[END] Buddy Conflict! กัดกันดีนัก...รักกันดีกว่า[Yaoi]

ตอนที่ 31 : ตอนที่ 28 : เรื่องที่ไม่เคยบอกให้รู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,996
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    12 ม.ค. 58



ตอนที่ 28 เรื่องที่ไม่เคยบอกให้รู้

 

Ink’s Part

 

          หลังจากเมื่อวานที่ฉันได้ฟังเรื่องจากปากของไอ้เตี้ย ฉันล่ะอยากจะตบหน้าผากตัวเองดังๆเหลือเกิน กับความบื้อของไอ้เตี้ยมัน ในเมื่อมันชอบเขา แล้วเขาก็ชอบมัน ดันไม่ยอมตกลงคบๆกันไปให้สิ้นเรื่อง หืม? ทำไมฉันต้องเป็นเดือดเป็นร้อนกับทั้งสองคนนี้ด้วย? อย่าลืมสิ ถ้าเมื่อไหร่ที่สองคนนี้ได้คบการ ฉันก็จะได้จัดการ ยัยนั่นออกไปจากชีวิตฉันได้ง่ายๆไงล่ะ



เมื่อคิดได้ดังนั้น วันต่อมา เมื่อฉันเจอหน้าหมอนั่น จึงรีบไปคว้าคอเสื้อออกมาแล้วเรียกมาเพื่อคุยเรื่องไอ้เตี้ยมันโดยด่วน


“เฮ้ๆ เดี๋ยวดิ ลากฉันออกมาทำไมเนี่ย”

“ฉันมีเรื่องต้องคุยกับนาย”



หมอนั่นทำหน้างงใส่ ฉันก็ไม่ได้ขยายความอะไรไปมากกว่านั้น เพียงแค่ลากออกมาจนอยู่ในที่ลับตาคน ไม่ค่อยมีใครผ่านมา จะได้คุยสะดวกๆหน่อย


“หวังว่าที่นี่คงไม่มีใครแล้วนะ เอาล่ะ ช่วยอธิบายเรื่องเมื่อวานหน่อย เมื่อวานนายไปไหนกับใครมา”

“ไปไหน??”

“ไหนนายบอกว่าจะจีบไอ้เตี้ยมันไง แล้วนายไปอยู่กับผู้คนหญิงคนอื่นแบบนี้ หมายความว่า แกไม่ได้สนใจพายแล้วใช่ไหม เตรียมใจมาแล้วสินะ...”



ฉันส่งยิ้มหวานๆไปให้ มือยกขึ้นมา หักนิ้วดังกร็อบ คนตรงหน้ารีบปฏิเสธพัลวัน ด้วยใบหน้าซีดเผือกทันที


“เดี๋ยวๆๆๆๆ ใจเย็นก่อน มันไม่ใช่อย่างที่คิดนะ!

“ถ้าไม่ได้หมายความว่าแกไม่ได้ชอบไอ้เตี้ยแล้ว จะให้ฉันคิดว่ายังไงล่ะ” ฉันยืนกอดอกมองหมอนั่นด้วยความไม่สบอารมณ์

“ฟังฉันก่อน  เมื่อวานฉันไม่ได้ส่งพายมันก็จริง เพราะเมื่อวานฉันไปหา ครีมมาไง”

“งั้นผู้หญิงคนที่ไอ้เตี้ยมันเจอก็คือครีมอ่ะดิ” ฉันตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“ก็ใช่...”

“อุ๊บ...ฮ่าๆๆๆๆ”



ฉับหัวเราะน้ำหู น้ำตาไหลเมื่อได้ยินความจริงที่ว่า ป่านนี้ไอ้เตี้ยมันคงคิดผิด คิดไปไกลแล้ว โดยที่ไม่รู้ความจริงที่ว่า


“เดี๋ยว... เมื่อกี้เธอว่าไงนะ ไอ้เตี้ยมันเห็นงั้นหรอ?” มันตาโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ คงไม่รู้เรื่องที่ไอ้เตี้ยแอบตามไปสินะ

“ใช่ เต็มสองตาด้วย ไม่ใช่แค่นั้น ฉันมีเรื่องสำคัญจะมาบอกนายอีกเรื่องด้วย”

“เรื่องอะไรนั่นไว้ก่อนได้ไหมอ่ะ แต่ช่วยบอกมาทีว่ามันคงไม่เข้าใจผิดหรอกใช่ไหม” น้ำเสียงอีกฝ่ายดูร้อนลนจนฉันอยากจะให้หลายๆคนได้เห็นสภาพน็อตหลุดของหมอนี่มาก

“เข้าใจผิดเต็มๆเลยต่างหาก” ฉันพูดตรงๆ

“โอย ตาย แล้วฉันควรทำยังไงดีเนี่ย” อีกฝ่ายขยี้หัวตัวเองอย่างจนปัญญา ท่าทางจะเป็นเอามากแหะ แล้วจู่ๆฉันก็ดันปิ๊งไอเดียสุดเริศขึ้นมา  

“ฉันว่าหมอนั่นเข้าใจผิดก็ดีแล้ว”

“หมายความว่าไง”

“ก็หมายความว่า....”


ฉันอธิบายแผนการที่เพิ่งจะคิดได้สดๆร้อนๆให้หมอนั่นฟัง  เมื่อได้ยินดังนั้น คิงถึงกับยิ้มกว้างด้วยความดีใจ และฉันก็ไม่ลืมที่จะบอกเรื่องคู่แข่งตัวฉกาจของหมอนั่นให้ฟัง


“ฉันว่านายควรรีบนะ ไม่งั้นฉันว่านายอาจโดนหมาแถวนี้คาบไปแดกก่อนแน่” ฉันพูดส่งท้ายก่อนจะเดินแยกออกมา แต่ก็ยังทันที่จะได้ยินประโยคสุดท้ายของหมอนั่น

“ถ้างั้นก็เริ่มซะวันนี้เลยละกัน”



ให้มันได้งี้สิ!!


 

            ………………………………………………………………………

 

 
 

 ผมคิดหลายตลบจนแล้วจะตีลังกาจนสลบอยู่แล้ว ก็ยังนึกไม่ออกมาว่าจะทำยังไงดีกับเรื่องที่อิ้งค์บอกผมเมื่อวาน พูดหน่ะมันง่าย แต่ถ้าจะทำให้ได้อ่ะ มันยาก!!!



“เฮ้ออ....”

“เขาว่าถอนหายใจหนึ่งครั้ง อายุสั้นลงหนึ่งวันนะ” เสียงไอ้เฟรนด์ดังขึ้นขัดความคิดผม

“งั้นกูคงสั้นลงเป็นปีแล้ว”


ผมฝุบหน้าลงกับโต๊ะ ขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืดกับมัน วันนี้ไม่มีอารมณ์มาเถียงด้วยสักเท่าไหร่ ยังไม่รู้จะหาทางออกกับเรื่องที่กำลังคิดอยู่ยังไงดี ถ้าเกิดไอ้คิงมันเลิกสนใจผม ที่มันแต่เล่นตัวไปสนใจผู้หญิงมากกว่า มันคงไม่ดีแน่ๆ T^T


“ถ้าคนปกติทั่วไป ถอนหายใจอายุลด แต่ไอ้พายถอนหายใจหนึ่งครั้ง ความสูงมันคงสั้นลงแทนซะมากกว่าว่ะ” เสียงไอ้ปันดังขัดขึ้นมา โดยที่ในมือมันยังลอกการบ้านภาษาอังกฤษผม ที่ต้องส่งก่อนเข้าแถวยิกๆ

“เออ จริงด้วย ฮ่าๆๆๆ” ไอ้ใหม่อีกคน

“หุบปากไปเลยพวกมึง ถ้าไม่ลอกก็เอาคืนมา!!

“เฮ้ยๆๆ ใจเย็นดิ แหม ทำตัวอย่างกับคนประจำเดือนมาไม่ปกติ อ่ะๆ อย่าทำหน้างั้นสิ ขอพวกกระผมลอกก่อนนะคร้าบคุณพายคร้าบ ทำหน้าดุเดี๋ยวก็ตีนกาขึ้นเต็มหน้าหรอก”


ก่อนจะเจอตีนกา มึงเจอตีนกูก่อนไหม?


ผมได้แต่ส่ายหัวปลงๆให้กับไอ้ปัน ไม่อยากทะเลาะกับคนบ้า ตรงตามคำที่ว่า อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา  


“เอาน่า มีเรื่องเครียดอะไรก็ปรึกษาพวกกูได้ ไม่เห็นต้องเก็บไปคิดคนเดียวเลย เดี๋ยวนี้มึงชอบทำตัวห่างเหินจากพวกกูจัง” ไอ้เฟรนด์พูดด้วยความน้อยใจ


จะว่าไปตั้งแต่ที่ไอ้คิงบอกว่าจะจีบผผม ผมก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านพร้อมกันหรือไปไหนกับพวกมันสักเท่าไหร่  จนผมรู้สึกผิด


“เอ่อ...กูขอโทษ.. ไม่ใช่ว่ากูไม่อยากบอกพวกมึงนะ แต่...” กูแค่ยังไม่พร้อม

“ไม่เป็นไร อย่าลืมสิ ว่ามึงก็เพื่อนกูเหมือนกัน มีปัญหาอะไรก็ปรึกษาได้เสมอ” ถึงสายตามันจะยังจดจ่อกับการลอกการบ้าน แต่มันก็ยังพูดเพื่อให้ผมสบายใจ ผมนี่ถึงกับน้ำตาซึม แต่ติดอยู่ที่... “อ่ะ..เชี่ย ตัว e กูกลายเป็น a อีกละ ไอ้เฟรนด์ เอาลิคขวิดมายืมหน่อยดิ้”


เกือบดีแล้ว...เกือบดี....ดีออกนะสิ!


“ใช่ๆ เอาน่า ถึงพวกกูอาจจะพึ่งพาไม่ได้ แต่ก็ยินดีรับฟังปัญหามึงนะ  อ่ะ ลิคขวิดกูก็มี ” ประโยคแรกมันพูดกับผม แต่ประโยคหลังมันหันไปพูดกับไอ้ปัน

“ไม่เอาอ่ะ ของมึงยี่ห้อกากๆ กูอยากใช้เพนเทลอ่ะ”

“เรื่องมาก! งั้นก็ไม่ต้องใช้!!

“เฮ้ยๆๆ แหม ล้อเล่นแค่นี้ทำงอน เอามาใช้ก่อนดิ่”

“เออ!



สุดท้ายมันสองคนก็หันไปทะเลาะกันงุ้งงิ้งอีกละ..กว่าจะลอกเสร็จก็เกือบตีกันตาย



“แล้วตกลงมึงมีปัญหาอะไร จะบอกพวกกูได้หรือยัง” ไอ้เฟรนด์มาตบบ่าผมปุๆ แถมยังยิ้มจนตาหยี อีกสองคนก็ตั้งใจฟัง (เสือก) เต็มที่

“พวกมึง...” ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพูดออกมา “กระเป๋าตังกูหายว่ะ


“...” ”...” ”...”


ทั้งสามคนเงียบกริบ ผมเลยบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงให้พวกมันฟัง


“พอจะมีให้ยืม....สักสองร้อยมะ”


พรึ่บ


“เอ่อ... เดี๋ยวกูเอางานไปส่งให้นะ” ไอ้ปันลุกคนแรกพร้อมหยิบสมุดการบ้านผมไปส่งให้ด้วย

“งั้นเดี๋ยวกูไปเป็นเพื่อนละกัน” ไอ้ใหม่ลุกตามไอ้ปันไปติดๆ

“ส่วนกู...โทษที เพิ่งนึกได้ว่ามีธุระ กูไปละ” ไอ้เฟรนด์ลุกเป็นคนสุดท้าย แล้วรีบวิ่งออกจากห้องไปทันที



ผมได้แต่นั่งแค่นหัวเราะอยู่คนเดียวอย่างกับคนบ้า จนเพื่อนในห้องเริ่มขยับหนี


แหม เพื่อนผมนี่ช่างดีเลิศประเสริฐศรีกันทุกคนเลย (กัดฟันพูด)

 

พอตกเย็น ผมกำลังจะกลับบ้านเอง แต่กลับถูกไอ้คิงมันลากไปคุย เมื่อเห็นหน้ามัน ยิ่งนึกถึงภาพเมื่อวานก็พาลหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลทันที ไอ้ความคิดที่ว่าจะทำให้มันเป็นแฟนขอพับเก็บไปก่อน ณ วินาทีนี้อารมณ์ไม่ดีครับ


“ปล่อย! บอกให้ปล่อยไง หูหนวกหรือไงวะ!” ผมทั้งดิ้น ทั้งยื้อ และพยายามแกะมือมันออก แต่มือมันเหนียวมาก พ่อเป็นญาติกับปลาหมึกหรือไงวะ

“คุยกันให้รู้เรื่องก่อน”

“คุยระ? ไม่จำเป็น วันนี้กูกลับบ้านเองได้”

ให้ไอ้เหี้ยไนน์ไปส่งอ่ะหรอ



กึก


ผมหยุดดิ้นดิ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายพูดดังนั้น มันรู้ได้ไง? แสดงว่าอิ้งค์คงไปโวยใส่มันแน่ๆ เฮอะ แล้วไง ทีเมื่อวานมันยังไปกับคนอื่นได้ แล้วการที่ผมจะกลับบ้านกับใครก็เรื่องของผม


“แล้วไง ทีมึงยังไปไหนกับคนอื่นได้ กูยังไม่เห็นว่าไร แล้วใครจะไปส่งกูมันก็เรื่องของกู ปล่อยได้ยัง!” ผมพูดเสียงใส่หน้าอีกฝ่าย จนไอ้คิงมันถอนหายใจออกมา

“มันไม่ใช่อย่างที่มึงคิด”

“ไม่ใช่ได้ไง กูไม่ได้ตาบอดนะ”

“ถ้างั้นเย็นนี้ไปด้วยกัน”


ไอ้คิงลากแขนผมไปทันทีโดยที่ผมยังไม่ทันตั้งตัว


“ไปไหน ไม่ไป ปล่อยว้อยยยยยยยยยยย”


ผมพยายามออกแรงยื้อ แต่เรี่ยวแรงของผมช่างกระจ้อยร้อยเสียเหลือเกิน เพราะมันลากผมมาถึงรถมันแล้ว ไม่ต้องให้พูดอะไร มันก็จับผมยัดเข้ารถแล้วโยนกระเป๋าไว้ข้างหลัง จากนั้นก็ออกตัวทันที


“ไปไหนเนี่ย” ผมถามออกมาด้วยความหงุดหงิด เพราะมันคนละทางกับบ้านผมเลย

“เดี๋ยวก็รู้”


ขอบคุณที่คำตอบมึงโคตรทำให้กูโคตรรู้เรื่องเลย (ประชด)


ไม่นานนักรถของมันก็เข้ามาจอดที่ห้างเดิมเมื่อวานที่มันเพิ่งมา ทำเอาผมขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เมื่อวานก็เพิ่งมา จะมาอีกทำไม


“มาทำไมที่นี่อีก”

“มาเถอะ กินข้าวด้วยกันสักมื้อก่อน เดี๋ยวพาไปส่งที่บ้าน”

สุดท้ายผมก็ต้องยอมลงไปเป็นเพื่อนมัน ไปหยุดอยู่ที่ร้านอาหารเดิม ที่เมื่อวานมันมารอผู้หญิงคนนั้น ผมอยากจะเดินหนีเหลือเกิน แต่ก็ถูกมันจับมือแล้วลากเข้าร้านไปด้วยกันในที่สุด




ต่อจ้า


 

 

“อ๊ะ มาแล้ว ทางนี้ๆๆ”


 

เมื่อเข้ามาถึง ก็เห็นผู้หญิงคนเมื่อวาน กำลังโบกไม้โบกมือแถมยังส่งยิ้มหวานมาให้ จนผมไม่กล้าที่จะเดินต่อ ได้แต่ก้มหน้างุด ไม่อยากสบตากับใคร ข้างๆก็มีผู้หญิงที่อยู่ในชุดเดียวกันกับผู้หญิงคนนี้อีกสองคน ผมยิ่งอยากออกไปจากที่นี่โดยไว


 

“มากันนานแล้วหรอ”


 

แต่เหมือนไอ้คิงมันจะไม่รับรู้ถึงความรู้สึกผมที่อยากจะออกไปจากที่นี่เลยสักนิด แถมยังลากผมมาร่วมตัวในที่สุด ผมได้แต่กัดปากแน่นด้วยความน้อยใจ


 

มันเคยนึกถึงความรู้สึกผมบ้างไหม เคยถามผมบ้างไหม


 

“เพื่อนครีมมารอกันนานมากกกกก หิวจนแทบจะกินหัวพนักงานแล้ว กำลังบ่นอยู่เลยเนี่ย ว่าถ้าคนเลี้ยงไม่มีมา จะตามไปไถ่จนหมดตัวถึงบ้านเลยเนี่ย” หญิงสาวว่าอย่างงอนๆ แก้มป่อง ถ้าใครเห็นก็คงเอ็นดูกับความน่ารักและสดใสของคนตรงหน้า ทำเอาผมตัวหดเล็กเหลือแค่สองนิ้วเอง

 

“ไม่มาได้ไง พี่สัญญาแล้วนี่”

 

“งั้นก็สั่งกันได้แล้ว พวกแกจะกินอะไรก็สั่งกันเลยเต็มที่ วันนี้มีเจ้ามือเลี้ยงแบบไม่อั้นเลย” หญิงสาวว่าอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหยุดสายตามามองที่ผม “ว่าแต่ นี่ใครหรอ”

 

“อ้อ เพื่อนพี่เอง ชื่อพาย เดี๋ยวพี่มีธุระต้องไปทำต่อ เลยชวนมาด้วย หวังว่าคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม”


 

แค่คำธรรมดาที่เอ่ยออกมาจากปาก ทำเอาใจผมกระตุกวูบ ความรู้สึกน้อยใจแผ่พุ่งขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้ แต่ก็ต้องก้มหน้ายอมรับความจริง ในเมื่อผมกับมันยังเป็นแค่ เพื่อนกันจริงๆนี่


 

“แหม ใครจะกล้าว่าพี่คิงล่ะ พี่จะพาใครมาแป้งก็ไม่กล้าว่าหรอก” ผู้หญิงอีกคนที่นั่งๆข้างๆพูดขึ้นมาอย่างเป็นกันเอง

 

“ใช่ๆ มีคนมากินเยอะๆ สนุกดีออก หนูชื่อ ครีมนะ เป็น รุ่นน้อง พี่คิง ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

 

“แน่ใจนะว่าแค่ รุ่นน้อง” ผู้หญิงอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆคนที่ชื่อแป้งเอ่ยแซว

 

“บ้าหรอ อย่าพูดอะไรอย่างนั้นสิ” ครีมว่าพลางหันไปตีเพื่อนเบาๆและทำหน้าเขินอาย จนผมได้แต่ยิ้มแห้งๆ

 

“อ่า..ครับ”



 

ตลอดมื้ออาหารนี้ผมรู้สึกแย่ยิ่งกว่าแย่ เท่าที่ฟังมา แต่ละคนอยู่ม.4 โรงเรียนสตรีชื่อดังที่ไม่ไกลจากโรงเรียนผมสักเท่าไหร่ แถมแต่ละคนยังน่ารักมากๆด้วย โดยที่คนนั่งทางฝั่งขวาสุดชื่อ หวาน ตัดผมบ๊อบสั้นประมาณบ่าและหน้าม้ายาวลงมาถึงคิ้ว ยิ่งเสริมความน่ารักให้กับเจ้าตัว ส่วนคนต่อมาชื่อ แป้ง ถ้าเปรียบคนแรกเป็นสาวสายแบ๊ว คนนี้ก็ลูกคุณหนูดีๆนี่เอง ดูจากการพูดการจาและท่าทางที่ได้รับการฝึกอบรบมาอย่างดี


 

และคนสุดท้าย ที่นั่งอยู่ฟังตรงข้ามกับไอ้คิงและกำลังตักอาหารให้ ชื่อ ครีม เรียกได้ว่า ทั้งสวยและน่ารัก เป็นการผสมการอย่างโคตรลงตัว ผมยาวดำสวยที่ถูกมันเป็นเปีย รอยยิ้มที่สดใส และคำพูดคำจาออดอ้อนอย่างน่ารัก ร้อยทั้งร้อย ผู้ชายชอบผู้หญิงประเภทนี้ทั้งนั้น เมื่อหันกลับมามองตัวเองก็ยิ่งรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม


 

ผมไม่มีอะไรเทียบผู้หญิงคนนี้ได้เลยสักนิด...


 

แล้วการที่ไอ้คิงมันพาผมมาที่นี่... คงอยากจะเปิดตัวแฟนใหม่มันให้ผมรู้สินะ แค่นี้มันก็ชัดเจนเกินพอแล้ว ทั้งคู่สนิทกันมานาน ก่อนที่ผมจะรู้จักไอ้คิงมันซะอีก แถมยังคอยดูแลอย่างดี รู้ว่าอีกฝ่ายชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ทั้งตักอาการให้กันจนผมนึกน้อยใจ  


 

แหม ดูแลซะขนาดนี้ ไม่คบกันไปเลยล่ะ


 

ยิ่งประโยคต่อมาที่หวานพูดขึ้นแซวออกมา ทำเอาผมตัวชาราวกับโดนค้อนปอนด์ทุบหนักๆ


 

พรึ่บ


 

“กูกลับก่อนดีกว่า” ผมลุกขึ้นมาทันทีเมื่อความอดทนของผมสิ้นสุดลง ต่อให้อยู่ต่อไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น จากนั้นก็รีบเดินออกมาจากร้านให้ไวที่สุด ให้ไกลที่สุดเลยยิ่งดี ไม่สนด้วยว่ามันจะดูไร้มารยาทแค่ไหน


 

แต่ถ้าผมยังนั่งอยู่ต่อ อาจจะทนไม่ไหวจนร้องไห้ขึ้นมาก็ได้ เพราะแค่นี้ ผมก็รู้แย่จนแทบบ้า นานกว่านี้อีกนิดผมคงทนไม่ไหว และอาจจะเดินเข้าไปกระชากไอ้คิงแล้วพูดตะโกนลั่นร้านไปเลยว่า มันเป็นของผม


 

“เฮอะ... ไร้สาระสิ้นดี”


 

ผมสบถกับตัวเองเบาๆ รู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา แต่ก็ยังคงกลั้นมันเอาไว้ได้อยู่ แต่จู่ๆ ก็มีมือของใครบางคนมาจับผมเอาไว้


 

!!!


 

“มึงเป็นอะไร จะเดินออกมาทำไมคนเดียว”


 

ผมปากเม้มเข้าหากันจนแน่น และเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ยังจะมีหน้ามาถามอีกว่าผมเดินออกมาทำไม แค่นี้มันยังไม่ชัดอีกหรือไง


 

“แล้วจะให้อยู่ต่อในฐานะอะไรอ่ะ อ้อ ลืมไป ว่ากูเป็นแค่เพื่อนมึงนี่หว่า โทษที ฝากขอโทษแฟนมึงด้วยละกัน”

 

“แฟนเฟินบ้าอะไร...”

 

“ถ้านั่นไม่ใช่แฟนมึงแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะ!! แค่นี้ยังไม่พออีกหรอ!! ให้กูมานั่งดูมึงนั่งพูดจาหวานๆ ออเซาะกับแฟนมึง มึงยังไม่พอใจอีกหรอ นี่ไง กูเห็นเต็มสองตา ได้ยินชัดเต็มสองหู แค่นี้ก็เกินพอแล้ว!!

 

ผมตะคอกใส่มันเสียงดังด้วยความโมโหและ สะบัดมือที่ถูกจับออกอย่างแรง ไม่สนด้วยว่าใครจะมองมายังไง แต่ก็ถูกจับมืออีกข้างไว้ทันที

 

“มันชักจะไปกันใหญ่แล้ว ฟังนะ....”


 

Trrrrrrrrrrrrrr


 

ยังไม่ทันที่จะพูดจบประโยคเสียงโทรศัพท์ของไอ้คิงก็ดังขึ้นมาขัด ผมทั้งดิ้น และออกแรงขัดขืนยิ่งกว่าเดิม นี่ผมโดนมันจับไว้แบบนี้กี่รอบแล้ววะเนี่ย มันหันไปสบถใส่ปลายสายที่โทรมา แต่กดก็รับในที่สุด โดยที่มือข้างขวามันยังจับแบนผมไว้แน่น


 

มึงเป็นญาติกับตุ๊กแกใช่ไหมวะ มือเหนียวฉิบหาย!!!


 

[พี่คิงงงง พี่อยู่ไหน ทำไมพี่ที่ครีมแบบนี้อ่ะ] เสียงปลายสายที่ดังออกมาจนผมได้ยิน

 

“โทษที ไว้เดี๋ยวคราวหลังพี่ชดเชยให้”
 

 [ฮัลโหล พี่คิง ยังฟังอยู่หรือเปล่า ครีมบอกว่า...]

 

“....”

 

ผมยืนฟังอยู่เงียบๆ ยิ่งได้ยินเสียงปลายสายที่เรียกอีกฝ่าย ก็ยิ่งทำเอาผมรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาจุกอยู่ที่คอ พูดไม่ออก บรรยายไม่ได้ ไม่หันไปมองอีกฝ่ายด้วย และไม่ได้ฟังเลยว่าพวกเขาคุยอะไรกัน ตอนนี้ประสาทการรับรู้ผมตายด้านชั่วคราว

 

.

 

.

 

.


 

เพล้ง!!!


 

 

“เฮ้ย! ทำอะไรเนี่ย” ผมอุทานด้วยความตกใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไอ้คิงหน้าตื่น


 

 เมื่อโทรศัพท์เครื่องสวยของมันแตกกระจายอยู่ที่พื้น ตรงหน้า เห็นแล้วอดจะเสียดายไม่ได้ และที่สำคัญ ถ้าผมมองไม่ผิด มันเป็นคนปล่อยทิ้งลงพื้นเองด้วย!


 

“สงสัยมือลื่น”

 

“ลื่นบ้าอะไร เล่นอะไรของมึงเนี่ย!!” ผมก้มลงหยิบเหล่าบรรดาซากโทรศัพท์ที่แตกกระจายขึ้นมา ทั้งปุ่ม ทั้งแบต ทั้งซิม กระจายกันไปคนละทิศ เห็นแล้วเสียดายสัดๆ ถ้ามึงไม่เอาบอกกูดีๆก็ได้ กูยินดีรับช่วงต่อนะ


 

 แต่อีกฝ่ายกลับหยิบซิมออกไปจากมือผม ก่อนจะ

 

ฟิ้ววว~ จุ๋ม


 

“อ๊ะ มือลื่นอีกละ”


 

ผมได้แต่ตาเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อซิมที่เพิ่งเขวี้ยงออกไปหล่นจุ๋มกลางลานน้ำพุในห้าง มันทำหน้าตาเสียใจเสียเต็มประดาจนผมหมันใส้ แล้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นมือมาดึงให้ผมลุกขึ้น แล้วกึ่งลากกึ่งเดินไปจนถึงรถของมัน และดันผมเข้าไปในรถ


 

“ดะ..เดี๋ยว! มึงไม่เสียดายโทรศัพท์มึงบ้างหรอ มันแพงนะ” ยิ่งนึกถึงสภาพเศษซากโทรศัพท์ที่มันทิ้งเอาไว้ ยิ่งเกิดความรู้สึกเสียดาย ต้องทำงานที่ร้านกี่เดือนวะ ผมถึงจะมีเงินซื้อโทรศัพท์ราคาสองหมื่นเศษๆแบบนั้นได้

 

“จะมีไปเพื่ออะไรล่ะ” ไอ้คิงเดินแทรกตัวเข้ามาในรถ แถมหันมาคาดเข็มขัดให้ผมอีก

 

“แต่มันจำเป็นกับชีวิตประจำวันไม่ใช่หรอ..”

 

“ไม่ต้องห่วง” มันเงยหน้าขึ้นมาและส่งยิ้มมาให้ผม “ถ้ามึงไม่มีโทรศัพท์ กูก็ไม่จำเป็นต้องมี


 

!!!!


 

เชื่อไหม กับการกระทำบ้าๆ และคำพูดไม่กี่คำของอีกฝ่าย กลับทำให้หัวใจผมพองโตขึ้นอีกครั้ง ผมหันหน้าไปทางนอกหน้าต่าง มือยกขึ้นท้าวคางปิดปากเอาไว้ และต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการฝืนไม่ให้มุมปากยกขึ้นสูงไปมากกว่านี้


 

และไม่ให้มันได้ยินเสียงหัวใจของผม ที่กำลังเต้นระรัว...


 

 

 

……………………………………………………………………

 

ต่อจ้า

 

 

กว่าจะรู้ตัวอีกที มันก็พาผมมาถึงคอนโดของมัน แทนที่จะเป็นบ้านผม และที่สำคัญ ผมก็ดันเดินตามมันมายันถึงห้องมันเลยนี่สิ !!!


 

“แล้วพากูมานี่ทำไมเนี่ย”


 

อีกฝ่ายไม่ตอบ แต่เดินเอากระเป๋าเข้าไปเก็บก่อนจะกลับมานั่งบนโซฟา  ไม่ไกลจากผม


 

“กูมีเรื่องอยากถาม และขอให้มึงตอบความจริง ตกลงไหม” เสียงทุ้มว่าอย่างจริงจัง จนผมได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือไม้รู้สึกเกะจนต้องกุมไว้แน่น เมื่อสบตากับคนตรงหน้าก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกประหม่า


 

หวังว่าคงไม่ถามอะไรแปลกๆหรอกใช่ไหม?!


 

“งั้น...คำถามแรก” ไอ้คิงนั่งมองด้วยท่าสบายๆ ก่อนจะเอ่ยออกมา “มึงรู้สึกยังไงกับกู”


 

มันถามทีเดียวตรงๆจนผมไปไม่ถูก แล้วจะให้ผมตอบยังไงล่ะวะ!


 

“ถ้ายังไม่รู้ งั้นกูขอถามอีกที” เมื่อเห็นว่าผมเงียบไม่ตอบ มันจึงเปลี่ยนคำถามเป็น... “รู้สึกยังไงเวลามีผู้หญิงมาอยู่ใกล้ๆ”


 

แต่มันก็ไม่แตกต่างจากเดิมสักเท่าไหร่เลยนี่หว่า!!!


 

“ให้เวลาคิด 10 วิพอ ไม่ตอบกูจูบ”

 

 “เฮ้ย 10 วิเองหรอ!!


 

พ่อเป็นญาติกับระเบิดจับเวลาหรือไงวะ ให้เวลากูเยอะจริงๆ!!!


 

“9....8....7...”   ไม่ได้แค่นับอย่างเดียว มันลุกขึ้นมาแล้วเริ่มขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆแล้ว

 

“สัก 30 วิไม่ได้หรอ” ผมลองต่อรองดู

 

“4...3...” 

 

ไม่เพิ่มแถมลดไวกว่าเดิมด้วย.. แล้วมึงจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้หาหวยบนหน้ากูหรอ อ๊ากกก อีกนิดจะปากก็จะชนกันแล้ว!!! เออ เอาไงเอากัน บอกๆไปเลย!!

 

“1... ”

 

“มะ..ไม่ชอบ..” ผมยกมือขึ้นปิดปาดตัวเองแน่นแล้วตอบเสียงแผ่วๆ

 

“เมื่อกี้ว่าอะไรนะ? ไม่ได้ยิน”

 

“ก็บอกว่าไม่ชอบไง ไม่ชอบที่มึงอยู่กับผู้หญิงคนอื่น ชัดพอยัง!!!!!!!!!!


 

ฉ่า

 

พูดเอง แถมเสือกเขินเองอีก อ๊ากกก สุดท้ายก็ต้องหยิบหมอนอิงขึ้นมาปิดหน้าตัวเองเงียบๆ แอบชำเลืองมองก็เห็นอีกฝ่ายมองอยู่ จึงรีบหลบสายตาโดยไว


 

“เดี๋ยว เงยหน้าขึ้นมาคุยกันก่อน”

 

มันแย่งเอาหมอนอิงที่ปิดหน้าผมอยู่ออก แต่ให้ตายผมก็ไม่เอาออกเด็ดขาด!! แค่นี้ก็อายจะตายแล้ว ฮือ มึงดึงหมอนกูไปกูงับหูขาดแน่ สุดท้ายมันก็ยกเลิกความพยายามที่จะดึงเอาหมอนอิงออก ผมเลยค่อยๆเหลือบตาขึ้นมามอง



 

!!!



 

มือที่หมอนอิงเผลอจิกเข้าหากันแน่น เมื่อคนที่ผมคิดว่ายกเลิกความพยายามไปแล้ว...กำลังจูบผม โดยมีหมอนอิงกันเอาไว้อยู่ ผมถึงกับหน้าขั้นสีอย่างรวดเร็ว


 

“ชอบกูแล้วใช่ไหมล่ะ”

 

“ใครจะชอบมึง” ผมเถียงกลับเสียงแผ่ว

 

“งั้นเกลียดกู?” มันยื่นหน้าเข้ามาถามอีก

 

“....”

 

“แต่กูชอบมึงนะ”


 

มันพูดเสียงจริงจัง ถึงผมจะไม่เห็นหน้า  แต่ก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่กำลังมองมา


 

“หึงก็บอกว่าหึง”


 

มันยิ้มให้และเอามือมาจับใบหน้าผมเอาไว้นิ่งๆ ผมสะบัดหน้าออกแล้วเขยิบหนี แต่มันก็ยังเขยิบตามผมมา


 

“ใครหึงมึง บ้าหรือไง” ผมเอาหน้าซุกหมอนอีกรอบ และพูดเสียงอู้อี้

 

“มึงไง”

 

“กูมีสิทธิ์หรือไง” ผมเขยิบหนีอีกครั้ง

 

“มีสิ ทำไมจะไม่มี” มันก็ขยับตามมา

 

“ไม่หรอก กูไม่ใช่แฟนมึงนะ จะไปหึงมึงได้ไง” ผมเขยิบจนติดโซฟาอีกฝั่งแล้ว

 

“หื้ม งั้นก็เป็นซะสิ กูยอมให้หึง ให้หวงได้เต็มที่เลย”



 

มันขยับเข้ามาใกล้ผมยิ่งกว่าเดิม จนผมทนไม่ไหวแล้วระเบิดอารมณ์ออกมาในที่สุด


 

ตุบ!!!



 

แล้วมึงเคยขอกูเป็นแฟนสักครั้งหรือยังล่ะ ไอ้บ้าเอ้ย!!!



 

ผมขว้างหมอนใส่ไอ้หน้าคิงเต็มแรง มันตาเบิกกว้างอย่างอึ้งๆ ก่อนจะยิ้มกว้างจนตาแทบปิด ผมถึงนึกขึ้นมาได้ว่าเพิ่งจะพูดอะไรที่มันโคตรน่าอายออกไป!!!!


 

ให้ตายเถอะ แค่ปี๊บอย่างเดียวคลุมหัวผมไม่มิดหรอก ขอกระสอบทรายเลยได้ไหม คลุมมันทั้งตัวไปเลย ถ้าให้ดีผมขอเป็นผ้าคลุมล่องหนของแฮรี่ ที่ใช้แล้วหายตัวไปก็ดี พยายามมองหาทางออก เมื่อคิดได้ดังนั้น ผมรีบดีดตัวเตรียมลุกหาทางหนีทันที


 

แต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นจากไอ้มือปลาหมึกนี่ได้ เพราะมันดันคว้าหมับ รวบตัวผมเอาไว้ด้วยแขนของมันทั้งสองข้าง จนผมเซล้มลงบนตัก แขนแกร่งตวัดโอบรอบเอวผมไว้แน่น ก่อนจะกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหูจนผมใจสั่น


 

งั้นก็เป็นแฟนกูนะ

 

 

 

 

つづく

 

 

 

 

 

 


 

Talk

ส่วนที่เหลือมันน้อยนิดนึงนะ เพราะต้องตัดฉึ้บขึ้นตอนใหม่ เดี๋ยวพรุ่งนี้เค้ามาต่อให้น้า~ (. .) 
            รู้นะว่าค้าง ฮา จะเขวี้ยงอะไรใส่ก็ยินดีรับเต็มที่ค่า >///< แอบไบ้ไว้นิดว่าตอนหน้ามีเซอร์ไพร์ส(?)อีกแล้วจย้า =,.=
            ปล.ช่วงนี้คนเขียนอาจจะไม่ว่างนิดหน่อย เพราะอยู่ในช่วง....


           << อาการตามนี้เลย อ่านหนังสือเตรียมสอบตาแหกจ้า T^T

                ปลล. ทุกความคิดเห็นเป็นกำลังใจให้คนเขียนเสมอจ้า แค่คุณคลิ๊กเข้ามาอ่าน เราก็ดีใจแล้ว :) ♥



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

2,204 ความคิดเห็น

  1. #2198 v-taehyung (@v-taehyung) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 21:08
    อร้ากกกกกกกกก เขินนนนนนนนนนนนๆๆๆ
    #2198
    0
  2. #1791 Fonrin_0794 (@Fonrin_0794) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 12:33
    อ๊ากกกกกกกกกก
    #1791
    0
  3. #501 sundaymorning3841 (@sunshine3841) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 22:49
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด
    #501
    0
  4. #379 สุภัคสร- (@ponnapa123-) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:49
    สู้ๆค่าาาา
    #379
    0
  5. #307 onuma781998 (@onuma781998) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 21:35
    เขินนนนนนนนนนนนนน
    #307
    0
  6. #306 พวกว่างจัด (@zefela) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 19:34
    โถ่ อิหนูมันปากหนัก รอให้เค้ามาขอเป็นเเฟนก็ไม่บอก :)
    #306
    0
  7. #305 รอยพิมพ์ (@my-love-princess) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 06:38
    เขินแทน น่ารักกันจริง 55
    #305
    0
  8. #304 รอยพิมพ์ (@my-love-princess) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 มกราคม 2558 / 06:38
    เขินแทน น่ารักกันจริง 55
    #304
    0
  9. #303 aunwinkung (@aunwinkung) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 18:25
    เอิ่ม คือเริ่มของครีม จบแล้ว ?
    #303
    0
  10. #302 cool jocker (@amolwan30) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 13:54
    รอต่อนะคะ
    #302
    0
  11. #301 onuma781998 (@onuma781998) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 20:57
    แอบเขินอ้าา ตอนแรก มาม่ามากอ้ะ
    #301
    0
  12. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  13. #299 รอยพิมพ์ (@my-love-princess) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 06:09
    มุ้งมิ้งจัง คิงจ๋าทำให้หวั่นไหวอีกล่ะ
    #299
    0
  14. #298 onuma781998 (@onuma781998) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 มกราคม 2558 / 20:25
    แอบไม่กล้าอ่าน 555555555555 กลัว 
    #298
    0
  15. #297 รอยพิมพ์ (@my-love-princess) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 09:06
    คึคึ เป็นแฟนกันเลยเหอะ หึงกันไปหวงกันมาอยู่นั่น55
    #297
    0
  16. #296 Zyse Chanaphongmanon (@zysem00n) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 08:43
    ครีมนี่น้องสาวคิงชิมิๆๆๆๆ
    #296
    0
  17. #295 cool jocker (@amolwan30) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 07:49
    รออ่านอยู่นะคะ (กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม)
    #295
    0
  18. #294 whispering pearl (@whipped-cream) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 07:00
    สงสัยตรงที่พายขอยืมเงินแล้วเพื่อนหนีไปหมดน่ะค่ะ  ทำไมทำอย่างนั้นล่ะ  มันไม่ขำเลยนะ T^T
    #294
    0
  19. #293 twonakorn (@twonakorn) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 00:37
    สนุกอ๊าาา~ รีบมาต่อไวไวนะคะ อารมณ์มันค้าง >.,<
    #293
    0