[ BTS X YOU ] All I GOT.

ตอนที่ 4 : All I GOT || Episode : 3 บอกเพื่อนน้องไปสิ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,512
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 188 ครั้ง
    2 ต.ค. 61







It was too beautiful I couldn't just NOT add it(ik it isn't jk bit just look at himm)
"บอกเพื่อนน้องไปสิ ว่าพี่เป็นผัวน้องอ่ะ"




ALL I GOT.
Episode 3

ซ่าๆๆ~

เสียงของน้ำที่ไหลออกมาจากฝักบัวอันใหญ่พากันเทตัวลงมาชำระล้างสิ่งโสโครกมากมายซึ่งฝังลึกติดอยู่ในร่างกาย รอยช้ำที่ปรากฏอยู่เต็มทั่วเลือนร่างถูกส่องผ่านกระจกซึ่งสะท้อนภาพของฉันที่กำลังยืนแน่นิ่ง จ้องมองดูเลือนร่างของตัวเองที่แสนน่ารังเกียจทั้งน้ำตา ทั้งรอยเขี้ยวฟันคมที่ขบเม้ม รอยฟกช้ำ และรอยจ้ำแดง ทุกสิ่งทุกอย่าง...

เขาเป็นคนทำมันทั้งหมด

พอลองมองดูสภาพย่ำแย่ที่เหมือนกับตายทั้งเป็น มันทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงตัวเองทุกครั้งเมื่อนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องเมื่อคืน สองมือพยายามที่จะลบถูและขยี้ผิวของตัวเองอย่างบ้าคลั่งจนมันแดงและแสบไปหมด ล้างน้ำเท่าไหร่ก็ไม่ทำให้รู้สึกดีขึ้น ไม่ว่าจะทำยังไงรอยพวกนี้ก็ยังไม่หายไปซักที มันยังคงเด่นชัดเต็มทั่วร่าง คอยตอกย้ำความรู้สึกอยู่ตลอดเวลา

ฉันร้องไห้ออกมา กำเส้นผมที่เปียกชุ่มของตัวเองไว้แน่น ไม่เคยรู้สึกขยะแขยงตัวเองแบบนี้มาก่อน

หลังจากเรื่องราวทุเรศๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน พอฉันตื่นขึ้นมา แทก็ไม่อยู่แล้ว เขาแต่งตัวออกจากห้องไปตั้งแต่เช้า ไม่รู้ว่าออกไปไหน ทิ้งฉันไว้ให้อยู่ในห้องเพียงคนเดียวกับความทรงจำแย่ๆ และความรู้สึกที่ไม่สามารถจัดการกับตัวเองได้ ไม่รู้ว่าทำไม แต่พอนึกย้อนกลับไปทีไร ฉันแทบอยากจะตายๆ ไปซะเดี๋ยวนี้

ทำไม...ทำไมต้องเป็นคนแบบแท

กว่าชั่วโมงที่ฉันพยายามนั่งสงบสติอารมณ์อยู่ภายในห้องน้ำของเขา น้ำตามากมายที่ไหลรินไม่ได้ทำให้ความรู้สึกเกลียดชังในตัวฉันลดลงไปได้เลยแม้แต่น้อย มันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มรู้สึกทนไม่ไหว ตัดสินใจที่จะรีบออกไปจากที่นี่ ออกไปจากห้องบ้าๆ นี้

ในระหว่างที่กำลังถือวิสาสะรื้อค้นเสื้อผ้าจากตู้ของแทออกมาใส่ ความเกรงใจที่คิดว่าสมควรทำกลับกลายเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับฉันไปซะแล้ว เพราะต้นเหตุที่ทำให้เสื้อผ้าฉันขาดมันก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเขาทั้งนั้น! 

ในขณะที่กำลังสวมเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่โคร่งกับกางเกงขาสั้นตัวเดิมเพื่อที่จะใส่มันกลับบ้านอยู่นั้นเอง สายตาก็ดันเหลือบไปเห็นร่องรอยคราบเลือดซึ่งเปรอะเปื้อนอยู่บนผ้าปูสีขาวนั่นอย่างไม่ได้ตั้งใจ

บ้าเอ๊ย! ทั้งที่พยายามจะไม่คิดแล้วแท้ๆ

ฉันสะบัดหน้าหนี ก่อนที่จะถลกผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาปิดมันไว้ ไม่อยากเห็น ไม่อยากนึกถึงอีกต่อไป รีบเดินจ้ำๆ ตรงไปหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายข้าง พร้อมทั้งควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองเพื่อที่จะกดโทรหาใครซักคน แน่นอนว่าคนแรกที่ฉันคิดถึงก็คือยัยจินซู แต่กลับต้องหน้าเหวอ เมื่อพบว่าโทรศัพท์ของตัวเองหายไป

มันไม่ได้อยู่ในกระเป๋า?

อะไรเนี่ย เมื่อวานก็ดันเมาจนมึนไปหมด จำแทบไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าไปทำหายไว้ตอนไหน

แถมยังลืมเรื่องของจินซูไปซะสนิทเลย ยัยนั่นบอกจะโทรหาตั้งแต่เมื่อคืน ให้ตายเหอะ มันต้องเป็นห่วงฉันมากแน่ๆ ป่านนี้คงกำลังคลั่ง เตรียมวีนฉันอยู่เต็มที่ บางทีอาจจะต้องรีบกลับไปที่คอนโดแล้วหาทางติดต่อกับจินซูก่อน คิดได้แบบนี้ฉันก็รีบก้าวเท้าเดินออกมาจากห้องโดยไม่หันหลังกลับไปมองอีกเป็นครั้งที่สอง

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ฉันขอให้มันเป็นเพียงความทรงจำแย่ๆ ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต หลังจากนี้...

หวังว่าเราคงไม่ต้องพบเจอกันอีก








@คอนโดมินอา

"มินอา! แก!"

เสียงเจื้อยแจ๋วที่ฟังดูหงุดหงิดดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากซึ่งเกิดจากท่อนแขนเล็กๆ ที่ตรงเข้ามาเกี่ยวคล้องคอไว้ทำให้ฉันสะดุ้งเฮือก ตัวเอียงไปตามแรงดึงจากยัยผู้หญิงจอมขี้โวยวายที่กำลังทำหน้าเหวี่ยง แววตาบ่งบอกว่าอารมณ์ไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่ รูปร่างดีที่ดูสมส่วนและความสูงซึ่งห่างกันอยู่ไม่มากแต่ก็ไม่น้อยทำให้ฉันต้องยอมจำใจเตรียมรับการวีนของมันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ยัยจินซูลากฉันให้ลงมานั่งบนโซฟาซึ่งตั้งอยู่ที่หน้าล็อบบี้ของคอนโด สงสัยมันคงมาดักรอตั้งแต่เช้า ท่าทางน่าจะขึ้นไปเช็คบนห้องมาแล้วแต่คงไม่เจอฉัน หน้าตามันเลยบ่งบอกว่ากำลังเดือดขั้นสุด ทำไมฉันจะไม่รู้ เป็นเพื่อนกันมานาน ยัยนี่กำลังเป็นห่วงฉันยิ่งกว่าอะไร

"หายหัวไปไหนมาทั้งคืน ฉันโทรไปเป็นร้อยสายแกก็ไม่รับ" มันเปิดประเด็นด้วยการพูดบ่นๆ ใส่หน้าฉันไม่หยุด แววตากลมโตนั่นจ้องเขม็งราวกับจะคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้

"ขอโทษ ฉันทำโทรศัพท์หาย" ว่าแล้วก็ได้แต่ยกมือขอโทษขอโพยกันไป แต่ยัยนั่นยังคงฟึดฟัด หัวเสียไม่เลิก

"หายได้ยังไง แล้วแกไปนอนที่ไหนมา"

"คะ คือ..."

เวรแล้วไง ฉันอ้ำๆ อึ้งๆ ในใจเกิดความสับสนว่าจะบอกหรือไม่บอกดี จนสุดท้าย...

"ฉันไปนอนคอนโดพี่จีน่ามาอ่ะแก ขอโทษน้า ที่ทำให้เป็นห่วง"

ฉันตัดสินใจเลือกที่จะ ไม่บอก...

"คอนโดพี่รหัสแกอ่ะนะ" จินซูเลิกคิ้วขึ้นสูง จ้องมองฉันอย่างเป็นห่วงทันที "แกแน่ใจเหรอ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า"

อุ่ก! รู้สึกสะอึกในคำถามของมันเหลือเกิน ก็พี่จีน่าเล่นทิ้งฉันไว้แล้วเดินไปหาโต๊ะของเพื่อนพี่จีมินตั้งแต่แรกเริ่มเลยน่ะสิ แถมหนึ่งในนั้น...คนเลวสันดารเสียที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก ก็ดันทำเรื่องทุเรศๆ แบบนั้นกับฉันด้วย พอคิดแล้วฉันก็ได้แต่จุกจนพูดอะไรไม่ออก เผลอก้มหน้าทั้งที่น้ำตาเริ่มไหลคลอ มันทั้งอึดอัด ทั้งลำบากใจไปหมด เครียดยิ่งกว่าเครียด ไม่รู้ว่าควรทำยังไงต่อไป

ยัยจินซูที่เหมือนเริ่มสังเกตเห็นอาการแปลกๆ ของฉันออกจึงได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น มันเอื้อมมือขึ้นมาจับบ่าของฉันไว้แน่นพร้อมทั้งออกแรงบีบเบาๆ

"แกเป็นอะไร มีอะไรก็รีบเล่ามา"

มะ ไม่...ไม่ได้

จะทำให้ยัยนี่เป็นห่วงไม่ได้

ถ้าเล่าทุกอย่างออกไป ยัยจินซูต้องอึ้ง ช็อกตายน้ำลายฟูมปากแน่ ด้วยความเป็นมัน ฉันรู้ดีว่ายัยนี่ต้องเดือดและไม่ยอมทนอยู่เฉยๆ บางทีอาจจะถึงขั้นตามไปฉีกอกเอาเรื่องแทที่หน้าคอนโดเขาเลยก็ได้ นิสัยแรงๆ ของมันฉันรู้ดียิ่งกว่าใคร ยัยนี่เป็นเพื่อนฉันมานาน บอกตามตรงว่าไม่อยากให้มันเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายที่ชื่อแทฮยอง คนแบบเขามันทั้งน่ากลัวและอันตราย แค่ฉันคนเดียวก็เกินพอแล้ว ไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนด้วยเรื่องแบบนี้อีก

ฉันอยากจะทำให้มันจบ ให้มันจบไปทั้งแบบนี้ ไม่อยากเจอ ไม่อยากได้ยิน ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก พอซักที

"...ไม่มีอะไรหรอกแก"

"..."

ยัยนั่นนั่งนิ่ง จ้องมองใบหน้าฉันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แววตาของมันมองสบเข้ามาเหมือนอยากจะพูดอะไรซักอย่าง แต่ก็ตัดสินใจถอนหายใจออกมาแทน ขอโทษนะจินซู

ขอโทษที่ปิดบัง

แต่ฉันไม่อยากที่จะนึกถึงมันอีกแล้ว

"แกชอบเป็นแบบนี้อยู่ตลอดอ่ะ"

"..."

"ถ้าแกไม่อยากเล่า คาดคั้นให้ตายยังไงแกก็ไม่เล่า"

"จินซู..."

"ฉันรู้จักนิสัยแกดี เอาเหอะ! ไว้อยากพูดเมื่อไหร่ก็ค่อยพูดละกัน"

มันสะบัดหน้าหนีไปอีกทางจนฉันได้แต่ทำเป็นอมยิ้ม เอนตัวเข้าไปกอดเอวมันไว้อย่างคนรู้สึกผิด ยัยนี่เป็นเพื่อนที่น่ารักสำหรับฉันเสมอแหละ ดูดิ แต่งตัวใส่ชุดนักศึกษาออกมาหาแต่เช้าเลย

"ง้อนะแก หายโกรธๆ"

"เออ เมื่อวานฉันแทบแปลงร่างแน่ะ แกรู้มั้ย ฉันกินปิ้งย่างไม่อร่อยก็เพราะแกคนเดียว"

"โถ่ ขอโทษ"

ว่าแล้วก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงมันเหมือนเด็กๆ จนกระทั่งอยู่ดีๆ จินซูก็ชะงักไป ยัยบ้านี่ทำท่าเหมือนจับพิรุธอะไรฉันได้ซักอย่าง มันนั่งนิ่ง สองมือจับไหล่ฉันให้ออกห่างพอดีตัวพร้อมทั้งไล่สายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างตกใจ

"...มีอะไรเหรอ"

"ทำไมแกดูโทรมๆ"

"..."

"แล้วนี่รอยอะไร"

!!!

ซวยแล้ว! โอ๊ย ให้ตายเหอะ เสื้อของแทมันตัวใหญ่พอเอามาใส่มันเลยโคร่งคร่างจนคอเว้าลงมาเห็นรอยจ้ำช้ำแดงที่แทเป็นคนทำเอาไว้เยอะแยะไปหมด บ้าเอ๊ย! ไม่รอดแหงๆ ไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว เพื่อนฉันไม่ใช่คนโง่ เพราะงั้นจินซูต้องรู้แน่ๆ

"แกไปทำอะไรมากันแน่มินอา"

"ค...คือฉัน"

"บอกฉันมะ..."

"อยู่นี่เอง"

จู่ๆ เสียงทุ้มแหบที่ฟังดูน่าหลงใหลแต่กลับทำให้ฉันหวาดกลัวไปจนถึงขั้วหัวใจก็ดังแทรกบทสนทนาระหว่างยัยจินซูขึ้นมา น้ำเสียงราบเรียบที่แสนคุ้นหูซึ่งฉันไม่เคยคิดอยากที่จะได้ยินมันอีก ฟังๆ ดูแล้วเหมือนไม่มีอะไร แต่มันทำให้ตัวของฉันแข็งทื่อได้อย่างง่ายดาย ในใจหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม เมื่อคิดถึงภาพใบหน้าใจร้ายของผู้ชายคนที่ฉันเกลียดเขาเข้าไส้โลดแล่นภายในหัวไม่หยุด ร่างสูงซึ่งยืนอยู่ที่ด้านหลังโซฟาได้แต่ทำให้มือไม้สั่น ฉันนั่งเถียงกับตัวเองไปด้วยความคิดที่ตีพันกันยุ่งเหยิงจนเม็ดเหงื่อบนใบหน้าเริ่มผุดขึ้นมาทั้งๆ ที่อากาศภายในล็อบบี้ก็ไม่ได้ร้อนอะไรเลยซักนิดเดียว

ไม่ใช่เขาหรอก เป็นไปไม่ได้ เขาจะรู้ที่อยู่ฉันได้ยังไง ในใจรู้สึกสับสน ขอบตาฉันเริ่มร้อนผ่าวเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ซึ่งก่อนหน้านั้นมันฟุ้งอยู่เต็มห้องที่ฉันเพิ่งจะหนีออกมาได้ไม่นาน ทันทีที่เอี้ยวตัวหันกลับไปมอง ทั้งตัวและหัวใจก็รู้สึกแข็งชาราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลาไว้กลางอากาศ ภาพใบหน้าหล่อเหลา คมเข้ม ดูดีไปหมดทุกสัดส่วนนั้นแทบทำให้ฉันหยุดลมหายใจ รอยยิ้มร้ายกาจซึ่งเผยออกมาใครๆ ต่างก็คิดว่าเขาดูน่ารัก แต่ฉันกลับคิดว่ามันดูเลวระยำ ถ้าหากไม่ต้องทนเห็นมันอีกตลอดชีวิตก็คงจะดี

แต่ก็ดันลืมคิดไปซะสนิท ว่าคนเลวๆ แบบเขาคงจะไม่ปล่อยฉันไปง่ายๆ เหมือนกัน

"มานั่งทำบ้าอะไรที่นี่"

"..."

"ใครใช้ให้กลับ"

"...ยะ ยุ่ง"

ไม่ไหวแล้ว เสียงของฉันเริ่มสั่น ใจหายวูบวาบจนรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ สองขาผุดลุกขึ้นยืนพรวดพราดพราดก่อนที่จะพยายามพาตัวเองออกมาจากตรงนั้น ไม่อยากอยู่ใกล้ ไม่อยากเห็นหน้า แค่เห็นก็รู้สึกอยากจะอ้วกออกมา รังเกียจคนอย่างเขา ขยะแขยงจนต้องรีบเอาตัวเองหนีห่างออกมา แต่ดูท่าว่าคนเลวๆ แบบเขาจะไม่ยอมปล่อยให้ฉันเดินหนีออกมาง่ายๆ

หมับ!

สองมือหนาเอื้อมเข้ามากระชากแขนฉันไว้อย่างแรงจนแทบทรงตัวไม่อยู่ต้องเซถอยหลังกลับไป จนปลายหน้าผากเผลอกระแทกเข้าให้กับปลายคางเรียวจากใบหน้าหล่อคมเข้มของเขา แววตาซึ่งเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง ทะนงตัวมองเหยียด รังเกียจฉันยิ่งกว่าเชื้อโรคสกปรก สายตาที่ดูร้ายกาจนั่นทำให้ฉันรู้สึกเจ็บไปทั่วทั้งความรู้สึก ทำไมต้องมองฉันแบบนี้ ทำไมต้องทำแบบนี้กับฉัน มันเจ็บ เจ็บจนไม่อยากจะทนอีกต่อไป

เกลียด เกลียดมันยิ่งกว่าอะไร!

เพียะ!!

ฉันเผลอตบหน้าเขาไปเต็มแรงด้วยความรู้สึกที่เหนือการควบคุมทุกอย่าง ร่างกายเผลอทำในสิ่งที่ไม่สมควรลงไปและคาดว่ามันน่าจะกลายเป็นตัวจุดชนวนความเลวร้ายซึ่งอาจจะเกิดขึ้นภายในอนาคตของฉัน แต่ก็ช่างหัวมัน ไม่จำเป็นต้องทนอีกต่อไป ในเมื่อเขาเองก็ขยันทำสันดารต่ำๆ แบบนี้ใส่ มันก็สมน้ำสมเนื้อกันดีแล้วนี่ ฉันกัดฟันแน่น พร้อมทั้งถลึงตาใส่คนตัวสูงที่ต้องหันหน้าไปอีกทางด้วยแรงจากน้ำมือของฉันเอง รอยแดงเป็นปื้นปรากฏขึ้นหลังจากที่ใบหน้าหล่อคมเข้มนั่นค่อยๆ หันกลับมา ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มมุมปากพร้อมทั้งแค่นหัวเราะเบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

ยัยจินซูซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ได้แต่ทำหน้าอึ้ง อ้าปากค้าง มองฉันกับผู้ชายสารเลวนี่สลับกันไปมา มันรีบสะกิดฉันเป็นบ้าเป็นหลังด้วยความลนลานทำอะไรไม่ถูก

"เป็นบ้าอะไร" เสียงทุ้มแหบเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ นัยน์ตาคมตวัดจ้องมองฉันอย่างเรียบนิ่ง

"อย่ามายุ่งกับฉัน"

แทได้แต่แค่นหัวเราะ มองสบตาฉันด้วยแววตาน่ากลัว

"น้องจะทำ สันดารเลวๆ แบบพี่น้องไม่ได้นะ"

"พอได้แล้ว..." ฉันเสียงสั่น จนถึงตอนนี้กลับไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป

"รู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่ามันกำลังทำให้พี่หงุดหงิด"

"ไปให้พ้น!!"

"หรืออยากจะให้พี่ช่วย ดัดสันดาร ให้ใหม่"

จู่ๆ แววตาคมนั่นก็เริ่มเบิกโพลงขึ้นอย่างเดือดดาล จนฉันสะดุ้งเฮือก ขาทั้งสองข้างเผลอถอยห่างออกมาจากเขา ทั้งที่ยังจ้องมองใบหน้านั้นอย่างไม่ลดละ

"เผื่อจะได้เลิกทำตัว น่าสมเพช แบบนี้ซักที"

สิ้นสุดคำ แทก็คว้าแขนฉันพร้อมทั้งออกแรงบีบมันไว้แน่นจนต้องเผลอส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ เขาออกแรงฉุดกระชากลากถูให้เดินตามไปกับเขา โดยที่มียัยจินซูซึ่งกำลังยืนอึ้งอ้าปากค้างแหกปากตะโกนโวยวายลั่นอย่างทำอะไรไม่ถูกอีกทั้งพยายามที่จะวิ่งตามหลังมาไม่ห่าง

"อะไรเนี่ยพี่ ปล่อยมินอาเดี๋ยวนี้นะ จะพาเพื่อนฉันไปไหน" ยัยนั่นหน้าเครียด รีบวิ่งเข้ามาขวางทางเขาไว้ พร้อมทั้งจ้องมองเราสองคนสลับกันไปมาอย่างไม่เข้าใจจนแทชะงักไป เขากระชับแขนฉันไว้ก่อนจะเปรยตาหันมามองแสดงสีหน้ารำคาญอย่างชัดเจน

ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแน่น มันสั่น สั่นจนทำอะไรไม่ถูก กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เขามักจะทำอะไรรุนแรงแบบนี้ตามอำเภอใจ ทำไปตามความต้องการของตัวเอง

"อย่ามาเสล่อได้มั้ยวะ" คำพูดที่บ่นออกมาเบาๆ แต่เจตนาตั้งใจจะให้คนฟังได้ยินดังขึ้นจนทำให้ยัยจินซูขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า แววตาบ่งบอกว่ามันได้ยินทุกคำที่เขาด่าและเริ่มไม่โอเคอย่างรุนแรงจนฉันรู้สึกใจคอไม่ดี ข้างในอกเต้นด้วยจังหวะที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บอกตามตรงว่ากลัวยัยนี่จะทนไม่ไหวเผลอหลุดมีเรื่องกับเขาไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ชายที่ชื่อแทฮยอง มั่นใจได้เลยว่าคนโมโหร้ายแบบเขาจะต้องไม่จบเรื่องนี้ง่ายๆ แน่ ทว่าในทางกลับกัน แทกลับแสดงท่าทีไม่สนใจอะไร เขาหันกลับมาทำท่าเหมือนกับว่าพูดคุยอยู่กับฉัน คำพูดน่าไม่อายซึ่งหลุดออกมาจากปากเลวๆ นั่นแทบทำให้ฉันกระอักเลือดตาย

"บอกเพื่อนน้องไปสิ ว่าพี่เป็นผัวน้องอ่ะ"

"ห๊ะ!!"

ฉันหน้าเหวอ หันขวับไปมองค้อนเขาทันที พูดบ้าอะไรของมัน ไม่ตลกเลยซักนิด

"บอกไปสิ ว่าเมื่อคืนนี้มันเป็นยังไง" รอยยิ้มเยาะเย้ยมองมาทางฉันที่กำลังยืนอึ้งทั้งน้ำตาด้วยความสะใจ ข้างในอกบีบแน่นอย่างคนที่ทำอะไรไม่ถูก "ชอบมากเลยไม่ใช่เหรอ ติดใจจนร้องลั่นซะขนาดนั้น"

ล...เลว

คนแบบมัน เลวที่สุด!

คราวนี้เป็นยัยจินซูที่หลุดเสียงออกมาแทน ยัยนั่นอ้าปากค้าง ตาโต อึ้งหนักจนแทบขยับตัวไม่ได้ยิ่งกว่าเก่า มันยืนจ้องมองฉันที่กำลังสะอึกอึกสะอื้นร้องไห้อย่างไม่รู้จำทำยังไงด้วยอาการนิ่งค้าง รู้สึกจุกจนแทบจะพูดอะไรไม่ออก มันหน่วงไปหมด ทั้งอับอายและรู้สึกผิด คำพูดสารเลวพวกนั้นมันคอยแต่จะทำร้ายใจและฉีกหน้าฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แทไม่เคยคิดถึงใจฉันเลยซักนิดเดียว เขาไม่เคยนึกถึงด้วยซ้ำว่าฉันจะรู้สึกอับอายเพื่อนของตัวเองมากแค่ไหน มีแต่จะซ้ำเติม คอยพูดกระแทก กลั่นแกล้งให้สมใจอย่างที่เขาต้องการ

สนุกมากสินะ สะใจมากเลยใช่มั้ยที่ได้ทำแบบนี้

 "หมายความว่าไง มินอา แกกับเขา..."

"...ขอโทษนะจินซู" ฉันพูดทั้งน้ำตา

แววตาที่ฉายความผิดหวังของเพื่อนได้แต่ทำให้ฉันรู้สึกหน่วงไปหมดทั้งใจ ยัยจินซูหน้าเสียเมื่อเห็นฉันไม่แสดงทีท่าว่าจะพูดอะไรอีกนอกเหนือจากทำได้เพียงแค่ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบเต็มสองแก้ม สายตาของมันบ่งบอกว่ากำลังเสียใจ ทั้งที่อุตส่าห์เป็นห่วงฉันแทบตาย สุดท้ายฉันก็เลือกที่จะปิดบังมัน

ซึ่งพอมารู้ความจริงทีหลัง มันเลยผิดหวังมากยิ่งกว่าเก่า

แต่ฉันกลับไม่รู้จะพูดอะไรกับมันอีกต่อไปแล้ว ภายในสมองอื้ออึงไปหมด คิดอะไรก็คิดไม่ออก ได้แต่ปล่อยให้แทลากฉันผ่านหน้าเพื่อนสนิทของตัวเองซึ่งยืนนิ่งไม่ยอมสบตาด้วย มันหนักอึ้งไปหมด การที่จะต้องมากระอักกระอ่วนใจแบบนี้กับจินซูเป็นสิ่งที่ฉันเกลียดมากที่สุด คงเพราะไม่อยากทะเลาะกับมัน ไม่อยากเห็นมันเป็นแบบนี้ แทนที่ก่อนหน้านี้จะรีบๆ บอกมันออกไปซะ แต่ฉันก็ดันคิดบ้าอะไรอยู่ก็ไม่รู้

ร่างกายโซเซไปตามคนตัวสูงที่พาเดินออกมายังหน้าคอนโด จนกระทั่งมือใหญ่เอื้อมเข้ามากดหัวบังคับให้ฉันนั่งเข้าไปในรถสุดหรูคันเดิมของเขา ก่อนจะปิดประตูวิ่งอ้อมกลับไปยังอีกฝั่งแล้วเหยียบคันเร่งขับออกมาในที่สุด บอกตามตรงว่าบรรยากาศภายในรถทำให้ฉันรู้สึกแย่หนักยิ่งกว่าเก่า เพราะมันเต็มไปด้วยความเงียบ ทั้งๆ ที่เป็นคนพาฉันออกมาเองแท้ๆ แต่ดันไม่พูดอะไรเลยซักอย่าง

มันเป็นบ้าอะไรของมัน

ฉันเอื้อมมือขึ้นมาปาดคราบน้ำตาออกจากแก้มของตัวเอง พลางหันกลับไปจ้องมองหน้าเขา อยากจะรู้ว่าแทกำลังทำอะไรแต่กลับต้องชะงัก เมื่อพบว่าเขากลับจ้องมองฉันอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว

"พาฉันออกมาทำไม" ฉันเอ่ยปากถามเสียงเรียบ แต่คนฝั่งตรงข้ามก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกไม่แพ้กัน

"แล้วจะรีบกลับทำไม"

"เรายังจำเป็นต้องเจอกันอีกเหรอ" เสียงฉันสั่น กี่ครั้งแล้วที่พอเห็นสายตาซึ่งคอยแต่จะมองเหยียด รังเกียจ ทำร้ายความรู้สึกกันอยู่ตลอดเวลาของผู้ชายตัวสูงตรงหน้า ฉันก็มักจะควบคุมตัวเองไว้ไม่ไหวทุกที มันอยากจะร้องไห้ออกมา เรื่องบ้าบออะไรที่ฉันจะต้องมาทนโดนเขามองด้วยสายตาร้ายกาจแบบนี้ "แค่เรื่องเลวๆ เมื่อวาน มันยังพอใจนายอีกหรือไง!"

"หึ..."

แทกระแทกเสียงในขณะที่ฉันเผลอตะโกนใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ไอบ้านี่มันจะตามจองล้างจองผลาญฉันไปถึงไหน

"พอซักทีได้มั้ย ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย"

"ฉันทำได้มากกว่านี้อีก"

เสียงทุ้มแหบพูดขึ้นอย่างราบเรียบ แทแสดงสีหน้านิ่งซะจนฉันอดหวั่นใจไม่ได้ ข้างในมันเต้นรัวเร็วราวกับร่างกายกำลังตอบรับกับความกลัวที่เขาตั้งใจจะแสดงมันออกมา และจากประสบการณ์ที่ผ่านมาได้ไม่นาน มันทำให้ฉันรู้ว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ได้มีดีแค่ขู่ไปวันๆ แทหมุนพวงมาลัยเข้าข้างทาง พร้อมกับเหยียบเบรคกะทันหัน จนตัวฉันกระตุกวูบหัวแทบกระแทกเข้ากับคอนโซลหน้ารถ โชคดีที่ยันมือขึ้นมารองหน้าผากของตัวเองไว้ได้ทัน

เอี๊ยด~

"ตอนแรกก็ว่าจะไม่ทำอะไร แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว"

"เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย!"

"เธอกล้ามากนะ ที่ทำให้ฉันเจ็บ"

ว่าแล้วเขาก็เริ่มทำกริยาต่ำๆ ใส่ฉันอีกครั้งด้วยการเคลื่อนมือหนาเข้ามารั้งเอวฉันให้เข้าไปใกล้ มืออีกข้างกอบกุมใบหน้าฉันไว้พร้อมทั้งออกแรงบีบพวงแก้มเต็มแรง

อีกแล้ว...เขาทำแบบนี้อีกแล้ว

รอยระบมเก่ายังไม่ทันจะหายดี แต่คนเลวตรงหน้าก็ขยันทำให้ฉันเจ็บมากขึ้น มากขึ้นไปอีก เขาเห็นฉันเป็นตัวอะไร ที่ระบายอารมณ์งั้นเหรอ?

แค่เพราะฉันเป็นน้องสาวของพี่ชินยู คนที่ทำให้เพื่อนเขาต้องฆ่าตัวตาย เขาเลยคิดว่าจะทำยังไงกับฉันก็ได้เนี่ยนะ

มันเกินไปมั้ย...ฉันไม่เกี่ยวอะไร ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยซักอย่าง

แล้วทำไมถึงต้องมาโดนทำแบบนี้ด้วย!!

"พอเจ็บแล้วฉันก็รู้สึกอยากเอาคืน"

ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น ฉันจ้องมองหน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้จนเจ้าของใบหน้าหล่อคมแสยะยิ้มร้ายพร้อมทั้งปรายตามองฉันด้วยแววตาน่ากลัว ที่ใบหน้าของเขายังคงปรากฏรอยแดงเป็นปื้นจากน้ำมือของฉัน พอเห็นแล้วถึงกับต้องชะงักรีบใช้สองมือพยายามแกะเรียวนิ้วหนาออกอย่างบ้าคลั่ง ขอบตาร้อนผ่าวจนแสบไปหมด ร้องไห้จนไม่รู้จะร้องยังไงแล้วมากกว่า

"เอาคืนเหรอ! อึก แค่นี้มันยังไม่พออีกหรือไง!"

น้ำเสียงอู้อี้ตอกกลับใส่หน้าเขาเพื่อหวังจะเรียกสติจากความโมโหร้ายบ้าดีเดือดพวกนั้น ให้กลับมาเป็นผู้เป็นคนปกติแบบคนอื่นเขาซะบ้าง แต่แทก็ยังคงกวนอารมณ์ไม่เลิก เขาแกล้งทำเป็นไม่ฟังอีกทั้งยังพูดในสิ่งที่อยากจะพูดต่อไปเรื่อยๆ ไม่ยอมหยุด

"รู้หรือเปล่าว่าฉันชอบอะไรที่มันรุนแรง"

"อึก ปล่อย"

"แล้วฉันก็ขี้โมโหมากด้วย"

"นายมันสารเลว! โอ๊ย!"

ฉันร้องลั่น เมื่อแทออกแรงบีบแก้มฉันจนร้าวระบมไปทั่วทั้งหน้า เผลออ้าปากส่งเสียงร้องในขณะที่มือหนาอีกข้างของเขากำลังวุ่นวายอยู่กับการแกะกล่องอะไรอยู่ซักอย่างซึ่งฉันเองก็มองเห็นไม่ชัด จนกระทั่งมันถูกยัดเข้ามาใส่ปากอย่างรวดเร็วพร้อมกับน้ำที่กรอกซ้ำตามลงมา ลักษณะเหมือนยาเม็ดเล็กๆ ซึ่งเขายัดเยียดมันป้อนให้กับฉันที่กำลังสำลักน้ำหกเปรอะเปื้อนเลอะเสื้อสีขาวเต็มไปหมด

"แค่กๆๆ"

"กลืนมันเข้าไป"

"อะ อื้อ"

"บอกให้กลืนไง"

แทยังคงจับคอฉันไว้แน่น มือของเขาแข็งมากจนแทบจะขยับหน้าหนีไปไหนไม่ได้ เม็ดยายังคงติดอยู่บนปลายลิ้นในขณะที่น้ำจากขวดก็ถูกเทกรอกใส่ปากอย่างต่อเนื่องจนฉันสำลักซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำหูน้ำตาไหล แสบจมูกทรมานไปหมด แต่เขาก็ยังไม่หยุดการกระทำเลวๆ แบบนี้ซักที

นี่เขาจะฆ่าฉันเหรอ!?

"อยากท้องมากนักก็ตามใจ"

"..."

"ถ้ามีปัญญาเลี้ยงเองก็เชิญตามสบาย"

ตุบ~

ฉันสะอึก เหลือบตามองกล่องยาเล็กๆ ซึ่งเขาเป็นคนโยนมันมาไว้บนหน้าตักแล้วก็ต้องนิ่งไป กล่องยาคุมฉุกเฉิน ซึ่งฉันเองก็ไม่คุ้นเคยและไม่คิดว่าจะต้องมานั่งกินมันแบบนี้ วางอยู่ตรงหน้าส่งผลทำให้ต่อมน้ำตาฉันไหลลงมา กระตุ้นร่างกายให้สั่นในขณะที่หยิบมันขึ้นมากำไว้แน่น เผลอกัดริมฝีปากที่ห้อเลือดซ้ำเข้าไปอีก เพราะคำพูดที่แสนเห็นแก่ตัวของเขา

มันทำให้ฉันรู้สึกอึ้ง หน่วงใจเกินที่จะทนฟังมันได้อีก

ตัดสินใจเอื้อมมือไปคว้าขวดน้ำขึ้นมายกกระดกดื่ม กลืนเม็ดยาเล็กๆ นั่นลงไปทั้งน้ำตาด้วยความเจ็บแค้นที่สะสมอยู่ภายในใจ มันจุกแน่นรู้สึกอัดอั้นจนอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ รังเกียจทั้งสายตาและคำพูดที่คอยแต่จะทำร้ายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือเผลอบีบกล่องยาที่หลงเหลืออยู่ในแผงเพียงเม็ดเดียวไว้แน่นจนมันยับเยินก่อนจะยัดมันใส่ลงในกระเป๋าสะพายข้างด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ระหว่างนั้นสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ซึ่งดูคุ้นหูคุ้นตาอย่างแปลกๆ ราวกับว่ามันเป็นของตัวเองถูกวางเอาไว้ในช่องใส่ของที่คอนโซลหน้ารถ บ้าชัดมัด! ฉันไม่ได้ทำหาย แต่ดันลืมมันไว้ในรถของแทนี่เอง 

ในขณะที่เจ้าของร่างสูง คนใจร้ายซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ได้แต่กระตุกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ มันทำให้ฉันได้แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องมารู้สึกอะไรแบบนี้ มันทั้งหนักอึ้งพูดอะไรไม่ออก

ในใจมีแต่ความเกลียด ทุกวันนี้ฉันรู้สึกเกลียดเขาจนอยากจะเป็นบ้าตาย

"ทำไม...ทำไมต้องทำแบบนี้"

ฉันถามในขณะที่มองสบเขาทั้งน้ำตา ในตอนนี้ไม่มีแม้แต่เเสียงสะอื้นที่หลุดลอดออกมาให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจอีกต่อไป แต่แทก็ยังคงมองเหยียดฉันด้วยแววตาที่ใจร้ายอยู่แบบนั้น

"ฉันเกลียดเธอ"

"นายเกลียดใครกันแน่ เกลียดฉันหรือพี่ชายฉัน"

"..."

เงียบ...ดูเหมือนเขาจะนิ่งไป แต่อารมณ์ฉันตอนนี้มันไม่นิ่งด้วยเลย ใช่! เขาเกลียดฉัน ฉันเองก็เกลียดเขา เราต่างรู้สึกเหมือนกัน!

."ทั้งๆ ที่ฉันไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลยแท้ๆ ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลยซักอย่าง"

"..."

"แต่นายก็ยังทำเลวๆ แบบนี้ไม่หยุด คอยทำร้ายฉัน คอยแก้แค้นให้กับคนที่ตายไปแล้ว"

"เงียบ"

"คอยเอาคืน เอาคืนให้กับเพื่อนของนาย นายคิดว่าเขาจะรู้เรื่องกับนายมั้ย!!"

"หุบปาก"

"รู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่าสิ่งที่นายทำแม่งโคตรเปล่าประโยชน์ ดีแต่จะทำร้ายคนอื่น คิดว่าเขาจะดีใจหรือไง"

"บอกให้หุบปาก"

"ก็ในเมื่อเขาตายไปแล้ว เขาไม่มีทางฟื้นขึ้นมายินดีไปพร้อมกับนายหรอกแท!!"

"หุบปากซักทีดิวะ!!"

เสียงตะคอกถูกตะโกนออกมาด้วยแรงโทสะ พร้อมกับแรงกระชากคอเสื้อที่ดึงทึ้งฉันเข้าหาตัว แววตาแข็งกร้าวรุนแรงซึ่งแสดงออกมาผ่านหน้าตาที่กำลังโมโหจัด ทำให้ใจของฉันกระตุกวูบ อารมณ์คุกรุ่นที่ขาดการยับยั้งของผู้ชายร่างสูงตรงหน้า ได้แต่ทำให้ฉันรู้สึกหวาดกลัวจนหายใจแทบไม่ทั่วท้อง เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาโมโหหนักขนาดนี้ มันน่ากลัวมาก มากซะจนถึงขนาดที่ทำให้ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรู้สึกหวาดผวา หากแต่ใจกลับเดือดดาลไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ใช่! ฉันโกรธ โกรธพอๆ กับที่เขาเป็นอยู่นี่แหละ

คิดว่าฉันพูดไม่ได้ ไม่มีความรู้สึกเลยหรือยังไง ฉันเองก็เป็นแค่คนธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่โมโหเป็น เจ็บเป็น ฉันเสียใจเป็น ทำไมเขาไม่เคยเข้าใจฉันบ้าง

ฉันผิดอะไร...ฉันทำอะไรผิดนักหนา

"ปากโคตรดี" น้ำเสียงทุ้มแหบตะโกนผ่านลอดไรฟัน ใบหน้าคมเข้มจ้องมองฉันอย่างเดือดดาล "อย่างเธอมันจะไปรู้อะไร กล้าดียังไงมาพูดแบบนี้วะ!!"

."นายมันบ้า ทั้งบ้าทั้งเลว" แต่ฉันเองก็ถลึงตามองกลับทั้งน้ำตาอย่างไม่ลดละ อารมณ์ที่เดือดจัดทำให้เราสองคนสาดคำพูดใส่กันไม่หยุด จนรู้สึกเหมือนกับว่าแทเริ่มจะทนฉันไม่ไหว เขากัดฟันตัวเองแน่น ใบหน้าแดงก่ำ บางทีเขาอาจจะดึงฉันขึ้นมาตบหน้าเลยก็ได้ แต่ช่างหัวมัน เพราะตอนนี้ฉันเองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน

"ลงไป"

"..."

เอ๊ะ!?

"บอกให้ลงไปไงยัยโง่!!"

จู่ๆ เสียงแข็งกร้าวก็ตะโกนขึ้นมาอย่างเหลืออด พร้อมๆ กับที่คอเสื้อถูกปล่อยให้เป็นอิสระ มันยับยู่ยี่เป็นรอยกำแน่น จนฉันรู้สึกมึนหัวไปขั่วขณะเลยก็ว่าได้ ให้ตายเหอะ เดาทางไม่ถูกจริงๆ ไอ้บ้านี่ไม่ตบฉัน แต่มันกลับไล่ลงจากรถแทนเนี่ยนะ

โอเค แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน!

ไม่รอช้า ฉันตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถมาโดยทันที น่นอนว่าก่อนลงก็ไม่ลืมที่จะหยิบเอาโทรศัพท์ของตัวเองออกมาด้วย ทันทีที่ขาทั้งสองข้างก้าวลงจากรถ แทก็เหยียบคันเร่งมิดเท้าพร้อมทั้งหักพวงมาลัยออกตัวจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงแค่ฉันที่เพิ่งจะรู้สึกตัวได้ว่า ดันเผลอตัดสินใจผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเข้าให้ซะแล้ว

เพราะว่า...แท เขาดันปล่อยฉันทิ้งไว้บนทางด่วน

ใช่! ฉันไม่ได้ละเมอ แต่นี่มันคือทางด่วนจริงๆ!

...

"ไอ้บ้าแทฮยอง!!"

ให้ตายสิ!

นายมันบ้า...บ้าที่สุด!!

แทบอยากจะกรี๊ดออกมาให้ดัง ตะโกนให้คอพัง ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ปวดประสาท! อยู่กับคนแบบเขามากๆ มันทำให้เส้นเลือดในสมองฉันเหมือนจะแตก ให้ตายเหอะ นี่มันเรื่องจริงใช่ไหม ที่ฉันโดนเทกลางทางด่วนแบบนี้

ว่าแล้วก็ได้แต่หันมองรอบข้าง ภาพของถนนบนทางด่วนซึ่งเต็มไปด้วยรถยนต์ที่กำลังวิ่งผ่านหน้าไปด้วยความเร็วแทบทำให้เข่าของฉันทรุดลงไปกองกับพื้นทันที เมื่อไล่สายตามองผ่านทางยาวบนเส้นนำสายตาที่ทอดยาวออกไปไกลแสนไกลจนมองหาทางลงแทบไม่เจอมันก็ทำให้ฉันแทบปล่อยโฮออกมาเสียงดัง

ร่างกายรู้สึกไร้เรี่ยวแรงลงอย่างฉับพลัน

ฉันต้องเดินกลับเหรอ ต้องเดินกลับจริงๆ ใช่มั้ย ระยะทางมันค่อนข้างไกล ใช้เวลาเดินกลับไปก็คงจะนานน่าดู โอ๊ย จะบ้าตาย ทำไมรู้สึกเหมือนกับว่าตอนนั่งรถมากับแทมันใช้เวลาเพียงแค่แปบเดียวเอง นี่เขาขับมันมาได้ไกลถึงขนาดนี้เลยเหรอ จริงด้วยสินะ ดันลืมคิดไปซะสนิทว่าแทเหยียบคันเร่งซะเต็มที่ เขาขับรถเร็วจะตาย

เอาวะ เดินก็เดิน!

ว่าแล้วฉันก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ กล้ำกลืนฝืนทนเก็บน้ำตาของตัวเองไว้อย่างสุดความสามารถ มือทั้งสองข้างใช้มันปาดคราบหยดน้ำใสบนใบหน้าของตัวเองออกอย่างลวกๆ ไม่รู้สภาพตอนนี้จะทุเรศแค่ไหน แต่อยากรีบกลับห้องไวๆ เพราะมันรู้สึกเพลีย ร่างกายล้าระบม อยากนอนพักผ่อนให้เต็มอิ่ม ตอนนี้ทำได้เพียงแค่ภาวนาขอให้มีคนใจดีจอดรับแล้วพาฉันไปส่งที่ทางลงด้านล่างที แค่นี้ก็ดีใจแล้วจริงๆ ไม่ขออะไรมากเลย ทว่า ในระหว่างที่ฉันกำลังเดินก้มหน้าก้มตาไปตามข้างทาง บรรยากาศของความอบอ้าวจากแดดร้อนๆ ที่แผดเผาจนแทบจะทำให้เป็นลมอยู่ลอมล่อ เริ่มทำให้ฉันรู้สึกมึนหัว มือทั้งสองข้างรีบควานหาโทรศัพท์ขึ้นมาทำท่าจะกดโทรออกหายัยจินซู แต่กลับต้องชะงักไปซะก่อน นิ้วมือรีบตัดสายทิ้งอย่างลังเล ในใจย้ำคิดย้ำทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยัยนั่นต้องกำลังโกรธฉันอยู่แน่ๆ เอายังไงดี...

อย่าเลยดีกว่า ฉันไม่อยากทำให้จินซูไม่สบายใจไปมากกว่านี้

เอาเป็นว่าลองกดแอพเรียกแท็กซี่ดูก่อนละกัน เผื่อเขาจะขึ้นมารับฉันบนนี้ได้

เมื่อนึกอะไรดีๆ ออก และกำลังตั้งท่าจะกดเข้าแอพในโทรศัพท์ จู่ๆ รถยนต์คันหนึ่งที่ขับผ่านหน้าไปเมื่อซักครู่ ก็ทำท่าเหมือนจะค่อยๆ ชะลอความเร็วลงก่อนจะเลี้ยวเข้าจอดข้างทางซึ่งอยู่ไม่ห่างจากกันมากเท่าไหร่นัก ฉันเห็นคนขับเปิดประตูเดินลงจากรถแล้วตรงเข้ามาหา เหมือนเขาจะพูดอะไรซักอย่าง

"เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ ทำไมมาเดินอยู่บนนี้คนเดียว" ร่างของชายหนุ่มวัยทำงานที่ดูอายุราวสามสิบต้นๆ เอ่ยปากถามอย่างเป็นมิตรทันที เหมือนเขาจะดูรู้ว่าฉันกำลังเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ เพราใบหน้านั่นกำลังเผยรอยยิ้มใจดีราวกับนักบุญผู้มีเมตตาและเต็มใจให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จนฉันที่เห็นแทบจะน้ำตาซึม

"คือ พอดีรถฉันมีปัญหานิดหน่อยน่ะค่ะ" ฉันตอบพลางส่งยิ้มแห้งไปให้ จะบอกว่าโดนทิ้งอยู่บนนี้ก็ยังไงๆ ไม่อยากจะต้องมานั่งพูดอะไรที่มันยาวๆ คงไม่จำเป็นต้องเล่าตั้งแต่ต้นหรอกมั้ง เอาเป็นว่าบอกแค่นี้ไว้ก่อนดีกว่า

"จริงเหรอครับ ไหนรถคุณล่ะ" เขาได้แต่ทำหน้าสงสัย หันมองซ้ายขวาราวกับจะหารถของฉันให้ได้ ซึ่งมันจะไปมีได้ยังไง ก็โกหกขึ้นมาทั้งเพ

"คือ มันเสียอยู่ไกลมากเลยค่ะ ฉันจอดมันทิ้งไว้แล้วเดินมาเรื่อยๆ"

"โอ้! แย่เลยนะครับ" เขาทำหน้าตกใจก่อนจะเสนอคำพูดดีๆ ที่ทำให้ฉันแทบอยากจะตะโกนออกมาดังๆ "เอาอย่างงี้ละกัน ให้ผมช่วยดีกว่ามั้ย เดี๋ยวผมขับรถไปส่งให้ คุณอยากลงที่ไหนล่ะ"

เย่!

ในที่สุด ก็มีคนใจดีโผล่มาซักที นึกว่าจะต้องเดินกลับเองซะแล้ว

"โอเคเลยค่ะ ดีที่ได้คุณช่วยไว้ไม่อย่างงั้นฉันต้องแย่แน่ๆ ขอบคุณมากเลยนะคะ" ฉันรีบตอบกลับเขาไปด้วยความดีใจ ตอบกลับไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลังอะไรเลยซักนิดเดียว

"ไม่เป็นไรครับ มาๆ ขึ้นรถก่อนดีกว่า"

ว่าจบ เขาก็พยักเพยิดให้ฉันขึ้นรถมาได้ในที่สุด เฮ้อออออ~ รอดตาย อย่างน้อยก็ไม่ต้องทนเดินฝ่าภัยพิบัติของแสงแดดที่สาดส่องลงมาทำร้ายส่วนต่างๆ ของร่างกาย แถมไม่ต้องเสียเวลาเหนื่อยเดินทางไกลหลายกิโลอีกต่อไปแล้วด้วย คิดๆ ดูแล้ว เพราะความโชคดีในโชคร้ายของฉันแท้ๆ อย่างน้อยก็ยังพอมีแต้มบุญเอาไว้ต่อชีวิตของตัวเองได้บ้าง

"เดินคนเดียวบนทางด่วนแบบเมื่อกี้มันอันตรายมากเลยนะครับ คุณรู้หรือเปล่า"

ชายวัยทำงานเริ่มเอ่ยปากชวนฉันคุยในระหว่างที่รถเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็ว บอกตามตรงว่าพอขึ้นมา ฉันแอบได้กลิ่นเหม็นอับจากข้างในรถอยู่หน่อยๆ มันคงมาจากข้าวของภายในซึ่งค่อนข้างกระจัดกระจาย แถมยังติดฟิล์มหนาทึบซะจนมองจากกลางวันเป็นกลางคืนแบบนี้ เขาขับถนัดได้ยังไงกันเนี่ย

"เอ่อ คือพอดีฉันไม่มีทางเลือกน่ะค่ะ" ว่าแล้วก็ได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้เขาอีกครั้ง เป็นไปได้ฉันก็ไม่อยากขึ้นมาสำรวจพื้นที่บนนี้ซักเท่าไหร่ ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้บ้าแทฮยอง ฉันก็คงไม่ต้องมาทนทำอะไรลำบากลำบนอยู่แบบนี้

"งั้นเหรอครับ ว่าแต่คุณอายุเท่าไหรเนี่ย"

"สิบเก้าค่ะ"

"โห ยังเรียนมหาลัยอยู่เลยสินะ แบบนี้ก็ดีเลย ผมชอบ"

"หือ??"

เมื่อกี้เขาว่าอะไรนะ ฉันชะงักไปในทันที

"อ...อ้อ เปล่าครับ ไม่มีอะไร"

แต่ผู้ชายคนนี้กลับทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนฉันได้แต่ยิ้มเจื่อน เมื่อกี้เหมือนหูจะฝาดแต่ก็ไม่ใช่ เริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่ค่อยๆ แปลกไป เขาขับรถเร็วมาก แถมสายตาก็แอบลอบมองต้นขาฉันไม่หยุด ทั้งๆ ที่คุยกันมันก็ต้องมองหน้าไม่ก็มองถนนสิ แต่ทำไม...

สายตาเขามันถึงลามปามมาที่ต้นขาฉันไม่หยุดเลย

ทันทีที่เริ่มรู้สึกกลัวและหวาดระแวง ฉันก็นั่งเงียบมาตลอดทาง เขาเองก็เช่นกันที่ทำเป็นนั่งนิ่งตั้งหน้าตั้งตาเหยียบคันเร่งซะเร็ว แต่สายตาก็ยังคงลอบมองทั่วเลือนล่างฉันอยู่เป็นพักๆ แววตาหื่นๆ เริ่มทำให้ฉันนั่งตัวเกร็ง รู้สึกอึดอัดจนอยากจะรีบลงจากรถไปให้ไว บ้าชะมัด ทั้งที่คิดว่าโชคดีแล้วแต่ไหนเรื่องมันกลับกลายเป็นแบบนี้ไปซะได้ล่ะ หัวใจฉันเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น เพียงแต่อีกไม่นาน ระยะทางก็ใกล้จะถึงทางลงจากทางด่วนแล้วซักที หวังว่าเขาคงไม่ทำอะไรไปมากกว่านี้ นอกจากการลวนลามฉันทางสายตาหรอกมั้ง

อดทนไว้ มินอา ใกล้จะถึงแล้ว

"เอ่อ เดี๋ยวจอดให้ฉันตรงทางลงของทางด่วนก็ได้ค่ะ"

"อ่า...ครับๆ"

อีกประมาณสามร้อยเมตรก็จะถึงแยกที่จะลงกับแยกที่จะไปต่อ ฉันรีบบอกเขาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อหวังจะรีบๆ ลงไปให้พ้นจากบรรยากาศที่แสนน่าอึดอัดภายในรถคันนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเขาเองก็หันมาพยักหน้ารับเป็นอย่างดี แต่พอใกล้จะถึง เขากลับทำในสิ่งที่มันตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

บรื้นนนนนน~

เพราะเขาเหยียบคันเร่งซะมิดเท้า ออกตัวแรงวิ่งผ่านแยกทางลงของทางด่วนไปอย่างหน้าตาเฉย จนฉันได้แต่นั่งอึ้ง พอรีบหันไปมองกลับเห็นเขานั่งยิ้ม แววตากรุ้มกริ่ม จนฉันรู้สึกใจหายวูบ นี่ทำบ้าอะไรของมันเนี่ย!

"ไหนบอกจะจอดรถให้ฉันไงคะ!" ฉันพูดเสียงดังลั่น จ้องเขม็งด้วยใจที่หวาดหวั่น แต่คนขับข้างๆ กลับหันมาแสยะยิ้มหื่นให้ฉัน จนรู้สึกหลอนไปทั้งปลายประสาทสัมผัส

"เดี๋ยวก่อนสิครับ ยังไม่ใช่ตอนนี้"

"จอดค่ะ! จอดเดี๋ยวนี้!!"

"จะรีบไปไหนล่ะ แวะไปที่ๆ นึงกับผมก่อน"

.

.

.

.

.

.

.

.

(100%)

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

TALK


โอ๊ยยยยยย น่ารักกกกก // จับฟัดแก้มทีได้มั้ย งื้อออออ

อัพครบเต็ม 100 เปอร์ในตอนตี 4 ครี่ง สรุปอยู่ดึกไปอี๊ก นานๆ จะนอนเช้าเพราะติดซีรี่ย์
เลยนั่งปั่นไปด้วย ดูไปด้วย บันเทิงมากจ้า ฝนก็ตกอากาศแบบดีเว่อร์อ่ะ
อีกไม่นานอิสระภาพจะกลับคืนสู่ไรท์อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ไรท์จะได้มาอัพนิยายรัวๆ
เพราะฝึกงานใกล้เสร็จล้าววว ไม่ต้องทำงานแล้ววววว โง๊ยยย ดีใจจจ
ตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาแห่งการอดทนมากจริงๆ นอนเยอะนะ
แต่พอไปทำงาน ถึงจะแค่ฝึกงาน มันก็รู้สึกเหนื่อยอยู่ดี เหนื่อยคนนะ ไม่ใช่เหนื่อยงาน555555
ว่าแต่คง งง กันใช่มั้ย ว่าไรท์จะมานั่งบ่นให้ฟังทำไม5555 // โดนผลักตกขอบ

ขอเข้าเรื่องนิยายเลยละกันเนาะ
คือตอนนี้แทแท เท น้องกลางทางด่วนอ่ะ ใจดำไปอี๊กกก
ที่สำคัญคือ น้องโดนคนหื่นล่อลวงให้ขึ้นรถมาด้วย
โถ คุณลูก ใครเขาให้หนูขึ้นรถไปกลับคนแปลกหน้าห๊ะ
ส่งแทแทไปช่วยน้องเดี๋ยวนี้ เอ๊ะ! หรือให้ใครไปดี งืมๆ
เอาเป็นว่ามารอลุ้นละกันโนะ
อยากอ่านตอนต่อไป ฝากเม้นต์เป็นกำลังใจ ติชมกันหน่อยน้า
เดี๋ยวจะรีบมาอัพให้อย่างไวเลย กำลังใจคือสิ่งสำคัญของไรท์
ไรท์นั่งอ่านแล้วยิ้มอยู่คนเดียว รู้สึกฮึกเหิมมีแรงปั่นต่อไวๆ มาก
ขอขอบคุณทุกๆ คนมากๆ ค่าาา ท้ายนี้ อยากบอกว่า เลิฟยูมั่กๆ // จูจุ๊บเด้อ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 188 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

422 ความคิดเห็น

  1. #320 fanfin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 19:32
    สงสารจริงๆ เเทใจร้ายมากๆ
    #320
    0
  2. #311 TinapatSahunalu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 16:20
    แทใจร้ายยยแง๊
    #311
    0
  3. #44 scintilla (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 13:44
    ใช่ค่ะ ยังไม่ต้องโทรหามินอาก็ได้ ถ้ามินอาไม่มีรถ แต่ควรโทรหาตำรวจหรือไม่ก็แกร๊บเลยจ้า~ มินอาเอ๊ยยย~
    #44
    0
  4. #32 TaeV-JK (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 23:24

    ไรททท์ ชอบอะ ดาร์กสุดไรสุด มาเถอะ มาได้แล้ว รีดให้อภัยแล้ว 55555 รออ่านอยู่นะคะ สู้ๆ จะติดตามจนจบอะ เป็นพวกชอบหลอกหลอน555

    พี่แททท ทำไมใจร้ายยย อย่ามารักน้องภายหลังแล้วกัน ชิ!!! ไปซบอกพิกุกดีฟ่าาา
    #32
    0
  5. #31 nut40938 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 07:57
    หนูลูกโดนแทิ้งแล้วจ้องเขออะไรไม่ดีอีกกก
    #31
    0
  6. #30 AM_TT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 14:57
    กลับมาช่วยน้องก่อนแททททททท!!!
    #30
    0
  7. #29 BellWanisara (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 06:00
    แทมาช่วยน้องเร็ว
    #29
    0
  8. #28 180344 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 02:05
    อห. ที่ไม่ใช่โอ้โห้ แย่ละ แทกลับมาเลยนะ กลับมาเดี๋ยวนี้ น้องแย่แล้วววววววววววววว
    #28
    0
  9. #27 Babage (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 22:45
    แทมาช่วยเร็ววววว
    #27
    0
  10. #26 larmeschonesa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 22:22
    แทททกลับมาช่วยก่อน
    #26
    0
  11. #25 Hula_Harmong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 11:30

    ใจร้ายที่สุด
    #25
    0
  12. #24 BellWanisara (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 09:10
    แทแท ใจร้ายย จะไม่ทน
    #24
    0
  13. #23 Hmc99 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 02:05
    แทใจร้ายมากฮือออ
    #23
    0
  14. #22 MMilky5 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 22:16

    คิดภาพนางเอกใจร้ายไม่ออกเลยไรท์ แทแทอ่าาา จะใจร้ายเกินไปแล้วนะ
    #22
    0
  15. #21 Babage (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 17:21
    แทใจร้ายอะ
    #21
    0
  16. #20 nut40938 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 07:02
    ดีใจไรท์มาแล้ว
    #20
    0
  17. #19 Hmc99 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 04:37
    เด็ดมาก เถื่อนมากแทๆ555 รอนะคะไรท์
    #19
    0
  18. #17 KIM ARMY 💜 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 23:35
    งื้อ

    ไรท์มมาแว้ววว เเจ้งปุ๊ปกดปั๊ปเลยย รอนะคะะ อยากอ่านนนน มาบ่อยๆน้าาา
    #17
    0