[END] Buddy Conflict! กัดกันดีนัก...รักกันดีกว่า[Yaoi]

ตอนที่ 69 : ตอนที่ 63 : ข่าวร้ายที่มี ข่าวดีซ่อนอยู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,090
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    5 ธ.ค. 58


ยังคงเหมือนเดิม เพิ่งเติมคืออยู่คนเดียว



      ตอนที่ 63 ข่าวร้ายที่มี ข่าวดีซ่อนอยู่


 

 

คิงไม่มาโรงเรียนหลายวันแล้ว....



'ฉันหวังว่าเธอจะคิดได้ว่าควรทำอย่างไร ถ้าเธอรักลูกชายฉันจริง รีบเดินออกมาก่อนที่มันจะสายไป'




ประโยคสุดท้ายที่พ่อของไอ้คิงพูดกับผม มันยังตราตรึงอยู่ในหัวสมอง เล่นซ้ำไปซ้ำมาเหมือนมีใครมากดรีเพลย์ประโยคนั้นอยู่ซ้ำๆ ผมรู้ว่าผมควรตัดใจ ควรลืมเรื่องราวที่เกี่ยวกับอีกฝ่ายให้หมดทุกอย่าง ในเมื่อผมเป็นคนตัดสายสัมพันธ์ให้ขาดสะบั้นด้วยมือผมเองแท้ๆ แต่ถึงยังไง ผมก็อดไม่ได้ที่จะรับรู้เรื่องราวของอีกฝ่ายอยู่เงียบๆ


ตุ้บ


เสียงเตะลูกฟุตบอลดังทั่วไปหมด ขณะนี้เป็นเวลาห้าโมงครึ่ง ท้องฟ้าเริ่มมืด ตอนนี้ผมนั่งฟังเพลงอยู่ใต้ต้นไม้แถวๆบริเวณสนามบอล ไม่แปลกที่จะได้ยินเสียงกระทบของลูกบอลดังไปมา ขอแค่มันไม่ลอยมาโดนหัวผมก็พอ


ปกติเวลานี้ผมควรจะทำงานอยู่ที่ร้านเบเกอรี่ของน้าอัน พอเขารู้ว่าผมเพิ่งประสบอุบัติเหตุมา เขาก็ไม่ยอมให้ผมทำงานต่อ และม๊าผมก็โอนเงินมาให้ใช้เหมือนเดิมแล้ว เลยทำให้ตอนนี้ผมว่างมาก และก็ไม่รู้จะไปไหน


ตั้งแต่มีไอ้คิงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผม มันก็ทำให้ผมลืมไปเลยว่าแต่ก่อนการใช้ชีวิตในแต่ละวันมันเป็นยังไง ทั้งๆที่ปกติ ผมสามารถเล่นเกมส์ทั้งวันได้ ไม่เคยเบื่อ แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแลิว มันเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตของผมจนรวนไปหมด ผมอยากกลับห้องไปนั่งจมอยู่กับความคิดตัวเองเหมือนเมื่อก่อน กลับไปนั่งเล่นนอนเล่นที่ร้านน้าอัน หรือไปเดินห้องตากแอร์เย็นๆ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะทุกๆที่มีความทรงจำของผมอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม


"พาย ใช่พายป่ะ"


ผมหันตามไปตามเสียงเรียก ก็เจอร่างสูงในชุดบอลที่ตัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก พี่เอกนั่นเอง ถ้าใครจำไม่ได้ก็ลองแกล้งๆย้อนกลับไปอ่านดูนะ (คนเขียนก็จำไม่ได้ ฮา) เขาเดินมาพร้อมกับขวดน้ำในมือ คาดว่าเพิ่งจะซ้อมบอลกันเสร็จนั่นล่ะ


"ครับ" ผมพยักหน้าแล้วถอดหูฟังออก


"เกือบจำไม่ได้แหน่ะ ปกติเห็นใส่แว่นไม่ใช่หรอ?" พี่เอกถามแล้วนั่งลงบนโต๊ะข้างๆผม


"พอดีแว่นผมเพิ่งพังไป เลยไม่ได้ใส่มาน่ะครับ"


"อ๋อ.."


พี่เอกว่าแล้วนั่งลงข้างๆผม เราต่างฝ่ายต่างเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา พี่เอกเลยทำลายความเงียบลง


"แล้วนี่ทำไมยังไม่กลับบ้านอีกล่ะ เย็นขนาดนี้แล้ว"


"ผมยังไม่อยากกลับตอนนี้ กลับไปก็..." คงร้องไห้อีก เหมือนทุกๆวัน


"ก็?"


"....ก็ไม่มีอะไรทำไง" ผมว่าแล้วทำเป็นยิ้ม


พี่เอกพยักหน้า ความเงียบเข้าปกคลุมเราสองคนอีกครั้ง ผมไม่ได้สนิทอะไรกับพี่เขาขนาดนั้น เคยเจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง และทุกครั้งที่เจอ เขามักทำผมเจ็บตัวเสมอ


"พาย" พี่เอกเรียกชื่อผม


"ครับ?"


"พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม"


"ก็ถ้าผมตอบได้อ่ะนะ"


พี่เอกทำท่าลังเลนิดหน่อยว่าจะถามดีไหม สุดท้ายเขาก็พูดมันออกมา


"พายกับคิงเนี่ย เอ่อ... ไม่ใช่แค่เพื่อนกันใช่ไหม?”


กึก


ผมชะงักนิดหน่อย


แบบ.. พี่ก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องอะไรพวกนี้หรอก แต่ดูจากการกระทำแล้ว มันเกินกว่าที่เพื่อนคนหนึ่งจะห่วงกันแล้วล่ะ ....พี่ถามอะไรละลาบละล้วงเกินไปหรือเปล่า"


"ไม่..ไม่หรอกครับ" ผมส่ายหัวปฏิเสธ "ก็อย่างที่พี่คิดล่ะ ถ้าแต่ก่อนก็ใช่ ผมกับมันไม่ได้เป็นแค่เพื่อนกัน ....แต่ตอนนี้ไม่แล้ว..."


"หมายความว่ายังไง?"


"ผมเลิกกันแล้ว"


“หืม เลิกกันแล้วหรอ เลิกกันได้ไง”


ผมไม่รู้จะตอบพี่เขายังไง ก็เลยยกเหตุผลเดิมขึ้นมาอ้าง “ก็ผมไม่ได้รักมันแล้ว”


พี่เอกถึงกับหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ ปฏิกิริยาตอบรับของเขาทำให้ผมแปลกใจ จู่ๆเขาก็หัวเราะขึ้นมาเฉยเลย ผมได้แต่ขมวดคิ้วแบบงงๆ


โกหกไม่เนียนเลยนะ


เคยรู้สึกเหมือนถูกใครสักคนเอาตะปูมาตอกลงกลางหัวใจป่ะ นั่นล่ะ ที่ผมกำลังรู้สึก พี่เอกพูดได้ถูกจุดจนผมได้แต่เม้มปากแน่น


“ทำไมถึงคิดว่าผมโกหกล่ะ”


อาการผมมันดูออกง่ายขนาดนั้นเลยหรอ?


“ไม่รู้สิ ลองส่องกระจกมองหน้าตัวเองตอนพูดประโยคเมื่อกี้สิ ต่อให้ไม่ใช่พี่ ใครๆก็ดูออกทั้งนั้นล่ะว่าเรากำลังโกหกอ่ะ”


“...”


“โกหกคนอื่นได้ แต่โกหกตัวเองไม่ได้หรอก” พี่เอกลุกขึ้น แล้วเอื้อมมือมาดึงผมให้ลุกขึ้นเช่นกัน  “นี่ก็เย็นมากแล้ว พี่ว่าเรารีบกลับบ้านเถอะ มานั่งซึมแบบนี้ก็ไม่ช่วยอะไรหรอกนะ”


เขาหันมาบอกลาผม แล้วเดินกลับไปหยิบกระเป๋าตัวเอง ยังไม่ลืมที่จะหันมาโบกมือลาผมอีกครั้ง พอพี่เอกไปแล้ว ผมเลยหันไปหยิบกระเป๋าของตัวเอง เพื่อที่จะกลับบ้านบ้าง


การดำเนินชีวิตในแต่ละวันของผมมันก็เหมือนเดิมล่ะ แต่ไม่เหมือนเดิมก็ตรงที่


เหลือแค่ผมคนเดียวในตอนนี้....


..........................................................................

(ต่อค่ะ)


“กลับมาแล้วครับ”


“อ้าว พาย กลับมาแล้วหรอจ้ะ ทำไมวันนี้กลับดึกจัง”


น้าอันที่กำลังจัดจานอยู่บนโต๊ะหันมาถามผมด้วยความเป็นห่วง เขาเพิ่งกลับมาเมื่อไม่กี่อาทิตย์เอง หลังจากได้ข่าวว่าผมประสบอุบัติเหตุนั่นล่ะ


“อ๋อ ผมช่วยเพื่อนทำงานอยู่อ่ะครับ” ผมโกหกออกไป อิ้งค์ละสายตาจากที่วีแล้วมองผมเล็กน้อย ก็จะหันกลับไปสนใจทีวีต่อ


“หรอ งั้นไปล้างไม้ล้างมือรีบมากินข้าวซะนะ เดี๋ยวจะเย็นซะก่อน อิ้งค์ก็ด้วย มากินข้าวเร็ว เดี๋ยวแม่ต้องรีบไปธุระต่อ”


“ค่า~”


อิ้งค์ว่าแล้วก็ลุกไปล้างมือ


“เพิ่งมาได้สามวันเอง น้าอันจะไปอีกแล้วหรอ”


“คราวนี้งานด่วนจริงๆ ฝากพายกับอิ้งค์ช่วยเฝ้าบ้านให้ด้วยนะ ถ้ามีอะไรก็รีบโทรมาบอกน้านะ”


น้าอันว่าเสร็จก็เดินขึ้นไปชั้นบนทันที คงขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าล่ะมั้ง ผมเลยวางกระเป๋าไว้บนโซฟา เดินสวนกับอิ้งค์ที่ล้างมือเสร็จพอดี อิ้งค์มองหน้าผมเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่พูด พอล้างมือเสร็จเราสองคนก็นั่งกินข้าวกันเงียบๆสองคน


"กินแค่นั้นมันจะไปอิ่มได้ไง"


เพราะผมเอาแต่เขี่ยข้าวไปมา ข้าวในจานมันก็ยังไม่หมดสักที และที่ผมกินเข้าไปมันยัฃไม่ได้หนึ่งในสามของจานเลยด้วย อิ้งค์เลยดุผม


"ก็ไม่หิวนี่...."


"ไม่หิวแกก็ต้องกิน"


"แต่..."


"ไม่ต้องมาตง มาแต่ แกกินเท่าแมวดมแบบนี้ไง น้ำหนักถึงได้ลดฮวบจนแทบจะปลิวลม ฉันยังมีน้ำมีนวลกว่าแกอีก"


ไม่ว่าเปล่ายังโชว์พุงอันแสนแบนราบที่ไม่ได้มีน้ำมีนวลอย่างที่เจ้าตัวว่าโชว์ผมอีก คาดว่าอิ้งค์ต้องบ่นผมอีกยาวแน่ ผมเลยต้องจำใจหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวเข้าปากอีกครั้ง น้าอันทำอาหารอร่อย ผมชอบกินฝีมือเขา แต่ทำไมวันนี้ผมกลับไม่ได้สนใจรสชาดอาหารมื้อนี้เลยแม้แต่น้อย


"อิ่มแล้ว.. คราวนี้อิ่มจริงๆ ฝืนกินต่อพายอ้วกแน่"


ช้อนและส้อมถูกรวมวางไว้ อิ้งค์จ้องหน้าผมนิ่งๆ ผมเลยทำท่าจะลุกขึ้นเอาจานไปเก็บ กลับโดนอิ้งค์กดไหล่ให้นั่งลงเหมือนเดิม ก่อนจะถอนหายใจออกมา


“เฮ้อ.... ถามจริง แกเป็นอะไรกันแน่ช่วงนี้”


“ก็ไม่ได้เป็น...”


“อย่ามาบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ฉันไม่ได้โง่นะ แกก็รู้ตัวนี่ว่าตัวเองโกหกไม่เก่ง อย่าทำตัวแบบนี้สิ คิดว่าฉันไม่รู้หรอว่าแกเป็นคนยังไง มีอะไรก็บอก ไม่ใช่เอาแต่เก็บเงียบ คิดเองอยู่คนเดียว”


ผมกำลังจะอ้าปากเถียง แต่ก็ถูกอิ้งค์พูดดักไว้เหมือนสังเกตผมมานานแล้ง เรื่องที่ผมกับคิงเลิกกันแล้วผมยังไม่ได้บอกอิ้งค์  ทั้งๆที่ผมพยายามทำตัวปกติทุกอย่าง ใช้ชีวิตตามปกติ แต่คนหูตาไวแบบอิ้งค์น่ะ แปปเดียวก็รู้แล้วว่าผมกำลังไม่ปกติ


“ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าแกสองคนทะเลาะกันเรื่องอะไร... แกจะเอาความรู้สึกส่วนนั้นมาทำร้ายร่างกายตัวเองทำไม ถึงแกไม่ห่วงตัวเอง แต่แกก็ต้องนึกถึงความรู้สึกของคนอื่น ที่เขาเป็นห่วงแกด้วย ฉันเป็นห่วงแกนะ...”


หมับ


อิ้งค์ดึงผมเข้าไปกอด แล้วลูบหัวผมเบาๆ แค่นั้นมันก็มากพอที่จะทำให้น้ำตาผมไหลออกมาไม่หยุด


“ฮึก... พายเลิกแล้ว...พายเลิกกับคิงแล้วอ่ะอิ้งค์...ฮึก พายบอกเลิกมันเองแท้ๆ แต่ทำไมมันเจ็บจังวะ ฮึก พายควรทำไงดีอ่ะอิ้งค์ พายควรทำไง...”


“แล้วแกบอกเลิกมันทำไมล่ะ” อิ้งค์ถาม แต่มือก็ยังคงลูบหัวผมอยู่


ผมส่ายหน้าไปมา จนน้ำตาเปียกชุ่มเต็มไหล่อิ้งค์


“พายไม่ได้อยากเลิกเลย ฮึก...พายไม่ได้อยากเลิก...”


เสียงผมอู้อี้ไปหมด แต่ก็ยังคงเล่าเรื่องทั้งหมดให้อิ้งค์ฟัง ตั้งแต่เรื่องที่เจอพ่อของไอ้คิง แล้วก็โดนขอร้องให้เลิกกับลูกชายเขาด้วย ผมเล่าให้อิ้งค์ฟังจนจบทั้งๆที่น้ำตาไหลไม่หยุด


“หยุดร้องไห้ได้แล้ว ร้องไห้เป็นเด็กๆไปเลย” มือขาวบางเกลี่ยน้ำตาออกจากหางตาให้ ไม่มีทางที่คนอย่างอิ้งค์จะทำอย่างถนุถนอมแน่ เพราะสิ่งที่ทำคือใช้นิ้วโป้งปาดปื้ดแรงๆ “ก็พอจะรู้ว่าแหล่ะว่าแกสองคนมีเรื่องอะไรกัน ฉันได้ยินเสียงแกร้องไห้ทุกคืนนั่นล่ะ แต่ไม่คิดว่าจะเรื่องใหญ่ขนาดนี้”


เพราะแบบนี้ ผมถึงไม่รู้จะทำยังไง ถึงกลับบ้านมา ก็อดไม่ได้ที่จะนั่งร้องไห้อยู่ดี ไม่ว่าจะทำอะไร ผมก็คิดถึงมันตลอด คิดถึงคนที่ผมบอกเลิก ถึงคนที่ผมพูดจาทำร้ายจิตใจ แต่ในใจตรงข้ามทุกการกระทำ พยายามทำตัวให้ชิน กับการกลับมาใช้ชีวิตเดิมๆ แต่ก็ยังทำไม่ได้ ทุกครั้งที่ล้มตัวนอนและหลับตาลง ก็มักจะเห็นใบหน้าอันแสนคุ้นเคยมาปรากฏให้เห็นตลอดเวลา รู้ตัวอีกทีน้ำตาก็ไหลไม่หยุด แต่การร้องไห้เป็นวิธีการเดียวที่จะทำให้ผมหลับได้ ร้องจนหมดแรงนั้นล่ะ...


หลังจากที่ระบายเรื่องที่อึดอัดในใจให้อิ้งค์ฟังแล้วก็เริ่มรู้สึกสบายใจขึ้นนิดหน่อย อิ้งค์ลูบหัวผมเบาๆ วันนี้ดูใจดีผิดปกติ ถ้าเป็นแต่ก่อน ต้องบ่นเรื่องที่ผมร้องไห้แถมยังทำเสื้ออิ้งค์เปื้อนแล้วแน่ๆ


“แล้วก็... ฉันไม่รู้ว่าจะพูดเรื่องนี้กับแกดีไหม ตอนแรกเฟรนด์มันบอกไม่ให้ฉันบอกแก กลัวแกจะไม่สบายใจ แต่พอเห็นแบบนี้แล้ว ฉันว่าฉันควรจะบอกล่ะ”


“หื้อ? เรื่องอะไรหรอ?”


มืออิ้งค์เลื่อนมากอบกุมมือทั้งสองข้างผมเบาๆ


“คิง... เข้าโรงพยาบาล...”


ขะ..เข้าโรงพยาบาล!!


“มะ...มันเป็นอะไร ทำไมพายไม่รู้เรื่องเลย....”


แค่ได้ยินว่าเข้าโรงพยาบาล ผมก็หายใจไม่ทั่วท้องแล้ว คนร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคอย่างไอ้คิงเนี่ยนะเข้าโรงพยาบาล แทบจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย แสดงว่ามันต้องร้ายแรงจริงๆ


“เท่าที่พอรู้ว่า เห็นเทมป์บอกว่าร่างกายขาดสารอาหาร เพราะเอาแต่ดื่มเหล้า ที่ไม่มาโรงเรียนเพราะนอนซมอยู่ที่ห้องคนเดียว”


“เป็นตั้งแต่ตอนไหน มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง แล้ว...แล้วตอนนี้มันเป็นไงมั่งอ่ะ” ผมถามเสียงสั่น ตาร้อนผ่าวเหมือนนจะร้องไห้อีกรอบ


“ตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้ว แต่ไม่รู้ว่าฟื้นหรือยัง คงน่าจะฟื้นแล้วล่ะ แล้วก็ที่คนอื่นไม่บอกแก เพราะกลัวแกจะคิดมาก และก็โทษตัวเองไง"


"….แต่มันเป็นความผิดพายจริงๆนะ ถ้าพายไม่ยอมทำตามที่เขาข้อร้อง เราก็ไม่ต้องเลิกกัน คิงก็ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล พายผิด เป็นความผิดพายทั้งหมดนั่นล่ะ แล้วทำไมถึงไม่มีใครยอมบอกเรื่องนี่กับพายเลย ทำไม.."


ผมทั้งกังวล ทั้งกลัว กลัวว่ามันจะเป็นอะไรไป และรู้สึกโกรธที่ทุกคนปิดเรื่องนี้เอาไว้ ทำไมถึงไม่มีใครบอกผมเลยสักคนล่ะ


"เห็นไหม เพราะแบบนี้ไง ถึงไม่มีใครบอก บอกไปแกก็คิดมาก.. เอาเถอะ ถึงยังไงมันก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ที่เฟรนด์มันไม่ยอมบอกแก ก็เพราะอยากให้แกทำใจเรื่องคิงได้เร็วๆ ไม่ต้องรับรู้เรื่องของอีกฝ่าย มันพยายามช่วยแกเท่าที่ทำได้ แต่ฉันรู้ว่ายังไงความรู้สึก มันห้ามกันไม่ได้ง่ายๆหรอก"


ที่อิ้งค์พูดมาก็ถูก ที่เฟรนด์มันไม่ยอมบอกเรื่องนี้มันก็ทำเพื่อผม ในเมื่อผมเป็นคนบอกเลิกไอ้คิง ถ้าจะตัด ก็ต้องตัดให้ขาด แต่เป็นผมเองที่ตัดไม่ขาดซะมากกว่า ความรู้สึกของผมในตอนนี้ มันตีกันมั่วไปหมด อยากจะลืม แต่ในใจมันลืมไม่ได้ อยากจะหยุดรัก แต่หัวใจกลับร่ำร้องหา


ผมควรจะทำยังไงกับความรู้สึกนี้ดี


ทำตามหัวใจ ...หรือทำในสิ่งที่ถูก


"....งั้นพายไปเยี่ยมมันได้ไหม"


อย่างน้อยก็ขอแค่ได้เห็นกับตาว่ามันไม่เป็นอะไรมาก


“ฉันให้แกไปเยี่ยมได้ แต่นับจากวันนี้ไป ต้องไม่ร้องไห้อีก”


“...”


“สัญญาสิ ว่าจะทำให้ได้”


“ได้.. พายสัญญา”


ผมจะต้องเข้มแข็ง ผมจะไม่ร้องไห้อีก


..................................................................................


ตอนนี้ผมยืนอยู่หน้าห้องผู้ป่วย แต่ยังไม่ได้เข้าไป


วันนี้ผมมาคนเดียว ไม่ได้บอกใคร แค่บอกอิ้งค์ว่าจะไปซื้อของ กับไอ้เฟรนด์ผมก็ไม่ได้บอกมัน ในเมื่อมันไม่อยากให้ผมรู้ ผมก็จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่อไป และที่วันนี้ผมมาคนเดียว มันมีเหตุผล


แกร๊ก


เปิดประตูเข้าไปก็เห็นร่างสูงนอนอยู่บนเตียง แค่เห็นจากตรงนี้ก็ดูรู้เลยว่าอีกฝ่ายร่างกายซูบผอมขนาดไหน


ผมเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างๆเตียง มือเรียวเอื้อมไปกอบกุมมือของคนที่นอนหลับอยู่บนเตียง มือที่เคยใหญ่และแข็งแรงจนสามารถกอบกุมมือผมได้มิด และคอยให้ความอบอุ่น ตอนนี้ซูบผอมจนแทบไม่เหมือนคนเดิม แค่ได้สัมผัสกันเบาๆน้ำตาผมก็ไหลอีกแล้ว


ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมก็ไม่อยากเลิก ทั้งๆที่มันบอกให้เชื่อใจ และหาทางแก้ปัญหาไปด้วยกัน แต่ผมกลับหนีปัญหา โดยการบอกเลิกมัน เพื่อหวังว่ามันจะได้มีอนาคตที่ดี แต่ถ้าต้องแลกมากับการที่ได้เห็นมันนอนป่วยอยู่โรงพยาบาลแบบนี้ ผมไม่เอา


ขอโทษ ที่ทำให้กลายเป็นแบบนี้


“กูขอโทษ..ฮึก...รีบๆกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม มึงที่กูรู้จักไม่ใช่แบบนี้...ไม่ใช่...ฮึก”


มือผมลูบหลังมืออีกฝ่ายเบาๆ และลูบอยู่แบบนั้นนานขนาดไหนก็ไม่รู้ จนได้ยินเสียงประตูเปิดเข้ามา


แกร๊ก


พอหันไปมองเห็นบุคคลที่ปรากฏตัวขึ้นปุ๊บ ผมรีบปล่อยมือที่จับไว้อยู่ทันทีราวกับเป็นของร้อน เพราะคนที่เข้ามาในห้องนี้ ไม่ใช่หมอ หรือพยาบาล


แต่เป็นพ่อของไอ้คิง...


“ผม..ผมขอโทษ ผม..เอ่อ...ขอตัวก่อนนะครับ”


ผมรีบลุกขึ้นทันที และใช้หลังมือปาดคราบน้ำตาที่ไหลอยู่ กำลังจะก้าวออกจากห้อง แต่ก็ถูกเขาเรียกไว้ซะก่อน


“เดี๋ยวก่อน”


“..ครับ”


เขายืนจ้องผมอยู่แบบนั้นด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ยิ่งทำให้ผมทำตัวไม่ถูก หรือเขาไม่พอใจที่ผมยังมายุ่งกับลูกชายเขาอยู่


“เธอน่ะ...” เขาเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ๆก็หยุดพูดไปซะอย่างนั้น “ไม่มีอะไร”


“...งั้น ขอตัวก่อนนะครับ”


ผมยกมือขึ้นไหว้ ถึงจะรู้ว่าเขาไม่สนใจก็ตามแต่ พอออกมากจากห้อง พ้นสายตาของคนๆนั้น ผมก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก นึกว่าจะโดนว่า หรือโดนคำพูดทำร้ายจิตใจกันอีก บอกเลย ผมคงทนไม่ไหวแน่


วันนี้มาเยี่ยมไอ้คิงที่โรงพยาบาลก็จริง แต่เหตุผลจริงๆที่ผมมาที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องนี้หรอก


กระดาษสีขาวแผ่นหนึ่งถูกหยิบขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงที่ผมพับเก็บเอาไว้


ก่อนจะเดินตรงไปที่แผนก จักษุ


…………………………………………………………

(ต่อจ้า)


เด็กคนนั้นเดินออกจากห้องไปแล้ว


ชายในร่างภูมิฐาน ที่ถึงแม้จะอายุเยอะแล้วแต่ก็ยังคงความหนุ่มเอาไว้ทั้งหน้าตาและรูปร่าง เขายืนมองเด็กคนนั้นเดินออกไปจนสุดสายตา ก่อนจะหันกลับมามองลูกชายของเขาที่นอนป่วยอยู่บนเตียง และถอนหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน


เมื่อวันก่อน ลูกชายเขาฟื้นขึ้นมารอบนึงแล้ว แต่ก็ไม่พูดอะไร ไม่แม้แต่จะมองหน้าเลยด้วยซ้ำ หมอถามคำก็ตอบคำ แต่ที่ตอนนี้ยังหลับอยู่ คงเป็นเพราะพยาบาลคงเพิ่งให้ทานยาไป ความจริงสามารถออกจากโรงพยาบาลเลยก็ได้ แต่เขากลัวว่าลูกชายยังไม่หายดีเลยต้องให้อยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกสักนิด


ในสายตาหลายๆคน อาจจะมองว่าเขาใจร้าย เขาเจ้าเล่ห์ แต่ไม่มีใครรู้หรอก ว่าสิ่งที่ทำไปทุกอย่าง มันมีเหตุผล


ที่เขาไม่อยากให้ลูกชายตัวเองคบกับผู้ชาย นั่นก็เพื่อตัวของลูกชายเขา เขาไม่อยากให้ใครมาดูถูกลูกชายของเขา อีกทั้งในอนาคต ทั้งคิวและคิง ทั้งคู่ต้องมารับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัว เขาไม่อยากให้คนอื่นมองลูกชายของเขาในแง่ลบ โดยไม่ได้นึกถึงความรู้สึกของลูกชายเขาในตอนนี้เลย ว่ามันเป็นยังไง


อีกทั้งการคบกับผู้ชายกันเอง ดูยังไงแล้วมันก็ไม่มั่นคงพอ ทั้งคู่จะประคับประคองกันได้ถึงไหน นั่นล่ะ คือสิ่งที่เขากลัว เขากลัวลูกชายจะต้องมาเสียใจกับการเลือกความรักที่ผิดพลาด


และอีกเหตุผลหนึ่ง ที่เขาไม่อยากให้ลูกชายมีแฟนเป็นผู้ชาย นั่นก็เพราะเขาอยากให้ลูกชายเขามีอนาคตที่ดี ได้คบกับผู้หญิงที่เขาเลือกให้ในอนาคต ถึงแม้ตอนนี้อาจจะไม่ใช่หนูจีนแล้วก็ตาม แต่ในอนาคต เขาต้องมีลูกสะใภ้ที่ดีพร้อมสำหรับลูกชายเขาแน่ๆ นั่นก็เพราะ เขาไม่อยากให้ลูกชายเขาต้องมาซ้ำรอยเรื่องในครอบครัวเขาในอดีต


ไม่มีใครในครอบครัว นอกจากภรรยาของเขาที่รู้ ว่าแท้จริงแล้ว กว่าจะมาถึงจุดๆนี้ได้ กว่าจะได้มาเป็นนักธุรกิจหนุ่ม เจ้าของกิจการหลายอย่าง กว่าจะมามีชื่อเสียงได้ขนาดนี้ ในอดีต เขามันเป็นแค่เด็กกำพร้า...ไร้ครอบครัว


จะเรียกว่ากำพร้าก็ไม่เชิง เขามันก็แค่เด็กที่พ่อแม่ไม่สนใจ เกิดมาจากความผิดพลาด ถูกเลี้ยงมาแบบไร้ความรัก ถูกทำร้ายสารพัด ถูกด่าทอตลอดเวลาและถูกเฉดหัวทิ้งไว้ที่บ้านเด็กกำพร้าในวัยเจ็ดขวบในที่สุด


เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเด็กโชคร้าย ไม่มีใครต้องการ แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีคนมาอุปการะเขาไปเลี้ยงดูตอนเขาอายุสิบสอง เป็นหนุ่มสาวเศรษฐีคู่หนึ่ง พวกเขาทั้งคู่เคยมีลูกชาย แต่ด่วนจากไปด้วยโรคร้าย และฝ่ายหญิงไม่สามารถมีลูกได้อีก เลยมาขอรับเขาไปเป็นบุตรบุญธรรม


ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาอยู่ในครอบครัวนี้ เขาได้รับสิ่งต่างๆมากมาย ได้รับความรัก ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี ถึงแม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่เขาทั้งคู่ไม่เคยคิดว่าเขาไม่ใช่ลูกเลยสักครั้ง นั่นทำให้เขารักทั้งสองคนนี้มาก และไม่อยากทำให้พวกเขาทั้งคู่เสียใจ


เขาได้เรียนหนังสือ และตั้งใจเรียนอย่างหนัก จบมาก็ทำงานในเครือของพ่อและแม่บุญธรรมเขา ไต่เต้าขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์ จนมาถึงจุดสูงสุด  ได้รับตำแหน่งและรางวัลมากมายในฐานะทางธุรกิจ เขาไม่เคยทำให้พ่อแม่ผิดหวังเลยสักครั้ง ...แม้กระทั่งคู่ครอง


ลูกก็โตขนาดนี้ เราไม่คิดเรื่องคู่ครองบ้างหรือ


ผมอยากอยู่ดูแลคุณพ่อกับคุณแม่ตลอดไป ไม่จำเป็นต้องมีคู่ครองก็ได้ครับ


แต่อย่างน้อยลูกก็น่าจะคิดเรื่องนี้ไว้บ้างก็ดีนะ เผื่อเราอยากจะสร้างครอบครัวของเราเอง ยังไงพ่อกับแม่ก็อยู่กับเราเสมอล่ะ


ครอบครัวของผมก็อยู่นี่แล้ว ทำไมผมต้องสร้างครอบครัวอีกด้วยล่ะ


ที่เขาถามแบบนั้นออกไป ไม่ได้ประชดประชันแต่อย่างใด เขาแค่กลัวการที่จะมีครอบครัว กลัวว่าจะกลายเป็นเหมือนพ่อกับแม่แท้ๆของเขาในตอนเด็ก


แม่รู้ ว่าลูกอยากดูแลพ่อกับแม่นะ ถ้าวันใดวันหนึ่ง พ่อกับแม่ไม่อยู่ขึ้น แล้วลูกก็ต้องอยู่คนเดียว แม่ไม่ว่าหรอกนะ ยังไงแม่ก็เคารพการตัดสินใจเสมอ แต่แม่อยากให้ลูกได้มีคู่ครองที่ดี ได้สร้างอนาคตที่ดีด้วยกัน เพื่อที่ว่าในอนาคตจะได้มีคนมาอยู่ดูแลในยามที่เราเจ็บป่วย เหมือนอย่างที่ลูกดูแลแม่ในตอนนี้ไง


แต่ผม...


ถ้าจะถามว่าผมมีผู้หญิงที่ผมชอบไหม ก็มี แต่ผมยังไม่คิดเรื่องคู่ครองในอนาคตสักเท่าไหร่


เธอเป็นผู้หญิงธรรมดา ทำงานในร้านอาหารที่ผมมักไปทานอยู่บ่อยๆ ไม่ใช่เพราะติดใจในรสชาดอาหาร มันเป็นเพราะรอยยิ้มของเธอดึงดูดผมต่างหาก เราเคยคุยกันหลายครั้ง แต่ผมกับเธอคงไม่อาจจะคบกันได้


...เพียงเพราะฐานะเราต่างกันเกินไป


หรือถ้าเรายังไม่มีใคร ลองไปดูตัวกับลูกสาวคุณหญิงเกศวลีดูไหมลูก ลูกสาวเขาน่ารักดีนะแม่ว่า เขาต้องเป็นภรรยาที่ดีได้แน่ๆ


ผมอยากบอกเขานะว่าผมมีคนที่ชอบ แต่ก็ไม่อยากให้คนเป็นแม่ต้องผิดหวัง


ครับ...ผมจะไปดูตัว



สุดท้าย เขาก็ได้แต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นจริงๆ ...แต่นั่นไม่ใช่เพราะความรัก


เขาไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจ ซึ่งเขาคิดว่าสิ่งที่ท่านเลือกให้เขา คือสิ่งที่ดีที่สุด จึงยอมทำตามที่เขาต้องการ โดยไม่คิดถึงใจของตัวเองว่าต้องการหรือไม่ ขอแค่ว่าท่านภูมิใจในตัวเขาก็พอ เขาเป็นคนดีในสายตาพ่อแม่เขาก็พอ


ผู้หญิงที่เขาแต่งงานด้วย วางตัวดีในระดับหนึ่ง เธอไม่เคยทำให้เขาลำบากใจ และรู้ดีว่าที่เขายอมแต่งงานกับเธอ เพราะชื่อเสียงครอบครัว และความต้องการของผู้ใหญ่ ซึ่งเธอก็ทำใจรับเรื่องนี้ไว้นานแล้ว ยอมแม้กระทั่งมีลูกกับเขาถึงสามคน และทุกวันนี้ทุกอย่างก็ยังเป็นแบบเดิม เขาก็ยังปฏิบัติกับเธอเหมือนเดิม ไม่เพิ่มขึ้น หรือลดลงอย่างใด เป็นแค่เพียงภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย


เขาพยายามเลี้ยงดูลูกให้ดีที่สุด หาสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกของเขามาตลอด จนมาถึงตอนนี้ เขาย้อนกลับมามองตัวเอง ว่าที่ทำไป..มันดีแล้วจริงๆหรอ?


สิ่งที่เขาคิดว่าดีที่สุด ตอนนี้กำลังทำร้ายจิตใจลูกชายของเขาสุดๆ


ต่อให้ใจแข็ง และหัวแข็งแค่ไหน พอได้เห็นสภาพลูกชายที่นอนป่วยเพราะเขาแบบนี้ มันก็เริ่มทำให้จิตใจของเขา...เริ่มสั่นคลอน


“เฮ้อ...”


เขากำลังทำร้ายจิตใจลูกชายตัวเองอยู่ ในตอนนี้เขารู้ซึ้งดีแล้ว ว่าทำแบบนี้ต่อไป มันคงไม่มีอะไรดีขึ้น มีแต่สร้างบาดแผลให้ลูกชายเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก


ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เขาเอาแต่บังคับลูกชายตัวเองมาตลอด ไม่แปลกที่จะถูกมึนตึงใส่ ยิ่งพอมาเป็นเรื่องความรัก ยิ่งหนักกว่าเดิม


เขาเลี้ยงลูกจนโตมาขนาดนี้ เขาเลี้ยงได้แค่ตัว แต่เขาบังคับหัวใจลูกชายเขาไม่ได้หรอก


โอเค... ฉันยอมแพ้แล้ว...


คนเป็นพ่อว่าอย่างจำใจ ไหนๆเขาก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว


ในอนาคตที่ยังไม่มาถึง อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ถ้ามัวแต่กลัวว่าเลือกความรักที่ผิดพลาด แล้วแบบนี้ลูกชายเขาจะโตเป็นผู้ใหญ่ได้ยังไง การที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ มันต้องผ่านอะไรหลายๆอย่างและต้องก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้ ถึงแม้ในอนาคต ลูกเขาอาจจะเสียใจ แต่อย่างน้อย ในตอนนี้เขาก็เลือกสิ่งที่ดีที่สุด สิ่งที่มอบความสุขให้กับตัวเอง


สิ่งที่ดีที่สุด ที่เขาเคยคิดไว้ ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด ..เพราะมันไม่เคยทำให้เขามีความสุขเลย


คนเป็นพ่อลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองหน้าลูกชายด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเดินออกจาห้องไป มาจนถึงชั้นล่าง กลับไม่นึกว่าจะเจอเด็กคนเมื่อกี้ที่เพิ่งออกจากห้องไปตอนที่เขาเข้ามาในห้อง


แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจจนต้องหยุดมองนั่นก็คือ ทำไมเด็กคนนั้นถึงเดินมาจากทางแผนกจักษุ แค่นั้นไม่พอ ยังเดินไปนั่งรอตรงแผนกจ่ายยาอีก เขายืนดูสักพัก เจ้าหน้าที่ก็ประกาศชื่อเรียกออกมา แล้วเด็กคนนั้นถึงได้ลุกขึ้นไปรับยา


เขาจดจำรายละเอียดทุกอย่างอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะชื่อ และนามสกุล เด็กคนนั้นเดินกลับไปหลังจากที่ได้รับยาแล้วเรียบร้อย จากจุดที่เขายืนอยู่ค่อนข้างไกลพอสมควร ไม่แปลกที่จะไม่เห็นว่ามีคนกำลังยืนมองดูอยู่ เขามองไปจนสุดสายตา ความสงสัยพุ่งขึ้นมาเต็มไปหมด เด็กคนนั้นมาหาหมองั้นหรอ?


ไม่ต้องรอให้สงสัยไปมากกว่านี้ ในเมื่ออยากรู้เขาก็ต้องได้รู้ มือขวาล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาลูกน้องคนสนิททันที


ช่วยสืบประวัติของเด็กคนนึงให้ฉันที ทั้งที่อยู่ เบอร์โทร ครอบครัว รวมถึงการเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลด้วย


 

 

つづく



Talk

โดนกดดันอย่างรุนแรง เลยต้องรีบมาอัพ นั่งขำเม้นหนักมาก ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มาอัพแล้วน้า อย่าน้อยใจน้า รักน้า >3<

อัพในพาร์ทคุณพ่อ เนื่องในวันพ่อเลยละกัน บอกรักพ่อกันยังคะทุกคน ^^

เนื้อเรื่องในส่วนนี้อาจจะน่าเบื่อหน่อย มันเป็นบรรยายทั้งหมด แต่ก็พยายามตั้งใจพิมพม์สุดๆแล้วจ้า

ปล. วันอังคารนี้ เราสอบแคลคูลัส ขอให้ผ่านไปได้ด้วย A ค่ะ

ปลลลลล. ฝากเรื่องใหม่ด้วยนะคะ >>>>>จิ้มเลยจ้า<<<<<<

ทุกความคิดเห็นเป็นกำลังใจให้เค้าเสมอน้า ~ ♥


มุมตอบเม้น

24-11-2558


          dukdik ~ - แก เค้ามาต่อแล้วน้า *^*

อานัส ยาลา  - มาแล้วจ้า

DT3103 – พี่คิวหล่อขึ้น 50%

BuNsita sRichaiมาแล้วจ้า

tualek2543 – มาแล้วๆๆๆ

numsara – มาต่อแล้วน้า

Chiro_chan – จีนดูดีขึ้น 50 % โฮ่ะๆ

Sangduan คุณนายบ้าน Hara – พี่คิวแลดูเป็นคนดี ฮ่าๆๆๆ

Lucky Froy – มาต่อแล้วจ้า ^^;;

ช่างโดดเดียวมาต่อละจ้า แหะๆ เมนมาร์ค ชิปมาร์คแบม บีเนียร์ ค่า ><

minra ไม่นะ ไม่ ไม่เคยลืมน้า T^T อย่าทำร้ายเก๊าเลย

LayLHan – มาทีละนิดให้ชุ่มฉ่ำหัวใจ อิอิ

SHINe. – อย่าเผลอตีนลั่นเป็นพอ ฮ่าๆๆๆๆ

Chalisa Sae-ngaow – มาต่อล้าวๆๆๆ

gologoso – ไม่ทันได้งัดกันหรอกจ้า เดี๋ยวคุณพ่อก็ยอมแล้ววว

Preme Peerada  - ใกล้ละจ้ะ ใกล้ล้าววว

mukda01  - เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน... //เพลงมา อินเนอร์มา

Nine94  - โหดร้ายยยย ฮ่าๆๆๆๆ

NaNa.S – เดี่ยวคุณพ่อก็ยอมแล้วววว

ゆみ – อีกนิดเดียวจ้า ใกล้ยอมแล้ว

Mammy Sentereza – แง รีดเดอร์น่ารักขนาดนี้ ลืมไม่ลงหรอกจ้า T^T

XOL_ELFแล้วมันจะผ่านไปด้วยดี ต้องสตรองค่ะ!!

ThePrikPantherขอบคุณที่กลับมาเม้นค่ะ ฮา

Preme Peeradaมาต่อละจ้า

Kaow16 – มาแล้วๆๆ ลุ้นไรหรอ วันนี้หวยออกหรอ 0.0 //โดนตบ

Ing Hihi – มาต่อแล้วจ้า

numsara – ขอบคุณจ้า มาต่อแล้วน้า

Chalisa Sae-ngaow – แง ห้ามงอนนะ ถ้างอนเค้าจะง้อนะ TOT โฮฮ

Onpilin Chiakngulueamคนนี้ก็ห้ามงอนน้า โฮฮฮฮฮ

minra – ไม่ได้ทิ้งน้า T^T ฮืออ อย่างอนเลยตะเอง ถ้าง้อนเค้าจะง้อนะ

XOL_ELF – ไม่ได้น้า ห้ามงอนน้า TOT

NaNa.Sขอให้ดีๆๆ สาธุ เย้ๆ

dukdik ~ - หะ..ห้ามฟ้องคุณแม่น้า T^T มาต่อแล้ว

ฝอ' นอ ทีจี 'ฝน – คิดถึงเค้าบ้างมะ #ทำหน้าใสซื่อให้คนอ่านหมันไส้แรง

shadow p – มาต่อแล้วจ้า~

ธัญชนก ศร๊โอภาส – มาต่อแล้วน๊า~

cherriss – จัดไป มาต่อละจ้า

kunjira-rodchun – อยากจะรวมเล่มนะ แต่กลัวไม่มีคนซื้อ ฮ่าๆๆๆ ปล.รวมเล่มไม่เป็นด้วยนี่สิปัญหา (. . )

berry kiki – มาละจ้า

NUilAZiE$ - มาอัพต่อละจ้า

mukda01 – มาแล้วค่าๆๆ

Sangduan คุณนายบ้าน Hara  - มาต่อแล้วค่า ^^

CHeeRssมาแย้วน้าๆๆ

aomnrtrp. – มาล้าวววว

Preme Peerada – มาแล้ววว แฮ่!!

Choi Dong Jae Pupaeมาต่อแล้วจ้า

dukdik ~ - มาต่อละน้าตะเอง

Sangduan คุณนายบ้าน Hara – ใกล้แล้วจ้าใกล้แล้ว เดี๋ยวก็หมดช่วงพายุฝนแล้วจ้า

NaNa.S – ไม่ๆ พี่เอกเราอยู่อีกเรื่องนึงจ้า ^^

DsnoopyDก็งี้ล่ะค่ะ พระเอกเรื่องต่อไป (อุ๊บ..)

เดียร์ – มาต่อแล้วจ้า

CHeeRss – เค้าก็คิดถึงตะเองเช่นกันน้า TT^TT

minraไม่น้า เค้าไม่เคยทำร้ายใคร TOT

LayLHanกลับมาแน่นอนจ้า แต่ขึ้นอยู่กับเวลา

ゆみ – เดี๋ยวๆๆๆ ยังไม่ตายลูก ยังไม่ตาย คิงยังไม่ตาย #คนเขียนก็เช่นกัน

gologoso – ไม่ค่อยจะหื่นเลยน้า =..=

mukda01เค้าก็รักนักอ่านที่น่ารักเช่นกานนน

dukdik ~ - ยังอยู่ดี ยังไม่หาย หรือตายจากไปแต่ประการใดค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

2,204 ความคิดเห็น

  1. #2000 wipcream (@mada4) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 08:33
    พายไปแผนกจักษุทามมายยย
    #2000
    0
  2. #1983 aomnrtrp. (@anssm11) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 20:33
    เย้ๆๆๆ มาเเล้วว เเล้วก้อค้างง 555555 เค้าจะรอนะะะะ
    #1983
    0
  3. #1976 Nattareeya Jomnongkanathip (@ntry61) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 12:41
    ค้างงงงงงงงงง
    แต่ยังก็รอนะคะ5555555 ^^
    #1976
    0
  4. #1965 NUilAZiE$ (@mizzmizz) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2558 / 23:14
    แอร๊ยย อัพแล้ว แต่!! ค้าง 5555+
    รอดูดิ๊ คุณพ่อจะทำอะไร
    #1965
    0
  5. #1964 dukdik ~ (@ddndn-jtp) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2558 / 21:20
    เตงงงงงง สอบเป็นไงบ้าง สอบได้ใช่ป่าว เค้ามารอเตงอัพที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ
    #1964
    0
  6. #1963 Nine94 (@galaxybambam-94) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2558 / 00:52
    เค้ายอมแพ้แล้ว งื้ออออออออ
    #1963
    0
  7. #1962 "ต้นนุ่น" (@noon6979) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 21:15
    คู่นี้มันอะไรคะพอพ่อผัวเปิดไฟให้ก็จะตาบอดอ๋อ #ไรท์จ๋าได้A+เลยล่ะถ้าไรท์มาอัพบ่อยๆ55555
    #1962
    0
  8. #1961 Penne_Py (@boyfriendlovely) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 17:51
    รู้สึกได้กลิ่นมาม่าโชยมาหรือเปล่า
    พายเป็นอะไรรรรรร
    #1961
    0
  9. #1960 ิBenTen_BenJa (@0907575769) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 00:43
    น้องพายต้องเป็นอะไรสักอย่างเกี่ยวกับดวงตาแน่ๆ...เหมือนจะดราม่าอีกหล่ะ
    #1960
    0
  10. #1959 mukda01 (@mukda-crazy) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 22:19
    พ่อยอมแล้วใช่มั้ย? ขอให้คิงพายกลับมารักกันด้วยนะ
    #1959
    0
  11. #1958 may_sing (@may_sing) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 21:51
    อย่าบอกนะค๊ะว่า พอพ่อของคิงยอมแพ้และอาจจะหั้ยพายกับคิงกลับมาคบกัน แต่พอรู้ว่าพายกำลังจะตาบอดพ่อของคิงจะตั้งแง่กับพายต่อปัยเพื่ออนาคตของคิง
    #ไม่เอานะไรท์ไม่เปนแบบนี้สงสารพายกับคิง. ร้องไห้หนักมาก
    #1958
    0
  12. #1957 XOL_ELF (@cha-ahc) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 19:54
    ยอมคำว่า"ยอมแพ้แล้ว"ของพ่อคิงอ่ะ มันกำลังมา~ สิ่งที่รอคอยมานานแสนนาน~นานมาก~~ เนื่องจากไรต์ไม่มาอัพนั่นเอง~ (นี่ไม่ได้แซะเลยจิงๆน้าา '-')55555
    #1957
    0
  13. #1956 เตี้ย ดำ แมบ (@homploy45) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 19:31
    โห ค้างมากอ่ะ มาต่อเร้วๆนะ ลุ้นๆ
    #1956
    0
  14. #1955 MafiaNoName (@MafiaNoName) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 18:45
    เอาตรงๆเลยโกรธไรท์มาก คือแบบว่าจะอัพแต่ล้ะตอนเข้ามานะงเช็คทุกวันว่าเมื่อไหร่จะอัพ แต่พอไรท์อัพปุ๊ปโกรธไม่ลงเพราะไม่รู้อ่ะ แต่รู้ว่าจะติดตามผลงานไรท์คนนี้ทุกผลงานเลย ^+++^
    #1955
    0
  15. #1954 Tharathon Subruang (@nybbgvfvc) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 17:39
    มาอัพเร็วได้ไหมมม ค้างง่าาาา รออยู่น่ะค่ะ ^+++^
    #1954
    0
  16. #1953 Hyohun (@hyosuhomin) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 14:44
    รอนะค้าาาา
    #1953
    0
  17. #1952 gologoso (@supparang-k) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 12:46
    โอ้ยยยย..มาทีละนิดทีละหน่อย ค้าแล้วก็ค้างอีก งื้ออออ...คิดถึง
    #1952
    0
  18. #1951 ฺBunnie (@m---m) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 12:13
    พายเป็นอาร๊ายยยยยยยยยยยยย ข้องใจหนักมาก
    #1951
    0
  19. วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 11:28
    คุณพ่อค่ะป้าจะบอกอะไรให้ "อย่าเอาอดีตตัวเองมาตัดสินอนาคตคนอื่นค่ะ ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม"
    #1950
    0
  20. #1949 nutchee (@nutchee) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 11:09
    ค้างงงง
    #1949
    0
  21. #1948 Mammy Sentereza (@mam3714) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 09:56
    ยอมแล้วๆ ยอมแล้ววววว ToT/ เยสสสสส
    #1948
    0
  22. #1947 ゆみ (@aayumi) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 09:30
    ว๊ายยยยย คุณพ่อยอมแล้วววว พายเป็นไรอยากรู้แล้วววว
    #1947
    0
  23. #1946 numsara (@pipat1839900) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 09:26
    สู้ๆนะไรท์ รียมาแต่งน้าาารอออ
    #1946
    0
  24. #1945 whatsup/? (@opallovepoy) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 09:24
    รอตอนต่อไปรัวๆ
    #1945
    0
  25. #1944 Preme Peerada (@peerada254) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 09:09
    ไรท์สู้ๆน้าาาา
    #1944
    0