาเธอเพื่อให้เธอจัดช่อดอกไม้ให้


            “ผมอยากได้ดอกกุหลาบสีชมพูช่อเล็กๆสักช่อครับ”

            “รอสักครู่นะคะ”


            ไม่นานผมก็เดินออกจากร้านพร้อมช่อดอกกุหลาบสีชมพูเล็กๆในมือ ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าดอกไม้สดไม่นานมันก็คงเหี่ยวเฉา แต่ผมยังคงเอามันไปฝากจงออบเสมอ...

 

            ผมจัดช่อดอกกุหลาบสีชมพูไว้ในแจกันแก้วสีใสแล้วยืนมองมันสักพัก


            “วันนี้เป็นดอกกุหลาบนะจงออบ”


            ผมนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงนอนที่ร่างโปร่งนอนหลับอยู่ มือเรียวของผมยกมือของจงออบที่วางอยู่ข้างลำตัวขึ้นมากุม


            “อาทิตย์หน้ารุ่นพี่จูรินะจะแต่งงานล่ะ ฉันอยากพานายไปร่วมงานด้วยจัง”

            “จะได้เจอทั้งรุ่นพี่จูรินะ รุ่นพี่ยงกุก และรุ่นพี่ฮิมชาน”

            “ไม่รู้ว่าป่านนี้รุ่นพี่ยงกุกกับรุ่นพี่ฮิมชานจะเลิกกัดกันแล้วรึยังนะ”

            “นายคิดว่าไงล่ะจงออบ...”          

           

         

         

         

 






           

 talk 

เนื้อเรื่องมันอาจจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลกันเท่าไหร่แต่ก็ขอบคุณที่หลงมาอ่านค่ะ 55555

จบไปอีกหนึ่งตอนค่ะ ชอบไม่ชอบยังไงคอมเม้นบอกเราได้นะ เราไม่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นหรอก แต่อยากเขียน?

เอาเป็นว่าผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยค่ะ ;___; ฝากแท็ก #ซากุระโล่ออบ ด้วยนะคะ 

หรือแวะคุยกับเราได้ที่ทวิตเตอร์ @Bangxx2 ค่ะ  เยิ้บๆ

          










                      

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #41 เจ้าชายเดือนสาม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 03:25
    งื้อออออออออออออออ สัมผัสได้ถึงความน่ารักของน้องมุนถึงน้องจะมีบทพูดแค่จึ๋งนึงก็ตาม

    ยงกุกกับฮิมชานมาแล้ว แต่มาพร้อมกับข้าวของที่พังทลาย =_=" ทะเลาะกันแบบนี้ฟันธงว่าต้องได้กัน .... หมายถึงเป็นแฟนกันน่ะ ฮริ๊ง~

    อดีตตอนเจอกันมันสดใสมากเลยอ่ะ แบบดี๊ดีอ่ะ ละมุ๊นละมุน แต่ก็สัมผัสได้ถึงความดราม่าเช่นเคย ... ฮรึก

    เราขออ่านวันละตอนนะไรต์ เรารู้สึกหน่วง ไม่กล้าอ่าน กลัวดราม่า ฮือ
    #41
    0
  2. #7 ออกัส (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 23:45
    เมื่อไหร่จงออบจะตื่น สงสารเซลโล่
    #7
    0
  3. #6 KOI (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 11:05
    ไรต์คนนี้ต้องมีความแค้นอะไรกับจงออบแน่ๆเลย



    เกลียดแรง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



    แบนแรงด้วย //พี่พึ่งอ่านค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ//



    แต่งอินมายดรีม ให้ออบด้วยนะคะ หลับยาวเลยแบบนี้



    ว่าแต่นอบบี้บรรยายได้น่าอ่านดีอ่า อยากแต่งแบบนี้ได้มั่งอ่า



    ใช้คำสวยดีอ่า ตอนบรรยายอิโล่อ่านหนังสือ น่ะ



    ที่สำคัญ แต่งสั้นแบบนี้ ควรลงตอนหน้าเร็วๆนะคะ//กดดัน//
    #6
    0
  4. #5 cakecassss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 22:06
    ตอนนี้เริ่มอยากรู้ต่อไปแล้วล่ะค่ะว่า ระหว่างโล่และออบน่ะ มีความทรงจำอะไรกัน แต่ก็ทำใจว่าต้องดราม่าแน่ๆเลย55555 จริงๆที่ชอบเรื่องนี้ เพราะชอบตรงรายละเอียด แบบที่อธิบายความรู้สึกแล้วก็บรรยากาศรอบข้างดีนะคะ แล้วก็แปลกด้วยที่เป็นพาร์ทปัจจุบันมาเล่าถึงอดีต แต่ตอนๆนึงโล่ออบค่อนข้างสั้นรู้สึกค้างนิดๆ แต่เข้าใจมันก็คงจะค่อยๆดำเนินไปในแต่ละตอน เราก็ใจร้อนเองแหละ 5555 เราก็อ่านทุกตัวอักษรนะคะ อยากให้เรื่องนี้ happy ending นะคะ ? ?
    #5
    0