[Fic B.A.P] S A K U R A [LoUp ft. ChanBang]

ตอนที่ 11 : Chapter 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ต.ค. 59

Chapter 10





 

            ต้นฉบับนวนิยายเรื่อง ซากุระที่ผมเขียน มันได้ถูกส่งไปให้กับทางสำนักพิมพ์ในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา พวกเขาบอกกับผมว่ามันจะถูกตีพิมพ์และออกวางจำหน่ายในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลินี้ คำชมที่ได้รับจากบก.ถือเป็นการเข้าใกล้ความสำเร็จอีกหนึ่งก้าว ความฝันที่จะได้เป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงโด่งดังของผม อาจจะเป็นจริงก็ได้...


            กลีบดอกไม้สีชมพูได้ถูกสายลมพัดให้ล่องลอยไปในอากาศ เป็นภาพที่คุ้นชินสำหรับทุกคนเมื่อฤดูใบไม้ผลิได้เวียนมาถึง ผมเดินออกจากบ้านพร้อมช่อดอกซากุระเล็กๆในมือ สองข้างทางเต็มไปด้วยดอกไม้ที่บานสะพรั่ง เมื่อทอดสายตามองออกไปข้างหน้าก็จะเห็นเด็กนักเรียนจำนวนมากที่กำลังเดินไปโรงเรียน


            สองเท้าของผมเดินมาหยุดอยู่ที่ใต้ต้นซากุระหน้ารั้วโรงเรียนมัธยมที่ผมเคยเรียน หากมองขึ้นไปบนท้องฟ้าจากใต้ต้นซากุระนี้แล้ว เหมือนกับว่ากิ่งก้านที่แตกแขนงของมันกำลังซ่อนท้องฟ้าจากดวงตาของผม แสงแดดอ่อนๆที่สาดส่องลงมาทำให้ผมต้องยกแขนขึ้นมาบัง


            ซากุระเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นและการลาจาก เป็นดอกไม้ที่สร้างรอยยิ้มและน้ำตาให้กับใครหลายคน... ครั้งแรกที่ผมได้พบกับจงออบ เขายืนอยู่ที่ตรงนี้ ผมมองเขาที่กำลังยิ้ม และในวันที่เราจากกันจงออบก็ยังคงยิ้มให้กับผมเหมือนอย่างวันนั้น ที่ใต้ต้นซากุระแห่งนี้


            เราสองคนต่างให้คำมั่นสัญญาไว้แก่กันก่อนที่จะแยกจากกันไป...’

 





          ฤดูกาลได้หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปตามปฏิทิน เผลอแปบเดียวผมก็อยู่มอปลายปีสุดท้ายแล้ว โชคดีที่ผมยังคงได้อยู่ห้องเดียวกับจงออบ ห้องเรียนใหม่ที่มีเพื่อนไม่คุ้นหน้าอยู่มากมาย พวกเขาเดินเข้ามาทักทายผมกับจงออบแล้วหันไปคุยกับคนอื่นต่อ เป็นห้องเรียนที่ไม่เลวเลยทีเดียว


          หลังจากพวกรุ่นพี่เรียนจบไปชมรมนิยายเลยมีผมที่เป็นประธานชมรม ปีนี้มีเด็กใหม่เพิ่มขึ้นมาในชมรมอีกสามคน เหมือนกับว่าพวกเขาเข้ามาแทนที่พวกรุ่นพี่ที่จบไปอย่างไรอย่างนั้น และนั่นเลยทำให้ชมรมนิยายกลับมามีสีสันอีกครั้ง


          วันเวลายังคงหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปเรื่อยๆ พวกเราสนุกกันมากเลย สนุกจนไม่อยากให้ช่วงเวลาที่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนี้จบลง...

 





          “งานโรงเรียนปีนี้พวกเราจะทำละครเวทีกัน”


          ผมบอกกับทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องชมรม เด็กๆทุกคนดูตื่นเต้นผมเองก็ด้วย ถึงปีที่แล้วจะเคยเล่นละครเวทีแต่ปีนี้ผมเป็นผู้เขียนบทเองทั้งหมด ผมอยากรู้ว่าทุกคนจะชอบบทละครที่ผมเขียนมั้ยนะ


          “ผมขอโหวตให้รุ่นพี่จงออบเป็นหนูน้อยหมวกแดงครับ”


          ซาโตชิพูดขึ้น เขาเป็นเด็กมอปลายปีหนึ่งที่เข้าชมรมมาใหม่เมื่อเทอมที่แล้ว เป็นเด็กหนุ่มที่มีแววตามุ่งมั่นคล้ายกับใครบางคนที่นั่งอยู่ข้างๆผมตอนนี้


          “เอาสิ”


          จงออบที่นั่งอยู่ข้างผมพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าของจงออบนั้นจะมีรอยยิ้มประดับอยู่เสมอ ทุกคนในชมรมนี้จึงชอบเขามากเป็นพิเศษ


          ทุกคนต่างก้มอ่านบทละครในมือของตัวเอง แล้วปรึกษากันว่าใครเหมาะที่จะรับบทไหน ไม่มีเสียงปฏิเสธเมื่อซาโตชิเสนอให้จงออบเล่นเป็นหนูน้อยหมวกแดง ผมเองก็คิดว่าจงออบน่ะเหมาะที่จะเล่นบทนี้


          “รุ่นพี่เซโล่จะเล่นด้วยใช่มั้ยครับ”


          เด็กผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆซาโตชิพูดขึ้นมาบ้าง เด็กคนนี้ชื่อยูสึเกะเป็นเพื่อนสนิทของซาโตชิ พอได้รู้จักกับยูสึเกะแล้วมันทำให้ผมนึกถึงรุ่นพี่จูรินะขึ้นมาทันที เด็กคนนี้มักจะทำให้ทุกคนมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้เสมอ


          “อืม ฉันจะเล่นด้วย”


          “ผมอยากเป็นหมาป่าอ่ะ รุ่นพี่อย่าแย่งบทของผมนะ”


          ผมหัวเราะให้กับคำพูดที่ติดตลกของยูสึเกะแล้วตอบกลับไป


          “งั้นฉันจะเป็นนายพรานที่มาช่วยหนูน้อยหมวกแดงที่น่ารักจากหมาป่าเจ้าเล่ห์อย่างนาย”

          “ผมก็จะขย้ำหนูน้อยหมวกแดงก่อนที่นายพรานจะมาถึง”


          ป๊อก!


          “นี่มันนอกบทแล้วนะ!


          เคียวโกะจังที่นั่งอยู่ตรงข้ามหยิบหนังสือเล่มหนามาเคาะหัวยูสึเกะ ทุกคนในที่นี้เลยพากันหัวเราะลั่น เธอเองก็เพิ่งจะเข้าชมรมนิยายเมื่อเทอมที่แล้ว เป็นเด็กผู้หญิงที่แสบซ่าแต่ยังไม่เท่ารุ่นพี่จูรินะหรอกนะ มิซากิจังเองก็ดูดีใจที่ในชมรมมีผู้หญิงเพิ่มขึ้นมาอีกคน


          พวกเขาทำให้ผมคิดถึงพวกรุ่นพี่มากจริงๆ

 





          วันงานโรงเรียนผ่านพ้นไปด้วยดี พวกเราสนุกกันมากเลยทีเดียว ยูสึเกะชอบเล่นนอกบทที่ผมเขียนอยู่เรื่อย แต่นั่นก็เรียกเสียงหัวเราะของคนดูได้ไม่น้อย ผมได้กอดจงออบบนเวทีเพราะบทผิดเพี้ยนไปหมด แต่นั่นผมจะถือว่านี่เป็นอีกช่วงเวลาดีๆที่ผมจะจดจำเมื่อถึงวันที่ผมไม่ได้อยู่ ณ ที่แห่งนี้แล้ว...





 

          วันคริสมาสต์พวกเราชมรมนิยายทั้งหกคนมาเล่นจับของขวัญกันที่บ้านของมิซากิจัง เป็นอีกปีที่ผมจับได้กล่องของขวัญของจงออบ และจงออบเองก็จับได้ของผมเช่นกัน แต่จะต่างจากปีที่แล้วก็ตรงที่ของขวัญข้างในกล่องนั้นไม่ได้ใส่มาเหมือนกัน ผมจับได้ถุงเท้าส่วนจงออบจับได้ถุงมือ แต่ทั้งสองสิ่งนี้ก็เป็นอุปกรณ์ที่ให้ความอบอุ่นเหมือนกันล่ะนะ





 

          ช่วงสิ้นปีพวกเราทั้งหกคนไปเคาน์ดาวน์ทานโซบะข้ามปีกันที่บ้านของซาโตชิ พวกเรานับถอยหลังข้ามปีกันเสียงดังจนคนข้างบ้านของซาโตชิโทรมาบ่น พอถึงตอนเช้าพวกเราก็พากันไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่เนินท้ายหมูบ้านที่ซาโตชิอยู่ แสงแรกของดวงอาทิตย์ที่ส่องลงมา เสียงตะโกนขอพรของทุกคน เป็นอีกช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับผม

 





          วันเวลาผ่านไปจนถึงช่วงเทศกาลสอบ อีกไม่นานทั้งผมและจงออบจะต้องจากสถานที่แห่งนี้ไปเหมือนกับพวกรุ่นพี่...


          “ใช้สูตรนี้แทนค่าแล้วมันจะได้แบบนี้”


          ผมกำลังติวหนังสืออยู่ที่บ้านของจงออบ วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ผมไม่ค่อยจะถนัดเท่าไหร่ ต่างจากจงออบที่เก่งวิชานี้เอามากๆเลย เพราะงั้นผมจึงให้จงออบช่วยติวให้


          “ฉันจะสอบผ่านมั้ยนะ”

          “เซโล่น่ะตั้งใจอ่านหนังสือขนาดนี้แล้ว ต้องผ่านอย่างแน่นอน”


          จงออบเป็นคนที่ทำให้ผมเชื่อว่าความสำเร็จคือผลตอบแทนของความพยายาม เขาเป็นคนที่พิสูจน์สิ่งนี้ให้ผมเห็นแล้วกับตา จากเด็กผู้ชายที่มาจากเกาหลี ภาษาญี่ปุ่นก็ไม่แข็งแรง แต่เขาพยายามที่จะเรียนรู้มัน จงออบเคยสอบตกวิชาคณิตศาสตร์แต่ตอนนี้เขากลับเป็นคนที่เก่งวิชานี้ที่สุดในห้องเรียน จงออบทำให้ผมอยากที่จะพยายามอะไรอีกหลายอย่างเพื่อที่จะสามารถเดินเข้าใกล้ความฝันของตัวเองขึ้นอีกก้าว


          “จบแล้วนายจะไปเข้ามหาวิทยาลัยที่ไหนเหรอจงออบ?

          “ฉันว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะและการออกแบบที่เกียวโตล่ะ ฉันอยากเรียนแฟชั่นดีไซต์ที่นั่น

          “ก็ดีนะ”

          “แล้วเซโล่ล่ะ? จบแล้วจะไปเรียนต่อที่ไหน?

          “ก็คงมหาวิทยาลัยมิยาซากิ”


          มหาวิทยาลัยที่จงออบกับผมเลือกที่จะเข้านั้นอยู่ไกลกันมาก ผมยังคงเลือกที่จะอยู่บนเกาะแห่งนี้ในขณะที่จงออบเลือกที่จะไปที่อื่น ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเส้นทางในอนาคตที่ผมเลือกเดินโดยไม่มีจงออบอยู่เคียงข้างนั้นจะเป็นเช่นไร...

 





          ในที่สุดพิธีจบการศึกษาของพวกเราก็มาถึง ผมมองห้องเรียนที่ว่างเปล่า มือเรียวลากผ่านผนังกำแพงของห้องเรียนที่เคยเดินผ่านทุกวัน ความทรงจำดีๆมากมายได้เกิดขึ้นที่นี่ เสียงกริ่งบอกเวลาเลิกคาบเรียนยังคงดังก้องอยู่ในหูของผม อดใจหายไม่ได้เหมือนกันที่จะไม่ได้ยินเสียงของมันอีกแล้ว


          ‘ผมเข้าใจความรู้สึกของพวกรุ่นพี่เมื่อปีที่แล้วเลยล่ะ


          พอลองนึกย้อนดูแล้วพวกรุ่นพี่ที่ผมรู้จักน่ะมีแต่คนที่เจ๋งๆทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ฮิมชานที่สอบเข้าโทไดได้อย่างที่เคยพูดไว้ รุ่นพี่จูรินะเองก็สอบเข้าที่มหาวิทยาลัยโอซาก้าได้ ทั้งๆที่พวกเขาเองก็ไม่ได้เรียนโรงเรียนเตรียม ส่วนรุ่นพี่ยงกุกนั้นกลับไปเรียนต่อที่ประเทศเกาหลี


          “ไปกันเถอะเซโล่”


          จงออบที่มองผมอยู่พูดขึ้นมา เราสองคนมองภาพห้องเรียนที่ว่างเปล่าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะไปเข้าร่วมพิธีจบการศึกษาที่หอประชุมใหญ่พร้อมกัน


          ‘ผมเองก็กำลังจะเดินไปบนเส้นทางสายใหม่เหมือนกับพวกรุ่นพี่แล้วล่ะครับ





 

          ฤดูใบไม้ผลิรอบที่สิบเก้าของผมเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการลาจาก บทเพลงอำลาถูกขับขานเป็นทำนองที่แสนเศร้า หยดน้ำตาได้รินไหลลงมาพร้อมกับกลีบของดอกซากุระที่ถูกสายลมพัดให้ร่วงหล่น พวกเราที่เรียนอยู่ห้องเดียวกันได้ถ่ายรูปจบการศึกษาร่วมกันด้วยรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้า


          หลังเสร็จสิ้นพิธีจบการศึกษาผมและจงออบเดินออกมานอกโรงเรียนพร้อมกัน พวกเราเดินมาหยุดอยู่ที่ใต้ต้นซากุระหน้ารั้วโรงเรียน ผมยังมีอะไรที่อยากจะบอกกับจงออบมากมายแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี มือเรียวของผมยกขึ้นมาดึงกระดุมเม็ดที่สองออกจากเสื้อนักเรียน


          ผมไม่กล้าที่จะบอกความรู้สึกที่อยู่ในใจให้จงออบได้รับฟัง ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่จงออบจะรู้ความหมายของมันรึเปล่า จงออบยังคงมองมาที่ผมด้วยรอยยิ้มเหมือนวันแรกที่เราได้รู้จักกัน


          “ฉันให้...


          ผมแบมือที่กำกระดุมเสื้อนักเรียนให้จงออบได้เห็น เขาว่ากันว่ากระดุมเม็ดที่สองอยู่ใกล้ หัวใจที่สุด หากใครได้ไปก็เหมือนกับว่ากำลังครอบครองหัวใจของเจ้าของมัน


          จงออบมองผมด้วยความมึนงงก่อนจะหยิบกระดุมเม็ดเล็กขึ้นมาดู ผมจะไม่บอกเขาหรอกนะว่าผมน่ะ


          ‘ยกหัวใจให้เขาไปแล้ว


          ผมคงเขินอายมากเกินกว่าจะพูดมันออกมา


          “จากนี้ไปจะไม่ได้เจอกันแล้วฉันคงคิดถึงนายน่าดู”


          ผมบอกกับจงออบที่กำลังเก็บกระดุมเสื้อของผมเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ต่อจากนี้ไปทั้งผมและจงออบจะต้องเดินไปบนเส้นทางในอนาคตด้วยตัวคนเดียว แค่คิดก็รู้สึกเหงาซะแล้ว


          “นายพูดซะอย่างกับว่าฉันกับนายจะไม่มีวันได้เจอกันอีกแล้ว”


          ขนาดในช่วงเวลาที่แสนเศร้าจงออบก็ยังหัวเราะให้ผม เขานี่มันน่าทึ่งจริงๆ


          “เดี๋ยวฉันจะนั่งชินคันเซ็นมาหานายเอง”

          “จริงนะ”

          “แน่นอน”

          “งั้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้านายจะมาหาฉันได้มั้ย?

          ...

          “เราจะกลับมาพบกันอีกครั้งในวันที่ดอกซากุระผลิบานสัญญานะ"


          จงออบมองผมด้วยรอยยิ้ม สายลมที่พัดผ่านทำให้เส้นผมสีดำสนิทของร่างโปร่งตรงหน้าปลิวไสว กลีบของดอกซากุระที่ล่องลอยอยู่รอบกายของจงออบช่างดูงดงามจริงๆ


          “ฉัน 'สัญญา' เซโล่ แล้วเราจะกลับมาพบกันอีกครั้ง พอถึงวันนั้นฉันจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ให้นายได้เห็น”


          ในตอนนี้ดอกซากุระยังคงบานไม่เต็มที่ แต่อีกไม่นานดอกที่ตูมอยู่จะบานออกบนเส้นทางที่เราก้าวเดินไปข้างหน้า


          “แล้วเจอกัน”

 





          ตั้งแต่วันนั้นผมก็เฝ้ารอวันที่ดอกซากุระจะผลิบานอีกครั้ง ผมเจอผู้คนมากมายในรั้วมหาวิทยาลัยแต่ผมก็ยังคงคิดถึงจงออบ ถ้าเจอกันอีกครั้งผมจะต้องบอกรักเขาให้ได้...

 





          ฤดูใบไม้ผลิรอบที่ยี่สิบผมได้รับเมลล์จากจงออบ ข้อความที่ผมได้เปิดอ่านจงออบบอกว่าให้เรามาเจอกันที่ต้นซากุระหน้าโรงเรียน ผมดีใจจนแทบนอนไม่หลับเลยทีเดียว ถึงก่อนหน้านั้นเราจะเคยโทรคุยกันและส่งเมลล์หากันบ้าง แต่ก็ไม่บ่อยนักเพราะต่างคนก็ต่างยุ่งกับการเรียน


          คืนนั้นตลอดทั้งคืนผมเอาแต่คิดหาคำพูดที่จะนำมันไปบอกรักจงออบ



          เมื่อถึงวันนัดผมมายืนรอจงออบพร้อมกับช่อดอกซากุระเล็กๆในมือด้วยหัวใจที่เต้นรัว


          ผมอยากเจอจงออบเร็วๆ

 

          แต่วันนั้นไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหนก็ไร้ซึ่งวี่แววของจงออบ...

 

          วันรุ่งขึ้นผมก็ได้ข่าวว่าเขานอนอยู่โรงพยาบาล ผมเอาแต่เฝ้าเทียวไปหาจงออบทุกวัน แต่ก็ไม่มีวันไหนเลยที่เขาจะลืมตาขึ้นมามองผม...       

 

          ตั้งแต่วันนั้นผมเลยต้องก้าวเดินไปบนเส้นทางที่ไม่มีจงออบอยู่ ทุกย่างก้าวของผมมันช่างหนักอึ้งเหลือเกิน...

 





          พอถึงวันที่ดอกซากุระบานผมก็จะนึกถึงคำสัญญาที่เราจะต้องกลับมาเจอกัน จงออบไม่เคยผิดสัญญาที่เคยให้ไว้กับผมเลยสักครั้ง ผมเลยตัดสินใจลองที่จะเชื่อมั่นในคำว่าปาฏิหาริย์ดู


            ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีคนเชื่อมั่นและศรัทธามัน


            ผมถือช่อดอกซากุระเล็กๆในมือเดินไปตามทางเดินของโรงพยาบาล หากถามว่าผมเคยท้อกับการรอคอยอะไรบางอย่างที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่นั้น คำตอบของผมอาจทำให้ใครหลายคนต้องตกใจ ผมไม่เคยท้อที่จะรอให้จงออบตื่นขึ้นมาเลยหากว่า หัวใจของเขายังคงเต้นอยู่


            ‘ไม่ว่านานเท่าไหร่ผมก็รอได้เสมอ


            สองเท้าของผมเดินมาหยุดที่หน้าประตูห้องพักผู้ป่วย มือเรียวของผมเปิดมันเข้าไปด้วยความคุ้นชิน ทุกวันพอเปิดประตูห้องนี้เข้ามาแล้ว ผมจะเห็นร่างโปร่งของจงออบกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงนอนของโรงพยาบาล หากแต่ในวันนี้...ที่เตียงนอนนั้นกลับเหลืองเพียงความว่างเปล่า... 

      

            แกร๊ก


            ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับพยาบาลคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในห้อง ผมไม่ลังเลเลยที่จะถามหาจงออบจากพยาบาลคนนี้


            “ไม่ทราบว่าผู้ป่วยห้องนี้หายไปไหนครับ”

            “คุณมุนจงออบได้ถูกส่งไปที่ห้องไอซียูเมื่อสักครู่นี้ค่ะ ทางโรงพยาบาลกำลังทำการติดต่อแจ้งไปยังญาติของผู้ป่วยค่ะ”















จบไปอีกหนึ่งตอน สารภาพเลยว่าตอนนี้แต่งนานมาก ฮือออ ลบๆเขียนๆใหม่อยู่หลายรอบ แต่ก็ได้แค่นี้แหละค่ะ.__. 

เราเองก็ไม่ค่อยถนัดเรื่องญี่ปุ่นๆอาจมีมั่วไปบ้างต้องขออภัยไว้นะที่นี้ด้วยค่ะ 

เป็นการเขียนฟิคที่ทำร้ายตัวเองมาก ฮืออออ 

ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ เจอกันตอนต่อไป~ 

ฝากแท็ก #ซากุระโล่ออบ ด้วยค่ะ 

หรือคุยกับเราได้ที่ @Bangxx2 

หากอยากคอมเม้นในหน้านิยายนี้ก็ตามสบายเลยค่ะ^^ 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #59 เจ้าชายเดือนสาม (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 23:58
    น้องมุนเป็นอะร๊ายยยยยยยยยยยยยย ไม่นะ หนูต้องไม่เป็นอะไรนะลูก อย่าทิ้งจูไปนะ ฮือออออออออออออออ

    โง้ยยยย ทำไมตอนนี้มันหน่วงแบบนี้ นี่จะร้องไห้ตอนที่สัญญาว่าจะมาเจอกันแต่กลายเป็นว่านั่นกลายเป็นครั้งสุดท้ายที่จงออบได้เจอจุนฮง แถมยังไม่ได้บอกรักกันอีก สงสารจุนฮงอ่ะ สงสารมาก ฮือออออออออออ

    แต่อ่านตอนนี้แล้วคิดถึงโรงเรียนมัธยมเลย ไม่รู้ว่าที่อินเพราะแบบนี้ด้วยหรือเปล่า แต่ภาษาแล้วก็การเปรียบเทียบที่ไรต์ใช้ตอนนี้สวยมากค่ะ ชอบ

    แต่อย่าให้น้องมุนของเราเป็นอะไรนะ ไม่งั้นเราจะแบนไรต์!
    #59
    0
  2. #31 @!k@w@_k (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 02:11
    นึกว่าจงออบจะฟื้น 
    ตกลงเป็นอะไรไปอีกเนี่ย
    โธ่ จงออบ 😭
    #31
    0
  3. #30 Babysine (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 19:57
    เห้ๆๆๆ_มีความเคลื่อนไหว_มันเป็นสัญญาณที่ดีใช่ไหมมันต้องดีสิเนอะ/เพราะปาฏิหาริย์มันมีอยู่จริงนี่เนอะ/_ว่าแต่แล้วคุณยงกุกกับพี่ฮิมล่ะฮ่าๆๆๆนี่ก็มั่นคงในคู่รองสุดๆ//อย่าตีเลา//รีบมาต่อน่ะเออเดี่ยวเจลโล่หัวใจวายตายแน่ๆรอนานเกินฮ่าๆๆๆ
    #30
    0