[ BTS X YOU ] All I GOT.

ตอนที่ 16 : All I GOT || Episode : 15 ขอโทษ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,043
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 161 ครั้ง
    30 เม.ย. 62

เป็นผัวของเพื่อนเธอไง! ที่ชื่อ คิมแทฮยองอ่ะ รู้จักไหม "





ALL I GOT.
Episode 15





( Taehyung ‘Part )


ผมกำลังยืนอยู่หน้าห้องของมินอา


ให้ตายเหอะว่ะ อุตส่าห์แบกหน้ามาถึงที่ แต่พอถึงเวลาเข้าจริงกลับไม่กล้าแม้แต่จะเจอ


ขี้ขลาดอะไรตอนนี้วะ


ถามว่ารู้ที่อยู่ห้องของยัยนี่ได้ไงน่ะเหรอ ผมรู้จากการที่เรานั่งคุยโทรศัพท์เล่นกันเป็นชั่วโมงในช่วงเวลาที่ผมกลับบ้านไปเจอแม่ครั้งที่ผ่านมานั่นแหละ จำได้ว่าตอนนั้นแกล้งหลอกถามไป ถึงได้รู้ โชคดีชะมัดที่ตัวผมมันเป็นพวกความจำดี เพราะโดยปกติผมมักจะชอบขับรถกลับมาส่งยัยนี่อยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยได้ขึ้นมาบนห้องเธอเลยซักครั้ง แทบไม่เคยเอ่ยปากถามเลยด้วยซ้ำว่าเธออยู่ชั้นไหน เพราะส่วนใหญ่ผมมักจะเป็นฝ่ายลากเธอให้กลับมาทีคอนโดตัวเองซะมากกว่า ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ผมได้ขึ้นมา


คอนโดของมินอาถือว่าหรูมากพอตัว ผมเลยอาศัยจังหวะรอเวลาที่คนอื่นแตะคีย์การ์ดเพื่อเปิดประตูเข้ามาในส่วนของพื้นที่ไพรเวทแล้วก็กดลิฟท์ขึ้นมา แต่พอถึงเวลาที่ต้องมายืนอยู่หน้าห้องของเธอเข้าจริงๆ กลับไม่กล้า มัวแต่ย้ำคิดย้ำทำอยู่นั่นแหละ บ้าชิบหาย แค่นึกถึงภาพใบหน้าจิ้มลิ้มของยัยนั่นตอนที่โดนผมผลักแล้วล้มลงไปหัวกระแทกกับเหลี่ยมโต๊ะเมื่อวาน ใจผมแม่งก็รู้สึกชาไปหมดแล้ว


เพราะเมื่อวานทำผิดเกินไป มันพลาดเกินกว่าที่ตัวผมจะไม่รู้สึกอะไร


ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เมื่อวานแม่งรู้สึกผิดไปหมด รู้สึกแย่มากจนนอนแทบไม่หลับ ขนาดจะไลน์ไปหาผมยังไม่กล้าเลย


เพราะงั้นวันนี้ผมเลยตั้งใจที่จะมาหายัยนี่แต่เช้า มาเพื่อให้เห็นกับตาว่าเธอเป็นยังไงบ้าง ไม่รู้ว่าทำไมแต่ตัวผมรู้สึกอยากจะโอบกอดร่างเล็กๆ นั่นเอาไว้ อยากจะบอกว่าขอโทษ ขอโทษมากจริงๆ


ลมหายใจถูกผ่อนออกมาเป็นรอบที่สิบ แต่มือก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมขึ้นไปกดกริ่ง แย่ชะมัด เอาจริงๆ ผมไม่เคยรู้สึกลำบากใจอะไรขนาดนี้มาก่อนในชีวิตเลยด้วยซ้ำ พอจะยกขึ้นไปก็ต้องชะงักแล้วดึงกลับมา นี่ผมยืนนิ่งค้างอยู่หน้าห้องของมินอามาเกือบสิบนาทีได้แล้วมั้ง


จะบ้าตาย เอาก็เอาวะ!


ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้าย ลงมือกดกริ่งหน้าประตูห้องไปรัวๆ โดยไม่เกรงกลัวว่าคนข้างในจะรู้สึกรำคาญใจแต่อย่างใด พอกดเสร็จก็รีบหลบไปให้พ้นจากช่องตาแมว เพราะคิดว่ามินอาต้องส่องดูก่อนแน่นอนว่าใครมาเรียกเธอแต่เช้า แล้วก็นั่นแหละ ถ้าเธอเห็นว่าเป็นผม คิดว่ายัยคนตัวเล็กนั่นจะยอมเปิดประตูให้เข้าไปดีๆ ไหมล่ะ คำตอบก็คือไม่อยู่แล้ว เพราะงั้นผมเลยต้องใช้วิธีนี้


 

แอ๊ด~

 


ใช้เวลาซักพักกว่าที่ประตูจะเปิดออกช้าๆ ผมตัดสินใจโผล่หน้าออกไปหาจนเจ้าของห้องถึงกับตกใจสะดุ้งเฮือก ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ริมฝีปากบางสีชมพูอ้าค้าง ใบหน้าหวานแต่ทว่ากลับอ่อนเพลียกำลังตกตะลึง เมื่อเห็นหน้าผมเธอก็แทบจะปิดประตูอัดใส่ทันที แต่โชคดีที่มือผมดันไวกว่า


 

กึก!~

 


เดี๋ยวดิ ผมใช้แขนข้างหนึ่งดันประตูไว้ จ้องมองใบหน้าอ่อนเพลียของผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังแสดงท่าทางลำบากใจ บนหัวเธอถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผลหลายต่อหลายทบ ซึ่งพอได้เห็นใจผมมันก็เต้นตุบๆ รู้สึกหน่วงไปหมด

 


ผมเป็นคนทำเธอเอง


ผมแม่งเลว


 

แทมาทำไม


น้ำเสียงเล็กแหบแห้ง แต่ทว่ากลับฟังดูราบเรียบ อาการเหมือนจะป่วยอยู่จริงๆ แถมยังโกรธผมเอามากๆ ด้วย ดูได้จากสีหน้าที่เริ่มบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัดขึ้นของเธอ


แล้วทำไมจะมาไม่ได้


ทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอโกรธผมมาก แต่สันดารผมแม่งก็เป็นพวกชอบท้าทายที่พอเจอใครกวนตีนมาก็จะชอบกวนตีนกลับ แก้ไม่หายซักที จนบางทีก็รู้สึกหมั่นไส้ตัวเอง


แทกลับไปเหอะ มินอายังคงพูดเสียงนิ่ง สองมือพยายามจะปิดประตูใส่หน้าแต่ผมดันใช้มืออีกข้างดันไว้ มินอาไม่อยากเจอแท


คำพูดนิ่งๆ แต่แม่งแทงบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกได้อย่างน่าประหลาด


เธอไม่เคยเย็นชาแบบนี้ใส่ผมมาก่อน นี่เป็นครั้งแรก


ไม่แปลกหรอก ก็ผมทำเธอเจ็บตัวซะขนาดนี้


ก็เรื่องของเธอ


แปลกดีที่คำพูดบ้าๆ นี่ดันมีผลต่อความรู้สึกผมไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าครั้งนี้ผมจะไม่ยอมแพ้ ถึงจะน่าหงุดหงิดไปบ้าง แต่ผมก็พยายามที่จะเข้าใจว่ามันเป็นความผิดของตัวผมเอง ผมทำเธอ และนี่คือสิ่งที่ผมควรได้รับ


มินอาเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าแสดงความสับสนจนผมใช้โอกาสนั้นในการดันประตูให้เปิดอ้ากว้างแล้วถือวิสาสะแทรกตัวเข้าไป คนตัวเล็กตั้งท่าจะโวยวายเมื่อเห็นผมใช้มืออีกข้างดันประตูให้ปิดลง พร้อมทั้งสาวเท้าเข้ามาหาเธอถึงในห้อง


ไม่เอาอ่ะ ออกไปเลยนะ แทไม่มีมารยาท!


หึ


ผมสบถเสียงในลำคอ ริมฝีปากบางเล็กน่ารักนั่นยังคงตะโกนโวยวายต่อว่าผมไม่หยุด เหอะ! น่าจับฟัดให้หายห้าวจริงๆ ว่ะ สภาพป่วยปางตาย แต่ยังจะทำเก่ง


แททททท!


คราวนี้แววตากลมโตถลึงใส่เมื่อผมเอื้อมมือขึ้นไปจับท่อนแขนเล็กของเธอไว้ ยัยตัวเตี้ยขู่ฟ่อๆ เหมือนลูกแมว น้อยทำท่าเหมือนกับไม่อยากให้ผมเข้ามายุ่งมาจับตัวเธอซักเท่าไหร่ แล้วไงอ่ะ ตัวแค่นี้ทำอะไรได้วะ ถามจริง?


ปล่อยนะ ไม่ต้องมายุ่ง มือเล็กยังคงพยายามแกะแขนของตัวเองให้หลุดออกจากมือผม พอเห็นแบบนี้แล้วมันก็อดคิดไม่ได้ว่ายัยนี่น่ารัก ทั้งๆ ที่โดนโกรธอยู่แท้ๆ แต่ทำไม มินอาแม่งน่ารักได้ขนาดนี้วะเนี่ย ผมเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้ ที่แย่ยิ่งกว่าคือร่างกายมันดันเผลอดึงตัวเธอเข้ามากอด


 

หมับ~

 


แท!


ความอบอุ่นซึ่งถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดทำให้ผมรู้สึกใจสงบลงมากกว่าก่อนหน้านี้ที่ค่อนข้างว้าวุ่นไปหมดทุกอย่าง ยัยตัวเตี้ยที่เหมือนยังปรับอารมณ์ตามไม่ทัน จึงได้แต่แหกปากตะโกนเรียกชื่อผมเสียงดังลั่น พร้อมทั้งดิ้นไปดิ้นมาอยู่ในอ้อมกอดจนผมต้องเริ่มปรับน้ำเสียงจริงจัง เพื่อให้เธอหยุดลงซักที


หยุดดิ้นได้ยัง


ก็ปล่อยก่อน... พอเห็นผมเริ่มจริงจัง เสียงหวานเล็กก็ร้องตอบกลับมาเบาๆ อย่างไม่เต็มใจที่จะยอมซักเท่าไหร่


ขอโทษ


ทันทีที่ได้ยินคำขอโทษหลุดออกจากปาก มินอาก็เหมือนจะนิ่งอึ้งไปเลย ร่างของเธอหยุดการกระทำทุกอย่างไปซักพักหนึ่งจนผมเริ่มแปลกใจ ไม่รู้ว่าตอนนี้คนในอ้อมกอดกำลังทำสีหน้าแบบไหน แต่สิ่งที่รับรู้ได้ในเวลาต่อมา คือไหล่บางที่กำลั่งสั่นไหวราวกับพยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้นเบาๆ ของตัวเองไว้


มินอากำลังร้องไห้


นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกตัวมากขึ้นกว่าเดิม ว่าผมทำผิดต่อเธอจริงๆ


ผมมันใจร้าย ชอบทำให้เธอเจ็บตัวแบบนี้อยู่เรื่อย


ฉันไม่ได้ตั้งใจ


พูดจบก็กระชับอ้อมกอดแน่น ในที่สุดผมก็ได้กอด ได้สัมผัสกับร่างบางอ้อนแอ้นของเธอ ได้พูดในสิ่งที่อยากจะพูดมากที่สุดออกไป บอกตามตรงว่าไม่ได้หวังให้เธอหายโกรธผมในเร็ววันหรอก แค่เธอยอมให้กอด


ผมก็รู้สึกดีขึ้นมากแล้วจริงๆ


ให้ตบคืนเลยก็ได้เอาไหม ว่าแล้วก็ค่อยๆ คลายอ้อมกอดออกช้าๆ พร้อมทั้งก้มตัวลงมาจ้องมองใบหน้าหวานใสที่เอาแต่ยืนร้องไห้ทั้งๆ ที่ยกมือขึ้นขยี้ตาตัวเองไปมาเหมือนกับเด็กตัวน้อยๆ เห็นแล้วน่าเอ็นดูชิบหาย


ที่บ้ากว่าก็คือตัวผมเองเนี่ยแหละ เกลียดที่สุดที่ดันเผลอคิดว่า คนอะไรวะ น่ารักจนน่าหมั่นไส้


ฮึ่ก ไม่! มินอาไม่ใช่คนใจร้ายแบบแทนะ ฮือๆๆ


ร่างเล็กพูดเสียงสั่น พูดไปก็ร้องไห้งอแงเหมือนเด็กโยเย จนผมเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะเผลอยิ้มตามเมื่อมองดูยัยขี้แยแบบเธอ มือข้างหนึ่งจึงเผลอเอื้อมขึ้นมาหวังจะสัมผัสลงไปบนกลุ่มเส้นผมนุ่มนิ่มตามความเคยชิน แต่กลับต้องหยุดชะงักลงเมื่อเห็นผ้าพันแผลซึ่งถูกพันเอาไว้ที่รอบหัวนั่น


เจ็บแผลมากหรือเปล่า ผมถาม รู้สึกปวดใจตัวเองชิบหาย โคตรรู้สึกผิดเลยว่ะ


เจ็บสิ อึ่ก


เป็นยังไงบ้าง


พอถามแบบนี้ออกไป ยัยคนตัวเตี้ยก็พยายามกลั้นเสียงสะอื้น พร้อมทั้งเหล่มองผมทั้งน้ำตาด้วยความไม่พอใจ ขอบตาเธอแดงก่ำ แถมหน้าก็แดงไปหมด มินอาเป็นประเภทที่พอร้องไห้แล้วชอบหน้าแดงทุกที


ปวดแผลอยู่เลย แล้วก็ปวดหัวมากด้วย


นี่คือเพิ่งตื่น?


ก็แทเล่นกดกริ่งซะรัวแบบนั่นอ่ะ


แก้มแดงซึ่งเกิดจากการร้องไห้เผลอป่องออกมาอย่างไม่รู้ตัว จนผมเผลอหลุดหัวเราะให้กับท่าทางที่แสดงอาการไม่พอใจของเธอ ที่ผมถามก็เพราะเห็นว่ามินอายังอยู่ในสภาพชุดนอนลายแมวสีฟ้าอ่อน แถมหัวก็ยุ่งเหยิง ท่าทางดูงัวเงียอ่อนเพลียจนอดห่วงไม่ได้


แล้วหิวข้าวเช้ายัง


คนตัวเล็กส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่หิว แต่ต้องกินยา


งั้นไปนอนพักก่อนไป เดี๋ยวทำไรให้กิน


พอได้ยินแบบนั้น มินอาก็เผลอเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อในหูตัวเอง อะไรจะตกใจขนาดนั้นวะ


แทจะทำกับข้าวให้มินอากินเหรอ?


เออดิ ผมเว้นช่วงไปนิดหน่อย แต่ทำเป็นแค่รามยอนนะ


พอได้ยินแบบนั้น ใบหน้าหวานทั้งน้ำตาก็เผลออมยิ้มน้อยๆ ออกมา มันทำให้ผมต้องเผลอหลบสายตาและใบหน้าที่จิ้มลิ้มนั่นของเธอ ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าหน้าสดยัยนี่โคตรปัง คนอะไรกันแน่วะ แค่ตื่นนอนแม่งยังเผลอทำตัวได้โคตรน่าเอ็นดู แก้มยุ้ยๆ นั่นอย่างกับเด็กตัวเล็กๆ ให้ตายเหอะ น่ารักชิบหาย


ผมพาร่างบางไปนอนที่โซฟาตรงโซนของห้องนั่งเล่น ยัยตัวเตี้ย ใช่! ต่อไปผมจะเรียกเธอแบบนี้ เพราะยัยนี่ตัวเล็กจริงๆ ตัวเล็กแค่ไหล่ผมเองมั้ง เมื่อถึงโซฟานุ่มนิ่มตัวสีขาว เธอก็ล้มตัวนอนแผ่หลาอย่างหมดสภาพ พร้อมทั้งส่งเสียงโอดครวญ บ่นว่าปวดแผลไม่หยุดจนผมอดสงสารไม่ได้ แย่จริงๆ ว่ะ ตอนนั้น ถ้าผมไม่หน้ามืด พยายามควบคุมตัวเอง แล้วซัดหน้าไอ้จองกุกอย่างมีสติ มินอาก็คงไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้


ผมนี่มันโคตรแย่เลย


ใช้เวลาเพียงไม่นาน คนขี้งอแงที่นอนแผ่หลาอยู่บนโซฟาก็ผล็อยหลับไป ผมตัดสินใจผละออกจากเธอเดินตรงมายังโซนของห้องครัว สำรวจของกินภายในชั้นเก็บของว่ามีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือพวกรามยอนเหลือบ้างมั้ย เพราะเมนูที่นอกเหนือจากนี้ผมทำไม่เป็นแล้ว ถ้าให้บอกคือผมทำอาหารไม่เก่งมากกว่า แต่มันก็แค่เรื่องทำอาหารป่ะวะ เพราะเรื่องอื่นผมมั่นใจว่าผมมีดีว่ะ ไม่เชื่อก็ลองถามมินอาสิ :)  ซึ่งปรากฏว่าห้องของยัยนี่เต็มไปด้วยของกินมากมายที่ถูกซื้อตุนไว้ โดยส่วนมากจะหนักไปทางขนมมากกว่า โถ่ ยัยหมูอ้วนเอ๊ยยยย กินเก่งจริงๆ จะว่าไปแตกต่างกับห้องผมลิบลับเลยแฮะ ห้องผมเรื่องของกินมันจะค่อนข้างอดอยากหน่อยๆ เพราะไม่ค่อยได้สนใจหรือแวะซื้อเอามาตุนไว้ซักเท่าไหร่ ส่วนมากถ้าหิวจะขับรถออกไปหาอะไรกินข้างนอกเลยมากกว่า ต่อจากนี้คงต้องเปลี่ยนใหม่แล้วมั้ง ผมคงต้องแวะซื้อพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รามยอน แล้วก็พวกขนมมาตุนไว้ที่ห้องตัวเองบ้างแล้ว เพราะถ้าเกิดวันไหนผมพามินอาไปนอนห้อง ยัยนี่จะได้ไม่บ่นหิวอีก


เดี๋ยวนะ...แล้วผมจะทำเพื่อยัยนี่ทำไม?


บ้าป่ะวะ ตลกตัวเอง


ห้องของมินอาเล็กกว่าห้องในคอนโดผม แต่ก็แบ่งแยกโซนอย่างชัดเจน ทั่วทั้งห้องถูกตกแต่งคนละแบบกับผมอย่างสิ้นเชิง ห้องยัยนี่ค่อนข้างสบายๆ ออกไปในโทนอบอุ่น มีมุมน่ารักเยอะแยะเต็มไปหมด รอบๆ ห้องค่อนข้างเป็นระเบียบ เรียบร้อย เห็นแล้วก็สบายตาดูน่าอยู่ไปอีกแบบดี


ผมจัดการต้มรามยอนรสชีสให้เธอ แค่เพียงไม่นาน มันก็ออกมาในสภาพน่ากินเพียงเพราะใส่ไข่ลงไป มือทั้งสองจัดการเทมันลงใส่ถ้วยก่อนจะยกขึ้นไปตั้งบนโต๊ะหน้าโซฟาที่มีร่างเล็กนอนหลับสนิท ใบหน้าหวานจิ้มลิ้มน่ารัก กำลังปิดเปลือกตาด้วยท่าทีที่หลับสบายยิ่งกว่าอะไร แก้มขาวใสอมชมพู และแพขนตางอนยาว กับสันจมูกโด่งเชิดปลายน้อยๆ ของเธอ ทำให้ผมที่กำลังแอบมองสำรวจไปทั่วทั้งเลือนร่างได้แต่ลอบกลืนน้ำลายลงคอน้อยๆ ใจเต้นข้างในอกแบบแปลกๆ


 

ทำไมผมถึงเริ่มรู้สึกแหม่งๆ กับยัยนี่วะ


มันตั้งแต่เมื่อไหร่


นี่กูเป็นอะไร?

 


ก็แค่หน้าตาน่ารักเฉยๆ ป่ะ เอาจริงๆ ยัยนี่ก็สวยอยู่แหละ


มันก็แค่นั้น...


ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ที่ผมเริ่มรู้จักเธอ มินอาก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไร ให้พูดตามตรง นิสัยยัยนี่ออกจะดีไปซะด้วยซ้ำ ทั้งซื่อบื้อจนน่าหมั่นไส้ ทำมึน ไม่ทันคนจนบางครั้งก็ดูหน้าโง่ไปบ้าง แต่มันก็ทำให้ผมเริ่มเปลี่ยนความคิดใหม่ ซึ่งถ้าให้พูดตรงๆ ผมแทบจะไม่ได้หลงเหลือความเกลียดชังในตัวมินอาอีกต่อไปแล้วด้วยซ้ำ เอาจริงๆ บางทีผมอาจจะไม่ได้เกลียดเธอมาตั้งแต่แรกแล้วมากกว่า คนที่ผมเกลียดจริงๆ คือพี่ชายของยัยนี่ แล้วสิ่งที่ผมทำมาตลอดมันก็แค่การแก้แค้นบ้าๆ แต่ก็ลบความจริงที่ว่ายัยนี่เป็นน้องของไอ้ชินยูออกไปไม่ได้


เพราะงั้น มันคงไม่มีอะไรเกินเลยมากไปกว่านี้หรอก


มินอา... ผมร้องเรียกชื่อเธอเบาๆ พร้อมทั้งเขย่าแขนเล็กนั่นเพื่อหวังจะปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมากินข้าว แล้วจะได้กินยาต่อ คนตัวเตี้ยพอเริ่มรู้สึกตัวก็ค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาน้อยๆ มองดูผมด้วยความงัวเงียแล้วครางตอบเบาๆ จนผมต้องค่อยๆ ดึงตัวเธอให้ลุกขึ้นมานั่งบนโซฟา


อืออออ~


กินได้แล้ว เสร็จแล้วจะได้กินยาต่อ


...ไม่หิวเลย


ร่างบางทำท่าจะล้มตัวลงไปนอนใหม่ แต่ผมคว้าเอวเธอไว้ ให้ตายเหอะ ไม่กินไม่ได้! นี่อุตส่าต้มรามยอนให้ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำกับข้าวให้ใครกินมาก่อนเลยนะเว้ย


ต้องกิน


อยากนอน ปวดหัว


รู้แล้ว อย่าดื้อ


พอได้ยินผมทำเสียงดุ ใบหน้าหวานก็เริ่มบุ้ยปากก่อนจะยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งอย่างไม่ค่อยจะมั่นคงเท่าไหร่ ตัวเธอโอนเอียง โงนเงนไปมา


จะกินไหวมั้ยวะ??


แค่จับช้อน ยังไหลเลย ไม่รู้ว่าปวดหัว หรือ ง่วงนอนกันแน่ จะบ้าตาย ผมเห็นแล้วยิ่งเป็นห่วงมากกว่าเดิมอีก ยัยนี่จะกินข้าวได้ป่ะวะ ตอนนี้เหมือนคนไม่มีสติ เกิดรามยอนลวกหน้าขึ้นมา หน้าแหกตายห่า


พอเลยๆ วางช้อนเดี๋ยวนี้


ไม่ไหวอ่ะ เมื่อวานปวดแผลมากจนนอนไม่หลับเลย


เออรู้ สงสารว่ะ บ่นเจ็บไม่หยุด ผมเข้าใจว่ามันปวดมากจริงๆ  เดี๋ยวป้อนเอง


ว่าแล้วก็จัดการหยิบช้อนกับตะเกียบขึ้นมาคีบเส้นใส่แล้วยกขึ้นเป่าให้หายร้อนก่อนจะยื่นไปตรงริมฝีปากจีบเล็กนั่น คนตรงหน้าผมอ้าปากงับช้อนไว้พลางเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างว่าง่าย จนแก้มใสอมชมพูนั่นป่องออกมาหน่อยๆ ยะ แย่แล้ว


อร่อยอ่ะ


นี่กลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กตั้งแต่เมื่อไหร่


มันก็อร่อยทั้งนั้นป่ะ นี่มันรามยอน


มินอาอมยิ้มแก้มแทบปริ แล้วก็จัดการอ้าปากงับในสิ่งที่ผมตั้งใจป้อนนั้นไปจนเกือบหมด สุดท้ายเธอบอกกินไม่ไหวแล้วอิ่ม อยากนอนมากกว่า ผมเลยต้องตามใจ เดินไปหยิบถุงยาที่ถูกวางอยู่บนเค้าท์เต้อร์หน้าครัวมาให้เธอกิน แล้วพายัยคนตัวเตี้ยนี่ไปพักผ่อนในห้องนอนตัวเอง


สองมือจัดการห่มผ้าให้คลุมถึงช่วงไหล่ พร้อมทั้งปรับรีโมทแอร์ให้อยู่ในอุณภูมิที่ไม่หนาวและไม่ร้อนจนเกินไป นั่งมองใบหน้าขาวใสที่ดูอ่อนเพลียเพราะอาการเจ็บแผลไม่หายจนเจ้าตัวค่อยๆ ผล็อยหลับไปอย่างช้าๆ ด้วยเวลาเพียงไม่นานอีกครั้ง เฮ้อออ ส่งเด็กเข้านอนแล้ว ต่อไปจะทำไรดีล่ะทีนี้


ผมยังไม่อยากกลับคอนโดอ่ะดิ ตั้งใจว่าจะใช้เวลาอยู่กับยัยนี่ทั้งวัน


อันที่จริง ตอนยัยนี่หลับมันก็ดูน่ารักเอามากๆ เลยนะ คนอะไรหลับได้โคตรมีความสุข ตั้งแต่ที่ไปทะเลด้วยกันคราวที่แล้ว บอกตามตรงว่านับจากตอนนั้นผมก็ชอบแอบมองใบหน้าเธอตอนหลับมาโดยตลอด มันให้ความรู้สึกเพลินๆ ดี มองแล้วในหัวมันสบายใจแบบแปลกๆ ใบหน้าหวานของยัยนี่เหมือนมีมนตร์สะกดอะไรกับความรู้สึกผมซักอย่าง


มันทำให้รู้สึกอยากจูบขึ้นมา


ลำตัวค่อยๆ ลุกขึ้นไปบนเตียงอย่างช้าๆ ทาบทับร่างกายโดยใช้มือทั้งสองข้างกักกั้นระหว่างร่างบางไว้ โน้มใบหน้าต่ำ จรดริมฝีปากแนบแน่นลงไปบนกลีบเรียวปากเล็กสีชมพูอ่อน ฉกชิมความนุ่มนิ่มความอุ่นร้อนที่ทำให้หัวใจเต้นโครมครามทั้งที่รู้สึกแปลก


เป็นอีกครั้งที่ผมเผลอทำแบบนี้เข้าจนได้


ปลายจมูกได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากสบู่อาบน้ำที่เธอใช้ ทำให้สมองผมเตลิดออกไปไกลแสนไกล ร่างกายซึ่งขยับตัวเพราะเริ่มรู้สึกไม่สบายจากการรุกรานของผม ทำให้คนตัวเล็กส่งเสียงครางงัวเงียทั้งๆ ที่เปลือกตายังคงปิดสนิท มินอาเป็นพวกประเภทที่ชอบหลับ หลับแล้วหลับลึก เวลาเธอโดนผมก่อกวนในตอนที่หลับสนิทก็มักจะส่งเสียงงัวเงียงอแงเหมือนกับเด็กตัวเล็กๆ ออกมา และตัวผมเองก็โคตรจะอ่อนไหวต่อการตอบสนองแบบนี้ของเธอเลย พอยิ่งเห็นมันยิ่งหมั่นเขี้ยว คิดแบบนั้นผมก็ซุกหน้าลงไปบนซอกคอขาว สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่หลอมละลายจิตใต้สำนึกพวกนั้น พลันไล่กัดขบเม้มต่ำลงมาเรื่อยๆ มืออีกข้างก็เผลอปลดกระดุมชุดนอนสีฟ้าอ่อนของเธอออก ปรากฏให้เห็นบราเซียตัวสีขาวสะอาดตา ทำให้ใจผมหวิวไปหมด


ใบหน้าโน้มต่ำลงอีกครั้ง เกลี่ยริมฝีปากดูดเม้มเผลอทำรอยไปบนเนินอกขาว อีกทั้งยังบีบคลึงความนุ่มนิ่มของเธอ จนร่างบางส่งเสียงร้องเบาๆ ออกมา


อะ อื้อออ


แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ผมเริ่มรู้สึกว่าไม่อยากหยุดอยู่แค่จูบ


ความนุ่มนิ่มของเธอที่อยู่ในมือผม มันเล่นเอาใจเตลิดไปหมด ในช่วงเวลาที่มือเริ่มเกลี่ยไปบนขอบบราเซียแล้วตั้งท่าจะดึงมันลงมา เสียงข้อความไลน์เข้าจากโทรศัพท์ของมินอาที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงก็ดังขัดจังหวะขึ้นซะก่อน


ผมถอนหายใจ ก่อนจะผละออกจากการฉกชิมรสชาติร่างกายของยัยขี้เซา ลุกขึ้นไปดูโทรศัพท์อย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็นั่นแหละ ข้อความเข้าของใครบางคนก็ทำเอาผมที่กำลังอารมณ์ดีอยู่เมื่อครู่ถึงกับต้องขมวดคิ้วมุ่น


 

[ JK ] : มินอา ตื่นยัง?

 


ไอจองกุก...


เหี้ยเอ๊ยยยยยยย~


กูหมดอารมณ์ แทบจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งเลยด้วยซ้ำเมื่อเห็นเป็นชื่อของไอ้เวรรุ่นน้องผมคนนี้ ให้ตายเหอะ หงุดหงิดเลยว่ะ โทรศัพท์นี่ผมก็อุตส่าห์ไปเลือกซื้อให้ใหม่แล้วก็ตั้งใจให้เองกับมือแท้ๆ แต่แม่งเสือกไปแลกไลน์กันไว้ตอนไหน


 

[ JK ] : เดี๋ยววันนี้บ่ายๆ เข้าไปหานะ อยู่คอนโดใช่ไหม

 


สัส! แม่งจะมาหาถึงที่เลย


มันจะเกินไปแล้วนะมึง!!


 

[ MiMinah ] : จะหายแล้ว ไม่ต้องมา


[ JK ] : ห๊ะ? หมายความว่าไงหายแล้วน่ะ


[ MiMinah ] : ก็หายแล้วไง ไม่ต้องมาแล้ว


 

ไอเวรนี่ สงสัยเยอะเกินไปแล้ว ผมหัวร้อน เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันตอบไอจองกุกไปด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีสุดจะบรรยาย โชคดีที่ตอนเล่นโทรศัพท์ยัยนี่คราวก่อนผมแอบทำปลดล็อคลายนิ้วมือตัวเองไว้ด้วย นั่นจึงทำให้ผมสามารถเข้าเครื่องของยัยนี่ได้ตลอดเวลา แต่เรื่องนั้นช่างหัวมันก่อน เรื่องที่สำคัญคือทำไมแม่งต้องทักมินอามาด้วยวะ ไปแลกไลน์กันไว้ตอนไหน ยัยบ้านี่ก็ใจง่ายเกินไป จะไปให้ไลน์มันทำไมวะ!


โมโหเว้ย!!!

 


[ JK ] : เธอเป็นอะไรของเธอ โกรธฉันเรื่องเมื่อวานหรือเปล่า?

 


เรื่องเมื่อวาน??


เมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้น!?



คำพูดของไอกุกทำผมเครียดมากกว่าเดิม สายตาเหล่มองไปยังร่างบางซึ่งกำลังนอนแน่นิ่งหลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราว นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นคนป่วย ผมปลุกลุกขึ้นมาเคลียร์แล้วจริงๆ ด้วย ให้ตายเหอะว่ะ ไม่สบายใจเลย


มินอากับจองกุก สองคนนี่มันมีความลับอะไรกัน


ไอเหี้ยยยยยย ไม่สบายใจเลย ไม่สบายใจขั้นรุนแรง!!


 

[ MiMinah ] : เรื่องอะไร


[ JK ] : ก็เรื่องเมื่อวานไง


[ MiMinah ] : แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ!


[ JK ] : ...


[ JK ] : ช่างมันเหอะ


[ JK ] : ดูเธอตอบห้วนๆ จัง เหมือนจะอารมณ์ไม่ดี


[ JK ] : งั้นถ้าเธออารมณ์ไม่ดี ไว้ฉันไปหาพรุ่งนี้ก็ได้นะ


 

เวร!


สรุปกูก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แม่งเอ๊ย~


ผมเลือกที่จะไม่พิมพ์ตอบไอจองกุกอีก ก็ดีเหมือนกัน ให้มันเข้าใจว่ามินอาโกรธมันไปน่ะดีแล้ว จะได้ไม่ต้องเสนอหน้ามา ว่าแล้วก็ได้แต่โยนโทรศัพท์ไปบนโต๊ะหัวเตียงแบบเดิม แล้วผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ ให้ตายเหอะว่ะ ทำไมผมรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านไปหมดเลยวะ


ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ตอนที่เธอเห็นว่าจีน่าจูบผม ก็ไม่เข้าใจว่ามินอาจะเดินหนีออกมาทำไม แล้วที่แย่คือตัวผมดันคิดว่าเธอไม่พอใจ เลยรีบสลัดจีน่าออก แต่กว่าจะหลุดแล้ววิ่งตามมาเรื่อยๆ ก็ดันเห็นยัยนี่ไปอยู่กับไอ้จองกุกเข้าซะแล้ว เห็นแบบนั้นผมแม่งเดือดจัด บอกตามตรงว่าสุดจะทนจริงๆ ตอนนั้น ผมควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เลยซักอย่าง ยิ่งพอเห็นภาพที่พวกมันนั่งทำท่าเหมือนจะปลอบกันอยู่ ชีพจรโคตรจะลงตีนเลย ให้ตายเหอะ!!


แถมไอจองกุกมันยังปากดี กล้ามาด่าผมอีก มีสิทธิ์อะไรมาบอกให้ผมเลิกยุ่งกับมินอาวะ


มันจะเสล่อมากเกินไปแล้ว


ผมก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองนะ เอาจริงๆ ตอนนั้นผมเหมือนหมาบ้าอ่ะ ทำไมเป็นแบบนั้นก็ไม่รู้


ยัยนี่ส่งผลต่อความรู้สึกผมได้ขนาดนี้เลยเหรอ!?

 


Rrrrrrrrrrr Rrrrrrrrrr Rrrrrrrrrr ~

 


ยังสงสัยตัวเองได้ไม่เท่าไหร่ เสียงโทรศัพท์ซึ่งถูกผมโยนไปบนหัวเตียงเมื่อครู่ก็ดังลั่นขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงของคนที่โทรเข้ามา เล่นเอาตัวผมสะดุ้งวูบขึ้นไปเลยเหมือนกัน ผมโมโหส่งเสียงฟึดฟัดใส่ พร้อมทั้งเอื้อมมือขึ้นไปคว้ามันไว้ ไอ้จองกุก นี่มึงอยากลองของดีนักใช่มั้ย! ได้! แต่ชื่อสายเรียกเข้าบนหน้าจอ กลับทำให้ผมขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม


 

จินซู

 


เพื่อนของมินอา ใช่ป่ะวะ?


ไม่แน่ใจ แต่ผมก็ตัดสินใจกดรับสายทันที


(ฮัลโหล นี่ยัยมินอา!! แกเป็นไรมากเปล่า จองกุกไลน์มาบอกฉันเมื่อกี้แล้วนะ เมื่อวานแกหัวแตกใช่ป่ะ มันเกิดอะไรขึ้น จองกุกไม่ยอมลงดีเทลว่ะ ฉันเป็นห่วงแกมากเลยนะ อยู่ๆ เมื่อวานพวกแกสองคนก็ขอตัวกลับก่อน ฉันว่าแล้วว่ามันต้องมีเรื่องอะไรซักอย่าง แกมามอไหวมั้ย หยุดไปเลยนะ เดี๋ยวฉันบอกอาจารย์ให้)


โห ไรวะเนี่ย รัวมาเป็นชุดแบบไม่มีโอกาสให้ได้ตอบ ยัยนี่หายใจบ้างหรือเปล่า

 

(มินอา แกอย่าเงียบแบบนี้ดิ ฉันใจคอไม่ดี)


พูดจบแล้วใช่มั้ย ผมตอบกลับไป


เท่านั้นแหละ ปลายสายก็หวีดเสียงร้องลั่นออกมาด้วยความตกใจที่ได้ยินเสียงผู้ชายรับสายแทนที่จะเป็นเพื่อนของตัวเองทันที ชิบหายเอ๊ย โคตรปวดหูเลย


(เฮ้ย!! ใครวะ นี่ฉันโทรผิดเหรอ?!)


เปล่า


(แล้วนี่ใครเนี่ย มารับสายแทนมินอาได้ไง มินอาอยู่ไหน!!!)


ผมยกโทรศัพท์ให้ออกห่างจากหูตัวเองอีกครั้ง ให้ตายดิ ยัยนี่แผดเสียงได้โคตรแสบแก้วหู จนผมหงุดหงิดไปหมดแล้ว จะบ้าตาย ตะโกนหาอะไรนักหนาก็ไม่รู้


(บอกมานะ แกเป็นใคร!!)


เป็นผัวของเพื่อนเธอไง!!


ทันทีที่ตะโกนกลับไป ดูเหมือนปลายสายจะนิ่งเงียบไปแทบจะในทันที อึ้งอยู่ล่ะสิ ผมแอบได้ยินมินอาส่งเสียงรำคาญเหมือนคนงัวเงียอยากจะนอน โปรดอย่าส่งเสียงดังรบกวนอะไรประมาณนั้นมาด้วยแฮะ


(ว่าไงนะ! ใครเนี่ย?)


ก็ที่ชื่อ คิมแทฮยองอ่ะ รู้จักไหม


(50%)




(หาาาาาาา?)


ยัยเสียงแจ๋นปลายสายร้องตอบกลับมายาวเหยียดราวกับประมวลผลความคิดอยู่ซักพัก เธอก็ขึ้นเสียงสูงใส่ผมอีกครั้งอย่างคนที่เพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ เอาเข้าไป กูปรับระดับเสียงคอลจากตัวโทรศัพท์เองก็ได้ ยัยบ้า!


(นายมันไอ้บ้านั่นน่ะเอง)


เดี๋ยวนะ...ไอ้บ้านั่น


ยัยนี่กล้าเรียกผม ด้วยคำพูดจาที่โคตรจะปากดี


(ฉันจำได้แล้ว นี่นายอยู่กับมินอาหรือไง)


“เออ อยู่ข้างๆ กันเนี่ยแหละ” ผมตอบยัยนั่นกลับไปด้วยความไม่สบอารมณ์ รู้สึกหมั่นไส้ปลายสายอย่างบอกไม่ถูก ยัยนี่พูดจาได้น่ากระทืบมาก เอาจริงๆ ทั้งน้ำเสียงที่ฟังดูกวนประสาท ทั้งคำพูดคำจา เหมือนมันกำลังท้าทายอำนาจมืดผมอยู่งั้นแหละ


(มินอาเป็นไร ไปเอายัยนั่นมาคุยดิ๊)


“นอนหลับอยู่”


(แล้วมันหัวแตกจริงดิ)


คำถามของจินซูที่น้ำเสียงยังคงกวนอารมณ์แต่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงจากใจจริงทำให้ผมได้แต่นั่งนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง


สมองกำลังคิดทบทวนเรื่องราวทุกอย่าง ว่าจะบอกไปเลยดีไหมวะ


“อืม”


(บ้าชิบ! ยัยนั่นไปทำอีท่าไหน)


“ฉันทำเองแหละ” และผมก็ตัดสินใจตอบกลับไปโดยที่ไม่ลังเล


ก็มันทำจริงนี่หว่า อีกอย่างสองคนนี้เป็นเพื่อนรักกัน แต่กูเสือกไปทำให้เพื่อนเขาเจ็บตัวแบบนี้ มันก็ต้องแมนๆ กล้าที่จะยอมรับความผิดหน่อยดิ ถูกป่ะ?


เสียงปลายสายเมื่อได้ยินก็ดูท่าจะนิ่งอึ้งไปเลยเหมือนกัน จินซูเลือกที่จะเงียบไปนานมาก จนผมรู้สึกไม่ดี บอกตามตรงคงเพราะผมทำผิดเลยรู้สึกอึดอัด มันก็ไม่แปลกหรอกที่จะต้องเตรียมตัวยอมรับกับผลที่ตามมา แต่วินาทีหลังจากนั้นกลับได้ยินเสียงถอนหายใจยาวเหยียดจากปลายสายที่ค่อนข้างสะกดกลั้นอารมณ์ตัวเองอยู่พอสมควร


(นี่นาย ฟังนะ)


“...”


(ฉันก็พอจะรู้แหละ ว่านายกับมินอามีเรื่องอะไรกันมาบ้าง แต่สิ่งที่นายทำ มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ)


“ครั้งนี้ฉันไม่ได้ตั้งใจ”


(หมายความว่าไง?)


“ขอโทษด้วยจริงๆ”


คราวนี้ผมปรับน้ำเสียงให้เริ่มจริงจัง ผมจริงจังทุกครั้ง ถ้ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมินอาในตอนนี้ แม้ว่าน้ำเสียงเล็กปลายสายจะดูมีอารมณ์หงุดหงิด บางทีอาจจะไม่ชอบขี้หน้าผมเลยด้วยซ้ำ แต่ผมก็ต้องขอโทษและยอมรับความผิด ไม่ว่าจะอีกกี่ครั้ง ผมก็ยอมทำ


(คนที่นายควรจะขอโทษน่ะ ไม่ใช่ฉันแต่เป็นยัยนั่น)


“ก็ขอโทษไปแล้ว”


พอผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ จินซูก็ได้แต่ถอนหายใจตอบกลับมาอย่างเอือมระอา


(นายเกลียดมินอามากขนาดนั้นเลยหรือไง)


คำถามนี้ ได้แต่ทำให้ผมเงียบ


ไม่...บอกได้เต็มปาก ว่าตอนนี้ตัวผมแทบไม่ได้เกลียดเธอเลยซักนิดเดียว


ในทางกลับกัน ความรู้สึกมันเหมือนจะตรงกันข้ามซะด้วยซ้ำ ตอนนี้ทุกอย่างมันสับสนไปหมด


(ถ้าว่ากันตามจริง คนผิดมันก็คือพี่ชินยูไม่ใช่เหรอ)


“เออ รู้”


(แล้วนายทำไม่ดีใส่มินอาไปทำไม)


“ก็ไม่ได้จะทำแล้วป่ะวะ”


(ห้ะ?) เสียงเล็กเผลอร้องตอบกลับมาด้วยความมึนงง (แล้วมันคืออะไร?)


ไม่รู้เหมือนกันว่ะ


ตัวผมเองก็ตอบไม่ได้


แทบจะทุกช่วงอารมณ์ของผม ในตอนนี้มันแค่รู้สึกอยากอยู่ใกล้ๆ อยากเจอ อยากเห็นหน้า อยากกอด อยากจูบ อยากฟัด อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา


(นายกับมินอาสรุปคืออะไรกันแน่)


“...”


(นายไม่ได้ชอบมินอาใช่มั้ย)


 


อึ่ก!

 



ผมแทบสะอึกขึ้นในทันที ความรู้สึกภายในร่างกายมันแปรปรวนปั่นป่วนไปหมด แค่เพราะเพียงคำพูดที่ถูกถามออกมา มันกลับทำให้ผมมือสั่น ทำอะไรไม่ถูก ในหัวจู่ๆ มันก็ตื้อ นึกอะไรขึ้นไม่ออก นอกจากปรายตาหันไปมองยังร่างเล็กที่กำลังนอนขดตัวซุกอยู่ภายใต้ผ้าห่มอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยซักอย่าง

 



ผมเนี่ยนะ...ชอบมินอา


ผมชอบยัยนี่เหรอ?

 



(เฮ้! นาย)


“อ...อืม” เพราะยัยนั่นตะโกนขึ้นมาแหละ ผมเลยเผลอสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย จนหลุดออกจากภวังค์ความคิดที่แสนไร้สาระพวกนั้น


(จะอะไรก็แล้วแต่ ฉันไม่โอเคหรอกนะ ที่เพื่อนฉันโดนนายทำร้ายทั้งร่างกายแล้วก็จิตใจแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า)


“เออ รู้น่า ก็ขอโทษไปแล้วไง” ที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าตอบส่งๆ นะ แต่ผมเองก็จริงจัง ผมรู้ว่าจินซูรู้สึกยังไง ในเมื่อยัยนี่เป็นเพื่อนรักกับมินอา แถมปากยังบอกว่ารู้เรื่องของผมด้วยแล้ว ผมรู้ว่าไม่มีใครโอเคกับเรื่องแบบนี้แน่นอน


แต่ตัวผมเองก็ใช่ว่าจะล้อเล่น เห็นแบบนี้ ตลอดช่วงระยะเวลาเมื่อคืนที่ไปนอนครุ่นคิดมาอย่างหนัก มันก็ทำให้ผมรู้สึกว่า ต่อจากนี้คงต้องตั้งใจอย่างจริงจังแล้วว่าจะไม่เผลอทำตัวเหี้ยๆ ใส่มินอาอีก แต่กับเรื่องของจองกุกคราวนี้แม่งลูกหลงจริงๆ ว่ะ


(ตามจริง ฉันไม่อยากให้คนแบบนายมายุ่งกับมินอาอีก แต่เพื่อนฉันก็ดูท่าจะทำไมได้เหมือนกัน เพราะงั้น...) เธอเว้นช่วงไประยะหนึ่ง ก่อนจะปรับน้ำเสียงขึ้นอย่างจริงจัง (เลิกทำอะไรไม่ดีใส่มินอาซักที แล้วก็หยุดความคิดเวรๆ ของนายทุกอย่าง เมื่อกี้นายบอกกับปากเองแล้วนี่ ทำให้ได้ดิ)


เป็นห่วงโคตรเลยว่ะ ยัยนี่ แม่คนที่สองของมินอาป่ะวะ


(ถ้าขืนนายยังทำให้เพื่อนฉันเจ็บอยู่แบบนี้ ก็พอเหอะ เลิกยุ่งกับมินอาไปซักที!)


“เป็นแม่มาอ่อมาสั่ง”


(กวนตีน)


โอ้โหหหห ดูมันด่า ปากแม่งดีจริง แตกต่างกับมินอาลิบลับเลย ให้ตายเหอะว่ะ! มาเป็นเพื่อนกันได้อีท่าไหนวะ


“เออๆ ก็บอกว่ารู้แล้วไง” ผมแค่นเสียงตอบกลับไปจนได้ยินเสียงหัวเราะที่น่าอวดดีตอบกลับมา เอาเหอะ! อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนกัน เกิดโดนผมกวนตีนเอามากๆ จะพลอยรู้สึกแย่กับมินอาไปเปล่าๆ เห็นงี้ กูก็มีมารยาทแต่พองามนะเว้ย


(แล้วนี่นายไปหามินอาทำไม)


“ก็มาดูแลยัยนี่ไง”


(แล้วจองกุกอ่ะ?)


“...” สัส! ได้ยินชื่อนี้ทีแล้วสะกิดต่อมหงุดหงิดขึ้นมาอีกจนได้


(อ่อ ลืมไป ที่ต่อยกันก็เพราะเพื่อนฉันนี่เนอะ) ประโยคหลังยัยจินซูเน้นขึ้นเสียงสูงอย่างตั้งใจล้อเลียนผมเต็มที่ บ้าเอ๊ย! ทำไมยัยนี่มันถึงกวนโมโหได้น่ากระทืบสุดๆ ไปเลย ให้ตายเหอะ


“แล้วมีอะไรอีก” ผมรีบเปลี่ยนเรื่อง พยายามข่มอารมณ์ตัวเองอย่างสุดความสามารถ ตั้งใจจะแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจในคำพูด แต่เสียงปลายสายก็ยังคงจี้จุดได้อย่างน่าหมั่นไส้ชิบหาย


(เห็นแบบนี้ แต่ฉันก็ทีมจองกุกนะ บอกให้)


เหอะ! ทีมมันงั้นเหรอ


ตลกละ!


“อีกไม่นานเดี๋ยวก็เปลี่ยนฝั่ง”


(เอาอะไรมามั่นใจ)


“รอดูไปแล้วกัน :)


นั่น...เรื่องคำพูดคำจา กวนตีนสูสี ฝีปากใช้ได้อยู่ว่ะ เพื่อนยัยนี่ ไม่ธรรมดา


(แสดงว่าคิดอะไรกับมินอาแล้วอ่ะดิ)


นอกจากจะปากดี ยังเซ้าซี้เก่งโคตรๆ กูจะบ้าตาย ทำไมใจมันเต้นแรงทะแม่งๆ ทุกครั้งที่โดนถามเลยวะ พอได้แล้วมั้ง


“มีเรื่องจะพูดแค่นี้?”


(มีอีก) จินซูเบรกไว้ เหมือนรู้ทันว่าผมตั้งใจจะวางสายใส่ เริ่มหมดความอดทนกับยัยนี่เข้าจริงๆ ละ (วันนี้ฉันจะแวะไปหายัยนั่นตอนหัวค่ำนะ)


“จะมาก็มา ใครเค้าห้าม”


ได้ยินเสียงกัดฟันกรอดๆ ดังแล่บออกมาด้วยเว้ย คุยกับยัยนี่มันน่าโมโหนะ แต่บางทีก็สะใจดี เหมือนได้ต่อปากต่อคำไปเรื่อยๆ สนุกไปอีกแบบ


(ถึงเวลานั้นก็ไม่ต้องเสนอหน้าอยู่ก็ได้มั้ง เดี๋ยวดูแลต่อให้เอง)


“ก็ถามว่าเป็นแม่ไงมาสั่ง”


คราวนี้ได้ยินเสียงกรนด่าที่เป็นความตั้งใจของเจ้าตัวดังแล่บออกมาให้ได้ยินเต็มสองหู ฮ่าๆๆ สนุกว่ะ ยัยนี่คงกำลังหัวเสียน่าดู


(กวนส้นตีนดีจริงๆ)


“ถือว่าชม”


(เออ แค่นี้นะ เวร!)



 

กึก!~

 



ในที่สุดก็ยอมแพ้ว่ะ


กูวินนนนนนน~


ผมแอบหัวเราะให้กับยัยบ้านั่นพร้อมกับความสะใจเล็กๆ ตลกชะมัด ห่วงเพื่อนดีเหลือเกิน แสบชิบหาย เพิ่งเคยเจอผู้หญิงที่กล้าต่อปากต่อคำด้วย นับถือจริงๆ ว่ะ ว่าแล้วก็โยนโทรศัพท์กลับไปไว้บนโต๊ะหัวเตียงตามเดิม ก่อนจะเคลื่อนตัวขึ้นไปนอนบนเตียงข้างๆ กับคนตัวเล็กที่ยังคงนอนหลับสบาย เปลือกตาปิดสนิทอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเช่นเคย


เพื่อนเธอนี่มันแสบเอาเรื่องจริงๆ นะมินอา


สายตาเหลือบมองไปทั่วใบหน้าขาวใส ไล่ต่ำลงไปสำรวจเลือนร่างที่ขดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา แล้วอดที่จะเอ็นดูไม่ได้จริงๆ เธอนอนหลับสนิท ขดตัวเองเหมือนหนอนอ้วนไปกับผ้าห่ม หันหน้ามาทางผมพอดี มันก็เลยง่ายต่อการที่จะแอบชื่นชมลอบมองใบหน้าหวานนั่นไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีเบื่อ


จนกระทั่ง จู่ๆ ใจแม่งก็นึกถึงคำพูดที่โดนถามขึ้นมาเมื่อครู่นี้เข้า



 

นายไม่ได้ชอบมินอาใช่มั้ย

 

 


ผมเนี่ยนะ ชอบยัยนี่...

ชอบเหรอวะ?

 

 


โอ๊ยยยยยยย ให้ตายเหอะ! ไม่รู้ว่ะ เรื่องนี้ตัวผมเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน มันค่อนข้างสับสนแบบแปลกๆ เอาเข้าจริง ตามที่บอกไปว่าตอนนี้ผมไม่ได้เกลียด แต่ในทางกลับกัน มันดันรู้สึกดีซะด้วยซ้ำที่ได้อยู่ใกล้ๆ


แต่ถ้าจะให้พูดว่าชอบมั้ย ผมยังไม่อยากคิดถึงเรื่องนั้นเท่าไหร่


ไม่อ่ะแม่งเป็นไปไม่ได้หรอก


ว่าแล้วใจที่ไม่รักดีมันก็ดันสะเออะเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้งเมื่อแอบลอบมองไปยังใบหน้าขาวใสซึ่งนอนหลับตาพริ้มได้ยั่วอารมณ์ชิบหาย กูจะบ้าตาย มินอากำลังทำผมบ้า เธอแม่งกลายเป็นตัวสะกิดต่อมความรู้สึกผมไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ยิ่งได้เห็นยิ่งเริ่มทนไม่ไหว ยิ่งได้สัมผัส ยิ่งอดใจไม่อยู่


พอก่อนดีกว่ามั้ง! ก่อนที่อะไรมันจะเลยเถิดกับคนป่วยไปมากกว่านี้


ผมว่า ผมควรที่จะพยายามหลับ


ใช่! ผมต้องหลับ!


 

 

 

 

 

 






( Minah ‘Part )


#18.55


“อื้อออออออ~”


ความรู้สึกแรกที่ได้รับคืออาการปวดเมื่อยตามตัวขั้นรุนแรง โดยเฉพาะที่หัวซึ่งยังคงตื้อและเบลอไม่หาย ต่อมาคือความแนบแน่นของอะไรซักอย่างที่กำลังกอดรัดร่างกายจนทำให้ขยับตัวไปไหนไม่ได้ พอลองลืมตาดู ถึงได้รู้ว่าใบหน้าของตัวเองกำลังจมอยู่กับแผงอกใครซักคน ใครซักคนที่รู้สึกอบอุ่น แถมยังมีกลิ่นหอมที่ค่อนข้างคุ้นเคย


แท...


ใช่ คนๆ นั้นคือแท เขากำลังนอนกอดฉัน


ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คนๆ นี้ขึ้นมานอนบนเตียงด้วยกัน เพราะก่อนหน้านั้นฉันเพลียมาก แทบไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรเลยก็ว่าได้ หัวฉันมันปวดตุ่บๆ คล้ายกับยังระบมไม่หยุด จนกระทั่งแทมาระดมกดกริ่งหน้าหน้าห้องปลุกฉันอย่างบ้าระห่ำ ในตอนนั้นที่ได้เห็น ใจฉันมันหงุดหงิดไปหมด รู้สึกไม่อยากเจอ แทบอยากจะปิดประตูอัดใส่หน้าเลยด้วยซ้ำ คิดว่าคนใจร้ายแบบนั้นต้องมาเพื่อหาเรื่องกันอีกแหงๆ แต่เปล่าเลย ทุกอย่างมันผิดคาด เพราะเขายอมขอโทษฉัน ยอมเข้ามากอด เข้ามาคอยดูแล แค่เพราะเขายอมทำแบบนี้ ใจฉันมันก็อ่อนยวบลงทันที ความจริงฉันอาจเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่โง่มากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ทั้งๆ ที่โดนเขาทำให้เจ็บตัวถึงขนาดนี้


แต่ก็ยังพ่ายแพ้ต่อคำขอโทษเขาอยู่ดี


คนตัวสูงที่กำลังนอนกอดฉันขยับตัวเล็กน้อย และทันทีที่เริ่มรู้สึกตัวว่าฉันตื่น เขาก็ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมาช้าๆ แพขนตางอนยาวนั่น ยังคงน่าหลงใหลในทุกๆ ครั้งที่สบตา คิมแทฮยองในสภาพคนงัวเงีย ส่งเสียงครางในลำคอทักทายตอบฉันเบาๆ ในขณะที่อ้อมแขนแข็งแรงนั่นก็กระชับอ้อมกอดแนบแน่นเพิ่มมากยิ่งขึ้น


อือ~ ตื่นแล้วเหรอ


อื้อ


เป็นยังไง ดีขึ้นบ้างมั้ย


ฉันพยักหน้าตอบน้อยๆ ก่อนจะรีบมุดหน้าลงต่ำ เพราะรู้สึกเขินเขาไปหมด จะบ้าตาย ตื่นขึ้นมาแล้วได้เจอคนที่ชอบกำลังนอนกอดอยู่แบบนี้ ใครบ้างใจไม่เต้นแรง


ด...ดีขึ้นแล้ว


หิวมั้ย อยากกินอะไร


ยิ่งเฉพาะใบหน้าคมเข้มแต่กลับสวยเหมือนผู้หญิงซึ่งกำลังก้มต่ำตามลงมาเพื่อแนบแก้มด้วยแล้ว มันยิ่งทำให้ทั่วทั้งร่างกายฉันร้อนผ่าวไปหมด แม้จะเปิดแอร์แค่ยี่สิบองศาก็ตาม


เขามักจะชอบทำแบบนี้


ชอบเอาแก้มลงมาแนบไว้ด้วยกันอยู่เรื่อย


ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ แต่ต้องกินยา


งั้นเอาอะไร เดี๋ยวไปซื้อให้


แววตาฉันเผลอเบิกกว้างขึ้นอย่างประหลาดใจ หูฝาดไปอีกแหงเลย แทบอกจะไปซื้อข้าวให้?!


ทำหน้าแบบนั้น หมายความว่าไง


ปะ เปล่า ฉันรีบบอกปัดก่อนจะทำเป็นฉีกยิ้มกว้าง


วันนี้คิมแทฮยองดูใจดีเป็นพิเศษ ก่อนหน้านั้นก็ทำรามยอนให้กิน มาคราวนี้ยังจะเซอร์วิสลงไปซื้อข้าวด้วยอีก นี่กำลังรู้สึกผิดอยู่แหงเลยใช่ไหม


อยากกินสปาเก็ตตี้


โจทย์ยาก


พอคำนี้หลุดออกมา ฉันก็อมยิ้มแฉ่งทันที คนตัวสูงเมื่อเห็นฉันตั้งความหวัง เขาก็ทำหน้าครุ่นคิดไปพักหนึ่ง ดวงตาเรียวรีแกล้งเสมองขึ้นไปด้านบน ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำจะลากยาวเหมือนกำลังหาเรื่องคิดทำอะไรซักอย่าง


แต่ไปซื้อให้ได้


 คราวนี้ฉันเผลอหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ แทนี่จะทำหน้าครุ่นคิดไปเพื่ออะไรก็ไม่รู้ แต่ก่อนที่ฉันจะได้ตั้งตัวไปมากกว่านี้ เรียวหน้าคมก็โฉบลงมาหอมแก้มฉันทันที




ฟอดดดดดด~




ดะ เดี๋ยวสิ...


แททททททททททททท!!


“ค่าตอบแทนไง”


น้ำเสียงกลั้นขำเมื่อเห็นฉันอ้าปากพะงาบๆ ด้วยความร้อนฉ่าไปทั่วใบหน้า คนข้างๆ ก็หัวเราะชอบใจก่อนจะผละตัวลุกขึ้นจากเตียงแล้วจัดแต่งทรงผมของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง ใบหน้าหล่อคมหันมาอมยิ้มน้อยๆ ให้ หลังจากนั้นมือเรียวจึงเอื้อมต่ำลงมาลูบหัวฉันเบาๆ ด้วยแววตาอ่อนโยนแบบที่หาดูได้ยากจากคนอย่างแท


“รอแปบนึงนะ เดี๋ยวมา”


น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มลึกซะจนแทบจะละลายไปกับผ้าปูที่นอนทำให้ฉันใจเต้นโครมคราม แววตาสั่นไหวเมื่อมองดูแผ่นหลังของคนตัวสูงที่ค่อยๆ เดินออกจากห้องไป พอประตูถูกปิดลงเพียงแค่นั้น ความเขินอายอย่างบ้าคลั่งจึงถูกเปิดโปง ฉันแทบอยากจะตะโกนกรีดร้องออกมาให้ดังลั่นห้องพร้อมกับเอาหัวโขกหมอน ติดอย่างเดียวที่หัวแตก ถ้าหัวไม่แตก ฉันคงทำไปแล้ว ไอบ้าเอ๊ยยยยยยย~


วันนี้ คิมแทฮยองเป็นอะไรของเค้าก็ไม่รู้


มันเกิดอะไรขึ้นกับคนใจร้ายคนนั้นกันแน่


หลังจากที่แทเดินออกจากห้องเพื่อไปหาซื้อสปาเก็ตตี้ให้ฉันได้ไม่นาน ยัยจินซูก็ปรากฏร่างพร้อมกับถุงขนมมากมายซึ่งตั้งใจซื้อมาฝาก คนแบบมันรู้ใจเพื่อนตัวเองเสมอว่าชอบกินขนมแบบไหน พอเห็นฉันเจ็บทียัยนี่เลยกะซื้อมาตุนไว้ เป็นคนที่น่ารักดีใช่ไหม โชคดีจริงๆ ที่มีมันคอยห่วงแบบนี้ แล้วรู้อะไรมั้ย ว่าพอมันเห็นสภาพฉันที ยัยนี่ก็กรีดร้องพร้อมทั้งวิ่งเข้ามากอดฉันด้วยความสงสารยกใหญ่


“โถ่~ มินอาาาา แกนี่ไม่น่าโง่เลย”


แล้วนี่คือคำปลอบใจของมัน


ผ่านไปได้ประมาณสี่สิบนาที ระหว่างที่ฉันกับจินซูกำลังนั่งคุยเล่นกัน ไม่นานแทก็ขึ้นมาพร้อมกับสปาเก็ตตี้และถุงขนมมากมายนับไม่ถ้วน สองคนนี้กะจะซื้อขนมมาขุนฉันให้อ้วนเป็นหมูหรือไง ไม่สิ! ไม่ใช่แบบนั้น! ฉันลืมไปซะสนิทว่าจินซูไม่ค่อยชอบขี้หน้าแทซักเท่าไหร่ และในเวลานี้พวกเขากำลังเจอกัน และฉัน...ฉันควรทำไง!?


“ไง” นั่นไง!! แทกำลังยกมือทักทายเพื่อนฉันด้วยสีหน้าที่โคตรจะนิ่ง อารมณ์เหมือนคนกวนประสาทที่พร้อมจะเปิดวอร์กับยัยจินซูตลอดเวลา แถมเพื่อนฉันก็เริ่มขมวดคิ้วแล้วด้วย อ๊ากกกก


“อะไรของนายเนี่ย ยังอยู่อีกเหรอ”


“ไม่อยู่ก็ไม่เห็นดิ”


“โอ๊ยยยย เสนอหน้าชะมัด กลับบ้านไปเลยไป๊”


“เป็นใครมาสั่ง”


เดี๋ยวววว เขากำลังเถียงกัน เถียงกันข้ามหัวฉัน เฮ้ย! แล้วไหงทำไมแทไม่เห็นโกรธเลยอ่ะ โดนเพื่อนฉันพูดจาใส่ขนาดนี้ก็ยังทำเป็นอารมณ์ดี ส่วนยัยจินซูเองก็เหมือนกัน คำพูดคำจาถกเถียงไม่หยุดแต่มุมปากกลับอมยิ้มน้อยๆ เหมือนแค่แกล้งแซวเล่นมากกว่า ทั้งๆ ที่เถียงกันไปมาแต่ฉันดันรู้สึกเหมือนกับว่าสองคนนี้กำลังแกล้งกันด้วยคำพูดคำจาที่ล้อเล่นมากกว่า เดี๋ยวก่อนนะ ฉันงงไปหมดแล้ว


พวกนี้ไปแอบคุยกันมางั้นเหรอ


ตอนไหน??


ทำไมจินซูดูไม่เหมือนคนที่ไม่ชอบขี้หน้าแทเลยอ่ะ


ทำไมเพื่อนฉันมีปฏิกิริยากับแทเปลี่ยนไป ทำไม??


“มินอา กินข้าวได้แล้ว”


หลังจากที่เถียงกันไปได้ซักพักจนแทจัดแจงเทสปาเก็ตตี้ใส่จานจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ยกมันมาให้ฉันที่กำลังนั่งเล่นกับยัยจินซูอยู่บนโซฟา แทเหลือบมองยัยนั่นเพียงแว่บหนึ่งด้วยสายตาที่เหมือนกับต้องการส่งซิกอะไรซักอย่าง จากนั้นเพื่อนฉันก็ลากเสียงยาวใส่ทันที


“โอ๊ยยยย ลุกให้ก็ได้ น่ารำคาญจริง”


“รู้งาน” เขาตอบกลับไปด้วยความพึงพอใจ


แล้วยัยจินซูก็ยอมลุกออกไปนั่งตรงโซฟาเดี่ยวอย่างว่าง่าย โดยที่สายตายังคงจับจ้องมองมาที่ฉันกับแทด้วยความหมั่นไส้ เกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนคนนี้?? และในระหว่างที่ฉันกำลังนั่งม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เตรียมตั้งท่าเอาเข้าปาก เสียงของยัยเพื่อนตัวดีก็ดังแทรกขัดขึ้นมาซะก่อน


“อะไรเนี่ย ลุกให้แล้วก็ป้อนดิ” มันหันไปโวยวายลั่นใส่แทที่แทบจะขมวดคิ้วมุ่น


“ไม่ยุ่งซักเรื่องจะตายมั้ย”


“คุยกันไว้ว่าไง”


เท่านั้นแหละ คนตัวสูงก็แทบจะเงียบปากลงทันที พร้อมกับยื่นมือเข้ามาแย่งส้อมไปจากมือฉันด้วยความไม่สบอารมณ์ ใบหน้าหล่อคมหงิกทื่อเหมือนคนหัวเสียแต่ก็ยอมป้อนเส้นสปาเก็ตตี้ให้ฉันอย่างว่าง่าย


เขากล้าทำแบบนี้ ต่อหน้ายัยจินซู


แล้วที่บอกว่า คุยกัน นี่มันหมายความว่าไง?


สองคนนี้ต้องมีความลับอะไรซักอย่างอยู่แน่ๆ


“โอ้โห เหม็นความรัก” มันพูดออกมา


เท่านั้นแหละ ทั้งฉันกับแทแทบจะหันไปแยกเขี้ยวใส่มันพร้อมกัน แทถึงกับกระแทกจานสปาเก็ตตี้ลงบนโต๊ะอย่างหัวเสีย ริมฝีปากเม้มแน่น แต่ยัยเพื่อนบ้าดันหัวเราะคิกคักชอบใจยกใหญ่ ไม่มีอะไรน่าตลกเลยซักนิด


นี่แกพูดอะไรของแก ยัยบ้าาาา ฉันเขินว้อยยยยย~


“ฮะๆ ล้อเล่นน่า” จินซูยังคงหัวเราะเสียงเล็กด้วยท่วงท่าที่น่าหมั่นไส้ ส่วนแท สีหน้าเขาสะกดกลั้นอารมณ์มาก “กลับดีกว่า อยู่ไปก็ขัดความสุขคนแถวนี้เปล่าๆ”


“ยังไม่เงียบปากอีก” นั่นไง แทสวนกลับไปด้วยความไม่สบอารมณ์แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร ตกลงสองคนนี้พูดจาสนิทสนมกันได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันไม่เข้าใจ


จินซูสะพายกระเป๋าเตรียมตัวจะเดินออกจากห้องแล้ว ในระหว่างที่กำลังยกขาขึ้นมาข้างหนึ่งเพื่อสวมรองเท้าใส่ ยัยนั่นหันมาบ๊ายบายฉัน


“ไปแล้วนะแก รีบหายไวๆ เดี๋ยวลาอาจารย์ให้”


“ขอบใจนะจินซู” ฉันยกมือบ๊ายบายตอบ อยากวิ่งไปกอดจังแต่สังขารดันไม่ไหวจริง


“ไม่เป็นไรน่า ถ้ายังไงจะจดโน้ตให้ ส่วนนาย...” คำสุดท้าย ยัยนั่นตั้งใจหันไปพูดกับแทโดยที่เขาเองก็กำลังนั่งกอดอกจ้องมองเพื่อนฉันด้วยท่าทางยียวนกวนประสาทมันพอสมควร “อย่าลืมที่คุยกันไว้”


“เออ”


“ดูมันด้วย” ยัยนั่นว่า


“รู้แล้วน่า”


พูดจบมันก็เบะปากใส่เขาไปหนึ่งที ก่อนจะบิดลูกบิดเปิดประตูเดินออกจากห้องไปในที่สุด

 



แอ๊ด~ ตึง

 



จินซูกลับไปแล้ว


ตอนนี้หลงเหลือเพียงแค่ฉันกับแท ซึ่งกำลังนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกันแค่สองคน


“นี่แท” พอได้โอกาส ก็ไม่รีรอช้าตั้งคำถามที่อยากรู้มากที่สุดออกไป ฉันหันไปจับแขนเขาไว้เพื่อให้หยุดป้อนก่อน จนคนตัวสูงข้างๆ ทำหน้าแปลกใจไปเล็กน้อย


“มีอะไร”


“ไปสนิทกับเพื่อนฉันตอนไหน”


“...”


แทเงียบ เขาเหล่มองฉันด้วยหางตา ก่อนจะทำเป็นยิ้มกรุ่มกริ่มกวนประสาทแบบที่ชอบทำเป็นประจำเวลาที่เข้าโหมดแทแทคนห้าว


“ทำไมคุยเล่นกันได้อ่ะ”


“ไม่บอก”


“แทททททททท” พอเห็นฉันเริ่มโวยวาย ร่างสูงก็หัวเราะชอบใจยกใหญ่ เขาดูสนุกสนานมากที่ได้แกล้งแหย่ฉัน อีตานี่!


“แล้วที่บอกว่า อย่าลืมที่คุยกันไว้ นี่มันคืออะไร แทกับจินซูแอบไปคุยกันตอนไหน”


“ฮะๆ ไม่บอก”


“แททททททท บอกมาเหอะ”


ฉันเผลอเขย่าแขนเขาไปด้วยความลืมตัว ในขณะที่คนข้างๆ ฉันในตอนนี้กลับส่งเสียงหัวเราะร่าชอบใจที่ได้แกล้งแหย่ให้ฉันสงสัย แถมยังคาใจไม่หาย บ้าเอ๊ยยย~ อยากรู้จริงๆ นะเนี่ย ตอนแรกก็เกร็งแทบตายคิดว่าแทกับเพื่อนฉันจะคุยกันไม่ได้ ไหงทำไมมันดันเกินคาดไปหมดเลยล่ะ


“ให้ตายก็ไม่บอก”


“งั้นต้องทำไง”


“ขึ้นเตียงดิ เดี๋ยวบอกเลย”


“โอ๊ยยยยยยย แททททททททท~”






(100%)


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -






รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ช่วงนี้ดาเมจผัวพี่แทรุนแรงมาก ตั้งแต่คัมมา
ไรท์รู้สึกใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทุกที55555



TALK

เหยยยยย เขามาง้อน้องแล้วอ่ะ
บทจะร้ายนางก็ร้าย กว่าจะรู้ตัวก็ต้องให้เค้าเจ็บก่อน
ถึงจะรู้สึกใช่มั้ย หื้มมมมม
ก็สำหรับแทแทเอง ในเรื่องนี้
เราพยายามแต่งให้นางเป็นคนที่เชื่อมั่นในความคิดตัวเองสูง!
ประมาณว่าต้องเห็นกับตา ต้องได้สัมผัส ถึงจะยอมเชื่อ
ยอมเปลี่ยนความคิด เพราะงั้น ในช่วงแรกๆ ที่แทเกลียดน้องเข้าไส้
เพราะแทยังไม่ได้รู้จักน้อง และตีโพยตีพายไปเองว่าน้องต้องเหมือนพี่
แต่พอได้มารู้จักกันจริงๆ กลับเป็นอีกอย่าง มันทำให้แทใจอ่อน
และยอมเปลี่ยนความคิดกับน้องไปได้บ้าง สำหรับตัวแทเอง คือถ้าร้ายก็จะร้าย
แต่ถ้าดี ก็ค่อนข้างเป็นคนที่มีเหตุผลอยู่พอตัว ติดตรงนิสัยในเรื่องนี้จะใจร้อนหน่อย
ปากหมา ชอบกวนประสาท ปากดี หยาบเถื่อน ดิบ ตามแบบฉบับคนห้าว
สังเกตความเกรียนได้จากการไปปั่นแชทของจกุกในตอนนี้
ก็คนมันหวงน้องอ่ะเนอะ ทำไงได้ ยังคงหลอกตัวเองอยู่แหละ
แต่ก็ห่วงใยเก่ง เทคแคร์เก่งนะคะ
ซักประมาณตอนที่ 20 ขึ้นไปเราจะมีประเด็น
เข้าเรื่องดราม่าหนักหน่วงแล้วนะ
เตรียมต้มมาม่ารอกันได้เลย555555
สำหรับใครทีมจกุก เทใจมาหาแทได้น้า ตอนนี้นางเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าทำไม่ดีกับน้อง
แล้วก็ทีมจกุกอย่าเพิ่งน้อยใจจากเรื่องนี้เด้อ ยังไงมีซีนแน่นอน
และขอบอกว่ามีภาคต่อสำหรับน้องจกุกของเราด้วย ถ้าเราปั่นเรื่องนี้จบ
จะไปทำเรื่องของภาคจมิงคนเด๋อ กับ จกุกคนซึนต่อ
มาเกริ่นๆ เอาไว้ก่อน มีแพลนไว้แย้ว คึๆๆ

เหมือนเดิมจ้าา ชอบก็อย่าลืมเฟ้บไว้อ่าน
ถ้าอยากให้ไรท์กลับมาไวๆ อย่าลืมเม้นต์เป็นกำลังเรียกไรท์ให้กลับมาปั่นต่อเร็วๆ
ขอขอบคุณทุกๆ คอมเม้นต์ที่คอยเป็นกำลังใจให้ไรท์ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
ยังไงก็มาแชร์ๆ ความรู้สึกกันได้เรื่อยๆ น้า ไรท์ชอบมาก
ต่อจากนี้จะแต่งให้ดีขึ้น พยายามอัพให้ไวเท่าที่จะทำได้
เพราะงั้นอยู่ด้วยกันอย่างเหนียวแน่นไปจนจบเรื่องนี้ด้วยกันเลยนะค้าบบบบบ


สามารถพูดคุยติดต่อทวง NC ทวงฟิค ได้ที่...
Twitter : @shampeeyong
(เพิ่งสมัครแอคใหม่เพิ่ม สิงอยู่ในนี้บ่อยทุกครั้งที่นั่งเล่นโทรศัพท์
เข้าไปคุยเล่นกันได้น้า
ฝากติด #แทแทคนใจร้าย เม้ามอยเรื่องนี้กันได้จ้า)



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



ฝากฟิคเรื่องของพี่จมิงด้วยนะค๊าบบบ
เนื้อเรื่องของสองฟิคนี้จะอยู่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ตัวละครรู้จักกัน
โดยที่เรื่องของแทแทจะเกิดขึ้นก่อนหลังจากได้เจอกับน้องมินอา
ผ่านไปซักพักเรื่องของจมิงคนซวยก็จะตามมา
ดังนั้นเนื้อเรื่องจึงแยกกัน แตกต่างคนละแนว เพราะงั้นอ่านได้ไม่งงจ้า

ใครอยากเห็นจมิงดวงซวย จิ้มโลด)




ส่วนฟิคใหม่ล่าสุดของไรท์ คือเรื่องนี้เลย
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องไหนเลยนะคะ แยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง
เป็นอีกเรื่องใหม่เลย แนวดาร์กไซด์แฟนตาซ๊ อย่าลืมแวะเข้าไปน้า~

คุณชายแทแทคนเอาแต่ใจ อย่าลืมจิ้มๆ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 161 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

422 ความคิดเห็น

  1. #367 fanfin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 06:51
    ชวนขึ้นเตียงตลอด
    #367
    0
  2. #366 fanfin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 06:51
    มีหอมด้วยอ่าาาาา ฟิน
    #366
    0
  3. #365 fanfin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 06:50
    พี่เเทอ่อนโอน โอ้ยน่ารัก
    #365
    0
  4. #364 fanfin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 06:50
    ตอนนี้เเบบฟินสุดๆ

    ฮือออชอบ
    #364
    0
  5. #363 fanfin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 06:50
    อะไรกันหวานมากกกกกก
    #363
    0
  6. #281 Ppmt (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 00:31

    เอะอะเตียงๆ

    #281
    0
  7. #261 หนูแมนดาริน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 18:41
    น่ารักกกกก แอบวงวารจองกุกแต่เห็นว่าพี่แกจะมีนางเอกแล้ว ปล่อยมินอาไปเหอะเนอะจองกุกเนอะ ปล.ถ้าจินซูไม่ใช่เพื่อนมินอาจะเกิดไรขึ้น กวนประสาทแทขนาดนี้ 555555
    #261
    0
  8. #260 I'm Beauty (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 17:10
    จินซูคงเรือแทแล้วละแบบนี้
    #260
    0
  9. #259 pocky_pv95 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 07:57
    แท น่ารักว่ะ แต่แอบสงสารจองกุกมากๆเลย งื้ออ
    #259
    0
  10. #258 Lisagirl3 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 07:51

    ต่อๆๆๆๆๆ

    #258
    0
  11. #257 b-rin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 23:55
    แทฮยองโหมดนี้ดีต่อใจ ฮืออออ น่ารักมากอ่า แทต้องรู้ใจตัวเองได้แล้วนะ นี่แหละอาการของคนชอบน้องรู้ตัวไว้ซะแทแท! รออ่านต่อนะคะ ชอบมาก สู้ๆ
    #257
    0
  12. #256 หนูแมนดาริน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 09:05
    คบกันเลยเถอะสองคนนี้ อย่าช้า ใจตรงกันขนาดนี้แล้ว 555555
    #256
    0
  13. #255 KIM ARMY 💜 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 08:27
    ผมนี่เขินเลยคับบ55
    #255
    0
  14. #254 SomsomChillChill (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 01:48
    ขี้หึงเกินเบอร์แล้วนะคับแท รู้ตัวบ้างป่ะ
    #254
    0
  15. #253 Csthmyg99 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 01:14
    คบกันเถอะ 555
    #253
    0
  16. #252 jk_bell (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 00:20
    กรี๊ดดดด​ //แทรู้ใจตัวเองได้ละ
    #252
    0
  17. #251 molobee_kk (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 23:42
    หึงก็หึงดิแท
    #251
    0
  18. #250 FC2018 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 22:40
    คิดถึงไรท์❤❤
    #250
    0
  19. #249 Lisagirl3 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 22:15

    พี่เเทผมดำนี่ดาเมจรุนเเรงมากก

    #249
    0
  20. #248 pavinee8912 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 22:05
    ไรท์กลับมาล้าวววว คิดถึงงงงง
    #248
    0
  21. #247 b-rin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 21:49
    อยาางน้อยก็ดีที่แทแคร์น้องยอมมาง้อน้อง ละอะไรอยู่ๆไปบอกว่าเป็นผัวเค้าเฉยเลย แทโว้ย5555555555 ยังไงก็ทีมพี่แท! แต่จะรออ่านเรื่องจีมกับกุกน้า เป็นกำลังใจให้ไรท์ค่า สู้ๆๆๆ ปล.แอบกลัวดราม่าที่ไรท์บอก ฮืออออ
    #247
    0
  22. #246 I'm Beauty (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 21:47
    โอ้ยยยยยเธอ. ก็ผัวที่ชื่อคิมแทฮยองอะ
    #246
    0