[END] Buddy Conflict! กัดกันดีนัก...รักกันดีกว่า[Yaoi]

ตอนที่ 40 : ตอนที่ 37 : เปิดเผยเรื่องราว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    6 มี.ค. 58





ตอนที่ 37 เปิดเผยเรื่องราว

 

 

 

        “ว่าไง กล้าหรือเปล่า” มันแสยะยิ้มแล้วมองผม ”ถ้ามึงเอาน้ำแข็งออกจากปากไอ้คิงได้ โดยห้ามใช้มือหรืออุปกรณ์เลย กูยอมแดกแก้วนี้แทนมึง” มันว่าแล้วชูแก้วที่เต็มไปด้วยเหล้าเพียวๆ

            ผมถึงกับเหงื่อไหลซก เพราะบทลงโทษนี้ มีวิธีเดียวที่จะเอาน้ำแข็งออกจากปากไอ้คิงมันได้โดยไม่ใช้มือหรืออุปกรณ์เลย คือ...

            ต้องใช้ปาก...

            อ๊ากกกก ดูยังไงมันก็จูบทางอ้อมชัดๆ แถมต้องดูดดื่มอีกต่างหาก ไม่มีวิธีอื่นที่มันดีๆกว่านี้แล้วหรือไงวะ แค่นี้พวกมันก็สงสัยความสัมพันธ์ระหว่างผมกับไอ้คิงจะตายแล้ว ถ้าผมกล้าทำ มันต้องสงสัยยิ่งกว่าเดิมแน่ๆ เอาไงดีวะ

จูบ?

ไม่จูบ?

โอ้ย! เป็นไงเป็นกันวุ้ย!


ผมเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าไอ้คิง เปรยตาหันไปมองไอ้เฟรนด์ มันค่อนข้างแปลกใจ ไม่คิดว่าผมจะกล้าทำจริงๆ

ผมกลั้นใจนับหนึ่งถึงสามและ....




จับให้หน้าอีกฝ่ายหันมาแล้วประกบจูบทันที จากนั้นก็ค่อยๆใช้ลิ้นเล็กๆ สอดเข้าไป ควานทั่วโพรงปากเพื่อหาก้อนน้ำแข็ง แต่ก็เจอเพียงลิ้นร้อนๆของอีกฝ่ายที่ตวัดลิ้นผมแล้วดูดเข้าไปยิ่งกว่าเดิม กลายเป็นตอนนี้เราจูบกันอย่างดูดดื่ม โดยไม่สนใจก้อนน้ำแข็งก้อนนั้นแล้ว


จากเริ่มแรกที่เป็นฝ่ายจูบก่อน ผมเริ่มหายใจไม่ออกแล้วทุบมันเบาๆให้ค่อยๆผละออกจากปากอันแดงฉ่ำของผม จนน้ำใสไหลออกที่มุมปาก มือใหญ่ใช้นิ้วโป้งของตัวเองป้ายที่มุมปากผมและเลียเข้าไปราวกับมันเป็นของหวานแสนอร่อย ทำเอาผมหน้าแดงแป๊ดด้วยความอาย....








เฮ้

คิดว่าผมจะกล้าทำแบบนั้นหรอ? บ้าไปแล้ว

เพราะสิ่งที่ผมทำจริงๆก็คือ...

ควับ

“อึ่ก....อึ่ก....อึ่ก...ฮาห์”

คว้าแก้วเหล้า ซดเหล้าในแก้วใบนั้นทีเดียวจนหมด!

ผมเห็นไอ้คิงทำหน้าเสียดาย เลยกัดก้อนน้ำแข็งกินเล่นซะเลย พอไอ้เฟรนด์เห็นผมกินหมดแก้วก็หัวเราะสะใจ แล้วเริ่มแจกไพ่ใหม่ต่อไปเรื่อยๆ จนไม่รู้จะลงโทษอะไรแล้ว

ไม่ใช่เพราะคิดบทลงโทษไม่ออก  แต่เป็นเพราะตอนนี้แต่ละคนเริ่มเมาไม่ได้สติกันแล้ว และเหมือนเหตุการณ์เดจาวู ไอ้เฟรนด์มันหนัก เห็นอะไรก็หัวเราะไปหมด ไอ้ใหม่เริ่มนั่งร้องไห้อีกแล้ว ไอ้ปันก็คอยโอ๋เหมือนเดิม

ส่วนไอ้เจรายนี้หนักสุด เอิ่ม มันเอาแต่นั่งกอดหม้อ พูดคนเดียวในสภาพเดิมที่ถูกไอ้ปันแกล้ง แถมยังมีก้านมะพร้าว(ไอ้ต่อแกล้ง)เสียบอยู่บนหัว

“รู้ไหม ทุกวันนี้ชีวิตผมลำบากมาก จะทำอะไรก็โดนด่าตลอด เสื้อผ้าก็ไม่มีใส่ เกงในก็ไม่มีเปลี่ยน แต่ไม่เป็นไร สักวันผมต้องไปแตะขอบฟ้า ดั่งคำสุภาษิตที่ว่า น้ำพึ่งเรือ เสือไม่มี เข็นหมีขึ้นครก...”

ปล่อยมันไปเถอะครับ...

ตอนนี้ผมเริ่มมึนๆแล้วแหะ ที่กินไปก็เยอะพอสมควร กะว่าจะขึ้นไปอาบน้ำนอนสักหน่อย คนที่ไม่ค่อยเมาสักเท่าไหร่ที่ดูๆเหมือนจะมีแค่ไอ้คิงกับไอ้เทมป์และผมเนี่ยล่ะ ผมเลยเดินเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นสักนิด ถึงจะโดนทำโทษ แต่ก็กินไปไม่เยอะเท่าไหร่เลยไม่เมาเหมือนคนอื่นๆ

“ไปเดินเล่นกันไหม”

พอผมออกมาจากห้องน้ำ หยิบแว่นขึ้นมาใส่ ก็เจอไอ้คิงยืนดักอยู่ ตอนนี้จะเที่ยงคืนแล้ว จะให้ไปเดินเล่นที่ไหนเนี่ย? ก็บ่นไปงั้นแหล่ะ สุดท้ายผมก็เดินตามมันออกมาอยู่ดี

กลางคืนค่อนข้างเงียบสงบ แทบไม่มีเสียงสิ่งใดๆมารบกวนเลย ท้องฟ้าในค่ำคืนนี้ปลอดโปร่งจนเห็นพระจันทร์ ผมเดินตามหลังไอ้คิงไปเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา จนกระทั่งมาพาผมลงมาเดินแถวๆริมชายหาดที่เต็มไปด้วยผืนทราย และเสียงเกลียวคลื่นกระทบฝั่งเป็นระยะๆ ทำเอาผมเริ่มมือสั่น รีบเดินเข้าประชิดตัวไอ้คิงและจับชายเสื้อมันไว้ แต่มันกลับดึงมือผมออก

หมับ

“อ๊ะ เดี๋ยว...”

“ไม่เป็นไร ไม่มีใครเห็นหรอก” ผมกำลังจะโวยเรื่องที่จับมือแต่มันก็พูดดักไว้

“...อืม”

เราสองคนเดินไปเรื่อยๆเลียบชายหาด อาการสั่นของผมค่อยๆหายไป มีแต่เพียงมือที่กุมเอาเท่านั้น สักพักมันก็พาผมนั่งลงแถวๆนั้น ทอดมองผืนทรายและผืนทะเลที่ไกลสุดลูกหูลูกตา ในตอนกลางวันผมว่าน่ากลัวแล้ว ตอนกลางคืน ทะเลแห่งนี้น่ากลัวยิ่งกว่า

ผมนั่งเงียบ ไอ้คิงก็เงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออก จนผ่านไปสักราวๆสิบนาที มันถึงได้เปิดปากพูดออกมา

“กูไม่ค่อยสนิทกับกับพี่ชาย ไม่ถูกกับพ่อ ทะเลาะกับพวกเขาเป็นประจำ เลยต้องย้ายออกมาอยู่คนเดียว ครอบครัวเราแทบไม่เคยคุยกันเลย พ่อเอาแต่ทำงาน บังคับกูทุกเรื่องที่เขาสามารถบังคับได้.. แต่เพราะกูเลือกอยากทำในสิ่งที่กูชอบ กูเลือกดนตรี เลือกการร้องเพลง ทำให้เขาเกลียดกู หึ.. ทุกวันนี้แค่หน้ากู ยังแทบไม่อยากจะมองเลย...  ”

ผมไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆมันถึงเล่าเรื่องราวชีวิตให้ผมฟัง ตั้งแต่ที่คบกันมา แทบนับครั้งได้เลยที่ไอ้คิงจะพูดเรื่องตัวเองออกมา ผมเลยไม่กล้าขัด ยกขานั่งกอดเข่า ฟังต่อเงียบๆ

“ถึงภายนอก กูอาจจะดูมีความสุขทุกเรื่อง ทุกเวลา แต่ก็มีเรื่องให้เครียดเหมือนกัน แต่ก็ต้องเก็บเอาไว้ ไม่อยากทำให้คนรอบข้างรู้สึกแย่ไปด้วย...” มือหนาของอีกฝ่ายเอื้อมมาลูบหัวผมเบาๆ “ยิ่งกับมึง กูยิ่งไม่อยากให้มึงเครียด มีอะไรก็อย่าเก็บไว้คนเดียว รู้ไหม”

“ก็ไม่ได้เครียดอะไรสักหน่อย.. ยิ่งกูเล่าให้มึงฟัง ไม่เครียดยิ่งกว่าเดิมไง๊”

“ไม่ ถ้าเป็นเรื่องของมึง กูยินดีรับฟังทุกเรื่อง .. เรื่องบางเรื่องหน่ะ เก็บไว้คนเดียว มีแต่ทุกข์ใจเปล่าๆ แบ่งมาให้กูบ้างสักนิดก็ไม่เป็นไรหรอก..เหมือนกับที่กูเล่าเรื่องครอบครัวให้ฟังไง”

ไอ้คิงหันมายิ้มให้ผม ยิ้มแบบหล่อโคตรๆ ขนาดมืดสลัวแบบนี้มันยังหล่ออ่ะ ทำเอาผมรีบซุกหน้าลงกับเข่าทันที มองนานๆแล้วมันหน้าร้อนๆยังไงก็ไม่รู้แหะ

เรื่องของผม ผมไม่เคยเล่าให้ใครฟัง มีเพียงแค่ครอบครัวผมและไอ้เฟรนด์ ที่เหลือไม่มีใครรู้ และผมไม่อยากให้ใครต้องมารับรู้ มันเป็นความผิดของผม เป็นเหมือนตราบาปในชีวิต เหมือนสิ่งที่คอยตามหลอกหลอนผม ภาพในวันนั้น มันยังคงติดอยู่ในความทรงจำ ลบยังไงก็ไม่ออก พยายามปลอบใจตัวเองหลายครั้งว่ามันคืออุบัติเหตุ แต่ลึกๆในใจ ผมรู้ว่าคนที่ทำให้มันเกิด...ก็คือผม

บรรยากาศกลับมาเงียบอีกครั้ง ผมนั่งเหม่อมองท้องฟ้าเงียบๆ ไม่รู้เหมือนกัน อะไรดลใจให้ผมหลุดปากพูดออกไป

“กูเคยบอกมึงใช่ป่ะ ว่ากูมีพี่ชายและก็น้อง...”

“อือ” ไอ้คิงอือเบาๆในลำคอ

“...กูมีพี่ชายหนึ่งคน น้องชายหนึ่งคน... และน้องสาวอีกหนึ่งคน”

ไอ้คิงทำหน้าแปลกใจ และเอ่ยปากถาม

“อ้าว ทำไมตอนที่ไปบ้านมึงมีแค่...”


เขาไม่อยู่แล้ว


ไอ้คิงอึ้งไปสักพัก ผมเลยพูดต่อ

“ครอบครัวกู ป๊าเป็นคนตั้งชื่อจริง ส่วนม๊าเป็นคนตั้งชื่อเล่นให้ เขาอยากให้แต่ละคนชื่อเหมือนๆกัน เริ่มจากเฮียพีท ต่อมาก็กู และก็เพลย์ สุดท้ายคือ แพร.. ” ผมมองไปยังทะเลสีฟ้าครามที่ตอนนี้มืดสนิทเป็นสีดำ ดวงตาสั่นไหวเหมือนกับจะร้องไห้ออกมา “ แพรตายที่นี่... เมื่อสี่ปีก่อน ตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอมพอดี...”

เรื่องราวที่ผมเก็บไว้ในใจ ค่อยๆบอกเล่าออกจากปากผมทีละนิดๆ....

 

ต่อจ้า
 

สี่ปีก่อน



 

ครอบครัวของผมไม่ได้เป็นเหมือนทุกวันนี้ แต่ก่อนม๊างานเยอะมาก ไม่เคยมีเวลาให้ครอบครัว ป๊าก็แทบไม่เคยกลับบ้าน มัวแต่คุยงานกับลูกค้า มีเฮียพีท ผม เพลย์ และก็แพร อยู่กับพี่ปุ่น พี่เลี้ยงที่ม๊าจ้างมาดูแลพวกผม

พอนานวันเข้า เหมือนพวกเขาเริ่มนึกได้ ว่าปล่อยให้พวกเราอยู่กันเองนานเกินไป กว่าทั้งคู่จะหาเวลาว่างมาให้พวกเราได้ก็อย่างมากก็แค่ตอนเย็นหลังเลิกงานเท่านั้น พอพวกเราปิดเทอม ป๊ากับม๊าก็หาวันหยุดได้ เลยพาพวกเราไปเที่ยวกัน

และสถานที่ในคราวนั้น ก็คือที่นี่ ที่ๆผมอยู่ ณ ตอนนี้

พวกเราดีใจมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่พาพวกเรามาเที่ยว แถมยังบังเอิญเจอครอบครัวไอ้เฟรนด์ที่มาพักผ่อนเหมือนกัน แม่ของไอ้เฟรนด์เป็นเพื่อนสนิทม๊าผม เราสองคนเลยรู้จักกันตั้งแต่เด็ก

แต่ถึงจะพามาเที่ยว... พวกเขาก็ยังงานเยอะอยู่ดี ตั้งแต่มาถึง โทรศัพท์ม๊าดังไม่หยุด เลยปล่อยให้พวกผมนั่งเล่นกันแถวริมทะเล โดยมีพี่นุ่นที่มาแทนพี่ปุ่นชั่วคราว อายุแค่สิบเก้าเอง โตกว่าเฮียพีทนิดเดียว จะว่าจ้างมาดูแลก็เหมือนไม่ดูแล เพราะเฮียพีทคอยดูแลทุกคนซะมากกว่า ส่วนพี่นุ่นเอาแต่คุยโทรศัพท์กับแฟน แทบไม่สนใจพวกผมเลย

เฮียพีทอายุสิบห้า ใกล้จะสิบหกแล้ว ถึงจะอายุมาก แต่ก็ใช่ว่าอายุสมองจะโต ทันทีที่เห็นทะเล เฮียแกโยนข้าวของสำคัญที่ติดตัวทิ้ง และวิ่งลงน้ำทันที

“เฮี้ยยยพี้ททททททท รอด้วยยยยยยย” ผมวิ่งตามไป แต่ก็สะดุดล้ม หน้าคว่ำกลางทะเล น้ำสาดกระจายเป็นวงกว้าง เฮียพีทหัวเราะลั่นเหมือนคนบ้า ไม่ห่วงใยสุขภาพน้องชายตัวเองสักนิด

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ สมน้ำหน้า อยากเรียกกูเสียงสูงดีนัก” ไม่ว่าเปล่า แถมยังวักน้ำสาดใส่ผมอีก โตแต่ตัวจริงๆคนๆนี้

“แค่กๆ...ไม่เอา อย่าสาด..” ผมยังไม่ทนจะหายใจให้โล่งคอ คลื่นก็ซัดเข้าเต็มหน้าจนหงายหลังไปเลย เฮียพีทหัวเราะลั่นจนกรามค้าง สุดท้ายก็ยอมช่วยพยุงผมให้ลุกขึ้น สักพัก เพลย์กับแพรและก็ไอ้เฟรนด์ก็วิ่งตามลงมา โดยที่พี่นุ่น เฮียพีทเลยต้องคอยดูแลเพลย์กับแพร ไม่ให้ไปลึกนัก เพราะตอนนั้นเพลย์อายุแค่สิบขวบ ส่วนแพรแค่ห้าขวบเอง

เล่นจนเหนื่อย พวกเราก็วิ่งขึ้นไปพักนิดหน่อย เฟรนด์วิ่งกลับไปหาพ่อกับแม่ตัวเองที่นั่งอยู่ไม่ใกลกันนัก  เพลย์เหมือนจะไม่สบายเลยปล่อยให้นั่งพัก พี่นุ่นเลยพาเพลย์เข้าไปที่ที่พักก่อน เหลือพวกผมแค่สามคน บริเวณนี้มีโขดหินก้อนใหญ่ค่อนข้างเยอะ เฮียพีทบอกว่าจะเดินดูแถวๆนี้หน่อย เลยพาผมและน้องๆเข้าไปพักก่อน ว่าจบก็วิ่งเล่นเหมือนเด็กๆไปคนเดียว

“ป่ะ แพร ไปข้างในกันเถอะ”

ผมว่าแล้วจูงมือเล็กของน้องสาวเดินเข้าไปในบ้านพัก ป๊ามีงานด่วน ต้องรีบกลับไปก่อน เลยแต่ม๊ายืนคุยโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาไม่หยุดจนสายแทบไหม้ ถึงจะหยุดพักผ่อน แต่งานของม๊าหยุดไม่ได้จริงๆ ผมบอกให้แพรเข้าไปหาพี่นุ่นข้างใน จากนั้นก็วิ่งกลับไปที่เดิม กะว่าจะชวนไอ้เฟรนด์ลงไปเล่นน้ำด้วยกันต่อ

ในขณะที่กำลังจะข้ามถนนจากฝั่งบ้านพักกลับมาที่ทะเล ผมมองซ้ายขวาจนแน่ในว่าไม่มีรถ จึงรีบวิ่งข้ามถนนอย่างรวดเร็วจนถึงอีกฝั่งหนึ่ง

ปรี๊นนนนนนนนนนนนนน!!!

เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดด!!

!!!!

ผมสะดุ้งตกใจ นึกว่าจะโดนรถชน แต่ เอ๊ะ? ผมข้ามมาถึงฝั่งมาแล้ว ทำไมรถถึงบีบแตรใส่ล่ะ? ดังนั้นเลยหันไปมองที่ถนน เห็นคนขับรถกำลังเดินโวยวาย ลงรถมาอย่างหัวเสีย

“ลูกใครเนี่ยห้ะ! พ่อแม่อยู่ไหน ปล่อยให้มาวิ่งข้ามถนนจนเกือบจะชนอยู่แล้วเนี่ย”

ผมตาเบิกโพล่งด้วยความตกใจ เพราะเด็กคนที่หลับตาปี๋ ยืนอยู่กลางถนนคือน้องแพร! เลยรีบวิ่งเข้าไปหา พอแพรลืมตาขึ้นมาเห็นผมก็ร้องไห้จ้า ผมเลยหันไปขอโทษคุณลุงคนนั้นแล้วรีบพาแพรออกมาจากตรงนั้น

“บอกให้อยู่กับพี่นุ่น แพรตามพายมาทำไม!” ผมเผลอดุเสียงดัง ที่แพรวิ่งตามผมออกมา ถ้าเมื่อกี้รถคันเมื่อกี้หยุดไม่ทันขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ผมไม่อยากจะคิดเลย

“ฮึก..ฮือ...แง้!!!!

“เฮ้ย! โอ๋ๆ ขอโทษ พายไม่ดุแล้ว ไม่ร้องนะ”

ผมใช้เวลาปลอบแพรกว่าสิบนาทีกว่าจะหยุดร้อง ทำเอาผมเหงื่อตกไปตามๆกัน แพรเป็นเด็กดี แต่เวลาดื้อ ใครก็เอาไม่อยู่ และที่สำคัญแพรติดผมมากที่สุดแล้ว เพราะตอนผมเด็กๆ ม๊าไม่ค่อยยอมให้ผมออกไปไหน เนื่องจากร่างกายอ่อนแอ เลยต้องช่วยม๊าเลี้ยงน้องตั้งแต่ยังเล็กๆ ทำให้แพรโตมาแล้วติดผม ผมเพิ่งจะร่างกายแข็งแรงขึ้นเมื่อปีก่อนนี้เอง ถึงได้ออกไปเที่ยวเล่นได้เหมือนเด็กคนอื่นๆ คนอื่นๆแพรจะเรียกเฮียหมด แต่กับผม แพรจะเรียกพี่

เฮียพีทอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้ แถมถ้าต้องพาแพรกลับไป ก็ต้องข้ามถนนอีก ยิ่งตอนนี้รถเยอะกว่าเดิม ข้ามลำบากแน่ ทางที่ดีผมต้องหาเฮียพีทให้เจอ

“เอาไงดี แพร แพรรอพายตรงนี้นะ”

“ไม่เอา ไม่เอา หนูไปด้วย” น้องสาวตัวน้อยไม่ฟัง แถมยังดื้อดึงจะไปกับผม

“ไม่ได้ แพรรอตรงนี้นะ เดี๋ยวพายไปหาเฮียพีทก่อน”

“ไม่เอา พี่พายจะทิ้งหนู แอบหนูไปเล่นกะเฮียพีทสองคน หนูไม่ยอม”

“ไม่ใช่สักหน่อย”

“แล้วให้หนูไปด้วยไม่ได้หรอ ทำไมล่ะ หนูอยากไปด้วย นะ นะ”

ผมไม่รู้จะตอบน้องสาวคนนี้ยังไงดี ยิ่งมายืนเกาะเอว ทำหน้าตาน่ารักแบบนี้ มองซ้ายมองขวา หันไปเห็นไอ้เฟรนด์นั่งอยู่กับเจ๊เฟียร์ ที่กำลังจิกหัวใช้ไอ้เฟรนด์ให้ขุดทรายที่เป็นปราสาทอยู่(บ้านนี้ทุกคนชื่อเป็นตัว F หมด เหมือนบ้านผมแหล่ะ ที่ชื่อเป็นตัว P หมด คนที่ตั้งก็ไม่ใช่ใครเลย ม๊าผมกับแม่ไอ้เฟรนด์เนี่ยล่ะ เขาบอกอยากให้พี่น้องชื่อคล้องจองกัน) ผมเลยรีบจูงมือน้องสาวตัวเล็กวิ่งเข้าไปหา

“ไอ้เฟรนด์ ไปเล่นน้ำกัน!” มันเงยหน้าขึ้นมาจากการขุดทรายอย่างขะมักขะเม้น

“คงไม่ได้..” มันว่าอย่างระแวงๆ เหลือบตาไปมองเจ้เฟียร์แว่บนึง แล้วหันมากระซิบกับผม “กูต้องสร้างปราสาทให้เจ๊แกก่อน ไม่งั้นเจ๊ไม่ยอมให้กูเล่นน้ำแน่”

“อ่อ..” แต่ตอนนี้ผมอยากเล่นน้ำ อยากไปเล่นกับเฮียพีทอ่ะ แต่พาแพรไปด้วยไม่ได้แน่ๆเลย แต่ก็เกิดความคิดบรรเจิดขึ้นมาได้ “งั้น.. ฝากเจ๊เฟียร์พาแพรกลับบ้านพักแล้วหนีไปเล่นน้ำกัน!

“เฮ้ย! ความคิดดีว่ะ!

ไอ้เฟรนด์ยิ้มกว้างและรีบลุก พาแพรวิ่งไปหาเจ้เฟียร์ แล้วรีบวิ่งกลับมาทางผม ก่อนจะพากันวิ่งหนีเจ้เฟียร์ ไม่ได้อยากทิ้งน้องนะ แต่ผมอยากเล่นกับไอ้เฟรนด์มากกว่า เพราะถ้าพาแพรมาด้วยก็ต้องดูแลด้วย มันน่าเบื่อจะตาย

พอตัดสินใจได้ดังนั้น ผมเลยวิ่งไปตรงที่มีโขดหินสูงๆเยอะๆค่อนข้างไกล ไม่เห็นแม้แต่เงาเฮียพีท กำลังจะหันไปถามไอ้เฟรนด์แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อหันกลับไปเจอร่างเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มวิ่งตามพวกผมมา

บางทีผมก็แอบสงสัยนะ ว่าผมมีนางสาวเป็นหมาหรือเปล่า ทำไมถึงตามหาผมเจอไวจัง =_=

“แพร! ตามพายมาทำไม กลับไปหาเจ๊เฟียร์เลยนะ”

“ไม่เอา ฮึก อย่าทิ้งหนู หนูอยากเล่นด้วย” เจอน้ำตาแบบนี้ ใครไม่ใจอ่อนมั่ง

“ไม่ได้ทิ้งนะ พายไม่ได้ทิ้ง แต่พายกับเฟรนด์จะไปเล่นกันไกล มันอันตราย”

“หนูเล่นด้วยคนสิ”

“ไม่ได้..” ผมส่ายหัว “ตรงนี้มันที่สำหรับเด็กผู้ชาย เด็กผู้หญิงต้องไปเล่นตรงโน้น~” ผมชี้ไปทางที่เจ๊เฟียร์

“ไม่เอา หนูอยากเล่นด้วย” น้องสาวตัวน้อยมองผมตาปริบๆ บวกกับทำหน้าเบะปากเหมือนจะร้องไห้ ยิ่งทำให้ผมใจอ่อน ถอนหายใจเบาๆ

“ก็ได้... เกิดไรขึ้นไม่รู้ด้วยนะ”

นั่นคือการตัดสินใจที่ผิดที่สุดในชีวิตของผม



.


.


.



ผมกับเฟรนด์และก็แพรวิ่งมาเล่นกันแถวๆบริเวณโขดหินสูง คลื่นซัดมาเป็นระลอกๆ พวกเราเล่นน้ำกันในที่บริเวณตื้นๆ สูงแค่ระดับต้นขา สาดน้ำใส่กัน วิ่งเล่นกันในน้ำอย่างสนุกสนาน สายตาพบพลันเหลือบไปเห็นเฮียพีทที่อยู่บนโขดหินอีกฝั่งพอดี แต่ค่อนข้างลึกกว่าจุดที่พวกผมอยู่มาก

“ใช่เฮียพีทป่ะ ที่อยู่ตรงโน้น” ไอ้เฟรนด์มันถามขึ้น ผมเลยพยักหน้า

“ไปชวนเฮียพีทมาเล่นกันมะ กูอยากเล่นบานาน่าโบ๊ทอ่ะ”

“กูก็อยากเล่น เอางี้ ใครวิ่งไปถึงเฮียพีทก่อนชนะ คนแพ้ต้องไปช่วยเจ๊เฟียร์ทำปราสาทต่อ!

“เฮ้ย!

ไอ้เฟรนด์ว่าเสร็จก็วิ่งนำหน้าผมไปเลย ผมเลยต้องรีบวิ่งตามไป ไม่งั้นผมอาจจะต้องนั่งขุดทราย ทำปราสาทให้เจ๊เฟียร์ทั้งวันแน่ๆเลย อยากมีปราสาทแต่ไม่ยอมสร้างเอง โหดร้ายชะมัด แต่เหมือนผมจะลืมบางอย่างไป แพรเองก็ตามผมมาด้วย ผมเลยสั่งเสียงเด็ดขาด

“แพร พายยอมให้แพรตามมาถึงนี่แล้ว แต่แพรห้ามขึ้นไปข้างบนหินเด็ดขาด รออยู่ข้างล่างนะรู้ไหม ไม่งั้นพายโกรธจริงๆด้วย”

แพรมองตาผมปริบๆ แต่ผมต้องใจแข็ง เพราะถ้าแพรตามไปมันอันตราย ถ้าได้รับบาดเจ็บขึ้นมาจะทำยังไง “เข้าใจไหม”

หงึก หงึก

“ดีมาก รอพายตรงนี้นะ”

ผมลูบหัวเล็กๆนั่นเบาๆและยิ้มให้ ผมเลยรีบวิ่งขึ้นไปบนโขดหิน ไอ้เฟรนด์นำหน้าผมไปไกลมากแล้ว เลยต้อบรีบวิ่ง แต่การวิ่งบนหินมันค่อนข้างลำบาก ช่วงนี้น้ำทะเลขึ้นค่อนข้างสูง ทำให้หินบางก้อนจมอยู่ในน้ำ บางก้อนก็โผล่ขึ้นมา

ตรงที่ผมเห็นเฮียพีทคืนโขดหินก้อนใหญ่ที่อยู่ในน้ำ ต้องก้าวข้ามหินหลายก้อนว่าจะไปถึงตัว แถมตรงที่ผมอยู่มันก็ค่อนข้างสูงและไกลกับก้อนนั้นพอประมาณ น้ำสูงสักประมาณช่วงอกผม ไอ้เฟรนด์มันสูงกว่าผมนิดหน่อย เลยขึ้นไปจะถึงตัวเฮียพีทแล้ว ผมกำลังตะโกนเรียกไอ้เฟรนด์มัน

“ไอ้เฟร...”

ตู้ม

จู่ๆก็มีเสียงบางอย่างตกลงไปในน้ำ คงจะมีคนโดดน้ำเล่นแถวนี้ ผมไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่ แต่แล้วก็ได้ยินเสียงเล็กๆแผ่วๆ อันแสนคุ้นเคย ผมเลยรีบหันไปดู

แพร!!

ใจผมหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที เมื่อเห็นร่างเล็กของน้องสาวกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำ ผมรีบวิ่งไปหาทันทีแบบไม่คิด อารามตกใจที่เห็น ทำเอาน้ำตาผมไหลขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว

“ช่วยด้วย!! ใครก็ได้ ช่วยด้วย!!” ผมตะโกนเสียงดังลั่น มองหาให้คนช่วย ขาผมสั่นจนก้าวไม่ออก

“พะ..พี่...”

สิ้นเสียงปุ๊บ ร่างเล็กๆก็จมลงไปในผืนน้ำทันที ใจผมแทบหยุดเต้น

“ฮึก...ใครก็ได้ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยน้องผมด้วย!!!

ตู้ม

เสียงกระโดดน้ำดังขึ้น น้ำกระจายเป็นวงกว้าง เฮียพีทโดดลงไปแบบไม่คิดชีวิต ไอ้เฟรนด์รีบวิ่งมาหาผมทันที ผมน้ำตานองหน้า ไอ้เฟรนด์เห็นก็ตกใจ รีบถามผมว่าเกิดอะไรขึ้น

“ฮึก แพร..แพรจมน้ำ...ฮึก... ฮือ...”

“ไม่เป็นไรน่ามึง แพรไม่เป็นไรหรอก”

“ฮึก..ฮือ..ฮืออ”

หลังจากนั้นเฮียพีทก็อุ้มแพรขึ้นไปบนฝั่ง บอกคนแถวนั้นให้เรียกรถพยาบาล ไม่นานนักก็พาส่งถึงโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ป๊ากลับมาจากงานกะทันหันเมื่อได้รับข่าว ผมกับม๊าและก็ครอบครัวของไอ้เฟรนด์ยืนอยู่หน้าห้องไอซียู รออย่างใจจดใจจ่อ แต่ละนาทีผ่านไปนานราวกับเป็นชั่วโมง ผมร้องไห้เป็นเด็กๆ พร่ำโทษตัวเองไม่หยุด จนหลับคาอกเฮียพีทไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

ไม่นานนักหมอก็ออกมา ผมถึงได้ตื่น ไม่รู้ว่าหมอเข้ามาพูดอะไรกับม๊า

เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นม๊าร้องไห้ ร้องหนักมากจนเป็นลมล้มพับไป ต้องให้ป๊าประคอง นั่นต้องไม่ใช่ข่าวดีแน่ๆ

ผมรีบวิ่งเข้าไปในห้อง ไม่สนว่าใครจะว่ายังไง เห็นเตียงที่แพรนอนอยู่ ผมรีบวิ่งเข้าไปหาทันที

แต่พอได้สัมผัส... ร่างกายของอีกฝ่ายเย็นเฉียบ... และเครื่องวัดชีพจร... ขึ้นเป็นเส้นตรง

ต่อให้ผมจะเด็กแค่ไหน แต่เรื่องแค่นี้ ผมก็รู้

รู้ว่าน้องสาวของผม... ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว

แพรตายแล้ว

เพราะผม...

 

พยาบาลวิ่งเข้ามาพาผมออกไป ผมทั้งดิ้น ทั้งโวยวาย ร้องไห้ไม่หยุด พยายามตะโกนเรียกชื่อน้องสาวตัวเองเหมือนคนบ้า แต่ก็ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา

“แพร...แพร...ฮึก...แพร...พายขอโทษ...ฮึก...พี่ขอโทษ...”

เฮียพีทรับผมจากพี่พยาบาล กอดผมไว้แน่น ผมร้องไห้จนสลบ แต่สิ่งที่ผมรับรู้ก่อนสลบไปคือ บนบ่าเล็กๆของผม รับรู้ได้ถึงน้ำตาอุ่นๆ เฮียพีทร้องไห้ เขาก็เสียใจไม่ต่างจากผม ทุกคนเสียใจ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

ถ้าตอนนั้น ผมไม่พาแพรตามมา

เรื่องแบบนี้ คงไม่เกิด

ถ้าตอนนั้น ผมหยุดกลัว แล้วกล้าที่จะลงไปช่วยเร็วกว่านั้น

แพรอาจจะรอดก็ได้

            แต่ แค่ปกป้องน้องสาว ผมยังทำไม่ได้

            แล้วผมจะปกป้องใครได้บ้างไหม

ขอโทษ

คือคำที่ผมอยากบอกมากที่สุด

แม้ทุกอย่างจะสายไปแล้วก็ตาม

 

 

 

つづく

 
 

Talk


                มาให้ครบละ ไม่ค้างเนอะ ฮา บอกแล้วนา ว่าเขียนแนวดราม่ามิถนัด อาจจะขัดๆไปบ้าง ถูไถไป //ส่งสายตาปิ๊งๆ
 พรุ่งนี้ คนเขียนมี สอบ อีกแล้ว T^T ตอนที่ 38 อาจจะใช้เวลานิดนึงนะคะ หลังจากวันที่ 22 มีนาไป ว่างยาวๆค้ะ!

                อ่านแล้วคิดเห็นเช่นไร เม้นได้ตามสบายค่า ทุกความคิดเห็น เป็นกำลังใจให้เค้าเสมอนะ ♥



 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

2,204 ความคิดเห็น

  1. #1925 NNYuki (@nooniiz501) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 19:15
    มันก็ไม่ใช่ความผิดของพายฝ่ายเดียวนะเราว่า ผิดกันทั้งครอบครัวมากกว่าอ่ะ ถ้าป๊าม๊ามีเวลาดูแลลูกมากกว่านี้ก้อจะไม่เกิดขึ้นเลย เลยกลายเป็นปมให้พายโทษตัวเองเลยอ่ะ ฮือ สงสารน้อง
    #1925
    0
  2. #1370 SeirinUL (@SeirinUL) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 08:36
    เค้าก็ชื่อแพรเหมือนกัล
    #1370
    0
  3. #1366 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 22:38
    เสียใจด้วยนะพาย แง่งงงงงงงงงงงง~ TTToTTT ชีวิต! ฮื่อ..
    #1366
    0
  4. #577 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 08:38
    แง้ เศร้าอะ
    #577
    0
  5. #505 sundaymorning3841 (@sunshine3841) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 23:47
    เศร้าเลย......
    #505
    0
  6. #402 LayLHan (@layhan) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 มีนาคม 2558 / 13:09
    รู้สึกว่าแพรจะดื้อเหกินไปแล้วห้ามไรมิฟังเลยย-..- น่าสงสาร
    #402
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. #400 aunwinkung (@aunwinkung) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 มีนาคม 2558 / 00:13
    ผิดกันทุกคน
    #400
    0
  9. #399 papagailis (@pepporoni) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 03:37
    ตัดตอนได้โหดมากพูดเลยใจจะขาดรอนๆๆๆๆๆฮรือววววรออยู่นะก๊าา
    #399
    0
  10. #398 NaNa.S (@6013434) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 23:39
    ง่า ไรท์อ่ะ ใจร้ายที่สวดงือๆๆ มาต่อเร็วน้าาาา กะลังจะได้รู้เรื่องราวของพายละเชียว คิงดูแลพายดีๆนะ
    #398
    0
  11. #397 แป๋งรั่ว (@woshhsow) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 15:20
    อย่าดราม่าาน่าาาา!!สงสารพายจังToT
    #397
    0
  12. #396 LayLHan (@layhan) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 13:19
    ค่อยๆพูดออกมาทีล่ะนิดแล้วนะพาย
    #396
    0
  13. วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 09:30
    ความหลังฝังใจน้องพายต้องเศร้าแน่เลย T^T
    #395
    0
  14. #394 DilTyRa mARody (@cheer32) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 05:35
    โอ๋เอ๋เด็กน้อย...พายน้อนไม่ร้องน้าาา
    #394
    0