[END] Buddy Conflict! กัดกันดีนัก...รักกันดีกว่า[Yaoi]

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 13 : ตั๊กม้อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,414
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    2 ต.ค. 57

Minor!

 


ตอนที่ 13 ตั๊กม้อ

 

 

          วันต่อมาผมก็มาเรียนตามปกติสุขของผมแหล่ะ แต่มันเหมือนจะไม่ปกติสุขแล้ว เมื่อผมมาถึงโรงเรียน ก็ถูกลาก(อีกแล้ว)มาทันที จากคนที่รู้ว่าใคร จู่ๆก็รู้สึกเหมือนเหงื่อเริ่มผุดตามไรผมอยากจะจะก้าวหนี แต่คงไม่ทัน(แหม อยากจะร้องแบบสงกรานต์จัง) เพราะมันเอามือทาบกับกำแพง เหมือนเป็นการกักผมเอาไว้ในอ้อมแขนของมัน และดูท่าจะหัวเสียหน้าดู  


            “เมื่อวานทำอะไรไว้ อย่าตอบนะว่าไม่รู้”

          “...”

            โอ๊ะโอ ดูนั่นสิ ต้นไม้ต้นนั้นสูงจัง โรงเรียนเรามีต้นไม้สูงขนาดนี้ด้วยหรอ

            “กูจะทำยังไงกับมึงดีห้ะ”

            “...”

          มดตัวน้อยตัวนิด มด มีฤทธิ์น่าดู ยู้ฮู้ สงสัยว่าวันนี้ฝนจะตก มดเลยเดินเรียงกันเป็นแถวเชียว


            ผมก้มหน้างุดไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตากับมัน พยายามคิดเรื่องอื่นไปเรื่อยเปื่อย เพราะว่า...


            “เงยหน้า มองหน้ากู ก่อนที่กูจะหงุดหงิดไปมากกว่านี้!


            มึงจะตะคอกทำบ้าอะไรวะ! ตกใจนะเว้ย! ผมค่อยๆเงยหน้าขึ้นทั้งๆที่ไม่อยากจะทำเท่าไหร่


“อุ๊บ..หึหึ”

“ถ้าไม่หยุดหัวเราะ กูจะกัดให้ลิ้นขาดเดี๋ยวนี้เลย”


ผมรีบเอามือขึ้นอุดปากทันที ที่ไม่อยากเงยหน้ามองหน้ามัน เพราะตอนนี้มันยังคงมีร่องรอยแดงๆเหลือจากการที่ถูกขัดอย่างแรง แต่ก็ยังไม่หมดไป ตรงจอนยังเห็นรอยดำๆของปากกาอยู่เลย แล้วไหนจะขนหน้าแข้งที่แหว่งเป็นหย่อมๆอีก เป็นคุณ คุณจะขำไหมล่ะ อ่า แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะขำไม่ออกแหะ


ผมมองมัน มันก็จ้องผมนิ่งๆเช่นกัน(แต่ในใจกำลังกลั้นขำแทบเป็นแทบตาย) แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดพูดออกมา จนในที่สุดมันก็เป็นฝ่ายพูดออกมาเอง


“งั้นคงต้องใช้วิธีขั้นเด็ดขาดซะแล้วมั้ง หึ”


มันจับมือผมที่ปิดปากอยู่ออก แล้วมันก็จูบผมอีกแล้วอ่ะ เฮ้ยยยยยย!!


“อื้อออ!!


ผมร้องครางลั่นในลำคอเมื่อริมฝีปากร้อนของอีกฝ่ายบดเบียดรุนแรง ดูดดุนริมฝีปากของผมอย่างรุนแรง สองมือแกร่งจับมือผมไว้สองข้าง ก่อนจะรวบ แล้วใช้มือเพียงข้างเดียวจับแขนของผมรวบไว้เหนือหัว ผมพยายามดิ้นให้หลุดจากการพันธนาการ แต่เหมือนจะไร้ผล


 ผมเม้มปากแน่นไม่ให้อีกฝ่ายรุกล้ำมามากกว่านี้ แต่เหมือนมันจะรู้ เลยเอามืออีกข้างบีบกระพุ้งแก้ม จับหน้าผมให้ได้องศา พอผมเผลอมันก็แทรกลิ้นร้อนๆเข้ามากวาดทั่วโพรงปากของผม ไล่เลียไปมุกซอกทุกมุม เกี่ยวกระหวัดลิ้นของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า


ไม่รู้เวลาผ่านไปนานขนาดไหน รู้แค่ว่าตอนนี้ขาผมอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงจนทรุดฮวบลงไปกับพื้น แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ลดละ  ยังคงไล่บดเบียดริมฝีปากของผมไม่ห่าง ผละออกเพียงเสี้ยววินาทีให้ผมได้มีโอกาสหายใจ จากนั้นก็บดจูบลงมาอีก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า กว่ามันจะยอมถอนจูบออก ริมฝีปากผมก็แดงเถือกไปหมดแล้วเนี่ย


จูบหรือสูบวิญญาณวะ!


“สัญญา ว่าจะไม่ดื้อกับกูอีก”

“เรื่องอะไรกูต้องสัญญากับมึงห้ะ ไอ้โรคจิต...อื้อ!


มันกดจูบลงที่ริมฝีปากผมอีกรอบนึง แล้วก็ถอนออกไป


“พูด ถ้าไม่พูด กูจะจูบมึงให้ปากเปื่อยเลย”

“อะ...ไอ้บ้า..อื้ออ!!


โอยย จูบอีกแล้ววววว


“พูด!

“ยะ..ยอมแล้ว สัญญา...กูจะไม่ดื้อแล้ว...”

“สัญญาว่าจะทำตามที่สั่งทุกอย่าง”

“สัญญา ว่าจะทำตามที่พูดทุกอย่าง”

“จะต้องไม่ด่ากูอีก”

“โห ข้อนี้ยากไป ไม่เอาได้ไหม”

“พูด!

“ครับ จะไม่ด่าแล้วครับ TxT

“แล้วก็จะทำตัวดีๆ ไม่แกล้งคนอื่นเค้า พูดไรให้เชื่อฟัง ถ้ามึงขัดคำสั่งกูแม้แต่ข้อเดียว หึหึ มึงโดนแบบเมื่อกี้อีกแน่ รู้ไหม”


โห ไอ้โหด ไอ้เผด็จการ ไอ้ป่าเถื่อน เป็นพ่อกูหรือไงวะ สั่งๆๆๆๆๆอยู่ได้ คิดหรอว่าผมจะกลัว โอ้ย ไม่กลัวหรอกว้อย


“อือ”


เห็นมะ ผมไม่ได้กลัวมันสักหน่อย


“หึ งั้นก็ดี ไปละ”


จุ๊บ


มันว่าจบก็ปล่อยมือผม แถมยังจุ๊บปากผมปิดท้ายด้วย ทำเอาหน้าผมเห่อร้อนขึ้นมาทันที ทำไรไม่ถูกกันเลยทีเดียวกับปฏิกิริยาของมัน จู่ๆก็ลากกันออกมา จู่ๆก็ถูกจูบ แล้วก็ไป มันต้องการอะไรกันแน่ ผมเริ่มตามความคิดมันไม่ทันแล้วนะเนี่ย


แต่ถึงหน้าผมจะร้อนแค่ไหนมันก็เทียบไม่ได้เลย กับจังหวะหัวใจของผม


ที่ตอนนี้เต้นรัวยิ่งกว่ากลองชุดซะอีก

            ………………………………………………………………………

ต่อจ้า

ป๊อก ป๊อก ป๊อก


“ไอ้เฟรนด์ มีตะปูเหลือไหม ส่งให้หน่อย ตรงป้ายมันไม่พอหว่ะ”

“มีๆ เอ้า! รับนะเว้ย” ไอ้เฟรนด์โยนกล่องตะปูไปให้ไอ้เจมัน แต่ด้วยความซวยหรืออะไรก็ไม่รู้ กล่องกระแทกปั้กกลางหัวไอ้เจมันพอดีเลย “เฮ้ย โทษๆ ไม่ได้ตั้งใจ ไอ้ต่อๆ มีค้อนเหลือไหม”

“อ่ะ ทางนี้เหลือตอกแค่อีกสี่มุม มึงมาทำแทนกูที”

“เออๆ ไอ้คิง แล้วนักกีฬานี่มึงหาครบแล้วใช่ไหม ขาดไรอีกป่ะ”ไอ้ปันลุกขึ้นไปนั่งตอกไม้แทนไอ้ต่อมัน

“ขาดอีกแค่คนสองคน กูให้พี่โจหาให้อยู่ ตอนนี้ของบนักกีฬากับพวกของทำเตนท์มาแล้ว ขาดเหลืออะไรบอกกู จะได้ใช้เด็กไปซื้อมา”

“งั้นขอปืนกาวอีกสองอันได้ไหมวะ มันไม่พอ ยังทำเสาไม่เสร็จกันเลย” พี่เต้เงยหน้าขึ้นมาจากการตัดแผ่นไม้อัด

“ได้พี่ แล้วเอาไรอีกไหม”

“ไม่ละๆ ไว้นึกออกเดี๋ยวกูบอกละกัน”


อ่า คงงงกันสินะครับว่าพูดเรื่องอะไรกัน กำลังจะอธิบายให้ฟังนี่ไง คือ ตอนนี้กีฬาสีเริ่มใกล้เข้ามาแล้วครับ พวกผมแปดคนได้แก่ ผม ไอ้เฟรนด์ ไอ้ปัน ไอ้ใหม่ ไอ้(ห่า)คิง ไอ้เจ ไอ้เทมป์และก็ไอ้ต่อ เลยต้องมาช่วยทำของขึ้นเตนท์ต่างๆและก็พวกฉากอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะมากมายในช่วงเย็นๆของทุกวันแบบนี้ สงสัยว่าทำไมพวกผมถึงรู้จักกันหรอ ก็แค่ผมดันเป็นบัดดี้กับไอ้คิง แล้วก็ไอ้เฟรนด์เป็นบัดดี้กับไอ้เทมป์ เลยทำให้พวกเราสนิทกันโดยปริยาย แถมเวลาพูดคุยเล่นกันนี่ ยังกะรู้จักกันมาสิบชาติเศษ กูมึงมาแบบจัดเต็มตลอด


ทั้งๆที่หูผมสนใจฟังบทสนทนาเมื่อครู่อยู่แท้ๆ แต่ไหงตาผมกลับจ้องไปที่ไอ้คิงมันก็ไม่รู้ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาทันที โอยย ผมเป็นบ้าอะไรวะเนี่ย


หรือว่ามันชอบผมวะ


โอยตายๆๆ ผมรีบสะลัดความคิดพิลึกๆนั่นออกจากหัวทันทีเลย


“เป็นไรพาย มึงหน้าแดงๆนะ” ไอ้เฟรนด์ว่าพลางเอามือมาแตะหน้าผากเชิงวัดไข้ไม่สิ เรียกว่าตบหน้าผากน่าจะใช่

“ป่าว สงสัยวันนี้อากาศร้อนไปหน่อยว่ะ” ผมบอกปัดๆ ทำเป็นพัดให้ดูสมจริง

“เออ นั่นดิ มึงเข้าไปอยู่ข้างในไป เดี๋ยวดำหมด น้าแอนได้ด่ากูตายแน่ ดูแลลูกเค้าไม่ดี”

“มึงเพิ่งจะนึกได้หรอ =_=” บอกจะดูแลกู แต่กลับปล่อยให้กูกลับบ้านกับไอ้คิงมั่ง อยู่กับไอ้คิงมั่ง เนี่ยนะดูแล โธ่ ไอ้เพื่อนแสนดี(กัดฟันพูด)


ผมยืนตอกตะปูบนลงบนแผ่นไม้อัดไปเรื่อยๆ แต่ละคนก็กำลังทำงานของตัวเองอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกขี้เกียจชะมัด อุตส่าห์กลบหน้าไอ้คิงมันมาหลายวันแล้วนะ แต่ก็ต้องมาเจอกันวันนี้ ในวันปกติพวกผมมักจะนั่งกินข้าวด้วยกันที่โต๊ะประจำ แต่พอมีอีกสี่คนเพิ่มเข้ามา เลยทำให้พวกเราต้องย้ายโต๊ะนั่งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมและกลายเป็นโต๊ะประจำเราในที่สุด ผมพยายามอย่างมากที่จะนั่งกินข้าวให้ปกติที่สุด พยายามไม่สบตากับไอ้คิงมัน แต่ก็คงยาก เพราะผมเจอมันบ่อยมากๆ


ยิ่งเจอหน้าบ่อยๆ ก็ยิ่งนึกถึงเรื่องจูบ พอนึกถึงเรื่องจูบหน้าก็ร้อนฉ่าเหมือนใครเอากระทะมานาบเอาไว้ แถมหัวใจนี่ก็สูบฉีดดีเหลือเกิน เต้นแรงซะแทบจะหลุดออกมานอกอกอยู่แล้ว นี่ผมกำลังเป็นบ้าหรือไง


หรือว่าผมจะเป็นโรคหัวใจ!!


“ตอกแบบนี้ เมื่อไหร่มันจะเสร็จห้ะ เตี้ย”


เฮือก!


ตุ้บ


“โอ้ย!


ไอ้คิงมันเข้ามากระซิบข้างหู ผมเลยตกใจไปหน่อย เผลอทุบค้อนลงกับนิ้วโป้งตัวเองอย่างจังเลย โอย เลือดจะไหลไหมเนี่ย T_T


 “ให้ตอกตะปู ไม่ได้ให้ตอกมือตัวเอง บ้าหรือไง” ก็มึงดันเข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียง กูก็ตกใจสิวะ! ใจผมนี่ วิ่งไปอยู่ตาตุ่มแว่บนึงเลย

“ก็ใครใช้ให้มึงมาแบบไม่ให้สุ้มไม่ให้เสียงล่ะ”


หมับ


“เดี๋ยวก็บวมหรอก ไปทำแผลซะ เฮ้ย! พวกมึง เดี๋ยวกูมานะ” มันไม่รอคำตอบจากใครเลย แถมยังลากผมมาทำแผลที่ห้องพยาบาล ผมนี่งงเต็ก ตามอารมณ์มันไม่ถูกเลย เดี๋ยวก็ขู่ เดี๋ยวก็ด่า เดี๋ยวก็ใจดี อะไรของมันเนี่ย


มาถึงมันก็นั่งทำแผลให้ผมเสร็จสรรพ เพราะห้องพยาบาลไม่อยู่ แต่ห้องพยาบาลเปิด สงสัยมันก็คงมีเรื่องบ่อยๆเหมือนกัน ถึงได้ทำแผลเก่งขนาดนี้


 “รออยู่นี่ก่อน เดี๋ยวไปตามอาจารย์มาให้” มันว่าก่อนจะออกจากห้องไป ผมจ้องมองมือตัวเองตอนนี้ที่มีผ้าพันแผลพันซะโอเว่อร์ ทั้งๆที่ผมทุบโดนแค่นิ้วโป้งนะ แต่ก็แอบดีใจ


เพิ่งรู้เหมือนกันแหะ ว่ามันก็มีมุมใจดีแบบนี้ด้วย


ผ่านไป 5 นาทีแล้ว นี่มันตามอาจารย์ถึงไหนวะเนี่ย


ผมขี้เกียจรอ เลยลุกขึ้นกะว่าจะไปทำงานต่อ ถ้าอู้นานเดี๋ยวโดนคนอื่นบ่นเอา


จึ้ก จึ้ก


ใครมาจิ้มไหล่ตรูวะ หันไปก็พบกับ ไอ้หน้ายิ้ม เอ่อ มันชื่อไรวะ น.หนูอ่ะ นึกไม่ออกแหะ


“นาย ใช่บัดดี้ของคิงป่ะ”

“อือ ทำไมหรอ”

“เราแค่ตามหาตัวมันอยู่อ่ะ นายพอจะเห็นมั่งป่ะ”

“เราก็ไม่เห็นเหมือนกัน หายไปไหนไม่รู้” ผมพยายามพิจารณาหน้าตามัน พร้อมนึกชื่ออีกครั้ง มันชื่อ...ชื่อ...

“หรอ แล้วไปไหนนายพอจะรู้ไหม”

“(- - ) ( - -) (- - ) ไม่อ่ะ”

“อืม ขอบใจ” ผมเดินหันหลังกำจะไปช่วยงานต่อ แต่ก็ถูกคว้าแขนไว้อีกครั้ง

“นาย...ใช้คนที่ใส่ชุดมาสคอตวันสัปดาห์ห้องสมุดหรือเปล่า”

!!!

“ป่ะ ป่าว ไม่ใช่เราหรอก”


ฉิบหาย หรือว่ามันจะจำได้วะ!


          ผมรีบปฏิเสธทันทีก่อนที่มันจะรู้ตัว โอเค ตอนนี้ผมนึกชื่อออกแล้ว น่าจะชื่อ ไนน์ นะ


“หรอ แล้วนายเคยเห็นผู้ชายที่สูงประมาณนาย ตัวขาวๆ ตาโตๆ หน้าตาน่ารักๆป่ะ” ชัดเลย กูแน่นอน

“มะ..ไม่นี่ เราไม่เคยเห็นเลย” แค่ส่องกระจกก็เจอแล้วต่างหาก

“นั่นสินะ ถ้าเผื่อนายเห็นแล้วบอกเราด้วย ฝากบอกเขาคนนั้นให้ทีว่าช่วยเอาหัวใจมาคืนผมที o_<


หลังจากหยอดมุกเสี่ยวๆใส่ผมเสร็จ มันยังกระพริบตาวิ้งๆมาใส่ผมอีก ดีนะที่มันไม่รู้ ว่าคนที่มันกำลังเสี่ยวใส่อยู่นี่หล่ะ คือคนที่มันกำลังตามหา วันๆเจอแต่พวกเพี้ยนๆ โอย ปวดหมอง


ผมเดินกลับมาที่เดิม เตรียมจะมาช่วยงานต่อ แต่ก็ต้องหยุดความคิดนั้นลง เมื่อเหล่าบรรดารุ่นพี่และเพื่อนๆของผม รวมทั้งสิ้นแปดชีวิต อันได้แก่ พี่โจ พี่เต้ ไอ้เฟรนด์ ไอ้ปัน ไอ้ใหม่ ไอ้เจ ไอ้ต่อ ไอ้เทมป์ กำลังสุมหัว จับเข่าคุยกันเรื่อง


“เอาล่ะ คราวนี้ตามึงแล้วไอ้เต้”

“เหี้ย ทำไมต้องกูวะ เดี๋ยวกูขอละลึกชาติแปปนึง”


พี่เต้นั่งยองๆ ใช้นิ้วบีบขมับ เหมือนกับกำลังพยายามนึกเรื่องอะไรบางอย่าง


“ทำไรกันวะ”

“อ่าว ไอ้พาย มาแล้วหรอมึง นั่งนี่เลยมึง”

“นั่งทำไรกันวะ”

“พวกกูแข่งกันเล่าเรื่องธรรมดากันอยู่”


ห้ะ?! =_=?!

 

“แข่งไรนะ” ผมถามอีกครั้ง เผื่อหูของผมมันอาจจะเพี้ยน

“ยังไม่ทันแก่หูตึงแล้วนะมึง ก็บอกว่า แข่งกันเล่าเรื่องธรรมดากันอยู่ไง” ไอ้เฟรนด์ว่าและทำหน้าเอือมระอาใส่ผม

“ทำไมต้องเรื่องธรรมดาวะ”

“ก็เรื่องน่าตื่นเต้นมันน่าเบื่อไปแล้ว เลยลองมาแข่งกันเล่าเรื่องธรรมดาดูไง ใครเล่าไม่ธรรมดาต้องปั่นจิ้งหลีดสิบรอบ”


ว้อทเดอะ... นี่ไม่มีอะไรจะเล่นกันแล้วหรือไงวะเนี่ย!


“เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อ...” จู่ๆ พี่เต้แกก็ค่อยๆเกริ่นเนื้อเรื่องมา ตอนแรกก็จะประท้วงนะ แต่แลทุกคนเห็นดีเห็นงามไปด้วย ผมเลยไม่กล้าขัด เลยตัดสินใจนั่งลงข้างๆไอ้เฟรนด์มัน “ตอนนั้นเว้ย สมัยพวกกูยังอยู่ม.4 เคยมีงานวัฒนธรรมโรงเรียน...”

“อ๋อๆๆ กูจำได้เว้ยกูจำได้”

“แล้วมึงจะขัดทำไมวะ กูกำลังเล่าอยู่เนี่ย” ไม่ว่าเปล่า พี่แกยังโยนรองเท้าใส่หัวพี่โจเต็มๆอีกด้วย “งั้นกูเล่าต่อนะ ก็ ในวันนั้นอ่ะ พวกกูสี่คน มีกู ไอ้เต้ ไอ้ปายและก็ไอ้โต๋ ตอนกลางคืนไปทดสอบความกล้าที่ตึกหลังอาคารหลัก แล้วบังเอิญว่าวันนั้น โรงเรียนไม่ได้ปิดตึกเว้ย พวกกูเลยแอบเข้าไปได้ มีคนเล่าให้ฟังว่า ตึกนี้มีประวัติ เคยมีคนตาย ห้ามเข้าไปเด็ดขาด ตอนกลางคืนมักจะได้ยินเสียงน้ำไหลมาจากห้องน้ำที่อยู่ในตัวอาคาร และก็มีเสียงผู้หญิงร้องไห้ สะอึกสะอื้นดัง  ฮืออ...ฮืออ...ฮืออ...”


ตกลงเล่าเรื่องผีกันหรือไง แต่ละคนก็ดูตั้งอกตั้งใจฟังกันเหลือเกิน จนผมไม่กล้าขัด เลยต้องนั่งฟังต่อเงียบๆ


“ตอนนั้นเวลาประมาณเกือบเที่ยงคืนแล้ว แถวนั้นมืดสนิท บรรยากาศเย็นยะเยือก มีเสียงลมพัดมาเป็นระยะ พวกกูเดินผ่านเข้าไปในห้องน้ำ เดินเข้าไปในห้องในสุด...”

“โห พี่ แล้วไงต่อๆๆ”

“หึ แล้วทีนี้พวกกูอ่ะ ก็เกี่ยงกันว่า ใครจะเป็นคนเปิดประตูบานนั้น เถียงกันไปเถียงกันมา กูเลยตัดปัญหาโดยการ เอื้อมมือไปจับที่ลูกบิดประตูบานนั้น เชื่อไหม พอกูเปิดปุ๊บ แทบไม่เชื่อในสายตาตัวเองเลย!!!

“อะไรพี่อะไร เจอผีป่าว หรือว่ามีผู้หญิงนั่งร้องไห้ในนั้นจริงๆ” ไอ้เจถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทำหน้าทำตาเตรียมตกใจเต็มที่

“หรือว่า เจอศพในนั้นพี่” ไอ้ต่อด้วยอีกคน

“หึหึ มึงรู้ไหม สิ่งที่พวกกูเจอคืออะไร..” พี่แกยกยิ้มที่มุมปาก ทำเอาแต่ละคนอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นกับประโยคถัดไปของพี่แก

“อะไรพี่ รีบๆเล่าดิ๊ ตื่นเต้นนะเนี่ย”

“สิ่งที่พวกกูเจอก็คือ!!!!...”

“คือ!!!

 

 





 

 
 

ประตู....มันล็อคว่ะ



“...” (- -)(- -)(- -)(- -)(- -)(- -)(- -)(- -)... <<สีหน้าของพวกผม

“เอ้า แล้วสรุปมีผีจริงๆป่ะเนี่ย” หลังจากเงียบอยู่ตั้งนาน ไอ้ปันมันเลยทำลายความเงียบด้วยการถามออกไป

“ไม่รู้ว่ะ พอเปิดไม่ได้ พวกกูเลยแยกย้ายกลับบ้าน เรื่องนี้เลยไม่ได้รับการพิสูจน์”

ทุกคนถึงกับบ่นกันระงม เพราะพี่แกหักมุมจบได้น่าตบมาก

“แต่มันก็ต้องอย่างงี้แหล่ะ เรื่องธรรมดา”

“ฮ่าๆๆๆๆๆ เรื่องของกูเจ๋งใช่ป่ะล่ะ ใครมีเรื่องธรรมดากว่านี้ เล่ามาโล้ด”

“ผมก็มีนะพี่” จู่ๆไอ้เทมป์มันก็พูดออกมา

“เฮ้ย อย่างมึงมีเรื่องเล่ากับเค้าด้วยหรอวะ” ไม่ใช่แค่ไอ้เฟรนด์ที่ตกใจ ผมก็ตกใจนะ ปกติไอ้เทมป์เป็นคนเงียบ แต่ก็ไม่ถึงที่สุด แลไม่สุงสิงกับเรื่องส่วนตัวหรือแยแสคนรอบข้างเท่าไหร่ นอกจากเพื่อนหรือไม่ก็คนที่สนิทกับมัน

“เมื่อก่อน กูเคยเลี้ยงหมาไว้ตัวนึง...”

“หน้าอย่างมึงเลี้ยงหมาเป็นด้วย” ไอ้ต่อพูดขัดขึ้นมา ไอ้เทมป์เลยหันควับไปจ้องหน้าไอ้ต่อนิ่งๆ

“ไม่ใช่แค่เลี้ยงหมา กูจะตัดลิ้นที่อยู่ในปากหมาๆของมึงออกด้วยถ้าไม่หุบปาก...” ไอ้ต่อรีบเอามืออุดปากทันที “เล่าต่อนะ หมาตัวที่กูเลี้ยง มันชื่อ.... ตั๊กม้อ


อุ๊บ..ผมเกือบหลุดคำไปกับชื่อหมาของไอ้เทมป์มัน แต่ก็หุบปากได้ทัน เหมือนคนอื่นกำลังพยายามกลั้นขำเหมือนกับผม เซ้นส์ในการตั้งชื่อของไอ้เทมป์โคตรห่วยแตกอ่ะ


“มันเป็นสุนัขบ้าๆบอๆ แถมยังโง่อีก” มันเน้นคำว่าโง่ชัดเจนมาก  ” มันชอบออกไปเล่นข้างนอก ทุกๆเย็นเวลา6โมง มันมักจะกลับมานอนในบ้านสุนัขของมันเป็นประจำ แต่แล้ววันนึง ตกเย็นแล้ว มันก็ยังไม่กลับมา ถึงแม้จะเลี้ยงมันแบบปล่อย แต่มันก็ไม่เคยกลับไม่ตรงเวลา กูรู้สึกใจคอไม่ดี  เลยออกตามหามันตลอดทั้งคืน แต่ก็ไม่เจอ หนึ่งวันก็แล้ว...สองวันก็แล้ว ก็ยังไร้วี่แววของไอ้ตั๊กม้อ”


โอ้ เรื่องนี้น่าตื่นเต้นดีแหะ


“แต่แล้วพอวันที่สาม ไอ้ตั๊กม้อมันก็กลับมานอนในบ้านของมันเหมือนเดิม”

“อ่าห้ะ แล้วไงต่อๆๆ”
          

 

 







 

“...ก็จบแล้ว...”



“ห้ะ!!!x8 (o_o)(o_o)(o_o)(o_o)(o_o)(o_o)(o_o)
 

“แล้วสรุปเกิดอะไรขึ้นในช่วงสามวันที่ผ่านมากับไอ้ตั๊กม้อล่ะ” ผมลองถามออกไปดู....



                และคำตอบที่ได้รับก็คือ...

 
 

 


 

“...นั่นสิ...”

 

 

เอาเป็นว่า หนึ่งวันป่วงๆอันแสนไร้สาระของพวกผมก็ขอจบลงแค่นี้ละกัน...

 
 

つづく


Talk 



 

           อืม ฮ้อลลลลล เกือบลืมอัพเลย วันนี้มัวแต่ลองแพทใหม่ปังย่าอยู่ กำลงัมันส์เลย หันมามองอีกที เฮ้ย ห้าทุ่มแล้ว วันนี้จะอัพนิยายนี่หว่า ฮ่าๆๆๆ เอาล่ะ มีคนบอกว่าค้างใช่ป่ะ กะมาต่ออีกนิด ไหนๆก็ไหนๆ เอาไปอีก 65% เลย ครบ 100 % พอดี เย้!บอกแล้ว ตอนนี้มันไร้สาระ(โคตรๆ) ส่วนชื่อตั๊กม้อ เนี่ย เห็นมะ มันมีอยู่ในตอนจริงๆ O_< ถ้าถามว่าทำไมต้องชื่อนี้....เท่ดีอ่ะ >////< รู้สึกตั๊กม้อนี่จะเป็นชื่อจีนของอะไรสักอย่าง ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกจะเป็นปรมาจารย์ล่ะ เอาเป็นว่า ทุกความคิดเห็นจะเป็นกำลังใจให้คนเขียนนะคะ♥    



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

2,204 ความคิดเห็น

  1. #2154 -WeraramphA- (@maria-linn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:23
    ขอโทษนะคะ แต่คล้ายกับเรื่องฮายาเตะเลย ยิ่งตั๊กม้อเนี่ยเหมือนมาก
    #2154
    0
  2. #1273 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 21:43
    ขอคำให้กับตอนนี้ `สึสสสสสส~` (ส เสือไม่รู้จบ) ฮาดีนะแต่คำเดียวเจรงเจรง =๏=
    #1273
    0
  3. #576 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 20:36
    5555 ชอบเรื่องเล่าอะ ฮาดี
    #576
    0
  4. #484 sundaymorning3841 (@sunshine3841) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 20:53
    เทมป์นิสัยเหมือนเพื่อนเรามากจริงๆ ไอ่พวกเล่าเรื่องไร้จุดพีคแบบเนี้ย 55555555555555555555555555555555555 น้องพายหงอยเลยยยยยยพี่คิงดุใส่ น่ารักกกกก
    #484
    0
  5. #368 สุภัคสร- (@ponnapa123-) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:12
    เอ่อ สาระเยอะมากค่ะคุณน้อง #โดน
    #368
    0
  6. #142 Are you Alice... (@00250935) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 / 00:13
    เริ่มหลงพายแล้วใช่ไหมคิง ก็พายออกจะน่า(กด)รัก
    #142
    0
  7. #46 เมษาหน้าหนาว (@maylita) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 00:11
    ค้างงงงงงงงงงงงงงงงจ้าววว
    #46
    0
  8. #45 ~Looktuay~ (@tal-love-novel) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 19:49
    หืมม จูบอีกแบ๊วว -,.- ชื่อตอนนี่มันภาษาไรน้อ
    #45
    0
  9. #44 Phanwa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 08:00
    แหงะ มาซะสั้นเลย ค้างคามากมาย มาต่อเร็วน๊า ^____^
    #44
    0