TURN BACK [Fic Conan / AKAM]

ตอนที่ 2 : Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 453
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    20 มี.ค. 63

Chapter 1

 

 

 

พรึบ

 

ผ้าม่านสีทึบถูกใครบางคนเปิดออกทำให้แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้อง บนเตียงสีขาวขนาดใหญ่มีคนคนหนึ่งกำลังนอนหลับใหลจมอยู่ในห้วงความฝัน

 

ปวดหัว

 

นั่นคือสิ่งแรกที่ร่างบนเตียงรู้สึก เปลือกตาของคนที่นอนอยู่ค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆ

 

จริงสิ นี่เขาตายไปแล้วสินะ แล้วที่นี่คือสวรรค์หรือนรกกัน แต่มันคงจะแปลกสักหน่อยหากคนที่มือเปื้อนเลือดอย่างเขาตายแล้วได้ขึ้นสวรรค์…

 

จมอยู่กับห้วงความคิดของตัวเองได้ไม่นานดวงตาสีฟ้าก็ปรับโฟกัสกับภาพตรงหน้าได้ แสงแดดที่แยงเข้าตาทำให้เขาต้องยกมือขึ้นมาบัง

 

“นายตื่นแล้วเหรอ?”

 

เสียงทุ้มที่ฟังดูคุ้นหูทำให้คนบนเตียงหันไปมอง ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ กอปรกับใบหน้าที่มีหนวดเคราขึ้นเล็กน้อย ฟุรุยะ เรย์ จำเจ้าของใบหน้านี้ได้ดี…

 

“ฮิโรมิสึ?”

 

อ่า… นี่เขาคงตายแล้วเดินทางมาหาคนเป็นเพื่อนรักสินะ ‘โมโรฟุชิ ฮิโรมิสึ’ หมอนี่ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมเลย ดวงตาที่มีสีเหมือนกันกับเขายังคงทอดมองมาด้วยความอบอุ่น

 

“ทำหน้าอะไรแบบนั้น แล้วนี่ไข้ลดหรือยัง”

 

มือหนาเอื้อมมาแตะที่หน้าผากของคนบนเตียง ฟุรุยะ เรย์ สะดุ้งเล็กน้อย รู้สึกแปลกๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันช่างดูคล้ายคลึงกับช่วงเวลาหนึ่งในอดีต

 

“ยังปวดหัวอยู่มั้ย?”

“อ่า…”

 

มีวันหนึ่งที่เขาเคยโดนเพื่อนรักทำแบบนี้ จำได้ว่าตัวเองป่วยเพราะตากฝนจากการปฏิบัติภารกิจในฐานะเบอร์เบิ้น เขาแทบไม่เคยป่วยเลย ฮิโรมิสึดูตกใจมากที่เห็นเขาป่วยหนักขนาดนั้น หลังจากนอนซมเพราะพิษไข้ พอตื่นขึ้นมาในตอนเช้าคนเป็นเพื่อนก็เข้ามาวัดไข้ จากนั้นก็ยกข้าวต้มที่ทำเองมาป้อนถึงเตียง ตามด้วยยาลดไข้

 

“นายยังมีไข้อยู่เลย ฉันทำข้าวต้มไว้ เดี๋ยวยกมาให้นะรอแปบนึง”

“…”

 

พูดจบฮิโรมิสึก็เดินออกไปนอกห้องนอน ทิ้งฟุรุยะ เรย์ ให้สับสนและมึนงงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น มือเรียวยกขึ้นนวดขมับตัวเอง

 

มันจะเหมือนกับตอนนั้นเกินไปแล้ว

 

 

 

“ฉันทานเองได้”

“ให้ฉันป้อนนายดีกว่า”

 

ฮิโรมิสึไม่ยอมให้เขาตักข้าวเข้าปากเอง ตอนนั้นก็เป็นแบบนี้ ทั้งที่เขาแค่ป่วย มือไม้ยังใช้การได้ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมอย่างเดียว เขาจึงยอมให้อีกฝ่ายเพราะเถียงไปก็ไม่ชนะอยู่ดี

 

“รสชาติเป็นไงบ้าง?”

“ก็ดี”

 

นี่เขากำลังฝันอยู่รึไงนะ… ช่วงเวลาที่มีฮิโรมิสึอยู่เคียงข้างแบบนี้… ตกลงเขาและหมอนี่ตายไปแล้วจริงๆหรือเปล่า

 

“ขมวดคิ้วบ่อยๆเดี๋ยวก็แก่เร็วหรอก”

 

ระหว่างคิ้วของฟุรุยะ เรย์ ถูกคนเป็นเพื่อนจิ้มเบาๆ

 

“ฉันแค่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อย”

“กินข้าวเสร็จแล้วกินยาจะได้นอนพัก”

“อืม…”

 

พอมองสำรวจบริเวณรอบๆก็พบว่าที่นี่คือห้องนอนของคอนโดเพื่อนตัวเอง เหตุการณ์กับสถานที่ตรงกับในความทรงจำเกินไป ราวกับว่าเขาสามารถมองเห็นอนาคตล่วงหน้าได้

 

 

 

ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปนานแค่ไหนเพราะฤทธิ์ไข้ ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตะวันใกล้จะตกดินแล้ว ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นนั่งบนเตียง มือเรียวยกขึ้นเสยผมไปข้างหลัง รู้สึกได้เลยว่าตัวเองไข้ลดแล้ว อาการปวดหัวก็ทุเลาลง พอมองไปรอบๆห้องก็ไม่พบใคร

 

จำได้ว่าตอนเที่ยงฮิโรมิสึยังปลุกเขาขึ้นมาทานข้าวและยาอยู่เลย ก่อนจะปล่อยให้เขาหลับยาวมาถึงตอนเย็น

 

ติ๊ด ติ๊ด

 

เสียงแจ้งเตือนอีเมลจากโทรศัพท์เครื่องที่ใช้ประจำดังขึ้นตรงโต๊ะข้างหัวเตียง ฟุรุยะ เรย์ เอื้อมมือไปคว้ามันมาเปิดดู

 

[มาปฏิบัติภารกิจกับไรย์ ตื่นขึ้นมาก็ทานข้าวทานยาซะจะได้หายไวๆ มีข้าวต้มเหลืออยู่ในหม้ออุ่นกินเอาเองแล้วกัน]

 

ฮิโรมิสึมักจะเป็นห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองเสมอ เรื่องนี้ฟุรุยะ เรย์ที่เป็นเพื่อนสนิทรู้ดีที่สุด ข้อความที่ปรากฏตรงหน้าทำให้แววตาของคนที่จ้องอยู่วูบไหว มันเหมือนกับข้อความของวันนั้น…

 

วันที่เพื่อนของเขาตาย

 

วันที่และเวลาที่ปรากฏอยู่บนอีเมลทำให้เขาเริ่มรู้สึกตัว ว่าแท้จริงแล้วตัวเขาและฮิโรมิสึเคยตายไปแล้วจริงๆ มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อแต่เขาก็คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้

 

ฟุรุยะ เรย์ ก้มมองมือของตัวเอง ตอนนี้เขามีชีวิตอยู่ ไม่ใช่ความฝันอะไรทั้งนั้น ฮิโรมิสึก็มีชีวิตอยู่เช่นกัน การที่เขารู้เหตุการณ์ล่วงหน้าเป็นเพราะเขาเองได้เคยผ่านมันมาก่อน เท่ากับว่าตัวเขาได้ตื่นขึ้นมาในอดีตหลังจากที่โดนยิงตาย

 

“เป็นอย่างนี้นี่เอง”

 

เจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ทองลุกขึ้นจากเตียง ขาเรียวยาวก้าวเดินไปทางตู้เสื้อผ้า ฟุรุยะ เรย์ เคยมาค้างที่ห้องของเพื่อนตัวเองบ่อยๆ ไม่แปลกหากจะมีเสื้อผ้าของเขาปนอยู่กับของเจ้าของห้องอยู่เต็มตู้

 

เขาจะปล่อยให้เพื่อนของตัวเองตายอีกครั้งไม่ได้ ถ้ารู้สึกตัวเร็วกว่านี้เขาคงไม่ปล่อยให้ฮิโรมิสึออกไปกับเจ้าบ้าอากาอินั่น!

 

ฟุรุยะ เรย์ แต่งกายอย่างเร่งรีบ เขาสวมชุดตัวโปรดซึ่งเป็นชุดประจำตัวของเบอร์เบิ้น มือเรียวไม่ลืมคว้าโทรศัพท์มาส่งข้อความหาอีกฝ่าย

 

[อยู่ให้ห่างจากไรย์]

 

 

 

“มีอะไรรึเปล่าสก๊อตซ์”

“เปล่า เบอร์เบิ้นเค่ส่งข้อความมาขอบคุณที่ฉันทำข้าวต้มให้กินน่ะ”

“ได้ข่าวว่าหมอนั่นป่วย”

“อืม”

“นายดูสนิทกับหมอนั่นนะ”

 

เจ้าของโค้ดเนมสก๊อตซ์ไม่ตอบอะไรสายตาที่ยากจะคาดเดาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ไรย์ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับหันมองคนข้างกายเล็กน้อยก่อนจะเหยียบคันเร่งให้รถคันโปรดทะยานไปบนถนนกว้าง

 

 

 

MAZDA RX-7 สีขาวขับแซงรถคันแล้วคันเล่าด้วยความเร็วสูง ฟุรุยะ เรย์ ร้อนใจยิ่งนัก เขาพยายามคิดว่าทำไมความลับเรื่องที่ตัวจริงของสก๊อตซ์เป็นสันติบาลจึงถูกเปิดเผย เขามีเวลาไม่มากนักในการหาคำตอบนี้

 

หรือจะเป็นเพราะภารกิจที่หมอนั่นไปทำกับไรย์ในคืนนี้กันนะ

 

“ฮัลโหลเบลม็อทนี่ฉันเอง มีอะไรให้ช่วยหน่อย”

 

เขาตัดสินใจกดต่อสายหาคนที่น่าจะบอกข้อมูลบางอย่างกับเขาได้

 

[คนอย่างนายมีอะไรให้ฉันช่วยด้วยเหรอ?]

“สก๊อตซ์กับไรซ์ถูกส่งให้ไปทำอะไร ที่ไหน”

[นายจะอยากรู้ไปทำไม แล้วนี่หายป่วยแล้ว?]

“เธอรู้ได้ไงว่าฉันป่วย”

[ก็ปกตินายกับสก๊อตซ์ตัวติดกันจะตายไป คนเป็นคู่หูของหมอนั่นอย่างนายไม่อยู่ฉันเลยส่งไรย์ให้ไปช่วย สก๊อตซ์บอกเองว่านายป่วย ห้ามใช้งานเด็ดขาด]

 

ก็สมเป็นหมอนั่น ห่วงคนอื่นไม่เข้าเรื่อง…

 

“ฉันดีขึ้นแล้ว อยากจะไปช่วยหมอนั่นทำงาน ไม่ไว้ใจไรย์”

[นายนี่ดูไม่ชอบไรย์จริงๆเลยนะ ทำไมไม่โทรถามคู่หูของนายดูเองล่ะ]

“หมอนั่นไม่บอกฉันหรอก คงไม่เชื่อว่าฉันหายป่วยแล้ว ไม่รู้จะเป็นห่วงอะไรนักหนา”

[ก็จริงแหละ หมอนั่นทั้งหวงทั้งห่วงนายจะตายไป ถ้านายเป็นผู้หญิงฉันคงคิดว่าหมอนั่นชอบนาย]

 

เอี๊ยดดด!

 

คำพูดจากปลายสายทำเอาฟุรุยะ เรย์ เหยียบเบรกอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

“พูดเป็นเล่น”

[ฮ่าๆๆ ล้อเล่นน่า เจ้าพวกนั้นไปทำภารกิจแลกเปลี่ยนสินค้าที่โกดังXXX เมืองเบกะ]

“ขอบใจ”

[อย่าลืมเลี้ยงข้าวฉันล่ะ]

 

ติ๊ด

 

มือเรียวกดวางสายก่อนจะเปลี่ยนเกียร์เร่งความเร็วเพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย

 

 

 

ความลับที่เขาไม่รู้มานานบางทีคงใกล้ถึงเวลาที่จะถูกเปิดเผย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #2 I'm_a_planet (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 17:19
    รออย่างใจจดใจจ่อเลยยย
    #2
    0