TURN BACK [Fic Conan / AKAM]

ตอนที่ 10 : Chapter 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    9 เม.ย. 63

Chapter 8

 

 

 

ร่างสูงจมลึกลงไปในน้ำ ลมหายใจที่กลั้นไว้เริ่มใกล้จะหมด แขนขาไร้เรี่ยวแรงราวกับถูกเชือกตรึงไว้ ดวงตาสีเขียวเริ่มพร่ามัวขึ้นทุกที

 

‘อากา…’

 

คล้ายได้ยินเสียงใครบางคนกำลังเรียกเขาอยู่ มันเบาจนแทบไม่ได้ยิน หรือจะเป็นอาเคมิที่มารับตัวเขาไปโลกหน้าด้วยกัน…

 

“อากาอิ!!”

 

เสียงนั้นดังขึ้นกว่าเดิม อากาอิ ชูอิจิพยายามเพ่งมองภาพตรงหน้าให้ชัด ดวงตาสีฟ้ากับเส้นผมสีบลอนด์ทอง เบอร์เบิ้น… ทันใดนั้นร่างของเขาก็ถูกคนคนนั้นฉุดขึ้นไป

 

ขอโทษนะอาเคมิที่ฉันยังไปหาเธอตอนนี้ไม่ได้…

 

 

 

ฟุรุยะ เรย์แบกร่างสูงของคนเป็นเจ้าหน้าที่ FBI ขึ้นจากน้ำอย่างทุลักทุเล ดูเหมือนอีกฝ่ายจะหมดสติไป ชายหนุ่มมองขึ้นไปข้างบน หน้าผาที่พวกเขาตกลงมาช่างสูงนัก พระอาทิตย์ก็ตกดินแล้ว ตอนนี้คงต้องหาที่พักก่อน

 

ชายหนุ่มผมบลอนด์วางคนที่แบกอยู่ลงบนพื้นดิน มือเรียวแตะเข้าที่จุดวัดชีพจร อากาอิ ชูอิจิยังมีลมหายใจอยู่ ก่อนอื่นคงต้องทำการCPR ฟุรุยะ เรย์วางฝ่ามือลงบนหน้าอกของคนจมน้ำแล้วออกแรงกด

 

แต่อีกฝ่ายยังไม่มีทีท่าจะฟื้นชายหนุ่มเลยเปลี่ยนวิธีมาเป็นการเป่าลมเข้าปาก มือเรียวเอื้อมไปบีบที่จมูกของร่างสูง แล้วประกบริมฝีปากของตัวเองกับอีกฝ่าย ทำแบบนั้นไปสักพักคนหมดสติก็สำลักน้ำออกมา

 

ฟุรุยะ เรย์ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก มือเรียวถูกยกขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก เขาก้มมองสภาพของอีกฝ่าย แผลที่โดนยินยิงช่างน่ากังวลนัก อากาอิ ชูอิจิเสียเลือดไปมากอย่างไรก็ควรไปโรงพยาบาลให้หมอรักษาเร็วที่สุด

 

“หวังว่าคนอย่างนายจะไม่ตายง่ายๆ นะ”

 

ชายหนุ่มลุกขึ้นแบกคนหมดสติเดินหาที่พักในค่ำคืนนี้ สองขาก้าวไปเรื่อยๆ จนเจอถ้ำขนาดเล็กที่น่าจะพอกันลมกันฝนได้ พอเข้ามาในถ้ำก็วางอีกคนลง ฟุรุยะ เรย์จัดการลอกคราบร่างสูงจนเนื้อตัวเปลือยเปล่า ยังไงคงต้องทำแผลให้ก่อน ไม่เช่นนั้นอาการของคนตรงหน้าอาจจะแย่กว่าที่เป็นอยู่ก็ได้

 

มือเรียวถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตัวเองออกแล้วล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อด้านใน ควานหาชุดปฐมพยาบาลขนาดเล็กแบบพกพาที่บรรจุในถุงพลาสติกอย่างดี สามารถกันน้ำได้

โชคดีจริงๆ ที่เขาพกมันมาด้วย บางครั้งการปฏิบัติภารกิจอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บ มีสิ่งนี้อยู่กับตัวรู้สึกปลอดภัยขึ้นอีกนิด

 

ดูเหมือนกระสุนจะทะลุไปจึงไม่ต้องผ่าออก ฟุรุยะ เรย์ลงมือทำแผลให้คนที่นอนอยู่อย่างเบามือ แต่ถึงจะทำแรงอีกฝ่ายก็คงไม่รู้สึกตัวเพราะหมดสติอยู่

 

ตอนนี้มีหลายเรื่องให้เขาต้องคิด เพราะดันเผยตัวปกป้องอากาอิ ชูอิจิจนพวกนั้นรู้ตัว ตอนนี้จึงเหลือสก๊อตซ์เพียงคนเดียวที่สามารถสอดส่ององค์กรได้อย่างใกล้ชิด ที่เขายิงปืนใส่คนเป็นเพื่อนสนิทก็เพื่อให้พวกนั้นรู้ว่าหมอนั่นไม่เกี่ยวข้องกับเขาด้วย

 

ฟุรุยะ เรย์มองคนที่เขาทำแผลให้เรียบร้อยก่อนจะจัดการกับเสื้อผ้าที่เปียกโชกของตัวเองบ้าง ไม่คิดว่าจะมีวันที่ตัวเองต้องมาแก้ผ้าอยู่กลางป่ายามค่ำคืน จะจุดไฟก็ไม่ได้เพราะควันไฟจะทำให้คนพวกนั้นตามเจอ โทรศัพท์มือถือก็พังเพราะจมน้ำ

 

ชายหนุ่มพาดเสื้อผ้าของตัวเองและของอีกคนไว้ที่กิ่งไม้ใกล้ๆ แล้วเดินไปนั่งลงข้างๆ คนเจ็บ มองร่างสูงที่นอนสั่นอย่างน่าสงสาร คงเป็นไข้เพราะพิษจากบาดแผล ฟุรุยะ เรย์ยกมือขึ้นขยี้เส้นผมของตัวเองพร้อมถอนหายใจออกมา เขาไม่คิดว่าจะต้องทุ่มเทให้คนอย่างอากาอิ ชูอิจิขนาดนี้

 

“ยังไงก็อดทนหน่อยแล้วกัน”

“…”

“ฉันไม่ปล่อยให้นายตายง่ายๆ หรอก”

 

พูดจบก็ล้มตัวลงนอนกอดร่างเปลือยเปล่าของคนหมดสติ ช่วยเผื่อแผ่ไออุ่นจากร่างกายของตัวเองให้กับอีกฝ่าย แบบนี้คงช่วยบรรเทาความหนาวได้

 

“ครั้งนี้ถือว่านายติดหนี้บุญคุณฉัน ที่นายทำแผลให้ถือว่าหายกันเพราะฉันเป็นคนช่วยนายไม่ให้ถูกเจ้าพวกนั้นยิงทิ้ง และอุตส่าลากนายขึ้นมาจากน้ำ”

 

หนี้บุณคุณครั้งนี้เขาจะคิดทบต้นทบดอกเลยคอยดู…

 

 

 

อยู่ๆ สก๊อตซ์ก็มาแย่งปืนไปจากเขา ร่างสูงเคลื่อนตัวไปหยุดก่อนที่อีกฝ่ายจะยิงตัวเองได้ทัน อากาอิ ชูอิจิเปิดเผยให้คนตรงหน้ารู้ว่าเขาก็เป็นFBI ที่แฝงตัวเข้ามาในองค์กร และสามารถช่วยให้หนีไปได้ การเจรจากำลังเป็นไปได้ด้วยดี เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังขึ้นมาชายหนุ่มจึงเผลอตัวหันไปมองพร้อมกับเสียงปืนที่ดังขึ้น

 

“คนทรยศต้องถูกลงโทษ”

 

เขาพูดกับเบอร์เบิ้นที่วิ่งเข้ามาใกล้ร่างไร้วิญญาณของสก๊อตซ์ ดวงตาสีฟ้าจ้องมองมาที่เขาอย่างโกรธแค้น

 

 

 

ภาพถูกตัดไปที่ตัวเขาซึ่งแอบหลบอยู่ในรถที่มีคาเมลกับโจ้ดี้นั่งอยู่และกำลังถูกคนกลุ่มหนึ่งตามไล่จับ อากาอิ ชูอิจิ สั่งให้คนของตัวเองเปิดหลังคารถ ก่อนจะเล็งยิงไปที่ล้อของรถคันที่ตามมา จนรถคันนั้นหยุดขวางรถคันอื่นที่ตามมาอีกที ตัวเขาในตอนนี้ตัดผมสั้น ชายหนุ่มย้อนกลับไปหาคนพวกนั้นแล้วยื่นปืนให้เพื่อแลกกับโทรศัพท์มือถือที่อีกฝ่ายถืออยู่

 

“ไงไม่ได้เจอกันนานเลยนะเบอร์เบิ้น ไม่สิตอนนี้เป็นอามุโร่ โทโอรุคุงล่ะสินะ”

เขากรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ ปลายสายนั้นเป็นคนที่รู้จักกันดีครั้งยังอยู่ในองค์กร

“การที่นายบอกชื่อฉายาซีโร่ให้เด็กคนนั้นรู้น่ะถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่เลยนะ ฟุรุยะ เรย์คุง”

 

 

ภาพถูกตัดอีกครั้งคราวนี้เป็นตัวเขาที่สวมบทเป็นโอกิยะ สึบารุกำลังเผชิญหน้ากับอามุโร่ โทโอรุที่ร้านปัวโรต์ เด็กๆ เพื่อนของเจ้าหนูเอโดงาวะ โคนันที่ชอบมาให้เขาช่วยแก้ปัญหาของด๊อกเตอร์อากาสะนึกอยากให้เขาทำแซนวิชที่อร่อยเหมือนคุณอามุโร่จากร้านปัวโรต์ให้ทานเวลาไปเล่นที่บ้าน จึงเป็นเหตุให้เขามาขอสูตรจากอีกคนที่ร้าน

 

ชายหนุ่มผมสีบลอนด์ทองยังคงมองเขาแรงเหมือนทุกครั้งที่เจอเพราะอีกฝ่ายรู้แล้วล่ะว่าเนื้อแท้ข้างในของโอกิยะ สึบารุคนนี้เป็นใคร เขาถูกฟุรุยะ เรย์เกลียดอย่างจริงจังตั้งแต่เรื่องการตายของสก๊อตซ์ เป็นใครก็คงทำใจยากก็เพื่อนรักตายไปทั้งคน

 

แต่อากาอิ ชูอิจิก็ไม่คิดที่จะบอกอีกฝ่ายหรอกว่าแท้จริงแล้วเป็นสก๊อตซ์ที่แย่งปืนจากเขาไปยิงตัวเอง ก่อนที่จะยิงคนคนนั้นคิดว่าเพื่อนของตัวเองที่ตามมาเป็นพวกคนในองค์กร ตอนนั้นถ้าเบอร์เบิ้นไม่วิ่งมาสก๊อตซ์คงไม่ตัดสินใจแบบนั้น…

 

คนรับบทอามุโร่ โทโอรุทนเขากับเด็กๆ ตื๊อไม่ไหวเลยยอมๆ สอนทำแซนวิชให้ และนั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นรอยยิ้มและท่าทางของอีกฝ่ายที่ดูมีความสุขเวลาลงมือทำสิ่งที่ชอบ ทำเอาหัวใจเขากระตุกเลยทีเดียว นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่อากาอิ ชูอิจิ เริ่มสนใจคนคนนี้

 

 

ภาพเหตุการณ์เริ่มเปลี่ยนไปเป็นตอนที่เขาเจออามุโร่ โทโอรุในร้านสะดวกซื้อโดยบังเอิญ อีกฝ่ายยังคงมองมาที่เขาด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร แต่ชายหนุ่มชินซะแล้ว อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนแมวที่ชอบทำตัวขู่คนอื่นไปทั่ว

 

“นายใช้แชมพูกลิ่นนี้เหมือนกันเหรอ ฉันก็คิดว่ามันหอมดี”

 

พอพูดแบบนั้นออกไปคนที่กำลังหยิบขวดแชมพูลงตระกร้าก็วางลงแล้วเปลี่ยนไปหยิบกลิ่นใหม่แทน โอกิยะ สึบารุขำให้กับท่าทีของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะรีบหุบปากเมื่อคนโดนขำหันมามองแรง

 

อามุโร่ โทโอรุไม่ได้พูดอะไรกับเขาเอาแต่เดินหยิบของใช้ส่วนตัวแล้วรีบไปจ่ายเงินที่เค้าเตอร์ คนที่เดิมตามก็หยิบของตามอีกฝ่ายแล้วเอาไปจ่ายเงิน

 

“นายนี่มันชอบเลียนแบบคนอื่นคิดเองไม่เป็นรึไง!”

ออกมาจากร้านก็โดนโวยวายทันที สีหน้าของโอกิยะ สึบารุยังคงประดับด้วยรอยยิ้ม

“ก็เวลาอยู่ใกล้ๆ ตัวนายแล้วได้กลิ่นหอมๆ ฉันก็เลยอยากลองใช้นู่นนี่นั่นตามบ้าง”

“ประสาท!!”

 

 

ภาพเปลี่ยนไปอีกครั้งคราวนี้เป็นที่โกดังร้างแห่งหนึ่ง แม้มันจะถูกไฟไหม้ไปแล้วแต่ร่องรอยของคราบเลือดยังคงอยู่ รู้เลยว่ามันถูกเผาเพื่อทำลายหลักฐานบางอย่าง

 

ครืดดดดด

 

“ว่าไง”

 

เขากดรับสายทันทีเมื่อโทรศัพท์ดัง ก่อนหน้านี้เขาขอให้ลูกน้องช่วยขอภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตรงถนนสายทางไปท่าเรือและทางมาโกดังร้างแห่งนี้จากตำรวจญี่ปุ่น

 

[เราได้ภาพมาแล้วครับคุณอากาอิ ให้ผมเอาไปให้เลยมั้ย]

 

“เอาไปให้ฉันที่บ้าน ฉันกำลังจะกลับ”

 

พอถึงบ้านเขาก็ได้รับภาพถ่ายจากคาเมล ภาพรถMASDA RX-7 สีขาว ที่ปรากฏทำให้ดวงตาสีเขียววูบไหว เขาเชื่อมโยงภาพถ่ายกับที่เกิดเหตุได้เป็นฉากๆ สมองอันแสนชาญฉลาดของเขาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ต่างๆ นานา แต่ไม่มีทางไหนที่คนคนนั้นจะยังมีชีวิตอยู่…

 

ตั้งแต่วันนั้นเขาก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้านดื่มกาแฟเพื่อไม่ให้หลับพยายามคิดวนไปมาแต่ก็ได้คำตอบเดิม เขาดื่มเหล้าเพื่อให้ตัวเองเมาจะได้ยอมรับกับความจริงที่เกิดขึ้นได้ โดยที่หัวใจไม่เจ็บปวดไปมากกว่านี้...

 

 

 

เฮือก

 

ร่างสูงสะดุ้งตื่น ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่หัวไหล่ทำให้ชายหนุ่มนิ่วหน้า อากาอิ ชูอิจิมองไปรอบๆห้อง พบว่าที่นี่คงจะเป็นโรงพยาบาล 

 

เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร… ความทรงจำสุดท้ายเหมือนเขาจะถูกเบอร์เบิ้นช่วยไว้

 

มือหนายกขึ้นมาแตะที่หางตาตัวเอง รู้สึกว่าตอนที่เขาหลับไปจะฝันเห็นอะไรบางอย่าง มันมีทั้งเรื่องที่สุขและทุกข์จนหัวใจแทบรับไม่ไหว เขาคงเผลอร้องไห้ตอนที่ฝันไป รอยเปียกชื้นจากน้ำตายังไม่แห้งดีเลย…

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #21 มิยู♥️ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 20:14
    รอน้าาาา
    อากาอิสู้ๆน้า เราว่าอากาอิคงฝันถึงชาติก่อนเเน่ๆ
    #21
    0
  2. #20 พระจันทร์เอย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 20:09
    พี่ชูสู้สู้! รอตอนต่อไปค้าบบ
    #20
    0
  3. #17 marsmahik (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 16:57
    อากาอิพยายามเข้านะ
    #17
    0