[ BTS X YOU ] All I GOT.

ตอนที่ 13 : All I GOT || Episode : 12 จองมิล (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,063
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    26 ม.ค. 62


Related image
" เธอโง่หรือบ้าวะ แม่ง!! "




ALL I GOT.
Episode 12





ภาพของท้องทะเลที่แสนกว้างใหญ่ในช่วงยามเย็น ฉายอยู่ตรงหน้าพร้อมกับหาดทรายสีขาวนวลสะอาดตา สถานที่ซึ่งมีผู้คนเดินเล่นอยู่ริมชายหาดประปราย ใต้ต้นไม้ใหญ่ชิงช้าเชือกซึ่งถูกผูกติดไว้กับกิ่งไม้ถูกฉันนั่งแกว่งเล่นไปมา ในขณะที่สองสายตาก็จับจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์พร้อมกับพิมพ์ตอบบทสนทนาระหว่างเพื่อนสนิทที่สุดของตัวเอง



[ MiMinah ] : 'sent a photo'

นิ้วโป้งกดส่งรูปภาพทะเลสีฟ้าใสกับหาดทรายขาวสวยที่กำลังปรากฏอยู่ตรงหน้าและถูกถ่ายเก็บไว้เป็นที่เรียบร้อยแตะส่งไปให้ยัยจินซู ตลอดเวลาตั้งแต่มาเที่ยวทะเลฉันก็คุยไลน์ส่งข่าวคราวหายัยนี่ตลอด เพราะรู้ดีว่าเพื่อนของตัวเองเป็นคนยังไง มันขี้เป็นห่วงจะตาย

[ Jinsu' ] : แกกกกกก คือทะเลสวยมาก

[ MiMinah ] : เนอะ สวยเนอะ

[ Jinsu' ] : แบบนี้มันดีกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย แปลกชะมัด ที่ไอ้บ้านั่นดูแลแกดีขนาดนี้

จินซูตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว จนฉันเผลออมยิ้มเล็กๆ ใส่หน้าจอไปด้วย ตลกดีชะมัด ที่มันยังชอบเรียกแทว่าไอ้บ้านั่น สงสัยจะยังแค้นไม่หาย

[ MiMinah ] : เออดิ ฉันเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน

[ Jinsu' ] : แล้วแกโอเคมั้ย?

คำถามนี้ของมันทำให้มือที่กำลังจะกดพิมพ์หยุดชะงักลง เพียงแค่เสี้ยวเวลาเดียวเท่านั้น ที่คำตอบมันชัดเจนว่าทุกอย่างนั้นโอเคดี ตอนนี้ทุกอย่างมันดูจะไปได้ดีกว่าที่คิดซะอีก

[ MiMinah ] : อื้ม

[ Jinsu' ] : เป็นห่วงแกอ่ะ ต้องไปอยู่กับคนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแบบนั้น แกแน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไรจริงๆ 

[ MiMinah ] : เอาน่า ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก

[ Jinsu' ] : ห่วงดิ มีเพื่อนแบบแกนี่มันน่าปวดหัวจะตาย ฉันอยากจะบ้า!

ริมฝีปากเผลอคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้ง นึกภาพใบหน้ายุ่งๆ ของยัยเพื่อนสนิทนี่ออกเลยล่ะ ว่ามันกำลังทำสีหน้าแบบไหนเวลาที่พิมพ์คุยกับฉันไปด้วย

[ MiMinah ] : โถ่ว บ่นอีกแล้วจินซู ขี้บ่นที่สุดเลยนะแกเนี่ย

[ Jinsu' ] : ก็มันน่าบ่นมั้ยล่ะ

ดูท่ายัยนี่คงกำลังเอือมฉันน่าดู แหมมม~ ไม่เอางี้สิ

[ Jinsu' ] : อีกเรื่องนึงแก...

[ MiMinah ] : ??

[ Jinsu' ] : จองกุกถามหาแกใหญ่เลยนะ

เพียงแต่จู่ๆ เรื่องที่ฉันเผลอหลงลืมไปซะสนิทก็ดันปรากฏขึ้นมา จนทำให้เผลอนิ่งไปนาน



จริงด้วยสินะ

จองกุก...



[ MiMinah ] : จริงเหรอ

[ Jinsu' ] : อืม แต่ฉันบอกไปแล้วว่าแกติดธุระต้องรีบกลับบ้านญาติแบบเร่งด่วน อีตานั่นเลยเอาไอดีไลน์ใหม่แกจากฉันไปแทน

[ MiMinah ] : จริงด้วย ฉันเองก็ลืมเรื่องจองกุกไปซะสนิทเลย

ให้ตายเหอะ เรื่องจริงนะเนี่ย ที่ฉันลืมเรื่องของจองกุกไปซะสนิท บ้าชะมัด! ก่อนหน้านั้นก็ดันลืมแลกไอดีไลน์กับเบอร์ติดต่อใหม่ไว้ ป่านนี้เค้าจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้

ไม่สิ เรื่องนี้ไม่ค่อยเท่าไหร่

ที่แย่คือตอนนี้...ฉันยังคุยกับเขาไม่ได้

เพราะอะไรน่ะเหรอ...เพราะอีตาแทฮยองไง

ก่อนหน้านั้นเค้าเคยพูดไว้ ว่าให้ฉันทำตัวดีๆ ทำตัวดีๆ ในความหมายที่ว่านั่นก็คือการที่ฉันห้ามพูดคุยห้ามยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของจองกุกตลอดทริปเที่ยวทะเลนี้ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าแทจะห้ามอะไรฉันมากมายขนาดนี้ แต่มันคงไม่ดีแน่ถ้าหากเราสองคนต้องมานั่งทะเลาะรุนแรงใส่กันอีก ฉันไม่อยากให้มันเกิดแบบนั้นแล้ว ไม่อยากทะเลาะกับแท ไม่อยากให้เราสองคนต้องมานั่งรู้สึกแย่ใส่กัน เหมือนกับช่วงตลอดเวลาก่อนหน้านั้นที่ผ่านมา

เพราะตอนนี้ ทุกอย่างมันเหมือนว่าจะดีขึ้นมาบ้างแล้ว ฉันอยากให้ทริปนี้ของพวกเรามีแต่ความทรงจำดีๆ ความรู้สึกดีๆ ต่อกัน

ทำไมถึงคิดแบบนี้น่ะเหรอ

คงจะเป็นเพราะดันรู้ตัวว่าเริ่มชอบแทเข้าให้ล่ะมั้ง

เพราะฉันดันเผลอชอบผู้ชายที่ชื่อคิมแทฮยองเข้าให้แล้วไง

[ Jinsu' ] : ดูเหมือนจองกุกจะดูร้อนลนอยู่นะ เค้าแอดไปหรือยัง?

[ MiMinah ] : ยังเลย

[ Jinsu' ] : งั้นถ้าแอดไปแล้ว แกก็อย่าลืมตอบเค้าด้วยล่ะ ฉันว่าเค้าคงกำลังห่วงแกอยู่แหงเลย



สิ้นสุดการสนทนา ฉันก็นั่งนิ่งเงียบไปในทันที แย่แล้วสิ ถึงจะบอกให้ตอบก็เหอะ แต่มันก็ยังลำบากอยู่ดี เพราะแทชอบยึดโทรศัพท์ฉันไปเล่นโน่นเล่นนี่อยู่เรื่อย ถ้าเค้าบังเอิญเห็นเข้า คงได้โมโหอีกแหงๆ ไม่สิ! ที่สำคัญ ทำไมตอนนี้ฉันถึงได้รู้สึกลำบากใจขนาดนี้นะ

หรือจะเป็นเพราะรู้ตัวว่าจองกุกกำลังชอบฉัน

หรือจะเป็นตัวฉันที่ดันเผลอชอบแทไปแล้ว

ให้ตายเหอะ! ทุกอย่างมันดูยากสำหรับฉันไปหมด พอเริ่มมีความรู้สึกเกิดขึ้นมา อะไรๆ ก็ดูจะยุ่งยากวุ่นวายจนไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง บ้าชะมัด ตอนนี้คิดอะไรไม่ออกจริงๆ นอกจากเรื่องของแท

"นั่งทำหน้ายุ่งอะไรอยู่ได้คนเดียว"

แล้วก็นั่นไง พอนึกถึง ตัวต้นเหตุก็ดันโผล่ออกมาซะเฉย คิมแทฮยองในลุคเสื้อผ้าสุดชิลล์ที่มิกซ์กันอย่างลงตัวดูดียิ่งกว่าใครที่ไหน ลำคอคล้องกล้องฟิลม์ซึ่งพกติดตัวไว้ อีกทั้งยังโผล่หน้าเข้ามาใกล้ๆ จนฉันแอบสะดุ้งไป เจ้าของใบหน้าหล่อคมเหลือบมองโทรศัพท์ในมือฉันเพียงแว่บหนึ่งก่อนจะเดินเข้ามานั่งขั้นกลางระหว่างเรียวขาฉัน แททิ้งตัวลงนั่งบนพื้นทรายสีขาวโดยที่จับต้นขาฉันไว้ให้ลำตัวเขาอยู่ระหว่างกลาง ชิงช้าซึ่งถูกแกว่งไปมาโดยมีฉันนั่งอยู่บนนั้นหยุดลงท่ามกลางร่างหนาๆ วันนี้ทั้งวันเค้าพาฉันตะลอนเที่ยวโน่นนี่ไปทั่ว โดยที่สุดท้ายคือชายหาดแห่งนี้ แทบอกว่าที่นี่เป็นหาดที่สวยและเงียบสงบที่สุด เขาเลยตั้งใจจะพามาเดินเล่นเป็นที่สุดท้ายก่อนที่เราจะไปหาอะไรกินแล้วกลับที่พักกัน ซึ่งแน่นอนว่าฉันเองก็เห็นด้วย เพราะหาดนี่ดูสวยมาก มีจุดถ่ายรูปเล่นเต็มไปหมด แถมนักท่องเที่ยวก็ดูประปราย ไม่เยอะแยะวุ่นวายซักเท่าไหร่

บรรยากาศโดยรอบดูเงียบสงบและสดชื่นได้ด้วยตัวมันเอง ฉันเดินเล่นกับแทไปรอบนึงแล้ว พวกเราแวะถ่ายรูปไปตามจุดต่างๆ บนชายหาด แสงของยามเย็นขับให้พื้นน้ำและหาดทรายของที่นี่ดูมีสเน่ห์มาก เป็นชายหาดที่สะกดสายตาใครต่อใครที่แวะเข้ามาได้อย่างดีเยี่ยม ก่อนที่ฉันจะขอตัวเดินออกมานั่งพักบนชิงช้า ส่วนแทก็แอบแว่บไปถ่ายรูปเล่นเรื่อยเปื่อย ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะถ่ายรูปสวยมาก จากสกิลการถ่ายภาพที่ปรากฏออกมา ทำให้ฉันรับรู้ได้ว่าแทค่อนข้างเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ จากการที่เขาดูแลกล้องของตัวเองดีขนาดนี้ก็พูดได้อย่างเต็มปากว่างานอดิเรกของแทนั้นคือการถ่ายรูปภาพต่างๆ ตามสถานที่ที่เขาได้ผ่านไปผ่านมาอยู่เสมอ

"ได้รูปเยอะมั้ย" ฉันเอ่ยปากถามคนตรงหน้าที่กำลังนั่งหันหลังให้ แผ่นหลังของเขาชิดติดกับเรียวขาฉัน แขนข้างหนึ่งยกขึ้นมาพาดไว้บนตักพร้อมทั้งเช็คกล้องปรับโน่นปรับนี่ด้วยท่าทางสบายๆ สายตายังคงจับจ้องไปบนตัวบอดี้ซึ่งอยู่ในมือของตัวเอง ในขณะที่ปากก็ส่งเสียงตอบกลับมาด้วย

"เกือบเต็มฟิลม์แล้ว"

"อยากเห็นตอนที่เอาไปล้างมาแล้วจัง"

"ไม่ให้ดู"

พอได้ยินเสียงทุ้มพูดอย่างงี้ ฉันก็มุ่ยหน้าใส่ทันที เจ้าของนัยน์ตาเรียวรีเหล่สายตาเหลือบมามองหน้าฉันแว่บหนึ่งก่อนจะหันกลับไปทำเป็นวุ่นวายอยู่กับกล้องของตัวเองต่อ

"คุยกับใครอยู่"

"อ๋อ นี่น่ะเหรอ" ฉันเลิกคิ้วขึ้นถามเพื่อให้แน่ใจ แต่เห็นแทยังแกล้งทำเป็นปรับกล้องของตัวเองนู่นนี่นั่นไปเรื่อย ทำเหมือนไม่สนใจ แต่จริงๆ ก็เหมือนจะฟังอยู่นั่นแหละ "คุยกับจินซูไง มินอาถ่ายรูปทะเลส่งไปให้ดูด้วยนะ"

พูดจบก็โชว์รูปภาพทะเลที่มีพระอาทิตย์ยามเย็นเอื้อมแขนไปตรงหน้าเพื่อยกให้แทดู เจ้าของผมสีบรอนด์ทองหรี่ตามองภาพในนั้นก่อนจะทำเป็นยักไหล่ขึ้นเล็กน้อย

"เหรอ ก็ดีนี่"

เขาพูดแค่นั้น ก่อนจะหันหน้ากลับไปนั่งเหยียดขาของตัวเองตามเดิม

ซึ่งฉันที่พอเห็นท่าทางแบบนั้น จึงได้แต่ยู่หน้ายิ่งกว่าเก่า อะไรของเค้าน้า พอเลือกที่จะบอกก็ทำเหมือนไม่สนใจจะฟัง แทนี่ชอบทำท่าทางกวนประสาทจริงๆ เลยให้ตายเหอะ

"สนิทกันมานานแล้วเหรอ"

"หือ??"

"เธอกับเพื่อนเธออ่ะ"

อยู่ๆ ใบหน้าคมที่เห็นเพียงแค่ด้านข้างก็พูดขึ้นมา เป็นคำถามที่ทำให้ฉันแปลกใจมากจนแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง ได้แต่ทำตาโตจ้องมองเจ้าของสันจมูกโด่งนั่นด้วยสีหน้างงๆ

"หมายถึงฉันกับจินซูน่ะเหรอ"

"เออดิ จะหมายถึงใครได้อีกล่ะ"

อ่าวววว ก็ไม่แน่ใจนี่นา เลยถามออกไป ทำไมต้องทำเสียงดุด้วย

"ก็สนิทกันมาตั้งแต่สมัย ม.ต้น ได้แล้วมั้ง อยู่โรงเรียนเดียวกันมาตั้งแต่ตอนนั้น"

"จริงเหรอ"

ฉันรีบพยักหน้า "ใช่ๆ จินซูดีกับฉันมากเลยนะ มันเหมือนแม่คนที่สองของฉันไปแล้ว"

พอฉันเริ่มร่ายยาว แทที่ฟังอยู่จึงเผลอหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ "เออ ก็พอจะรู้"

"ใช่มั้ยล่ะ แทเองก็ดูออกใช่มั้ย นั่นน่ะเพื่อนรักฉันเลยนะ"

"ยัยนั่นก็ดูรักเธอจริงๆ นั่นแหละ"

"ก็ตั้งแต่ที่พี่ชินยูหายไป ก็มีมันเนี่ยแหละที่คอยช่วยเหลือฉันอยู่ตลอด"

"..."

เฮือกกกก!!!~

ทันทีที่รู้สึกตัวว่าตัวเองดันเผลอหลุดพูดชื่อที่ไม่สมควรพูดเข้า ร่างกายฉันก็เกิดอาการสะดุ้งขึ้นมาอย่างกะทันหัน จนเข่าเผลอกระแทกด้านหลังคนตรงหน้าไปเบาๆ เริ่มจับรังสีเย็นยะเยือกซึ่งแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาได้อย่างทันที โอ๊ยยย จะบ้าตาย ปากนะปาก ฉันอยากจะตบปากตัวเองให้ฉีกไปเลยจริงๆ

"ขะ ขอโทษ"

ให้ตายสิ แทนิ่งไปแล้ว เขาเงียบไปเลย ถึงจะมองเห็นเพียงแค่ด้านหลังก็ทำให้ฉันรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาได้อย่างไม่ทันตั้งตัว เกลียดตัวเองชะมัดที่โง่ เผลอพูดอะไรที่ไม่เข้าท่าออกมาจนได้

ถ้าบรรยากาศมันจะเสีย ก็เป็นเพราะตัวฉันเองทั้งนั้น

ไม่ต้องไปโทษใครที่ไหนอื่นอีก

"ขอโทษนะแท ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดถึงพี่..."

"ช่างมันเหอะ"

"..."

"พูดออกมาแล้วก็ดีเหมือนกัน อยู่ๆ ก็อยากรู้เรื่องของมันขึ้นมา"

ทว่า สิ่งที่ทำให้ฉันอึ้งและตกใจหนักยิ่งกว่าเดิม คือคำพูดที่ถูกสวนตอบกลับมา เจ้าของใบหน้าคมทำเพียงแค่เปรยตาหันมามองหน้าฉัน ริมฝีปากหยักสีอ่อนเม้มเข้าหากันแน่นจนรู้สึกได้ว่าเดาอารมณ์ไม่ถูกเลยซักอย่าง

"...อยากรู้เรื่องอะไรเหรอ"

"ก็แค่อยากรู้ว่ามันหายหัวไปตั้งแต่ตอนไหน"

ฉันนั่งนิ่ง เผลอเงียบไปเพียงเสี้ยววินาที จ้องมองแววตาคมรีที่สบเข้าด้วยกัน แสดงอาการประหลาดใจเล็กน้อย ในขณะที่คนฝั่งตรงข้ามกับแสดงสีหน้าเรียบเฉย แฝงไปด้วยอารมณ์หลากหลายซึ่งฉันเองก็ดูไม่ออก

"ถ้าเทียบกันจนถึงตอนนี้ก็น่าจะเกือบเดือนได้แล้วมั้ง"

"เหอะ!" แทแค่นเสียงหัวเราะออกมา "ว่าแล้วว่าแม่งต้องพอดีกับเรื่องของจองมิล"

"..."

"พอจองมิลฆ่าตัวตาย มันก็หายหัวไปเลย คิดไว้ไม่มีผิด"

"..."

อยู่ๆ ทำไมใจก็รู้สึกหน่วงขึ้นมาอีกแล้วนะ ให้ตายเหอะ

"อยากรู้นักใช่มั้ย ว่าฉันกับไอ้เลวนั่นมีปัญหาอะไรกัน"

"..."

"เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังเอง"




















( Taehyung 'Part )


#2 ปีก่อน

"แทฮยอง นี่! คิมแทฮยอง"

เสียงหวานเล็กเจื้อยแจ๋วดังขึ้นภายในห้องเรียน เรียกให้ผมต้องหันไปมองยังหนึ่งในโต๊ะเลคเชอร์ซึ่งมีร่างบางผอมเพรียวของยัยผู้หญิงตัวเล็กๆ กับผมสั้นที่ถูกย้อมด้วยสีบรอนด์ทองสวยมัดรวบเป็นจุกน่ารักกำลังโบกไม้โบกมือเรียกผมอย่างร่าเริงสดใส ท่ามกลางที่นั่งซึ่งถูกเหล่าบรรดานักศึกษาทั้งหลายแหล่จับจอง ข้างๆ เธอกลับมีที่ว่างซึ่งมันถูกจองไว้ให้ผมโดยเฉพาะด้วยกระเป๋าสะพายข้างสีหวาน  นั่นจึงทำให้ผมเผลอคลี่ยิ้มมุมปากบางๆ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปนั่งข้างๆ เธออย่างรู้งาน

"ก็ปลุกเช้าไปนะบางที"

"อะไรเนี่ย ตัวเองเป็นคนบอกให้ฉันโทรปลุกเองแท้ๆ ไม่ใช่เหรอ"

เธอแกล้งทำหน้าเบ้ใส่ จนผมได้แต่หัวเราะออกมา 'ชเว จองมิล' เพื่อนผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ผมสนิทด้วยมากที่สุดในตอนนั้น ถ้าไม่นับรวมกับเพื่อนผู้ชาย เธอคือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ใกล้ชิดผมมากที่สุดเลยก็ว่าได้

"กวนหรือไง ปลุกทำไมตั้งแต่ตีห้า"

"ก็กลัวไม่ตื่น"

"ไม่ตื่นบ้าอะไรล่ะ"

ว่าแล้วก็ได้แต่ยื่นมือเข้าไปผลักหัวยัยนี่อย่างหมั่นไส้ ไม่รู้เป็นบ้าอะไร ทั้งๆ ที่วันนี้มีเรียนตอนแปดโมงแท้ๆ แต่เล่นโทรปลุกผมตั้งแต่ตีห้า แบบนี้มันหาเรื่องกวนตีนกันชัดๆ

"ก็แทฮยองชอบมาสายนี่

"เออ แต่วันนี้ไม่สายแล้วไง"

"รู้แล้วน่า"

ว่าแล้วก็แกล้งลากเสียงยาวทำเหมือนไม่พอใจ มือเล็กเอื้อมขึ้นมาจัดแต่งทรงผมตัวเองให้เข้าที่ด้วยใบหน้าบูดบึ้งทำทีเหมือนกับว่าแกล้งโกรธผมเล่นๆ พลางหันไปให้ความสนใจกับการกดโทรศัพท์ตอบแชทใครบางคนตรงหน้าต่อ ให้ตายเหอะว่ะ ยัยนี่แม่งน่ารักจริงๆ

ในตอนนั้น ตัวผมคงจะชอบยัยนี่มากเกินไป

พวกเรากำลังเรียนอยู่ปีหนึ่ง ผมได้เริ่มพูดคุยและรู้จักกับจองมิลมาตั้งแต่ช่วงปฐมนิเทศน์ตอนที่เปิดภาคเรียนใหม่ๆ เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่เข้ามาทักทายผมด้วยวิธีที่แปลกประหลาดอย่างที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน ด้วยการเจอหน้ากันครั้งแรกก็กล้าใช้ให้คนอย่างผมไปหาซื้อยาแก้ปวดหัวมาให้ เหอะ! ตลกดีชะมัด ไม่ใช่ว่าเป็นไข้หรือว่าอะไรหรอกนะ แต่ยัยนี่ไมเกรนขึ้น ตอนนั้นจำได้ว่า หน้าเธอซีดแทบเหมือนศพ แถมยังลุกไม่ขึ้น ร้องไห้โอดโอยครวญครางอยู่ตรงหน้าห้องน้ำระหว่างที่เขากำลังปฐมนิเทศน์ เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ผมโดดออกมาหาอะไรทำข้างนอกแล้วบังเอิญเจอเธอเข้าพอดี ก็นั่นแหละ เห็นอยู่ในสภาพนั้นแล้วโคตรสงสาร จะบอกว่าผมใจดีก็ได้นะ สุดท้ายเลยขับรถออกไปหาซื้อยามาให้กิน หลังจากนั้นถึงได้รู้ว่าที่ไมเกรนกำเริบเป็นเพราะเธอนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอสาเหตุเกิดจากความตื่นเต้นที่จะได้เปิดเทอมใหม่จนลืมพกยาติดตัวมาด้วย กังวลว่าจะปรับตัวไม่ได้ กลัวจะไม่มีเพื่อนใหม่ บลาๆๆ เหตุผลโคตรจะไร้สาระเลย ผมฟังแล้วโคตรปวดหัว แต่ก็นะ เพราะเรื่องนั้นเลยทำให้พวกเราสองคนได้รู้จักกัน และสิ่งที่ผมได้รู้หลังจากนั้นคือการที่ทั้งผมและจองมิลบังเอิญเรียนอยู่เซคเดียวกัน ตลกดีชะมัด

วันเปิดเทอม ทันทีที่ยัยนี่เห็นผม เธอก็รีบวิ่งเข้ามาทักทายเป็นคนแรก หลังจากนั้นก็เกาะติดแจเลย ไล่ให้ไปไหนก็ไม่ยอมไป ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ดูจะเข้ากับคนอื่นง่าย แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าแม่งจะเกาะติดผมอะไรนักหนา เพราะแบบนี้แหละมั้งเลยทำให้สนิทกันไว ไม่ว่าจะตอนรับน้อง ตอนเข้าเรียน ตอนกินข้าว หรือตอนเลิกเรียน เธอก็มักจะอยู่กับผมเสมอ ความจริงผมก็มีกลุ่มเพื่อนผู้ชายนะ แล้วยัยนี่เองก็มีเพื่อนผู้หญิง แต่ก็ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าช่วงนั้นจะทำตัวติดกันทำไมนักหนา ติดกันจนทุกคนคิดว่าพวกเราเป็นแฟนกันไปแล้ว และด้วยความสนิทสนมกันขนาดนั้นแหละมั้ง มันเลยทำให้ผมรู้ว่ายัยนี่เป็นคนขี้กังวลที่โคตรจะน่ารัก ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอแล้ว วันปฐมนิเทศน์นั่น ถึงแม้หน้าเธอจะดูป่วยๆ แต่บอกตามตรงว่าจองมิลแม่งเป็นผู้หญิงที่โคตรจะน่าดึงดูดสุดๆ ไปเลย เพราะแบบนั้นมั้ง ผมเลยเริ่มรู้สึกตัวว่าชอบเธอเข้าให้แล้วจริงๆ

แล้วไอ้ความรู้สึกชอบพวกนั้นแหละ มันเลยทำให้ผมเริ่มอยากที่จะอยู่ใกล้ๆ เธอมากขึ้น อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา ผมบอกให้เธอโทรหา โทรปลุก ซึ่งจองมิลเองก็ยอมทำให้โดยที่ไม่ได้บ่นอะไร เธอคอยปลุกผม โทรตามผมให้มาเรียน คอยจองที่ไว้ให้ ดูแลผมดียิ่งกว่าอะไร อาจจะเป็นเพราะในฐานะเพื่อนสนิทด้วยแหละมั้ง อันที่จริงก็ยังไม่รู้ว่าเธอคิดยังไง แต่ยิ่งนานไปผมก็ยิ่งชอบเธอเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากชอบแม่งแปรเปลี่ยนกลายเป็นรักเฉย เพียงแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ซักทีว่าควรจะบอกไปดีมั้ย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านมาจนเกือบจบเทอมหนึ่ง ผมปล่อยให้ทุกอย่างถูกเวลาพาไป ด้วยความวางใจที่คิดว่าจองมิลคนที่อยู่กับผมแทบจะทุกช่วงเวลาในตอนนั้นคงไม่มีทางสนใจใครอื่นอีก ไม่เคยคิดว่ามันจะกลายเป็นความผิดพลาดร้ายแรงที่ไม่สามารถเอาเธอกลับคืนมาได้อีกตลอดกาล

ในตอนนั้น เธอที่ผมรักกำลังสนใจอยู่แต่กับการง่วนตอบแชทในโทรศัพท์ของตัวเองตรงหน้า แทบไม่หันมาคุยด้วยอีกเลย จนผมต้องหันไปถามด้วยความสงสัย บอกตามตรงว่ามันยังไม่ได้นึกเอะใจอะไรเลยซักอย่าง แทบไม่ได้เตรียมใจมาเลยด้วยซ้ำ

"คุยกับใครอยู่อ่ะ"

ทันทีที่ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อที่จะชะโงกมองดูว่าเธอกำลังคุยอยู่กับใคร จองมิลถึงกับสะดุ้งเฮือกขึ้นมา แล้วปกปิดโทรศัพท์ตัวเองด้วยความเขินอาย ท่าทางที่ดูเขินแบบแปลกๆ พวกนั้น เริ่มทำให้ผมสงสัยจนอดถามต่อไม่ได้

"เป็นอะไร เขินอะไรวะ"

"ปะ เปล่า"

"ก็เห็นอยู่อ่ะว่าเขิน ไหนเอามาดูหน่อยดิ"

ว่าแล้ว ก็ทำท่าจะแย่งโทรศัพท์ในมือเธอออกมาดู แต่จองมิลกลับลุกลี้ลุกลนมากขึ้นกว่าเก่า ใบหน้าเธอขึ้นสีหน่อยๆ แสดงอาการเขินอายออกมาอย่างชัดเจน น้ำเสียงหวานใสเอ่ยคำพูดตะกุกตะกักที่ไม่คิดว่าจะทำให้ใจของผมกระตุกวูบบีบรัดเข้าหากันอย่างรุนแรงจนปวดหน่วงไปหมด

"โอเคๆ บอกแล้วก็ได้"

"บอกอะไร"

"คือว่า..."

คำพูดซึ่งถูกเว้นช่วงทำให้ใจผมเต้นแรงขึ้นมา ทั้งๆ ที่ยังไม่ทันได้เอะใจอะไรเลยซักอย่าง

"..."

"ฉันมีแฟนแล้วนะ"

 



เพียงแต่ในวันนั้น ตอนนั้น

เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้สึกถึงความผิดหวังที่ร้ายแรง

ยัยนี่กำลังจะมีแฟน...




"เค้าชื่อชินยูอ่ะ พวกเราคุยกันมาได้ซักพักหนึ่งแล้ว"

ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ

ชีวิตผมตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยต้องรู้สึกแย่ขนาดนี้มาก่อน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผู้หญิงมากมายมักจะเป็นคนเข้าหาผมเองเสมอ ผมแทบไม่เคยรู้จักกับคำว่าผิดหวังเลยซักครั้ง แต่เธอเป็นคนสอนมันให้กับผม เธอเป็นคนแรกที่สอนให้ผมได้รู้จักกับความเสียใจ ความเสียใจที่เกิดจากการวางใจ ความลังเลใจที่จะพูดความรู้สึกของตัวเองออกไป ความเสียใจจากความรักบ้าบอที่แม่งไม่สมหวัง

บ้าดีมั้ยล่ะ ตัวผมที่อยู่ดีๆ ก็คิดจะจริงจังกับผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมา แต่เธอกลับมีแฟนตัดหน้าในขณะที่ตัวผมยังไม่ทันจะได้บอกความรู้สึกห่าเหวพวกนั้นออกไปเลยด้วยซ้ำ

ผมพลาดเองหรือมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะ

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา คิดว่าจองมิลคนที่ตัวติดกับผมจะไม่มีเวลาไปสนใจใครที่ไหน คิดว่าการอยู่ด้วยกัน สนิทกัน ตัวติดกัน มันอาจจะทำให้เธอพอรู้สึกดีกับผมได้บ้าง แต่เปล่าเลย มันผิดไปหมด การที่เธอไปคบกับใครคนอื่น แสดงว่าตัวผม...แม่งก็ไม่ได้อยู่ในสายตาเธอมาตั้งแต่แรก

มีแค่ผมเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่รู้สึกไปเองฝ่ายเดียว

เรื่องส้นตีนอะไรกันวะเนี่ย

"ตอนไหนวะ!"

ด้วยความช็อกล่ะมั้ง ตอนนั้นผมเลยเผลอตะคอกใส่หน้าเธอไป จองมิลเองก็ดูท่าจะตกใจ เพราะดวงตาเธอเบิกกว้างขึ้นมาอย่างอึ้งๆ มองหน้าผมด้วยความหวาดหวั่น

"ทะ แท"

"บอกมาดิ ว่าไปเริ่มคุยกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่!!"

แต่มันผิดที่ตัวผมเองด้วยแหละที่ดันควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ อย่างที่บอกผมมันคนใจร้อน เป็นอย่างงี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยิ่งพอรู้แบบนี้มันยิ่งยิ่งเสียใจ ทั้งเสียใจ ทั้งหงุดหงิด ทั้งสับสน ความรู้สึกแม่งตีพันกันยุ่งเหยิงไปหมด บอกตามตรงว่าดันเผลอทำอะไรที่ไม่สมควรทำกับเธอไปด้วย ใช่...ผมมันเอาแต่ใจ โมโหร้าย ผมมันพวกชอบใช้อารมณ์เลยเผลอบีบแขนเธอเข้าให้เต็มแรง

"อะ โอ๊ย ทะ แทฮยอง ทำอะไรเนี่ย"

"เกลียดว่ะ"

"ทะ แท"

"ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก!"

พูดจบก็ผุดลุกขึ้นยืนคว้ากระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องมาโดยที่ทิ้งเธอไว้อย่างงั้น ตัวผมในตอนนั้นกำลังโมโหมาก จำได้ว่าแทบคิดอะไรอื่นอีกไม่ออก ข้างในใจแม่งผิดหวังจนเฟลไปหมด ผมทิ้งจองมิลไว้ที่ด้านหลังแล้วเดินออกมาจากห้องโดยไม่สนใจอะไรอื่นอีก ไม่หันกลับไปมองหน้าเธอเลยด้วยซ้ำ

จนกระทั่งเวลาผ่านไป ผมเลือกที่จะตีตัวออกห่างจากจองมิลด้วยการไม่พูด ไม่คุย ในขณะที่เธอเองก็ดูเหมือนจะไม่เข้ามายุ่งกับผมเช่นกัน เหมือนเธอจะไม่รู้สึกอะไร แทบไม่ใส่ใจผมเลยด้วยซ้ำ หลังจากเกิดเรื่องวันนั้นเราสองคนก็ทำตัวเหมือนคนแปลกหน้าที่ไม่เคยพูดคุยกันมาก่อน ตอนนั้นบอกตามตรงว่าโคตรเสียใจ ผมเข้าร้านเหล้าแม่งทุกวัน เมาหัวทิ่มแม่งทุกครั้ง ช่วงเวลานั้นผมมักจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับผู้หญิงอื่นบนเตียงที่ไม่ซ้ำหน้า ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะลืมจองมิลแต่มันกลับไม่ได้ผล เหมือนยิ่งพยายามแม่งยิ่งสูญเปล่า ไม่คิดว่าเรื่องทุกอย่างจะต้องลงเอยด้วยการเป็นแบบนี้ แต่จะให้ทำไงได้ ผมโกรธ ทั้งโกรธทั้งสับสน ไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง ในระหว่างนั้นเองก็พอจะได้รู้ข่าวคราวของยัยนั่นจากเพื่อนผมเองบ้าง ที่แย่คือแฟนของยัยนั่นมันชื่อ 'ลี ชินยู' เรียนอยู่มหา'ลัยใกล้ๆ กับผมเนี่ยแหละ รุ่นเดียวกัน แถมชื่อเสียงในเรื่องของสันดารเลวๆ ก็ดูท่าจะเลื่องลือน่าดู ทำไมถึงรู้น่ะเหรอ ก็เพราะว่ามันเคยมีเรื่องกับเพื่อนในกลุ่มผมไง แล้วตอนนั้นผมก็พอจะได้เห็นหน้ามันด้วย บอกตามตรงว่าโคตรไม่ถูกชะตา เพียงแต่ตอนนั้นผมได้ยินมาคร่าวๆ ว่ามันกับจองมิลบังเอิญเจอกันที่ร้านเหล้า แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มคุยกันมาเรื่อยๆ จนคบกันแหละมั้ง บอกตามตรงจองมิลก็ไม่ใช่ผู้หญิงใสอะไรขนาดนั้น ร้านเหล้ายัยนี่ก็เข้าบ่อย เที่ยวบ่อย แต่ส่วนมากมันก็มักจะมีผมหิ้วติดตัวไปด้วยเสมอไง เรื่องที่ทำให้ผมแปลกใจคือพวกแม่งไปเจอกันตอนไหน อันนี้แหละที่ยังคาใจ

ผมมีโอกาสได้เจอไอ้ชินยู แฟนของจองมิลบ้างเป็นบางครั้งบางคราว เหตุเพราะช่วงแรกๆ มันชอบขับรถมารับยัยนั่นที่มอ ทุกครั้งที่เจอหน้าผม แม่งต้องเป็นอะไรที่รู้สึกว่ามันกำลังกวนส้นตีนอยู่ตลอด เพราะไอ้เวรนั่นชอบมองหน้า ไม่ใช่ว่ามองธรรมดา แต่คือมองแบบจ้องหน้าตาม เหลียวหน้าตามเหมือนคนหิวตีน โคตรโมโห ความรู้สึกผมตอนนั้นแม่งทั้งดิ่ง ใจก็คิดอยากบวกอยู่ แต่ก็เออ ช่างหัวแม่งเหอะ ไม่อยากทำตัวเองเจ็บเพิ่ม แค่เห็นพวกมันสองคนอยู่ด้วยกันใจผมมันก็หน่วงไปหมดแล้ว

ผมไม่รู้ว่าไอ้ชินยูมันมีปัญหากับผมเรื่องอะไร ไม่รู้ว่ามันมองหน้าหาเรื่องทำไม แต่สิ่งที่ผมทำได้ในตอนนั้นคือช่างแม่งไม่สนใจ ผมอยากจะบวกหน้าแม่งชิบหาย แต่แค่เห็นยัยนั่นขึ้นรถไปกับมัน ขาผมแม่งก็แทบทรุดลงไปกองกับพื้นแล้ว

จองมิล แม่งทำกับผมแบบนี้ได้ไงวะ

ตอนนั้นผมคิดแบบนั้นจริงๆ เป็นครั้งแรกนะที่ผมฝังใจกับผู้หญิงเพียงคนเดียว เหมือนความรู้สึกผมตอนนั้นคือรักยัยนั่นเข้าจริงๆ มันเลยรู้สึกว่าตัดใจโคตรลำบาก ผมทรมานโดยการที่เห็นมันกับผู้หญิงที่ผมรักมารับมาส่งกันแทบทุกวัน โดยที่ตัวผมเองทำอะไรไม่ได้เลยซักอย่าง คำพูดที่เคยคุย เคยเล่น เคยสนิทก็หายไป กลายเป็นคนที่เหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จนเวลาล่วงเลยผ่านมา จำได้ว่าตอนนั้นเป็นช่วงใกล้สอบไฟนอลเทอมหนึ่งของปีสอง ผมเริ่มพอทำใจได้บ้างแล้ว แต่จองมิลกลับแปลกไป เธอเริ่มไม่ค่อยมาเรียน หรือไม่ถ้าหากจะโผล่มาเรียนในแต่ละครั้ง ก็จะมาด้วยสภาพอิดโรย ทรุดโทรม ร่างกายมีรอยช้ำเลือดเกิดขึ้นตามตัวตลอด อย่างกับว่าโดนใครทำร้ายมา

ยิ่งระยะหลังๆ ในตอนนั้นเธอขาดเรียนเป็นว่าเล่น จนผมที่เหมือนจะทำใจไปได้บ้างแล้วกลับต้องมารู้สึกดิ่งแบบเดิมๆ ใช่...ผมเป็นห่วงยัยนั่น เป็นห่วงมาก มันทำให้ผมรู้ตัว ว่าตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ผมพยายามจะลืมแม่งกลับสูญเปล่าไปหมด ในเมื่อความรู้สึกบ้าๆ ภายในตัวแม่งก็ยังเป็นยัยนั่นมาโดยตลอด วันนั้นเป็นครั้งแรกในรอบเกือบปีที่ผมตัดสินใจโทรหายัยนั่นอีกครั้ง

ติ๊ด~

"จองมิล อยู่ไหน"

(ฮึกๆ ทะ แทฮยอง)

เสียงปลายสายที่ครางชื่อผมตอบกลับมากำลังร้องไห้ นั่นจึงทำให้ใจของผมหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม ข้างในอกบีบรัดแน่นจนเหมือนจะหายใจไม่ออก

"เป็นอะไร อยู่ไหนของเธอวะ!"

(ม...มาหาฉันหน่อย ชะ ช่วยด้วย)

ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น มือผมก็สั่น ร่างกายมันกลับไวกว่าสมองซะอีก ผมรีบวิ่งตรงไปที่รถจัดการสตาร์ทแล้วขับออกไปหาเธอทันที ไม่รู้ว่าตอนนั้นกำลังคิดอะไร แต่เมื่อพาตัวเองวิ่งขึ้นลิฟท์เข้ามาภายในคอนโดของจองมิลแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้อง ภาพทุกอย่างมันทำให้ผมช็อกจนแทบจะหยุดหายใจไปซะตรงนั้นเลยก็ว่าได้

เพราะจองมิล...

เธอกำลังตกอยู่ในสภาพที่แย่ที่สุด แย่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา

ร่างกายผอมบางมีเพียงแค่ผ้าห่มผืนหนาสีขาวปกปิดไว้ ใบหน้าหวานเล็กเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำราวกับถูกทำร้าย มุมปากมีคราบเลือดแห้งกรัง แก้มใสๆ กลับช้ำ ทั่วเลือนร่างมีแต่รอยดูดเม้มเต็มทั่วตัว ราวกับเธอโดนย่ำยีมาอย่างโหดร้าย คราบน้ำตาซึ่งกำลังไหลรินอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ ได้แต่ทำให้ความรู้สึกของผมชาไปทั่วตัว ชาจนแทบไม่รู้สึกอะไร ชาจนสั่น ทันทีที่ร่างเล็กซึ่งกำลังนอนขดตัวร้องไห้อยู่กับผ้าห่มรับรู้ได้ว่าใครซักคนได้เข้ามาในห้อง เธอก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองช้าๆ ดวงตากลมโตบวมช้ำเบิกกว้าง เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือผม เธอก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งโผเข้ากอดทันที

เธอกอดผมด้วยสภาพเปลือยเปล่า กอดด้วยร่องรอยช้ำๆ เป็นจ้ำพวกนั้น

ความรู้สึกผม บอกเลยว่าแม่งเจ็บยิ่งกว่าเจ็บซะอีก

"อึก ฮือๆๆ ทะ แท...แทฮยอง ฮือๆๆ"

ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ก่อนที่เคยมาเที่ยวเล่นหรือทำงาน ห้องของจองมิลไม่เคยมีสภาพแบบนี้ ในตอนนั้นห้องของยัยนี่ยังเป็นห้องน่ารักๆ ที่ถูกตกแต่งดูแลอย่างดี แต่ตอนนี้แทบไม่เหลือเค้าเดิมของความเป็นห้องของจองมิลอีกต่อไป รอบๆ ห้องมีแต่ข้าวของที่กระจัดกระจาย เศษแก้วมากมายราวกับถูกฟาดปาอัดเข้ากับผนังจนไม่เหลือชิ้นดี เฟอร์นิเจอร์หลายๆ อย่างถูกทำลาย ทำให้เป็นรอยเสียหาย ผ้าปูถูกฉีกกระชากจนขาด มีทั้งรอยเลือดและคราบบางอย่างเปรอะเปื้อนไปบนผ้าห่ม ทั่วทั้งห้องมีแต่กลิ่นอับ กลายเป็นอะไรไม่รู้ที่ผมไม่เคยเห็น และไม่คิดว่าจะได้เห็นมาก่อน บนโต๊ะแต่งหน้าปรากฏขวดยามากมาย ซึ่งผมคิดไว้ว่าน่าจะเป็นยาระงับโรคไมเกรนของจองมิลตั้งเรียงราย หกเรี่ยราดเต็มโต๊ะเทกระจายลงมาเต็มพื้นไปหมด นะ นี่มัน...

เกิดอะไรขึ้น!?!

"คะ ใครทำ..." ผมพูดเสียงสั่น ในขณะที่มือก็เผลอโอบกอดร่างบางในอ้อมแขนของตัวเองไปอย่างลืมตัว นัยน์ตาเริ่มรู้สึกร้อนผ่าว ความรู้สึกมันตีกันมั่วไปหมดจนแทบทำอะไรไม่ถูกเลยด้วยซ้ำ

"ฮือๆๆๆๆ"

"ใครมันเหี้ย ทำแบบนี้กับเธอวะ!!"

เมื่อผมเผลอตะคอกออกไป จองมิลก็ปล่อยโฮร้องไห้ออกมาอย่างหนักจนร่างกายเล็กๆ ของเธอสั่นเทิ้มไปหมด เรียวนิ้วเผลอไล่เกลี่ยลงไปบนเลือนผิวขาวช้ำนั่นด้วยใจที่เหมือนกับจะแตกสลาย ความคิดอย่างแรกที่ปรากฏขึ้นมา คือความโกรธ ผมโมโหมากกับสิ่งที่ยัยนี่โดนกระทำมาอย่างรุนแรงขนาดนี้

"ฮือๆๆๆ"

โมโหมากที่เห็นน้ำตาของเธอแต่กลับช่วยเหลืออะไรไม่ได้เลยซักอย่าง นอกจากกอด ผมกอดปลอบเธอด้วยใจที่โคตรจะคิดถึง ไม่เคยนึกเลยว่าในชีวิตนึงจะคิดถึงแต่ผู้หญิงใจร้ายคนนี้ได้อย่างมากมาย มันเหมือนกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่พยายามจะลืมมาทั้งหมดถูกพังทลายลงไปต่อหน้าต่อตา  สิ่งที่ผมทำมา สิ่งที่ตั้งใจไว้ ทุกอย่าง แค่เห็นหน้าของจองมิลในวันนั้น

ผมก็พ่ายแพ้ไปหมดแล้ว

เหมือนจองมิลคือสิ่งที่คอยยืนยันว่าเธอไม่สามารถทำให้ผมตัดขาดจากเธอได้ง่ายๆ

ทว่า ในตอนนั้นเองที่เรื่องทุกอย่างมันเริ่มเลวร้ายลงยิ่งกว่าเดิม คุณคงเคยได้ยินใช่มั้ยว่าทุกอย่างแม่งชอบเล่นตลกกับเราเสมอ จากที่ว่าแย่แล้วแม่งแย่ยิ่งกว่านั้นได้อีก เพราะอยู่ๆ ประตูห้องก็ถูกกระชากให้เปิดออกอย่างแรง จะฝีมือของใครได้อีกล่ะ ถ้าไม่ใช่ไอ้ชินยู...

ทันทีที่มันเห็นพวกเราสองคน ไอ้เวรนั่นก็สติหลุด รีบวิ่งเข้ามากระชากตัวผมออกก่อนจะจัดการซัดหน้ามาเต็มแรง เล่นเอาผมเลือดกลบปาก หมัดแม่งหนักจริง


พลั่ก~


"ไอ้เหี้ย นี่มึงยุ่งอะไรกับเมียกู!!"

ตอนนั้นผมโดนแม่งต่อยหน้าคว่ำ ด้วยความโมโหจัดจนเลือดขึ้นหน้า บวกกับการที่ผมเกลียดขี้หน้ามันอยู่แล้ว บอกตามตรงว่าหลังจากนั้นอารมณ์ผมก็พลุ้งพล่านไม่คิดจะสนใจสิ่งรอบข้างหรือใครหน้าไหนทั้งนั้น ร่างกายพุ่งเข้าหาแล้วซัดมันอย่างเต็มแรง พวกเราสองคนผลัดกันเอาหน้ารับหมัดนัวเนียใส่กันเหมือนหมาบ้าไม่ยอมหยุด จนกระทั่งจองมิลในสภาพที่อยู่ในเสื้อคลุมผมก็เอาตัวเองเข้ามาขวางพวกเราสองคนไว้

"หยุด! หยุดได้แล้ว ฮึก! ฮือๆๆ แทฮยอง...หยุดได้แล้ว"

เธอพยายามบอกให้ผมหยุด พยายามเข้ามาเกาะแขนผมไว้ พยายามห้ามในสิ่งที่ผมกำลังทำ เธอร้องไห้คร่ำครวญทั้งน้ำตาที่เห็นผมกำลังกระแทกหมัดอัดใส่หน้าไอ้ชินยูอย่างบ้าคลั่ง ราวกับเธอเสียใจ จองมิลเหมือนจะเป็นจะตายร้องตะโกนห้ามผมไว้

"บอกให้หยุดไง! หยุดทำแบบนี้กับชินยูซักที ฮือๆๆ"

ผมไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรเลยว่าเธอจะห้ามผมขนาดนี้ไปเพื่ออะไร

เธอเสียใจขนาดนั้นทำไม เธอรักมันมากเหรอ

ผมไม่เข้าใจอะไรเลยซักอย่าง

ระหว่างที่เธอกอดแขนผมไว้ ไอ้ชินยูที่เหมือนจะเริ่มตั้งตัวได้เลยรีบถือโอกาสยกเท้าขึ้นถีบยอดอกจนร่างผมกระเด็นไปหาโต๊ะกินข้าว ขมับด้านซ้ายกระแทกเข้าให้กับขอบแหลมของโต๊ะอย่างแรงจนมันเจาะลงไปบนผิวเนื้อเลือดไหลอาบ ในหัวมึนตื้อไปหมด แต่ก็จำได้ว่าตอนนั้นจองมิลเองก็โดนลูกหลงไปด้วย ร่างกายเธอเซล้มลงไปบนพื้น แต่สิ่งที่ทำให้ผมอึ้งหนักยิ่งกว่าเดิมคือไอ้สารเลวชินยู มันเดินไปจิกหัวเธอขึ้นมามองหน้าด้วยอารมณ์โมโหจัดจนร่างกายเล็กๆ นั่นสั่นเทิ้มไปหมด

จองมิลดูหวาดกลัวมันมาก ผมเองก็ยังจำสายตาที่ต่ำทรามชาติชั่วของมันได้ดี

"แล้วกล้าดียังไง ไปกอดมันวะ!"

เสียงทุ้มตะคอกแข็งกร้าวตอกใส่ใบหน้าหวานซีดนั่นจนเธอหลับตาปี๋ ร้องไห้ทั้งน้ำตา ตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่น ยกมือขึ้นขอโทษขอโพยยกใหญ่ แต่ไอ้ชั่วนั่นกลับจิกหัวเธอแรงขึ้น พยายามดึงทึ้งลากเธอให้ออกห่างจากผม

"คิดว่าไม่เห็นหรือไง กูโง่มากมั้ง!!"

"ชะ ชินยู อึ่ก...ขอโทษ ฉันขอโทษ"

"อย่าร่านให้มาก!!"

มันผลักร่างเล็กจนเธอเซล้มลงเข่ากระแทกพื้นเข้าให้อย่างแรง ก่อนที่ไอ้เลวนั่นจะโมโหฟึดฟัดปิดประตูใส่เสียงดังแล้วเดินออกจากห้องไป ท่ามกลางความอึ้งและช็อกของผม ทุกสิ่งทุกอย่างที่จองมิลโดนกระทำอย่างโหดร้ายถูกฉายผ่านแววตาทั้งสองข้างจนมือไม้สั่นไปหมด

"ฮือๆๆ อึ่ก ฮือๆๆ"

ทั้งเสียงร้องไห้ที่น่าสงสารของเธอ มันทำให้ใจของผมปวดหนึบจนแทบจะทนไม่ได้ ขาทั้งสองข้างยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะค่อยๆ ก้าวเท้าตรงไปหาร่างบางซึ่งกำลังนั่งปาดน้ำตาของตัวเองอยู่ตรงหน้าช้าๆ

"ทำไมถึงทำแบบนี้"

"อึ่ก ฮือๆ"

"ทำไมต้องเข้ามาห้ามด้วยวะ!"

"ฮือๆๆ"

"บอกมาดิ! ที่สภาพเธอต้องเป็นแบบนี้ ก็เพราะมันใช่มั้ย"

"ท...แทฮยอง"

"มันเป็นคนทำใช่หรือเปล่า!!"

พอผมยิ่งตะคอก แต่เธอกลับร้องไห้แทบขาดใจ แค่นี้ผมก็พอจะเดาเรื่องทั้งหมดออกแล้ว เหอะ! ไอ้เลวนั่น ไอ้ชินยู มันสวะยิ่งกว่าอะไรบนโลกนี้ซะอีก สิ่งที่มันทำกับจองมิลแม่งยิ่งกว่าคำว่าเลว ทั้งๆ ที่รู้แบบนี้ แต่ทำไมความรู้สึกผมมันถึงพังไปหมดเลยวะ ไม่เข้าใจอะไรเลยซักอย่าง มันทั้งเจ็บ ทั้งสับสน สิ่งที่จองมิลกำลังเจอมันโหดร้ายเกินไป บางทีมันอาจจะแย่กว่าที่ผมคิดไว้ก็ได้ ผมไม่เข้าใจอะไรเลย ว่าทำไม...

"โดนขนาดนี้แล้ว ทำไมยังคิดที่จะปกป้องมันอีก"

"..."

"มันทำกับเธอขนาดนี้แท้ๆ แต่ก็ยังคิดที่จะปกป้องมันอีกเนี่ยนะ!!"

"ฉ...ฉัน อึ่ก"

"เธอโง่หรือบ้าวะ แม่ง!!"

ผมไม่เข้าใจจริงๆ อะไรที่ทำให้จองมิลต้องพยายามปกป้องมัน อะไรที่ทำให้เธอต้องมาห้ามผมไว้ ทำไมเธอถึงเลือกที่จะปกป้องคนที่ดีแต่จะทำร้ายเธอขนาดนี้ ผมไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรเลยซักอย่าง

"ฉันรักเค้า"

"..."

"ฉันรักเค้ามากจริงๆ แทฮยอง"

ผมสะอึก...

ร่างกายแข็งชา แข้งขาราวกับไม่มีแรงอีกครั้ง

ให้ตายเหอะว่ะ ไม่มีอะไรเจ็บเท่ากับคำพูดโง่ๆ แบบนี้อีกแล้ว

ไม่รู้ว่าเธอพูดอะไรอีก แต่หูผมอื้อ ตาผมลาย พยายามคิดว่าอาจจะเป็นเพราะตอนนั้นหัวผมคงกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะอย่างแรงจนทำให้สมองเบลอไปหมด อันที่จริง ผมแทบไม่มีสติเลยด้วยซ้ำหลังจากที่ได้ยินประโยคสั้นๆ นั่น มันทำให้ใจผมแตกสลาย ราวกับบีบรัดแน่นจนทนแทบทนไม่ไหวแล้วลงมือฉีกกระชากออกอย่างไร้เยื่อใยทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่เป็นสิ่งเดียวที่ผมเจ็บ เจ็บมากที่สุดตั้งแต่พยายามทำใจมาโดยตลอด มันเหมือนวนลูปกลับไปจุดเดิมซ้ำๆ เริ่มต้นทำใจใหม่ไม่ได้ซักทีพอต้องมาเจอกับอะไรเวรๆ แบบนี้

เธอจะรู้ตัวบ้างมั้ยนะว่าทำผมเสียใจขนาดไหน

ไม่สิ เธอไม่ผิดหรอก เพราะผมเลือกที่จะไม่บอกเธอเอง

ผมเลือกที่จะไม่บอกเธอเอง ว่าผมรักเธอมากแค่ไหน

คงเป็นเพราะคิดแบบนั้นล่ะมั้ง ตัวผมซึ่งทนดูเธอนั่งร้องไห้ทั้งๆ ที่ปากก็พร่ำเพ้อหาแต่ไอ้สารเลวนั่นไม่ไหว เลยตัดสินใจเลือกที่จะเป็นคนเดินออกมาแทน เดินออกมาทั้งๆ ที่ใจมันช้ำไปหมด เหมือนผมแทบไม่มีแรงจะทำอะไรต่อเลย กระจิตกระใจจะทำอะไรแทบไม่เหลือ นอกจากโทษตัวเอง โทษจองมิล โทษไอ้ชินยูซ้ำแล้วซ้ำเล่า อีกครั้งแล้วที่ผมต้องมานั่งเสียใจให้กับเรื่องบ้าๆ อีกครั้งแล้วที่ใจผมโดนขยี้จนแหลกเละไม่เหลือชิ้นดี

บางทีมันอาจจะเป็นเพราะตัวผมเอง ผมนั่นแหละที่ทำตัวเอง

เรื่องราวหลังจากวันนั้น ทำให้ผมเข้าร้านเหล้าหนักยิ่งกว่าที่ผ่านมา ผมดื่มหนัก เมาหนัก เรื่องผู้หญิงผมก็หนักยิ่งกว่าแต่ก่อน อาจจะฟังดูบ้า แต่ผมพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น อย่างน้อยถ้าลืมเรื่องพวกนั้นไปได้บ้าง ถึงจะแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งแค่นั้นก็พอแล้วจริงๆ เพราะภาพของจองมิลมันคอยแต่จะรบกวนใจผมอยู่ตลอดเวลา คอยหลอกหลอนยิ่งกว่าก่อนหน้านั้นที่ผ่านมาซะอีก

บอกตามตรงว่าผมรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิมจริงๆ

ผมหลีกเลี่ยงที่จะเจอกับเธอ ทำเป็นคนไม่รู้จัก ทำเป็นไม่สนใจเหมือนกับที่ผ่านมา เพียงแต่มันกลับมีสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกปวดใจยิ่งกว่าเก่า นั่นก็คือระยะหลังๆ มานี้จองมิลหยุดเรียนบ่อยยิ่งกว่าเดิม หรือถ้าหากว่ามาเรียน จองมิลก็จะมาด้วยสภาพที่โทรมมากขึ้นกว่าทุกครั้ง แย่มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ร่างกายเธอเหมือนกับคนไม่ได้นอน แถมตามตัวก็มีรอยช้ำเหมือนโดนทำร้ายมาตลอด เพราะแม่งเป็นแบบนี้ไง ให้พูดก็พูดเหอะว่าใครมันจะไปทนไหว สุดท้ายแล้วตัวผมเองทั้งนั้นที่ทำตัวเอง จะพูดว่าโคตรโง่เลยก็ได้นะ แต่ผมอดห่วงไม่ได้จริงๆ ว่ะ เพราะแบบนั้นเลยตัดสินใจเข้าไปช่วย ไปคุยกับยัยนั่นอีกครั้งจนได้

แล้วนั่นก็เป็นสาเหตุของจุดเริ่มต้น ที่ทำให้หลังจากนั้นผมมักจะมีเรื่องกับไอ้เลวนั่นอยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่บังเอิญเจอหน้ากัน ไม่ผมก็มันที่จะต้องได้ตายกันไปข้าง ผมมักจะได้แผลติดตัวกลับมาเสมอ เช่นเดียวกับไอ้ชินยู ทั้งผมทั้งมัน เหมือนหมาบ้าที่คอยแต่จ้องจะกัดกันอยู่ตลอดเวลา ผมเกลียดมันเข้าไส้ แค้นมันยิ่งกว่าอะไร เช่นเดียวกับมันที่โคตรจะอาฆาติผม แต่ที่หนักสุด ก็คงหนีไม่พ้นจองมิล เธอคือคนที่มักจะต้องเข้ามาห้ามมวยอยู่ตลอดเวลา ผมรู้...รู้ว่าเธอเหนื่อยมาก แต่ทุกครั้งเธอก็มักจะออกตัวปกป้องไอ้ชั่วนั่นเสมอ แม้สุดท้ายแล้วตัวเธอจะพลอยโดนลูกหลงหรือโดนกล่าวหาไปด้วย แย่ที่สุดคือการที่เธอต้องโดนทำร้ายเพราะอยู่กับผม แต่เธอก็ยังยอมทน

เธอทน เพราะอยากจะอยู่กับคนอย่างมัน

ความรักโง่ๆ แม่งทำให้คนๆ นึงตาบอดได้จริงๆ

แต่ให้พูดก็พูดเหอะ ผมเองแม่งก็ไม่ได้ต่างจากเธอนักหรอก ตัวผมเองก็โง่ โง่ทั้งๆ ที่เจ็บ โดนเค้าทำขนาดนี้แต่ก็ยังอยากที่จะช่วยเหลือเค้า ยังคอยห่วง และยังรักอยู่ตลอดเวลา ให้ตายดิ ตอนนั้นจองมิลแม่งทำอะไรใส่ผมวะ ขนาดผมทะเลาะกับแฟนของยัยนั่นมาอย่างหนักหน่วง ขนาดเธอเลือกที่จะปกป้องคนเลวๆ แบบมัน แต่แค่ยัยนั่นกลับมานั่งทำแผล เช็ดแผลให้ผม ในใจแม่งก็อ่อนยวบลงไปหมดแล้วอ่ะ

จองมิลแย่ลงไปจริงๆ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทั้งโรคประจำตัวเธออย่างไมเกรนมันทำให้ยัยนี่ต้องอัดยาเกินขนาด ปวดหัวเรื้อรังอยู่บ่อยๆ อาการของเธอแย่ลงจนทำให้สภาพร่างกายทรุดโทรม ซูบผอมลงไปถนัดตา ด้วยความที่ปกติเป็นคนที่ค่อนข้างคิดมาก ขี้กังวล มันก็ยิ่งไปกันใหญ่ ผมเพิ่งมารู้ทีหลังว่าเธอป่วยจนเหมือนจะกลายเป็นโรคซึมเศร้าด้วย ไม่รู้เลยว่าเธอกลุ้มใจเรื่องอะไรบ้าง แต่สาเหตุหลักๆ มันก็มาจากไอ้ชั่วนั่นทั้งนั้น

'ไอ้ชินยู'

มันคือต้นเหตุของเรื่องทุกอย่าง เพราะมันคนเดียวที่ทำให้จองมิลเป็นแบบนี้ ทุกครั้งที่ผมพยายามจะถามถึงเรื่องราวของมัน หรือเรื่องราวที่ทำให้เธอไม่สบายใจ จองมิลก็มักจะเลี่ยงที่จะตอบคำถามผมเสมอ อย่างกับว่าเธอไม่ต้องการให้ใครมารู้เรื่องราวของตัวเอง เธอยอมเก็บเรื่องไม่ดีไว้แม้จะทุกข์ใจ ไม่ยอมที่จะปริปากหรืออธิบายอะไรให้ใครฟัง เธอเป็นแบบนี้มาโดยตลอด เป็นคนคิดมากที่ดื้อรั้น คิดมากแต่ไม่ค่อยชอบเล่าหรือระบายให้ใครฟัง ทุกครั้งที่ผมบอกให้เธอหยุดความสัมพันธ์ เธอก็มักจะไม่ยอม เหมือนเธอถูกปิดหูปิดตากลายเป็นคนโง่งมงาย พร่ำเพ้อถึงมันเหมือนคนบ้า ปล่อยให้มันหลอก ให้มันทำร้ายสารพัด ทุกสิ่งที่มันทำ มันไม่เคยเห็นค่าอะไรในตัวเธอเลยซักครั้ง ดีแต่จะทำร้ายกัน ใช้อารมณ์รุนแรง เหมือนกับว่าไอ้ชินยูไม่ได้หลงเหลือความรักอะไรในตัวของจองมิลแล้ว แต่ผมไม่เข้าใจเลยว่ะ ถ้ามันไม่รักแล้ว มันจะทำให้จองมิลเป็นแบบนี้ทำไม นี่คือสิ่งเดียวที่ผมคาใจ

ทำไมมันไม่ปล่อยจองมิลไปวะ ทั้งๆ ที่ตัวมันเองก็ทำได้แท้ๆ แต่มันกลับเลือกที่จะเอาจองมิลมาทรมานเล่นมากกว่า นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึก

ก็รู้แหละ รู้ดีอยู่แก่ใจแล้วว่าจองมิลปล่อยมันไปไม่ได้ เธอรักมัน...รักมาก รักแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่คิดเหมือนกันว่าความรักบ้าๆ จะทำให้ผู้หญิงที่เคยสดใสร่าเริงกลับกลายเป็นคนละคนได้อย่างน่าใจหาย จองมิลที่แปรเปลี่ยนไปเป็นคนเศร้าหมอง เหม่อลอย ซึมเศร้าอยู่แต่กับความคิดตัวเอง ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปนับตั้งแต่ที่ไอ้เลวนั่นมันเข้ามาในชีวิตของเธอ!

ผมเกลียดมัน!

และจะไม่มีวันยกโทษหรือให้อภัยกับคนเหี้ยๆ แบบนั้นแน่

ในตอนนั้นผมคิดแบบนั้นจริงๆ ตลอดเวลาที่ผมอยู่กับจองมิล ผมเห็นเธอเหนื่อยมาก อาการของเธอแย่ลงเรื่อยๆ จนเริ่มรู้สึกตัวว่าถ้าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ซักวันจองมิลจะต้องแย่เอาแน่ๆ ช่วงนั้นผมเลยหาทางทำทุกอย่าง ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอตลอด อยากทำให้เธอคิดได้ ทำให้เธอกลับมาเห็นคุณค่าในตัวเอง พยายามดึงเธอกลับมาหาผมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกระทั่งคิดอะไรบ้าๆ อย่างการตัดสินใจที่จะลักพาตัวเธอมาเที่ยวทะเล อันที่จริงตอนแรกดูเหมือนจองมิลจะไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเธอก็ต้องจำใจมาด้วยกันกับผมจนได้

ผมแค่อยากให้เธอได้พักบ้าง ผมไม่อยากเห็นเธอเหนื่อยใจในวันพิเศษของตัวเอง

ใช่...มันเป็นวันเกิดของเธอ

ความจริง ก่อนหน้านั้นตอนที่พวกเราสนิทกันช่วงปีหนึ่ง จองมิลกับพวกเพื่อนผมเคยมาเที่ยวทะเลแล้วก็พักที่ทาวน์โฮมนี่ประมาณสองครั้งเห็นจะได้ เธอชอบทะเล เธอชอบที่นี่ ผมเลยคิดว่าจะพาเธอมาพักผ่อนในวันเกิดของตัวเธอเอง ซึ่งในครั้งนี้มันเป็นครั้งที่สามแล้ว เพียงแต่มันเปลี่ยนไปตรงที่ว่าพวกเราพากันมาสองต่อสอง อย่างที่บอกว่าตอนแรกเธอเหมือนจะไม่ยอมหรอก แต่ให้ทำไงได้วะ อย่างจองมิลอ่ะเหรอจะมาสู้อะไรผมได้ ถูกมั้ย

ผมจัดงานวันเกิดให้เธอ ถึงมันจะเป็นแค่การฉลองแบบเรียบง่ายกันแค่สองคน แต่จองมิลดูเหมือนจะเริ่มมีอารมณ์ร่วมไปกับผมมากขึ้น เธอยิ้ม เธอดีใจ เธอเริ่มกลับมาร่าเริ่งสดใส วันนั้นผมเลยขอถ่ายรูปเธอเก็บไว้ เป็นรูปตัวเธอยืนคู่กับลูกโป่งพร้อมกับใบหน้าหวานๆ นั่นปรากฏรอยยิ้มเล็กๆ น่ารักซึ่งห่างหายจากสายตาผมไปนาน ผมคิดถึงรอยยิ้มนั้นมาก รอยยิ้มที่มีความสุขนั่น ไม่คิดว่าจะได้เห็นอีกครั้ง


ซึ่งตอนนั้นตัวผมเองแทบไม่คิดด้วยซ้ำ ว่านั่นจะเป็นรอยยิ้มครั้งสุดท้าย...


พวกเราสองคนใช้เวลาอยู่ที่ทะเลด้วยกันเกือบจะเต็มอาทิตย์ ตอนนั้นทั้งผมและเธอต่างก็กลับมามีความสุขกันอีกครั้ง มันเหมือนได้ย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาเก่าๆ ช่วงเวลาที่เราเคยได้สนิท ได้ใกล้ชิดกัน ราวกับว่าโลกในตอนนั้นมันมีแค่ผมกับจองมิลจริงๆ ผมอยากจะหยุดเวลาในตอนนั้นไว้ ไม่อยากให้มันเดินผ่านไป

พวกเรามีอะไรกัน...

มันน่าแปลกมากที่เธอดันเป็นฝ่ายเริ่มก่อน อาจจะเป็นเพราะอารมณ์ในตอนนั้นพาไปหรือไม่ว่าอะไรก็ตาม แต่ผมรู้สึกดีแล้วก็มีความสุขมากจริงๆ ตอนนั้นความรู้สึกมันแล่นสวนทางกับความคิดไปหมด สุดท้ายแล้วทั้งผมกับเธอก็ตื่นขึ้นมาบนเตียงเดียวกันทั้งอย่างงั้น ไม่รู้ว่าจองมิลคิดยังไงนะ ผมเองก็เป็นห่วงความรู้สึกเธอมากที่สุดเหมือนกัน แต่ยอมรับตรงๆ เลยก็ได้ว่าตอนนั้นรู้สึกมีความสุขมากจริงๆ

เพราะผมชอบเธอมาตลอด รักเธอมาตลอด

มันเป็นวันสุดท้ายที่พวกเราจะต้องเดินทางกลับพอดี หลังจากที่เราทำเรื่องอย่างว่ากัน จองมิลก็ทำตัวเหมือนปกติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอยังพูดคุยกับผมเหมือนเดิม เล่นกับผมเหมือนเดิม เพียงแต่จะไม่ยอมพูดถึงเรื่องนั้น เช่นเดียวกับผมที่ไม่กล้าจะพูดถึงเหมือนกัน เท่าที่สังเกตุตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เหมือนจองมินจะมีอาการดีขึ้น เธอร่าเริง สดใส ยิ้มแย้มได้เหมือนเมื่อก่อน จนผมตัดสินใจที่จะชวนเธอให้มาอาศัยอยู่ที่คอนโดด้วยกัน

ผมอยากให้เธอมาอยู่กับผม อยากให้อยู่ด้วยตลอดเวลา ไม่อยากให้ต้องไปทุกข์ทรมานกับไอ้สารเลวชาติชั่วนั่นอีกต่อไปแล้ว

ผมจะคอยดูแล คอยปกป้อง คอยทำทุกอย่างเพื่อเธอเอง นี่คือสิ่งที่ผมคิดไว้และตัดสินใจพูดมันออกไป ที่น่าเหลือเชื่อคือเธอกลับตอบตกลงผมไว้ แล้วตัดสินใจจะย้ายข้าวของมาอยู่ที่คอนโดผมด้วยจริงๆ

มันเป็นอะไรที่รู้สึกดีมาก ผมดีใจมาก ในตอนนั้นตัวผมดีใจจนทำอะไรแทบไม่ถูก

พวกเราขับรถกลับ จองมิลบอกผมว่าขอตัวกลับไปเคลียร์ข้าวของแล้วขนกลับมาด้วยตัวเอง ตอนนั้นเธอต้องการอยู่คนเดียวจริงๆ เธอขอผมเป็นครั้งสุดท้ายว่าขอให้เธอได้ทำอะไรด้วยตัวคนเดียวก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับผม ซึ่งในตอนนั้นผมก็ยอม ผมมันโง่เองแหละ โคตรจะโง่เลย เพราะคิดว่าเธออาจจะต้องการจัดการกับความรู้สึกของตัวเองเพียงแค่คนเดียว จองมิลอาจจะต้องการอยู่คนเดียวที่คอนโดเธอเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ ในตอนนั้นผมยอมปล่อยเธอมา ปล่อยเธอมาทั้งๆ ที่ไม่เอะใจอะไรเลยซักนิดเดียว

ผมมันโง่เองที่ดันยอมปล่อยให้เธอกลับไปทั้งคนเดียวแบบนั้น ผมมันวางใจเกินไป


ทำไมตอนนั้นไม่คิดวะ ว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้าย...


เวลาผ่านไปจนเช้าของอีกวัน พยายามจะติดต่อเธอเรื่อยๆ แต่จองมิลกลับไม่รับสาย ผมนั่งดูไลน์ส่งข้อความหาเธอทั้งคืน แต่เธอก็ตอบเว้นช่วง จนราวๆ ตีสี่ที่เธอหายไป มันทำให้ผมเริ่มกระวนกระวาย กังวลใจกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น กลัวว่าไอ้ชินยูจะบุกเข้ามาทำร้ายเข้าให้อีก ด้วยลางสังหรณ์แปลกๆ บางอย่างทำให้ผมเริ่มฉุกคิดถึงสิ่งเลวร้ายจนใจผมวูบไหวไปหมด ผมตัดสินใจไม่รออีกต่อไปแล้ว หยิบกุญแจรถแล้วออกสตาร์ทขับไปหาเธอทันที ตลอดทางที่ขึ้นลิฟท์มาภายในคอนโดของจองมิล ใจผมเต้นแรงไม่หยุด จนกระทั่งหยุดยืนอยู่หน้าบานประตูห้องเธอ

มันถูกล็อค

กดกริ่งเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีใครตอบ ใจของผมมันร้อนรนยิ่งกว่าอะไร คิดว่าจะต้องเกิดเรื่องไม่ดีเข้าซักอย่าง จึงตัดสินใจพยายามพังประตูเข้าไป ใช้เวลาอยู่นานพอสมควร จนกระทั่งตามหาเธอทั่วห้องแต่ก็ไม่เจอเงาร่างของจองมิล มาจนถึงห้องสุดท้ายที่มันถูกปิดและล็อคเอาไว้อีกชั้น นั่นก็คือห้องน้ำ ผมพยายามตะโกนเรียกชื่อเธอเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ทว่า ไฟในห้องน้ำกลับถูกเปิดทิ้งไว้ ราวกับว่าจองมิลอยู่ในนั้นจริงๆ

ตอนนั้นใจผมเต้นแรงมาก ในอกมันหวาดหวั่น ผมยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดี

ไม่มีทางลืมได้ลงจริงๆ

ไม่รอช้าที่จะพังประตูเข้าไปอีกครั้ง คราวนี้ทันทีที่ประตูเปิดอ้ากว้าง จากหัวใจที่เต้นรัวแรงอย่างน่าประหลาดกลับตกวูบลงอย่างกะทันหัน ร่างกายอ่อนแรงลงจนแทบจะทรงตัวยืนไว้ไม่อยู่ ลมหายใจขาดช่วง ราวกับมันจะหยุดลงให้ได้ ขอบตาผมร้อนผ่าวขึ้นทันที เมื่อภาพตรงหน้า...

คือภาพของผู้หญิงที่ผมรักมากที่สุดกำลังนอนแน่นิ่ง รอบๆ ตัวเต็มไปด้วยขวดและเม็ดยาที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นห้องน้ำ ใบหน้าขาวซีดเซียวมีรอยคราบฟองน้ำลายติดอยู่ที่มุมปาก พร้อมกับสิ่งที่เธออ้วกออกมาเป็นเม็ดยาเล็กๆ มากมาย

ร่างบางเล็กนอนไม่รู้สึกตัวอยู่บนพื้น จนผมต้องรีบพุ่งเข้าไปพยุงตัวเธอไว้ พยายามเรียกสติพยายามตะโกนชื่อเธอเหมือนคนบ้า แต่ลมหายใจที่เริ่มรวยรินกลับทำให้มือไม้ผมสั่นไปหมด ร่างกายผมสั่นเทิ้มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำตาไหลออกมามากมายโดยไม่รู้ตัว เมื่อรับรู้ได้ว่าคนตรงหน้ากำลังจะจากผมไป ใจมันก็บีบรัดแน่นจนทรมานยิ่งกว่าความเจ็บปวดที่เคยได้รับรู้มาทั้งหมด


ทำไมเธอถึงทำแบบนี้ ทำไมเธอถึงตัดสินใจ คิดที่จะทำแบบนี้วะ!!


ผมช้อนร่างของจองมิลขึ้นแนบอกพร้อมทั้งพาตัวเธอส่งโรงพยาบาลอย่างไม่รอช้า ทันทีที่ถูกหามขึ้นเตียงนอนคนไข้แล้วพาตัวไปยังห้องฉุกเฉิน ผมที่วิ่งตามเตียงลากนั่นข้างๆ คอยเรียกแต่ชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งน้ำตาไม่ยอมหยุด แค่หวังซักครั้งว่าเธอจะตอบรับผมบ้าง หวังซักครั้งว่าเธอจะได้ยินเสียงเรียกของผม

หวังอีกซักครั้งที่เธอจะฟื้นคืนกลับมา ผมยังมีหวังใช่มั้ย

ผมพยายามจะคิดแบบนั้น พยายามคิดในแง่ที่ดีแม้จะเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด แต่ผมก็ยังพยายาม เพียงแต่ในตอนนั้นเสียงหวานแหบแห้งที่เผลอละเมอตอบกลับมาพร้อมทั้งน้ำตาของผู้หญิงที่นอนไม่ได้สติ ผู้หญิงที่ผมรักหมดหัวใจ ในตอนนั้นกลับเป็นชื่อของคนอื่น


"ชะ ชินยู..."


ใช่...มันกลับเป็นชื่อของไอ้สารเลวคนที่ผมเกลียดมันมากที่สุดในชีวิต!

แม้แต่ในเวลาที่เธอกำลังเป็นแบบนี้ ก็ยังละเมอถึงมัน แม้ในเวลาที่เธอปางตาย ทุกสิ่งก็ยังคงเป็นมัน!

แล้วไหนมันล่ะ!?

มันเคยรู้อะไรบ้าง มันเคยสนใจอะไรบ้าง!!

ประตูห้องฉุกเฉินถูกปิดลงแล้ว พร้อมกับความรู้สึกที่เหมือนจะขาดใจ ราวกับตัวผมถูกผลักให้ตกลงจากหน้าผาที่ดิ่งลึกลงไปอยู่ในหลุมแห่งความมืดมิดซึ่งไม่สามารถปีนกลับออกมาได้อีก ผมเสียสติ พร่ำเพ้อถึงชื่อเธอเหมือนกับคนบ้า ตลอดเวลาที่ร่างบางนอนแน่นิ่งพยายามยื้อชีวิตเข้ารักษา หัวใจผมไม่มีซักวินาทีเลยที่มันจะไม่รู้สึกเจ็บปวด น้ำตาไหลแล้วไหลอีก ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนกับคนไม่มีสติ ใจผมแทบจะขาดให้ได้ ความรู้สึกที่อยู่หน้าห้องฉุกเฉินเป็นยังไง ผมจดจำมันได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้

มันไม่สามารถลืมได้ลงจริงๆ ความเจ็บพวกนั้น



ทำไมเธอถึงเลือกที่จะทำแบบนี้วะ จองมิล เธอทำบ้าๆ แบบนี้ทำไม!

แล้วคนที่ต้องมีชีวิตอยู่ต่อจะทำยังไงบ้าง คนที่คิดถึงเธอ คนที่รักเธอ...

ทำไมไม่คิดบ้างวะ!!





'ฉันยังไม่มีโอกาสได้บอกว่าชอบเธอเลยซักครั้ง

แม้แต่คำว่ารักเธอมากๆ ก็ยังไม่ได้พูดออกไปเลยซักคำ

ทำไมต้องทำแบบนี้!'




ราวกับกลายเป็นสิ่งที่คอยฝังใจ คอยย้ำเตือนอยู่เสมอถึงบาดแผลที่ไม่มีวันจางหายลงง่ายๆ เหมือนรอยแผลเป็นที่ติดค้างอยู่อย่างทรมาน ช่วงเวลาผ่านไปโดยที่รู้สึกว่ามันเนิ่นาน จนกระทั่งในที่สุด ร่างสูงของหมอซึ่งทำหน้าที่ช่วยเหลือชีวิตของผู้หญิงร่างบางที่กำลังนอนหลับไม่รู้สึกตัว ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง ก็ค่อยๆ เปิดประตูออกมาพร้อมกับเดินตรงมาหาช้าๆ

ปลายเท้าหยุดลงตรงหน้า ผมซึ่งกำลังนั่งกุมขมับของตัวเองไว้ แทบจะไม่รู้สึกตัวเลยซักนิดว่าหมอเดินออกมาแล้ว เหมือนตอนนั้นมันไม่หลงเหลือสติอะไรเลยซักอย่าง จนกระทั่งได้ยินเสียงพูดที่มันดังก้องอยู่ภายในใจซ้ำแล้วซ้ำ คอยตอกย้ำความรู้สึกของผมอยู่ตลอดเวลา

"เสียใจด้วยนะครับ ทางเราได้พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ว่า...ไม่ทันจริงๆ"


ตอกย้ำว่านับจากตอนนั้น...

เธอได้จากผมไปอย่างไม่มีวันหวนกลับคืนมาได้อีกตลอดกาล




(End Taehyung 'Part)




(100%)


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -






ในที่สุดเรื่องเล่าในอดีตของทั้งสามคนก็เปิดเผยออกมาได้ซักที
อดีตของแทแทเลวร้ายเกินไปจริงๆ เนอะ




TALK
พอดีตอนนี้ค่อนข้างยาว จากที่บอกว่าจะมาอัพอีกในวันถัดไป
เลยกินเวลาไปตั้งสามวันกว่าจะอัพเสร็จ ขอโทษด้วยอีกครั้งนะคะ
ไรท์นี่เบ๊อะๆ เบ๋อๆ ช่วงนี้มึนจริงๆ อยากรีบอัพให้เสร็จไวๆ เลยนั่งปั่นยันตี 3
ง่วงนอนมาก แต่มาฉลองอัพจัดเต็มให้กับทุกคน เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดไรท์ เลยทุ่มเต็มที่55555
ตอนนี้ก็ดราม่าจัดหนัก จัดเต็มสุดๆ เป็นเรื่องราวในอดีตของแทๆ กับจองมิลผู้หญิงที่แทแอบชอบ
รวมไปถึงชินยู พี่ชายมินอาที่แทเกลียดแสนเกลียด ในที่สุดก็ได้บทสรุปซักทีว่าเรื่องราวมันเป็นยังไงมายังไง
ค่อนข้างสะเทือนใจ ที่สุดท้ายแล้วตอนที่จองมิลจากไป แทก็ยังไม่ทันได้บอกความรู้สึกของตัวเอง
แถมวินาทีสุดท้าย คนที่จองมิลเลือกก็ยังไม่ใช่แท แต่กลับเป็นชินยู
ความรู้สึกที่เสียไป กลายเป็นแผลในใจแทมาตลอด ทั้งกับเรื่องคนที่ตัวเองรักตายจาก
ทั้งความแค้น มันเลยเป็นสาเหตุทำให้แทต้องร้าย แทต้องแก้แค้นให้ได้5555
เพราะงั้นเข้าใจแทแทเอาใจช่วยแทแทของเรากันหน่อยน้า พี่เสือเราความจริงแล้วเป็นคนดี
เห็นมั้ยล่ะ จะร้ายแต่ละทีก็ร้ายไม่สุด เพราะเค้าเป็นคนดียยยยย์ไง55555

เหมือนเดิมจ้าา ชอบก็อย่าลืมเฟ้บไว้อ่าน
ถ้าอยากให้ไรท์กลับมาไวๆ อย่าลืมเม้นต์เป็นกำลังเรียกไรท์ให้กลับมาปั่นต่อเร็วๆ
ขอขอบคุณทุกๆ คอมเม้นต์ที่คอยเป็นกำลังใจให้ไรท์อย่างเสมอมานะค๊า
อีกเรื่องคือไรท์ดีใจมากที่ทุกคนยังคอยตามอ่าน คอยเป็นกำลังใจให้ไรท์
แม้ว่าตัวไรท์จะหายไปนาน (ขอโทษจริงๆ อีกรอบค๊า เพราะรู้สึกผิดจริงๆ)
ก็ยังคิดถึงไรท์เสมอ ขอบคุณมากจริงๆ นะคะ ไรท์รักพวกคุณมากๆ
ต่อจากนี้จะแต่งให้ดีขึ้น พยายามอัพให้ไวเท่าที่จะทำได้เลยนะคะ
เพราะงั้นอยู่ด้วยกันอย่างเหนียวแน่นไปจนจบเรื่องนี้ด้วยกันเลยน้า


สปอย*ตอนหน้า
มินอาจะรู้สึกยังไง หลังจากที่ฟังเรื่องเล่าของแทนะ
น้องจะรับได้มั้ย แทรักฝังใจขนาดนี้ น้องจะรู้สึกยังไงดีล่ะ


สามารถพูดคุยติดต่อทวง NC ทวงฟิค ได้ที่...
Twitter : @shampeeyong
(เพิ่งสมัครแอคใหม่เพิ่ม สิงอยู่ในนี้บ่อยทุกครั้งที่นั่งเล่นโทรศัพท์
เข้าไปคุยเล่นกันได้น้า
ฝากติด #แทแทคนใจร้าย เม้ามอยเรื่องนี้กันได้จ้า)



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



ฝากฟิคเรื่องของพี่จมิงด้วยนะค๊าบบบ
เนื้อเรื่องของสองฟิคนี้จะอยู่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ตัวละครรู้จักกัน
โดยที่เรื่องของแทแทจะเกิดขึ้นก่อนหลังจากได้เจอกับน้องมินอา
ผ่านไปซักพักเรื่องของจมิงคนซวยก็จะตามมา
ดังนั้นเนื้อเรื่องจึงแยกกัน แตกต่างคนละแนว เพราะงั้นอ่านได้ไม่งงจ้า

ใครอยากเห็นชิมชิมดวงซวย จิ้มโลด)




ส่วนฟิคใหม่ล่าสุดของไรท์ คือเรื่องนี้เลย
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องไหนเลยนะคะ แยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง
เป็นอีกเรื่องใหม่เลย แนวดาร์กไซด์แฟนตาซ๊ อย่าลืมแวะเข้าไปน้า~

คุณชายแทแทคนเอาแต่ใจ อย่าลืมจิ้มๆ)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

422 ความคิดเห็น

  1. #352 fanfin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 10:02
    ไรท์เเต่งยาวมากเลยชอบมากกกกก
    #352
    0
  2. #351 fanfin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 10:01
    น่าสงสานมากๆเลยอะทั้งสองคน
    #351
    0
  3. #350 fanfin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 09:59
    โหยเกินเบอร์จริงๆ
    #350
    0
  4. #214 SNsolo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:30
    อึ้งไปอีกค่ะ ตอนนี้สะอึกแทนแทแทเลย อยากรู้จริงๆว่าชินยูทำไมถึงสำคัญกับจองมิลขนาดนั้น แม้จะทำร้ายทั้งกายและจิตใจจองมิลก็ยังรัก /รึพี่เขาเป็นโรคประสาทคะ?? อ่ะล้อเล้น

    HBD. ย้อนหลังนะคะไรท์ ขอให้สุขภาพแข็งแรงเน้อ( ⁎ᵕᴗᵕ⁎ )❤︎ ป่วยไปอีกเดี๋ยวรีดจะเศร้า
    #214
    0
  5. #193 TaoToa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 17:08
    หรือว่าคนละชินยู5555555
    #193
    0
  6. #192 I'm Beauty (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 02:55
    มินอารู้เรื่องพี่ชายก็คงจะเจ็บปวดเหมือนกัน ละน้องจะรับได้ไหมที่แทแทรักจองมิลขนาดนี้อะ
    #192
    0
  7. #191 Bounfueang (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 23:58
    คนที่อยู่เจ็บปวดที่สุด
    #191
    0
  8. #190 ITG_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 23:11
    ทำไมจองมิลถึงรักชินยูขนาดนี้ ชินยูก็เลวมากจริง อยากรู้พี่ชินยูรักจองมิล เเล้วรู้สึกผิดบ้างมั้ย//สู้ๆนะคะไรท์ <3
    #190
    0
  9. #189 Csthmyg99 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 22:58
    ชินเลวจริงๆหรอ คงไม่ใช่แพะนะ สงสารมินอาสุด เรื่อ​งของแทเข้าใจว่าเจ็บแต่มันเป็นอดีตไปแล้วเนอะ แต่มินอาเนี่ยสิ ไม่รู้เรื่องอะไร โดนทำร้าย ทำให้รัก แล้วแทยังมารักฝังใจ ใจน้องจะรู้สึกยังไง
    #189
    0
  10. #188 bns (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 20:46

    โหหสะเทือนใจจริงง สงสารทั้งจองมิลทั้งแทเลย ขอให้แผลในใจแทหายไวๆนะ เชื่อว่ามินอาจะเป็นคนช่วยรักษาให้หายได้แน่นอนนน นี่ว่ามินอาฟังเรื่องจองมิลแล้วต้องร้องไห้เน่เลยย แง ปล.สุขสันต์วันเกิดนะคะไรต์ มีความสุขมากๆน้าาา รออ่านตอนต่อไป สู้ๆค่า

    #188
    0
  11. #187 หนูแมนดาริน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 20:29
    คือชินเลวมากอะ ทำไมมินอานุ้งเป็นครดีเบอร์นี้ แต่ก็สงสารน้อง น้องรักแทไปแล้ว แต่คือก็เข้าใจแทอะ รักฝังใจ วินาทีสุดท้ายจองมิลก็เลือกชินยู ฮื่ออออ
    #187
    0
  12. #186 molobee_kk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 18:56
    ชินเลวมากๆแบบนั้นจริงหรอ แล้วนางเอก ทำไม.....ต่างกันงี้ อยากรู้จริงๆแล้วๆๆๆๆ บางทีอาจจะไม่เลวขนาดนั้น....มั้ง ชินแกพูดมาดิ๊ เลวหรือไม่5555
    #186
    0
  13. #185 scintilla (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 17:39
    คนที่เป็นพี่ชายนอ.ร้ายขนาดนั้นเลยหรอ อันนี้เป็นเรื่องที่แทรับรู้ แต่เรื่องจริงอ่ะ จองมิลถ้ารักแฟนขนาดนั้น คงไม่นอนกับคนอื่นรึป่าว รึเราคิดมากไปเอง 555
    #185
    0
  14. #184 I'm Beauty (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 20:33
    ไรท์กลับมาแล้ววววววว//ปาดน้ำตา เราคิดถึงไรท์มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เรารออยู่นะคะ สู้ๆ เราจะคอยเป็นกำลังใจให้ งื้ออออเรารักไรท์มากเลยอะ แต่งได้ดีมากๆเลยยย~~~
    #184
    0
  15. #183 หนูแมนดาริน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 14:25

    เย้ๆ ไรท์กลับมาแล้วว แง้ ตอนที่แล้วที่ครบร้อยเปอร์เค้าลืมเม้นให้อ่า แงๆ ให้อภัยเค้าด้วย T^T;; คิดถึงไรท์ที่สุดเยย งือออ แต่กลัวพอจบทริปทะเลจะมีดราม่าหนักกว่าเก่า นุต้องทำใจมั่ยดั้ยแน่ๆ ถ้าเห็นแททะเลาะกับน้องอีก /// เกียมผ้าซับน้ำมูกน้ำตา

    #183
    0
  16. #182 molobee_kk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 03:44
    ทำเป็นไม่สนใจเขาอิแทเอ้ยยยย
    #182
    0
  17. #181 Bns (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 02:27

    เย่ๆๆๆๆ ไรท์กลับมาแล้ววว คืดถึงที่สุดเลยยยย รอเสมอน้าา อยากรู้อดีตของแทแทแล้ว สู้ๆค่า.

    #181
    0
  18. #180 Csthmyg99 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 02:21
    คาใจมาก อยากรู้
    #180
    0
  19. #179 kwanoy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 01:19
    มาเร็วๆน้า อยากรู้ว่ามีเรื่องอะไร คาใจมั้กๆ
    #179
    0
  20. #178 ITG_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 00:31
    สู้ๆนะคะไรท์ ยังไงก็รออ่านได้ค่ะ👍🏻💜
    #178
    0