[Fic B.A.P] S A K U R A [LoUp ft. ChanBang]

ตอนที่ 14 : Chapter 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 63
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ม.ค. 60

Chapter 13

           





            พอเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิรอบกายดูต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ผมกำลังนั่งเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในห้องเรียนทรงสี่เหลี่ยมที่มีเพียงเสียงอาจารย์พูดอยู่หน้าชั้นเรียน วิชานี้ดูน่าเบื่อหน่ายสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับผมมันดูสนุกที่ต้องคิดคำตอบของโจทย์แต่ล่ะข้อให้ได้


            ผมจรดปากกาเขียนตัวเลขเพื่อหาคำตอบในแบบฝึกหัด พอหมดคาบเรียนผมก็หันหลังไปคุยกับเซโล่ ซึ่งอีกคนฟุบหน้าลงบนโต๊ะอย่างหมดแรงราวกับไปวิ่งรอบสนามมาสักร้อยรอบ


            “ไม่สนุกเหรอเซโล่”

            “ไม่เลยสักนิด”


            พอเห็นท่าทางของอีกฝ่ายผมก็อมยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว บางครั้งเซโล่ก็ดูเหมือนเป็นผู้ใหญ่บางครั้งเขาก็ดูเหมือนเด็ก ด้านไหนกันแน่นะที่เป็นตัวตนจริงๆของเซโล่


            ดวงตาเรียวรีของผมเผลอมองออกไปข้างนอกหน้าต่างห้องเรียน ก้อนหิมะสีขาวคล้ายปุยนุ่นที่หล่นลงมาจากท้องฟ้าราวกับเป็นเวทมนต์ที่ทำให้ผมหยุดจ้องมองมันอยู่แบบนั้น ตอนที่ผมยังเรียนอยู่ที่เกาหลีในวันที่หิมะแรกได้ตกลงมา เด็กนักเรียนหลายคนจะพากันวิ่งออกไปนอกอาคารเรียนเพื่ออธิษฐานกับหิมะแรก แถมช่วงเวลาแบบนี้มันก็เหมาะที่จะ สารภาพรักใครสักคน


            “ออกไปข้างนอกกันเถอะเซโล่”

            “แต่เดี๋ยวคาบต่อไปจะเริ่มแล้วนะ”


            เซโล่ดูงงๆที่อยู่ๆผมก็ชวนออกไปข้างนอก ผมคิดเรื่องของตัวเองกับเซโล่มาสักพักแล้ว ความรู้สึกของผมตอนที่อยู่กับเซโล่มันไม่เหมือนกับตอนที่อยู่กับแดฮยอนและยองแจ สองคนนั้นไม่ได้ทำให้หัวใจของผมเต้นแรง สองคนนั้นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดที่หัวใจเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้


            ‘ผมน่ะคงหลงรักเซโล่เข้าซะแล้ว


            ผมนั่งคิดสักพักก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วคว้าเข้าที่แขนของเซโล่ ถ้าเป็นช่วงเวลานี้ล่ะก็... เซโล่ต้องรับรู้ความรู้สึกของผมได้แน่ๆ ถึงแม้มันจะเล็กน้อยก็ตาม...


            “ไปเถอะแปบเดียวเอง”


            เราสองคนรีบพากันวิ่งลงบันไดเพื่อทำเวลาก่อนที่คาบเรียนต่อไปจะเริ่ม ไม่นานพวกเราก็มายืนตากหิมะที่กำลงโปรยลงมาอยู่นอกอาคารเรียน ผมหันไปมองเซโล่ที่กำลังมองก้อนหิมะสีขาวที่ตกลงมาใส่ฝ่ามือ


            จะทำได้มั้ยนะ..ผมน่ะ... ในตอนนี้...


            “นายเห็นหิมะแรกมั้ย?


            ที่เกาหลีการที่เอ่ยประโยคนี้กับคนที่ชอบแปลว่ากำลังขอความรัก ถ้าอีกฝ่ายตอบว่า เห็นถือเป็นการตอบรับรัก มันก็คล้ายๆกับการสารภาพรักดีๆนี่เอง แต่คนอย่างผมมันจะไปกล้าบอกรักเซโล่ตรงๆได้ไง แค่นี้หัวใจก็ทำงานหนักจะแย่แล้ว...


            “เห็นสิ”


            ถึงแม้จะรู้ว่าเซโล่ตอบคำถามนั้นโดยไม่รู้ความหมายที่แฝงมากับมัน แต่ผมก็อดที่จะเขินอายไม่ได้ ผมจะขอคิดเข้าข้างตัวเองก็แล้วกันว่าเซโล่น่ะก็ชอบผมเหมือนกัน


            “ทำไมเหรอ?


            ผมส่ายหัวให้ร่างสูงเป็นการบอกว่าไม่มีอะไร ความกล้าที่เก็บสะสมมาตอนแรกมันหายไปไหนหมดนะ ตอนนี้ความรู้สึกของผมมันส่งไปถึงเซโล่บ้างหรือยัง...


            “เปล่าไม่มีอะไร นายรู้มั้ยว่าคนเกาหลีเชื่อเรื่องการอธิษฐานกับหิมะแรกของปี”

            “อธิษฐานเหรอ?

            “ใช่ เขาว่ากันว่าถ้าอธิษฐานกับหิมะแรกของปีเราจะสมหวังดั่งคำที่ได้อธิษฐานไป โดยเฉพาะเรื่องของ 'ความรัก

            “นายกำลังมีความรักหรือไงถึงได้ลากฉันออกมาอธิษฐานแบบนี้เนี่ย?


            ผมยิ้มให้กับคำพูดของเซโล่


            ‘ใช่แล้วล่ะ ฉันกำลังมีความรักเลยอยากจะอธิษฐานเพื่อขออะไรบางอย่าง


            คนที่ขี้อายอย่างผมคงทำได้เท่านี้ ในฤดูหนาวตอนผมอายุสิบเจ็ดผมได้อธิษฐานกับหิมะแรกที่กำลังตกลงมา ข้างๆผมมีคนที่ผมแอบชอบยืนอยู่ ผมน่ะ จะไม่มีวันบอกเซโล่หรอกนะว่าผมอธิษฐานว่าอะไร ทั้งๆที่ยืนอยู่ใกล้กันแค่นี้แท้ๆ ถ้าผมมีความกล้ามากกว่านี้ก็คงดี...


            ‘ขอให้ความรู้สึกของผมส่งไปถึงเซโล่ด้วยนะครับคุณหิมะ

 





            ช่วงหยุดยาวปีใหม่ผมกับเซโล่นัดกันไว้ว่าจะมาทานโซบะข้ามปีด้วยกันที่บ้านของผม ตอนนี้ผมกำลังนั่งดูทีวีกับคุณพ่อที่ห้องนั่งเล่น กว่าเซโล่จะมาถึงก็คงช่วงเย็นๆ


            “วันนี้เพื่อนจะมาบ้านสินะ”

            “ครับ คุณพ่อกับคุณแม่ต้องชอบเซโล่แน่ๆ เขาเป็นเด็กดีมากๆ”

            “ยังมีคนที่เป็นเด็กดีมากกว่าลูกของพ่ออีกเหรอ”


            มือหนาของคุณพ่อเอื้อมมาลูบที่ศีรษะของผมอย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นที่ผมโหยหามาตลอดหลังจากที่พ่อแท้ๆของผมเสียชีวิตไปได้ถูกคนที่นั่งอยู่ข้างๆผมตอนนี้เติมเต็มมันหมดแล้ว...


            “ว่าแต่จบมอปลายไปจะเรียนอะไรต่อน่ะเรา”

            “แฟชั่นดีไซต์ครับ ผมอยากเป็นดีไซเนอร์”

            “จะไปจากเกาะนี้สินะ”

            “ผมก็กำลังคิดๆอยู่ครับ”


            ผมกำลังสนใจมหาวิทยาลัยที่เกียวโตอยู่ แต่ผมจะสอบเข้าที่นั่นได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ จะว่าไปเซโล่จะไปเรียนต่อที่ไหนกันนะ วันเวลาที่พวกเราจะจากกันเลื่อนใกล้เข้ามาทุกที... ขืนยังขี้อายอยู่แบบนี้ผมคงไม่ได้บอกรักเซโล่แน่ๆ


            “จงออบช่วยไปซื้อของทำมื้อเย็นให้แม่ที”


            ภาษาเกาหลีที่ดังออกมาจากในครัวทำให้ผมกับคุณพ่อหัวเราะกัน ก็คุณแม่น่ะสิ ไม่ยอมพูดภาษาญี่ปุ่นสักที พอผมกับคุณพ่อจะสอนก็บ่ายเบี่ยงทุกที แต่ก็เป็นสีสันของบ้านนี้แหละครับ


            “ครับคุณแม่!

           





            ผมเดินมาซื้อผักและเนื้อสัตว์ที่มินิมาร์ทซึ่งห่างไกลจากบ้านของผมอยู่พอสมควร พอเปิดประตูเดินเข้าไปในร้านก็ต้องแปลกใจที่เจอร่างสูงที่คุ้นเคยยืนจ้องตู้ไอศกรีมอยู่


            “เซโล่”

            “อ้าวจงออบ”

            “ทำอะไรของนายน่ะ”

            “ฉันกำลังคิดว่าจะซื้อไอศกรีมรสไหนดี”


            เซโล่สวมผ้าพันคอไหมพรมสีแดงที่จับได้ในวันคริสมาสต์ มันเป็นของที่ผมใส่ลงไปในกล่องของขวัญ ผมรู้สึกดีใจมากเลยที่คนที่จับได้คือเซโล่


            ผมเองก็จับได้กล่องขวัญของเซโล่เหมือนกัน เป็นผ้าพันคอไหมพรมสีแดงที่ผมกำลังสวมอยู่ตอนนี้ อย่างกับผ้าพันคอของคู่รักเลยแฮะ ผมอมยิ้มให้กับความคิดของตัวเองก่อนจะเดินไปเลือกซื้อของทำอาหารเย็นให้คุณแม่


            เราสองคนเดินออกมานอกมินิมาร์ทพร้อมกัน เซโล่ช่วยผมหิ้วถุงผักส่วนอีกมือนึงก็ใช้ถือแท่งไอศกรีม ทางเดินกลับบ้านของผมต้องข้ามทางรถไฟ แต่ยังไม่ทันที่พวกเราจะก้าวข้ามสัญญานเตือนก็ดังขึ้น รั้วกั้นทางรถไฟถูกลดลงมา ทำให้ต้องหยุดเดิน


            ผมหันไปมองเซโล่ที่กำลังกัดไอศกรีมเข้าปาก เหมือนคนที่ผมมองอยู่จะรู้ตัวเลยหันมาส่งยิ้มให้ ความอบอุ่นที่ผมสัมผัสได้ในตอนนี้มันมาจากเซโล่หรือแสงอาทิตย์ยามเย็นกันแน่


            ‘แยกไม่ออกเลยจริงๆ


            ถ้าเป็นตอนนี้ผมจะพูดมันออกไปได้มั้ยนะ... ถ้าเป็นตอนนี้... ผมคงจะพูดได้...


            “นี่เซโล่”


            ร่างสูงมองหน้าผมอย่างรอคอยคำตอบ ผมจึงตัดสินใจที่จะพูดมันออกไป


            “ฉันชอบนาย”


            เสียงล้อรถไฟที่แล่นกระทบกับรางทำให้เสียงพูดของผมจางหายไปในสายลม ผมยิ้มบางๆให้กับตัวเอง อย่างน้อยผมก็ได้พูดมันออกไปถึงแม้ว่าเซโล่จะไม่ได้ยินมันก็เถอะ


            “เมื่อกี้นายว่าไงนะ”


            พอรถไฟแล่นผ่านไป รั้วกั้นทางรถไฟถูกยกขึ้นเซโล่เลยถามผมด้วยความสงสัย มันยากนะกว่าจะตัดสินใจพูดมันออกไปได้น่ะ


            “แม่ฉันทำโซบะอร่อยนะ” 









จบไปอีกหนึ่งตอนสั้นๆค่ะ อีกประมาณสองสามตอนฟิคเรื่องนี้ก็น่าจะจบแล้ว ฮืออออ

ไม่คิดว่าจะเขียนมาได้ไกลขนาดนี้555555 สงสัยโดนหนูโล่กับน้องมุนสาป

ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านค่ะ

ฝากแท็ก #ซากุระโล่ออบ ด้วยค่ะ หรือคุยกับเราได้ที่ @Bangxx2

อ่านแล้วเป็นไงคอมเม้นบอกเราได้นะ^^


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #55 _likiji (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:32
    ฮืออออออ
    เพิ่งกลับมาอ่านต่อค่ะ
    จงออบบอกชอบเซโลลลลลล่ กรี้ดดดด
    เสียดายที่รถไฟดันผ่านมาเสียก่อน
    อยากลองกินโซบะของคุณแม่น้องมุนจุงเบยยย
    ละมุนมากๆ เลยค่ะ หัวใจชุ่มฉ่ำไปอีก /น้ำตาไหลด้วยความปลื้มปริ่ม
    #55
    0
  2. #44 Cakecasss (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 12:37
    ฮืออ ห่างหายจากการอ่านฟิคมานานกลับมาอ่าน แทบไม่ต้องวนกลับไปอ่านใหม่เลย ยังรู้สึกละมุนเหมือนเดิม เอ็นดูจงออบหนักมาก ไม่ได้อ่านแล้วรักกันจนเลี่ยนนะ แต่เป็นอารมณ์ ยิ้มตามไปเรื่อยๆ นางเป็นคนขี้อาย บอกชอบผู้ชายก่อนนน น่ารักมากๆค่ะ
    #44
    0
  3. #43 MNbaby (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 19:14
    รถไฟจะมาทำไมมมมมม หนูออบกำลังจะสารภาพรักเซโล่ โอ๊ยยยยยยยย
    #43
    0
  4. #42 Babysine (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 18:53
    เมื่อกี้นายว่าไงน่ะ!!!!!!…อะไรน่ะไม่ได้ยินหรอจงออบอุส่าบอกรักน่ะ!!!บ้องหู!!!//ฮื่ออออ…ชั้นรักพวกเขาน่ะ_ชรุ๊ป
    #42
    0