Behind Relations สัมพันธ์ลับ... ต้องซ่อนรัก

ตอนที่ 4 : :: CHAPTER 3 :: NIGHTMARE [Re]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 887
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 มิ.ย. 60

Pic cr. tumblr.com




I can't sleep,and I still cry...
CHAPTER 3 :: NIGHTMARE  |


ผมไม่รู้ว่าผมเป็นอะไร


ยิ่งนานวันอาการมันเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ ผมยังคงไปเรียนได้ตามปกติ แต่เวลาอยู่ในที่คนเยอะๆ มันรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก แค่มีคนมาโดนตัวผมนิดนึงก็สะดุ้งโหยง มือสั่นไปหมด ขนาดพีมแค่แตะโดนตัวผมเบาๆ ก็ตกใจเผลอปัดมือออก

 

นิว... ถามจริง มึงเป็นอะไรกันแน่

เป็นอะไร? เปล่าสักหน่อย

 

ตอบไปแค่นั้นแล้วทำเป็นก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ ตอนนี้พวกผมอยู่กันในห้องสมุด คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ หมอนั่นถามผมเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว ผมแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องที่พีมถาม ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องอะไร

 

เฮ้อ... ในเมื่อมึงไม่บอกก็ไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูไปหาหนังสือทางโน้นละกัน

อือ หาหนังสืออารยธรรมตะวันออกมาด้วยนะ

 

พีมหยักหน้ารับแล้วเดินไปโซนมุมวรรณคดี ส่วนผมก็ก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ จดตรงส่วนที่เป็นเนื้อหาสำคัญที่จำเป็นต้องใช้เขียนลงในรายงาน ส่วนป่านก็ช่วยผมนั่งอ่านอยู่เหมือนกัน

 

ปึง

 

นิว ถามจริงๆนะเว้ย แน่ใจหรอว่าไม่มีเรื่องอะไรปิดบังพวกกูไว้

 

ป่านปิดหนังสือ แล้วลุกขึ้นมานั่งฝั่งตรงข้ามผม ผมพยายามทำเป็นไม่สนใจแล้วอ่านหนังสือต่อ ไม่คิดว่าป่านจะแอบคิดเรื่องนี้เหมือนกัน

 

ก็บอกว่าเปล่าไง คิดมากกันไปเองหรือเปล่า

นิว... อย่าลืมสิ พี่กูเป็นจิตแพทย์นะ ทำไมกูจะไม่รู้ ว่ามึงกำลังโกหก

“...”

 

คำพูดของป่านทำให้ผมชะงัก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป

 

เอาตรงๆนะ อาการมึงตอนเนี้ย เหมือนมึงที่กำลังหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่างมาก รู้ตัวไหม?  หนึ่ง.. เวลาอยู่กันข้างนอกคนเยอะๆ มึงจะต้องเดินเลี่ยงพวกเขา สอง.. พวกกูแค่แตะมึงเบาๆยังตกใจขนาดนั้น...

 

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมเริ่มเม้มปากและเผลอกำหนังสือจนแน่นเหมือนถูกจับได้ เถียงอะไรไม่ได้เลย เพราะอาการที่ว่ามันคล้ายกับที่ป่านบอกจริงๆ

 

ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ

 

ผมรีบลุกพรวดออกมาทันที ไม่อยากทนความกดดันที่ป่านสร้างขึ้น แค่นี้ผมก็รับไม่ไหวแล้ว แต่เหมือนผมจะลุกเร็วไปหน่อย เลยเกือบจะชนกับพีมที่เดินกลับมาพร้อมหนังสือกองใหญ่

 

เหวอระวังหน่อย จะรีบไปไหนเนี่ย

โทษทีๆ เดี๋ยวมานะ

 

เป็นอีกครั้งที่ผมต้องโกหกพวกเขา ถ้าทำได้จริงผมก็ไม่อยากโกหกหรอก แต่อาการมันเริ่มหนักขึ้นทุกวันๆ แค่เดินผ่านคนอื่นผมยังเดินเลี่ยงเป็นเมตร แต่กับเพื่อนผมยังพอเดินใกล้ๆได้ ถ้าเมื่อไหร่ที่ถูกตัว อาการก็ไม่ต่างจากเดิม ถ้าจะรู้ก่อนล่วงหน้าว่าอีกฝ่ายจะโดนตัว ผมก็จะไม่เป็นไรเท่าไหร่

 

ผมก้าวเท้าเร็วขึ้น เริ่มหอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อแตกพลั่ก วิ่งไปห้องน้ำให้เร็วที่สุด พอไปถึงก็เริ่มโก่งคออาเจียนอีกครั้ง อยากจะไปหาหมอ แต่ผมไม่มีเวลาว่าง ยิ่งทุกๆวันหลังเลิกงาน ผมมักจะมีอาการแบบนี้เป็นประจำ เพราะที่ที่ผมทำงาน คนย่อมพลุกพล่านอยู่แล้วด้วย

 

หลังจากโก่งคอขย้อนออกมาหมดแล้วก็เดินไปล้างปากที่ก๊อกน้ำ ที่เพิ่งคายออกไปมีแต่น้ำย่อย เพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่บ่ายแล้ว ล้างมือล้างหน้าให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาหน่อย แล้วค่อยกลับไปที่ห้องสมุดอีกครั้ง ก็เห็นพีมกับป่านนั่งคุยกันอยู่

 

นี่ๆ มึงรู้หรือยังว่าพี่รหัสมึงเป็นใคร

ไม่รู้ว่ะ แล้วมึงรู้ของมึงยัง

ไม่แน่ใจว่ะ เหมือนจะเป็นพี่คิว เห็นเขาว่ามากันงั้นนะ

หืม คุยอะไรกันวะ บอกมั่งดิ

 

เมื่อเห็นว่าสองคนนั้นกำลังคุยอะไรกันสักอย่าง ผมเลยนั่งลงข้างๆแล้วถามออกไป

 

ก็กำลังคุยเรื่องพี่รหัสกันอยู่ อาทิตย์หน้าก็จะเฉลยแล้ว กูยังหาตัวพี่รหัสไม่เจอเลย ตายแน่ๆ เฮ้อ..พีมว่าอย่างเบื่อหน่ายแล้วเอาหน้าแนบราบไปกับโต๊ะ

เออ ลืมบอกมึงเลยนี่ว่า มึงไม่ค่อยอยู่ช่วงเย็นๆ เลยไม่รู้ว่าเขามีรับน้องกัน แต่ยังดีที่คณะเรารับน้องไม่โหด มึงหายไปพี่เขาเลยไม่ได้ว่าอะไร เพราะพวกกูบอกไปว่ามึงมีธุระจริงๆ แล้วทีนี้เขาให้หาพี่รหัสตัวเองกัน แต่ละคนก็บอกใบ้มา อย่างของกูใบ้มาว่า ‘1ใน26 เหมือนจะกลมแต่มีหนวด’ กูเลยรู้ว่าของกูน่าจะเป็นพี่คิวเนี่ยล่ะ

ผมหยักหน้าฟังที่ป่านอธิบาย พีมมันก็โวยขึ้นมาทันที

โห ก็ของมึงมันง่ายนี่หว่า ดูของกูสิ ‘ผู้เป็นที่รัก’ เหี้ยไรเนี่ย!? ยากไปเปล่าวะ

แล้วของกูล่ะ?” ผมถามขึ้น

พีมกับป่านมองหน้ากันทันที

ไอ้ป่าน มึงยังไม่ให้ไอ้นิวไปอีกหรอ? จันทร์หน้ามันจะเฉลยแล้วนะเว้ย

ให้บ้าอะไรล่ะ มึงเป็นคนขอเก็บไว้เองไม่ใช่หรอ

เฮ้ยเออว่ะ ลืมไปเลย กูขอโทษนะไอ้นิวพีมโวยลั่นรีบขอโทษผมใหญ่ ขอหาแปปนึง กูจำได้ว่าอยู่ในนี้ อ้ะเจอแล้วๆๆ

ผมรับเศษกระดาษยับยู่ยี่ที่ยัดอยู่ในกระเป๋าตังเน่าๆ มาจากมือพีม โดยเลี่ยงให้มือสัมผัสกันน้อยที่สุด แล้วคลี่ออกดู ในนั้นเป็นลายมือหวัดๆอ่านออกค่อนข้างยาก แต่ก็ยังพอรู้เรื่องอยู่บ้าง

 ‘เปลี่ยนได้ทุกสถานะ’ คำใบ้อะไรกันเนี่ย

เออ งงเหมือนของกูเลย

แล้วจะเอาไง? พวกมึงจะไปตามหาพี่รหัสกันไหม?ป่านถามขึ้นพลางเก็บหนังสือเข้าชั้น

ไม่อ่ะ ไหนๆ ก็จะเฉลยแล้ว หาไม่ทันหรอก ไอ้นิว ยอมโดนลงโทษเป็นเพื่อนกูนะ นะ นะ นะ

พีมว่าแล้วทำสายตาน่าสงสารสุดๆ ถ้าให้เปรียบก็เหมือนลูกหมาตัวเล็กๆกำลังมองอ้อนๆนั้นล่ะ ใช้คำว่าตัวเล็กก็ไม่ผิดซะทีเดียว เพราะพีมสูงแค่ร้อยหกสิบห้าผมยังสูงกว่าตั้งเกือบสิบเซนต์ ส่วนป่านสูงกว่าผมเล็กน้อย ประมาณร้อยเจ็ดสิบเจ็ดละมั้ง

ก็คงงั้น ก็กูเพิ่งจะรู้วันนี้นี่หว่า จะไปหาทันได้ยังไงผมว่าอย่างตัดพ้อ แต่ก็ไม่ได้โกรธหรอก ให้มันคิดมากเล่นเท่านั้นล่ะ จนมันได้แต่หัวเราะแห้งๆแล้วหันมาง้อผม

แหะๆ ก็ขอโทษแล้วไง ป่ะ ไปกินไอติมหน้ามอกัน เดี๋ยวกูเลี้ยง

ไอติมมันชดเชยความผิดไม่ได้หรอกนะ

ก็ไม่วายที่จะถูกป่านขัดขึ้นมา สองคนนี้ชอบเถียงกันประจำ

กูรู้หรอกน่า ไม่ขัดสักเรื่องได้มะ ก็เห็นว่าช่วงนี้นิวมันทำแต่งาน ไม่มีเวลาพักบ้าง กูแค่อยากเลี้ยงมันผิดหรอ

ก็ไม่ได้ว่ามึงผิด แต่มึงต้องเลี้ยงกูด้วย ตกลงนะ ป่ะ ไปกันเถอะ

พีมถึงกับหน้าเหวอคิ้วขมวดเมื่อป่านมันตกลงเออออเอง ส่วนผมก็ได้แต่ยืนขำกับหน้าเหวอๆ ของพีม แล้วเดินตามป่านไป ไม่นานก็ได้ยินเสียงตะโกนไล่หลังตามมา

กูบอกตอนไหนว่าจะเลี้ยงมึงไอ้เชี่ยป่านนนนนน!!

 

 

 

 

ตอนนี้ผมกำลังแย่.. แย่มากๆด้วย

ชั้นไหนครับ

ผมพยายามยืนให้ชิดมุมลิฟต์มากที่สุด เพราะเมื่อสักครู่เพิ่งนึกได้ว่าลืมของไว้บนห้อง เลยต้องขึ้นไปเอา ปกติผมมักจะหลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์ เพราะมันเหมือนเป็นการฆ่าตัวเองทางอ้อม มันอยากที่จะหลีกเลี่ยงการสัมผัสตัวกับผู้อื่นยังไงล่ะ หลังจากกินไอติมเสร็จก็สี่โมงครึ่งแล้ว ถ้าเดินขึ้นมันเสียเวลา เลยต้องใช้ลิฟต์แทน

น้องครับ ชั้นไหนครับ

อ่ะ..เอ่อ... ชั้นหกครับ

ผมที่เพิ่งจะรู้สึกตัวเลยรีบตอบเขาไป พยายามยืนให้ห่างมากที่สุด ทุกช่วงวินาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า ผมเริ่มหายใจติดขัด คนในลิฟต์มีไม่มากเท่าไหร่ ประมาณ 4 คนเท่านั้น แต่ผมก็ยังรู้สึกพะอืดพะอมอยู่ตลอดเวลาอยู่ดี พอลิฟต์ถึงชั้นที่ผมจะลงแล้ว ก็รีบพุ่งตัวออกอย่างรวดเร็ว

 

 

แฮ่ก..แฮ่ก

 

วิ่งมาจนถึงห้องก็ถึงกับหอบแฮ่ก ค่อยๆเปิดประตูเข้าไป ไม่มีใครอยู่ ก็แหงละ คงกลับบ้านกันหมดแล้ว ผมเลยตรงไปที่ที่นั่งวันนี้ เพื่อหาสมุด ไม่นานนักก็เจอสมุดเจ้าปัญหาตกอยู่กับพื้น พอเจอปุ๊บผมก็รีบออกมาจากห้องแล้วลงไปข้างล่างทันที

 

ด้วยความที่ไม่อยากทนอึดอัดกับคนในลิฟต์อีก ผมจึงเลือกที่จะลงทางบันได แต่ตอนนี้มันใกล้เวลางานแล้ว ทำให้ผมต้องรีบวิ่งลงให้เร็วที่สุด พอมาจนถึงชั้นล่างสุด ทำให้ผมไม่ทันได้มอง จนชนกับใครบางคนเข้าเต็มๆ จนล้มอย่างแรง

 

ผลั่ก

 

เฮ้ย มองทางซะมั่งสิ

ข...ขอโทษครับผมรีบขอโทษคนที่ผมเดินชน แล้วรีบก้มเก็บหนังสือที่หล่นกระจายขึ้นมา แต่เสียงอีกฝ่ายมันคุ้นๆเหมือนเคยได้ยินที่ไหน พอเงยหน้าขึ้นมามองผมถึงกับผงะ เดินก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว พ..พี่....เอก...

 

อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นมามองแบบงงๆ รู้จักฉันด้วยหรอ

 

ผมรีบเอามือปิดปากทันที

 

ไอ้บ้าเอ้ย เขาไม่รู้จักเราสักหน่อย จะไปเรียกเขาทำไมวะ!

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็รีบหันหลังแล้ววิ่งไปจากตรงนี้ให้ไวที่สุด

 

แค่ปกติ อาการก็แย่หนักอยู่แล้ว พอเจอหน้าตรงๆ ทำเอาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงสัมผัสในวันนั้นอีกครั้ง

 

...ทั้งๆที่เขา ไม่น่าจะจำได้ด้วยซ้ำ...

 

 

 

 

ผมวิ่งมาหยุดเพื่อพักหายใจตรงต้นไม้ต้นหนึ่ง แล้วสูดเอาออกซิเจนเข้าไป มือและขาผมสั่นไม่หยุด ทำไม ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับผมด้วย อยากจะลืมยังไง ก็ลืมไม่ได้ ขอบตาร้อนผ่าว เหมือนน้ำตาจะไหลเอาดื้อๆ

 

มันเป็นเหมือนฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนผมอยู่ทุกคืน ถึงจะพยายามข่มตาหลับยังไง ภาพเหล่านั้นก็ยังคงวนเวียนอยู่รอบผมเสมอ เหมือนกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

 

แค่เดินผ่านผู้คน ผมยังรู้สึกแย่ ไม่อยากจะสัมผัสใคร 

 

และก็ไม่อยากให้ใครสัมผัสทั้งนั้น หวาดระแวงไปทุกๆสิ่ง

 

ผมกำลังจะเป็นบ้าหรือเปล่า

 

ใครก็ได้ช่วยบอกผมที ผมกำลังจะเป็นบ้าใช่ไหม?

 

 …………………………………………………………………….

 

 

…………………………………………

 

…………………

 

 

…..

 

 

 

เริ่มมีอาการแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”

 

จิตแพทย์สาวสวยถามพร้อมส่งยิ้มมาให้ วันนี้ผมหยุดงานเพื่อมาหาหมอสักที ยังดีที่หมอเป็นผู้หญิง แถมยังดูท่าทางจะใจดีมากๆด้วย ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย

 

ก็...ราวๆอาทิตย์กว่าแล้วอ่ะครับ

 

คุณหมอพยักหน้ารับรู้ พร้อมกับเซ็นอะไรบางอย่างลงไปในเอกสาร แล้วก็เงยหน้าขึ้นมามองผม

 

อาการแบบนี้เกิดได้สองอย่างคือ เป็นมาตั้งแต่เกิด กับ เคยมีประสบการณ์หรือความทรงจำเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ดูๆไปแล้วน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า แต่เพิ่งอยู่แค่ขั้นต้นเท่านั้น... พอจะบอกได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?”

 

ผมเม้มปากแน่น รู้สึกได้ถึงความชื้นที่มือ ก็คิดอยู่แล้วว่าคงปิดบังไม่ได้ แค่นึกถึงเรื่องในวันนั้นมันก็ทำเอามือไม้สั่นไปหมดแล้ว ใจเย็นๆ ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนก็ได้นะคุณหมอว่าพลางลูบหลังมือผมเบาๆ เชิงให้กำลังใจ และให้ผ่อนคลาย

 

ข..ขอบคุณครับผมสูดลมหายใจเข้าเพื่อให้ใจเย็นขึ้น ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง เมื่ออาทิตย์ก่อน..........

 

.........

 

....

 

 

จากที่ฟังๆมา อาการที่เกิดขึ้นเป็นเพราะหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น เลยส่งผลให้หวาดระแวงการถูกสัมผัสร่างกาย แล้วอาการที่ว่านี้ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคนๆนั้นเป็นผู้ชายหรือเปล่าจ๊ะ หรือว่าผู้หญิงด้วย?”

“..ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน... แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายครับ หรือบางครั้งถ้าเพื่อนจะโดนหรือสัมผัส ถ้าผมรู้ตัวก่อน ก็จะไม่ตกใจเท่าไหร่ครับ

งั้น... ขอลองจับมือหน่อยได้ไหม?” หมอว่าแล้วแบมือ ผมลังเลนิดหน่อยว่าจะจับดีไหม พอลองวางมือลงไปก็ไม่เกิดอะไรขึ้น

เรียกพี่ปิ่นก็ได้นะ ดูท่าเธอคงอายุใกล้เคียงกับน้องชายพี่เลย

อ่ะ..ครับ เรียกผมว่านิวดีกว่า เรียกเธอแล้ว..ผมรู้สึก..แปลกๆอ่ะครับ

จ้าๆ นิวอายุสิบแปดใช่ไหม แล้วตอนนี้ เรียนอยู่ที่ไหนหรอ...

พอเริ่มจับมือได้สักพักผมก็เริ่มผ่อนคลายขึ้น หมอปิ่น... ไม่สิ พี่ปิ่นนั่งชวนผมคุยเรื่องชีวิตผมไปเรื่อย ไม่ว่าจะเรื่องเพื่อน เรื่องเรียน การเริ่มต้นคุยกับคนที่เพิ่งจะรู้จักกันมันเป็นเรื่องยาก แต่พี่ปิ่นชวนผมคุยได้อย่างเป็นกันเอง ทำให้ผมรู้สึกว่า คนๆนี้ไว้ใจได้ ผมเชื่อเขาได้ เขารับฟังทุกปัญหาของผม พี่ปิ่นบอกว่า เรื่องแบบนี้ ไม่ใช่ว่ากินยาแล้วจะหาย มันต้องใช้เวลา

 

สิ่งแรกที่ต้องรักษาคือสภาพจิตใจผมตอนนี้ ให้คิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันผ่านไปแล้ว

 

และมันจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก

 

 

........................................................................................

 

 

หลังจากวันที่ผมไปหาหมอ และก็ได้ยามาทานจำนวนหนึ่ง ผมก็รู้สึกว่าอาการของผมเริ่มดีขึ้น ไม่ต้องระแวงอีกแล้วเวลามีคนมาถูกตัวหรือสัมผัสโดนในบางครั้ง แต่ถ้ามันละลาบละล้วงเกินไปก็ไม่ไหวเหมือนกัน อย่างมากก็แค่กอดคอบ้างอะไรงี้

 

 

นิววววววววววววววววววววววว!!!!

เสียงตะโกนเรียกชื่อผมดังมาแต่ไกล ยังไม่ทันที่จะหันไปดูอีกฝ่ายก็วิ่งมาจนแทบจะชนผมอยู่แล้ว แต่ดีที่ผมเบี่ยงตัวหลบทัน

เรียกซะเสียงดังเชียว มีไร

แฮ่ก..แฮ่ก..มึง..อย่าลืมดิ่...ว่าวัน..นี้...พีมพูดเสียงติดๆขัดๆ เพราะว่าวิ่งมาไกลด้วย ผมเลยบอกให้เขาใจเย็นๆ

ค่อยๆพูดก็ได้ ไม่มีใครแย่งพูดหรอก

ฟู่ว..คนตัวเล็กสูดลมหายใจเข้าแล้วพ่นออกแรงๆ กูจะมาบอกว่า วันนี้เขาเฉลยพี่รหัสกัน มึงลืมแล้วแน่ๆ เลย กูเลยวิ่งมาตามมึงเนี่ย

เออ จริงด้วยตายละ ตอนนี้สี่โมงครึ่ง ผมจะไปทำงานทันไหมอ่ะ

ไปเร็ว ป่านนี้เขาเฉลยกันหมดแล้วมั้งเนี่ย

แล้วป่าน...

มันไปรอเป็นชาติแล้วว้อย!

แต่กูต้องทำงานนะ

ขอเขาลางานมาวันนึงได้ไหมวะ กูก็บอกพี่เขาไปแล้วว่ามึงไม่ว่าง  แต่พี่เขาบอกว่าถ้าครั้งนี้มึงยังขาด อาจจะโดนตัดรุ่นก็ได้นะเว้ย

 

ผมเริ่มกังวลขึ้นมาทันที เลยตัดสินใจ ยอมโทรไปขอหยุดงานวันนึงแล้วตามพีมไป ถึงคณะผมจะไม่เคร่งเรื่องรับน้องเท่าไหร่ แต่ถึงขั้นโดนตัดรุ่นมันก็ไม่โอเคนะ เพราะว่าถ้าเราโดนตัดรุ่นก็เท่ากับว่าเราจะใช้ชีวิตอยู่ในมหาลัยลำบากขึ้นแน่ๆ

 

พอไปถึงห้องเชียร์ แต่ละคนเริ่มรู้พี่รหัสตัวเองกันแล้วทั้งนั้น เหลือเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังไม่รู้ว่าใครคือพี่รหัสตัวเอง แน่นอน หนึ่งในนั้นก็มีผมกับพีมรวมอยู่ด้วย ส่วนป่านเจอพี่รหัสตัวเองแล้ว

คนไหนชื่อนรภัทร

ผมมองหาเสียงที่เอ่ยชื่อผม แล้วยกมือขึ้น ผมครับ

ผู้ชายคนหนึ่งเดินมาหยุดตรงหน้าผม เขาสูงกว่าผมมาก ใบหน้าเกลี้ยงเกลา ตาชั้นเดียว ผมดำตัดสั้น เวลายิ้มตาเขาแทบจะเหลืออยู่ขีดเดียวเลยทีเดียว

พี่ชื่อน้ำ เป็นพี่รหัสเรานะ

อ้อ... ครับ ผมชื่อนิว

แล้วเพื่อนเราล่ะพี่น้ำว่า แล้วพยักเพยิดไปทางพีมที่อยู่ข้างๆผม

ผมชื่อพีมครับ ว่าแต่ พี่พอจะรู้ไหม ว่าพี่รหัสผมคนไหนพีมว่าแล้วควักกระดาษคำใบ้ที่ยับยุ่ยเหมือนผ่านการปั่นแห้งมาแล้วชูให้พี่น้ำดู

โห ยังเก็บไว้อีกหรอเนี่ย ไหนๆ อืม... เฮ้ย!! เดียร์น้องรหัสแกอยู่นี่

ผมสองคนหันไปมองตามเสียงพี่น้ำ เห็นผู้ชายอีกคนกำลังยืนร่ายล้อมไปด้วยรุ่นน้องสาวๆเต็มไปหมด เขาหันไปยิ้มหวานให้ผู้หญิงเหล่านั้น พูดอะไรสักอย่างแล้ววิ่งมาหาพวกผม

 

แหะๆ โทษที พี่ชื่อเดียร์นะ แล้ว...น้องรหัสเราคนไหน”  พี่เดียร์ว่ายิ้มๆ พี่เขาน่ารักมากเลย ยิ่งเวลายิ้มทีนี่ เหมือนโลกสว่างสไวไปทั้งใบ หน้าหวานเหมือนผู้หญิงชะมัด เกือบคิดว่าเป็นผู้หญิงแล้ว แต่ติดอยู่ที่เขาใส่ชุดนิสิตชายถูกระเบียบนี่สิ พีมที่ยืนอยู่ข้างๆ ผมนี่ยืนนิ่งไปแล้ว คงไม่คิดว่าพี่รหัสตัวเองจะน่ารักขนาดนี้

ของนายคนซ้าย ของเราคนนี้

พี่น้ำชี้ที่พีม แล้วก็ชี้มาที่ผม สักพักป่านก็เดินมาพร้อมกับพี่รหัสตัวเอง สรุปว่าเราสามคนได้พี่รหัสเป็นผู้ชายกันหมดเลย

พวกมึงสองคนเจอน้องรหัสกันยังคนที่เดินมากับป่านถามขึ้น แถมยังเดินกอดคอกันมาด้วย สนิทกันเร็วดีเนอะ

นี่ไงน้องรหัสเรา ส่วนนี้น้องรหัสน้ำ น่ารักทั้งคู่เลยว่าไหมพี่เดียร์ว่ายิ้มๆ

เออ จริงด้วย น่ารักทั้งคู่เลย โดยเฉพาะนาย น่ารักทั้งพี่รหัสน้องรหัสเลยพี่คนที่มาพร้อมกับป่านเป็นคนพูด

ผมสองคนได้แต่ยิ้มแหยๆ ผู้ชายด้วยกันมาชมว่าน่ารักมันก็กระไรอยู่ ถ้าเป็นพีมผมไม่เถียงหรอกนะ มันตัวเล็กน่ารักจริงๆนั่นล่ะ และพี่รหัสมันก็น่ารักจริงๆอย่างที่เขาว่า

สองคนนี้พี่รหัสมึงใช่ป่ะป่านหันมาถาม

อื้อผมพยักหน้า

แล้วนี่พวกน้องๆ รู้จักกันหมดยัง พี่ชื่อคิวนะเขาว่าแล้วยิ้มกว้างให้

สองคนนี้ก็เพื่อนผม คนนี้ชื่อพีม ส่วนอีกคนชื่อนิวครับ

เออๆ ดีเลย เดี๋ยววันนี้พวกพี่จะพาไปเลี้ยงกัน เลี้ยงพร้อมกันให้หมดนั่นล่ะ ทำตัวให้ว่างล่ะ เจอกันร้านราบายสองทุ่มนะ แล้วเราน่ะ ต้องมานะรู้ไหม ถึงตอนรับน้องจะขาดได้แต่ตอนเลี้ยงสายนี่ต้องมา เข้าใจ๊?” พี่น้ำว่าแล้วชี้มาที่ผม

 

พูดขนาดนี้แล้ว ไม่มาคงจะไม่ได้แล้วล่ะ

 

เราคุยกันอีกสองสามประโยคก่อนจะบอกลารุ่นพี่ จะปฏิเสธก็ไม่ได้ด้วย เพราะว่าพี่เขาจะพาไปรู้จักสายรหัสกันทั้งหมดเลย เท่ากับว่าวันนี้ผมต้องลางานสองที่เต็มวันงั้นหรอ แถมนี่ก็ปาไปครึ่งเดือนแล้ว ผมยังหาเงินมาไม่พอสำหรับค่าเทอมให้นาวเลย

 

 

 

           

            19.55 น.

          @ร้านราบาย

 

          ผมมาถึงหน้าร้านพร้อมกับพีมและป่าน เพราะป่านเป็นคนขับรถมารับทุกคน มาถึงร้าน ซึ่งเป็นลักษณะกึ่งผับกึ่งร้านอาหาร พอเข้ามาก็มีพวกพี่น้ำ พี่เดียร์ พี่คิวนั่งรออยู่แล้ว พร้อมกับรุ่นพี่อีกหลายคนที่ผมไม่รู้จัก

 

            “นิว พีม ป่าน ทางนี้ๆ!

            พวกผมเดินไปนั่งที่โต๊ะใหญ่ที่มีคนนั่งอยู่เต็มไปหมด ทั้งรุ่นพี่ผู้หญิงผู้ชาย ทำเอาผมเริ่มรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เพราะมีแต่คนไม่รู้จัก  แต่ก็ไม่มากเท่าแต่ก่อนแล้ว

 

            ผมยกมือไหว้ทุกคน เพราะมันเป็นเหมือนธรรมเนียมที่ทุกคนต้องปฏิบัติ รุ่นน้องเคารพรุ่นพี่ประมาณนี้ ผมก็ไหว้ไปทั้งๆที่ไม่รู้จักนั่นล่ะ แต่มีอยู่คนนึง ที่ผมรู้สึกคุ้นหน้าเขาอย่างบอกไม่ถูก

            “ไหนๆ น้ำ คนไหนน้องรหัสแก ฉันอยากเห็นหลานฉัน

 

ผู้หญิงที่สวยๆหันไปสะกิดพี่น้ำ ดูท่าทางน่าจะเป็นรุ่นพี่ ดูจากคำพูดที่ดูสนิทสนมกันแบบนั้น

 

คนนี้น้องรหัสผม ชื่อนิว นิว ส่วนนี่พี่รหัสพี่เอง ชื่อถิง เป็นสายรหัสเรา รู้จักกันไว้ เวลามีเรื่องเดือดร้อนอะไรก็บอกกันได้ พี่ถิงเขาใจดีอยู่แล้ว...

 

ประโยคหลังๆที่พี่น้ำพูดไม่ได้เข้าสู่โสตประสาทผมแต่อย่างใด ผมตัวชาดิกเมื่อมองหน้าผู้หญิงคนนี้ตรงๆ รู้สึกหายใจติดๆขัดๆ แบบบอกไม่ถูก เพราะถ้าผมจำไม่ผิด

 

พี่ถิง...เป็นแฟนพี่เอก

 

เหงื่อกาฬเริ่มผุดขึ้นตามไรผม ผมไม่รู้จะทำตัวยังไงดีกับสถานการณ์แบบนี้

 

พี่ถิงเป็นสายรหัสผม..

 

ผมเพิ่งมีอะไรกับพี่เอก...

 

พี่ถิงเป็นแฟนพี่เอก...

 

ผมมีอะไรกับแฟนสายรหัสตัวเอง




           

 

 

To Be Continued…..


Talk

     มาอัพต่อแล้วค่ะ ตอนเย็นต้องไปอ่านหนังสือต่อแล้วเลยแว่บมาอัพให้ก่อน ^^ 
         สำหรับเนื้อเรื่อง ในส่วนของนิว การโดนข่มขื่นมันไม่ใช่เรื่องตลก สำหรับคนอื่นอาจจะคิดว่า ยังไงก็เป็นผู้ชาย มันไม่เสียหายอะไร ใช่ค่ะ ไม่เสียหายอะไรก็จริง แต่มันเสียหายทางจิตใจอยู่พอควรเลยค่ะ เลยไม่แปลกที่จะมีอาการหวาดระแวงแบบนี้ ความรู้สึกคนเรามันไม่เหมือนนกัน โน๊ะ?
         ปล. ทุกความคิดเห็นเป็นกำลังใจให้คนเขียนเสมอน้า ♥ จุ๊บ
    
    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

445 ความคิดเห็น

  1. #43 -DIFFERET- (@Kannika2223) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:45
    พี่เองมารับผิดชอบนิวเลยนะ!!
    #43
    0
  2. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:04
    อิพี่เอกทั้งเมาทั้งโดนยา จะเหลือความทรงจำถึงน้องสักเท่าไหร่กัน หวังว่าคงจะไมาทำร้ายน้องอีกนะ กลัวใจพี่แกเหลือเกิน ดูท่าแล้วพี่แกจะร้ายลึกน่าดู
    #42
    0
  3. #41 Pharam.ภารัมย์ (@rinchiyap) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:55
    พี่เอกไปไหนอ่ะ นี่รู้ไหมทำคนๆหนึ่งคิดมากขนาดนี้ เฮ้ย!!! กลับมารับผิดซิ!!!
    #41
    0
  4. #40 Tarn Ittipolpornchai (@taartn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:57
    นี่พี่เอกไม่รู้จริงๆหรอ???
    #40
    0
  5. #39 -DIFFERET- (@Kannika2223) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:55
    ง่าาาา สงสารนิว พี่เอกนี่จะรู้ไหม ว่าทำน้องขนาดเนี้ยยยยย ห่ะ !!
    #39
    0
  6. #38 Pharam.ภารัมย์ (@rinchiyap) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:45
    นี่พี่เอกจะรู้มั้ยว่าทำให้นิวใช้ชีวิตลำบาก มันน่าจริงๆ!!
    #38
    0
  7. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:55
    สงสารน้องนิวจริงๆ อาการแบบต้องได้รับการบำบัดละนะ ไม่งั้นจะเป็นปัญหากับการใช้ชีวิตประจำวัน
    ปล. ทายว่าพี่รหัสน้องนิวชื่อพี่น้ำ ^^
    #37
    0
  8. #36 ลีลีข้าวสาร- (@ponnapa123-) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:56
    เจริมมมมมมมค่ะ
    #36
    0
  9. #35 Pharam.ภารัมย์ (@rinchiyap) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:00
    เจิมมมม
    #35
    0
  10. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:09
    ติดเหมือนกันเรยยยย คุณชายกู้ไห่จอมเนียน 555+/ รอพี่เอกกะน้องนิวอยู่น๊าาาาา ^^
    #34
    0