[END] Buddy Conflict! กัดกันดีนัก...รักกันดีกว่า[Yaoi]

ตอนที่ 34 : ตอนที่ 31 : เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,178
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    30 ม.ค. 58






ตอนที่ 31 เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ




คุณเคยตกหลุมรักใครสักคนไหม?

รักทั้งๆที่รู้ว่าไม่สมควร

อย่างเช่นผม ที่ตอนนี้กำลังตกหลุมรักเพื่อน

หลายๆคนก็คงเคย ที่จะหลงรักเพื่อนกันทั้งนั้น

คนที่ผมรัก คือ เพื่อนสนิท ผม

และแน่นอน ใครหลายๆคนเคยหลงรักเพื่อนสนิท

แต่เพื่อนสนิทผมคนที่ว่า เป็นผู้ชาย



 

 

 

Pun’s Part

 


 

“ไอ้ปัน ขอยืมไม้บรรทัดหน่อย”

“ไอ้ปัน ขอยืมปากกาหน่อย”

“ไอ้ปัน ขอยืมลิคขวิดหน่อย”

“ไอ้ปัน ขอยืม...”

เออ มึงจะเอาเหี้ยไรก็เอาไปเลย ไม่ต้องยืมกูก็ได้!”   


ผมบ่นโวยวายใส่คนตรงหน้า แต่แทนที่มันจะสำนึก มันกลับยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวๆเรียงสวยแล้วลักยิ้มเล็กๆตรงมุมปาก ยิ่งทำให้อีกฝ่ายน่ารักขึ้นเป็นเท่าตัว ผมใจอ่อนวูบทันทีเมื่อเห็นภาพนั้น พร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ


“ฮ่าๆๆๆ เอาน่า อย่าบ่นเป็นคนแก่สิ เวลาของมึงไม่มีกูก็ให้มึงยืมไง แต่ครั้งนี้กูไม่ได้หยิบมาเลยนี่หว่า”

“เฮ้อ... เออๆ รีบๆทำไปเลย ทำเสร็จแล้วไปหาอะไรกินกัน” ผมถอนหายใจอย่างยอมแพ้

“รับทราบครับ เซอร์!” มันทำท่าตะเบ๊ะเลียนแบบทหารแล้วก้มหน้าก้มตาลอกการบ้านผมอยู่ อ้อ ผมก็ไม่ได้ทำเองหรอกนะ ลอกไอ้เตี้ยพายมันมาอีกที ช่วยไม่ได้นี่ พวกผมเกลียดภาษาอังกฤษ พอๆกับที่ไอ้พายเห็นว่าคณิตเป็นวิชาโปรด(ออกไปจากชีวิตกู) นั่นล่ะ


ตอนนี้คนอื่นกลับบ้านกันไปหมดแล้ว ไอ้เฟรนด์มีซ้อมบาสกับไอ้เทมป์ที่ชมรม ไอ้เตี้ยพายหายหัวไปไหนไม่รู้ ช่วงนี้มันกลับบ้านไวผิดปกติ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องของผม ทั้งห้องจึงเหลือเพียงแค่สองชีวิตนั่นก็คือผมกับไอ้ใหม่


ผมกับไอ้ใหม่กับบ้านด้วยกันทุกวัน เพราะบ้านมันไม่ค่อยมีคนอยู่ ผมเลยไปอยู่เป็นเพื่อนมันบ่อยๆ ส่วนผมอยู่กับลุงกับพี่สาว ส่วนน้องสาวผมอยู่ต่างจังหวัดกับครอบครัว ถึงแม้ผมจะมาอยู่นี่ได้ไม่นานแต่ก็มีเพื่อนเยอะแยะ


อย่างไอ้เฟรนด์ หนุ่มตี๋หน้าใส แต่นิสัยไม่เข้ากับหน้ามัน เวลามีปัญหาอะไรก็มักช่วยเหลือกันเสมอ อย่างไอ้เตี้ยพายปากหมาแว่นหนาเตอะ บุคลิคมันไม่ได้เข้ากับแว่นที่มันใส่เลยสักนิด ทั้งปากหมา กวนตีนจนได้กินตีนบัดดี้มันหลายครั้ง(ผมโคตรสงสารไอ้คิงที่เป็นบัดดี้มันอ่ะ)


แต่ตอนไอ้เฟรนด์มีเรื่องมันก็กล้าโดดเข้ามาช่วยแบบไม่กลัวตาย นับว่ามันเปลี่ยนความคิดผมไปหมดเลยว่าเด็กแว่นต้องตั้งใจเรียนแล้วหงิ๋มๆ มันเตะไอ้พวกนั้นซะสลบอ่ะ สองคนนี้เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่แปลกเลยที่จะสนิทกันมาก ส่วนผมเพิ่งมาสนิทเมื่อตอนม.4 นี่ล่ะ


ส่วนคนสุดท้าย ไอ้ใหม่ เพื่อนตัวเล็กน่าหวาน แต่สันดานมันก็ไม่ต่างจากผมสักเท่าไหร่ มันชอบอะไรเหมือนๆผม ไม่ว่าจะการ์ตูน หนัง หรือแนวเพลง เลยทำให้ผมสนิทกับไอ้ใหม่มากกว่า แต่ก็สนิทกับไอ้เฟรนด์และก็ไอ้พายเหมือนกัน


และที่สำคัญ... มันเป็นคนที่ผมชอบ


ไม่สิ อาจจะไม่ใช่แค่ชอบ ต้องเรียกว่า รัก เลยล่ะ


ผมแอบรักมันตั้งแต่วันแรกที่ผมย้ายเข้ามาในโรงเรียนแห่งนี้แล้ว แรกๆก็ยังไม่รู้จักใคร เพราะส่วนใหญ่ทุกคนมาจากโรงเรียนเดียวกันหมด ยกเว้นผมที่มาจากต่างจังหวัด แต่มันเป็นคนแรก ที่เข้ามาทักผม เข้ามาทำความรู้จัก


ผมยังจำรอยยิ้มของมันได้ รอยยิ้มที่เห็นลักยิ้มตรงมุมปากและตากลมโตทีแทบจะปิดเมื่อเจ้าตัวยิ้มออกมา พร้อมกับพูดว่า เราชื่อใหม่ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ปัน


แต่ทุกวันนี้เปลี่ยนจากเราๆนายๆกลายเป็นมึงกูไปแล้วเรียบร้อย เอาเถอะ ผู้ชายสนิทกันง่ายอยู่แล้ว


 “เสร็จแล้ว!!!

“เออ ไปส่งได้แล้ว เอาของกูไปส่งด้วย เดี๋ยวเก็บกระเป๋าให้”

“โอเค รอสักครู่ครับ เซอร์!


ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้มันติดการ์ตูนเรื่องอะไรถึงต้องพูดคำว่าเซอร์ เซอร์ลงท้ายตลอด เห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวปลงๆให้กับท่าทางปัญญาอ่อนแบบนั้น แม้บางครั้งผมก็ไม่ได้ต่างจากมันสักเท่าไหร่ก็ตาม


ผมเก็บหนังสือและของใช้อื่นๆเข้ากระเป๋า เหลือบไปเห็นพวงกุญแจตุ๊กตาไม้ที่เป็นรูปเด็กผู้ชายตาโตๆ แล้วแอบยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้า มันเป็นอันที่ผมซื้อให้เมื่อวันเกิดปีที่แล้ว และมันก็ยังคงติดตัวอยู่เสมอ


“มาแว้ววววว~ ป่ะมึง ไปหาไรกินกัน” ไอ้ใหม่ยิ้มร่ามาแต่ไกล แถมตอนมามันวิ่งไถลพื้นมาอย่างกะตัวสเกตลีลาในคุ้กกี้รัน

“กินไอติมไหม”

“โหย กูไม่ใช่เด็กแล้วนะที่ต้องเอาไอติมมาล่ออ่ะ” หืม ปกติทุกทีชวนไปกินไม่เห็นบ่น

“แล้วกินไหม?”

“กินดิ!” สรุปมึงก็เด็กอยู่ดีล่ะ!

“ก็แค่นั้นล่ะ แล้ววันนี้แม่มึงอยู่ไหม?” ผมหยิบกระเป๋าส่งให้มันและเดินออกจากห้อง

“ไม่อ่ะ อีกสองวันถึงจะกลับ คืนนี้กูอยากดูเรื่องปู่อัพอ่ะ ไปซื้อกันๆ” คนตัวเล็กกระตุกแขนผมอยู่กลายรอบจนผมต้องตอบตกลงๆในที่สุด

“ก็ได้ เดี๋ยวไปซื้อหลังกินไอติมเสร็จละกัน”

“เย้!! มึงแมร่ง น่ารักว่ะ” ไอ้ใหม่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ โดยหารู้หรือไม


...ว่ามึงน่ารักกว่าเยอะ


ประโยคนั้นผมตอบคนเดียวในใจ มันไม่รู้หรอก ไอ้ใหม่วิ่งโดดโลดเต้นเป็นเด็กๆ เมื่อกำลังจะได้กินไอติมและดูหนังคืนนี้ ผมยืนยิ้มให้กับความน่ารักของมันแล้วเดินเข้าไปกอดคอมันเนียนๆ (มันตัวเตี้ยกว่าผม แต่ก็ไม่เตี้ยเท่าไอ้พาย ฮา)


เราสองคนเดินไปกินไอติมร้านโปรดพร้อมกับสั่งของว่างมาทานด้วย เมื่อทานเสร็จก็แวะร้านขายหนังใกล้ๆบ้านที่ซื้อประจำ ซื้อหนังเรื่องที่มันอยากดูและเดินกลับบ้านด้วยกัน


บ้านไอ้ใหม่หลังค่อนข้างใหญ่ แต่เงียบเหงา เพราะมันอยู่คนเดียว พ่อกับแม่ไม่ค่อยอยู่บ้านสักเท่าไหร่ ผมเลยมักจะมาอยู่ค้างเป็นเพื่อนมันประจำ จึงไม่แปลกที่จะมีเสื้อผ้าผมอยู่ติดบ้านมันสองสามชุด พอเดินเข้าบ้านไปก็ผมกับหมาโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ขนสีทองตัวใหญ่ยักษ์กระโดดพุ่งเข้าใส่เสมอ เมื่อเจอหน้าเจ้าของบ้าน


“อ๊ากกก ไม่เอา ไอ้ถุงทอง จั๊กจี้ ฮ่าๆๆ อ๊ากกก อย่าเลียยยย อี๋ยยย~ ปันนน มึงยกมันลุกออกไปที กูหนักกกก”

“ฮ่าๆๆๆๆ สมน้ำหน้า มานี่เลยมึง” ผมยกไอ้ถุงทองออกจากตัวไอ้ใหม่ที่กลิ้งหลุนๆเป็นตุ๊กตาล้มลุกเพราะถูกไอ้หมาร่างยักษ์กระโดดเข้าใส่ แถบหน้าเปื้อนไปด้วยราบน้ำลายเหนียวๆจนผมหันไปมองไอ้ถุงทองด้วยความขุ่นเคือง


หนอย ถ้าไม่ติดว่าเป็นมึงหมากูเตะอัดกำแพงแล้ว มึงกล้ามากที่มาเลียหน้าไอ้ใหม่ ทั้งๆที่กูไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้เลยสักนิด


อิจฉาหมาว้อยยย!!!


“หืม น้ำลายเต็มหน้ากูเลย ไอ้ถุงทองบ้า แกอดกินของว่างแน่!


เออดี ไปลงกับหมาซะงั้น มันเดินเข้าบ้านเพื่อไปล้างหน้าที่เปื้อนคราบน้ำลายของไอ้ถุงทอง ผมเดินไปแกล้งไอ้ถุงทองด้วยความหมันไส้ บังอาจเอาปากเน่าๆน้ำลายเยิ้มๆมาติดไอ้ใหม่ของกู มึงน่าน่าอิจฉานัก!! เสร็จแล้วก็เดินตามมันเข้าไปในบ้าน หยิบจับข้าวของราวกับว่าเป็นบ้านผมเอง กำลังจะหยิบหนังสือการ์ตูนขึ้นมาอ่านฆ่าเวลา แต่แล้วคนที่หายไปในห้องน้ำกลับมาในสภาพที่ทำให้ผมช็อคค้าง


มันเดินเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำเฉยๆอย่างเดียวผมจะไม่อะไรเลย...


แต่นี้มันกลับมาในสภาพเสื้อนักเรียนสีขาวเปียกแนบไปกับลำตัวจนเห็นยอดอกเล็กๆสีสวยที่ดันนูนออกมา


โอ้วแม่เจ้า เลือดกำเดาจะไหล!


“เวรเอ้ย ก๊อกมาแตกเอาอะไรตอนนี้ เปียกหมดเลย เฮ้อ”


ผมยืนตัวแข็งค้าง ไอ้ใหม่มันบ่นอย่างหัวเสียที่เสื้อนักเรียนมันเปียก ส่วนสมองผมเนี่ย คิดเรื่องอกุศลไปไกลแล้ว


จู่ๆภาพลามกมากมายก็โผล่เข้ามาในหัวผม ไม่ว่าจะเป็นเหล่าบรรดานางเอกหนัง AV หุ่นเซ็กซี่ เร้าใจ หน้าอกใหญ่แค่ไหน ก็ไม่สามารถสู้ร่างบางที่ตัวเปียกซก จนเสื้อแนบติดกับตัว เผยให้เห็นผิวขาวๆและทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายเอวเล็กแค่ไหน


เห็นแล้วอยากกระชากขึ้นเตียง แต่ก็ต้องพับความคิดนั้นลงโดยไว ฟู่วว ยุบหนอ พองหนอ ยุบหนอ พองหนอ เริ่มพองแล้วหนอ ไม่ยุบแล้วหนอ...ปันน้อยๆเริ่มจะพองแล้วหนอ....


“ปัน ฟังกูอยู่ป่ะเนี่ย!?


ไอ้ใหม่สะกิดไหล่ผมเข้าทำให้ผมดึงสติกลับมาได้


“หะ...ห้ะ? อะไรหรอ”

“กูบอกว่ากูจะไปเปลี่ยนชุด เหม่ออะไรของมึงเนี่ย” มันเอียงคอมองผมงงๆโดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามันทำท่างน่ารักแค่ไหน


ใจผมสั่นพั่บๆเลย =////=


“ป่ะ เปล่า.. แค่กำลังนึกอยู่ว่ามีเรื่องไหนบ้างที่ยังไม่ได้อ่าน”


ผมแกล้งๆไล่นิ้วไปตามชั้นที่มีหนังสือการ์ตูนเรียงรายเต็มไปหมด ทั้งๆที่พวกนั้นผมอ่านหมดแล้ว

“อ่อ เห็นทำหน้าหื่นๆนึกว่ามึงมัวแต่นั่งคิดเรื่องสัปดนซะอีก” อึ่ก...เหมือนได้ยินเสียงธนูมาปักที่อกผมดังฉึกจนกระอักเลือดเลยแหะ นี่หน้าตาผมมันแสดงออกชัดขนาดนั้นเลยหรอคับ?(เออ!!)

“กูไม่ได้คิดแต่เรื่องพวกนี้สักหน่อยเถอะ” ผมพยายามเฉไฉ แล้วหยิบหนังสือสุ่มๆขึ้นมา

“เออ เรื่องของมึง เอาอาหารให้ไอ้ถุงทองมันด้วยนะ”


มันว่าเสร็จก็ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านบน ปล่อยให้ผมยืนใจเต้นแรงกับภาพเมื่อสักครู่อยู่คนเดียว


ถึงแม้ผมจะมาค้างบ้านมันบ่อยก็จริง แต่ก็ไม่เคยถึงขั้นกล้าแก้ผ้าโชว์ต่อหน้าอีกฝ่าย ถึงจะเคยเห็นผู้ชายแก้ผ้า ผมกลับรู้สึกเฉยๆ กลับกันพออีกฝ่ายเป็นไอ้ใหม่ ผมกลับรู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าเจอดารา AV เด็ดๆในโทรศัพท์ผมซะอีก


มันมีอิทธิผลต่อผมมากจริงๆ


ผมนั่งเปิดทีวีดูไปเรื่อยๆหลังจากเทอาหารให้ไอ้ถุงทองเสร็จแล้ว แต่ไอ้ใหม่มันก็ยังไม่ลงมาสักที มันนานเกินไปละนะ เปลี่ยนเสื้อผ้ามันใช้เวลานานขนาดนั้นเลยหรือไง ผมเลยเดินขึ้นไปตาม พอเคาะห้องดูก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงค่อยๆเปิดประตูเข้าไป


“ใหม่...”


ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก....


ผมเลยเดินเข้าไปในห้อง เห็นร่างของคนทำผมกำลังตามหาอยู่บนเตียงและกำลัง....


หลับ....


เอิ่ม แถมหลับสภาพอนาถมาก แต่มันก็ยังน่ารักอยู่ดีล่ะ มันเปลี่ยนชุดใหม่แล้ว แถมหัวยังเปียกนิดหน่อยแสดงว่ามันเพิ่งอาบน้ำอีกรอบสินะ ยิ่งพอเจออากาศเย็นๆอย่างแอร์ในห้องก็เลยเผลอหลับไป


ผมนั่งยองๆข้างๆเตียง มองเจ้าของห้องที่นอนหลับตาพริ้ม อ้าปากกว้าว เสื้อเปิดเลิกขึ้นจนเห็นพุงขาวๆแถมขาข้างนึงยกขึ้นไขว่ห้าง ส่วนแขนข้างที่กอดตุ๊กตารูปกบตัวโปรด ผมยิ้มเอ็นดูกับภาพตรงหน้า หน้าตาตอนนี้มันช่างดูไร้เดียงสา และน่าทะนุถนอมอย่างมาก จนอดไม่ได้ที่จะก้มตัวลงไปสัมผัสแก้มขาวๆใกล้ๆด้วยปลายจมูก


อืม หอมจริงๆ แถมนิ่มด้วย


ยิ่งได้กลิ่นหอมๆจากตัวอีกฝ่ายที่มาจากครีมอาบน้ำยี่ห้อโปรด ยิ่งทำให้ผมหลงใหลยิ่งขึ้น จนทำให้อยากทำอะไรที่มันมากกว่านี้ มากกว่านี้อีก


กว่าจะรู้ตัวอีกที ผมก็เผลอกดริมฝีปากตัวเอง แนบกับริมฝีปากเล็กของอีกฝ่ายไปแล้ว...


แรกเริ่มด้วยการกดจูบลงไปอย่างแผ่วแล้วขบเม้มริมฝีปากเล็กเบาๆอย่างลืมตัว นั่นยิ่งทำให้ผมหลงไหลจนยากที่จะถอนตัว ไม่อยากละออกจากริมฝีปากคู่นี้ อยากทำอะไรที่มันมากกว่านี้


“อื้อ...”


เสียงครางแผ่วๆของอีกฝ่ายทำให้ผมรู้สึกตัว รีบผละออกมาทันที แต่เหมือนว่ามันจะยังไม่รู้สึกตัว แค่ละเมอออกมาเฉยๆ ผมเลยถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ ที่มันไม่รู้


จะว่าผมฉวยโอกาสก็ได้ ผมยอมรับ เพราะมันคุ้ม ฮ่าๆๆๆ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ผมว่าทางที่ดีผมควรปลุกมันดีกว่า นอนตอนนี้เดี๋ยวกลางคืนนอนไม่หลับ


“ใหม่...ไอ้ใหม่ ตื่นเร็ว เดี๋ยวคืนนี้มึงนอนไม่หลับนะ”

“หื้ม... นี่กูเผลอหลับหรอ”


มันทำหน้าสะลึมสะลือ พูดเสียงยานคาง


“เออ ไปล้างหน้าล้างตาไป”


มันยอมลุกไปล้างหน้าตาตามที่ผมบอก แล้วกลับมาด้วยใบหน้าแจ่มใสกว่าเดิม


โครกกก..


จู่ๆเสียงท้องร้องโครกครากก็ดังขึ้นจนผมต้องหันไปมอง


“อุ้ย...แหะๆ ไอ้ท้องไม่รักดี เก็บอาการหน่อยก็ไม่ได้วุ้ย”


ไอ้ใหม่ยืนกุมท้องตัวเองแบบอายๆ ผมเลยยกมือขึ้นยีหัวมันและผลักเบาๆอย่างเคยชิน


“หึ มึงนี่จริงๆเลย ป่ะ ไปหาไรกินกัน”

“อื้อ!


จากนั้นเราสองคนก็ไปหาอะไรทานกันข้างนอกเป็นปกติ และก็กลับมานั่งดูหนัง อาบน้ำ เล่นเกมส์ อ่านหนังสือการ์ตูน บลาๆ ตามกิจวัตรประจำวันของพวกผม


ใช่แต่ละช่วงเวลาที่ผ่านไป มันอาจดูปกติ ธรรมดา ไม่มีอะไรมากมายในสายตาของมัน


แต่มันจะรู้บ้างไหมว่าแต่ละวันที่เราอยู่ด้วยกัน


ผมมีความสุขขนาดไหน

 

 

End Pun’s Part

 
 

…………………………………………………………………… 

ต่อจ้า


 

 

            สอบเสร็จแล้วว้อยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!


            อ่า อันนี้ไม่ใช่เสียงผมครับ เสียงไอ้เฟรนด์มัน ส่วนผมได้แต่เอาหน้าแนบไปกับโต๊ะเรียนด้วยความเหนื่อยล้ากับมรสุมข้อสอบที่ผมเพิ่งจะผ่านมันไปเมื่อกี้


ความรู้สึกหลังสอบเสร็จของผมคือ....ว่างเปล่า....ว่างเปล่าทั้งสมองทั้งคำตอบเลย บางทีก็แอบสงสัย ผมเผลอทำสมองหล่นไว้ที่ไหนหรือเปล่า?


            บอกตรงๆ ว่าการสอบมันเป็นอะไรที่กินพลังงานชีวิตผมมาก! แถมเพิ่งสอบวิชาคณิตเสร็จด้วย ผมนี้เหลือแต่ร่างเลย ส่วนวิญญาณนี่ ลอยไปโน่นแล้ว... ไปพร้อมๆกับข้อสอบที่อาจารย์เพิ่งเก็บไปเลย T^T


            สภาพของแต่ละคนตอนนี้ไม่ต่างจากผมเท่าไหร่ บางคนทำหน้าเหมือนโลกจะแตก เมื่อรู้ว่าคำตอบที่ทำไปมันผิด บางคนเตรียมตัวสอบซ่อม บางคนเตรียมตัง(?)ไปติดสินบนอาจารย์ (เฬว) บางคนเฉยๆ แบบว่าชิวสุดๆ เพราะชินแล้วกับการสอบตก เอาง่ายๆ ปลงแล้วครับ


            ถ้าให้เปรียบผมคงจัดอยู่ในประเภทเตรียมตัวสอบซ่อม ไอ้ใหม่กับไอ้เฟรนด์จัดอยู่ในประเภทเครียดโลกแตก เพราะไอ้ใหม่เก่งคณิต ส่วนที่ไอ้เฟรนด์มันเครียดก็เพราะมันดันลอกไอ้ใหม่ผิดข้อ เลยทำให้ทุกข้อมันรวนหมดเลยทั้งแถบ (เตรียมไปสอบซ่อมพร้อมกูได้เลย)ส่วนคนที่จัดอยู่ในประเภทชิวสุดๆเนี่ย นั่งอยู่ข้างผม นั่นก็คือไอ้ปัน


ตอนนี้มันกำลังนั่งกระดิกเท้า ใส่หูฟังฟังเพลงสบายใจเฉิบ ต่างจากไอ้สองคนนั้นที่นั่งหน้าเครียด แถมยังมีการทำท่าประกอบเหมือนในเอ็มวีเพลงด้วย


“นี กา ซา รา งึม มึน นึน นี แอม อะ แบด บอย~ กือ กะ ชา รา นึน มึน นา อะ กู้ด เกิ้ล~ ”


=_= เอิ่ม ถึงจะไม่รู้ว่าเพลงมันร้องยังไง แต่ที่แน่ๆ มันต้องไม่ได้ร้องแบบนี้ ผมว่ามันร้องมั่วๆ แล้วดำน้ำไปเรื่อยมากกว่า จนไอ้เฟรนด์มันเปิดประเด็นถามขึ้นมาคนแรก


“ไอ้เชี่ยปันเป็นไรวะ?”  มันมองไอ้ปันแบบผวาๆ

“นั่นดิ่ ร้อยวันพันปีไม่เคยฟังเพลงเกาหลี นึกอินดี้อะไรขึ้นมาวะ”


พวกผมสองคนหันไปถามไอ้ใหม่ และคำตอบที่ได้คือ


“เมื่อวันก่อน กูไปชมว่ามันหน้าคล้ายซีวอนที่อยู่วงดงบังชินกิเข้า ผีแดนกิมจิเข้าสิงมันมั้ง” ไอ้ใหม่ว่าอย่างเอือมๆ ไอ้เฟรนด์กลับแย้งขึ้นมา

“เดี๋ยวๆ เท่าที่กูจำได้ นิชคุณไม่ใช่หรอวะที่อยู่ดงบังชินกิอ่ะ มึงอ่ะมั่วแล้ว”


ถึงผมจะไม่ค่อยรู้จักวงนักร้องเกาหลี แต่ผมมั่นใจว่าทั้งซีวอนและนิชคุณไม่ได้อยู่ดงบังชินกิ! พวกมึงสองคนโคตรมั่วอ่ะ


“กูว่าสองคนนั้นไม่ได้อยู่วงดงบังชินกิหรอกว่ะ ถ้าจะไม่ผิดนิชคุณมันอยู่ทูพีเอ็มไม่ใช่หรอวะ” ผมลองแก้ต่างให้พวกมัน

“อ้าว หรอวะ”

“พวกมึงนี่ไม่รู้อะไรซะแล้ว หยุดกล่าวหาเหล่าอปป้ากันซักที” จู่ๆไอ้ปันก็หลุดออกมาจากโลกส่วนตัวของมันแล้วนั่งเท้าคางเก๊กหน้าขรึม ในสายตามันคงคิดว่ามันหล่อมาก แต่ผมดูยังไงๆมันก็ตลกว่ะ มันเปรยตามองผมด้วยหางตาก่อนจะพูดขึ้นมา “ซีวอน อยู่บิ๊กแบงต่างหาก


กูว่าคนที่ไม่รู้เหี้ยไรเลยคือมึงมากกว่า!!


“ห้ะ!?

“หึ ” มันทำเสียงขึ้นจมูกพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มันขึ้นมาเปิดรูปภาพนักร้องวงบิ๊กแบงให้ผมดู “นี่ไง ซีวอน หน้าเหมือนกูเด๊ะทุกกระเบียดนิ้ว”


ผั๊วะ!


ซีวอนบ้านมึงสิ! นี่มันเฮียท็อป บิ๊กแบงว้อย ไอ้เวน!


ผมตบหัวมันไปทีหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ ถึงผมจะไม่ค่อยรู้จักแต่อย่างน้อยผมก็รู้จักเฮียท็อปวงบิ๊กแบงนะ โชว์โง่ไม่เท่าไหร่ เสือกปล่อยไก่มาอีกตัวเบ้อเร้อ เพราะพวกเราพูดกันเสียงกังมาก เพื่อนหันมามองทั้งห้องแล้ว ผมนี่อายจนแทบมุดดินหนีแล้ว!


“อ้าว หรอวะ ไหนมึงบอกว่านี่ซีวอนไง”

“หืม  คนที่กูชี้ให้มึงดูไม่ใช่คนนี้นี่ คนนี้ต่างหาก” ไอ้ใหม่ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูป พวกผมสามคนเลยชะโงกหน้าเข้าไปดู “นี่ไง คนนี้ต่างหาก”


สรุป.... คนที่ไอ้ใหม่บอก ไม่ได้มีความเหมือน คล้ายคลึงหรือใกล้เคียงทั้งซีวอน ทั้งนิชคุณหรือเฮียท็อปแต่ประการใดเลยสักนิด


            คนนี้เรารู้จัก ชื่อยุนโฮนะ อยู่วงดงบังชินกิ


            จู่ๆก็มีผู้หวังดี เดินเข้ามาแก้ต่างให้พวกผม...แล้วเดินจากไป


            พวกเราหันมามองหน้ากันทั้งหมด...




“กูว่า... เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีไหม” ผมเอ่ยถามออกมาเบาๆ ก่อนที่พวกเราจะปล่อยไก่ไปมากกว่านี้...

“อืม...”

“นั่นสิ...”

“กูก็ว่างั้น...”


ดังนั้น จากเรื่องนักร้องเกาหลีที่สรุปพวกผมผมมั่วกันนั้น เราปล่อยให้มันเป็นผ่านไปเหมือนลมตด จากนั้นพวกเราก็เก็บของเข้ากระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน


“งั้น ปิดเทอมนี้ พวกเราไปไหนกันดีวะ” ไอ้เฟรนด์เริ่มตั้งประเด็นใหม่เป็นคนแรก ส่วนที่เหลือก็เออออตามกกันมา

“นั่นดิ ไปเที่ยวไหนกันดีวะ มีที่ไหนน่าเที่ยวมั่ง ลองเสนอๆกันออกมาดิ้” ไอ้ปันว่า เมื่อได้ยินดังนั้นผมพูดขึ้นบ้าง

“แล้ว...จะไปชวนพวกไอ้คิง ไอ้เทมป์มันไปด้วยไหม?”


ผมลองแกล้งๆถามออกไป ปิดเทอมทั้งที.. ก็อยากเที่ยวด้วยกันบ้าง นับตั้งแต่วันนั้น... วันไหน เออ วันนั้นล่ะ ผมก็ตกลงคบกับมันแล้ว แต่ผมยังไม่พร้อมจริงๆที่จะบอกความลับ ซึ่งไอ้คิงก็ตกลงไม่ว่าอะไร เมื่ออยู่ต่อหน้าเพื่อนคนอื่นเราก็ทำตัวกันตามปกติไม่ให้มีพิรุธมากเกินไป


 ไว้ผมกล้ากว่านี้ ผมสัญญา ว่าจะบอกทุกคนแน่ๆ


“ใช่ กูเห็นด้วยอย่างยิ่งเลย! เสนอได้เยี่ยมเลยน้องเตี้ยของพี่ ไปหลายคนสนุกดีออก” ผมยิ้มนิดๆด้วยความดีใจ แต่ก็เก็บอาการไว้


มันเกือบจะดีละ แต่ติดที่มันเรียกผมน้องเตี้ยเนี่ยล่ะ -_-


เตี้ย พ่o


ผมพูดเน้นคำแบบไม่มีเสียง ซึ่งต่อให้โง่แค่ไหนก็อ่านปากผมออก


“ไว้เดี๋ยวกูลองไปชวนพวกมันให้ละกัน จะได้ช่วยกันคิดอีกที่ว่าจะเที่ยวไหน หยุดทั้งทีให้กูพักสมองยาวๆแล้วเที่ยวสบายๆมั่ง สอบที่เอาความรู้กูไปหมดหัวเลยเนี่ย”

“ก็ดีนะ แล้วพวกมึงไปไหนกันต่อวะวันนี้ เพิ่งจะบ่ายโมงกว่าๆเอง”


ผมยกนาฬิกาขึ้นดูเพิ่งจะบ่ายโมงกว่าๆแถมพวกผมสอบเสร็จหมดแล้วด้วย ไปไหนดีวะ กลับบ้านไปก็ไม่มีอะไรทำ กว่าจะถึงเวลาทำงานที่ร้านก็อีกนาน ไปหาอะไรทำฆ่าเวลาดีกว่า


“กูรู้แล้ว!! สอบเสร็จเครียดๆ ต้องหาอะไรมาระบายความเครียด เพราะฉะนั้น!!!


ไอ้เฟรนด์กระโดดลากคอพวกผมก่อนจะบอกสิ่งที่กำลังจะทำต่อไปนี้


ไปร้องเกะกัน!

 

 

 

 

つづく

 

 

 

Talk

            บอกแล้วว่าแค่เกริ่นๆคู่นี้ เพราะฉะนั้นกลับมาที่น้องพายของเราเหมือนเดิมก่อนค่ะ ฮา    ที่หายไปสองวันไม่ใช่อะไรเลย ติดนิยายจีน >////< ง้อว  
            ปล. พรุ่งนี้เค้าไปเที่ยวจุฬา กว่าจะกลับมาอีกก็กลายวันอ่ะ คงต้องใช้เวลาพิมพ์นิดนึงน้า~
            ปลล. ทุกความคิดเห็นยังเป็นกำลังใจใหห้เขาเสมอน้า ♥


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

2,204 ความคิดเห็น

  1. #1352 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 16:06
    ไม่ว่าคู่ไหนกะฟินทั้งนั้น เอาเนื้อแระน้ำ แต่ไม่เอาม่า^^
    #1352
    0
  2. #1197 fueangja (@fueangfha) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 16:17
    คู่ใหม่ปันน่าร๊ากกกก
    #1197
    0
  3. #504 sundaymorning3841 (@sunshine3841) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 23:17
    คู่นี้กะน่าย้ากกกกกก ชอบฟิลแอบรักเพื่อนมาก .//////.
    #504
    0
  4. #332 cool jocker (@amolwan30) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 12:44
    สนุกๆมากๆ
    #332
    0
  5. #331 บีเคพีเอ็น (@tidteeka) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 10:50
    กรี้ดดดด น่าร้ากกก
    #331
    0
  6. #330 รอยพิมพ์ (@my-love-princess) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 07:04
    น่าสนม๊ากมาก มาทำให้อยากอ่านแล้วจากไป รอๆ
    #330
    0