[ BTS X YOU ] All I GOT.

ตอนที่ 17 : All I GOT || Episode : 16 ใครดีใครได้ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    2 พ.ค. 62


" ของๆ กู ถ้ามึงแน่ก็มาแย่งไปเอง "

" งั้นหลังจากนี้ ใครดีใครได้ "





ALL I GOT.
Episode 16


 

วันนี้แทมีเรียนตอนบ่าย


เขาจึงใช้เวลาตลอดทั้งช่วงเช้าเพื่ออยู่กับฉัน ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วที่บอกให้กลับเพราะเจ้าตัวมีเรียน ฉันเลยกลัวว่าเขาจะไม่สะดวกในการเตรียมตัวซักเท่าไหร่ แต่แทก็ไม่ยอมฟัง อีตาคนนี้โวยวายจะนอนที่นี่ให้ได้ แถมยังดื้อต้องนอนเตียงเดียวกับฉัน บ้าชะมัด พูดตามตรงถึงพวกเราจะนอนด้วยกันบ่อยแค่ไหน แต่ก็ไม่ใช่แฟนกัน ฉันเองก็เพิ่งจะมาคิดได้ถึงเรื่องพวกนี้ ว่าการนอนด้วยกันทั้งๆ ที่ไม่ใช่แฟน มันออกจะแปลกประหลาดเกินไป


แต่แทกลับทำให้มันเป็นเรื่องปกติไปซะได้


อันที่จริง ฉันเองก็ไม่ค่อยชินซักเท่าไหร่เวลาที่ได้นอนกับเขา มันตื่นเต้นทุกครั้งที่ต้องโดนกอด โดนหอม โดนฟัดทั้งก่อนและหลังตื่นนอน โดยที่ฉันแทบจะขาดใจตาย ผู้ชายคนนี้ขยันทำให้หัวใจฉันเต้นแรงตลอดทุกช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน ก่อนหน้านั้นก็เป็นเพราะอารมณ์ร้ายๆ ของเขา แต่ในตอนนี้มันกลับกลายเป็นการแสดงตัว ทำเหมือนเจ้าข้าวเจ้าของ ซึ่งพอเอาเข้าจริงใจของฉันมันบ้ามากกว่าที่ดันคิดไปถึงเรื่องพวกนี้ เพราะถึงจะยังไม่ชินแต่ถ้าวันใดวันหนึ่งแทเลิกทำไป ฉันเองก็รู้สึกต้องการเขามากอยู่ดี


กลับกลายเป็นตัวฉันเองที่อยากให้เขาทำแบบนี้


ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ


“หน้าไม่เห็นเหมือนกันเลยซักนิด”


เสียงทุ้มต่ำของตัวต้นเหตุที่ขยันทำให้ใจฉันปั่นป่วนดังแทรกขึ้นมาในระหว่างที่ฉันกำลังใช้เครื่องดูดฝุ่น จนต้องกดสวิตช์เพื่อให้ตัวเครื่องหยุดทำงาน เห็นร่างสูงกำลังยืนอยู่หน้าชั้นวางของที่มีกรอบรูปฉันกับพี่ชินยูถ่ายคู่กันตั้งอยู่ เพ่งพินิจวิเคราะห์ยืนก้มๆ เงยๆ สำรวจห้องฉันอย่างเพลิดเพลิน


เอาจริงๆ ตอนนี้อาการปวดหัวยังไม่ค่อยหายดีซักเท่าไหร่ แต่มันก็ดีขึ้นเยอะกว่าก่อนหน้านั้นเพราะแทคอยช่วยทำนู่นทำนี่ให้ อีกอย่างพาผู้ชายเข้าห้องทั้งที มันก็ต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยหน่อย เพราะฉันเองก็รู้สึกเขินๆ อยู่เหมือนกัน ถ้าห้องไม่เนี้ยบ มันก็ไม่สบายใจซักที


แต่แทนี่ยังไง เขากำลังยืนดูรูปฉันกับพี่ชายซึ่งถ่ายคู่กันแล้วอัดใส่ไว้ในกรอบรูปเป็นคอลเล็กชัน ตั้งเรียงรายโชว์ไว้เต็มชั้นด้วยใบหน้าหงุดหงิดสุดจะบรรยาย รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองเกลียด แต่ก็ยังไปยืนดูอยู่ได้ ต้องบ้าไปแล้วแหงๆ


“จะไปเหมือนได้ไง หน้ามินอาเหมือนพ่อ”


“แต่หน้ามันเหมือนลูกชู้”


พอได้ฟังฉันถึงกับขมวดคิ้วมุ่นขึ้นทันที น่าตีปากจริงๆ คนอะไรปากดีชะมัด ชู้บ้าชู้บอที่ไหน พ่อกับแม่ฉันรักกันดี สวีทหวานกันปานจะกลืนกิน


แต่ก็เอาเหอะ แทเกลียดพี่ชินยูจะตาย เพราะงั้นก็ปล่อยๆ เขาไป ฉันหันมาให้ความสนใจกับการดูดฝุ่นใต้โซฟาต่อ แต่แทก็ยังชวนฉันคุยโน่นคุยนี่ไม่เลิก


“มันกับเธอดูไม่เหมือนกันเลย”


“ก็บอกแล้วไงว่ามินอาหน้าเหมือนพ่อ”


“ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น”


อยู่ๆ คำพูดของเขาก็ทำเอาฉันถึงกับต้องชะงักไปจนต้องปิดเครื่องดูดฝุ่นอีกครั้ง เห็นร่างหนายืนแน่นิ่ง จ้องมองกรอบรูปด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไป มันก็อดสงสัยไม่ได้


“แทหมายถึงเรื่องไหนเหรอ”


“เปล่า”


“??”


“เอากรอบรูปพวกนี้ไปเขวี้ยงทิ้งได้ป่ะ เกลียดหน้ามันว่ะ”


เฮ้ย เดี๋ยวก่อน!


ฉันแทบวิ่งเข้าไปห้ามเขาไม่ทัน ถึงจะทำเป็นเล่นไปงั้นแต่มันก็น่ากลัวอยู่ดี ไอบ้าเอ๊ย! ใจหายใจคว่ำหมด มือทั้งสองข้างพยายามดึงทึ้งลากตัวแทให้ออกห่างจากตรงนั้น พาร่างสูงเดินกลับมานั่งบนโซฟาพร้อมทั้งล้มตัวเองลงไปนั่งข้างๆ กัน


“แทจะพังห้องมินอาไม่ได้นะ”


“ไม่ได้จะทำจริงซักหน่อย”


“ก็กลัวอยู่ดีแหละ” พอพูดออกไปแบบนั้น ดันได้ยินเสียงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จากคนข้างๆ ซึ่งในเวลาถัดมาเจ้าตัวก็หันมามองหน้าฉันด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป กลายเป็นแววตาที่ดูจริงจังมากขึ้นกว่าเดิม


“ไม่ต้องกลัวหรอก”


“...”


“ไม่ทำแบบนั้นแล้ว”


ดะ เดี๋ยวสิ...


ทำไมจู่ๆ ก็พูดขึ้นมาแบบนี้ล่ะ


ให้ตายเหอะ พอแทพูดด้วยสีหน้าและแววตาแบบนี้ มันกลับกลายเป็นฝ่ายฉันเองที่ต้องหลบหลีกจากสายตาเรียวรีของเขาแทน หลีกเลี่ยงใบหน้าหล่อคมซึ่งกำลังจ้องมองด้วยความจริงจังจนทำให้ใจสั่น แทในตอนนี้ล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อใจฉัน ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ทำแบบไหน ฉันก็หวั่นไหวหมดทั้งนั้น


“ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไง?”


“หะ หา” เพราะคำทักท้วงด้วยเสียงทุ้มต่ำ ทำให้ฉันที่เผลอเหม่อจ้องมองใบหน้าขาวใสนั่นอย่างชื่นชมต้องสะดุ้งเฮือกใหญ่ขึ้นมา จะบ้าตาย เป็นแบบนี้แล้วน่าอายที่สุด


“อยากโดนจูบเหรอ”


ดะ เดี๋ยวสิ!


พูดอะไรของเขาเนี่ย!?


ไม่พูดเปล่า แต่คนตรงตัวสูงยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันช้าๆ จนสัมผัสได้ถึงความร้อนของลมหายใจซึ่งค่อยๆ รดอยู่ที่ริมหน้าผาก ก่อนที่รอบแขนแกร่งจะค่อยๆ ดึงตัวฉันเข้าไปหา พร้อมมอบสัมผัสที่แสนแผ่วเบาของริมฝีปากหยักหนาซึ่งทาบทับลงมา ปลุกเสียงเต้นของหัวใจให้เต็มไปด้วยความอบอุ่นได้อย่างน่าประหลาด


มันแตกต่างจากจูบที่เคยผ่านมา ความรู้สึกในครั้งนี้มันทั้งอ่อนโยน นุ่มละมุน และ บางเบา ร่างหนาของแทที่ลูบไล้เรียวมือไปตามเอวคอด ทำเอาฉันรู้สึกเคลิบเคลิ้ม ปั่นป่วนไปหมด คนตัวสูงโอบล้อมรอบต้นคอฉันไว้ ความรู้สึกอบอุ่นเกิดขึ้นในใจ ทุกครั้งที่สัมผัสบนริมฝีปากเคลื่อนที่อย่างช้าๆ คลอเคลียกันไปมา มันทำให้ร่างฉันแทบจะหลอมละลายไปพร้อมๆ กัน


ไม่รู้ว่าเนิ่นนานเท่าไหร่ที่เวลาผ่านไป รู้สึกว่าลมหายใจถูกตัดทอนออกจากร่างกายเรื่อยๆ จนแทบไปต่อไม่ไหว ร่างสูงจึงค่อยๆ ถอดถอนริมฝีปากออก ใบหน้าเรียวคมหล่อรับกับสันจมูกโด่งสวยมองสบตาฉันด้วยความหลงใหล ความต้องการแต่ต้องหักห้ามใจ ได้แต่ทำให้แทยกมือขึ้นมาปิดบังใบหน้าตัวเองไว้ด้วยความเขินอาย


“เป็นอะไรเหรอ” หากแต่ฉันก็ดันกล้าที่จะถามเขาออกไป แทเองจึงได้แต่นั่งก้มหน้า ทั้งๆ ที่มือยังคงปิดไว้ทั้งแบบนั้น


“เปล่า”


“...”


“เดี๋ยวมันอดใจไม่ไหวไง”


...บะ บ้า


ช่วงนี้แทเป็นอะไรของเค้ากันแน่?!


ชอบพูดอะไรที่มันชวนน่าอายแบบนี้อยู่เรื่อย โอ๊ยยยย~ ฉันเองพอได้ยินก็พลอยเขินตามไปด้วยเลย เห็นไหมเนี่ย


“เป็นคนป่วยอยู่ ก็อย่าอ่อยให้มันมากนัก”


“ยังไม่ได้ทำไรเลย”


ฉันเผลอหลุดหัวเราะแล้วตีแขนเขาไปเบาๆ ทีนึงด้วยความหมั่นไส้ คนอะไรชอบโมเมหาว่าคนอื่นเป็นแบบนี้แบบนั้นอยู่เรื่อย นิสัยไม่ดี และแน่นอนว่าครั้งนี้แทเองก็แกล้งพูดแหย่ฉันเล่น เขายกยิ้มมุมปากให้น้อยๆ ก่อนจะเอื้อมมือขึ้นมาฟัดแก้มฉันไปมา


“เดี๋ยวต้องไปมอแล้วนะ”


เมื่อแทพูดแบบนี้ ฉันจึงรีบหันไปดูเวลาทันที จริงด้วยสิ นี่มันตั้งสิบเอ็ดโมงจะเที่ยงแล้วนี่นา แทเองก็ต้องคำนวณเวลาในการขับรถกลับไปแต่งตัวที่คอนโดเขาอยู่เหมือนกัน มันน่าเศร้าอยู่นิดหน่อยนะที่เวลาเดินเร็วขนาดนี้ แต่ทำไงได้ล่ะ


ไม่รู้ว่าเพราะฉันอาจจะกลัวเหงาที่แทต้องไป หรือ เพราะติดเขามากกันแน่ มันเลยเผลอตัวแสดงอาการซึมออกมาให้กับคนข้างๆ เห็น จนเจ้าของใบหน้าคมเข้มจำเป็นต้องเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นปฏิกิริยาฉัน


“ทำหน้าแบบนี้คือ?”


เพราะแบบนี้แหละ ถึงเพิ่งจะรู้ตัว ว่าดันเผลอติดแทเข้าให้แล้วจริงๆ แค่ห่างกันนิดๆ หน่อยๆ ก็รู้สึกเหงาขึ้นมา เป็นแบบนี้ไปได้ไงนะ


“งอแงเหรอ”


“มะ ไม่ใช่ซักหน่อย”


“โกหก” คนตัวสูงเหล่มองฉันด้วยสายตาล้อเลียน ตั้งใจจับผิดกันเห็นๆ “เหงาก็บอกว่าเหงาดิ”


โอ๊ยยยยย นี่ก็คาดคั้นจัง คนบางคนพอยิ่งโดนต้อนมันจะยิ่งเขินนะเว้ยยยยย


“ไม่ร้องดิ” น้ำเสียงทุ้มต่ำว่าอย่างขำๆ ก่อนจะดึงฉันเข้าไปกอดด้วยความหมั่นเขี้ยว ทำเอาใบหน้าฉันร้อนฉ่า แดงตั้งแต่หน้าลามไปยันหู “เดี๋ยวเลิกเรียนแล้วรีบมาหา”


ได้ยินแบบนั้น ฉันก็ใจชื้นขึ้นมาทันที


แสดงว่าวันนี้ ยังมาหาอยู่ใช่ไหม


“นอนพักเยอะๆ แล้วกัน”


“รีบมานะ” ไม่อยากเชื่อ ว่าฉันจะพูดคำนี้ออกไป


คนตัวสูงคลายอ้อมกอดออกช้าๆ พลันจ้องมองใบหน้าหวานทั้งรอยยิ้ม รอยยิ้มที่เหมือนกับลูกเสือตัวน้อย ให้ตายเหอะ ผู้หญิงบ้า! ทำตัวน่ารักชิบหาย พอได้ยินแบบนี้ยิ่งทำให้รู้สึกดีมากเข้าไปใหญ่ มีหวังขืนเขายังอยู่ที่นี่ต่อไป ได้อดใจไม่ไหวแน่


“อืม ไปนะ” แทรีบตัดบท พลันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไม่รู้ทำไม แต่ระยะหลังมานี้ เขามักอยู่ใกล้กับมินอานานมากไม่ได้ จิตใต้สำนึกเขาชอบเตลิดออกไปไกล จะบ้าตาย! ผู้หญิงอะไรวะ โคตรจะปั่นป่วนความรู้สึกเลย


เพียงแต่ก่อนไป แทไม่ลืมที่จะหยิบคีย์การ์ดของมินอาติดมือมาด้วย เพราะเขาจะได้ใช้มันในการเข้าออกคอนโดรวมไปถึงห้องเธอได้อย่างสะดวกและง่ายดาย ไหนๆ วันนี้มินอาก็นอนพักผ่อนอยู่ที่นี่ไม่ได้ออกไปไหน เพราะงั้นเขาจะยึดมันไว้เลยแล้วกัน


“เอาไว้กับฉันนะ”


ร่างสูงเปรยหน้าหันมาถาม ในขณะที่ร่างเล็กซึ่งนั่งหน้าแดงอยู่บนโซฟา ได้แต่มองตามการกระทำของเขาตาแป๋ว ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับด้วยรอยยิ้มหวานที่แสนน่าหลงใหล


“อื้อออออ เอาไว้กับแทเลยก็ได้”


“...” ชายหนุ่มหันกลับมามองด้วยสีหน้างุนงงเล็กน้อย ก็แค่วันนี้วันเดียวที่เขาตั้งใจจะยึดคีย์การ์ดของห้องเธอไว้ แต่ก็แอบแปลกใจว่าทำไม มินอาถึงพูดแบบนี้


”มินอามีอีกอัน”


อ๋อ แบบนี้นี่เอง


นั่นคงหมายถึง...


เธอกำลังอนุญาตให้คนแบบเขาเข้าออกห้องเธอได้อย่างตามสบายแล้วสินะ






 






 

 

 

 

 

 

 

 

#15.48


Rrrrrrrrr Rrrrrrrrr Rrrrrrrrr~



เสียงของโทรศัพท์มือถือซึ่งดังขึ้นอยู่บนโต๊ะหน้าทีวี ปลุกให้ฉันที่กำลังนอนหลับสบายอยู่บนโซฟาสีน้ำตาลตัวใหญ่ ต้องลืมตาตื่นขึ้นมารับสายด้วยสภาพที่งัวเงียสุดจะบรรยาย


“ฮัลโหลค่ะ~”


(ฮัลโหล)


เสียงทุ้มนุ่มแบบนี้มีแค่คนเดียว ฉันจำได้แม่นว่าเป็นเสียงใคร ก็จองกุกไง เขาโทรหาฉัน


“จองกุก ว่าไงงงงง~”


(เพิ่งตื่นเหรอ)


“อื้อ”


(ฉันอยู่หน้าคอนโดเธออ่ะ)


“ห๊ะ!


เมื่อกี้เค้าว่าไงนะ?!


(ลงมารับหน่อย ไม่มีคนแตะคีย์การ์ดให้ซักที)


มะ ไม่ได้หูฝาด


แต่เขาอยู่ข้างล่างแล้วจริงๆ


โอ๊ยยยยยย~ ให้ตายสิ แล้วดูสภาพฉันตอนนี้ อย่างกับเด็กเพิ่งตื่นนอน น้ำก็ยังไม่ทันได้อาบ ตื่นขึ้นมาก็ทำนู่นทำนี่ เล่นกับแทเพลินไปหน่อย พอเขาไปฉันก็ดันเผลอหลับต่อ บ้าชะมัด ทำไมปุบปับกะทันหันแบบนี้ ต้องรีบล้างหน้าแล้ว


“อะ โอเค ขอเวลาห้านาทีนะจองกุก” ฉันเลิ่กลั่กรีบบอกเขาไปในโทรศัพท์ก่อนจะวางสายแล้วลุกพรวดพราดรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันที อย่างน้อยก็ต้องล้างหน้า แปรงฟัน หวีผมหน่อย ไม่งั้นสภาพฉันย่ำแย่สุดจะทน


โถ่เอ๊ยยยยย~ ฉันไม่รู้เรื่องเลย


เขามารอนานแค่ไหนแล้วนะ


เมื่อจัดการกับตัวเองเสร็จ ฉันก็ต้องจำใจกดลิฟท์ลงไปยังชั้นล่างสุดของคอนโดทั้งสภาพชุดนอนกระโปรงลายหมีสีน้ำตาล เพราะถ้าเปลี่ยนก็กลัวจะเสียเวลา เกรงใจคนข้างล่างเขาอาจต้องรอนาน เพราะงั้นไม่เป็นไร ยอมอับอายให้จองกุกเห็นวันเดียวคงไม่เสียหายอะไรมากมาย


จองกุกกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์รอฉันอยู่ที่ล็อบบี้คอนโด เมื่อสายตาคมโตตวัดหันมาเห็นฉัน เขาก็ส่งรอยยิ้มสดใสแบบที่ชอบทำเป็นประจำมาให้ ในมือของจองกุก มีถุงขนม (อีกแล้ว) ที่ฉันชอบกับของกินมากมาย คาดว่าเขาน่าจะซื้อมาเพื่อขุนฉันให้อ้วนเป็นหมูโดยเฉพาะ


“ขอขึ้นไปบนห้องด้วยได้ป่ะ จะทำสปาเก็ตตี้ให้กิน”


วะ เวรกำ สปาเก็ตตี้ ฉันเพิ่งกินไปเมื่อวานนี้เอง


“ได้สิ จินซูล่ะ ไม่มาด้วยกันเหรอ” แต่ก็ต้องยิ้มจนตาหยีแล้วตอบกลับไป ในขณะที่เดินนำเขาขึ้นลิฟท์ ฉันก็ได้แต่คิดว่าถ้าเกิดปฏิเสธจองกุกครั้งนี้ คงจะรู้สึกผิดแล้วกลายเป็นคนที่เสียมารยาทน่าดู อีกอย่างเขาเองก็ตั้งใจซื้อของมาฝากฉันเยอะแยะมากมาย ถ้าบอกว่าไม่ได้ก็ดูจะทำร้ายน้ำใจกันเกินไปหน่อย


อย่างน้อยก็ในฐานะเพื่อน แค่ในฐานะเพื่อนนะแท โปรดเข้าใจฉันด้วย


“ยัยนั่นติดธุระกับแฟนนิดหน่อย” จองกุกตอบ ในระหว่างที่ฉันเปิดประตูห้องตัวเองให้เขาเข้ามา ในใจก็ได้แต่ครุ่นคิดว่าถ้าหากแทรู้เข้าจะเป็นยังไงนะ ถ้าแทเกิดกลับมาแล้วบังเอิญเจอจองกุกเข้าพอดี ฉันควรทำไง


สองคนนี้จะมีเรื่องกันอีกไหม


ต้องมีแน่ๆ


แล้วทำไมตอนนี้ฉันถึงได้รู้สึกว้าวุ่นใจ รู้สึกผิดกับแทได้มากมายขนาดนี้ก็ไม่รู้


ต้องรีบทำอะไรซักอย่าง อย่างน้อยๆ ก็ต้องทำให้จองกุกรีบกลับ พยายามหลีกเลี่ยงคนทั้งสองโดยไม่ต้องพบเจอกัน ไม่งั้นห้องฉันได้กลายเป็นสนามเวทีมวยอีกแหงๆ


จองกุกจัดการถอดรองเท้า แล้วเดินเอาของเข้ามาวางไว้บนเค้าน์เตอร์หน้าครัว พลางหันมองซ้ายขวาสำรวจไปรอบๆ ห้องด้วยความตื่นเต้น จริงสินะ! ฉันไม่เคยพาจองกุกมาที่ห้องเลยซักครั้ง นี่อาจเป็นครั้งแรก เจ้าตัวเลยแสดงท่าทางตื่นเต้นจนปกปิดแววตาคมโตของตัวเองที่กำลังมองสำรวจไปทั่วห้องอย่างตื่นตาตื่นใจไว้ไม่ได้ ในขณะที่ฉันเดินเข้ามานั่งลงบนโซฟาตัวเดิม ร่างสูงโปร่งเองก็เดินตามเข้ามานั่งข้างๆ ด้วยเช่นกัน


“ห้องน่ารักดีเหมือนกันแฮะ”


“แหงอยู่แล้ว ห้องมินอาซะอย่าง”


คนข้างๆ อมยิ้มน้อยๆ อย่างน่าเอ็นดู ในขณะที่ฉันเองก็ยกหมอนขึ้นมากอดไว้ ทำทีเหมือนกับว่ากำลังทำตัวสบายๆ ทั้งที่ในใจร้อนลนจนแทบจะลุกเป็นไฟ


กลัวแทกลับมา กลัวคนทั้งสองต้องเจอกัน~


“เป็นไงบ้าง ยังเจ็บอยู่มั้ย” ริมฝีปากบางรูปกระจับสีชมพูอ่อนเอ่ยถามในช่วงเวลาที่ฉันเลิ่กลั่กจนต้องรีบอึกอักตอบเขาไปแบบไม่ทันตั้งตัว


“อะ อ๋ออออ เจ็บอยู่ แต่ก็ดีขึ้นเยอะแล้ว”


“ไหนบอกในไลน์ว่าหายแล้วไง”


“ห๊ะ?”


ฉันทำหน้างงขึ้นมาทันที ในขณะที่จองกุกกลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่


“ก็ว่าอยู่เธอไม่มีทางหายได้เร็วขนาดนั้นหรอก เธอโกหกฉัน”


“??”


“โกรธฉันอยู่ใช่มั้ยมินอา”


ฉันทำหน้าอึนหนักยิ่งขึ้นกว่าเดิม เช่นเดียวกับจองกุก ที่พอเห็นท่าทางซึ่งแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เขาก็ขมวดคิ้วมุ่น มัน หมายความว่าไง ฉันไปบอกจองกุกตอนไหน ว่าฉันหายดีแล้ว??


“ฉันไม่เข้าใจ” ฉันถาม


คราวนี้จองกุกยิ่งแปลกใจหนักกว่าเดิม เขาควานหาโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาไถๆ มันอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะโชว์ข้อความในแชทพวกนั้นให้อ่าน


เพียงเท่านั้น ฉันก็สามารถรับรู้ได้ทันที ว่าข้อความที่คุยกับจองกุกเมื่อวาน ฉันไม่ได้เป็นคนพิมพ์!


คนที่พิมพ์ คือ แท


อีตาคิมแทฮยอง!! เขามันทั้งเกรียน ทั้งกวนประสาท กล้าดียังไงเอาโทรศัพท์ฉันไปพิมพ์ตอบแชทจองกุกแบบนั้น นี่มันหาเรื่องกันชัดๆ


แล้วฉันก็พลาดเอง ที่เมื่อวานแทบไม่ได้แตะโทรศัพท์หรือเช็คข้อความอะไรพวกนี้เลยด้วยซ้ำ


“ว่าไง”


คราวนี้ความซวยมาตกที่ใครล่ะ ถ้าไม่ใช่ฉัน โอ๊ย อยากจะร้องไห้ ตอนนี้จองกุกกำลังคาดคั้นเพื่อหวังจะเอาคำตอบให้ได้จนคิ้วเข้มของเขาเริ่มขมวดชนกัน ใบหน้าคมแต่กลับหล่อหวานแสดงอาการสงสัย แล้วฉันควรทำไง


“คะ คือ พอดีเมื่อวานฉันมึนๆ นิดหน่อย” ฟังแล้วมันอาจเป็นคำตอบที่โกหกได้โคตรจะห่วยแตกมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เหมือนหาเรื่องแถไปเรื่อยๆ มากกว่า จนจองกุกที่ฟังยังต้องเหล่สายตามองกลับมาอย่างไม่ค่อยจะเชื่อถือซักเท่าไหร่นัก


“ไม่เชื่อ”


นั่นไง เห็นมั้ย~


ชายหนุ่มยังคงเหล่สายตาอย่างจ้องจับผิด ในช่วงเวลานั้นเองที่เขาดันบังเอิญเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างซึ่งถูกถอดวางเอาไว้บนโต๊ะหน้าทีวี บางอย่างที่ทำให้ใจเขาเต้นแรงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกหวิวที่เกิดขึ้นอย่างหน่วงๆ ภายในจนแทบจะทำใจให้เชื่อในสิ่งที่เห็นไม่ได้


เพราะมันคือเลสข้อมือของผู้ชาย


เลสข้อมือที่ทำเอาเขาอึ้งไปหลายวินาทีอยู่เหมือนกัน แววตาจับจ้องมองสิ่งของนั้นด้วยความหวาดหวั่น แทบไม่อยากคิดเลยด้วยซ้ำว่าจะเป็นมัน


นี่ยังกล้าเสนอหน้ามาที่นี่อีกหรือไง


แค่เห็นเพียงเท่านั้น ก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่าเจ้าของเลสข้อมือเส้นนี้เป็นของใคร ก็รุ่นพี่เขาไง!! พี่มันบางทีก็ชอบใส่เลสเส้นนี้ไว้ พอคิดแบบนี้แล้วใจเขาแม่งโคตรบีบรัดแน่น มือไม้สั่นไปหมด ทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้าใส่จนทำให้จุก แบบที่พูดอะไรก็พูดไม่ออก


กระทั่งตัวฉันที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับต้องเอ่ยปากถามขึ้นด้วยความสงสัยในท่าทีที่เปลี่ยนไปของจองกุก เขานั่งนิ่ง เอาแต่เงียบไปนานมาก


“จองกุก?”


“...”


“เป็นอะไรไปเหรอ”


ดวงตาคมโตตวัดกลับมามองจ้องเขม็งกันด้วยแววตาที่แดงก่ำ นั่นถึงกับทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก จองกุกเม้มริมฝีปากแน่นราวกับพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ ท่าทางที่เปลี่ยนไป มันทำให้เขาดูน่ากลัวขึ้นมายังไงไม่รู้


“จ...จองกุก”


“เมื่อวานมันมาใช่มั้ย”


คำถามนี้ของเขา เล่นเอาฉันที่กำลังนั่งเป็นห่วงในท่าทีพวกนั้นถึงกับนิ่งอึ้งไป เป็นอีกครั้งแล้ว ที่เขารู้ทุกอย่าง


เขารู้ว่าแทมาหาฉัน


“ทำไมวะ! เธอยอมให้มันมาหาอีกทำไม”


“คะ คือว่า...”


“เธอโง่หรือเปล่า!!


เสียงตะคอกถูกส่งผ่านใบหน้าหล่อหวานซึ่งกำลังโกรธจัดออกมา ทำเอาฉันที่กำลังจะเอ่ยปากต้องกลืนคำพูดทุกอย่างกลับเข้าคอตัวเอง จ้องมองแววตาแดงก่ำนั่นด้วยความหวาดหวั่น คนตรงหน้าฉันในเวลานี้กำลังโกรธจัด จองกุกที่กล้าตวาดใส่ เขาทั้งดูน่ากลัว และ อารมณ์ร้าย ไม่เอานะ...แบบนี้ฉันกลัว


จองกุกน่ากลัว


เขาไม่ค่อยแสดงอารมณ์แบบนี้ใส่ฉันเท่าไหร่ ฉันเลยรู้สึก...ไม่ชินกับอะไรซักอย่าง


ทะ ทำยังไงดี


ยังไม่ทันได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ คนตัวสูงก็ผุดลุกขึ้นยืนด้วยอารมณ์ ก่อนจะพรวดพราดเดินออกจากห้องฉันไป แถมยังปิดประตูใส่เสียงดังลั่น แทบไม่มีหันมามองหน้ากัน  มะ ไม่นะ...จองกุกโกรธฉัน


เขากำลังโกรธฉันมาก...มากแบบที่เคยเป็นมาก่อน

 

 




ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเร่งนิ้วมือกดย้ำไปที่ปุ่มเรียกลิฟต์รัวๆ ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดอ้า เขาก็นำพาร่างกายที่แสนอ่อนล้าไปทั้งจิตใจเข้ามา เรียวนิ้วกดไปที่ตัวเลขซึ่งถูกติดอยู่บนผนังสองสามครั้ง ก่อนที่ประตูลิฟต์จะเคลื่อนที่ปิดลงอย่างช้าๆ ภายในลิฟต์ที่เงียบสนิทจนทำให้รู้สึกอ้างว้าง คนตัวสูงก็ทิ้งตัวเองจนหลังกระแทกเข้ากับผนังอย่างรุนแรงส่งผลให้ภายในสะเทือน แต่กลับไม่มีเวลามาสนใจสิ่งอื่นใดอีก ก็แค่อยากรีบไป...


ตอนนี้เขาอ่อนแอเหลือเกิน


มือทั้งสองข้างยกขึ้นมาทาบไปบนใบหน้าอย่างไม่รู้จะทำยังไง แทบไม่อยากเห็นสีหน้าที่กำลังเจ็บปวดของตัวเอง สีหน้าเจ็บปวดเพราะผู้หญิงที่ดันไปชอบใครคนอื่น ใครคนนั้นซึ่งทำให้เธอเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า


ไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจเลยซักนิด


ทั้งๆ ที่โดนทำร้ายมาซะขนาดนั้น แต่ทำไมถึงชอบมันอยู่อีก


ทำไมถึงรักคนแบบมันได้!


เขาไม่เข้าใจมินอาเลยซักอย่าง นี่คือสิ่งที่ทำให้จองกุกโมโหจัด


สิ่งที่เกิดขึ้นบนห้อง มันทำให้เขารู้สึกแย่มากจนไม่มีอารมณ์ทำอย่างอื่น เขาท้อไปหมด มันเหมือนกับว่าความพยายามทุกอย่างที่ตั้งใจทำมา เธอไม่เคยเห็นคุณค่าหรือสนใจเลยแม้แต่นิดเดียว


คงเพราะเธอไม่เคยมีใจ...


ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีสิทธิ์ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ควรไปโมโหใส่ แต่มันก็อดไม่ไหวจริงๆ เพราะแบบนี้มั้งชายหนุ่มเลยตัดสินใจเลือกที่จะเดินหนีออกมาแทน เพราะเขาค่อนข้างรู้ตัวเองดี ว่าถ้าเกิดโมโหขึ้นมาแล้ว...


ตัวเองจะหน้ามืดได้ขนาดไหน


ยิ่งถ้าเป็นกับเฉพาะผู้หญิงที่ตัวเองชื่นชอบมากเป็นพิเศษ เขายิ่งไม่อยากอยู่ตรงนั้นเลยก็ว่าได้ เดี๋ยวจะพาลทำให้รู้สึกไม่ดี รู้สึกแย่ไปมากขึ้นกว่าเดิม เพราะแบบนั้นเขาจึงเลือกที่จะเป็นคนรีบเดินหนีออกมาแทน


ว่ากันตามตรง สันดานเขาใช่ว่าจะสุภาพบุรุษได้เสมอไป


เขาเองก็คนๆ หนึ่ง ที่โมโหเป็น มีอารมณ์เป็นเหมือนกัน


ประตูลิฟต์เลื่อนเปิดออกอีกครั้งเมื่อลงมาถึงชั้นล่างสุด คนตัวสูงนำมือออกจากใบหน้าซึ่งแววตาของเขานั้นแดงก่ำไปหมด อาจจะเป็นเพราะอารมณ์ที่โกรธและโมโหมากจนแทบจะทุบลิฟต์ทิ้ง อีกทั้งยังเสียใจ ผิดหวังในตัวของมินอาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ใช่ว่าไม่รู้ ชายหนุ่มรู้ดีว่ามันช่างเป็นความคิดที่โคตรไร้สาระ แต่ตัวเขาเองก็ห้ามความรู้สึกอะไรพวกนี้ไม่ได้เหมือนกัน


ในช่วงเวลาที่จองกุกก้าวเท้าเดินออกจากลิฟต์เพื่อไปยังโถงทางเดินของห้องล็อบบี้ใหญ่ ร่างสูงโปร่งที่แสนคุ้นตาของใครอีกคนซึ่งกำลังเดินนวยนาดเข้ามาอย่างสบายอารมณ์ ทำเอาเขาถึงกับต้องชะงักปลายเท้าลง เมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาใหม่นั้น ดันกลายเป็นคนๆ เดียวกับที่สามารถจุดชนวนอารมณ์โมโหเขาให้เดือดพลุ้งพล่านได้มากที่สุดในเวลานี้


ไอ้เหี้ยพี่แท!


ในมือเรียวยาวกำลังควงพวกกุญแจกับคีย์การ์ดเล่นไปมาอย่างเพลิดเพลิน ท่าทีของการเดินที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังรู้สึกมีความสุข แค่เพียงได้เห็นก็สามารถเรียงลำดับเหตุการณ์ได้ทันทีว่ามันเป็นคีย์การ์ดของห้องใคร


จองกุกหยุดปลายเท้าลง จ้องมองสบตาเขม็งไปยังร่างสูงโปร่งซึ่งกำลังเดินผิวปากมาจากอีกฝั่งด้วยท่าทีสบายๆ จนเหมือนเจ้าตัวจะเริ่มรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง ปลายเท้าของคนอีกฝั่งจึงหยุดชะงักขึ้นกลางคัน สายตาเรียวรีตวัดขึ้นมองไปยังแววตาคมโตที่กำลังส่งผ่านความแข็งกร้าว ในวินาทีนั้นเองที่แทฮยองหยุดชะงัก สีหน้าผ่อนคลายของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่ง ก้าวร้าวขึ้นซะจนน่ากลัว


ริมฝีปากหยักหนาแสยะรอยยิ้มเยือกเย็น เช่นเดียวกับจองกุกซึ่งทำเพียงแค่แค่นเสียงหัวเราะนี่ฟังดูน่าขนลุกออกมา อารมณ์ของคนที่รู้สึกไม่ต่างเริ่มทำให้บรรยากาศรอบข้างกดดัน ทั้งสองเริ่มก้าวเท้าเดินตรงไปยังข้างหน้าอีกครั้ง โดยครั้งนี้พวกเขาจำเป็นต้องเดินสวนกัน และในวินาทีที่ที่ต่างฝ่ายต่างรู้สึกว่าชายแขนเสื้อของคนทั้งคู่ชนกันแม้จะเพียงน้อยนิด แต่เสียงทุ้มนุ่มต่ำที่ฟังดูน่าขนลุกของจองกุกก็ดังแทรกขึ้นมา ทำเอาแทฮยองที่กำลังพยายาข่มอารมณ์ไว้แทบตายจำเป็นต้องหยุดชะงักลงกลางคัน เพราะถูกเชิญชวนด้วยแรงอารมณ์ที่น่าหมั่นไส้จนแทบหมดความอดทนไปซะตรงนั้น


 “พี่จะมาเจอมินอาอีกทำไม”


แม้จะเป็นเพียงคำถามสั้นๆ แต่คนถาม กลับกระแทกเสียงใส่ด้วยความหาเรื่องจัด จนเจ้าของผมสีบรอนซ์หม่นอย่างแทฮยองได้แต่กระตุกยิ้มมุมปากร้ายเมื่อโดนท้าทาย


“ธุระอะไรของมึง”


“ทำเค้าขนาดนี้ ยังกล้ามาเจอเค้าอีก คิดอะไรอยู่วะ”


“ไม่เสือกซักเรื่องจะตายไหม”


เจ้าของใบหน้าหล่อคมเอ่ยเสียงราบเรียบ คำพูดสั้นๆ แต่ทว่ากลับกวนอารมณ์ได้อยู่เสมอ ล้วนแต่เป็นสไตล์การหาเรื่องและแดกดันประสาทของคิมแทฮยอง ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้รุ่นน้องอย่างจองกุกถึงกับเริ่มมีน้ำโหมากขึ้นกว่าเก่า


“กลับไปเหอะ”


“โทษที พอดีมึงไม่ใช่พ่อกู”


คนเป็นรุ่นพี่เอ่ยปากบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่กระแทกแดกดันถลำลึกไปสู่ห้วงของจิตใจ จนคนน้องต้องขมวดคิ้วเข้มอย่างไม่สบอารมณ์ซักเท่าไหร่ ในใจได้แต่คิดว่าไอ้ห่านี่แม่งกวนส้นตีนดีจริงๆ


“เตือนไว้ก่อนอย่าคิดที่จะทำให้มินอาต้องเจ็บตัวอีก”


“เหอะ!” แทฮยองฉีกยิ้มท้าทาย แค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็น พลันหันกลับไปสบเข้ากับนัยน์ตาแข็งกร้าวของใบหน้าหล่อหวาน “เรื่องอื่นกูก็คิด”


“อะไรของมึง!




ฟึ่บ~




และด้วยคำพูดที่แฝงไปด้วยเลศนัย ราวกับตั้งใจยั่วโมโหเขาอย่างเต็มที่ จึงทำให้จองกุกลงมือกระชากคอเสื้อแทฮยองให้เข้ามาใกล้ ก่อนจะใช้แววตาวาวโรจน์จ้องคนเป็นพี่ด้วยความเดือดดาล


“มีหลายเรื่องเลยที่กูคิด จะเอาเรื่องไหนล่ะ” แต่ทว่าร่างสูงเจ้าของผมสีบรอนซ์หม่นอย่างแทฮยองกลับไม่สะทกสะท้านเลยซักนิดเดียว มิหนำซ้ำยังแกล้งเหยียดยิ้มมุมปากส่งไปให้จองกุกอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดการกระทำที่ยั่วโมโหนั้นลงง่ายๆ


“มึงเลิกยุ่งกับมินอาได้ยังวะพี่!


“กูไม่เลิก มึงจะทำไม!


คราวนี้ร่างกายที่ดูสูงแข็งแรงของจองกุกได้แต่ข่มอารมณ์ไว้อย่างสุดความสามารถ ทนกัดฟันกรอดๆ ความอดทนเขาเริ่มจะหมดลงไปเรื่อยๆ ยิ่งพอเจอกับประโยคที่ค่อนข้างน่าหมั่นไส้มากที่สุดเท่าที่เคยได้ฟังมาของบุคคลที่ตัวเขาเองเคยหน้ามืดตามัวยอมรับนับถือมันเป็นพี่ด้วยแล้ว ทำเอาเขาอยากจะซัดหน้ามันให้เลือดกลบปากเพื่อเรียกสติให้หลุดออกจากสันดานแย่ๆ ที่มันชอบทำ ตอนนี้ความอดทนเขายิ่งมีต่ำ คนเราทุกคนย่อมมีขีดจำกัดเป็นของตัวเองเสมอ


“อยากได้มากเหรอ”


เพียงแต่ตอนนี้ ความอดทนเขาดูเหมือนจะถูกบั่นทอนออกไปได้เรื่อยๆ ด้วยฝีมือของคนตรงหน้า ที่กำลังแสยะยิ้มร้ายกาจ ใบหน้าหล่อคมดูไม่สะทกสะท้านกับคำพูดที่ตั้งใจท้าทาย จนทำให้มือเรียวซึ่งกำลังกำคอเสื้อของแทฮยองเอาไว้แน่น บีบเกร็งจนเส้นเลือดปรากฏขึ้นเต็มไปหมด


“...”


“ของๆ กู ถ้ามึงแน่ก็มาแย่งไปเอง”


“...”


“คิดว่าแย่งได้ไหมล่ะ”


ใบหน้าหล่อคมที่ให้ความรู้สึกราบเรียบสบเข้ากับใบหน้าหล่อหวานแต่กลับแข็งกร้าวดุดัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างท้าทาย นัยน์ตาเรียวรีฉายประกายวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล ท่ามกลางห้องล็อบบี้ส่วนกลางของคอนโด การกระทำที่เกิดขึ้นด้วยแรงอารมณ์จากคนสองคน ถึงกับทำเอาพนักงานแผนกต้อนรับซึ่งประจำตำแหน่งหน้าเค้าน์เตอร์ได้แต่แอบหวีดร้องด้วยกันอย่างตื่นกลัวท่ามกลางบรรยากาศรอบข้าง ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างหวาดหวั่นจนไม่มีใครกล้าเอาตัวเองเข้าไปยุ่งด้วยซักเท่าไหร่


แต่แค่เพียงไม่นาน ที่ทำให้ท่าทีของร่างสูงผมดำน้ำตาลอย่างจองกุกค่อยๆ เปลี่ยนไป อะไรบางอย่างได้เข้าไปปลุกปั่นอารมณ์และความคิดเขา จนเจ้าตัวยืนนิ่ง แววตาคมโตสบเข้ากับนัยน์ตาเรียวรีอย่างจ้องจะกินเลือดเนื้อ แม้มันจะสงบนิ่ง แต่อารมณ์ที่โมโหจัดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนก็ทำให้บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มดูเย็นยะเยือกขึ้นมาทันตา


 “เดี๋ยวได้รู้กัน”


“เหอะ!


“หลังจากนี้ ใครดีใครได้”


นี่คือคำพูดสุดท้ายที่จองกุกฝากทิ้งไว้ ก่อนที่มือเรียวจะตัดสินใจกระชากมันออกจากคอเสื้อแทฮยองอย่างรุนแรง คนตัวสูงโปร่งที่ดูแข็งแรงเลือกที่จะเป็นฝ่ายเดินผละออกมา เรียวขายาวก้าวพ้นผ่านอีกร่างหนึ่งไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะหันกลับมาสนใจอีก ทิ้งไว้แค่เพียงแววตาดุดันที่แปรเปลี่ยน มันทำให้แทฮยองเริ่มรับรู้ได้อย่างไม่ยากว่าหลังจากนี้ คนแบบมันเริ่มคิดที่จะเอาจริงขึ้นมาแล้ว!


การที่มันเลือกจะผละตัวออกไปแบบนี้ ไม่ใช่ว่าคิดที่จะยอมแพ้หรือเกรงกลัวอะไรซักเท่าไหร่ แต่เขารู้จักนิสัยรวมไปถึงสันดานของมันดียิ่งกว่าใคร คนอย่างจอนจองกุกไม่มีทางยอมแพ้หรือกลัวอะไรง่ายๆ มิหนำซ้ำ ยิ่งโดนท้าทาย คนแบบมันเนี่ยแหละที่ดูแล้วจะน่ากลัวยิ่งกว่าใคร


มันเป็นแค่การเริ่มต้นของการตอบรับคำท้าทายเขาก็แค่นั้นเอง


คิมแทฮยองทำได้แค่กระตุกมุมปากยิ้มอย่างเยือกเย็น แววตาร้ายกาจตวัดหันกลับไปมองยังร่างของรุ่นน้องตัวเองซึ่งกำลังเดินออกห่างจากประตูทางเข้าและทำท่าจะไกลออกไปเรื่อยๆ หึ เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน คนอย่างเขาใช่ว่าจะใจแคบเกินไปซะที่ไหน


ในเมื่อเด็กมันกล้ารับคำท้าทายมาแล้วทั้งที


อย่างน้อยก็ต้องใจดีช่วยสนองให้มันซักหน่อย


ริมฝีปากหยักหนาคลี่ยิ้มบางที่ใครเห็นเป็นต้องขนลุกเพราะในเวลานี้เขาทั้งดูน่ากลัวและไม่น่าเข้าใกล้มากที่สุดเลยก็ว่าได้


ใครดีใครได้งั้นเหรอ


เหอะ...ตลกชิบหาย คิดว่าเขาจะยอมหรือไง


ของๆ เขายังไงก็ต้องเป็นของๆ เขาอยู่วันยันค่ำ


ไม่มีวันยอมยกให้ใครเด็ดขาด!!


(50%)








ประตูห้องถูกกระชากให้เปิดออกอย่างรุนแรง จนร่างบางที่กำลังนั่งหน้าเครียดกอดหมอนใบใหญ่อยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้งตกใจ แววตาช้อนขึ้นมองด้วยความสั่นไหวภายใต้หัวใจที่เต้นแรงไม่เป็นส่ำ มินอามองร่างสูงโปร่งเจ้าของใบหน้าหล่อคมเข้มที่กำลังตีสีหน้าราบเรียบ เดินจ้ำๆ เข้ามาภายในห้องโดยที่ไม่พูดไม่จา แววตาของเขาแข็งกร้าวและเย็นชาจนเธอแอบหวั่นใจ เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นที่เกิดขึ้นทำให้เธอไม่ค่อยมั่นใจ นั่งคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าสมควรที่จะบอกแทดีไหม ถ้าเกิดบอกไปว่าจองกุกแวะมาเยี่ยมแล้วจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า เธอรู้สึกกังวลไปหมด ทั้งกลัวทั้งไม่กล้า แต่จากที่คิดทบทวนมา ไม่ว่ายังไงก็ต้องบอกแทไว้ก่อน ถึงจะโดนโมโหใส่ก็ยังดีกว่าให้เขามารู้เองทีหลัง


แต่ความคิดของเธอก็ถูกแทรกแทนที่ด้วยความกังวลใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อพบว่าแทในตอนนี้ดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ค่อยดี ที่สำคัญบรรยากาศรอบตัวเขามันทั้งน่ากลัวและกดดันไปหมด อย่างกับว่าคนตัวสูงกำลังโมโหอะไรอยู่ซักอย่าง


“คือแท...”

 



ปัง~!!

 



นอกจากจะไม่ฟังแล้ว เจ้าของผมสีบรอนด์หม่นยังตีสีหน้าเรียบตึงพร้อมทั้งเดินผ่านหน้าเธอไปด้วยท่าทีเฉยชา มิหนำซ้ำยังปิดประตูห้องนอนกระแทกใส่เสียงดังลั่นจนร่างเล็กถึงกับสะดุ้งขึ้นอีกครั้ง จนใบหน้าหวานแสดงอาการสับสน มึนงง วันนี้ทั้งวันมีแต่คนตั้งใจปิดประตูใส่หน้าเธอ


นี่แทเป็นอะไร?


มินอาไม่ยอมเก็บความสงสัยนี้ไว้ เพราะยิ่งเห็นแบบนี้เธอยิ่งไม่สบายใจ ร่างเล็กจัดการเดินตรงไปที่ห้องนอนของตัวเอง ค่อยๆ บิดลูกบิดประตูให้เปิดออกช้าๆ พบว่าคนตัวสูงที่แสดงสีหน้าปั้นปึ่งไม่พูดไม่จาเมื่อกี้กำลังนอนทิ้งขาลงมา มือข้างใดข้างหนึ่งยกขึ้นปิดหน้า


“คือ...”


“มีไร”


น้ำเสียงทุ่มต่ำฟังดูราบเรียบซะจนคนตัวเล็กถึงกับเลิ่กลั่ก เธอไม่รู้ว่าแทกำลังโมโหเรื่องอะไรอยู่ การแสดงท่าทีของเขามันทำให้เธอกลัวใจ แต่ก็ทำกล้าเข้าไว้ด้วยการค่อยๆ เดินเข้าไปนั่งลงบนเตียงใกล้ๆ กันกับเขา


“เมื่อกี้จองกุกมาหา” เสียงใสแอบหวั่น แต่คนตัวสูงกลับนอนนิ่งทั้งๆ ที่ปิดหน้าไว้ไม่โต้ตอบอะไร


“...”


“แต่มันไม่มีอะไรนะ คือว่าจองกุกแค่...”


ทว่า จู่ๆ มือเรียวก็จัดการคว้าแขนเธอไว้ พร้อมทั้งกระชากให้ลงไปนอนบนเตียงด้วยความรุนแรง ก่อนจะพลิกตัวเองขึ้นคร่อม อีกทั้งยังโน้มใบหน้าต่ำลงมาบดขยี้ริมฝีปากเล็กอย่างดุดัน ราวกับว่ากำลังระบายอารมณ์โกรธและไม่สบายใจไปบนเรียวปากสีสวยของเธอ ลิ้นร้อนสอดแทรกฉกชิมไปทั่วโพรงปากจนมินอาต้องหยีหน้าขึ้นด้วยความรู้สึกวูบวาบ


“ทะ แท อื้ออออออออ~”


“ไม่ต้องพูดไรทั้งนั้น” เขากดปากจูบซ้ำอีกครั้ง “โดยเฉพาะชื่อมัน!


ร่างเล็กถึงกันไหล่สั่น ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่กลับเป็นเพราะรสจูบรุนแรงที่คนตรงหน้าจัดการมอบให้อย่างไม่รู้จักจบ มินอาแทบไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ จนกระทั่งริมฝีปากหยักหนาลุ่มลึกนั่นได้ถูกถอนออกไป พร้อมกับลมหายใจหน่วงหอบ


“มินอาขอโทษ” แววตากลมโตที่เหมือนกับลูกแมวตัวน้อย ได้ส่งผลกระทบต่อใจคนที่เปรียบเสมือนเสือร้ายให้คล้อยเชื่องตามไปอย่างง่ายดาย แทหลีกเลี่ยงที่จะสบสายตากับใบหน้าหวานตรงหน้าด้วยการแกล้งเสมองออกไปยังนอกหน้าต่าง


“จะขอโทษทำไม”


“...”


“รู้แต่แรกแล้ว ว่ายังไงมันต้องมา”


พอพูดคำนี้ คนตัวเล็กถึงกับนอนนิ่งเงียบไปในทันที เรียวหน้าสวยจ้องมองไปที่ใบหน้าหล่อคมใสด้วยความรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย


เช่นเดียวกับแท ที่ทำได้เพียงแค่ผ่อนลมหายใจออกมา ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ เขารู้ว่าเรื่องของมินอาสำหรับจองกุกแล้ว ถือเป็นเรื่องสำคัญ เป็นไปไม่ได้ที่คนอย่างมันจะไม่แวะมาหา เพียงแต่ว่า เขาคิดไม่ถึงจริงๆ แทบไม่อยากเชื่อเลยด้วยซ้ำ ว่าคนอย่างมินอาจะกล้าเอ่ยปากบอกตรงๆ


ให้พูดก็พูดเหอะ ว่ามันทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาได้นิดหน่อย เหมือนกับว่ายัยนี่กำลังตั้งใจรายงานความประพฤติผิดของตัวเองอยู่ น่ารักชะมัด


“ก็แค่หงุดหงิดนิดหน่อยเท่านั้น”


 “...”


“ทำไม?”


“...เปล่า”


“แล้วยิ้มอะไร”


คนตัวสูงแค่นถามอย่างหงุดหงิดใจ เมื่อใบหน้าหวานกลับอมยิ้มใส่ แก้มป่องๆ ยุ้ยๆ ดูน่ารักกำลังส่งลักยิ้มมาให้เขาไม่ยอมหยุดลงซักที บ้าชะมัด อย่ามายิ้มแบบนี้นะ เดี๋ยวมันอยากฟัด


เช่นเดียวกับมินอาที่ได้แต่แอบคิดว่า เหลือเกินเลยจริงๆ ผู้ชายคนนี้ ชอบทำให้เธอคิดเข้าข้างตัวเองไปอยู่เรื่อย


ให้พูดก็พูดเหอะ ที่เธอยิ้มมันก็เพราะแทเหมือนจะหึงเธออยู่ บางทีอาจจะกำลังหวง ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไร?


แต่ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม มันก็ทำให้รู้สึกดีใจ


นี่เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เป็นแบบนี้นี่ไม่ดีเลย ให้ตายสิ!


“แปลกดี ครั้งนี้แทโมโหแต่กลับไม่ทำอะไรมินอา”


พอได้ยินใบหน้าหวานพูดแบบนั้น เขาจึงได้แต่สบถเสียงหัวเราะออกมา อีกทั้งยังแกล้งทำเป็นยกมุมปากยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่เธอไป บอกตามตรง ว่าเธอกำลังทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาได้


“อยากให้ทำมากนักหรือไง”


“ไม่ใช่แบบนั้นซักหน่อย!” ริมฝีปากจีบเล็กโวยลั่น คิ้วได้รูปกับปลายจมูกโด่งสวยยู่ขึ้นเล็กน้อย จนแทฮยองอดที่จะหมั่นเขี้ยวไม่ได้จริงๆ


“แผลหายก่อนค่อยว่ากัน”


“??”


“จะทำให้ไม่ยั้ง”


“บ้า~” ได้ยินดังนั้น เธอก็จัดการฟาดมือลงไปที่แขนเขาเบาๆ ทันที


 


ป้าบ~

 



“เดี๋ยวเหอะ”


“แททะลึ่ง”


แทฮยองอมยิ้มน้อยๆ ถึงปากจะส่งเสียงดุแต่เขาก็เลือกที่จะล้มตัวลงไปนอนกอดร่างบางอีกครั้ง คนอะไรทำตัวน่ารักได้โคตรน่าหมั่นไส้ โดยเฉพาะกับความนุ่มนิ่มที่ทาบทับ จนรู้สึกอยากจับฟัดให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ทำได้แค่พยายามหักห้ามใจตัวเองไว้อย่างสุดความสามารถ ทว่า ในวินาทีนั้นที่มือบางของคนใต้ร่างเอื้อมขึ้นไปสอดผสานระหว่างกลางลำตัว ถึงจะมีเพียงแค่เธอที่รู้สึกชอบเขามากอยู่ฝ่ายเดียว แต่แค่ในเวลานี้เท่านั้นที่มินอาอยากโอบกอดตัวของแทฮยองไว้ด้วยความรู้สึกทั้งใจ


เพราะแทฮยองในตอนนี้ อบอุ่นยิ่งกว่าใคร


เขาดูไม่ใช่คนใจร้าย เหมือนอย่างที่เคยเป็น


“เพราะแบบนี้ไง”


“...”


“เลยยกให้ไม่ได้”


นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ร่างสูงตัดสินใจพูดมันออกมา ก่อนที่ทั้งคู่จะนอนกอดกันแล้วเผลอหลับไปอีกครั้ง



 

(100%)


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -







รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
จกุก : พี่แทแทขยันท้าทายอำนาจมืดของเลานักใช่มั้ยยยย จ๋าจะไม่ยอมอีกต่อไปแล้วนะ!!




TALK

ตอนนี้อย่างห้าววว น้อวววว เค้าไม่ต่อยกันแล้วนะ
แต่เค้าไฝว้กันด้วยระบบประสาทแทน
อีตาพี่พอโดนจกุกปั่นก็อารมณ์ขึ้น งี้แหละ โรคหวงน้อง
นอกจากชั้น ใครก็อย่าหวังจะได้เทอออว์
แหมมม หวงจริ๊งงงงง หวงขนาดนี้ก็ให้แม่ไปขอสิ
หุหุหุ .///.
จะว่าไปช่วงนี้อากาศร้อนมากๆ เลยเนอะทุกคน
บางทีเราร้อนจัดจนต้องหนีเข้าห้าง จนค้นพบว่า
ขนาดห้างที่ว่ามีแอร์ มันก็ไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากร
หรือเพราะคนเยอะเนื่องจากอยู่ใรช่วงต้นเดือนก็ไม่รู้นะ
มันร้อนนนน ห้างเองก็ร้อน
สรุปคือไปเพื่อหาแอร์แต่ดันพบเจอกับอะไรที่ร้อนกว่าแอร์กี่
พอเป็นงั้น เราเลยขอกลับมานอนแผ่ตากแอร์อยู่บ้าน
ยอมโดนพ่อแม่บ่นดีกว่าา
ไม่มีไรเนอะ55555 แค่ช่วงพักเบรกบ่นโน่นบ่นนี่ให้ฟังไปเรื่อยเปื่อย
อย่าเพิ่วลำไยเค้าเลย ได้โปรดอย่าถือสาหนูวววว

ช่วงนี้เราค่อนข้างมาอัพถี่หน่อย ทุกคนสังเกตมั้ย
เราว่างมาก ชีวิตเด็กจบใหม่ที่รอสัมภาษณ์งานมันไม่มีอะไรมากเลย
เรื่อยเปื่อย อยู่ติดบ้าน ก็มีเหงาๆ บ้าง
แต่เราก็ชอบอะไรที่เป็นแบบนี้มาก
คิดว่าอีกไม่นานถ้าเข้าสังคมวัยทำงานขึ้นมาเต็มตัว
เราคงต้องปรับตัวอีกเยอะแหงเลย
โอ๊ยยยย เผลอแพล่มอะไรให้ฟังอีกแล้วไม่รู้เนี่ย
อย่าถือสาเนอะ อย่าถือสาเก๊าาาา

สุดท้ายนี้ ชอบก็อย่าลืมเฟ้บไว้อ่าน
ถ้าอยากให้ไรท์กลับมาไวๆ อย่าลืมเม้นต์เป็นกำลังเรียกไรท์ให้กลับมาปั่นต่อเร็วๆ
ขอขอบคุณทุกๆ คอมเม้นต์ที่คอยเป็นกำลังใจให้ไรท์ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
ยังไงก็มาแชร์ๆ ความรู้สึกกันได้เรื่อยๆ น้า ไรท์ชอบมาก
ต่อจากนี้จะแต่งให้ดีขึ้น พยายามอัพให้ไวเท่าที่จะทำได้
เพราะงั้นอยู่ด้วยกันอย่างเหนียวแน่นไปจนจบเรื่องนี้ด้วยกันเลยนะค้าบบบบบ


สามารถพูดคุยติดต่อทวง NC ทวงฟิค ได้ที่...
Twitter : @shampeeyong
(เพิ่งสมัครแอคใหม่เพิ่ม สิงอยู่ในนี้บ่อยทุกครั้งที่นั่งเล่นโทรศัพท์
เข้าไปคุยเล่นกันได้น้า
ฝากติด #แทแทคนใจร้าย เม้ามอยเรื่องนี้กันได้จ้า)



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



ฝากฟิค อีก 2 เรื่อง จากพาร์ทตัวละครเดียวกันหน่อยนะเคิ้บ
ปล. เปิดเรื่องน้องจกุกไว้แล้วน้า เข้าไปเจิมกันได้ อิอิ :p
  




ส่วนฟิคใหม่ล่าสุดของไรท์ คือเรื่องนี้เลย
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องไหนเลยนะคะ แยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง
เป็นอีกเรื่องใหม่เลย แนวดาร์กไซด์ โรคจิต อย่าลืมแวะเข้าไปน้า~

คนหล่อโรคจิต ที่ผิดปกติ อย่าลืมจิ้มๆ)
คุณชายแทแทคนเอาแต่ใจ อย่าลืมจิ้มๆ)





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

422 ความคิดเห็น

  1. #372 fanfin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 08:40
    ฟินไม่หยุด

    ต่อไปต้องสนุกมากเเน่ๆ
    #372
    0
  2. #371 fanfin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 08:40
    ชอบมากๆเลยคร่าไรท์สนุกมากๆ
    #371
    0
  3. #370 fanfin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 08:39
    รักพี่เสียดายน้อง
    #370
    0
  4. #369 fanfin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 08:39
    โอ้ยใจไม่ดีทั้งคู่เลย
    #369
    0
  5. #368 fanfin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 08:38
    คุณพระ น่ารักเกินไปเเล้ว
    #368
    0
  6. #289 Rainy95 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 21:21
    คิดถึงไรท์จังเลยค่าาา
    #289
    0
  7. #288 noukimtae (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 10:48

    แทแทน่ารักขึ้นมากอ่าาาา~~~😍😍
    #288
    0
  8. #285 kimdreammy7888 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 07:22
    มาต่อไวๆนะไรท์
    #285
    0
  9. #282 Ppmt (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 14:26

    ศึกชิงนาง พี่แทดีแบบนี้ไปเรื่อยๆจะไม่หนีไปหาจองกุกกกกก

    #282
    0
  10. #280 Stawtaery (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 23:51
    รออออออออนะคะ
    #280
    0
  11. #272 Tata_drn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 10:13
    แทน่ารักมากเลยอ่าา ฉันอยากได้แฟนแบบนี้ ><
    #272
    0
  12. #271 molobee_kk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 10:43
    ชัดเจนหน่อยแททท
    #271
    0
  13. #270 I'm Beauty (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 10:19
    คำว่ายกให้ไม่ได้มันยังคงตราตึงในใจ -///-
    #270
    0
  14. #268 b-rin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 00:47
    โอ้ยยย แทโหมดนี้อบอุ่นจัง หลงมินอาหนักเลยนะเนี่ย ดีใจแทนมินอาเลย รออ่านต่อน้า
    #268
    0
  15. #267 หนูแมนดาริน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 12:06
    เดี๋ยวตีเลยจองกุก แทนี่ก็ไปยั่วโมโหน้อง 55555555 กลัวใจตอนอิพี่ชินยูกลับมา กลัวมีม่า แง้
    #267
    0
  16. #266 Lisagirl3 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 07:49

    ต่อออ รักเเท เชียร์กุก

    #266
    0
  17. #265 Csthmyg99 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 01:49
    สงสารกุกนะ แต่มาหาเรามา เขารักกันนะ 5555
    #265
    0
  18. #264 jk_bell (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 23:59
    กุกก็ดี​ แทก็อยากได้อิอิ//ต่อน้าาหนุกมาก
    #264
    0
  19. #263 b-rin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 22:42
    ห้าวมากทั้งคู่ ไม่อยากให้แทกับกุกบาดหมางกันเลยแตาคงไม่ทันแล้ว55555555555 ทีมแท กุกมาหาเราเถอะ 😂 สู้ๆนะคะไรท์ รออ่านต่อค่า
    #263
    0
  20. #262 0928805149 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 22:20
    สู้ๆฮะไรท์
    #262
    0