[Fic B.A.P] S A K U R A [LoUp ft. ChanBang]

ตอนที่ 18 : Side stories ChanBang : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ก.พ. 61

Chapter 2

 



          ไม่รู้ว่าพวกเราสามคนสนิทกันมากตั้งแต่เมื่อไหร่ พอรู้ตัวอีกทีจะไปไหนมาไหนก็มีกันอยู่สามคนซะแล้ว ผม ยงกุก และจูรินะ มักจะมานั่งอ่านหนังสือเล่นในห้องชมรมนิยาย จูรินะเป็นหัวหน้าชมรมนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมยงกุกถึงยอมเข้าชมรมที่สมัครทิ้งไว้เล่นๆเมื่อตอนเข้ามาเรียนที่นี่ใหม่ๆ


            ผมเองก็สมัครชมรมนี้ไว้แต่ไม่เคยเข้าเหมือนกัน แต่ไหนๆปีนี้ก็เป็นปีสุดท้ายแล้วเลยอยากลองทำกิจกรรมชมรมเหมือนกับเด็กนักเรียนคนอื่นๆบ้าง สร้างความทรงจำที่ดีร่วมกับเพื่อนๆ ถึงจะมีเพื่อนบางคนที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าผมก็เถอะ


            ยงกุกกับผมยังคงทะเลาะกันทุกวันโดยมีจูรินะเป็นคนกลางคอยห้ามไม่ให้เราสองคนตีกัน นอกจากจะได้ยงกุกเพิ่มมาเป็นเพื่อนใหม่แล้ว ที่ชมรมนิยายผมยังได้รู้จักกับรุ่นน้องที่น่ารัก พวกเขาดูต่างจากพวกผมมากเลยทีเดียว เหมือนอยู่ขั้วตรงข้ามกัน


            ปิดเทอมฤดูร้อนนี้ชมรมนิยายวางแผนที่จะไปเที่ยวทะเลกัน ผมเองก็ได้จองที่พักและขอยืมรถของคุณพ่ออีกคันไว้ใช้แล้ว พอถึงวันนั้นคงมีเรื่องสนุกๆให้ทำกันล่ะนะ


            ผมปิดหน้าหนังสือที่อ่านอยู่แล้วมองคนตรงข้ามที่กำลังนั่งทำการบ้าน คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันจนผมกลัวว่ามันจะพันจนแก้ไม่ออก เหมือนยงกุกจะแก้โจทย์คณิตบางข้อไม่ได้ หรือจริงๆยังแก้ไม่ได้สักข้อกันแน่นะ...


            “แค่คิดเลขเองทำไมต้องทำหน้าซีเรียสขนาดนั้น”


            เพราะห้องชมรมดูเงียบเกินไปผมเลยชวนยงกุกคุยด้วย จูรินะไปทำเรื่องขอเบิกงบชมรมกับสภานักเรียน จงออบและเซโล่รุ่นน้องที่น่ารักก็ดูเหมือนจะหลุดไปอยู่ในโลกของหนังสือแล้ว วันนี้มิซากิจังก็ไปช่วยงานอาจารย์อีกตามเคย


            “ฉันไม่ได้เก่งแบบนายนี่”


            ยงกุกตอบกลับพร้อมคิ้วที่ขมวดมากกว่าเดิม อ่า... คงกำลังหงุดหงิดอยู่สินะ


            “ไอ้โจทย์บ้านี่มันจะยากเกินไปแล้ว!


            คนตรงข้ามเริ่มโวยวายสองมือขยุ้มเส้นผมตัวเองจนมันชี้ฟูไม่เป็นทรง ถ้าทำได้ยงกุกคงอยากจะฉีกหน้าสมุดแบบฝึกหัดนั่นแล้วขย้ำมันทิ้งซะ ผมยกมือขวาขึ้นมาเท้าคางมองดูคนตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี


            “ขอร้องฉันสิแล้วจะช่วยสอนให้”


            ทันทีที่ผมเอ่ยประโยคนั้นจบยงกุกก็เงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยสายตาเขียวปัด คงกำลังสาปแช่งผมอยู่ในใจแน่ๆ


            “ฉันจะไม่มีวันขอร้องคนอย่างนาย!

            “ขอร้องฉันมันง่ายนิดเดียวนะยงกุกคุง”


            คำตอบของอีกฝ่ายไม่ได้ผิดไปจากที่ผมคิดไว้เท่าไหร่ ยงกุกคงรอให้จูรินะกลับมาช่วยสอนให้ ถึงยัยนั่นจะเรียนเก่งก็จริงแต่เชื่อเถอะว่าคิดโจทย์คณิตสุดโหดนี่ไม่ออกหรอก ผมลองเปิดดูการบ้านแล้วรู้สึกเหมือนเคยเจอในข้อสอบระดับมหาวิทยาลัย เด็กมัธยมอย่างเราก็ใช่ว่าจะแก้มันได้ง่ายๆแต่ใช่ว่าผมจะแก้มันไม่ได้หรอกนะ


            “บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกฉันแบบนั้น! ให้ตายสิ! อาจารย์โนริเอาโจทย์บ้าอะไรมาให้ทำเนี่ย! ไม่เห็นจะเหมือนที่สอนไปเลย!

            “เขาคงอยากให้เราเอาที่เรียนมาประยุกต์ใช้ล่ะมั้ง แต่ดูเหมือนจะแก้หลายตลบเลย”


            ผมพูดไปยิ้มไปยงกุกคงอยากจะตั๊นหน้าผมสุดๆด้วยความหมั่นไส้ ถึงผมจะไม่ค่อยตั้งใจเรียนในห้องเรียนเท่าไหร่แต่คุณพ่อก็จ้างอาจารย์มาสอนพิเศษให้ที่บ้าน ผมได้เรียนรู้เทคนิคและวิธีคิดมากมายจากอาจารย์คนนั้น


            “ขึ้นปีสามแล้วคงเรียนยากมากเลยสินะครับ”


            สงสัยเสียงทะเลาะกันเบาๆของผมกับยงกุกจะไปกวนรุ่นน้องสองคนที่นั่งอ่านหนังสือเข้า จงออบที่นั่งอยู่ไม่ไกลกันเลยหันมาถามผม


            “เวลาเรียนมันก็ไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้นหรอก แต่อาจารย์ชอบให้เราลองทำข้อสอบยากๆเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยล่ะมั้ง”


            ผมตอบจงออบไปตามสิ่งที่คิด


            “งั้นเหรอครับ อีกไม่นานชมรมนี้คงเหลือแค่พวกผม...


            “ไม่หรอก เมื่อพวกเราจากไปก็จะมีเด็กรุ่นใหม่มาแทนที่ ปีหน้าพวกนายต้องได้เจอรุ่นน้องที่เจ๋งๆแบบพวกฉันแน่นอน”


            เมื่อจงออบฟังผมพูดจบก็ยิ้มให้ เด็กคนนี้มีรอยยิ้มที่สดใสไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงชอบมองนัก พอได้อยู่ใกล้ๆแล้วก็รู้สึกมีความสุขอย่างน่าประหลาด

 





            มือเรียวของผมเปิดหน้าสมุดแบบฝึกหัดเพื่อทำการบ้าน ผมไม่ค่อยชอบนั่งทำที่โรงเรียนเท่าไหร่ จะว่าเป็นพวกขี้เกียจก็ได้ สายตาของผมอ่านโจทย์แล้วลงมือทำแบบฝึกหัด โจทย์คณิตที่ยงกุกทำไม่ได้แต่ผมกลับทำมันได้อย่างง่ายดาย มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผมที่โดนอาจารย์สอนพิเศษยัดเยียดข้อสอบระดับมหาวิทยาลัยให้ทำบ่อยๆ ถึงจะน่าเบื่อแต่ก็ต้องขอบคุณล่ะนะ


            “เสร็จแล้ว!


            ผมเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วบิดขี้เกียจอย่างที่ชอบทำ วันนี้มีไลฝ์ของวงไอดอลที่ผมชอบตอนสองทุ่มเลยต้องรีบปั่นการบ้านให้เสร็จ จะได้โบกแท่งไฟหน้าทีวีอย่างสบายใจ


            ติ๊ด


            เสียงจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นผมเลยควักมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงนักเรียน มีคนส่งเมล์มาหานั่นเอง ยัยบ้าจูรินะคงทำการบ้านไม่ได้แหง


          [เอาการบ้านของนายมาให้ฉันลอกเดี๋ยวนี้!]


            แค่เปิดอ่านข้อความแต่ก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของยัยนั่นทะลุออกมาจากหน้าจอโทรศัพท์ พออ่านจบผมก็พิมพ์ข้อความตอบกลับไป


            ทำไมฉันต้องให้เธอลอกด้วย


            ติ๊ด


            [ถ้านายให้ฉันลอกฉันจะช่วยนายโหวตให้อัตจังเลยเอ้า!]


            ไอ้ข้อแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจนี่ทำให้ผมต้องใจอ่อนทุกที เพราะรักอัตจังหรอกนะจะยอมให้ก็ได้ ผมกดถ่ายภาพการบ้านที่ผมทำในแต่ละหน้าแล้วกดส่งเมล์ไปให้จูรินะ


            “จะว่าไปหมอนั่นจะเป็นไงบ้างนะ”


            ถึงเวลาอยู่ด้วยกันจะมีเรื่องให้ทะเลาะกันทุกที แต่ยงกุกก็เป็นเพื่อนที่ผมรู้สึกว่าสนิทด้วย เพราะงั้นจะช่วยหน่อยก็แล้วกัน พอคิดได้ดังนั้นผมก็กดส่งเมล์ไปหายงกุกทันที


            วิธีทำแต่ล่ะข้อที่นายต้องรู้ ขอบคุณฉันด้วยแล้วกัน

 





          “เย้! ปิดเทอมหน้าร้อนสักที! ทะเลจ๋า~ รอฉันก่อนนะ!


            วันนี้พอเลิกเรียนยัยบ้าจูรินะก็ร่าเริงทันที พรุ่งนี้ก็เข้าสู่ช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนแล้ว โชคดีที่ไม่มีใครต้องอยู่สอบซ่อมเลยสักคน ทริปไปเที่ยวทะเลครั้งนี้เลยได้ไปครบทุกคน


            “ฮิมชาน...


            ผมหันไปมองคนที่เดินอยู่ข้างๆเมื่อได้ยินชื่อของตัวเอง ยงกุกเดินก้มหน้าแล้วพยายามพูดอะไรบางอย่างให้ผมได้ยิน แต่น้ำเสียงช่างดูติดขัดเหลือเกิน


            “ฉัน... เอ่อ... คือว่า... คือฉัน...


            “นายอยากจะพูดอะไรยงกุก พูดแบบนั้นฉันฟังไม่รู้เรื่องหรอกนะ”


            ผมบอกคนที่เอาแต่ก้มหน้าเดิน อาการของยงกุกเหมือนคนกำลังเขินที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมา อย่าบอกนะว่า...


            “หรือว่านาย... จะบอกรักฉันเหรอ”


            พูดแหย่อีกคนเล่น ยงกุกหันขวับมามองผมทันที


            “ก็นายมัวแต่พูดอ้ำๆอึ้งๆอยู่นั่นแหละ เขินฉันล่ะสิ”


            ตุบ!


            “โอ๊ย!!


            กระเป๋านักเรียนถูกยกมาฟาดหัวผม ยงกุกนี่บทจะเขินก็เขินซะโหดเชียว....


            “ไอ้บ้า! ฉันก็แค่จะขอบคุณนายที่วันก่อนบอกวิธีทำการบ้านให้โว้ยยย!


            ผมยกมือขึ้นมากุมหัวด้วยความเจ็บ ริมฝีปากแอบยิ้มนิดๆเมื่อได้ยินเสียงโวยวายของอีกคน


            ก็แค่นี้


            “พวกนายนี่ทำไมถึงชอบทะเลาะกันนักนะ”


            จูรินะพูดขึ้นมายงกุกเลยเบือนหน้าหนีไปอีกทาง หมอนี่น่ะพูดขอบคุณคนอื่นยากจะตาย โดยเฉพาะกับผมด้วยแล้ว อย่างกับคนที่เกลียดกันมาสิบชาติ แต่เราทั้งสองต่างรู้ดีว่าพวกเราไม่ได้เกลียดกันขนาดนั้น หรืออาจจะไม่เคยเกลียดกันเลยด้วยซ้ำ...

 





            ผมขับรถยนต์ที่ยืมมาจากคุณพ่อไปรับจูรินะก่อนจะขับไปรับยงกุกที่บ้าน เป็นครั้งแรกที่ผมได้มายืนอยู่หน้าบ้านที่ยงกุกอาศัยอยู่ ถ้าเทียบกับบ้านของผมแล้วบ้านหลังนี้ดูเล็กกว่านิดหน่อย ยงกุกเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนคงจะพักอาศัยอยู่กับโฮสต์สินะ


            รอไม่นานยงกุกก็ขนสัมภาระออกจากบ้านมาใส่ท้ายรถที่ผมเปิดรอไว้ ดูน้อยกว่าของยัยจูรินะเยอะเลย ไม่รู้ว่ายัยนั่นจะขนอะไรมานักหนา


            “เหมือนเซโล่กับจงออบจะรออยู่ที่หน้าโรงเรียนนะ แล้วเราก็จะขับไปรับมิซากิจังที่อยู่เลยไปอีกหน่อย” ผมพูดขึ้นเมื่อทุกคนเข้ามานั่งในรถ


            พวกเราใช้เวลาสักพักในการขับรถไปรับสมาชิกชมรมนิยายแต่ละคนจนครบแล้วมุ่งหน้าเดินทางสู่ทะเลกัน ผมรู้สึกได้เลยว่าการไปเที่ยวกับทุกคนในชมรมครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่พิเศษสำหรับผม มันจะเป็นความทรงจำที่ผมคงไม่มีวันลืม...





 

            “ว้าว!


            พอมาถึงที่พักที่ผมจองไว้ทุกคนดูตกตะลึงเมื่อเห็นมัน แน่นอนก็ราคาค่าเข้าพักของที่นี่ค่อนข้างแพง แต่พอดีค่าขนมที่คุณพ่อให้ผมมันยังเหลือพอที่จะออกค่าห้องให้ทุกคนในทริปนี้ล่ะนะ


            “ชิ! จะรวยไปถึงไหนวะ”


            ยงกุกพูดขึ้นด้วยความหมั่นไส้ผมล้วนๆ ผมเลยหันไปพูดกับยงกุกบ้าง


            “อย่าอิจฉากันเลยยงกุกคุง”

            “อย่าเรียกฉันแบบนั้นนะ!


            ยิ่งยงกุกแสดงท่าทางหงุดหงิดผมก็ยิ่งยิ้มอย่างคนอารมณ์ดี หน้าตาหมอนี่เวลาโดนแกล้งมันตลกจะตาย เราสองคนเล่นสงครามจิตวิทยาโดยการจ้องตากันสักพักจูรินะเลยเข้ามาห้าม


            ทีนี้พอถึงเวลาเลือกคู่ที่จะนอนห้องเดียวกันเลยต้องใช้วิธีจับไม้สั้นไม้ยาวกัน ตัดจูรินะกับมิซากิจังที่เป็นผู้หญิงออกไปแล้วก็เหลือ ผม ยงกุก จงออบ และเซโล่ ดูก็รู้ว่ารุ่นน้องสองคนอยากนอนห้องเดียวกันแต่คงกังวลว่าผมกับยงกุกจะตีกันตายหรือเปล่า


            จริงๆนอนกับยงกุกผมก็ไม่ได้ขัดอะไรหรอกนะ


            พอจับไม้สั้นไม้ยาวกันเสร็จปรากฏว่าผมได้อยู่ห้องเดียวกับยงกุกเพราะจับได้ไม้ยาวเหมือนกัน ผมหันไปมองยงกุกซึ่งทำหน้าตาเหนื่อยหน่ายกับผมมาก ผมเลยแกล้งทำหน้าแบบนั้นกลับบ้าง คิ้วของอีกฝ่ายถึงกับขมวดเป็นปมเลย


            “เอาน่าไหนๆก็ได้นอนห้องเดียวกันแล้วมาสงบศึกกันเถอะ”


            ผมบอกยงกุกขณะวางสัมภาระไว้ที่มุมห้องก่อนจะเปิดกระเป๋าเดินทางควานหาชุดลำลองสบายๆไว้ใส่เล่นน้ำทะเลยามเย็น


            “นายก็อย่ามากวนประสาทฉันให้มันมากละกัน”

           





            ประกายแสงสีทองสาดส่องไปทั่วท้องฟ้า พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วผมที่เดินเล่นอยู่ริมชายหาดหยุดยืนมองเพื่อนสนิทสองคนที่กำลังเล่นสาดน้ำกันอยู่ใกล้ชายหาด


            “ยัยจูรินะนี่ก็ช่างกล้าใส่บิกีนี่แฮะ หน้าอกแฟบขนาดนั้น”


            สายตาของผมเลื่อนไปมองอีกคนที่กำลังใช้มือตัวเองดันหัวจูรินะที่เตี้ยกว่ามากโข เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นยงกุกยิ้มกว้างขนาดนี้ รอยยิ้มที่มาพร้อมกับแสงของพระอาทิตย์ตกช่างดูเจิดจ้าจนหัวใจเผลอเต้นผิดจังหวะ


            “จะว่าไปยงกุกนี่ก็ผอมมาก ขาจะเท่ายัยจูรินะอยู่แล้ว”


            ยิ่งมองอีกคนก็รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเต้นแปลกไป มันสั่นไหวและรัวเร็ว คิ้วของผมขมวดเข้าหากันแน่นรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะแย่ มือขวาถูกยกขึ้นมาจับที่หน้าอกข้างซ้าย


            มันไม่ควรเป็นแบบนี้เลย...


            ความรู้สึกนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับผม...


            เพราะคนที่ยงกุกชอบคือจูรินะต่างหาก...





#ซากุระโล่ออบ





มีความห่างหายไปนาน พี่ฮิมชานนิสัยไม่ดีเลย ตอนนี้เริ่มหวั่นไหวแล้ว ฮืออออ

อยากบอกอะไรเราคอมเม้นที่หน้าบทความนี้ หรือที่แท็ก #ซากุระโล่ออบ ก็ได้ค่ะ

หรือคุยกับเราได้ที่ทวิตเตอร์ @ฺBangxx2







นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #60 MNbaby (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 13:53
    หวีดดดดด พี่ฮิมหวั่นไหวแล้ววววว
    #60
    0