[END] Buddy Conflict! กัดกันดีนัก...รักกันดีกว่า[Yaoi]

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 12 : บุรุษพยาบาลที่แสนดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,563
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    27 ก.ย. 57

Minor!


ตอนที่ 12 บุรุษพยาบาลที่แสนดี


ผมวิ่งสุดชีวิต แต่เหมือนว่าวันนี้ พระเจ้าจะไม่เข้าข้างผมเลย ผมวิ่งสุดแรงเกิดแล้ว แต่ทำไมกลับรู้สึกว่ามันช้ายิ่งกว่าเต่าซะอีก ก็เพราะไอ้ชุดบ้าๆนี่ไง!!! วิ่งอ้อมตึกนี้ก็แล้ว หลับหูหลับตาวิ่งไม่รู้ รู้แค่พยายามวิ่งหนีจากไอ้บ้าคิงให้ไวที่สุดก็พอ


            “เหวอ~”


ตุ้บ


            ด้วยความที่ผมวิ่งไป พะวะพะวงข้างหลังไปด้วย ทำให้ไม่ได้มองทางข้างหน้าเลยจนกับใครเข้าไม่รู้ รู้สึกว่าผมชักจะชนคนอื่นบ่อยไปแล้วนะ!! ผมคิดว่าผมคงต้องล้มแน่ๆ เพราะว่าวิ่งมาสุดแรงขนาดนั้น ผมหลับตาปี๋ พร้อมรับชะตากรรมตัวเองที่ต้องหน้าแหกเป็นแน่แท้


            แต่แล้วทุกอย่างกลับผิดคาด ผมไม่ได้ล้มลงไปหน้าแหกกับพื้น แต่กำลังอยู่ในอ้อมกอดของคนที่ชนผมต่างหาก ให้ตายสิ นี่มันละครช่องไหนเนี่ย สาม ห้า เจ็ดหรือเก้า มันชักจะเข้าพล็อตละครขึ้นไปทุกทีแล้วนะ


            “โว้ว วิ่งดีๆหน่อยสิ”

            “อะ..เอ่อ..ขอบใจนะ” ผมเอ่ยขอบคุณเสียงตะกุกตะกัก เอ่อ ให้ตายสิ หมอนี่ก็หน้าตาดีเหมือนกันนะ ถึงจะไม่เท่าไอ้คิงก็เถอะ แถมยังอยู่ในท่าหวิวๆแบบนี้ด้วย ผมทำหน้าไม่ถูกเลย “คือ..ปล่อยเราได้ยัง?”

            “โอ๊ะ โทษที ไม่เคยเห็นหน้านายเลย นายอยู่ม.ไรหรอ” อีกฝ่ายปล่อยผมยืนตัวตรงตามปกติ เอ่ยถามผมยิ้มๆ แถมรอยยิ้มนั้น ดูสิ มีลักยิ้มด้วย ผู้ชายอะไร ยิ้มเก่งชะมัดเลย

            “อยู่ม.5น่ะ ใครจะมาเคยเห็นคนอย่างเรา” ผมว่าพลางโบกมือ

            “เราก็อยู่ม.5เหมือนกัน แต่หน้าตาน่ารักๆอย่างนายเนี่ยนะ ทำไมเราไม่เคยเห็นเลยล่ะ

            !!!

            ฉิบหายแล้ว


            ผมรีบเอามือจับหน้าตัวเองดูอีกครั้ง เฮ้ย หัวกุ๊กไก่สุดที่รัก(?)ของผม....นั่น มันนอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้นนี่หว่า แถมแว่น ผมก็ดันทิ้งรวมไว้กับชุดที่ห้องสมุดด้วย เพราะถ้าใส่มามันเกะกะ แล้วก็กะว่าคงไม่มีใครจำหน้าผมได้หรอกเลยประมาทไปหน่อย


            “เอ่อ...คือ.. โทษที เราต้องไปแล้ว เจอกันใหม่คราวหน้า บ๊ายบาย” ผมรีบบอกลาอีกฝ่ายแบบไม่รอให้ถามเซ้าซี้อะไรมาก คว้าหัวมาสคอตเตรียมจะหนี แต่อีกฝ่ายคว้ามือผมเอาไว้นี่สิ

            “เดี๋ยวสิ เราชื่อไนน์นะ นายชื่อไร”

            “เอ่อ....ชื่อ พา...”

            หมับ

            “มึงมายุ่งอะไรกับของกู ไอ้เหี้ยไนน์


            จู่ๆผมก็ถูกกระชากจากด้านหลังจนไปชนกับอกแกร่งที่เปียกชื้น พร้อมกับแขนที่โอบรอบคอผมอยู่ แต่อะไรมันก็ไม่น่าดึงดูดความสนใจเท่ากับคำพูดที่ไอ้คิงพูดออกไปว่า ของกูอ๊ากกก ไหงหน้าผมร้อนฉ่าไปหมดเลยเนี่ย ใครเป็นของมึงห้ะ!! ไอ้บ้านี่ก็ยังรัดคอผมแน่น แถมยังจ้องไนน์ซะอย่างกะจะฆ่าจะฟันกัน


            “หึ ของนายเองหรอ” อีกฝ่ายว่า สายตาและรอยยิ้มที่ดูทะเล้นดูเป็นมิตร เริ่มเปลี่ยนไป แถมรอยยิ้มมุมปากนั่น เริ่มดูจะไม่เป็นมิตรแล้ว

            “เออ ไม่ต้องสะเออะ เสนอหน้ามาอีกล่ะ” ไอ้คิงว่าจบมันก็ลากคอผมออกมา พร้อมกับหยิบหัวไก่เน่าๆ มาใส่ให้ผมอีก ไอ้บ้า!! ถ้าจะใส่ก้ใส่ให้มันถูกด้านสิฟระ ตอนนี้เป็นกลายเป็นมาสคอตกุ๊กไก่ที่หัวหมุนสามร้อยหกสิบองศา แถมยังหันหน้าไปด้านหลังอีก สยองพิลึก


            ผมที่ยังคงมึนๆ อึนๆกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ถูกลากมาไม่รู้ทิศทาง

            “เฮ้ยๆๆๆ เดี๋ยวๆๆ ไอ้คิง มึงจะเอามาสคอตกูไปไหน กูยังเดินโปรโมทไม่ทั่วโรงเรียนเลยนะเว้ย แล้วนี่มึงไปเล่นน้ำที่ไหนมาวะ”

            “โทษทีพี่ แต่ผมขอยืมตัวแปป”


            มันว่าแค่นั้นก็ลากผมเดินต่อมาถึงห้องสมุด มันจับถอดหัวกุ๊กไก่ออก เอิ่ม สภาพมัน..อื้อหือ เสื้อนักเรียนสีขาวที่แนบลู่ไปกับลำตัวมัน ทำให้เห็นอกแกร่งและกล้ามเนื้อที่มีพอดูดี แถมผมเปียกๆเพิ่มความดูดีเป้นล้านเท่า โอ้ย ทำไมผมไม่ดูดีแบบมันบ้างวะ อิจฮาว้อยยยย !! แล้วก็หน้าผมเนี่ย จะแดงไปถึงไหนวะ นี่มันผู้ชายนะเว้ย จะเขินมันทำไมเนี่ย อ๊ากกก


            “จ้องขนาดนี้ เอากลับไปดูที่บ้านเลยไหม” ถึงเอากลับได้ก็ไม่เอาว้อย! ผมรีบเบนสายตาไปทางอื่นทันที เดี่ยวหาว่าผมโรคจิต  “เปลี่ยนชุดซะ”


มันโยนเสื้อผ้านักเรียนของผมใส่เต็มหน้าเลย ผมหันไปมองมันเคืองๆ แต่ก็หยิบมันขึ้นมา กำลังจะถอด แต่มันดันมองอยู่นี่สิ ผมไม่กล้าถอดหรอกนะ!!


“มองอะไรวะ ออกไปดิ คนจะเปลี่ยนเสื้อผ้า”


“ก็เปลี่ยนไปสิ จะได้เคลียร์เรื่องเมื่อกี้ แล้วก็เรื่องเมื่อวานด้วย” มันยืนกอดอก จ้องผมเขม็ง เห็นงี้ กูก็กลัวเป็นนะเว้ย - -;; ดูเหมือนว่ามันจะไม่ยอมออกไปด้วย แต่ยังไงๆ ผมก็ไม่กล้าถอดเสื้อผ้าต่อหน้าคนอื่นอยู่ดีอ่ะ “จะถอดดีๆ หรือให้ถอดให้?”


ผมเลยต้องจำใจแก้ผ้า...เอ่อ ความจริงมันก็ยังเหลือบ็อกเซอร์นะ อืม พอถอดจนเหลือแค่บ็อกเซอร์ รู้สึกเหมือนโดนจ้องอยู่ จะใครล่ะ มีคนเดียวละ ผมรีบใส่เสื้อ ติดกระดุมอย่างรวดเร็วเลย ก่อนที่มันจะเกิดความรู้สึกแปลกๆไปมากกว่านี้


“เสร็จแล้วก็ตามมา”

“ไปไหน?” อีกแล้ว มันไม่ตอบแต่มันลากผมขึ้นรถของมัน? เดี๋ยวสิ นี่มันยังไม่เลิกเรียนเลยนะ มันขับรถออกทางหน้าประตูโรงเรียนแบบไม่กลัวสายตาอาจารย์ฝ่ายปกครองเลย

“เพื่อนผมไม่สบาย” มันหันไปตอบลุงยามหน้าโรงเรียน ลุงแกก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ กลับเปิดประตูให้มันง่ายๆเฉยเลย หรือว่ามันติดสินบนลุงยามไว้วะเนี่ย! แล้วสรุปจะไปไหน ทำไมไม่บอกอีกแล้ววะ หลายต่อหลายครั้งแล้วนะที่มันลากผมมาไม่บอกไม่กล่าวเลย

“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”

เหมือนมันจะเห็นผมทำหน้าเป็นหมางง มันเลยไขข้อข้องใจให้ ผมก็นั่งเงียบ ไม่กล้าต่อปากต่อคำกับมันมาก เดินขึ้นมาถึงห้องมัน มันก็เดินถอดเสื้อผ้า เหลือแค่กางเกงนักเรียน หยิบผ้าขนหนูมาซับหัวมัน เอิ่ม ยังมีสาหร่ายเกาะอยู่เลย แต่ไม่บอก มันคงจะดีกว่าแหะ


“รู้หรือยัง ว่าทำอะไรลงไป ฮึ” มันถามเสียงเรียบ พลางเอาผ้าขนหนูซับน้ำที่หัวมันด้วย โอ๊ะ สาหร่ายหลุดละ เอ้ย ! ประเด็นมันอยู่ที่ตรงนั้นที่ไหนเล่า

“ทำอะไร เปล่าทำนะ แค่ตกใจนิดหน่อย ขามันเลยดีด แล้วก็บังเอิญไปโดนมึง...ก็แค่นั้นเอง”

“ไม่ใช่เรื่องนั้น เรื่องนี้ต่างหาก” มันว่าพลางชี้ไปทางตู้ปลา เอิ่ม คราวก่อนมีตั้งเยอะ ทำไมคราวนี้เหลือแค่สองตัวเองวะ

“ปลาหรอ อืม สวยดีนะ แต่กูไม่ชอบเท่าไหร่” ผมยักไหล่ ไม่สนใจปลาในตู้ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ความจริง แค่มันบอกมีเรื่องต้องเคลียร์ ก็พอจะนึกออกแล้วล่ะครับ แต่ก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องไปงั้นล่ะ

“กูไม่ได้ให้มึงดูปลา แต่ให้มึงดูว่ามึงทำอะไรลงไป รู้ไหม ปลาพวกนี้ มันตัวละเท่าไหร่” หวา น้ำเสียงตอนนี้ กำลังโมโหสุดๆ เอ่อ ปลาพวกนี้ ผมเคยเห็นขายอยู่ตามจตุจักร ประตูน้ำนะ ตัวละไม่กี่ร้อยมั้ง

“ก็..ตัวไม่กี่ร้อยเองมั้ง แหะๆ” ผมยิ้มแหะๆ เกาแกล้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ พอจะนึกออกแล้วว่าปลามันหายไปไหน คงไม่มีออกซิเจนจนขาดอากาศตายแล้วเป็นแน่แท้

“ถ้ามันตัวละร้อยกูไม่เครียดหรอกนะ รู้ไหม ปลาเทวดาอัลตั้มโคลัมเบีย มันส่งตรงจากนอก ตกราคาตัวละสามพันห้า แปดตัวรวมสองหมื่นแปดถ้วน นี่ยังไม่รวมภาษีนะ


เยดครก!! ปลาห่าอะไรวะ ทำไมมันแพงจัง นี่มันเงินเดือนค่าขนมผมห้าเดือนเลยนะเว้ย!!!!!!


“ตอนนี้เหลืออยู่สอง ตายไปหก เท่ากับสองหมื่นหนึ่ง หึ” มันยืนขึ้นเต็มความสูง กอดอกมองผมด้วยสายตาราวอาฆาตพร้อมกับจะงาบหัวผมอยู่แล้วเนี่ย

“แล้วทำไมมึงไปเอาปลาหางนกยูงมาเลี้ยงล่ะ ถูกดีออก จะเลี้ยงปลาแพงๆทำไมวะ”

“ความสุขกู”

แต่ความทุกข์กูนี่สิ!!!

“โอยย แล้วจะให้กูทำยังไง ให้หามาคืนมึงหรอ ปลาห่าไรก็ไม่รู้ แพงฉิบหาย ถ้าซื้อปลาดุกมาแทนกันได้กูก็พอจะซื้อให้ได้อยู่นะ แทนๆกันได้ป่ะ”

“ไม่ มึงมีทางเลือกแค่สองทางเท่านั้น อย่างแรก คือหาเงินมาใช้กูซะ สองหมื่น หรือไม่ก็หาปลามาคืนกูให้ได้ ภายในวันนี้”

 “หา! วันนี้!! ” หามาได้ก็บ้าแล้ว!! คนนะเว้ย ขออะไรให้มันมีขอบเขตบ้างดิวะ “ใครมันจะไปหาได้วะ ไปงมหาในน้ำเอาเองไป๊” ผมลุกขึ้นเตรียมเดินหนี แต่ก็ถูกคว้าตัวเอาไว้

“หึ งั้นมึงก็หมดทางเลือกแล้ว...”

“อื้อ!

มันพูดจบก็พุ่งตัวเข้ามาประกบปากกับผมเฉย ผมหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ ร่างถูกผลักล้มลงไปนอนราบบนโซฟาที่เคยก่อสงคราม ริมฝีปากหนาไล่จูบมาอย่างไม่ลดละ ผมได้แต่นอนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก แถม แถม...แถมมันยังค่อยๆใช้ลิ้นมันเลียตามรอยแยกของริมฝีปาก ดูดดุนริมฝีปากล่างอย่างไม่ลดละอีก!!


“อื้อ อ่อยยย”


ผมส่งเสียงประท้วงในลำคอ ไอ้บ้านั้น มันยังล้วงเข้ามาในเสื้อผมเฉยเลย!! ผมพยายามเอามือดันหน้าอก แต่ทำไมมันไม่เขยื้อนเลยฟระ นั่นๆ อย่ามาสะกิดหัวนมกันสิวะไอ้โรคจิต ผมอ้าปากจะด่ามัน กลายเป็นว่าผมยอมเผยอปากให้ลิ้นร้อนผ่าวสอดลึกเข้าไปในโพรงปาก เซาะไซ้ไปทั่วทุกมุม เกี่ยวกับหวัดกับลิ้นผม จนผมเริ่มรู้สึกหมดแรงแล้ว มันค่อยๆผละริมฝีปากออก แถมยังเลียริมฝีปากด้วยสายตายั่วยวนอีก


“หึหึ แค่จูบถึงกับหมดแรงเลยหรือไง”

“แฮ่ก..แฮ่ก...ไอ้โรคจิต..” คิดคำด่ามันได้แค่นี้ครับตอนนี้ กอบโกยอากาศเข้าปอดก่อน เมื่อกี้มันไม่เว้นช่องว่างให้ผมหายใจเลย

“ทำไม หึ ทำอย่างกะไม่เคยจูบ จูบแรกหรือไง”

!!!

“หนอย ทำไมกูจะไม่เคยจูบห้ะ อย่างกูนะ ต้องมีจูบแรกแล้วว้อย ไม่ใช่กับคนอย่างมึงหรอก!


ผมตะโกนใส่หน้ามัน ถึงแม้ผมจะนอนอยู่ใต้ร่างมันก็เถอะ จูบแรกบ้าอะไร ผมมีเฟิร์สคิสตั้งนานแล้วเถอะ ถึงแม้ตอนนั้นจะอยู่แค่ชั้นอนุบาล 3 ก็ตาม แล้วก็ไม่ใช่จูบแบบล้ำลึกแบบนี้ ถ้ามันรู้เข้าได้หัวเราะให้ผมอายจนต้องแทรกแผ่นดินหนีแน่!


“หึ ปากดีได้ปากดีไป”

มันว่ายิ้มๆ หยิบอะไรบางอย่างขึ้นมา...อะไรบางอย่างที่ว่านั่นก็คือกระเป๋าตังค์ผมอ่ะดิ!!!!


 “เฮ้ยย!! เอาคืนมานะเว้ย”


ผมพุ่งสุดตัวจะคว้ากะเป๋าตังค์คืน แต่หมอนั่นดันเอี้ยวตัวหนี ผลที่ได้คือผมล้มหน้าคว่ำกระแทกพื้นดังอั่กแทน


“อูยยย” เจ็บชะมัดเลย หน้าหล่อๆผมจะเสียโฉมไหมเนี่ย เงยหน้าขึ้นไปมองตัวปัญหา มันหยิบบัตรทุกอย่างของผมไปหมด หมดเลยทุกใบ!! ไม่ว่าจะบัตรเอทีเอ็ม บัตรร้านหนังสือ บัตรร้านเช่าวีดิโอเกมส์บัตรส่วนลด แล้วที่สำคัญ บัตรนักเรียนผม!! โอ้ บัดซบแล้ว!!

“อ่ะ กูใจดี เหลือให้มึงแค่นี้พอ กูจะคืนให้ก็ต่อเมื่อมึงหาเงินมา และก็ทำตัวดีๆเชื่องๆ ห้ามเถียงกู กูสั่งอะไรก็โปรดช่วยฟังและทำตาม เดี๋ยวกูก็คืนให้ อาจจะ..นะ”


มันเอาบัตรทั้งหมดของผมไป  ไม่เหลือสักใบ เหลือแค่เงินอยู่ในกระเป๋าประมาณห้าร้อยกว่าบาท ถ้าแค่บัตรเอทีเอ็มยังพอระงับได้ บัตรอื่นๆถึงมันจะน่าเสียดายก็เถอะ แต่บัตรนักเรียนนี่สิ!! โรงเรียนผมมีกฏว่า ถ้าจะสอบต้องแสดงบัตรนักเรียนเพื่อเช็คด้วยทุกครั้ง แล้วถ้ามันเอาไป ผมจะทำยังไงล่ะ ถ้าต้องทำใหม่ต้องรอเป็นเดือนๆเลยนะ ฮืออ อีกสองอาทิตย์ก็กีฬาสีแล้ว ต่อจากกีฬาสีก็เป็นสอบกลางภาค ผมจะเอาบัตรนักเรียนที่ไหนเข้าสอบ


“หวังว่าคงจะไม่ดื้อใส่กูอีกนะ J” จากนั้นมันก็เดินเข้าไปในห้อง ตามมาด้วยเสียงปิดประตูดังปัง และเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินก็คือ

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย~

นั่นคือเสียงกรีดร้องของผมเอง

            ………………………………………………………………………
 

เลิกเรียนแล้วไปรอที่ห้องกูซะ พรุ่งนี้กูมีรายงานต้องส่งสี่วิชา ถ้ามาช้าก็คงจะรู้นะว่าจะเป็นยังไง


ผมนั่งกุมขมับหลังจากไอ้อ่านข้อความเดิมๆรอบที่สิบ ที่เบอร์แปลกๆส่งมา และผมก็รู้ดีว่าใครกันที่ส่งมา!! ยิ่งไม่อยากเจอหน้ามันอยู่ด้วย ทำไงดีวะ!! แต่ถ้าไม่ไป ผมตายแน่ๆ


“อ้าว ไอ้พาย มึงจะรีบไปไหน เพิ่งเลิกเรียนเองนะ ไหนว่าจะเลี้ยงไอติมกูไง”

“กูมีธุระด่วนวะ โทษที วันหลังนะ” ผมหันไปตอบไอ้เฟรนด์แค่นั้น ก่อนจะรีบวิ่งออกทางหน้าประตูโรงเรียน ยืนรอรถแท็กซี่สักพัก ก็มาถึงคอนโดของไอ้คิงมัน ความจริงผมก็ไม่รู้หรอกว่าคอนโดมันอยู่ไหน จำได้แค่ชื่อ พอบอกพี่แท็กซี่แกก็รีบพามาเลย จ่ายตังเสร็จก็เดินขึ้นลิฟท์ไป ถึงชั้นยี่สิบสี่ เดินไปห้องของมัน กำลังจะเปิดประตู ปรากฏว่ามันล็อค และก็มานึกขึ้นได้ว่า


ผมไม่มีกุญแจห้องมัน แล้วผมจะเข้าห้องได้ยังไงวะ แล้วนี่ก็เพิ่งจะสี่โมง มันจะกลับตอนไหนก็ไม่รู้ โอ้ย ไอ้บ้าพาย ทำไมเอ็งบื้องี้วะ ในเมื่อทำไรไม่ได้ผมก็นั่งจุ้มปุ้กมันตรงหน้าประตูเนี่ยล่ะ แล้วผมจะกล้ามองหน้ามันไหมเนี่ย คิดๆไปจู่ๆก็รู้สึกง่วงซะงั้น


ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีก็เหมือนมีมืออุ่นๆมาลูบหัว อืม กำลังสบายเลย จากที่ลูบๆอยู่ดีก็กลายเป็น..


ผั๊วะ


“ให้มารอ ไม่ได้ให้มาหลับนะ เตี้ย”


แรงตบที่ฟาดลงกลางกระบาลและคำพูดคำจาถากถาง ปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ ยังงัวเงียอยู่ เอามือขยี้ตาพร้อมกับหาวไปด้วย และนี่ผมนั่งทำไรตรงนี้วะ อ่อ นั่งรอไอ้คิง จากนั้นก็ อืมๆ นั่งหลับ... นี่ผมนั่งหลับหน้าประตูหรอวะเนี่ย!!


“ก็มึงมาช้าอ่ะ” ยกนาฬิกาขึ้นดูเวลา อื้อหือ เกือบจะห้าโมงละ ผมรีบลุกทันที“กูมาถึงก่อนสี่โมงอีก มึงนั่นแหละมาช้า อุ๊บ”

“ถือที เข้ามาแล้วล็อคประตูด้วย”


มันไม่สนใจคำบ่นของผมแถมยังโยนกระเป๋านักเรียนมันใส่หน้าผมอีก ไอ้คนนิสัยเสีย!! พอเข้ามาถึงข้างในห้อง แอร์ก็เริ่มทำงานตามปกติ เดินเข้าไปโยนกระเป๋ามันไว้บนโซฟา แล้วก็นั่งรอมัน สักพัก มันเดินเข้าไปหยิบโน๊ตบุ้คมาจากในห้อง มาตั้งไว้บนโต๊ะกาแฟหน้าโซฟา พร้อมกับหนังสือเล่มหนาๆอีกประมาณสี่เล่ม


“รายงานวิชาประวัติศาสตร์ สี่เรื่อง หวังว่าคงทำได้นะ”

“แล้วทำไมกูต้องมาทำงานให้มึงด้วย!!!

“ก็ถ้าไม่ทำ กูจะโยนบัตรมึงทิ้งซะ เอางั้นไหม?”


โธ่ว้อย ทำไมผมต้องตกเป็นลองมันตลอดเลย ผมไม่ยอม ผมจะฟ้องประวีณา(?) ผมจะทวงสิทธิของผมคืน!


“ทำๆไป กูจะทำงานสภา อย่าเข้ามากวนกูล่ะ” มันว่าแค่นั้นก่อนจะเดินเข้าห้องไป จู่ๆ มันก็เปิดประตูออกมาอีกครั้ง “อ่อ ลืมบอก พิมพ์ทั้งหมดนะ มันหาข้อมูลในเน็ตแล้วไม่มี สี่เล่มนั้น สรุปๆเอานะ ขอแบบละเอียด ขอบใจ” แล้วประตูก็ปิดอีกครั้ง

“ห้ะ!! พิมพ์เองทั้งหมด มึงทำเองเลยนะเว้ยยยยย!!!!


สุดท้าย ผมก็ต้องมานั่งพิมพ์รายงานของมัน จากหนังสือหน้าโคตรพ่อโคตรแม่ ทั้งหมดสี่เรื่อง กว่าจะเสร็จก็ล่อไปซะเกือบสามทุ่ม แล้วตรูจะกลับบ้านไงเนี่ย ดีนะที่โทรบอกไอ้อิ้งค์ไว้แล้ว อย่างน้อยก็โดนมันสวดแค่แปปเดียว


“ฮึ้บ~” ลุกขึ้นบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยล้าทั้งหลาย นั่งบนพื้นพรมตั้งนาน ปวดตัวไปหมดแล้ว ตั้งแต่เย็นแล้ว หิวข้าวจัง ผมยังไม่เห็นไอ้คิงมันออกมาจากห้องเลย หรือมันตายห่าไปแล้ววะ ด้วยความเป็นคนดี ผมเลยค่อยๆย่องเข้าไปในห้องนอนของมัน ตรงโต๊ะคอมค้างๆเตียงมัน ยังเปิดค้างไว้อยู่คาดว่าเจ้าของคงไม่ได้อยู่หน้าจอ เพราะมันนานจนหน้าจอขึ้นสกรีนเซฟเวอร์แล้ว


กวาดสายตาไปมอง ก็เห็นร่างของเจ้าของห้อง นอนคว่ำอยู่บนเตียง ค่อยๆเดินย่องเข้าไป มองหน้ามัน แลดูซีดกว่าปกติ นั่งลงบนเตียง เอามือไปอังตรงหน้าผากมันดู โห ร้อนจี๋เลย แต่จู่ๆสายตาผมกลับโฟกัสไปที่ปากของมันแทน  จู่ๆหน้าก็ร้อนวาบขึ้นมาทันที เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน


“หรือว่ามันเป็นเกย์วะ!?


ได้แต่นั่งสรุปเองอยู่คนเดียวในใจแต่ไหงความคิดผมกลับมีเสียงวะ ผมไล่ความคิดและภาพเมื่อวานที่อยู่ในหัวของผมออกไป ใจจริงอยากจะหนีมันกลับไปตอนนี้เลยนะ แต่ผมคงปล่อยให้คนป่วยนอนตายในห้องไม่ได้หรอก ทำไมนะหรอ


ผมว่าที่มันป่วย เพราะผมนี่หล่ะตัวการ เดี๋ยวมันตายขึ้นมาได้ตามมาหลอกหลอนผมยันลูกบวชแน่


ว่าแต่ ดูแลคนป่วยนี่ ต้องทำยังไงบ้างวะ?


จู่ๆสมองผมก็ดันคิดอะไรที่มันโคตรบรรเจิดได้! ในเมื่อตอนนี้มันกำลังหลับอยุ่ ผมก็ต้องเอาบัตรผมคืนสิ ฉลาดจริงๆเลยเรา ผมเดินหาทั่วห้อง ตามซอกตู้หนังสือ ในกระเป๋าตู้รองเท้า ชันวางของโต๊ะคอม หาจนทั่วห้องก็ไม่เจอเลย โอยย มันเอาของผมไปซ่อนไว้ที่ไหนวะเนี่ย


“อย่าให้ถึงทีกูบ้างนะ”


ผมลุกกะจะโทรถามม๊า แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นปากกาเปอร์มาเนนต์สีดำที่วางอยู่ในกล่องกับเทปกาวสีน้ำตาลอยู่ใกล้ๆกัน บนโต๊ะคอมเข้าให้ ความแค้นที่เคยโดนเขียนกลางหน้าผากย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำ ในเมื่อมันทำผมได้ ผมก็ทำมันคืนได้ล่ะว้า เดินไปหยิบมาจากนั้นก็ค่อยๆบรรจง เติมจุดให้ทั่วใบหน้าหล่อนั้น เขียนตรงบริเวญหนวดให้ดูหล่อเข้ม แถมวาดจอนให้ด้วย โอ้โห สุดยอด


“อุ๊บ ตลกฉิบหายเลย หุหุ”


จากนั้นผมก็ดึงเทปกาวออกมา ฉีกแล้วก็แปะลงบนหน้าแข้งมัน ถ้าได้ลองแกะ บอกได้คำเดียวเลยว่าน้ำตาเล็ดแน่ๆงานนี้ แค่คิดก็สะใจแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ


แกล้งมันจนพอใจแล้ว ผมเลย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะโทรหาคนที่น่าจะช่วยผมได้มากที่สุด


“ฮัลโหล ม๊า”

[ว่าไงไอ้ตัวดี คราวนี้มีปัญหาอะไรอีก ร้อยวันพันปีไม่เคยจะโทร คิดไงถึงได้โทรหาม๊าเนี่ย]

“ผมก็คิดถึงม๊าบ้างอะไรบ้าง อยากโทรมาได้ยินเสียงหวานๆของม๊าบ้าง”

[มีไรว่ามา ขอเนื้อๆ น้ำไม่ต้องย่ะ]

“คือ ตอนนี้เพื่อนพายมันป่วยอ่ะ ตัวร้อนมาก พายต้องทำไงบ้างอ่ะ” ผมค่อยๆเล่าถึงอาการต่างๆให้ม๊าฟัง พลางเอาไปมืออังที่หน้าผากมันดู

[อย่างแรกเลยนะ ไปเอากะละมังใส่น้ำอุ่นพอประมาณ แล้วใช้ผ้าชุบน้ำ บิดให้มาด เช็ดให้ทั่วทั้งตัว แล้วก็หาข้าวหายาให้กินซะ แค่นี้หวังว่าคงเข้าใจนะ]

“ม๊า พายไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอกนะ” ผมว่าก่อนจะตัดสายไป ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง  เดินไปหากะลามังกับผ้าขนหนูชุบน้ำ วางไว้บนหัวเตียงก่อนจะค่อยๆผลิกร่างของมันให้หงายขึ้น แล้วก็ค่อยๆเช็ดตามใบหน้า และแขนของมัน ไม่กล้าเช็ดตามตัวมันอ่ะ เสร็จแล้วก็เอาผ้าวางแปะไว้บนหน้าผาก


และสิ่งที่ต้องทำต่อมาก็คือ อาหารคนป่วยสินะ ผมเดินไปในครัว มองหาของที่น่าจะมาทำอาหารได้ มองๆไปเจอโจ๊กอยู่ซองนึงพอดิบพอดีเลย ถ้าถามว่าผมทำอาหารเป็นไหม ตอบได้เลยว่า แค่มาม่าผมยังทำไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับโจ๊กซอง สุดท้ายผมก็ต้องโทรไปหาม๊าอีกรอบนึง กว่าจะทำได้ก็เงอะๆงะๆตั้งนาน ใส่ผิดๆถูกๆ ทั้งที่มันแค่ต้มน้ำร้อนก็แค่นั้นเอง ในที่สุดก็เสร็จออกมาในรูปของข้าวเละๆเปียกน้ำซะชุ่มฉ่ำเพราะใส่น้ำเยอะเกินไป มองดีๆ มันก็คงเหมือนข้าวต้มแหละเนอะ


ผมเดินไปในห้องนอนอีกครั้งวางโจ๊กหอมๆยั่วน้ำลายหน้าตาน่ากินสุดๆ(?)ไว้บนโต๊ะพร้อมกับยาลดไข้ ก่อนจะวางเอาไปที่โต๊ะเล็กข้างเตียง เอามือวัดไข้มันอีกรอบ คงดีขึ้นแล้วแต่ก็ต้องหลุดขำเมื่อเห็นหน้ามันที่ผมแต่งเติมให้อย่างหล่อ


หวังว่ามันคงไม่ตามมาฆ่าผมหรอกนะ ผมอุตส่าห์เป็นบุรุษพยาบาลที่แสนใจดีขนาดนี้ J

 

つづく

            ครบละ 100% นั่งพิมพ์ตอนที่ 13 แล้วแบบ....อ๊ายยย ไม่ได้อะไรเลย ขอบอกแค่ว่า ตั้งชื่อม่ายด้ายยยย ฮรือออ ตันเรื่องการตั้งชื่อตอนตลอด ดูอย่างตอนที่ 11 เป็นตัวอย่างนะคะ เอาละ พูดถึงตอนนี้ ดูสิ บุรุษพยาบาลของเค้า น่ารักแถมยังใจดีอีกต่างหาก(หืม?) แล้วก็ นุ้งพายของเรา เป็นประเภท โกรธง่าย หายไว ไม่เคยคิดเรื่องล้างแค้น(หรา) ฮ่าๆๆๆ เอาตรงๆ นิสัยก็ประมาณว่า ชอบคิดเล็กคิดน้อยนิดหน่อย บางเรื่องที่สำคัญๆ มักเผลอลืมประจำ แต่สำหรับเรื่องที่มันเลวร้าย จะจำฝังใจจ้า (เช่น โดนแกล้งเป็นต้น) //แว่บไปพิมพ์ตอนที่ 13 ต่อละ   และสุดท้ายนี้
            ทุกความคิดเห็นเป็นกำลังใจให้คนเขียนนะคะ ♥


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

2,204 ความคิดเห็น

  1. #1271 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 21:24
    5555 สะใจช่ะมั้ยหล่ะพาย5555 น่าจะถ่ายรูปไว้แบ็กเมลนะ55555 อ่าห์~ ถ้าคิงตื่นมาจะรู้สึกแบบไหนนะ? จะโกดดีรึฟินดี? 5555 ลำบากนะบางที
    #1271
    0
  2. #483 sundaymorning3841 (@sunshine3841) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 20:46
    ตั้ลล้ากกกกกกกกกก
    #483
    0
  3. #367 สุภัคสร- (@ponnapa123-) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:01
    ตอนนี้สำคัญจริงๆคือจูบแรกที่เสียไป....555555+
    #367
    0
  4. #141 Are you Alice... (@00250935) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 / 23:55
    อารมณ์บอกไมถูก -_-
    #141
    0
  5. #43 Mikanchan (@noosom503) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 18:15
    แปลว่า มีต่อค่ะ ยังไม่จบ คล้ายๆกัน To be continued ล่ะ ^^ นั่งพิมพ์ตอนที่ 13 แล้วฮากับตัวเอง แบบ ค่อนข้างไร้สาระอ่ะ ฮ่าๆๆๆ ถ้าทันเดี๋ยวลงให้พรุ่งนี้นะ ><
    #43
    0
  6. #42 ~Looktuay~ (@tal-love-novel) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 15:49
    หือออ แค่ต้มมาม่านรุ้งพายก็ทำไม่ได้เหรอ กำาา 5555 ไรท์มาต่อบท 13 เร็วๆแน้นน อยากอ่านแบ๊วว >^<~ ps. suzuku แปลว่าไรอ่ะไรท์ จบเหรอ? -0-; หรือว่าอะรายย (ขี้เกียจหาความหมาย แฮ่ๆ)
    #42
    0
  7. #41 ~Looktuay~ (@tal-love-novel) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กันยายน 2557 / 23:45
    ขอให้จูบก็ได้ฉากจูบเลย ถถถว์ >,< รักไรท์ ชุ๊บุๆ~ มาต่อเร็วๆน้าาา >^<
    #41
    0