TURN BACK [Fic Conan / AKAM]

ตอนที่ 11 : Chapter 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 280
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    14 เม.ย. 63

Chapter 9

 

 

 

ข้าวต้มของโรงพยาบาลรสชาติจืดชืดจนอยากจะคายทิ้ง แต่เพราะต้องกินยาเลยทำแบบนั้นไม่ได้ อากาอิ ชูอิจิตักข้าวต้มเข้าปากไปครึ่งค่อนถ้วยก่อนจะวางลง

 

“ขอยาหน่อย”

 

เขาบอกหญิงสาวที่มาเยี่ยมตั้งแต่เช้า ชายหนุ่มรับแก้วน้ำและยาที่โจดี้ยื่นให้ จัดการกลืนมันลงท้องก่อนจะเรียกให้พยาบาลมาเก็บถ้วยข้าวต้มออกไป

 

“เป็นไงบ้างชู”

“แผลดีขึ้นบ้างแล้วล่ะ หมอให้อยู่ดูอาการอีกสองสามวันก็ออกได้แล้ว”

“ดีแล้วล่ะ”

“ว่าแต่ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไง”

 

เมื่อวานอากาอิ ชูอิจิตื่นขึ้นมาในห้องโดยที่ไม่มีใครอยู่เลย สอบถามจากหมอที่รักษาก็ไม่ได้เรื่องราวอะไรเท่าไหร่นัก บางทีโจดี้อาจจะตอบคำถามของเขาได้

 

“รู้สึกคนที่ชื่อฟุรุยะ เรย์จะพาคุณมา เขาเป็นคนโทรมาบอกฉันว่าคุณอยู่ที่นี่”

“ฟุรุยะ เรย์?”

 

อยู่ๆ เขาก็รู้สึกมึนศีรษะเล็กน้อย มือหนายกขึ้นมานวดขมับตัวเอง พักนี้เขาฝันบ่อยแต่ตื่นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้แล้ว คงเป็นผลข้างเคียงจากอาการบาดเจ็บของเขา แต่ทำไมถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับชื่อของคนคนนี้นัก เหมือนเคยได้ยินมาจากที่ไหน…

 

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเป็นใครแต่ดูแล้วน่าจะไม่ใช่คนไม่ดี ไม่งั้นคงไม่พาคุณที่บาดเจ็บหนักมาโรงพยาบาลหรอกค่ะ”

“งั้นเหรอ?”

 

ก็อยากจะขอบคุณอยู่หรอกนะแต่อีกฝ่ายเล่นหายตัวไปแบบนี้จะให้เขาทำไงได้ ร่างสูงที่นั่งอยู่บนเตียงมองออกไปนอกหน้าต่าง ใบไม้สีเขียวสดกำลังสั่นไหวไปตามแรงลมท่ามกลางแสงแดดอบอุ่นที่สาดส่องลงมา

 

 

 

สายน้ำจากฝักบัวไหลกระทบร่างของชายหนุ่มผมสีบลอนด์ทอง ที่แขนซ้ายของเขามีรอยแผลจากการโดนกระสุนปืนยิงเฉี่ยว ตอนนี้ยังคงรู้สึกเจ็บอยู่เล็กน้อย ไม่นานมันคงกลายเป็นแผลเป็น มือเรียวเอื้อมไปหมุนปิดวาล์วให้น้ำหยุดเมื่ออาบเสร็จ

 

ฟุรุยะ เรย์ก้าวขาออกจากห้องน้ำโดยมีผ้าขนหนูพันเอวไว้ ตอนนี้เขาย้ายที่พักใหม่แล้ว คอนโดเดิมคงโดนพวกคนขององค์กรเข้าไปรื้อค้นห้องหาเบาะแสเกี่ยวกับเขา แต่คงต้องผิดหวังเพราะที่นั่นไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงตัวตนของเขาเลย

 

ร่างสูงโปร่งเดินมาหยุดหน้าตู้เสื้อผ้าที่ข้างในตู้มีอยู่แค่ไม่กี่ชุด สงสัยเขาคงต้องหาเวลาออกไปช็อปปิ้งบ้างแล้วล่ะ เนื่องจากย้ายที่อยู่กะทันหันห้องของเขาตอนนี้จึงโล่งมาก ฟุรุยะ เรย์ หยิบเสื้อยืดสีขาวกับกางกางยีนส์มาสวม เป็นชุดที่ใส่สบายๆ เหมาะแก่การออกไปเดินเล่นข้างนอก

 

เมื่อแต่งตัวเสร็จมือเรียวก็คว้ากุญแจรถมาแกว่ง และไม่ลืมที่จะหยิบแว่นกันแดดกับหมวกแก๊ปมาสวมด้วย คงไม่ดีนักหากบังเอิญไปเจอคนขององค์กรเข้าด้านนอก

 

 

 

ฟุรุยะ เรย์ขับรถของตัวเองไปบนถนนด้วยความเร็วปกติ วันก่อนหลังออกจากป่ามาได้เขาก็รีบพาอากาอิ ชูอิจิไปโรงพยาบาล จากนั้นก็ใช้โทรศัพท์ตู้โทรไปบอกเล่าเหตุการณ์ให้คนเป็นหัวหน้าฟัง ซึ่งชายหนุ่มก็โดนคนปลายสายบ่นมายาวเหยียด ฟุรุยะ เรย์ยอมรับผิดกับการกระทำของตัวเอง คราวหลังเขาจะระมัดระวังกว่านี้

 

แต่เอาอากาอิ ชูอิจิไปปล่อยทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลคนเดียวก็กระไรอยู่เขาเลยขอให้ลูกน้องของตัวเองหาเบอร์โทรของเจ้าหน้าที่ FBI ที่สนิทกับอีกคนให้ จากนั้นก็โทรไปบอกให้มาดูแลคนบาดเจ็บ

 

ถ้าถามว่าพวกเขาออกจากป่ามาได้อย่างไรก็ต้องขอบคุณพ่อยอดนักสืบมอปลายอย่างคุโด้ ชินอิจิ ก่อนไปตามหาอากาอิด้วยกันกับสก๊อตซ์ตามคำสั่งของยิน ชายหนุ่มได้ส่งอีเมลบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และการตัดสินใจหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เด็กหนุ่มมาถึงที่เกิดเหตุในเช้าวันถัดมาและเดาได้ว่าพวกเขาเดินไปทางไหน

 

คนขับรถอยู่ถอนหายใจออกมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป จะว่าไปเขาก็ควรไปเยี่ยมอากาอิ ชูอิจิบ้าง แล้วถือโอกาสทวงบุญคุณซะเลย

 

 

 

ทางด้านคนที่นอนอยู่โรงพยาบาล มือหนากดรีโมตเปลี่ยนช่องทีวีไปมาด้วยอารมณ์เบื่อหน่าย หลังจากโจดี้กลับไปคาเมลกับบอสก็มาเยี่ยมพร้อมของฝากเต็มมือ ซึ่งตอนนี้ของฝากเหล่านั้นได้กองอยู่เต็มโซฟา มีทั้งผลไม้และยาบำรุงต่างๆ

 

อากาอิ ชูอิจิตัดสินใจกดปิดทีวีแล้วหลับตาลง เวลานี้เขาอยู่คนเดียวในห้อง โจดี้เองก็ขออยู่เฝ้าแต่เขาปฏิเสธไป ชายหนุ่มอยากใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากกว่า เขาเพิ่งสูญเสียหญิงสาวคนรักยังทำใจไม่ค่อยได้เท่าไหร่ อยู่ๆ เขาก็รู้สึกอยากตัดผมสีดำยาวของตัวเองให้สั้นลง

 

อยากจะลบตัวตนของไรย์หรือโมโรโบชิ ไดทิ้งไป…

 

แกร๊ก

 

ประตูห้องถูกเปิดโดยไร้เสียงเคาะทำให้คนที่นอนอยู่บนเตียงหันไปมอง ร่างสูงเบิกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

 

“ไง ยังไม่ตายสินะ”

“ขอโทษที่ทำให้นายต้องผิดหวังนะ”

“หึ”

 

เบอร์เบิ้นเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงแล้ววางกระป๋องกาแฟดำไว้ตรงโต๊ะ ดวงตาสีเขียวมองตามก่อนรอยยิ้มจะผุดขึ้นที่ริมฝีปาก

 

“เป็นของฝากที่ดี”

“เห็นนายชอบดื่มมัน”

 

อากาอิ ชูอิจิพิจารณาชายหนุ่มผิวแทนตรงหน้า เบอร์เบิ้นเป็นคนฉลาดชอบสังเกตคนรอบตัว ไม่แปลกหากจะจำได้ว่าเขาชอบดื่มกาแฟอะไร   ลองๆ คิดดูแล้วหมอนี่ก็เสี่ยงตายช่วยเขาไว้นี่นะ บางทีคนที่ชื่อฟุรุยะ เรย์ที่โจดี้บอก อาจจะเป็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ก็ได้

 

“ขอบคุณและขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน”

“…”

“จะไม่เป็นไรเหรอที่ทิ้งสก๊อตซ์ไว้กับคนพวกนั้น”

“ฉันเชื่อมั่นในตัวเพื่อนของฉัน”

 

คำตอบของอีกฝ่ายทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถพูดอะไรต่อไปได้ อากาอิ ชูอิจิเอื้อมมือไปคว้ากระป๋องกาแฟดำที่อีกคนวางไว้ขึ้นมาเปิด รสชาติขมๆ ของมันทำให้เขารู้สึกดี

 

“นายมาที่นี่มีอะไรรึเปล่า?”

“ใจร้ายจังนะ ไม่คิดว่าฉันจะมาเยี่ยมนายเฉยๆ บ้างเหรอ”

“…”

“แต่นายก็คิดถูกแล้วล่ะ คิดๆ ดูแล้วFBI น่าจะมาร่วมมือกันกับทางญี่ปุ่น คนอันตรายพวกนั้นทั้งฉลาดและลึกลับซับซ้อนต่อกรยากจะตายไป ช่วยกันคิดหาทางกำจัดคนพวกนั้นน่าจะดีกว่า”

“…”

“อีกอย่างถึงฉันจะบอกว่าเชื่อใจสก๊อตซ์ แต่จะให้หมอนั่นเสี่ยงอันตรายคนเดียวนานเกินไปก็ไม่ดี ฉันอยากจะลากพวกคนเลวออกมารับโทษให้เร็วที่สุด”

 

มือหนายกกระป๋องกาแฟดำขึ้นดื่มแล้วคิดตาม ที่เบอร์เบิ้นพูดก็มีเหตุผล ถ้าจะให้ปฏิเสธอีกฝ่ายไปเขาก็ดูจะเป็นคนใจร้ายที่ไม่สำนึกบุญคุณคนที่เคยช่วยชีวิตเอาไว้ หมอนี่คงคิดอยู่แล้วว่าอย่างไรเขาก็ปฏิเสธไม่ได้ เจ้าเล่ห์จริงๆ

 

“โอเค ฉันตกลง เดี๋ยวจะไปคุยเรื่องนี้กับบอสให้แล้วกัน”

 

อากาอิ ชูอิจิตอบรับข้อบเสนอของอีกฝ่าย อย่างไรก็ไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว ดวงตาสีเขียวจ้องมองไปที่คนตรงหน้า เมื่อได้รับคำตอบที่น่าพอใจเบอร์เบิ้นก็ส่งยิ้มให้เขา เป็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจ

มือหนายกกระป๋องกาแฟขึ้นดื่มอีกครั้งก่อนจะเบือนหน้าหนี

 

อยู่ๆ ก็รู้สึกใจเต้นแปลกๆ จะว่าไปอีกฝ่ายก็ไม่เคยยิ้มให้เขาเท่าไหร่ เจอกันก็ชอบมองตาขวาง ไม่ก็แสยะยิ้มอย่างคนเหนือกว่า สงสัยเขาจะโดนยิงจนเพี้ยนไปแล้วล่ะมั้ง ถึงได้มองว่าคนคนนี้ก็ดูน่ารักดี…

 

 

 

ฟิ้ว

 

กระสุนปืนไรเฟิลทะลุเข้ากลางศีรษะของคนคนหนึ่ง มือหนาลดปืนที่เล็งยิงลงเมื่อจัดการเป้าหมายได้ ร่างสูงเอนหลังพิงกำแพงก่อนจะจุดบุหรี่สูบ ดวงตาสีฟ้าจ้องมองควันที่ลอยอยู่ในอากาศ นี่ก็หนึ่งสัปดาห์แล้วที่เบอร์เบิ้นกับไรย์ตกหน้าผา

 

ตอนนี้ยินสั่งให้คนในองค์กรค้นหาสองคนนั้น ถึงจะตกหน้าผาลงไปสูงแต่ข้างล่างก็เป็นน้ำ ถ้าไม่เห็นศพหมอนั่นก็จะไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายตายไปแล้ว ป่านนี้เพื่อนของเขาคงกลับเข้าไปทำงานในสำนักงานแล้วล่ะมั้ง ไรย์เองก็คงอยู่กับพวกFBI ถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็คงหมดห่วง

 

ติ๊ด

 

สก๊อตซ์ควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูอีเมล เป็นข้อความจากคนที่คอยช่วยเหลือเขาอยู่ห่างๆ หลังจากการหายไปของไรย์กับเบอร์เบิ้น

 

‘คุโด้ ชินอิจิ’

 

 

 

 

 

........................

ไม่ว่าจะชาติไหนเฮียชูก็แพ้รอยยิ้มน้องเรย์ค่ะ /ปาดน้ำตา

อาจจะเขียนงงๆบ้างยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านน้า จะพยายามเขียนต่อไปจนจบ เลิฟๆ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #26 Otaku_Tua_noi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 10:58
    สนุกมากเลยไรท์ เราอ่านแล้วไม่งงนะ รอติดตามตอนต่อไปน้า 😁
    #26
    0
  2. #25 พระจันทร์เอย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 18:40
    ไม่งงค่า คู่นี้คืิอน่ารักมาก( ˘ ³˘)♥ รอตอนต่อไปน้า
    #25
    0
  3. #24 _NSsS_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 17:21
    ชอบพล็อตมากๆเลยค่ะ จะติดตามต่อไปนะคะ ไรต์สู้ๆนะคะ
    #24
    0
  4. #23 มิยู♥️ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 15:42

    สนุกมากค้า
    รอน้าาาาา
    #ชอบอามุโร่มากเลยยย~❤️
    #23
    0