[ BTS X YOU ] All I GOT.

ตอนที่ 6 : All I GOT || Episode : 5 สับสน (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,951
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 194 ครั้ง
    22 ต.ค. 61

"คนแบบเธอมันก็ดีแต่ปั่นหัวผู้ชายไปวันๆ สันดารไม่ต่างจากพี่มันซักเท่าไหร่!!"




ALL I GOT.
Episode 5


ทางเดินร่มไม้ซึ่งทอดยาวไปยังตึกเรียนของคณะในเวลานี้ เต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังเดินกันอย่างขวักไขว่รอบสองข้างทาง บ้างก็นั่งจับกลุ่มกันอยู่บนม้านั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บ้างก็กำลังนั่งปั่นรายงานจนไม่มีเวลาสนใจสิ่งรอบข้าง แสงแดดยามเช้าทำให้บรรยากาศที่มหา'ลัยในวันนี้ดูสดใส ลมเย็นๆ ที่พัดผ่านทำให้รู้สึกเย็นสบาย ความสดชื่นซึ่งรอต้อนรับกับการหายหน้าหายตาไปหลายวัน ทำให้ฉันที่กำลังเดินไปตามทางได้แต่กระชับเสื้อกันหนาวให้เข้าที่ วันที่อากาศเย็นๆ แบบนี้เหมาะดีจังที่จะสร้างความสดใสชดเชยให้กับเรื่องราวแย่ๆ ของชีวิตตัวเอง ใช่แล้ว ในที่สุดฉันก็ได้กลับมาเรียนอีกครั้ง

นับจากสามวันกับการที่ฉันขาดเรียนไป

ฉันกลับมาที่คอนโด ใช้ชีวิตอยู่แต่ในห้อง โดยที่ไม่ออกไปไหนเลยแม้แต่นิดเดียว

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ฉันก็แทบจะไม่อยากปลีกตัวออกไปไหน ไม่อยากพบเจอใคร อยากอยู่กับตัวเอง ใช้เวลาเงียบๆ อยู่ภายในห้องเพื่อให้เวลาช่วยเยียวยารักษา เพราะเรื่องราวของแทมันทำให้ฉันเจ็บปวดจนไม่อยากพบเจอโลกภายนอก บอกตามตรงนับตั้งแต่วันนั้นมา ฉันก็แทบจะไม่ต้องการเห็นหน้าเขาอีกเลย พวกเราไม่ได้เจอกัน และฉันเองก็รู้สึกดีที่ไม่ต้องโดนทำอะไรรุนแรงเหมือนอย่างที่ผ่านมา บางทีเรื่องราวทั้งหมดก็แอบภาวนาให้มันเป็นแค่ฝันร้าย เพียงแต่มันยังคอยตามหลอกหลอนฉันทุกครั้งที่เห็นรอยช้ำๆ พวกนั้นติดอยู่เต็มทั่วตัว กว่ามันจะเริ่มเจือจางก็กินเวลามาจนถึงตอนนี้ ทว่า มันก็ยังไม่หายดี ฉันจึงจำเป็นต้องสวมเสื้อกันหนาวมีฮู๊ดมาด้วย โชคดีที่วันนี้อากาศภายนอกค่อนข้างเป็นใจ

อืม สดชื่นดีจัง ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีด้วยเถอะนะ

"เฮ้! มินอา มินอานี่นา!"

จู่ๆ เสียงที่ฟังดูทุ้มนุ่มก็ตะโกนเรียกชื่อฉันมาแต่ไกล ร่างสูงในชุดเสื้อกันหนาวสีดำกับกางเกงยีนส์สีเข้มขาดๆ เดินตรงมาที่ฉันพร้อมกับผู้หญิงร่างบางซึ่งอยู่ในชุดเสื้อกันหนาวไหมพรมสีแดงกับกางเกงยีนส์รัดรูปสีครีม คนสองคนที่ฉันคุ้นเคย และหนึ่งในนั้นก็กำลังทำหน้าบึ้งตึงไม่ยอมพูดยอมจากับฉันเลยซักคำ ยัยเพื่อนสนิทจอมขี้เป็นห่วงที่ตอนนี้กำลังทำท่างอนตุ๊บป่องเป็นเด็กน้อยขี้โยเย

จองกุก กับ ยัยจินซู นั่นเอง

ฉันคลี่ยิ้มออกมาทันที สองขาก้าวเท้าเดินตรงเข้าไปหาทั้งคู่ด้วยความดีใจ รู้สึกคิดถึงยัยจินซูอย่างบอกไม่ถูก ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งหลายวัน ยัยนี่ยังคงโกรธ แถมยังแกล้งทำเมินฉันอีกต่างหาก

"มินอา เธอนี่มันจริงๆ เลย"

จองกุกเป็นคนเอ่ยปากทักฉัน เขาเดินตรงเข้ามาขมวดคิ้วมุ่นจ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่กลับแฝงไปด้วยการหยอกล้อเล่น แววตาคมโตใสของเขาเป็นประกายแวววาวจนฉันเห็นแล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้ คนๆ นี้ก็ยังใจดี ขี้เล่น แล้วก็ยังสดใสอยู่เหมือนเคย พอเห็นแบบนี้แล้วมันก็ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้บ้าง

"ไม่ต้องบ่นเลย ฉันรู้นะ ว่านายกำลังจะพูดอะไร" ฉันรีบยกมือขึ้นดักไว้ แต่จองกุกกลับไม่สนใจ เขายกมือขึ้นมาตีมือฉันเบาๆ พร้อมทั้งส่งเสียงดุแต่ใบหน้าหล่อกับฉายแววขี้เล่นออกมาอย่างชัดเจน

"ขาดเรียนไปตั้งหลายวัน โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้"

ว่าแล้วก็เอื้อมมือขึ้นมาเขกหัวฉันอย่างหมั่นไส้ไปเบาๆ ทีนึง

ป๊อก~

"จองกุกกกกกกกก"

"รู้ไหมว่ามันทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วงมากแค่ไหน"

ฉันหันไปทำท่าโวยลั่นจนคนขี้เล่นที่กำลังแกล้งแหย่ยิ้มหัวเราะชอบใจยกใหญ่ แหม~ อีตานี่ตัวสูงจนฉันเขกหัวเขาคืนไม่ถึง ให้ตายเหอะ คนบ้าอะไรยิ้มแล้วน่ารักชะมัด หน้าตาน่าเอ็นดูเหมือนกับกระต่ายตัวน้อยเลยจริงๆ

"สรุปวันนั้นเธอหายไปไหนมา"

หลังจากที่แกล้งเล่นจนหนำใจ อยู่ๆ เขาก็จัดการเปิดประเด็นเรื่องที่ฉันหนักใจมากที่สุดขึ้นมา แน่ล่ะ มันน่าหนักใจสำหรับฉัน แต่ก็น่าเป็นห่วงสำหรับคนอื่นอยู่ดี โดยเฉพาะกับคนอย่างจองกุกที่อยู่เป็นเพื่อนฉันในคืนที่ไปเที่ยวเลี้ยงสายรหัสด้วยกันในวันนั้น หลังจากที่ฉันหายตัวไป เขาเองก็คงจะตกใจน่าดู ไม่แปลกที่ร่างสูงจะเอ่ยปากถามเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยความอยากรู้ เจ้าตัวคงกำลังสัยสัย แล้วก็รู้สึกคาใจอยู่มากแน่ๆ

"ฉันหาเธอไม่เจอ พอหันกลับมาอีกทีเธอก็หายตัวไปแล้ว"

"...คือ"

จะบอกว่าเป็นฝีมือ พี่แทฮยองของนาย ก็เกรงใจ ไม่อยากจะพูดซักเท่าไหร่ พวกเขาสองคนดันรู้จักกันไง

ฉันเหลือบมองจินซู เห็นยัยนั่นเองก็กำลังแอบชำเลืองมองฉันด้วยหางตา คิดว่าบางทีมันอาจจะพอเดาเรื่องทุกอย่างออกโดยที่ฉันไม่ต้องเอ่ยปากบอก เพราะจินซูเหมือนจะรู้และเห็นทุกอย่าง นับตั้งแต่วันนั้น วันที่แทบุกคอนโดฉัน ไม่มีทางที่ยัยนี่จะดูไม่ออก เพื่อนฉันไม่ใช่คนโง่ อย่างที่บอก มันทำให้ฉันค่อนข้างมั่นใจว่ายัยนี่รู้เรื่องของฉันกับแทมากพอสมควร

เพียงแต่มันเลือกที่จะไม่เอ่ยปากพูดอะไร ไม่สิ...ไม่สนใจเลยมากกว่า จินซูสะบัดหน้าเดินนำฉันกับจองกุกซึ่งได้แต่กระพริบตาปริบๆ มองตามแผ่นหลังที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำอย่างกับว่าไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แม้แต่หน้าเพื่อนฉันยังทำท่าเหมือนไม่อยากจะมองเลยด้วยซ้ำ พอเห็นแบบนี้ ใจของฉันก็กระตุกวูบ อยู่ดีๆ ก็รู้สึกหน่วง อึดอัดจนอยากร้องไห้ออกมาดังๆ ยัยนี่ยังโกรธฉันอยู่ แถมดูท่าจะโกรธมากด้วย

"ถามจริง โกรธกันอยู่หรือไง"

"ห๊ะ?"

"เธอกับจินซูอ่ะ"

จู่ๆ จองกุกที่ยืนนิ่งไปพักหนึ่งก็เอ่ยปากถาม ชายหนุ่มแอบลอบสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับจินซูหลังจากที่เพื่อนสนิทของเธอหยุดเรียนไปหลายวันจนแทบไม่เป็นอันทำอะไร คอยเป็นห่วงแต่ก็ยังทำเป็นปากไม่ตรงกับใจ พอถามก็ชอบทำแถคำพูดโน่นนี่ไปเรื่อย จนเขาอดไม่ไหวตัดสินใจถามคนตรงหน้าแทน เพราะจินซูไม่ยอมบอกอะไรเขาซักที อันที่จริงถ้าเป็นปกติตัวเขาแทบไม่เคยสนใจเรื่องของคนอื่นเลยด้วยซ้ำ แต่ว่าครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน เพราะเรื่องทั้งหมดมันเกี่ยวข้องกับตัวของมินอา และเขาก็แค่...เป็นห่วงเธอจากใจ

ไม่อยากให้เธอต้องมานั่งทะเลาะกับเพื่อนแบบนี้ แค่มองแว่บเดียวก็รู้แล้วว่าเธอกำลังกลุ้มใจ มีเรื่องไม่สบายใจอยู่

"..." ฉันได้แต่หันหน้าไปมองเขาอย่างไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี มันตื้อๆ เหมือนไปต่อไม่เป็น

"ตกลงยังไง"

"จองกุก..." พูดไปน้ำตาก็เหมือนกับจะกลั้นไว้ไม่อยู่ หลังจากวันนั้น ก็แทบจะไม่ได้คุยหรือติดต่ออะไรกันอีกเลยเพราะโทรศัพท์ฉันพัง แถมจินซูก็ไม่ยอมพูดยอมจากับฉันซักคำ หน้านี่ยังแทบไม่อยากจะมอง รู้สึกอึดอัดจนไม่รู้จะทำยังไง อยากทึ้งหัวตัวเองให้ตายๆ ไปซะเดี๋ยวนี้เลยก็ได้

"จินซูไม่พูดกับฉันเลย"

พูดไปน้ำตาก็ไหลคลอเต็มดวงตาทั้งสองข้าง ฉันพยายามสะกดกลั้นความอัดอั้นที่ไม่สบายใจจนใบหน้ายู่เยินทำให้จองกุกที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาฟัง ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นแสดงท่าทีลนลานจนต้องรีบยกมือขึ้นมาห้ามปรามฉันไว้ด้วยความลุกลี้ลุกลนอย่างคนทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นฉันเริ่มซึม น้ำตาไหลคลอเบ้า

"เดี๋ยวๆ ไม่เอานะ อย่าร้อง"

ใช่ว่าเขาอยากจะเห็นเธอร้องไห้ซะเมื่อไหร่ พอเป็นแบบนี้เขายิ่งทำตัวไม่ถูก พ่ายแพ้กับน้ำตาของผู้หญิงตรงหน้านี้โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ

"ทำยังไงดี จินซูโกรธฉัน ยัยนั่นแทบไม่อยากมองหน้าฉันเลยด้วยซ้ำ"

"ใจเย็นๆ เล่าได้แต่ห้ามร้อง ตกลงมั้ย"

"ฮึก ฉันผิดเอง มันคงเกลียดฉันแล้ว จองกุก ทำยังไงดี"

ทันทีที่ฉันเริ่มสะอื้น มือขาวๆ ของคนตัวสูงที่ยืนชิดอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามก็เอื้อมเข้ามาจับแก้มทั้งสองข้างไว้ ใบหน้าหล่อขาวใสยื่นเข้ามาใกล้ พร้อมทั้งจ้องมองอย่างต้องการจะปลอบประโลมแต่แฝงไปด้วยความจริงจัง

"บอกว่าอย่าร้องไง ไม่เอา"

คิ้วเข้มขมวดมุ่น พร่ำบอกฉันอย่างเป็นห่วงทั้งๆ ที่ห่วงใย

"แต่...จินซูอาจจะเกลียดฉัน"

"เกลียดบ้าเกลียดบออะไร" เสียงทุ้มดังแทรกขึ้นทันควัน คำพูดตรงๆ ที่ต้องการเรียกสติไม่ให้คิดไปเองทำให้ฉันได้แต่ช้อนดวงตาใสขึ้นมอง ร่างสูงเม้มริมฝีปากบางเป็นเส้นตรง ส่งสายตาเอ็นดูมาให้พร้อมทั้งน้ำเสียงที่กำลังกลั้นหัวเราะไปกับความคิดมากที่เหมือนเด็กๆ มันเริ่มทำให้ฉันรู้สึกเขินจนต้องรีบหลุบหน้าลงต่ำ "ช่วงที่มินอาหยุดยัยนั่นไปหาเธอที่คอนโดหลังเลิกเรียนทุกวันเลยนะ"

"..."

ร่างสูงยังคงพูดบอก เขาเพียงแค่พูดไปตามความจริงกับสิ่งที่เห็นเพื่อต้องการทำให้มินอารู้สึกสบายใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าจินซูแอบแวะไปหาเพื่อนสนิทตัวเองที่คอนโดหลังเลิกเรียนทุกวัน นั้นก็เพราะยัยนั่นเป็นห่วงมินอายิ่งกว่าอะไร สองคนนี้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาโดยตลอดทำไมเขาจะไม่รู้

จินซูเป็นเพื่อนที่ดี แต่มินอาคือคนที่อยู่ในสายตาเขามาตั้งแต่ต้น หลายๆ เรื่องที่เขามักจะรู้ดียิ่งกว่าเจ้าตัว ซึ่งบางที มินอาอาจจะไม่ทันได้สังเกต ว่าเขาแอบสนใจเธออยู่ตลอดเวลา

"แถมจินซูยังคอยจดโน้ตให้เธอด้วย"

...เดี๋ยวนะ

ฉันอึ้งไปในทันที ดวงตาเบิกกว้างพร้อมทั้งสั่นไหว เผลอหลุดยิ้มออกมา เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากปากจองกุก จนคนเล่าอย่างเขาต้องหลุดหัวเราะตามไปด้วยเมื่อเห็นปฏิกริยาทางด้านอารมณ์ที่กำลังเริ่มเปลี่ยนไปของฉัน

เรื่องจริงเหรอ!

"แล้วงานกลุ่มยัยนั่นก็ยังใส่ชื่อเธออยู่เหมือนเดิม แน่นอนว่ามีฉันด้วย"

"..."

"เพราะงั้น เลิกคิดมากได้แล้ว ถ้าอยากคืนดีก็รีบไปง้อ ไม่ใช่มานั่งงอแง"

"จินซู~"

โอ๊ย ฉันเผลอหลุดปากออกมาจนได้ มันดีใจจนเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมา ยัยนั่นยังเป็นห่วงฉันอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้เกลียดหรือเหม็นขี้หน้าอะไร น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจแล้วแท้ๆ แต่ฉันก็ยังคิดมาก คิดนู่นนี่เยอะแยะไปหมด สามวันที่หยุดไปนี่ฉันกลุ้มใจมาโดยตลอด มันเหมือนยังไม่เคลียร์ ยังไม่โล่งใจซักที อันที่จริง เราเป็นเพื่อนกันมานาน แต่น้อยครั้งที่ฉันกับมันจะทะเลาะกันแรงขนาดนี้ นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่จินซูทำเย็นชาใส่มากที่สุด ฉันเลยรู้สึกกลัวและกังวลไปหมด

เพราะเป็นห่วงมาก จินซูเลยโกรธฉันมาก...ก็แค่นั้น

พอรู้แบบนี้ ในใจมันก็รู้สึกตื้นตัน จากเมื่อกี้ที่ความรู้สึกมันดิ่งวูบ ตอนนี้กลับดีใจจนกลั้นยิ้มไว้แทบไม่อยู่ เอาจริงๆ เรื่องเพื่อนนี่เรื่องใหญ่นะ ทะเลาะกับเพื่อนทีฉันคิดว่ามันน่าหนักใจยิ่งกว่าทะเลาะกับแฟนซะอีก อ้าว! นี่ฉันนึกอะไรพวกนี้ออกมาได้ยังไง ฉันยังไม่มีแฟนเลยซักหน่อย เพ้อเจ้อไปเรื่อย พอดีใจแล้วชอบคิดอะไรไม่รู้เรื่องแบบนี้ทุกที

"มินอานี่เหมือนเด็กเลย ฮะๆ"

ขนาดจองกุกยังส่ายหัวให้ คิดดูสิ เขาหัวเราะเบาๆ พร้อมกับเอื้อมมือขึ้นมาดึงแก้มฉันจับยืดไปมาจนต้องเผลอยู่หน้า แต่ก็ทำได้แค่ปล่อยให้เขาบีบเล่นอย่างสนุกสนานหัวเราะชอบใจจนไม่กล้าขัด เพราะกลัวเสียมารยาท (?) จนกระทั่ง จู่ๆ ในตอนนั้นเองที่สายตาดันเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างซึ่งอยู่ห่างออกไป รถสปอร์ตคันหรูที่แสนคุ้นตาขับเทียบจอดเข้าข้างทาง ร่างสูงโปร่งของคนที่ทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบวาบเต้นรัวแรงจนรู้สึกร้อนไปทั่วทั้งตัว ค่อยๆ ก้าวขาออกมาช้าๆ พร้อมกับรูปร่างผอมเพรียวบางของผู้หญิงหน้าตาดีซึ่งอยู่ในชุดเน้นสัดส่วนเว้าโค้งน่าดึงดูดจนหลายๆ คนต้องหันมองตาม เธอคนนั้นหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับ...พี่รหัสฉัน!

พี่จีน่า กับ แทฮยอง!!

เมื่อยืนยันทางสายตาจนแน่ใจว่าเป็นสองคนนั้นจริงๆ มือฉันก็เริ่มสั่นขึ้นมาทันที เม็ดเหงื่อเริ่มซึมออกมาจนรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด ภาพตรงหน้าทำให้ใจฉันหน่วงพิกล เมื่อแทเดินไปเปิดท้ายรถหยิบถุงกระดาษขึ้นมายื่นให้พี่จีน่าซึ่งเดินตามมาเกาะแขนเขาด้วยท่าทางสนิทสนม ใบหน้าขาวสวยคมของเธอยื่นเข้าไปกระซิบพูดอะไรซักอย่างข้างๆ หู ก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน ภาพทุกภาพทำให้ฉันอึ้งจนหายใจติดขัด รู้สึกจุกอย่างบอกไม่ถูก ฉันไม่เคยเห็นแทยิ้มแบบนั้นมาก่อน ไม่เคยได้รับรอยยิ้มจากเขาเลยซักครั้ง

แทบไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำว่าคนแบบเขาจะยิ้มน่ารักแบบนั้นกับคนอื่นเป็น

พอเห็นแล้วข้างในอกก็เริ่มหนักอึ้งจนรู้สึกหวิว ใบหน้าคมเรียวของผู้ชายที่ชอบทำแต่เรื่องเลวๆ ใส่ฉัน กำลังคลี่ยิ้มบางให้กับพี่จีน่าที่กำลังเอี้ยวลำคอขาวของเขาลงมาแตะริมฝีฝากประทับรอยจูบเบาๆ อย่างไม่สนใจสายตาของผู้คนมากมายที่กำลังจับจ้องมองด้วยความดึงดูด คนทั้งคู่ที่ทั้งสวยหล่อ ดูดีไปหมดทุกสัดส่วน ไม่แปลกที่พวกเขาจะกลายเป็นจุดสนใจได้มากมายขนาดนี้

และอาจจะเป็นเพราะอาการที่เริ่มแปลกประหลาดไป มันเลยทำให้จองกุกสังเกตุเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของฉัน เขายืนนิ่ง จ้องมองใบหน้าที่กำลังมองค้างไปทางด้านหลังจนต้องเอี้ยวตัวหันไปมองตาม

"อ้าว พี่แทนี่นา มากับพี่จีน่าแต่เช้าเลย"

ฉันสะอึกแทบจะในทันที

"เฮ้! พี่แท"

เฮ้ยยยยยย!! อะไรเนี่ยยยยย อยู่ดีๆ จองกุกก็ไปตะโกนเรียกชื่อเขาเฉย ไม่พอแค่นั้น! เขายังโบกไม้โบกมือให้ ทั้งๆ ที่มืออีกข้างยังจับอยู่ที่แก้มฉันไม่ไปไหน บ้าเอ๊ย! หยุดนะ อย่าไปเรียก เดี๋ยวเขาหันมาเห็นฉันพอดี

"อยู่นี่พี่"

ไม่ทันแล้ว แทกับพี่จีน่าพร้อมใจกันหันมามองที่เราสองคนเป็นตาเดียวกัน โถ่เอ๊ย! ให้ตายเหอะ เห็นจนได้ ก่อนหน้านี้ฉันก็เพิ่งจะโดนด่าว่าเสือกไป เรื่องราวหลังจากตอนนั้นเราจากกันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะฉันดันรีบหนีกลับคอนโดมาจนผ่านไปสามวันที่เราทั้งคู่ไม่ต้องเจอหน้ากัน เป็นแบบนี้มันก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ แต่ตอนนี้จองกุกกำลังทำฉันซวย เพราะแทอาจจะกลับมาตามจ้องล้างจองผลาญฉันอีกก็ได้ แล้วนั่นไง! พี่จีน่าโบกมือทักทายเราสองคนแล้ว โอ๊ยยย ฉันรีบหันหน้าไปมองผู้ชายตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอทันที ใจฉันเต้นไม่เป็นส่ำ คิดว่าต้องโดนอะไรเข้าซักอย่าง แต่ว่าแท...

...

แททำเพียงแค่ปรายตามอง สายตาเขาเรียบนิ่ง มันดูว่างเปล่า ว่างเปล่าจนรู้สึกใจหายไปหมด กระทั่งเขาหันกลับไปคุยกับพี่จีน่าต่อ ทำเหมือนไม่สนใจ ทำเหมือนกับว่าไม่เห็นอยู่ในสายตา

"เอ้า! อะไรของพี่เขาวะ เมินกันเฉยเลย"

ใช่ เขาเมิน เมินจนถึงขนาดที่จองกุกต้องยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองแก้เก้อด้วยท่าท่างที่งุนงง แต่ฉันกลับใจหวิวหนักขึ้นกว่าเก่า อะไรกัน...

ทำไมเขาไม่เข้ามาทักจองกุกล่ะ พวกเขารู้จักกันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมต้องทำสายตาแบบนั้น สายตาที่เมินทำเหมือนมองไม่เห็น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นก็ขยันตะคอก ขยันก้าวร้าว ชอบเข้ามาบังคับให้ทำนู่นทำนี่อยู่เรื่อย คนสันดารเสียที่ชอบทำอะไรรุนแรง เจ้าอารมณ์ ขี้โมโห แถมยังคอยหักหน้า ทำให้เสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เคยนึกถึงจิตใจฉันเลยซักครั้งเดียว แต่คราวนี้ ทำไมถึงไม่พูดอะไรเลยล่ะ

ทำไมถึงยังทำเป็นคุยเล่นกับพี่จีน่าได้ โดยเหมือนกับว่าไม่รู้สึกอะไรเลยซักอย่าง

พวกเขาเป็นอะไรกันแน่นะ

ภาพของคนทั้งสองที่ดูดีมากๆ เหมาะสมกันยิ่งกว่าอะไรกำลังแล่นฉายผ่านสายตาทั้งสองข้างราวกับภาพบาดตาที่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา ฉันลอบกลืนน้ำลายลงลำคอที่แห้งผากเมื่อเห็นมือเรียวๆ ของแทเอื้อมยกขึ้นเกลี่ยไปบนผิวแก้มเนื้อเนียนของพี่จีน่าอย่างอ่อนโยน ทั้งคู่ยังคงยิ้มให้กันจนวินาทีสุดท้ายที่ต้องแยกกันไปทำภารกิจของตัวเองต่อ ร่างสูงเดินกลับขึ้นรถไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะหันกลับมามอง เสียงเครื่องยนตร์ถูกสตาร์ทดังขึ้นก่อนที่รถคันหรูจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า พร้อมกับพี่จีน่าที่แยกตัวเดินไปยังตึกเรียน ในที่สุดพวกเขาก็แยกย้ายกันไปได้ซักที

ทิ้งไว้ให้หลงเหลือเพียงแค่ฉันกับความรู้สึกแปลกๆ ที่กำลังตีวนอยู่ภายในหัวไม่หยุดหย่อน

มันรู้สึกหวิว หวิวทั้งๆ ที่พูดอะไรไม่ออก แต่ที่มากยิ่งกว่านั้นบางทีอาจจะเป็นตัวฉันเองที่กำลังรู้สึกสับสน กระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก มันแปลกตรงที่นึกไม่ถึงว่าทำไมฉันต้องมานั่งรู้สึกอะไรบ้าๆ แบบนี้ ทำไม...

ไม่เข้าใจเลย...









#เลิกเรียน

แย่ที่สุด เรียนแทบไม่รู้เรื่องเลยซักอย่าง เพราะแทคนเดียวที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้

ตั้งแต่เมื่อเช้า ฉันก็แทบจะไม่มีอารมณ์ทำอย่างอื่นต่อ ไม่รู้ทำไม แต่ในใจมันคิดแต่เรื่องของเขาวนเวียนอยู่เต็มหัวไปหมด พยายามหยุดคิด พยายามล้มเลิกแต่ภาพของแทมันก็ยังคงเด่นชัดไม่ยอมจางหายไปซักที ฉันต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่เอาแต่คิดถึงเรื่องของเขา

ทั้งๆ ที่เขาเองก็ร้ายกับฉัน แต่ฉันก็ยังไปคิดถึงแต่เรื่องของคนเลวๆ แบบนั้น

เกลียดจริงๆ เกลียดทั้งตัวเอง เกลียดทั้งแท!

กว่าจะเลิกเรียนก็เกือบค่ำแล้ว วันนี้เรียนทั้งวันจนร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้าไปหมด ฉันไม่มีโอกาสได้เข้าไปง้อจินซูอีกเหมือนเคย เพราะดันมัวแต่คิดบ้าอะไรอยู่ก็ไม่รู้ แถมพอเข้าห้องไป ยัยนั่นก็ดันไปนั่งกับคนอื่น ใจร้ายสุดๆ ไม่เปิดโอกาสให้เพื่อนเธอได้เข้าไปง้อบ้างเลยเหรือไง ยังดีที่มีจองกุกนั่งเป็นเพื่อน วันนี้ทั้งวันเขาคอยไปไหนมาไหนกับฉันในช่วงพักเที่ยง พาไปกินข้าวที่โรงอาหาร ทำให้ไม่เหงา ไม่งั้นฉันต้องเฉาตายแหงๆ อันที่จริง เย็นนี้จองกุกก็ชวนฉันออกไปหาอะไรกินหลังเลิกเรียนอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ฉันกลับไม่มีอารมณ์ทำอะไรเลยซักอย่าง เลยขอตัวกลับบ้านก่อน เขาเองก็เหมือนจะดูรู้ว่าฉันกำลังมีเรื่องไม่สบายใจ เลยปล่อยให้ฉันกลับบ้านมาแบบง่ายๆ ปล่อยให้ฉันมีเวลาได้อยู่กับตัวเอง อืม จองกุกนี่เป็นคนดีเหมือนกันนะ เขานับเป็นเพื่อนที่พอจะเข้าใจฉันอยู่บ้างในระดับหนึ่งเลยล่ะ

แต่ว่าฉันนี่สิ เบื่อตัวเองสุดๆ ไม่รู้จะทำยังไง มันน่าเบื่อไปหมด ทำไมฉันถึงรู้สึกแบบนี้ก็ไม่รู้

เฮ้อ ให้ตายเหอะ

หมับ~!!

ในระหว่างทางที่ฉันกำลังเดินก้มหน้าโดยใช้เท้าเตะฝุ่นเล่นไปมา จู่ๆ มือปริศนาของใครบางคนก็ตรงเข้ามากระชากแขนฉันไว้จากมุมตึกจนสะดุ้งเฮือก เผลอส่งเสียงร้องออกมาแต่กลับถูกเขาดันตัวอัดกระแทกเข้ากับกำแพง ท่ามกลางความมืด ร่างสูงโปร่งยืนหันหน้าชนแนบชิดติดกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน ก่อนที่เขาจะยกแขนขึ้นมากั้นไว้ไม่ให้หนีไปไหน

"ช้าชิบหาย"

เสียงแบบนี้...มัน...

"ค่าเสียเวลา"

จู่ๆ เรียวหน้าหล่อคมภายใต้เงาสลัวๆ ก็โน้มหน้าลงมากดริมฝีปากประกบบดขยี้ด้วยความเอาแต่ใจทันที ใจของฉันตกวูบไปถึงตาตุ่ม เมื่อลิ้นร้อนไล่ตวัดต้อนไปทั่วทุกมุมปากจนไร้หนทางหนี ได้แต่ปล่อยให้เขาลิ้มรสจูบไปตามอำเภอใจอย่างขัดขืนอะไรไม่ได้ มันอะไรกันเนี่ย แทมาอยู่นี่ได้ไง??

เขามาดักรอฉันงั้นเหรอ!?

"อะ อื้ออออ เอ็บอ๊ะ! (เจ็บนะ) " เสียงถูกเปล่งออกมาในขณะที่ฉันเผลอทุบไหล่เขาไปอย่างบ้าคลั่งเมื่อคนสารเลวตรงหน้าเริ่มเล่นสนุกกับการกัดลิ้นฉันจนกลิ่นคาวเลือดคลุ้งอยู่เต็มปากไปหมด แต่แทก็ไม่สะเทือนเลยซักนิด เขายังคงดูดเม้มกลิ่นคาวสีแดงคล้ำไปจนหนำใจ พลางถอนจูบออกอย่างช้าๆ บ้าชะมัด ทุกครั้งที่เจอหน้าฉันมักจะได้แผลติดตัวกลับมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเข่า ทั้งปาก ทั่วทั้งร่างกาย มันต้องเจ็บปวดเพราะเขาตลอด

คราวนี้คิดจะทำอะไรกับฉันอีกล่ะ

"ไง ไม่เจอกันแค่สามวันลืมหน้าผัวตัวเองไปหรือยัง"

"แท!"

"หรือว่าไประริกระรี้กับผัวใหม่ มีแค่คนเดียวยังไม่พอใจอีกเหรอไง"

"พูดอะไรของแทเนี่ย!"

ฉันผลักตัวเขาออกอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด มาถึงก็ตอกหน้ากันด้วยคำพูดเจ็บๆ แบบไร้มารยาท ทั้งๆ ที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยซักอย่าง เป็นหมาบ้าหรือไง!

"มากับฉัน" ใบหน้าหล่อแลบลิ้นเลียริมฝีปากหยักหนา คิ้วคมเข้มขมวดมุ่นแววตาเหยียดเหมือนอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา มือแกร่งเอื้อมคว้าท่อนแขนเล็กฉันไว้อีกทั้งยังออกแรงบีบบังคับลากฉันให้เดินตามมาที่รถของเขา จัดการผลักจนร่างเซถลาล้มเข้าไปข้างใน พร้อมทั้งปิดประตูอัดใส่หน้าอย่างแรงโดยไม่มีความถนอมเลยแม้แต่นิดเดียว ร่างสูงแทรกตัวเข้ามานั่งข้างๆ เหยียบคันเร่งพร้อมทั้งขับรถออกมาทันที

อะไรของเขาเนี่ย ก่อนหน้านี้ยังทำเป็นเมินกันอยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้กลับมาบังคับทำรุนแรง ชอบทำให้ฉันคิดมากอยู่เรื่อย คนแบบเขามักจะมีเรื่องแปลกประหลาดเข้ามาคอยรบกวนจิตใจฉันอยู่ตลอดเวลา ครั้งนี้เองก็เช่นกัน

คิดจะพาฉันไปไหนนะ แทเป็นอะไรกันแน่

ฉันนั่งเงียบ จ้องมองดูใบหน้าด้านข้างที่หล่อเหลาไปหมดทุกสัดส่วน ทั้งจมูกโด่งเป็นสัน เรียวหน้าคม ริมฝีปากหยักสวย เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวตัวโคร่งซึ่งเว้าลงมาจนเกือบเห็นแผงอกเนียนนั่น ทุกสัดส่วนของร่างกายที่น่าหลงใหล แต่ฉันกลับไม่เคยเข้าใจอะไรในตัวเขาเลยซักอย่าง จนดูเหมือนแทจะรู้ตัวว่าฉันแอบจ้องมองเขาอยู่ เลยหันมากระแทกเสียงใส่หน้ากันอีกครั้งจนฉันสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย

"มีปัญหาอะไรอีก"

น้ำเสียงแข็งกระด้างที่ทักท้วงมา ทำให้ฉันต้องรีบหันหน้ากลับมาอีกทาง เมื่อกี้ดันลืมตัวเผลอจ้องหน้าเขาไปตั้งนาน แทต้องเห็นแน่ๆ

"แทจะพาไปไหนเหรอ"

"ไปปล่อย"

ฉันหันขวับกลับมาชักสีหน้าใส่เขาทันที

"เอาไปปล่อยป่า"

แต่แทกลับดึงหน้าหนักกว่า ใบหน้าเขาเหมือนจะแสดงอาการหงุดหงิดว้าวุ่นใจมาก ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร จึงได้แต่รีบตอบกลับไป

"ไม่เอา ไม่ไป"

"ทำไม ก็เห็นชอบแรดไปเรื่อย ไม่ดีหรือไงส่งแรดคืนสู่ป่า"

ไอ้บ้านี่ มันด่าอะไรของมัน จะเจ็บก็เจ็บ แต่ก็เหมือนอยากจะร้องไห้มากกว่า

"เลิกยุ่งกับน้องฉัน"

"หืม?"

"ไอ้จองกุกไง เลิกยุ่งกับมัน!"

จู่ๆ เสียงทุ้มแหบก็เริ่มตะเบงดังขึ้น จนฉันที่ฟังอยู่ได้แต่นิ่งไปพักหนึ่ง ทำไม! เขาเป็นอะไร? ในใจเกิดคำถามจนต้องหันหน้าไปหาเขาอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก

"ทำไมล่ะ จองกุกเป็นอะไรเหรอ"

"มันไม่ได้เป็นอะไร แต่ฉันไม่อยากให้คนแบบเธอเข้าไปยุ่งกับมัน"

"ห๊ะ??" ฉันทำหน้าไม่เข้าใจทันที

อะไรของเขาวะ คนแบบฉันมันทำไม แล้วเขามีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน ไร้สาระ ไม่เห็นเกี่ยวเลยว่ารู้จักกันแล้วฉันจะต้องห้ามยุ่ง ก็จองกุกเป็นเพื่อนฉันคนหนึ่งเลยนี่นา

"เพื่อนกันทำไมถึงยุ่งไม่ได้ล่ะ"

"บอกว่าห้ามยุ่งก็คือห้ามยุ่งไง!!" แทเริ่มเหวี่ยง สีหน้าเขาแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าเริ่มโมโหขึ้นเรื่อยๆ จนฉันเองก็รู้สึกขัดใจ จู่ๆ เป็นบ้าอะไร ทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโต นี่เริ่มหงุดหงิดจนต้องกัดริมฝีปากตัวเอง สบถลมหายใจออกมาหนักๆ อยากจะบ้าตายจริงๆ มีอย่างที่ไหนมาบังคับให้คนอื่นเลิกยุ่ง สั่งโน่นสั่งนี่ คิดว่าจะต้องทำตามหรือไง ทำเป็นหวงน้องไปได้

"แทเป็นใครมาสั่ง"

"อย่ามาปากดี"

เอ้า! เอาอีกแล้วไง ดูดิ! ผีบ้าเข้าสิงอีกแล้ว

"เป็นอะไร ทำไมต้องอยากยุ่งกับมันนักหนา"

"ก็บอกไปแล้วไงว่าเป็นเพื่อน เป็นเพื่อนกันมันผิดตรงไหน!"

"เถียงเก่งชิบหาย!"

นอกจากจะเป็นผีบ้า แล้วยังเริ่มหยาบคายอีกต่างหาก คนอะไรของเขาวะเนี่ยยยยยย!!~

"แล้วแทมายุ่งอะไรด้วย!!"

ทันทีที่ฉันเผลอตะคอกกลับไปเสียงดัง แทก็ดูเหมือนจะสตั๊นกลางอากาศไปหลายวิทันที จากตอนแรกที่เป็นแค่การถกเถียงกันไปมา ตอนนี้ดูเหมือนผู้ชายขี้หงุดหงิดตรงหน้าจะเริ่มมีน้ำโหหนักขึ้นเรื่อยๆ ร่างสูงดูเหมือนจะนั่งนิ่งไปพักหนึ่ง กำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดที่แขนปูดขึ้นมาหนักกว่าเก่า เอ่ยคำพูดทำร้ายจิตใจออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกจนใจฉันเจ็บแปล็บปวดหน่วงไปหมด

"คนแบบเธอมันก็ดีแต่ปั่นหัวผู้ชายไปวันๆ สันดารไม่ต่างจากพี่มันซักเท่าไหร่"

คำพูดที่บาดลึกลงกลางใจ กระแทกเข้าใส่จนคนฟังอย่างฉันได้แต่เม้มริมฝีปากแน่น ความอดทนเริ่มเกิดขีดจำกัด แย่อ่ะ! แย่มาก! คนแบบฉันมันก็เจ็บเป็น เสียใจเป็น ความอดทนฉันมีมากพอ แต่ก็ใช้ไม่ได้สำหรับคนแบบเขา

"ทำไมแทต้องพูดแบบนี้"

ด้วยความทนต่อไปอีกไม่ไหว ฉันจึงได้แต่เปรยออกมาเสียงเบา พยายามระงับอารมณ์ สะกดกลั้นความรู้สึกโมโหและเสียใจอย่างสุดความสามารถ จนหยดน้ำใสๆ เริ่มไหลลงมาอย่างควบคุมต่อไปอีกไม่ไหว

"มันจะเกินไปแล้วนะ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย"

พูดไปก็ได้แต่สะอื้นไป อีกครั้งแล้วที่เขาทำร้ายจิตใจฉันด้วยคำพูดโหดร้ายพวกนั้น อีกครั้งแล้วที่ฉันต้องร้องไห้ ต้องเสียใจเพราะคนที่ไม่เคยเห็นคุณค่าอะไรในตัวฉันเลย

พอเห็นฉันเริ่มร้องไห้ แทก็ตัดสินใจหักพวงมาลัยเลี้ยวจอดเข้าข้างทาง ร่างสูงหันกลับมาจ้องฉัน สายตาคมกริบที่เหมือนกับเสือร้ายไล่มองไปทั่วใบหน้า ขมวดคิ้วราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนที่มือเรียวจะค่อยๆ ยื่นตรงเข้ามาทำท่าเหมือนจะสัมผัสลงบนผมฉันอย่างแผ่วเบา

เพียงแต่ในครั้งนี้ฉันกลับสะบัดมันทิ้งอย่างไม่สนใจใยดี

ฟึ่บ~

"ไม่ต้องมายุ่ง"

แทชะงักไปในทันที มือเรียวของเขาหยุดนิ่งค้างอยู่กลางอากาศ และฉันกำลังสัมผัสได้ถึงรังสีน่ากลัวอะไรซักอย่างซึ่งแผ่ออกมาจากตัวเขาช้าๆ

"เออดี!" เสียงทุ้มใหญ่สบถดังลั่นรถ มือเรียวสวยกำแน่น ก่อนที่แทจะตะคอกใส่หน้าฉันอย่างเหลืออดจนเผลอสะดุ้งเฮือกขึ้นมา "งั้นก็ลงจากรถไปเลยไป!"

"แท..."

"บอกให้ลงไปไง ลงไปเซ่!!!"

คราวนี้มันดังลั่นซะจนหูแทบแตก ฉันนั่งตัวสั่น จ้องมองใบหน้าเขาทั้งน้ำตา ในใจเจ็บแปล็บ ย้อนนึกไปถึงเรื่องราวก่อนหน้า เขาทำแบบนี้อีกแล้ว ไล่ฉันลงจากรถอีกแล้ว ทั้งๆ ที่เหตุการณ์คราวนั้นฉันเกือบเป็นอะไรไปเพราะการกระทำเลวๆ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะทำมัน โอเค! ครั้งนี้ฉันเองก็จะไม่ทนอีกต่อไปแล้วเหมือนกัน

อยากไล่อยากทำอะไรก็เชิญตามสบาย จะเป็นบ้าเป็นอะไร ก็เชิญประสาทไปคนเดียว

คิดได้แบบนั้น ฉันก็ตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถเขาทันที ในเมื่อต้องการให้ลง ฉันลงให้ก็ได้! เมื่อปลายเท้าแตะลงกับพื้น แทก็รีบเหยียบคันเร่งขับออกไปด้วยความเร็ว ทิ้งฉันไว้คนเดียวท่ามกลางความมืดกับป้ายรถรางรับส่งนักศึกษาซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเปลี่ยวๆ โชคดีที่ตรงนี้ยังอยู่ภายใต้รั้วมหาลัย มันเลยยังพอมีไฟบ้าง จะว่าเปลี่ยวมันก็ยังพูดได้ไม่เต็มปาก แค่ที่ตรงนี้ไม่ค่อยมีคนผ่าน มันเลยค่อนข้างวังเวงอยู่มากพอสมควร

ให้ตายเหอะ เป็นแบบนี้ทุกที ดูสิ นั่งรถมากับเขาทีไร ชอบเป็นแบบนี้ตลอด

โดนทิ้งไว้กลางทางตลอด

ตอนนี้น่าจะประมาณสองทุ่มกว่าเห็นจะได้ ฉันไม่ค่อยมั่นใจว่าที่มอยังพอมีรถรางขับรับส่งอยู่หรือเปล่า ด้วยความที่ตรงนี้เป็นป้ายที่ไม่ค่อยมีคนขึ้นคนลง ฉันเลยกังวลกลัวว่าเวลานี้เขาอาจจะไม่ขับผ่าน และบางทีมันอาจเป็นฉันที่ต้องเดินกลับ โถ่เอ๊ย! เอาอีกแล้ว ฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้อีกแล้ว

กลัวจัง กลัวจะเจอเรื่องแย่ๆ เหมือนครั้งที่แล้ว ตอนนี้รู้สึกไม่ปลอดภัย...

ไม่ปลอดภัยจริงๆ กลัวไปหมด

นี่เขาเคยสงสารฉันบ้างไหมเนี่ย

ฉันได้แต่นั่งก้มหน้า หาทางว่าจะทำยังไงกับชีวิตตัวเองต่อไปดี ระหว่างที่คิดน้ำตาก็ไหลรินออกมาเรื่อยๆ ขอบตาฉันร้อนชื้นไปหมด ทั้งเสียใจ ทั้งเจ็บใจ ทั้งกลัวและหวาดระแวง เรื่องของไอ้โรคจิตครั้งที่แล้วมันค่อนข้างสร้างบาดแผลภายในใจฉันมากพอสมควร และในตอนนี้ตัวฉันเองก็ทำอะไรไม่ได้เลยซักอย่าง

แย่ชะมัด คนแบบเขานี่มันแย่จริงๆ

ดีแต่โมโหร้าย ชักสีหน้า แต่ไม่เคยยิ้มให้กันเลยซักครั้งเดียว ทีกับคนอื่นยิ้มแย้มทำตัวน่ารัก แต่กับฉันชอบใช้อารมณ์ ความรุนแรง ทำมาเป็นห้ามนู่นห้ามนี่ ห้ามไม่ให้ฉันยุ่งกับจองกุก แต่ตัวเองกลับไปยุ่งกับพี่จีน่า

เอ๊ะ! แล้วนี่ฉันเป็นอะไรเนี่ย ทำไมต้องพี่จีน่าด้วย

ว่าแล้วก็ได้แต่ยกมือขึ้นมาปาดคราบน้ำตาออกจากแก้มของตัวเองอย่างลวกๆ เคียดแค้นคนใจดำ เก็บกดจากคนสันดารเสียแบบเขาจนอยากจะกรีดร้องออกมาให้ดังลั่น แทน่ะบ้า! นึกจะบังคับก็ลากขึ้นรถ นึกจะเทก็ทิ้งกันซะดื้อๆ ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่เคยคิดถึงใจคนอื่นเขาเลยซักนิดเดียว

ทำยังไงดีล่ะ โทรศัพท์ฉันก็ไม่มีด้วย

ปริ๊น~ ปริ๊น~

ในช่วงเวลาที่ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อ จู่ๆ ก็มีเสียงบีบแตรจากรถยนตร์ดังขึ้นที่ด้านหน้า เรียกสติฉันให้หวนคืนมา เจ้าของรถยนตร์คันหรูลดกระจกลงต่ำ เสียงทุ้มอ่อนโยนตะโกนเรียกชื่อจนฉันถึงกับต้องชะงักไปในทันที

"เฮ้! มินอา"

จองกุก...จองกุกนี่

ใบหน้าหล่อหวานเหมือนกับกระต่ายตัวน้อยน่ารักกำลังเบิกตากว้างมองฉันอย่างแปลกใจ ริมฝีปากบางสีชมพูอ้าเป็นรูปวงกลมเมื่อรับรู้ได้ว่าฉันกำลังนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว ไม่อยากจะเชื่อ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าคนที่ขับรถผ่านมาจะเป็นเขา เรื่องบังเอิญชัดๆ ตอนนี้เขาเหมือนเทวดาใจดีที่หลงเข้ามาช่วยเหลือชีวิตอันแสนไร้ค่าของฉันไว้เลยนะ

"มานั่งทำอะไรตรงนี้คนเดียว" จองกุกตะโกนถามข้ามฟากถนน แต่เมื่อเห็นสภาพฉัน เขากลับชะงักไป "เธอ...ร้องไห้เหรอ"

"ฮึก จองกุก ฮือๆๆ"

"ร้องไห้จริงๆ ด้วย"

ใบหน้าหล่อคมแต่กลับหวานน่าเอ็นดูแสดงอาการแตกตื่น ร่างสูงรีบเปิดประตูวิ่งข้ามถนนเพื่อมาดูอาการฉันด้วยความเป็นห่วงทันที

"เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยอย่างอ่อนโยน ทันทีที่ได้ยิน ความอ่อนแอที่ฉันพยายามเก็บมันไว้ก็พังทลายลงมาอย่างห้ามไว้ไม่อยู่ ความเสียใจ ความตัดพ้อ ทุกอย่างมันทำให้ฉันอ่อนแอจนเหมือนจะทนไม่ไหว น้ำใสๆ รื้นไหลรินออกมาจากดวงตากลมโตจนจองกุกเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก

"ฮือๆๆๆ"

"ไม่เป็นไร ไม่ร้องนะ"

ร่างสูงกุมมือฉันเอาไว้แน่น เอ่ยเสียงแผ่วพร้อมทั้งคอยลูบหัวปลอบฉันอย่างอ่อนโยน ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวจริงๆ มันดิ่งเกินไป ไม่เข้าใจตัวเองเลย ว่าจะมานั่งเสียใจอยู่แบบนี้ทำไม เสียใจให้กับคนใจร้ายที่คอยแต่จะทำร้ายกัน เสียใจให้กับคนที่เห็นฉันเป็นแค่ของเล่นมีไว้เพื่อรองรับอารมณ์ นอกจากนี้ยังรู้สึกสับสนกับความดื้อดึงที่จะประชดเขาไม่หยุด นี่ฉันเป็นอะไรไป ฉันทำบ้าอะไรลงไปกันแน่ ทำไมตอนนั้นฉันถึงต้องไม่พอใจแท ทำไมตอนนั้นฉันถึงเลือกที่จะประชดแทแล้วสะบัดมือเขาทิ้งก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรเลยซักอย่าง ในขณะที่ฉันได้แต่ปล่อยให้ความเสียใจทำหน้าที่ของมันไป ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด จองกุกก็ค่อยๆ ดึงตัวฉันเข้าไปกอด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กับอ้อมกอดอุ่นๆ มันค่อยๆ เยียวยาความเจ็บปวดและสับสนภายในใจที่ว้าวุ่นของฉันทีละน้อย

ความเหนื่อยล้าที่กำลังถาโถมใจ ทำให้ฉันค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้อ้อมกอดของผู้ชายตรงหน้าช่วยปลอบประโลม ปล่อยให้เขาใช้กอดเยียวยา ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ แต่ฉันเหนื่อยล้าจริงๆ

ขอบคุณนะ จองกุก ขอบคุณที่อ่อนโยนกับฉัน

(50%)









(Jungkook' Part)

"อ่ะนี่"

ผมยื่นไอศกรีมน้ำแข็งแท่งให้กับยัยผู้หญิงตัวเล็กที่กำลังนั่งหน้าซึมอยู่ตรงหน้า เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองช้าๆ ดวงตากลมหวานน่ารักตอนนี้กลับบวมเป่ง จมูกขึ้นเลือดฝาด มินอาร้องไห้จนปากตุ่ย สภาพเธออย่างกับพวกเด็กเก็บกดที่มีปัญหาอยู่ภายในใจ ใบหน้าขาวเนียนดูไม่สดใส แถมท่าทางก็เหม่อลอย มือเล็กค่อยๆ เอื้อมขึ้นมารับไอศกรีมไปถือไว้ แต่กลับไม่ยอมทำอะไร จนผมอดที่จะสงสารเธอไม่ได้จริงๆ

"ซื้อมาให้กิน ไม่ได้ให้ถือไว้เฉยๆ จริงๆ เลยเธอเนี่ย"

ว่าแล้วก็แย่งมันกลับคืนมา ก่อนจะลงมือฉีกซองแล้วก้มตัวลงไปนั่งยองๆ ตรงหน้าร่างเล็ก ซึ่งกำลังใจลอยนั่งหน้ามึนอยู่บนชิงช้าไม้ ทั้งเอ็นดูทั้งสงสารไม่รู้จะเลือกความรู้สึกไหนก่อนดี เพียงแต่ว่าตอนนี้ มินอากลับไม่ยอมพูดอะไรเลยซักอย่าง

ผมค่อนข้างตกใจ ที่ดันไปเห็นเธอนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวในที่แบบนั้น บอกตามตรงว่าใจเสียอยู่เหมือนกัน หลังเลิกเรียนเราสองคนเพิ่งแยกย้ายกันออกมาได้ไม่นาน ไม่คิดว่าผมจะมาเจอเธออีกทีในที่เปลี่ยวๆ เอาจริงๆ นะ ระยะหลังมานี้มินอาดูแปลกไป ผมเห็นเธอไม่ค่อยร่าเริงขึ้นเหมือนเมื่อก่อน ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่มันรบกวนจิตใจผมมาก อย่างกับว่าเธอมีเรื่องกลุ้มใจอะไรซักอย่างที่ตัวเองไม่ต้องการบอกคนอื่นอยู่ ไม่รู้ทำไม แต่ผมดูออก...

เพราะผมมองเธอมาตลอดไง

"เปิดเหม่งหน่อย"

ร่างบางเริ่มรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อผมเริ่มใช้นิ้วเกลี่ยไปบนเส้นผมสีน้ำตาลดำซึ่งปิดอยู่บนหน้าผากเธอไปมา ก่อนจะจัดการวางทาบไอศกรีมน้ำแข็งลงไปจนมินอาสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็เริ่มพูดคุยกับผม

"เย็นอ่ะ"

"เอาประคบไว้ ตาจะได้หายบวม"

"ประคบเสร็จ ขอกินต่อได้มั้ย"

ให้ตายเหอะ น่ารักว่ะ ผมหลุดยิ้มออกมา ในที่สุดยัยนี่ก็เริ่มดีขึ้นบ้างแล้วสินะ

"ก็ซื้อมาให้กินไง"

ตลอดทางที่นั่งรถมาด้วยกัน เธอไม่ยอมพูดอะไรซักอย่าง เอาแต่นั่งร้องไห้ จนผมต้องตัดสินใจพาเธอมาสงบสติอารมณ์ ทำใจเย็นๆ อยู่ที่สวนสาธารณะ เพราะรู้สึกว่ามันปลอดโปร่งดี แถมยังอยู่ไม่ไกลจากมอเราอีกต่างหาก ที่สำคัญ คือมันเป็นโอกาสที่ผมจะได้อยู่กับเธอต่อนานๆ เป็นโอกาสที่แสนมีค่าของผม...

ใช่...ผมชอบเธอ

ชอบมาตั้งนานแล้ว

"ดีขึ้นบ้างหรือยัง"

ทันทีที่ผมถาม คนตัวเล็กซึ่งกำลังนั่งถือไอศกรีมแปะหน้าผากตัวเองก็ได้แต่หันมองหน้าผม ดวงตากลมโตบวมเปล่งเริ่มกลับมาใสแจ๋ว น่ารักเหมือนอย่างที่เคยเป็น หน้าแดงๆ ที่เต็มไปด้วยแก้มตุ่ยๆ เพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักรีบพยักหน้าหงึกหงัก

ดีขึ้นก็โอเคแล้ว แบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อย

ความรู้สึกผมมันเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง เท่าที่จำได้ น่าจะช่วงประมาณสองเดือนก่อน ตอนเปิดเทอมใหม่ๆ พวกเราปีหนึ่งต้องเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง ตอนนั้นจำได้ว่าโดนเล่นเกมส์สุ่มจับคู่ปิดตาทายว่าเพื่อนที่อยู่ตรงหน้านั้นคือคือใคร ซึ่งบังเอิญผมได้คู่กับเธอไง ตลกดีใช่ไหมล่ะ เอาจริงๆ ก่อนหน้านั้นเราอาจจะเคยคุยกันบ้าง รู้จักชื่อกันบ้าง แต่ก็ยังไม่สนิทกันซักเท่าไหร่ น่าแปลกที่ตอนนั้นผมเป็นคนโดนปิดตาแต่กลับจำเธอได้ อาจจะเป็นเพราะได้จับแก้มของยัยนี่ด้วยมั้ง พอลองถอดผ้าปิดตาออกแล้วเห็นหน้าเธอชัดๆ ความรู้สึกในตัวมันก็เลยวูบวาบ ยิ่งพอได้เห็นรอยยิ้มแก้มยุ้ยที่ดูน่ารักน่าเอ็นดูเข้า เท่านั้นแหละ ผมก็รู้ตัวเองทันทีว่าดันเผลอชอบรอยยิ้มนั่นเข้าให้ซะแล้ว อาจฟังดูแปลกๆ แต่ผมรู้สึกว่ารอยยิ้มของมินอาเป็นรอยยิ้มที่มีความสุข เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้ผมต้องเผลอยิ้มตามไปด้วย ไม่รู้ทำไม แต่เหมือนกับว่าโลกของเธอมันสดใส พออยู่ใกล้ๆ แล้วรู้สึกดียิ่งกว่าอะไรเลยล่ะ

แน่นอน นับจากวันนั้นผมก็พยายามเข้าหาเธอ พยายามตีสนิทเพื่อที่จะใกล้ชิดกับมินอา แต่ยัยนี่ดันซื่อบื้อเกินบรรยาย บางทีผมก็แอบสงสัยว่ามันเป็นเพราะตัวผมเองหรือเปล่าที่เข้ากับคนอื่นง่ายเกินไป มินอาเลยไม่ทันสังเกตุเห็นซักที แต่ช่างเหอะ เอาเป็นว่าผมยังไม่กล้าบอกเธอตรงๆ กลัวมินอาจะตีตัวออกห่าง เพราะยังไม่แน่ใจซักเท่าไหร่ว่าเธอจะรู้สึกกับผมยังไง มั่นใจได้เลยว่าตอนนี้ยัยนี่มองผมเป็นแค่เพื่อนร่วมห้องธรรมดาๆ ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่มีอะไรเกินเลย ซึ่งมันแตกต่างจากผมอย่างสิ้นเชิง รู้อะไรมั้ย ว่าผมชอบยัยนี่จนแทบบ้า วันที่เลี้ยงสายรหัสกันที่ร้านเหล้า ทันทีที่รู้ข่าวจากจีมินนี่ผมก็ไม่รอช้าที่จะรีบขอตามมาด้วยทันที มันรู้สึกเป็นห่วง อยากตามมาดูแล อยากตามมาอยู่ใกล้ๆ ทั้งๆ ที่ผมมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสายเขาเลยซักนิด แต่ก็ทำเป็นตีเนียนว่ามาในฐานะน้องที่จีมินนี่สนิท เอาจริงๆ วันนั้นพวกพี่ๆ ที่ผมนับถือก็มารวมตัวกันอยู่เต็มร้าน มันก็เลยดูไม่แปลกซักเท่าไหร่ เพราะแบบนี้หรือเปล่ามินอาเลยไม่เอะใจ

"บอกได้หรือยังว่าเป็นอะไร"

ขอเข้าเรื่องต่อเลยแล้วกัน พอนึกย้อนไปถึงวันนั้นทีไรแล้วผมรู้สึกโมโหตัวเองทุกที แย่จริงๆ ที่ตอนนั้นดันคลาดสายตากับเธอ ปล่อยให้หายตัวไปทั้งๆ ที่กำลังเมาซะขนาดนั้น ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอบ้าง มันรู้สึกหงุดหงิดตัวเองเป็นบ้า บวกกับที่มินอาไม่ยอมบอกซักทีว่าเธอหายไปไหนมา ยิ่งทำให้ผมว้าวุ่นใจแต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยซักอย่าง

"มีเรื่องอะไรหรือเปล่า" ผมยังคงถามร่างบางที่เอาแต่นั่งก้มหน้า ไม่ชอบเลยที่มินอาไม่ยิ้ม ไม่ชอบเวลาที่เธอไม่สดใส มันดูหมองหม่นไปหมด ไม่อยากให้เป็นแบบนี้จริงๆ

"เครียดเรื่องจินซูเหรอ"

คนตัวเล็กส่ายหน้า จนคนที่นั่งข้างๆ กันอย่างผมต้องเผลอขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ไม่ใช่เรื่องของจินซู งั้นมันเรื่องอะไร ทำไมรู้สึกคาใจจังวะ

"จองกุก..."

"หืม??"

จู่ๆ น้ำเสียงหวานใสก็เอ่ยเรียกผมไว้ มันทำให้ใจเต้นตึกตักแทบทุกครั้งที่ชื่อของตัวเองหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเล็กสีอมชมพูนั่น แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่าบางที ผมอาจจะกำลังอยู่ในช่วงที่คลั่งเธอมากก็ได้

เพียงแต่เธอคงไม่รู้ เธอไม่เคยสังเกตุเห็นเลยด้วยซ้ำ

"ถ้านายต้องถูกใครซักคนเกลียด เพราะความผิดที่นายไม่ได้เป็นคนก่อ นายจะทำยังไงเหรอ"

"..."

วะ เวร...แล้วอยู่ดีๆ มาถามอะไรลึกซึ้งแบบนี้วะเนี่ย

จริงสินะ ผมลืมไปว่าตอนนี้เธอกำลังกลุ้มใจอยู่ แย่ชิบหาย ผมแม่งก็ดันคิดอะไรบ้าบอไม่เข้าท่าอยู่ได้

"อืมมมม เธอหมายถึงเรื่องของจินซูใช่หรือเปล่าเนี่ย"

"ไม่ใช่นะ ไม่เกี่ยวอะไรกับจินซูเลย"

"งั้นหมายถึงใคร"

คนตัวเล็กถึงกับเงียบไป แววตาลนลานจนผมแอบรู้สึกแปลกใจ แต่ก็ยังเร่งรัดให้ผมรีบตอบอยู่ดี

"เหอะน่า ตอบมาก่อน"

ยัยนี่ต้องมีอะไรบางอย่างปกปิดผมอยู่แน่ ข้างในมันรู้สึกแบบนั้น แต่เอาเหอะ...ถ้ายังไม่อยากบอก ผมเองก็ไม่กล้าเซ้าซี้ต่อ กลัวเธอจะรำคาญ เดี๋ยวจะพลอยไม่สบายใจกันไปมากกว่าเดิม

"ก็คงจะกระทืบหน้ามันล่ะมั้ง"

"อุ๊บ~"

อยู่ดีๆ มินอาก็หลุดเสียงออกมา พร้อมกับรีบยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองแล้วกลั้นขำเบาๆ นัยน์ตากลมโตหยีจนเป็นรูปยิ้มน่ารัก ในที่สุดยัยนี่ก็หัวเราะได้แล้วสินะ

ดีใจว่ะ

ผมรู้จักมินอาดี เวลาเธอมีเรื่องกลุ้มใจ หรือไม่สบายใจ (ซึ่งมีน้อยมากๆ) เธอมักจะต้องการอยู่คนเดียว ใช้เวลาเงียบๆ กับตัวเอง แต่ในครั้งนี้ผมไม่สามารถทำเป็นนิ่งเฉยแล้วปล่อยให้เธอร้องไห้กลับไปทั้งแบบนี้ได้ ผมเป็นห่วง...เป็นห่วงเธอมากจริงๆ

"ขำได้แล้วดิ อย่างนี้แสดงว่าดีขึ้นแล้ว"

"ฮะๆ ทำไมต้องโหดด้วย"

"เอ้า! ฉันพูดเรื่องจริง" ผมยืดตัวขึ้นจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าที่ในเวลานี้เริ่มกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง แม้จะยังไม่รู้ว่าในใจเธอคิดอะไร แต่ว่าตอนนี้มินอาก็ยิ้มได้แล้ว และผมก็ดีใจที่ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง นั่นเป็นสิ่งที่ผมต้องการ ผมอยากเห็นรอยยิ้มเธอ

"ก็ในเมื่อเราไม่ผิด แล้วจะมาเกลียดเราทำไม"

"อืม ก็ถูกของนาย"

เธอสบถลมหายใจออกมา ในขณะที่ผมเดินอ้อมไปข้างหลังแล้วจัดการแกว่งชิงช้าที่เธอนั่งให้เบาๆ จนร่างบางได้แต่ก้มหน้า มองดูปลายเท้าของตัวเองที่ครูดไปกับพื้นทรายในสวนสาธารณะนิ่งๆ เหมือนกำลังปล่อยใจให้คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย

"เออดิ เธอก็ด่ามันไปซักที ว่าเป็นบ้าหรือไง"

จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าเธอหมายถึงใคร แต่มันต้องมี...มีแน่ๆ คนที่ทำให้มินอาไม่สบายใจ และผมอยากรู้มากด้วยว่ามันเป็นใคร

"แล้วถ้าหากมันเป็นเพราะคนของเราไปทำให้คนที่เขารักต้องตายล่ะ"

"..."

"นายยังจะพูดแบบนี้อยู่หรือเปล่า"

ชิบหาย...คำถามแบบนี้...

ทำไมมันตอบยากจังวะ

ผมนิ่งไป ใจไม่รู้จะตอบยัง แว๊บแรกที่นัยน์ตากลมใสฉายแววเศร้าเสียใจออกมา แต่ในวินาทีต่อมามันกลับเปลี่ยนไปเป็นแบบเดิม แบบที่ทำทีว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"ตอบยากเลยแฮะ" ผมเองก็อึ้งไปกับคำถามของเธอเหมือนกัน ถ้าเกิดเป็นงั้นจริง ผมก็คงไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง ใจก็คงได้แต่คิดว่ามันไม่เห็นเกี่ยวกันเลย การที่จะต้องมารับเคราะห์ไปกับสิ่งที่เราไม่ได้ทำผิด ผมคิดว่ามันไม่ถูก แต่ก็ยังไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงว่าเรื่องมันเป็นยังไงมายังไงกันแน่

เอาเป็นว่า มันก็ยังไม่ถูกอยู่ดีป่ะวะ

"แต่มันก็ไม่เห็นเกี่ยวกับเธอเลยนี่"

"..."

"ตกลงเธอเครียดเรื่องอะไรกันแน่ มินอา"

ให้ตายเหอะ! ไม่เข้าใจ! ไม่เข้าใจอะไรเลยจริงๆ มันต้องมีประเด็นบางอย่างอยู่ในเรื่องนี้แน่ๆ เพียงแต่มินอาเลือกที่จะไม่บอกผม ยัยนี่ทั้งดื้อ ทั้งปิดปากเก่ง เป็นประเภทที่ชอบเก็บเรื่องเครียดไว้คนเดียว ไม่เอ่ยปากบอกใคร เก็บมันเข้าไป สะสมมันไว้ ผมไม่เข้าใจเลยว่ามันดีตรงไหน

โอ๊ย! จะบ้าตาย ต่อมเสือกผมทำงานเพราะความเป็นห่วง แต่ก็ไม่กล้าเซ้าซี้กลัวยัยนี่จะรำคาญ

"...ไม่มีไรหรอก" นั่นไง คำบอกปัดแบบส่งๆ ที่เเหมือนกับการพูดอ้อมๆ ว่ายังไงเธอก็จะไม่ยอมปริปากออกมาอย่างเด็ดขาด "ช่างมันเหอะ"

ผมยู่หน้า แสดงท่าทีทำเป็นไม่พอใจอย่างชัดเจน จนคนตัวเล็กหันมาทำเป็นแกล้งยิ้มหยีตา แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันควัน

"กินไอ้นี่ดีกว่า กินด้วยกันมั้ย"

ใบหน้าหวานเพ่งมองทำท่าทีเป็นสนใจกับไอศกรีมน้ำแข็งแท่งภายในมือ ริมฝีปากบางเล็กกัดงับหมุนบิดเกลียวพลาสติก ยกขึ้นดูดจนแก้มยุ้ยๆนั้นป่องออกมา และผมอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองมันอย่างเอ็นดู

ใจอ่อนอีกแล้ว แม่งเอ๊ย~ เป็นแบบนี้ทุกที

"อร่อยอ่ะ นายไม่กินเหรอ"

"น่ะ! ทำเปลี่ยนเรื่อง คิดว่าไม่รู้หรือไง"

"แฮ่ๆ"

ยัง...ยังจะมาทำเป็นหัวเราะลากเสียงอีก

"น่าหมั่นไส้จริงๆ เลยเธอเนี่ย"

"พูดอะไรอยู่ได้ แกว่งชิงช้าให้หน่อยยยย~"

สุดท้ายแล้ว ผมก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

เอาเหอะ...ไว้รอให้พร้อมเมื่อไหร่ ค่อยเล่าให้ผมฟังก็ได้วะ

ในที่สุดผมก็ต้องจำใจเดินไปแกว่งชิงช้าเล่นให้เธอโดยที่ตัวเองก็ยังไม่ทันได่รับรู้เรื่องราวอะไรเลยซักอย่าง ช่วยไม่ได้แฮะ ไอ้ผมมันก็ไม่ใช่พวกที่ชอบบังคับหรือว่าเซ้าซี้ใครมากซะด้วยสิ โดยเฉพาะกับคนที่แคร์ อย่างที่บอก ผมกลัวเธอจะรำคาญ เพราะขนาดตัวผมเองก็ยังไม่ชอบให้ใครมาตามตื้อหรือเซ้าซี้ให้รู้สึกยุ่งยาก มันน่าเบื่อ เอาเป็นว่าครั้งนี้ผมจะยอมปล่อยผ่านไปก่อน เราสองคนอยู่เล่นกันที่สวนธารณะเกือบสองชั่วโมง เห็นได้ชัดว่ามินอาอารมณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ เธอเริ่มพูด เริ่มกลับมายิ้มได้เหมือนเก่า พอเป็นแบบนี้มันทำให้ผมอิ่มเอม รู้สึกมีความสุขมากอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับได้ย้อนเวลากลับไปในวัยเด็กพร้อมๆ กับคนที่ผมชอบ

จนเวลาล่วงเลยผ่านไป น่าจะซักราวๆ ห้าทุ่มได้มั้ง ผมขับรถพาคนตัวเล็กกลับมาส่งที่หน้าคอนโด ระหว่างทางเราแวะหาอะไรกินกันต่อนิดหน่อย ผมเพิ่งรู้จากปากว่าโทรศัพท์ของมินอาหายก็ตอนที่เธอเพิ่งบอกหลังจากที่พวกเรานั่งกินข้าวเสร็จ ถึงว่าทำไมก่อนหน้านี้ติดต่อไม่ได้ รู้หรือเปล่าว่าผมเกือบประสาทตายแน่ะ

ในตอนนี้มินอาได้เดินลงจากรถผมไปแล้ว หวังว่าเธอจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง ถึงผมจะไม่รู้ว่าตกลงเรื่องที่เธอกังวลจริงๆ แล้วมันเป็นเพราะอะไร แต่อย่างน้อยๆ ก็อยากใช้ตัวเองทำให้เธอยิ้มได้บ้าง

แค่ซักนิดหน่อยก็ยังดี

ความจริงผมอยากให้เธอเล่าให้ผมฟังบ้าง ทุกปัญหาของเธอ ผมอยากให้เธอระบายมันออกมา

หวังว่าวันนี้เธอจะดีขึ้นนะมินอา

ทว่าในขณะที่กำลังจะวนรถกลับออกไป สายตาของผมก็ดันไปประจวบเหมาะเข้ากับรถสปอร์ตคันหนึ่งที่แสนคุ้นตา ไม่คิดว่ามันจะเป็นรถขอเขาหรอก เพราะไม่รู้ว่าเขาจะมาที่นี่ทำไม แต่รถแบบนั้น สีแบบนั้น อย่างกับรถของใครซักคนที่ผมรู้จักเขาเป็นอย่างดี คนที่ผมนับถือเขาเป็นพี่ พี่ที่ผมสนิทด้วย

พี่แท...

นั่นมันรถของพี่แท

ใช่รถเขาหรือเปล่านะ!?

(100%)


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

TALK

 #MEDIHEALXBTS || #BTS #JUNGKOOK ♡♡♡
แท : อย่ายุ่งกับน้องดิ๊! เดะเหนี่ยววว // กุก : พี่จะทำไม! ไฝว้ป้ะล้าาาา~
หวีดคู่ได้มั้ย เทใจไปข้างใครไม่ได้ ขอเก็บเธอไว้ทั้งสองคน วี๊ดดดดดดด

มาแล้วน้าาาา ไรท์มาแล้ว มาพร้อมกับความหวีดคู่
ตอนนี้พี่แทแทเราใจร้ายกับน้องอีกแล้ว (เห็นใจร้ายทุกตอนอ่ะ555)
เทน้องทิ้งกลางทาง ก่อนหน้านี้ก็เท...เทแล้วเทอีก
แต่น้องได้กุกช่วยไว้ กุกขยันปลอบ ความซัพพอร์ตนี้ของกุก
กระตุ่ยเราน่ารัก แอบหวั่นหรือเปล่าน้า พาร์ทนี้น้องตุ่ยเรามาเหนือ
พี่แท กลับมาเอาใจน้องบ้างเร๊ว อย่าไปยอม เดี๋ยวคะแนนนำปิ้วๆ

เพียงแต่ตอนนี้ไรท์มีคำถามมาถามกันค่ะ ทุกคนคะ...
ทุกคนว่าจองกุกจะเห็นมั้ย น้องกุกเราจะรู้มั้ยว่าพี่แทมีซัมติงกับน้องไปแล้ว
น้องตุ่ยเราจะเอะใจหรือเปล่า จะตามลงมาดูหรือเปล่าน้า
ก็มารอลุ้นกันตอนหน้าเด้อ ขยันสร้างประเด็นไปอี๊ก

ยังไงก็ฝากติดตามกันด้วยน้าาาาา
อยากอ่านต่อ เม้นต์เป็นกำลังใจให้กันหน่อย เดี๋ยวไรท์จะรีบมาอัพต่อ
เพราะกำลังใจของไรท์คือเม้นต์ที่น่ารักของทุกคนยังไงล่ะเอ้อ
สุดท้ายนี่ก็ขอขอบคุณทุกคนมากๆ ที่คอยเป็นกำลังใจให้กันเสมอมา
หลายเม้นต์ที่ไรท์นั่งอ่าน ไรท์ชอบมากที่ทุกคนบอกเล่าเรื่องราวของฟิคผ่านคอมเม้นต์ต่างๆ
เวลาเปิดเข้ามาอ่าน ไรท์ก็มักจะยิ้มอยู่เสมอ ไม่ว่าจะกับหน้าจอคอม หรือ น่าจอโทรศัพท์
รู้สึกมีความสุขมากจริงๆ ยังไงก็ขอขอบคุณทุกคนอีกครั้ง
ขอบคุณมากๆ เลยค้าบ ปิ้วๆ // ยิงกระสุนรูปหัวใจ


ป.ล. ฝากฟิคเรื่องใหม่ที เรื่องนี้มีรุ่นพี่จีมินคนเดิม เพิ่มเติมคือรั่วหนักกว่าเก่า
ภาคต่อจากของแทแทนะค๊าาาา พี่จีมเพื่อนสนิทของพี่เสือแทเรื่องนี้ เป็นตัวหลักเด้อ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 194 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

422 ความคิดเห็น

  1. #412 Choompoo_08 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 20:05
    โอ้ยแทแทนายมันโหดร้าย กุกกี้น่ารักเกิ้นไปแล้ววววว
    #412
    0
  2. #326 fanfin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 20:57
    ชอบมากๆเลย.
    #326
    0
  3. #325 fanfin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 20:57
    จองกุกน่ารักเกินไปเเล้วอ่าาา
    #325
    0
  4. #324 fanfin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 20:57
    โอ่โหยยย. รักพี่เสียดายน้อง
    #324
    0
  5. #277 Ppmt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 20:58

    จะหนีไปอยู่กับจองกุก!!!!!

    #277
    0
  6. #207 SNsolo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:51
    มาอยู่ทีมน้องกุกกันค่ะ เจ็บปวดจากแท ต้องมาซบอกน้อง /อบอุ่นจังเลยกุกกี้
    #207
    0
  7. #162 lovelove (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 09:18

    เเทใจร้ายอ่ะ ขออยู่ทีมกุกได้ไหม 555

    #162
    0
  8. #80 bns (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 23:10

    ทีมกุกได้มั้ยเนี่ย

    #80
    0
  9. #63 rainyy95 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 19:51
    โอ้ยยยยย สนุกจังงง อยากอ่านต่อแล้วๆๆๆๆ
    #63
    0
  10. #62 I'm Beauty (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 09:53
    งื้อออออเธอออออออฉันไม่ไหวฉันอยากอ่านต่ออออออออออออออ
    #62
    0
  11. #61 หนูแมนดาริน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 07:23
    ห่วงน้องก็บอกนะแท อิ้อิ้
    #61
    0
  12. #60 ITG_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 06:31
    สู้ๆฮะไรท์ แทเริ่มย้อนเเย้งตัวเองแล้วนิดๆ5555
    #60
    0
  13. #59 Hmc99 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 03:34
    แทๆเป็นห่วงน้องล่ะสิ ทำมาเป็นตามมา
    #59
    0
  14. #58 mameaw_mmm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 22:02

    ขอหน่วงๆใจเลยคะ
    #58
    0
  15. #57 หนูแมนดาริน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 15:15
    ทำไมฉันเพิ่งเจอฟิคเรื่องนี้ คือดีย์ 55555 แทก็มีความน่ารักนะแบบเห็นน้องร้องไห้ไม่ได้ใจมันอ่อน ฮิฮิ แต่อย่ารุนแรงกับน้องมากก็ได้เอะอะก็กระชากไปกระชากมา โว๊ะ! เนี่ยเดี๋ยวน้องไปกับจองกุกแกก็โวยวายอีก เดี๋ยวตีเลย 5555
    สู้ๆ น้าางับไรท์
    #57
    0
  16. #56 Hmc99 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 04:23
    เป็น50%ที่ยาวมากๆเลยนะคะไรท์ เค้านี่คิดว่า100%แล้วค่ะ5555 ทำไมแทๆชอบโมโหใส่น้อง คิดจะไล่ก็ไล่ คิดจะพามาก็พามา อย่ามาตกหลุมรักน้องทีหลังนะ จะตีให้เลย ร้ายนัก
    #56
    0
  17. #55 mewmewlyy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 01:18

    รรรรรรรน
    #55
    0
  18. #54 creamwry (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 00:36

    คิดถึงไรท์มากมากเลยค้าบ แต่คิดถึงแทมากกว่า แหะ :-p
    #54
    0
  19. #53 kookievv97 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 23:53
    อยากให้อัพทุกวันเลยงับบบ>///<
    #53
    0
  20. #52 bb510 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 20:45
    พี่เทใจร้ายมากๆๆๆ
    #52
    0
  21. #51 minnsg (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 19:49
    ทีมจองกุกได้ไหม พี่แทใจร้าย
    #51
    0
  22. #50 Lisagirl3 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 19:16

    ต่อนะคะ สนุกมากก

    #50
    0
  23. #49 I'm Beauty (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 19:13
    แทแทใจร้ายง่า ไปอยู่กะกุกได้มั้ยเนี่ยยย
    #49
    0