[Fic B.A.P] S A K U R A [LoUp ft. ChanBang]

ตอนที่ 12 : Chapter 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ต.ค. 59

 

Chapter 11

 

Story of  Moon Jongup




 

            “ทางนี้แดฮยอน!!


            ลูกบอลทรงกลมถูกส่งผ่านไปมาหากันอยู่กลางสนามฟุตบอล ผมมองภาพตรงหน้าแล้วก้มลงไปวาดภาพในสมุดต่อ มือเรียวของผมขีดๆเขียนๆจนเป็นรูปวาดชุดเครื่องแบบต่างๆ ผมน่ะชอบวาดภาพพวกเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่สุด


            “โธ่! นายอย่ารับสิยองแจ!!

            “นายจะบ้าเหรอแดฮยอน ฉันเป็นโกลนะ ถ้าไม่รับนายก็ยิงลูกเข้าน่ะสิ!!


            ผมแอบหัวเราะเบาๆคนเดียวเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนรักสองคนกำลังเถียงกัน ยองแจกับแดฮยอนกำลังเตะบอลอยู่กลางสนาม ถึงสองคนนี้จะชอบจิกกัดกันเป็นประจำ แต่ว่าพวกเขาทั้งสองคนก็รักกันดีนะครับ เพราะไม่ว่ายองแจจะอยู่ที่ไหนแดฮยอนก็จะอยู่ที่นั่นด้วยตลอด จนบางทีผมยังเคยแอบคิดเลยว่าตัวเองเป็นส่วนเกินของสองคนนี้รึเปล่า


            “บอกแล้วไงว่าอย่ารับ!!

            “ไม่รับก็เข้าสิเว้ยยยย!!


            ผมหยุดมือที่กำลังขีดๆเขียนๆในสมุดเมื่อนึกถึงเรื่องที่เพิ่งคุยกับคุณแม่ไปเมื่อวาน ท่านบอกว่าจะพาผมไปอยู่กับคุณโคจิโร่ที่ญี่ปุ่น คุณโคจิโร่คือสามีใหม่ของคุณแม่ของผมเอง พ่อแท้ๆของผมได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก คุณแม่เองก็ดูเหงาๆ พอมีคุณโคจิโร่เข้ามาในชีวิตท่านก็ดูสดใสและร่าเริงขึ้น พอได้เห็นคุณแม่มีความสุขผมเองก็มีความสุขไปด้วย


            คุณแม่ได้ตัดสินใจแต่งงานกับคุณโคจิโร่เมื่อสามเดือนก่อน ปีที่แล้วพวกเขาสองคนบังเอิญเจอกันตอนที่ออกไปดูดอกซากุระที่สวนอิลซาน แม่ของผมท่านชอบดอกซากุระมาก ก่อนที่พ่อของผมจะเสียชีวิตท่านมีอาชีพเป็นนักแต่งเพลง ท่านชอบเขียนเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับดอกซากุระ แม่ของผมเลยชอบดอกไม้ชนิดนี้เป็นพิเศษ ผมเองก็ด้วย ผมน่ะ...คิดถึงคุณพ่อมากๆเลยล่ะครับ


            คุณโคจิโร่เป็นคนญี่ปุ่นที่มาทำงานอยู่ที่ประเทศเกาหลีชั่วคราว อีกสองสัปดาห์ก็จะถึงกำหนดการที่เขาจะกลับ เลยอยากพาคุณแม่และผมไปอยู่ที่นั่นด้วย ซึ่งสัปดาห์หน้าผมก็จะเรียนจบชั้นมอปลายปีหนึ่งที่นี่พอดี


            การที่จะไปอยู่ญี่ปุ่นนั้นมันค่อนข้างยากสำหรับผมอยู่เหมือนกันเพราะว่าผมพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ค่อยได้นัก แม้ว่าผมจะเคยเรียนมันมาบ้างตอนอยู่มอต้นก็ตาม คุณโคจิโร่เองก็คอยสอนผมอยู่บ่อยๆ


            “เหนียวเกินไปแล้วนะยองแจ!!

            “ฉันไม่ยอมให้นายยิงเข้าหรอก แบร่!


            พอเห็นแดฮยอนกับยองแจแล้วทำให้ผมคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าหากไปที่อยู่ที่นู่นแล้ว ผมจะมี เพื่อนกับเขามั้ยนะ...


            “ย่าห์!!! รับไปซะยองแจ!!!

            “เตะไปไหนของนายน่ะนั่น ฮ่าๆๆๆๆ”

            “หนอยยยย ลูกหน้าไม่พลาดแน่คอยดู!!!


            หากไม่ได้ยินเสียงของสองคนนี้แล้ว ผมเองก็คงเหงาน่าดู...’

 





            ในที่สุดวันก่อนปิดภาคเรียนก็มาถึง วันนี้จะเป็น วันสุดท้ายแล้วที่ผมจะได้เล่นกับแดฮยอนและยองแจที่โรงเรียนแห่งนี้ พวกเราที่ทำข้อสอบเสร็จแล้วกำลังนั่งเล่นกันอยู่ที่ข้างสนามฟุตบอล ที่นี่เป็นสถานที่ที่พวกเรามักจะอยู่ด้วยกันเสมอ... แดฮยอนกับยองแจชอบไปเตะบอลเล่นอยู่กลางสนาม ส่วนผมจะนั่งวาดรูปและมองดูสองคนนั้น ซึ่งหลังจากวันนี้ไปสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นเพียงความทรงจำที่ดีของพวกเรา


            “ฮึก ไม่ไปไม่ได้เหรอจงออบ ฮืออออ”


            อยู่ๆแดฮยอนก็โผเข้ากอดร่างของผม ร่างโปร่งเอาแต่ซุกหน้าลงบนไหล่ของผมแล้วส่งเสียงสะอื้นออกมา ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกทำตัวไม่ถูก


            “อย่าโอเวอร์แอคติ้งหน่อยเลยน่าแดฮยอน จงออบยังไม่ได้ตายสักหน่อย จะร้องไห้หนักอะไรขนาดนั้น...

            “นายมันคนใจร้ายยองแจ ฮือออ จงออบจะไปแล้วนะ ฮึก”


            ร่างของผมถูกแดฮยอนกอดแน่นกว่าเดิม ผมมองยองแจที่เม้มริมฝีปากพยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาของตัวเองไหล ถึงจะปากร้ายไปหน่อยแต่จริงๆแล้วยองแจเป็นคนที่ใจดีมากเลยนะ คอยช่วยเหลือผมและแดฮยอนอยู่เสมอ ยองแจเป็นเพื่อนที่ดีมากๆเลยล่ะครับ


            “บอกว่าให้หยุดร้องไงล่ะเจ้าโง่! ยิ่งนายร้อง ฮึก ฉันก็ยิ่งอยากจะร้องตามนะ...


          ยองแจโผกอดร่างของผมอีกคน ทั้งสองคนเอาแต่ส่งเสียงสะอื้นจนผมไม่รู้จะปลอบพวกเขาอย่างไรเลยยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมากอดไหล่ของพวกเขาไว้


            “ฉันขอโทษพวกนายก็แล้วกัน แต่ว่าสักวันพวกเราจะต้องได้กลับมาเจอกันอย่างแน่นอน”

            “......

            “ไว้ถึงวันนั้นพวกเรามาสนุกด้วยกันอีกนะ”


            ผมยิ้มให้แดฮยอนและยองแจ แต่พวกเขาคงไม่เห็นเพราะมัวแต่ก้มหน้าร้องไห้ พวกเขาเป็นเพื่อนที่ดีของผม ต่อจากนี้ไปไม่ว่าตัวผมจะไปอยู่ที่ไหน ผมจะ ไม่มีวันลืมสองคนนี้อย่างแน่นอน

 





            หลังจากย้ายมาอยู่กับคุณโคจิโร่ที่ญี่ปุ่นผมก็เริ่มศึกษาภาษาญี่ปุ่นอย่างจริงๆจังๆ อีกไม่นานก็จะเปิดภาคเรียนแล้ว ผมมองไปที่ชุดเครื่องแบบนักเรียนที่แขวนไว้กับตู้เสื้อผ้าอย่างอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้


            จะเป็นยังไงบ้างนะที่โรงเรียนใหม่


            บ้านของคุณโคจิโร่ค่อนข้างที่จะกว้าง พอมีผมกับคุณแม่เพิ่มเข้ามาเลยไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เขาดูแลคุณแม่และผมอย่างดี คุณโคจิโร่น่ะเป็นคนที่ใจดีมากๆเลยล่ะครับ ไม่แปลกใจเลยที่คุณแม่หลงรักเขา


            “จงออบกินข้าวลูก!!

            “คร้าบบบ!!


            สิ้นสุดเสียงตะโกนเรียกของคุณแม่ มือเรียวของผมปิดหนังสือที่กำลังนั่งอ่านอยู่แล้ววิ่งลงไปข้างล่าง


            คุณพ่อไม่ต้องห่วงนะครับ คุณโคจิโร่น่ะเป็นคนดี เขาจะดูแลคุณแม่และผมอย่างดีแน่นอน”





 

            “ไม่ลืมอะไรแล้วนะเรา”

            “ครับ”


            ผมตอบคุณแม่แล้วหยิบรองเท้านักเรียนมาสวม วันนี้เป็นวันแรกที่เปิดเรียนตัวผมจะทำมันได้ดีมั้ยนะ ผมไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเอาซะเลย ก็ผมน่ะ...มันพวกขี้อายนี่นา...


            “สู้ๆล่ะ”


            คุณโคจิโร่เดินมาแตะไหล่ของผมเพื่อให้กำลังใจ ร่างสูงอยู่ในชุดสูทพร้อมที่จะออกไปทำงาน เขาดูดีมากๆเลยล่ะครับแม้อายุจะปาไปเลขห้าแล้วก็ตาม


            “ครับคุณอา ผมจะพยายาม”


            ผมส่งยิ้มให้คุณแม่และคุณโคจิโร่ก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินออกไปข้างนอก


            “ไปแล้วนะครับ”


            ทันทีที่เท้าสัมผัสกับพื้นถนนหัวใจของผมก็เต้นรัวไม่หยุด...





 

            ผมเดินไปบนถนนสายเล็กท่ามกลางเหล่าดอกไม้ที่บานสะพรั่ง อดที่จะยิ้มให้กับสีสันที่สวยงามของมันไม่ได้ กลีบดอกไม้เหล่านั้นกำลังพากันเต้นระบำในอากาศ สายลมอ่อนๆได้พัดพากลิ่นหอมของมันให้โชยไปทั่ว


            จิตใจของผมสงบนิ่งอย่างไม่น่าเชื่อทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่เลย ผมเดินไปเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ที่ใต้ต้นซากุระหน้ารั้วโรงเรียน มันน่าแปลกที่ซากุระของที่นี่มีกลิ่นหอม สายตาของผมมองตามกลีบดอกซากุระที่ถูกสายลมพัดให้ล่องลอยไปบนท้องฟ้ากว้าง


            ผมยื่นมือออกไปรองรับเมื่อเห็นว่ากลีบดอกซากุระนั้นกำลังร่วงหล่นลงมา รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของผมเมื่อมองไปที่กลีบดอกไม้สีชมพู สีของมันดูสวยแถมกลิ่นของมันก็ยังหอม ผมคงจะตกหลุมรักซากุระของที่นี่อย่างสมบูรณ์แบบซะแล้ว





 

            “วันนี้ครูมีเพื่อนใหม่มาแนะนำให้รู้จัก เข้ามาสิมุนจงออบ”


            หลังสิ้นเสียงเรียกของอาจารย์ประจำชั้นผมจึงเปิดประตูเดินเข้าไปในห้องเรียน สายตาของทุกคนในห้องกำลังจดจ้องมาที่ผม จากที่คิดว่าจิตใจของตัวเองสงบนิ่งดีแล้ว ตอนนี้กลับตื่นเต้นเหลือเกิน


            “แนะนำตัวให้เพื่อนๆรู้จักสิ”

            “ผะ...ผม ชื่อ มุนจงออบ ปะ...เป็น คนเกาหลี ยะ..ยินดีที่ได้รู้จัก”


            ทั้งๆที่ซ้อมพูดมาทั้งคืนแล้วแต่ผมก็ประหม่าเกินไปจนพูดติดๆขัดๆ แถมยังไม่ชัดอีกต่างหาก มันดูน่าอายจัง แต่ถึงอย่างนั้นเพื่อนๆในห้องก็ยังปรบมือให้กำลังใจผม


            อาจารย์ประจำชั้นพูดขึ้นอีกประโยคแล้วบอกให้ผมไปนั่งตรงโต๊ะที่ว่าง ผมมองหาโต๊ะนั่นแล้วสายตาก็ไปสะดุดกับเด็กผู้ชายตัวสูงคนหนึ่ง เขากำลังมองมาที่ผมมันเลยทำให้ผมรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก...


            ผมเดินเข้าไปนั่งโต๊ะเรียนที่ว่างอยู่ข้างหน้าของเด็กผู้ชายตัวสูงคนนั้น เส้นผมของเขามีสีดำสนิทและผิวของเขาก็ขาวมากๆ ผมหยิบสมุด หนังสือ และอุปกรณ์การเรียนต่างๆออกจากกระเป๋าขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะเพื่อเตรียมพร้อมกับการเรียน


            หลังเลิกคาบเรียนเมื่ออาจารย์ประจำชั้นได้เดินออกจากห้องไปแล้ว อยู่ๆผมก็รู้สึกถึงแรงสะกิดจากข้างหลังเลยหันไปมองด้วยความสงสัย


            “ฉันชื่อเซโล่นะ โอกาวะ เซโล่”


            ร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างหลังผมพูดขึ้นมา ผมที่ไม่รู้จะพูดอะไรเลยแนะนำตัวเองกลับไป


            “ฉัน...มุน จงออบ”

            “ฉันรู้แล้ว”

            “....

            “มาเป็นเพื่อนกันนะ”











จบไปอีกหนึ่งตอนที่มึนๆ @___@ คนเขียนมึนมากเลยค่ะ ฮืออออ

ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปจะเป็นเรื่องราวในมุมมองของจงออบตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ย้อนกลับมาตอนที่เจอกันครั้งแรกอีกครั้งค่ะ.__. (นี่แกยังจะย้อนอีกเรอะ!! /คนอ่าน) 

ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ ติชมกันได้

ฝาก #ซากุระโล่ออบ ด้วยค่ะ

หรือมาคุยกับเราก็ได้ที่ @Bangxx2

หรือจะเม้นบอกอะไรเราในนี้ก็ได้ค่ะ อิ เลิ้บๆ


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #32 ttred (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 12:41
    มุนจงออบน่ารักจัง ขำแดแจร้องไห้5555555555 ได้อ่านความรู้สึกของจบออบแล้ววววว รอติดตามตอนต่อไปนะคะ!~
    #32
    0