TURN BACK [Fic Conan / AKAM]

ตอนที่ 12 : Chapter 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

Chapter 10

 

 

 

ไม่เคยคิดเลยว่า FBI อย่างพวกเขาจะได้มาทำงานร่วมกันกับพวกสันติบาลของญี่ปุ่น ภายในห้องประชุม อากาอิ ชูอิจิ กำลังนั่งฟังรายงานข้อมูลที่อีกฝั่งได้มา พวกเขาทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเพื่อที่จะหาแนวทางการโค่นล้มองค์กรปริศนานั่น

 

ร่างสูงที่เคยมีเส้นผมสีดำยาวตอนนี้ถูกตัดสั้นลง วันแรกที่ตัดผมมาพวก FBI ที่คุ้นเคยกับเขาต่างพากันมองอย่างแปลกใจ อากาอิ ชูอิจิไม่ได้สนใจสายตาของคนพวกนั้น สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงการกำจัดพวกคนเลวเท่านั้น

 

ดวงตาสีเขียวกวาดไปรอบๆ ห้องเพื่อจดจำเพื่อนร่วมงาน นิ้วมือข้างที่ถนัดลูบวนอยู่บริเวณปากแก้วกาแฟ จะว่าไปชายหนุ่มยังไม่เห็นคนที่เอ่ยปากชวนเขามาร่วมงานเลย ตั้งแต่วันนั้นที่โรงพยาบาลอากาอิ ชูอิจิก็ไม่ได้เจอเบอร์เบิ้นอีกเลย แต่ก็มีติดต่อกันบ้างทางโทรศัพท์เล็กน้อย

 

แกร็ก

 

อยู่ๆ เสียงเปิดประตูห้องประชุมก็ดังขึ้น ทุกคนในห้องต่างให้ความสนใจกับผู้มาใหม่ อากาอิ ชูอิจิก็เช่นกัน เขามองผู้ชายที่กำลังคิดถึงอยู่เมื่อครู่ เบอร์เบิ้นอยู่ในชุดที่เขาไม่คุ้นตานัก เป็นชุดสูทสีเทา ติดกระดุมผูกเน็กไทอย่างเรียบร้อย ปฏิเสธไม่ได้ว่าหมอนี่เป็นผู้ชายที่ดูดีมากคนหนึ่ง

 

“โทษทีที่มาช้าไปหน่อยพอดีผมเข้าไปติดพันคดีโจรขโมยกระเป๋ามาน่ะ”

 

คนมาใหม่พูดขึ้นแล้วเดินมานั่งที่ว่างตรงข้ามเขา พวกสันติบาลที่อยู่ในห้องต่างทักทายชายหนุ่มผมสีบลอนด์ทองอย่างให้ความเคารพ ดูเหมือนในห้องนี้ทางฝ่ายสันติบาลหมอนี่จะใหญ่ที่สุด

 

“ก่อนอื่นผมคงต้องขอแนะนำตัว ผมฟุรุยะ เรย์ครับ”

 

มือของร่างสูงที่กำลังลูบปากแก้วกาแฟเล่นหยุดชะงักเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกคนพูด อากาอิ ชูอิจิก็คิดอยู่แล้วว่าเบอร์เบิ้นน่าจะเป็นคนเดียวกับฟุรุยะ เรย์ที่โจดี้บอก แต่พอได้ยินจากปากเจ้าตัวทำเอาตกใจเหมือนกัน ไม่คิดว่าหมอนี่จะทุ่มสุดตัวเพื่อให้คนอย่างเขามีชีวิตรอด...

 

“คุณนี่เองที่ช่วยชูไว้”

“ครับ แต่ไม่ต้องขอบคุณหรอกเพราะผมเป็นพวกทำดีหวังผล”

“…”

 

ฟุรุยะ เรย์พูดด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่มีความจริงใจเอาซะเลย ทำเอาพวก FBI คิ้วกระตุกกันเป็นแถว อากาอิ ชูอิจิ ที่ชินกับท่าทางแบบนี้ของอีกฝ่ายยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มเงียบๆ

 

 

 

พวกเขาใช้เวลาทำการประชุมนานพอสมควรจนตอนนี้ก็จะหนึ่งทุ่มแล้ว ร่างสูงเดินออกมาจากตึกสำนักงานสันติบาล ในมือมีกุญแจรถคันใหม่ที่เพิ่งถอยออกมาอย่าง Ford mustang GT-500 สีแดง

 

“นี่รถใหม่นายเหรอ ไม่เลวนี่”

“ฟุรุยะ เรย์”

 

อากาอิ ชูอิจิเรียกชื่อคนที่ยืนพิงรถของตัวเองอยู่ใกล้ๆ กับรถของเขา ดวงตาสีเขียวมองไปที่ MASDA RX-7 สีขาวที่เคยเห็นอีกฝ่ายขับอยู่บ่อยๆ

 

“นายกลับไปเอามันมางั้นเหรอ”

“ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุนิดหน่อยแต่ดูเหมือนรถของฉันจะปลอดภัยดี สก๊อตซ์น่าจะเป็นคนจัดการให้”

“…”

“ส่วนรถคันเก่าของนายฉันเห็นมันเป็นเศษเหล็กไปแล้ว เสียใจด้วยนะ”

 

ร่างสูงไม่พูดอะไรเพราะรู้อยู่แล้ว ตอนนอนอยู่โรงพยาบาลก็ให้คนไปตรวจสอบดูแถวที่เกิดเหตุเหมือนกัน

 

“นายได้ติดต่อสก๊อตซ์บ้างหรือเปล่า”

“เพิ่งคิดต่อไปเมื่อวาน ดูเหมือนหมอนั่นจะเข้าไปได้ลึกกว่าเดิม ความเสี่ยงที่จะถูกจับได้ก็เพิ่มสูงด้วย”

“เพราะฉะนั้นพวกเราเลยต้องรีบกันสินะ”

“ฉันก็แค่ไม่อยาก…เสียหมอนั่นไปอีก…”

“…”

 

พูดจบชายหนุ่มผมสีบลอนด์ทองก็เข้าไปนั่งในรถของตัวเองปล่อยให้คนเป็นเจ้าหน้าที่ FBI ยืนงงกับคำพูดเมื่อครู่ ดวงตาสีเขียวมองคนที่นั่งอยู่ในรถด้วยความสงสัย ทำไมคนคนนี้ถึงพูดเหมือนว่าเคยสูญเสียสก๊อตซ์ไป…

 

 

 

เพราะคุโด้ ชินอิจิเขาถึงสามารถแทรกซึมเข้ามาได้ลึกขนาดนี้ โมโรฟุชิ ฮิโรมิสึที่นอนอยู่บนเตียงนอนกว้างเอามือก่ายหน้าผากตัวเอง ดูเหมือนเพื่อนตัวดีของเขาจะให้นักสืบมอปลายนั่นคอยช่วยเหลือเขาให้รอดพ้นจากการถูกพวกคนในองค์กรสงสัย

 

อย่างที่ฟุรุยะ เรย์เคยบอก คนคนนั้นเหมือนเชอร์ล็อคโฮล์มส์ไม่มีผิด สามารถคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ปัญหาที่ดูยากๆ ก็คลี่คลายได้หมด รู้สึกดีที่มีคุโด้ ชินอิจิเป็นพวกไม่ใช่ศัตรู

 

มือหนาเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงมาเปิดดู ช่วงนี้องค์กรดูเหมือนจะงดทำภารกิจเพราะกำลังหลบพวกตำรวจอยู่ ชายหนุ่มเคยได้ร่วมงานกับคนที่มีโค้ดเนมว่าเคียนติและกอร์น สองคนนั้นเป็นสไนเปอร์ฝีมือดี แต่เพราะไปยิงคนที่มีชื่อเสียงมากเป็นธรรมดาที่พวกตำรวจจะพากันขุดคุ้ยหาเบาะแส แต่ทำไปก็เปล่าประโยชน์ พวกองค์กรจะหยุดเคลื่อนไหวสักพักพอเรื่องซาลงก็ออกทำเรื่องชั่วต่อ

 

นิ้วโป้งทำการใส่รหัสเพื่อปลดล็อคหน้าจอ เมื่อวานเขาได้รับอีเมลจากคนเป็นเพื่อน ชายหนุ่มดีใจที่อีกฝ่ายปลอดภัยดีแต่ก็อดส่งข้อความไปดุไม่ได้ ว่าทำไมต้องทำเรื่องเสี่ยงอันตรายขนาดนั้น ตอนนั้นเขาตกใจมากที่เบอร์เบิ้นกระโดดเข้าไปช่วยไรย์

 

และลึกๆ ในหัวใจของเขาก็แอบรู้สึกอิจฉาไรย์… โมโรฟุชิ ฮิโรมิสึรู้จักกับฟุรุยะ เรย์มาตั้งแต่เด็กๆ เรียนด้วยกัน เล่นด้วยกัน ทำงานด้วยกัน ในชีวิตของเขามีเพื่อนคนนี้อยู่เสมอ มันเป็นความรู้สึกผูกพันที่ก่อตัวเป็นความรักตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แถมยังเป็นรักข้างเดียวซะด้วย...

 

ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ ดวงตาสีฟ้ามองภาพในโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นรูปของกลุ่มเพื่อนสมัยเรียนที่โรงเรียนตำรวจ ทุกคนล้วนจากไปเหลือเพียงเขากับซีโร่ และเมื่อกดเลื่อนหน้าจอรูปถัดไปเป็นรูปคู่ของเขากับซีโร่ที่ยิ้มกว้างให้กล้องจนเขาต้องยิ้มตาม…

 

 

 

ฟุรุยะ เรย์เสียบแฟลชไดร์ฟแล้วกดดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ข้อมูลที่ได้มาจากพวกFBI ล้วนมีประโยชน์เขาไม่อยากปล่อยให้เวลาศูนย์เปล่า ไม่ลืมที่จะส่งข้อมูลทั้งหลายไปให้พ่อยอดนักสืบมอปลายอย่างคุโด้ ชินอิจิด้วย การวิเคราะห์ของเด็กคนนั้นยังน่าทึ่งเหมือนเดิม

 

ภาพร่างของฮิโรมิสึที่ไร้วิญญาณท่ามกลางหยาดเลือดสีแดงยังติดอยู่ในความทรงจำเสมอ หมอนั่นเป็นเพื่อนสนิทกับเขามาตั้งแต่เด็ก อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน พอจากกันไปใจเขาเลยรับไม่ไหว เขาเอาทุกความโกรธแค้นไปลงกับอากาอิ ชูอิจิทั้งที่ความจริงหมอนั่นอาจจะไม่ผิดเลยก็ได้

 

พอคิดๆ ดูเจ้าบ้าอากาอินั่นก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว ขนาดแค่มีดบาดมือยังมานั่งทำแผลให้… ดูเย็นชาขี้เก๊กแต่ก็ใจดี ฟุรุยะ เรย์พอรู้มาบ้างว่าอากาอิ ชูอิจิตอนอยู่ในองค์กรได้คบหากับมิยาโนะ อาเคมิ และฝ่ายหญิงก็โดนคนขององค์กรนั่นฆ่าตาย คงจะเจ็บปวดอยู่สินะ…

 

“แล้วทำไมเราต้องมานั่งคิดเรื่องเจ้าบ้านั่นด้วย”

 

ดวงตาสีฟ้ามองดูนิ้วมือข้างที่เคยถูกมีดบาด ตอนนี้มันหายสนิทแล้วแต่ยังคงรอยแผลจางๆ ไว้…

 

 

 

“คุณอากาอิรับอะไรดีครับ”

 

คาเมลชูขวดเหล้าหลายยี่ห้อให้ชายหนุ่มที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ตรงโต๊ะใกล้ๆกันดู อากาอิ ชูอิจิเงยหน้าขึ้นมาจากสิ่งที่กำลังจดจ่ออยู่ รู้สึกเหมือนเห็นภาพตอนที่เขาอยู่ห้องของสก๊อตซ์ซ้อนทับขึ้นมา ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อย

 

“ฉันชอบเบอร์เบิ้น”

“งั้นเอาขวดนี้นะครับ”

 

ตอนนี้อากาอิ ชูอิจิมาพักอาศัยอยู่กับคาเมลชั่วคราวเนื่องจากที่พักเก่าของเขาคงถูกพวกคนในองค์กรสอดส่องอยู่ และเขาก็เพิ่งเอาเงินไปถอยรถคันใหม่ออกมาเลยอยากจะประหยัดค่าเช่าห้อง

ก่อนหน้านี้คาเมลอาศัยอยู่คนเดียวไม่แปลกถ้าที่นี่จะเป็นคอนโดที่มีเพียงหนึ่งห้องนอน ชายหนุ่มเลยต้องนอนเตียงเดียวกับลูกน้องของตัวเอง

 

อากาอิ ชูอิจิไม่ได้มีปัญหากับการนอนบนเตียงร่วมกับคนอื่นเท่าไหร่ แต่จากหลายคืนที่ผ่านมาทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะหาที่พักใหม่ เนื่องจากคนเป็นลูกน้องนอนดิ้นเกินไป และคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่เขาจะนอนที่นี่

 

คาเมลยื่นแก้วใส่วิสกี้เบอร์เบิ้นให้คนร่วมห้อง มือหนารับมาก่อนจะยกขึ้นดื่ม รสชาติขมปร่าที่ไหลลงคอยังคงให้ความรู้สึกดีไม่แพ้กาแฟดำที่เขาชอบดื่ม

 

ชายหนุ่มชูแก้วให้มาอยู่ในระดับสายตา มือหนาส่ายแก้วไปมาจนได้ยินเสียงน้ำแข็งกระทบกัน ดวงตาสีเขียวจ้องมองของเหลวข้างใน จะว่าไปสีของมันก็คล้ายๆ คนคนนั้นเหมือนกัน อดีตเจ้าของโค้ดเนมที่ชื่อเหมือนวิสกี้แก้วนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #53 Tenyacha1130 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 10:55
    โคนันคงไม่ต้องมาแล้วล่ะ 5555+ ไม่ได้เห็นเจ้าหนูเลย
    #53
    0
  2. #29 พระจันทร์เอย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 15:38
    เห็นประโยคฉันชอบเบอร์เบิ้นทีไร อดเขินไม่ได้ทุกทีเลยย แง้ รอตอนต่อไปน้าาา
    #29
    1
    • #29-1 NOPNOM(จากตอนที่ 12)
      16 เมษายน 2563 / 19:01
      เขินเหมือนกันค่ะ._.
      #29-1
  3. #28 มิยู♥️ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 15:07

    สนุกมากค้า
    รอน้าาาาา
    สู้ๆน้าไรท์ฟ
    #28
    0
  4. #27 Tisalnohc (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 14:40
    น่าสนุก 555 สู้ๆไรท์
    #27
    1
    • #27-1 NOPNOM(จากตอนที่ 12)
      16 เมษายน 2563 / 19:03
      ชอบคุณสำหรับคอมเม้นค่ะ เลิฟๆ
      #27-1