[END] Buddy Conflict! กัดกันดีนัก...รักกันดีกว่า[Yaoi]

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 9 : ความซวยจงบังเกิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,600
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    13 ก.ย. 57

Minor!

.

ตอนที่ 9 ความซวยจงบังเกิด

 

            “โอย เจ็บๆๆๆ เจ็บนะว้อยไอ้บ้า ปล่อยสักทีสิวะ คนนะว้อย ไม่ใช่วัวไม่ใช่ควาย ลากอยู่ได้!!


            ผมตะโกนโวยวายใส่ไอ้คนบ้าที่กำลังลากผมอยู่ตอนนี้ แต่อีกฝ่ายเหมือนจะไม่สนใจฟังเสียงของผมเลยสักนิด ซ้ำยังลากผมไปเรื่อยๆโดยไม่ปริปากพูดอะไร


            “หูตึงหรือไงวะ บอกให้ปล่อยไง!

            “หูไม่ได้ตึง ได้ยินทุกประโยคมึงนั่นล่ะ”

            “ถ้าได้ยินแล้วก็ปล่อยสิ จะลากไปไหนวะเนี่ย!!

            “เดี๋ยวก็รู้ อ้อ แล้วใบรายชื่อ อยู่ที่มึงใช่ไหม เห็นเด็กห้องสี่บอกว่าฝากบัดดี้กูมาให้ ”


            มันหยิบแผ่นใบรายชื่อที่อยู่ในมือผมไป(ตอนหลบเข้าห้องน้ำผมก็ยังถืออยู่นะ) พับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ ก่อนจะลากผมมายังตึกของ เด็กม.6แทน


            มันลากผมมาทำไรที่นี่วะ ?


            ยังไม่ทันที่จะได้รับคำตอบ ตอนนี้มันก็ลากคอเสื้อ (ย้ำว่าคอเสื้ออีกครั้ง มันลากผมมาในสภาพนี้ตั้งแต่หน้าห้องน้ำแล้ว แลดูอนาถมากมาย -_-;) มาหยุดหน้าห้องๆนึง


            “พี่โจอยู่ป่าวครับ”


            มันหันไปพูดกับรุ่นพี่คนนึงที่อยู่ในห้อง ตัวเล็กๆท่าทางน่ารักน่าถนุถนอมสุดๆ เสียงคงจะน่ารักน่าดู ได้เจอสาวๆแล้วรู้สึกกระชุ่มกระชวย(ทำตัวอย่างกะคนแก่ไปได้)


            “อ๋อ แปปนึงจ๊ะ เดี๋ยวเรียกให้ โจ!! ไอ้เชี่ยโจว้อย!! น้องคิงมาหา!!

            =[]=!!

เสียงตะโกนคุณพี่โหดสัส!! ตัดกับหน้าตาน่ารักของคุณพี่แกสุดๆ ทำเอาผมเงิบไปหลายวิกันเลยทีเดียว สักพัก ก็มีพี่คนนึงเดินออกมา คาดว่าน่าจะเป็นพี่โจที่ว่านั่นล่ะ


            “รู้แล้วๆ ว่าไงมึง หาคนที่ว่าได้ยัง”

            “ได้แล้ว นี่ไงพี่ โอเคไหม”  ไอ้คิงว่าพลางดึงคอเสื้อผม พี่โจหันมามองผม ไล่ดูตั้งแต่หัวจรดเท้า

            “โอเคเลยว่ะ ขอบใจ เดี๋ยวนัดวันอีกทีละกัน”

            “ตามนั้นนะพี่ ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม งั้นผมไปละ”

            “เออ ขาดเหลือเรื่องอะไรก็บอกกูละกัน” ว่าจบพี่แกก็เดินกลับเข้าห้องไป


            เอาตรงๆป่ะ... แมร่งคุยอะไรกันวะ ผมนี่ไม่รู้เรื่องสักอย่าง ตอนแรกผมคิดว่าที่มันลากผมมาเพื่อจะแก้แค้นที่ผมเตะกระป๋องใส่หัวมัน กลับกลายเป็นว่ามันลากผมมาทำไรกันแน่เนี่ย  ดูเหมือนมันคงเห็นผมที่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกเลย อธิบายสั้นๆแค่ว่า


            “กูมีงานให้มึง” อืม ขอบคุณ อธิบายได้ละเอียดมาก เข้าใจในทุกบทสรทนาที่มึงคุยกันแบบแจ่มแจ้งเลย...รู้เรื่องก็บ้าแล้ว! “ไม่ต้องมองหน้ากูแบบนั้น มึงยังมีคดีติดตัวหลายคดีนะ” สงสัยผมแสดงออกทางสีหน้ามากเกินไป มันเลยชี้หน้าคาดโทษใส่ผม


            “คดีอะไร? มัวเปล่า กูยังไม่เคยทำไรมึงเลย กูไม่ได้ตั้งใจเตะไปโดนหัวมึงสักหน่อย มันก็แค่บังเอิญไปในทิศทางเดียวกับหัวมึงเท่านั้นเอง กูเปล่านะ”

            “อ๋อ...มึงนี่เอง ที่เตะกระป๋องใส่หัวกูเมื่อกี้ ดี จะได้ไม่ต้องตามตัวไกล”เวรกรรม จากจะตบปากตัวเองจริงๆเลย ครั้งที่สองแล้วนะ ที่ผมพูดออกมาโดยไม่คิด กลายเป็นว่ามันเลยรู้ว่าผมเป็นคนเตะกระป๋องใส่หัวมัน ฮือ TxT

            “เห้ย! กูไม่ได้ตั้งใจนะ กูแค่เตะกระป๋องให้มันเข้าถังขยะจริงจริ้ง!” 

            “ต่อให้มึงแก้ตัวก็สายไปแล้วล่ะ”

            “เดี๋ยวๆๆๆๆ เฮ้ยย หยุดๆๆๆ หยู๊ดดด!! มึงจะลากกูไปไหนอีกเนี่ยยยยย” มันลากผมอีกแล้วอ่ะ ติดใจอะไรกับคอเสื้อกูหนักหนา ตัดเอากลับไปเล่นที่บ้านเลยไหม!

            “ปราบเด็กดื้อสักหน่อยหึหึ”

            “เด็กที่ไหนวะ แถวนี้ไม่เห็นมีสักคน” นั่นสิ มองไปรอบๆ ก็ไม่มีใครนี่หว่า  มันหยุดลาก แล้วหันมาพูด

            “อยู่ตรงหน้ากูคนนึงนี่ไง เห็นไหม หรือต้องให้หยิบกระจกมาส่องให้ดู”

            อ้อ เหมือนจะเห็นละ หน้าตาคล้ายผมเลยเนอะ

            “มึงจะทำไรกู!


            มันหันมายิ้มมุมปากแทนคำตอบ คาดว่ามันต้องเป็นเรื่องไม่ดีแน่ๆ ตอนนี้มันลากผมมาถึงห้องดนตรีแล้ว เข้าไปหยิบอะไรบางอย่าง แต่มือมันยังไม่ปล่อยจากคอเสื้อผมเลย คงกลัวผมหนีละมั้ง พอสายตาผมหันไปเห็นในสิ่งที่มันหยิบขึ้นมาเท่านั้นล่ะ


            “เฮ้ย!! อย่านะว้อย มึงหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!! ปล่อย! ปล่อยกูน้า!!!!


……………………………………………………………………


            “ไอ้พาย เป็นไรวะ นั่งก้มหน้าก้มตาเป็นหมาหงอยเลย”


            ให้ตายสิ ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับใครทั้งสิ้น โดยเฉพาะเพื่อนผม


            “นั่นดิ เป็นไรวะ อกหัก รักคุด ตุ๊ดเมิน เงินไม่มี หนี้สินท่วมหัว หรือว่ากลัวว่าชาตินี้จะไม่สูงขึ้น ไม่เป็นไรหรอก ต่อให้มึงเกิดใหม่ชาติหน้า มึงก็ไม่สูง ฮ่าๆๆๆๆ”


            ถ้าเป็นปกติ ผมคงถีบไอ้เฟรนด์หน้าหงายไปแล้ว แต่ตอนนี้มันไม่ใช่นี่สิ


            “อ่าว แปลกวุ้ย ปกติมันต้องโวยวายเรื่องความสูงแล้วนี่ ไปกินอะไรผิดสำแดงเข้า หรือว่าใช้งานมันหนักไปวะ ให้ไปเดินตามหาไอ้คิงแปปเดียว ล่อซะทั่วโรงเรียนเลย”

            “หรือว่ามันจะไม่สบายวะ” ไอ้ปันยื่นมือมาจะแตะหน้าผากผม ผมรีบปัดมือมันออกทันที มันคงงงว่าจู่ๆทำไมผมถึงปัดมือมันออก ทั้งที่ปกติเราเล่นกันถึงหัวเป็นประจำ แต่ขอร้องละ ครั้งนี้มันจำเป็นจริงๆ

            “มะ..ไม่มีอะไรทั้งนั้นละ วันนี้ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม งั้นกูกลับเลยละกัน” ผมพูดโดยไม่รอคำตอบ หันไปคว้ากระเป๋า เตรียมเก็บของกลับบ้าน ปกติช่วงนี้พวกผมต้องจัดเตรียมของเกี่ยวกับกีฬาสีที่ใกล้จะถึง บางวันเลยกลับช้าบ้าง

            หมับ

            “มึงเป็นวะอะไรไอ้พาย” โอย ให้ตายสิ มึงจะมาจับกูทำไม มึงเข้าใจไหม ว่าตอนนี้กูไม่อยากอยู่ตรงนี้แบบสัสๆ ด้วยความที่ผมสูงน้อยกว่าพวกมัน ผมเลยยืนก้มหน้า ยังไม่กล้ามองหน้าพวกมัน ถ้ามันรู้ว่าผมโดนอะไรมา รับรอง โดนล้อยันลูกบวชแน่


            “กูไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นล่ะ วันนี้พี่มีนไม่อยู่ กูต้องไปช่วยร้านวะ”

            “ไหนมึงบอกพี่มีนเพิ่งกลับมาเมื่อวานไง มึงเป็นอะไร มึงบอกมาเลยดีกว่า”

            เวรกรรม จะโกหกเรื่องไหนก็ตาม ทำไมผมโดนจับได้ซะทุกรอบเลยวะ

            “ก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรไง พวกมึงจะเซ้าซี้อะไรกูนักหนา”

            “ถ้าไม่ได้เป็นอะไร มึงก็เงยหน้าขึ้นมามองพวกกูสิ มัวแต่ก้มมองเล็บขบตัวเองอยู่ได้”

            เล็บขบพ่อง ผมพยายามไม่สนใจมันและเบี่ยงตัวออกจากมือที่ถูกจับเอาไว้

            “หรือว่ามึง...มีเรื่องอะไรปิดบังพวกกู?

            “ไม่มีอะไรทั้งนั้นละ ปล่อยกูเถอะนะ กูขอร้อง นะ นะ นะ” ผมพยายามทำเสียงอ้อนวอนสุดๆ พวกมันสามคนมองหน้ากันก่อนที่ไอ้ปันมันจะหันมาล็อคแขนข้างขวา ส่วนไอ้เฟรนดด์ล็อคแขนข้างซ้ายผม”เฮ้ย มึงจะมาล็อคกูทำไมไอ้ปัน ไอ้เฟรนด์ ปล่อยกูนะเว้ย!

            “ก็มึงทำตัวหน้าสงสัยนี่ ไอ้ใหม่ มึงจับหน้ามันเงยขึ้นดิ๊”

            “อย่านะเว้ย!! ปล่อยยกูววววววววว” ผมพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากการจับกุมของเพื่อนทั้งสอง แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเท่าไหร่ ส่วนไอ้ใหม่ มันหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ค่อยๆจับหน้าผมเงยขึ้นมา

            พรึ่บ

“อุ๊บ...ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ กูก็นึกว่าอะไร...ที่แท้..ฮ่าๆๆๆ เท่ดีวะมึง ใครมันช่างแกล้งมึงได้วะ ฮ่าๆๆๆๆๆ” ไอ้ใหม่ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น ทำเอาคนแถวนั้นหันมามองกลุ่มพวกผมด้วยความสงสัยทันที ผมรีบเอามือจับผมหน้าม้าของตัวเองให้มันกลับมาปิด ร่องรอบความอัปยศของผมทันที


เป็นคุณ คุณจะอายไหมละ ถ้าที่หน้าคุณมีคำที่เขียนด้วยปากกาเปอร์มาเนนท์สีดำชนิดล้างน้ำไม่ออกสลักอยู่บนหน้าผากอย่างเด่นหลาด้วยคำว่า เตี้ยหมาตื่น


“เพราะงี้ไง กูเลยไม่อยากให้พวกมึงเห็น แมร่ง”


ผมรีบจัดหน้าม้าของตัวให้เองมันเข้าที่ทันที แค่นี้ก็อายจะแย่อยู่แล้ว คงไม่ต้องบอกก็คงจะรู้นะ ว่าใครที่มันทำอะไรพิเรนท์ๆใส่ผม!

“ฮ่าๆๆ..อุ๊บ..หึๆๆ ว่าแต่ ใครมันช่างหล้าแกล้งมึงขนาดนี้วะไอ้พาย”มันเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่พวกมันหัวเราะกันแบบสะใจสุดๆแล้วที่เห็นสภาพผม

“ก็จะมีใครซะอีกละ มีอยู่คนเดียวที่แมร่งกล้าทำกูขนาดนี้!

ย้อนกลับไปเมื่อ 20 นาทีที่แล้ว

“เฮ้ย!! อย่านะว้อย มึงหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!!

“กูไม่ทำไรมึงหรอ”

“กูไม่เชื่อว้อย!

“ก็เรื่องของมึง” มันเดินเข้ามาเปิดฝาปากกาขึ้นมา ผมรีบถอยหลัง เตรียมวิ่งทันที แต่คงไปไหนไม่ได้ เพราะมันยังจับคอเสื้อผมไว้อยู่เลย

“มะ..มึงจะทำอะไร อย่านะเว้ย หยุดเดี๋ยวนี้!!” ให้ตายสิ พระเจ้าช่างไม่เข้าข้างผมเลย ตอนนี้มันรวบมือผมทั้งสองข้างไว้เหนือหัว แล้วผลักลงบนโต๊ะที่อยู่ให้ห้อง ทำเอาข้าวของที่อยู่บนโต๊ะตกเกลื่อนกลาด แต่มันหาได้สนใจไม่

“เอ...จะเอาตรงไหนดีนะ หึหึ ตรงจมูก ตรงคาง หรือตรงแก้มดี”

“ตรงไหนมันก็ไม่ดีสักที่ละ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะเว้ย!!

“งั้นเอาตรงกลางหน้าผากเลยละกัน”

“หยุดนะเว้ย สต็อปๆๆๆ กูบอกให้หยุดนะเว้ย อย่านะ อ๊ากกกกกกก”

“หึหึ คราวนี้คงเข็ดแล้วนะ ถ้ามึงยังทำตัวเกรียนอีก รับรอง ไม่ใช่แค่นี้แน่”

....

ขอจบการย้อนความแต่เพียงเท่านี้....

แล้วผมต้องแบกตัวเองกลับบ้านทั้งสภาพน่าอายแบบนี้ แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว ไอ้บ้านี่ก็ เล่นอะไรไม่รู้เรื่อง ด้วยความที่มันคงแค้นผมตั้งแต่ตอนให้ของบัดดี้แล้วละมั้ง มันเลยแกล้งผมด้วยวิธีนี้ ตอนนี้ผมได้แต่เดินคอตกเดินกลับบ้านด้วยคววามหมดอาลัยตายอยาก กลับถึงบ้านก็พยายามขัดจนหน้าผากแดงเถือกแล้วก็ยังออกไม่หมด ทำไมมันติดแน่นทนนานงี้วะ คอยดูเถอะ คราวหน้าผมจะแก้แค้นคืนกลับเอาหาสาสมเลย!


……………………………………………………………………

ต่อจ้า

นับจากวันนั้น นอกจากฉายาของผมที่พวกเพื่อนๆสุดรักยิ่ง(?) มักเรียกกันว่า ไอ้เตี้ยตอนนี้มีคำเพิ่มขึ้นมาอีก ทำให้ฉายาของผมเป็น ไอ้พายเตี้ยหมาตื่น(ยาวไปไหมวะ) ส่วนตัวการมันก็คงเดินลอยหน้าลอยตาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


ให้ตายสิ จะมีใครซวยเท่าผมไหมวะเนี่ย!!


เมื่อวานพอผมกลับไปบ้านก็เจอเรื่องน่าดีใจอย่างยิ่ง นั่นก็คือ น้าอันกลับมาแล้ว (หลังจากที่ไปต่างจังหวัดหลายวัน) ได้ของฝากกลับมาเพียบเลย ทำเอาอารมณ์ที่ขุ่นมัวหายเป็นปลิดทิ้งเลย แต่ก็ยังมีเรื่องแย่ๆ(ไม่สิ แย่มากๆ)เกิดขึ้นกับผมอีกแล้ว เรื่องที่ว่าก็คือ ไอ้เฟรนด์มันเป็นบัดดี้กับไอ้เทมป์ ถ้าจะถามว่า มันแย่ตรงไหน กับอีแค่ทั้งคู่เป็นบัดดี้กัน? มันแย่ตรงที่ว่าเวลาไอ้เทมป์มาหาไอ้เฟรนด์ (ไม่รู้จะมาหาอะไรบ่อยขนาดนั้น) มันมักจะหนีบไอ้คิงมาด้วยนี่สิ!!


แค่เห็นหน้ามันก็หงุดหงิดละ ยิ่งเวลาเห็นหน้าหล่อๆของมัน ผมนี่อยากจะเอานิ้วจิ้มให้เบ้าตาแตกเสียจริงๆเลย


“มึงเคยดูป่ะ เรื่องนี้ โคตรหนุกเลยนะเว้ย กูแนะนำๆ ไม่ได้ดูนี่พลาดสุดๆ”เสียงงุ้งงิ้งของคนข้างๆ ยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดเข้าไปอีก

“หรอวะ ไว้เดี๋ยวว่างๆกูจะดูละกัน”

“แล้วก็ เรื่องนี้ด้วย กูดูไตเติ้ลแล้ว CG แล้ว อย่างอลังการอ่ะ น่าดูโคตรๆ”

“แต่กูว่าเรื่องนี้สนุกกว่านะ พระเอกเล่นบทบู๊อย่างมันส์”

“เออว่ะ เรื่องนี้ก็น่าดู ตัดสินใจไม่ถูกเลยวะ มึงช่วยกูเลือกหน่อยดิ”


....คิดว่าบทสนทนาข้างบนนั้นเป็นของใครครับ ของผมกับไอ้เฟรนด์? โน่ว ของไอ้ปันไอ้ใหม่? ก็ไม่ใช่อีก  บทสนทนาข้างต้นที่กล่าวมานั้นคือ...ของไอ้เฟรนด์กับของไอ้เทมป์มันครับ


อ้อ ลืมบอก ตอนนี้พวกผมสี่คน ย้ำอีกครั้งนะครับว่าสี่คน กำลังเดินอยู่กลางห้างหรู เดินดูหนัง เข้าร้านเกมส์ หาไรกินกันไปเรื่อย ทั้งๆที่ความจริงตอนแรกผมกะจะมาซื้อเกมส์กับแค่สองคนกับไอ้เฟรนด์ เพราะไอ้ปันกับไอ้ใหม่มันกลับบ้านกันไปก่อนแล้ว แต่ดันมีคนเสนอหน้า อยากจะมาด้วย นั่นก็คือไอ้เทมป์ โดยอ้างว่า กำลังจะไปหาซื้อหนังมาดูเหมือนกัน เรื่องนี้ผมไม่ซีเรียส แต่ที่ผมซีเครียดเลยก็คือ...มันหนีบไอ้คิงมาด้วย!!


“ไมต้องทำหน้างี้ด้วย แค่กูมาด้วยมันแย่ขนาดนั้นเลยหรือไง มึงน่าจะดีใจนะ ที่มีบัดดี้หล่อๆลดตัวมาเดินด้วยเนี่ย”

คนอะไร หลงตัวเองฉิบหาย ถ้าไม่ติดว่าที่นี่คนเยอะนะ ผมล่ะอยากจะขอเตะก้านคอมันสักทีสองที แต่ก็ต้องพับความคิดนั้นเก็บใส่กระเป๋า


“เหอะ หล่อตายละ” ผมสบถเบาๆ ก่อนจะค่อยๆเขยิบออกห่างจากมัน เพราะว่าไอ้เฟรนด์มันเดินคู่กับไอ้เทมป์อยู่ ผมเลยต้องร่นลงมาเดินข้างไอ้คิงอย่างช่วยไม่ได้ ไม่อยากโดนเปรียบเทียบความสูง “แล้วนี่มึงจะเบียดกูอีกนานไหมวะ ทางก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ จะเบียดให้เป็นปลากระป๋องเลยหรือไง”

“ก็ทำตัวให้มันสูงๆหน่อยสิ เตี้ยขนาดนี้ ใครจะไปมองเห็นว่าอยู่ข้างๆ”


เอ๊ะ! ไอ้นี่ มีปัญหาอะไรกับเรื่องความสูงนักวะ ความจริงผมสูงไม่ต่างจากมันมากเลย ถ้ากะทางสายตาคือ ผมสูงประมาณปลายคางไอ้คิงมันมันเลยนะ (สรุปก็เตี้ยอยู่ดีสินะ : ไรเตอร์)


“ตาไม่ดีเองแล้วอย่ามาโทษคนอื่นได้ไหม แล้วก็ขอบอกไว้อีกครั้งว่า กูไม่ได้เตี้ย!” ผมรีบเดินให้ไวขึ้น จนนำขึ้นมาข้างหน้าไอ้คิงมัน

“ขาสั้นๆ ต่อให้เดินไว มันก็ไม่ทำให้ดูสูงขึ้นหรอกนะ” โอเค ผมต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่ง ที่จะไม่สนใจคนข้างหลัง ปล่อยให้มันบ่นต่อไปเป็นคนบ้าคนเดียวละกัน ไอ้เฟรนด์กับไอ้เทมป์สองคนมันก็ยังคงเลือกหนังกันอยู่ ไม่ได้สนใจผมกับไอ้คิงที่สาดกระสุนน้ำลายใสกันเลย

“เงียบงี้ แสดงว่ายอมรับความจริงสินะ”  อย่าสนใจมัน..อย่าสนใจ  ผมเดินไปอีกมุม เดินหาการ์ตูนดู อ่อ นอกจากติดเกมส์ ผมว่าผมน่าจะเคยบอกแล้วนะ ว่าผมติดการ์ตูนด้วย

“โตขนาดนี้แล้วยังดูการ์ตูนอีก ปัญญาอ่อนวะ” เย็นไว้ ปล่อยมันไป ก็แค่เสียงนกเสียงกาเดินมองหาเรื่องที่อยากดูไปเรื่อยๆ

“โอ๊ะ เพราะงี้นี่เอง ถึงไม่โตสักที” ยุบหนอ พองหนอ นารูโตะหนอ อยู่ไหน

“แล้วทำไมเด็กมันถึงไม่ใส่เสื้อผ้าวะ” เย็นเข้าไว้ ปล่อยมันไป….

“นี่ๆ ไอ้เตี้ย แล้วเรื่องนี้...”

“มึงหยุดกวนประสาทสักทีได้ไหม กูรำ... โอ๊ย! ” 


ด้วยความหงุดหงิด ผมเตรียมจะหันไปด่า แต่ด้วยความที่มันอยู่ข้างหลังผม เลยทำให้.. อย่า! อย่าคิดว่ามันจะเหมือนในละครที่แบบ นางเอกหันไปซบอกพระเอกแล้วเงยหน้ามองกันหวานหยดย้อย เพราะความจริงนั้นมันโหดร้ายกว่าที่คิด

“ไม่เห็นต้องทำร้ายร่างกายกูเลย หลายครั้งแล้วนะ” มันว่าพลางลูบคางมันป้อยๆ ส่วนผมก็เอามือลูบหัวบริเวณที่กระแทกกับคางมันเหมือนกัน ใช่แล้ว หัวผมนี่ล่ะ กระแทกกับคางมันดังโป๊กเลย!

“ก็แล้วใครใช้ให้มึงมายืนอยู่ข้างหลังกูล่ะ!

“สงสัยแว่นที่มึงใส่ คงจะไม่ฉายภาพความจริงเลยสินะ ถึงมองไม่เห็นว่าหัวมึงมากระแทกกู”

“ใส่แว่นแล้วมันเกี่ยวอะไรกับมองไม่เห็นวะ! มึงยืนขวางทางกูเอง กูก็เจ็บเหมือนกันเหอะ” มันยืนขวางหูขวางตาผมเองนี่ แล้วยังเอาคางมากระแทกหัวผมอีก (ความจริงคือหัวมันไปกระแทกคางเขาเองนะลูก : ไรท์เตอร์)

“แต่ก็เจ็บกว่านะ หัวมึงโคตรแข็งเลย”

“มึงอยากมายืนอยู่ข้างหลังกูเองนิ”

“มึงทำกูเจ็บ มึงต้องรับผิดชอบ”


รับผิดชอบ! ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไรสำออยชะมัด มันใช่เรื่องไหมวะเนี่ย แล้วผมก็ยังคงเถียงกับมันด้วยเรื่องไร้สาระสุดๆอยู่ตั้งนานสองนาน

“ประสาทแล้วมึง แค่นี้จะให้กูรับผิดชอบมึงยังไง ให้กูแต่งงานกับมึงเลยไหม ห้ะ ”

“ใครเขาอยากจะแต่งงานกับมึง กูยอมแต่งงานกับหมาดีกว่ามั้ง”

หนอย! มันหาว่าหมาดีกว่าผมอย่างนั้นหรอ

“ให้ตายกูก็ไม่เอามึงหรอก!

“แล้วกูบอกสักคำยังว่าจะเอามึงห้ะ ไอ้เตี้ย ว่าแต่ไอ้ที่กูเขียนนี่ ลบออกด้วยหรอวะ”


มันว่าผมเตี้ยไม่พอ ยังเอามือมาเปิดเถิกผมอีก! หมดความอดทนแล้วนะเว้ย


“หยุดว่ากูเตี้ยสักทีเถอะ มึงล่ะสูงตายห่า ไอ้เปรตวัดสุทัด!” ผมตะโกนใส่หน้ามันอย่างเหลืออด โดยลืมไปว่า... ตอนนี้เราอยู่กันกลางร้านวิดีโอ อื้อหือ สายตานับสิบคู่มองมาทางผมกันให้พรึ่บเลย

“พวกมึงนี่ หยุดกัดกันห้านาทีได้ไหม กูขอร้องละ” ไอ้เฟรนด์รีบปลี่เข้ามาลากพวกผมออกจากร้านทันที เหอะ ผมทำสงครามน้ำลายกับมันจนเกือบจะตั้นหน้ามันอยู่แล้ว เพิ่งจะเห็นหรอวะ

“งั้นมึงบอกให้มันเลิกกวนประสาท เลิกว่ากูสักทีสิ”

“ใจเย็นมึง ใจเย็น เดี๋ยวค่อยไปกัดกันนอกรอบ” ไอ้เฟรนด์มันลากผมออกห่างจากไอ้คิง ส่วนไอ้คิงมันก็มองหน้าผมอย่างไม่สบอารมณ์เช่นกัน

“ไม่รู้ละ กูไม่ดงไม่เดินมันละ กูจะกลับบ้าน มึงต้องไปส่งกูเดี๋ยวนี้เลย” ผมหันไปบอกไอ้เฟรนด์ มันทำหน้ากระอักกระอ่วนใจ คงไม่อยากให้ผมมีเรื่องละ แน่นอน ผมก็ไม่อยากมีเรื่องกับไอ้คิงมันหรอก เพราะว่ามันก็ต้องซวยไปด้วยเพราะไม่ห้ามผม 

“เอ่อ...คือ...กูมีเรื่องสำคัญจะบอกมึงว่ะ ไอ้พาย”

“หื้ม?” ผมหันไปมองหน้ามันงงๆ

“กูว่าจะให้ไอ้คิงไปส่งมึงสักหน่อยน่ะ แหะๆ พอดีกูไม่ว่าง ต้องไปหาเจ้เฟียร์อ่ะสิ”

“ห้ะ!”/“ห้ะ!


ทั้งผมทั้งไอ้คิงร้องออกมาพร้อมกัน จะให้ไอ้คิงเนี่ยนะไปส่งผม! ทั้งๆที่ตอนขามาผมมาพร้อมไอ้เฟรนด์แท้ๆ ให้ตายผมก็ไม่กลับกับมันเด็ดขาด!


สรุปว่าตกลงใช่ไหม โอเค งั้นกูไปละ ส่งมันให้ถึงบ้านด้วยนะ ฝากด้วย!” ไอ้เฟรนด์ไม่ฟังคำตอบ แต่สรุปเองเสร็จสรรพเสร็จแล้วก็วิ่งแจ้นออกไปทันที ผมได้แต่ยืนงงมันอยู่อย่างนั้นล่ะ

“งั้นกูกลับละ บาย”


ไอ้เทมป์ก็อีกคน เอ่ยเรียบๆแล้วก็เดินจากไป ตอนนี้เหลือแค่ผมกับมันเท่านั้นละ

สรุปแล้วผมต้องกลับกับมันจริงๆหรอวะ?

 

つづく

Talk 

           อืม 100% จ้าสำหรับตอนนี้ มาแล้วนะมาแล้ว แว่บมาลงให้ก่อน จะนั่งทำงานต่อแล้ว ฮรืออ งานเยอะจัง ใกล้สอบแล้วงานยิ่งเยอะอ่ะ ทำไงดี T_T พิมพ์ต่อไม่ค่อยออกเลยช่วงนี้ หัวสมองตื้อมากๆ

           เอาล่ะ พูดถึงตอนนี้ ไม่สิ พูดถึงตอนหน้าดีกว่า แอบบอกไว้นิด ตอนหน้านุ้งพายเราจะ...จะอะไรหว่า หืม ไม่รู้สิ ฮ่าๆๆๆๆๆ อยากรู้ต้องอ่านจ้ะ ความจริงแล้วพายไม่ได้เตี้ยเท่าไหร่หรอกเนอะ แค่167เอง เนอะ ไม่ได้อยากทำร้ายนะ ไม่อยากเลย แล้วก็ สุดท้ายนี้ ทุกความคิดเห็น เป็นกำลังใจให้คนแต่งค่ะ
 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

2,204 ความคิดเห็น

  1. #1268 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 20:23
    พายน้อยผู้น่าฉงฉาน5555 ขึ้นรถเมล์เรยลูก เราว่าเฟรนด์กะเทมป์มันต้องมีไรใขก่อไผ่เป็นแน่ แร้วก้อ ปันกะใหม่กะด้วย ฮึ่ม!! -^-?
    #1268
    0
  2. #481 sundaymorning3841 (@sunshine3841) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 20:18
    ทะเลาะกันบ่อยๆงี้ลูกหลานก็เต็มบ้านเลยสิคะคิงพาย อิอิ 5555555555555555
    #481
    0
  3. #36 MintGo (@shichina02) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 22:57
    พายกับคิงจะกัดกันทำไมคะลูก กดกันดีกว่านะ 

    เรื่องไม่หื่น แต่คนอ่านหื่น 5555
    #36
    0