Behind Relations สัมพันธ์ลับ... ต้องซ่อนรัก

ตอนที่ 29 : :: CHAPTER 27 :: ALL NIGHT LONG

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    8 ม.ค. 61


CHAPTER 27 :: ALL NIGHT LONG |


You got me all night long.


 

 

          “แวะกันสักหน่อยไหม”

            “หืม ที่ไหนหรอ?”

            ผมถาม มือก็จัดกันวางของที่ซื้อวันนี้ไว้ข้างหลังเบาะรถ รวมกับของฝากอื่นๆที่ซื้อตอนกลับจากเกาะสีชังด้วย ก่อนจะขึ้นไปนั่งฝั่งด้านคนขับเช่นเคย

            “ก็อย่างเช่น ร้านพวกนี้” พี่เอกว่า มือชี้ไปฝั่งตรงข้ามกับถนน

            ร้านที่ว่าหมายถึงร้านเหล้าที่เรียงรายตลอดชายฝั่งเต็มไปหมด แต่จะว่าไป ผมก็ไม่ได้แตะแอลกอฮอล์นานมากแล้วด้วย ตั้งแต่เลิกทำงานพิเศษที่ร้านเหล้า อีกอย่าง นี่ก็สิ้นปี ถือเป็นโอกาสดีเลย

            “ก็ดี ผมก็ไม่ได้ดื่มนานแล้ว”

            “งั้นไปกัน พี่มีร้านนึงที่เล็งไปแล้ว มีที่จอดรถพอดีด้วย”

            “อื้อ”

           

            อย่างที่คิดเลย

            ช่วงสิ้นปีอย่างนี้ คนเยอะจริงๆด้วย เยอะทุกๆที่ ขับผ่านแต่ละร้านก็แน่นขนัดไปด้วยผู้คนเต็มไปหมด ร้านที่พี่เอกเล็งเอาไว้ก็คนเยอะไม่ต่างกันจนต้องจอดรถไกลจากร้านหน่อย แถมยังเสียค่าจอดอีกต่างหาก อ่า แพงชะมัด

            ร้านที่ว่านี่คนก็เยอะไม่แพ้ร้านอื่นๆ เลย เพียงแต่ดูท่าจะแพง คนที่มาเที่ยวส่วนใหญ่เต็มไปด้วยวัยทำงานซะมากกว่า ตัวร้านเองก็ตกแต่งหรูหรามีระดับทีเดียวเชียว ฉะนั้น คงไม่ต้องถามถึงราคาหรอก คงต้องแพงแน่นอน แต่ในเมื่อพี่เอกบอกว่ามาเที่ยวทั้งทีให้เลิกคิดเรื่องเงินไปซะ โอเค ผมจะพยายามไม่ถึงนึกมันละกัน

            พี่เอกพาผมเดินขึ้นมาชั้นสองของร้าน ซึ่งเป็นชั้นลอย สามารถมองเห็นด้านล่างได้อย่างชัดเจน ด้านล่างส่วนใหญ่มักจะมีแต่คนเต้นโยกไปกับจังหวะเพลงบีทหนักที่ดีเจเปิดอย่างเมามัน ส่วนชั้นบนจะเป็นพวกที่มานั่งกินชิลๆ ฟังดนตรีไปซะมากกว่า

            “เอามาหนึ่งขวดก่อน แล้วก็น้ำแข็งกับโค้ก...”

            ผมไม่รู้ว่าพี่เอกหันไปพูดอะไรกับพนักงานบ้างเพราะที่นี่เสียงค่อนข้างดัง แถมแสงก็ไม่ได้สว่างมากนัก ในระยะสามเมตรผมไม่สามารถมองเห็นหน้าใครได้ชัดเจนเลยสักคน

            ไม่นานนักพนักงานก็เอาของที่สั่งมาเสิร์ฟพร้อมแก้วสองใบ

            “พี่มาร้านพวกนี้บ่อยหรอ”

            “ก็ไม่บ่อยหรอก” พี่เอกว่าแล้วทำท่าจะชงเหล้าให้ ผมเลยแย่งมาจากมือเขา เห็นอย่างงี้ผมก็พนักงานร้านเก่าเหมือนกันนะ เรื่องชงเหล้าก็ไม่เป็นสองรองใครหรอก

            “หืม แต่ดูคุ้นเคยนะ เหมือนจะมาบ่อย” ผมส่งแก้วที่ชงเสร็จแล้วให้เขา ดูจากฉลากสีดำข้างขวดแล้วขวดนี้เองก็แพงใช่ย่อย

            พี่เอกไม่ตอบแต่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย มือหนารับแก้วไปจากมือผมแล้วค่อยๆจิบช้าๆ ผมหยิบแก้วตัวเองมาชงบ้าง สัมผัสของรสชาติแอลกอฮอล์ที่แตะลิ้นและไหลลงคอทั้งนุ่มลิ้น ไม่บาดคอเหมือนเหล้าแรงๆของไทย อีกทั้งกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ ผมก็ไม่ใช่คนเชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แต่เหล้าราคาแพงรสชาติก็คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปจริงๆนั่นแหล่ะ

            ตอนนี้ภายในร้านเบาเสียงลงแล้ว อยู่ในช่วงที่นักดนตรีกำลังพักอยู่แหล่ะ เลยเปิดเสียงเพลงเบาๆคลอไปแทน เราสองคนนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยถึงทริปในวันนี้ ของฝากที่ซื้อมา และแพลนว่าพรุ่งนี้จะไปกันต่อ

            เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในวันที่ผมรู้สึกสบายใจที่สุดในรอบปีเลยทีเดียว

            การมาเที่ยวในครั้งนี้ช่วยผ่อนคลายจิตใจ และได้พักผ่อนเต็มที่สุดๆ ถึงแม้จะหนีแสงสีจากเมืองกรุงมาหาแสงสีตามชายทะเลแบบนี้ แต่มันต่างกันนะ บรรยากาศมันต่างกัน ผมเองก็ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้เหมือนกัน

            ถึงภายในร้านจะไม่สว่างมากนัก แต่มันก็สว่างมากพอที่จะทำให้ผมเห็นใบหน้าคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกำลังพูดคุยด้วยรอยยิ้ม ปากหยักสวยได้รูปกำลังพูดเรื่องราวของเขา จนผมเองก็ชักไม่แน่ใจว่าตอนนี้กำลังเมาแอลกอฮอล์ดีกรีแรงหรือรอยยิ้มของคนตรงหน้ากันแน่

           

ครืดดด ครืดดด

 

เสียงสั่นจากโทรศัพท์สีดำที่คว่ำอยู่บนโต๊ะของพี่เอกดังเบาๆ เขาหยิบขึ้นมาดูแล้วกดนิดหน่อยแล้วคว่ำหน้าวางไว้เหมือนเดิม

“มีคนโทรมาหรอ?” ผมถาม

“เปล่า ลืมปิดแจ้งเตือนมันเลยดัง”

“อ๋อ”

ผมพยักหน้า มองลงไปมองข้างล่าง นักดนตรีกลับมาแล้วเริ่มเล่นเพลงต่อแล้ว เป็นเพลงสตริงที่วัยรุ่นส่วนใหญ่เคยฟังและร้องได้ พร้อมกับตะโกนถามลูกค้าภายในร้านไปด้วย

 

“สิ้นปีแบบนี้ใครยังโสดขอเสียงหน่อยเร็วววว!!!!

“ฮิ้วววววววว” “กรี๊ดดดดด”

“ส่วนใครที่อกหักรักคุดโดนเทซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรือเพิ่งเลิกกับแฟนก็ไม่ต้องเสียใจไปนะครับ คืนนี้เรามาสะบัดความเศร้าให้หัวหลุดกันไปเลยดีกว่า!!

 

เสียงดนตรีทำนองที่คุ้นเคยดังขึ้น แต่ละคนก็เริ่มออกลวดลายอยู่บนฟลอร์กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ดีแล้วล่ะที่อยู่ชั้นบน ข้างล่างคนแน่นขนัดจนแทบจะไม่มีที่เดินกันเลยทีเดียว

“นิว”

“หืม ครับ”ผมหันไปตามเสียงเรียก หน้าพี่เอกอยู่ใกล้มากเพราะตอนนี้เสียงดนตรีกลบจนเขามากระซิบข้างหู

“เดี๋ยวพี่ไปเข้าห้องน้ำ ฝากของหน่อย”

“อื้อ เดี๋ยวผมดูให้”

กระเป๋าสตางค์หนังสีดำและโทรศัพท์ถูกเลื่อนมาวางไว้ตรงหน้า ถึงจะดื่มจนเหล้าหมดไปครึ่งขวดแล้วก็ตาม ผมก็ยังไม่เมาเท่าไหร่ แค่มึนๆ นิดหน่อย พี่เอกก็ยังดูไม่ค่อยเมาเหมือนกัน แต่ที่ต้องฝากไว้เพราะคนเมาส่วนใหญ่มักโดนรีดไถตอนเข้าห้องน้ำกันมานักต่อนักแล้ว

 

ครืดดด ครืดดด

 

เสียงโทรศัพท์พี่เอกสั่นอีกแล้ว อดไม่ได้ที่จะถือวิสาสะหยิบของเขามาดู

 

ข้อความไลน์ที่เด้งขึ้นมาไม่ทำให้ผมตกใจเท่าชื่อที่เห็นว่ามันถูกส่งมาจากใคร

 

 

Thing : เอก

 

 

กึก

 

มือข้างที่ถือกำโทรศัพท์แน่นจนลืมตัว

แค่เห็นข้อความสั้นๆ ผมไม่รู้ว่าเขายังคุยกันหรือติดต่อกันมากน้อยแค่ไหน แต่จิตใจตอนนี้ฟุ้งซ่านไปหมดแล้ว

 

ติ้ง

 

Thing : สบายดีไหม

 

 

ข้อความที่ถูกส่งอีกครั้งมาทำเอาผมพูดไม่ออก เขายังทักพี่เอกมาอยู่...

ทำไม?

ในเมื่อเขาเลิกกันแล้ว ใช่ เขาเลิกกันแล้ว

..ความคิดผมในตอนนี้มันช่างเห็นแก่ตัวสิ้นดี

ผมไม่เคยบอก ว่าตัวเองเป็นคนดี ไวเท่าความคิดมือผมกดลบแชทนั้นทิ้งทันที โทรศัพท์ถูกคว่ำเอาไว้แบบเดิม ราวกับไม่เคยแตะต้องมัน

ไม่รู้ว่าเขายังต้องการอะไร ทำไมถึงยังติดต่อมาอยู่ ในหัวมีแต่คำถามว่าทำไม ทำไมกัน ความคิดในหัวตีกันจนแทบบ้า

ขอแหลวสีอำพันถูกยกกระดกขึ้นทีเดียวจนหมดแก้ว

เลิกกันแล้วก็ไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกันสิ เลิกกันแล้วก็ไม่ต้องทักมาสิ

            “โทษที ข้างล่างคนเยอะน่าดู”

            “..”

            ผมไม่ตอบเขา แล้วเทเหล้าใส่แก้วใหม่ ไม่รู้ด้วยว่ามันเยอะแค่ไหน แค่เทใส่แล้วกระดกเข้าปากจนหมดทีเดียวนั่นแหล่ะ

            บรรยากาศดีๆ ที่รู้สึกในตอนแรกหายวับไปกับตา

            ตะกอนขุ่นที่คุ้งอยู่ในใจถูกตีขึ้นจนฟุ้งไปหมด

ให้ตายสิ...

 

            “นิว..”

            “...”

            “นิว”

            “...”

            “นิว

            เสียงทุ้มดังก้องอยู่ข้างหู รู้แหล่ะ แต่ไม่อยากตอบรับก็แค่นั้นเอง ผมหันไปมองเขาตามเสียงเรียกให้รู้ว่าได้ยิน ไม่รู้หรอก ว่าผมใช้สายตาแบบไหนมองเขาอยู่ตอนนี้ และไม่รู้หรอก ว่าขวดเหล้าที่เคยมีอยู่เกินครึ่งเหลืออยู่แค่ก้นขวดตั้งแต่เมื่อไหร่... ไม่รู้หรอก ว่าผมดื่มเข้าไปเยอะขนาดไหน

            รู้แค่สัมผัสหยุ่นๆที่ริมฝีปากที่เจอไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์กำลังแนบปากผมอยู่ แต่แทนที่จะปฏิเสธ ดันตอบรับเขาอย่างเต็มใจซะงั้น

            ไม่รู้ว่ายอมให้เขาจูบอยู่นานแค่ไหน เสียงเพลงในร้านดังจนกลบไปหมด แสงไฟสลัวๆ ที่มืดพอที่คนอื่นคงจะไม่สังเกตว่ามีผู้ชายสองคนนั่งจูบกันอยู่ตรงนี้ จนริมฝีปากเขาค่อยๆ ละออกอย่างอ้อยอิ่งนั่นแหล่ะ

            “กลับห้องกัน”

            “ฮื่อ”

 

 

           

            “อืมมม ฮาห์...อื้ออออ”

            เสียงหอบหายใจคละไปกับเสียงจูบดังขึ้นในกล่องสีเหลี่ยมเหล็กแคบๆนี่ ผมถูกลากมาตลอดทาง ทั้งๆที่คิดว่าไม่เมาแท้ๆ แต่ทำไมถึงเดินให้ตรงๆไม่ได้ก็ไม่รู้ ทันทีที่เข้ามาในลิฟท์ของโรงแรมพี่เอกก็ระดมจูบไม่หยุด จนเสียงลิฟท์ดังว่าถึงชั้นที่ต้องการแล้วนั่นหล่ะถึงได้ยอมผละออกอีกครั้ง

            ผมเดินเซตามแรงลากของเขา เขาดูรีบร้อน หยิบกุญแจห้องไขอย่างรวดเร็ว พอเปิดประตูห้องได้ก็โดนกระชากไปตามแรงเขา..ก็ไม่ได้กระชากหรอก แค่ดึงเบาๆแหล่ะ แต่ผมไม่มีแรงต่อต้านเขาเลย

            หลังผมแนบไปกับที่นอนนุ่ม ตามด้วยร่างสูงที่โน้มมาระดมจูบต่อจากในลิฟท์อย่างกระหาย  ลิ้นร้อนชื้นติดรสชาติแอลกอฮอล์ที่ปลายลิ้นทำเอามึนไปหมด เหล้าที่ดื่มกับจูบของเขา อันไหนมันทำให้เมามากกว่ากันนะ..

            ฝ่ามือหนาร้อนลูบผ่านเข้ามาใต้เสื้อยืดตัวโปร่งจนมันร่นขึ้นมาถึงหน้าอกนั่นล่ะถึงได้สติขึ้นมา

            “อื้ออ..พ..พี่เอก..หยุดก่อน”

            ผมบอกเขาเสียงกระท่อนกระแท่นและหอบหนัก เหมือนเขาจะไม่ฟัง ซ้ำยังซุกหน้าลงกับซอกคอแล้วขบเม้มจนผมสะดุ้ง พยายามผลักเขาออก

            “อะไร”

            น้ำเสียงเขาดูไม่พอใจที่ถูกขัด แต่ก็พยายามสงบสติอารมณ์ลง

            “ผม..ผมว่ามัน..”

            รู้ ว่าเขากำลังทำอะไร.. และเรากำลังจะทำอะไร

ผมไม่ได้ปฏิเสธ ร่างกายมันพร้อมโอนอ่อนตามสัมผัสเขาทุกเมื่อเลยด้วยซ้ำ แต่ชั่วแว่บนึง ดันไปนึกถึงข้อความที่พี่ถิงทักพี่เอกขึ้นมาจนได้

            “เรา...ไม่ควรทำอย่างนี้เลย.. ไม่ควรให้มันเกินเลยมาขนาดนี้”ผมควรเงียบ ควรทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นสิ แต่ร่างกายกลับไม่ฟัง กลับพูดในสิ่งที่คิดออกมาจนหมด “ผม..ผมคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้ว.. ทำไมพี่ถึง จูบผม ทำไม.. เราไม่ควรจูบกันด้วยซ้ำ... ผมไม่ใช่...”

            “ทำไมล่ะ

            ไม่ว่าเปล่า เขายังหงายมือผมขึ้นมาแล้วกดจูบลงบนฝ่ามือเบาๆ แล้วเลื่อนมาจูบผม ครั้งนี้เป็นแค่จูบธรรมดา ไม่ได้เล่าร้อนหรือลึกซึ้ง แต่มันกลับทำสติพร่าเลือนยิ่งกว่าเดิมซะอีก

            “ในเมื่อ..”

            เราไม่ได้เป็นอะไรกัน

          ผมรู้ว่าเขารู้ว่าผมกำลังจะพูดอะไร แต่ก็เลี่ยงที่จะไม่พูดอยู่ดี

            “วันนี้...ไม่สิ แค่ตอนนี้ ตอนที่เราอยู่ที่นี่ เลิกคิดเรื่องอื่นได้ไหม..”

            มือหนาค่อยๆเลื่อนลงมาสัมผัสเอวผมแล้วสอดข้างใต้ จนร่างกายส่วนล่างเราแนบชิดกัน ถึงจะมีเสื้อผ้ากั้นอยู่ แต่ก็สัมผัสได้ถึง อะไรบางอย่างที่อยู่ใต้ร่มผ้านั้นกำลังตื่นตัว

            “เลิกคิด..จุ้บ เรื่องคนอื่น...”

            “อึ่ก...อื้อ...”

            “คิดแค่..เรื่องของพี่ก็พอ”

 

            ให้เลิกคิดเรื่องของคนอื่น ถึงแม้ความสัมพันธ์ของเราสองคนจะไม่ชัดเจนสักอย่างเนี่ยนะ

 

            สายตาที่เขามองมา เหมือน..ต้องการผมเหลือเกิน

 

            ก็ได้ ในเมื่อเขาเลี่ยงที่จะไม่พูด

 

 ก็จะยอมอยู่แบบไร้สถานะแบบนี้ต่อไปตราบที่เขาต้องการ

 

              ผมก็ต้องการเขาไม่แพ้กันนั่นแหล่ะ


(ต่อค่า)


Aek’s Part

 

 

          ไม่ชอบเลย

          เวลาที่นิวมองหน้าผมแล้วทำเหมือนจะร้องไห้แบบนั้น

แค่ไปห้องน้ำแค่แปบเดียว กลับมาก็เห็นอีกฝ่ายนั่งเท้าคางกับโต๊ะ ไม่แม้แต่จะสนใจผมเลยด้วยซ้ำ

ผมพยายามเรียก แต่อีกฝ่ายกลับทำเหมือนไม่ได้ยินซะงั้น ไม่รู้ตัวเลยหรือไง ว่ากำลังโดนเด็กวัยรุ่นโต๊ะข้างหลังจ้องตาเป็นมันเชียว ถ้ามาช้ากว่านี้พวกนั้นคงเดินเข้ามาทักมาตีสนิทแน่ๆ และตอนนี้เราอยู่ต่างถิ่น ไม่มีเรื่องกันจะดีกว่า

เคยบอกไปแล้ว ว่านิวเองก็หน้าตาดีระดับหนึ่ง เพียงแต่หมอนั่นไม่เคยรู้ตัวเองเลย

จนต้องเข้าไปกระซิบใกล้ๆ นั่นแหล่ะถึงจะยอมหันมา ใบหน้าใสที่ผินมองมานั่นกำลังกระตุกหัวใจอย่างแรง

          รู้ตัวไหมว่าตัวเองกำลังทำสีหน้าแบบไหนออกมา รู้ตัวไหม..

ยิ่งเหลือบไปเห็นสายตากลุ่มวัยรุ่นพวกนั้นที่กำลังมองมาอยู่ก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ เผลอจูบนิวต่อหน้าไอ้พวกนั้นไปจนได้ แต่ทันทีที่อีกฝ่ายเปิดปากยอมให้สอดลิ้นเข้าไปราวกลับเชื้อเชิญนั่นทำผมสติแตก

ให้ตายสิ สุดท้ายผมก็เป็นฝ่ายที่ทนไม่ไหว ลากนิวกลับโรงแรมจนได้

 

 

..

 

.

 

 

เสียงหอบและลมหายใจร้อนผ่าวที่รดอยู่บนลำคอระหงขาวนวลของคนใต้ร่างที่ค่อยๆกลายเป็นสีกุหลาบทีละจุด ตลอดไล่มาจนแผ่นอกบางที่กระเพื่อมเป็นจังหวะหายใจเข้าออก เสื้อยืดตัวบางถูกถอดทิ้งลงไปข้างเตียง เหลือเพียงแค่ส่วนล่างที่ยังติดกายอยู่

ถึงแม้ในคราแรกอีกฝ่ายทำท่าเหมือนจะปฏิเสธสิ่งที่กำลังจะเกิด และพูดสิ่งที่เจ้าตัวเก็บเงียบออกมาตลอดจนหมด ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้ ผมเองก็รู้ตัวดี ว่าเรื่องระหว่างเรา ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ มันเกินเลยไปกันขนาดไหน ถึงจะพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่พูด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่รู้สึก

เพียงแต่ตอนนี้ ยังไม่สามารถพูดออกมาได้เต็มปาก ว่ามันคืออะไรกันแน่

เพราะลึกๆ ผมเองก็กลัว... กลัวว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นเพราะผมคนเดียวหรือเปล่า เป็นแค่ผมที่รู้สึกมากไปเอง เป็นความรู้สึกที่บังคับอีกฝ่ายเกินไปหรือเปล่า ที่นิวยอมมาเที่ยว ยอมให้จับมือ ยอมให้จูบ ยอมให้กอด..

ยอมทุกๆอย่างแบบนี้.. เป็นเพราะผมไปบังคับเขาหรือเปล่า?

เพราะนิวไม่พูด ผมเองก็ไม่พูด ปล่อยให้มันเกินเลยมาถึงขนาดนี้

แต่สุดท้ายก็ยอมโอนอ่อน อย่างว่าง่าย ซ้ำยังตอบรับทุกการกระทำ จะไม่ให้คิดได้ไงว่าอย่างน้อยอีกฝ่ายก็รู้สึกเหมือนกันนั่นแหล่ะ เพียงแต่มันมากพอที่จะเลื่อนความสัมพันธ์ได้ไหม? หรือเป็นแค่เพราะอารมณ์ชั่ววูบและสถานการณ์พาไปเอง

ถึงจะเป็นยังไงก็ใช่ว่าตอนนี้จะสน


 -------------------------------------------------------------------------------------------

(CUT Part I & II)

ตามหาในกูเกิ้ลเช่นเคยจ้า หาไม่เจอก็แปะเมล์ทิ้งไว้ก็ได้นะ

-------------------------------------------------------------------------------------------


(ต่อจ้า)


จนแสงแดดสะท้อนผ่านกระจกเข้ามากระทบหน้านั่นล่ะ ถึงได้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น

เป็นเพราะเมื่อคืนเปิดผ้าม่านทิ้งไว้ ทำให้แสงแดดส่องเข้ามาจนถึงบนเตียงพอดี ผมค่อยลุกบิดขี้เกียจ สะบัดความมึนและปวดหัวจากฤทธิ์แอลกอฮอล์เมื่อคืน เหลือบมองไปบนเตียง ก็เห็นร่างขาวๆที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำเต็มไปหมดโผล่พ้นผ้าห่มถึงหัวไหล่มน นอนหลับสนิทด้วยจังหวะหายใจคงที่

ผมหยิบโทรศัพท์ดูเวลา นี่สิบโมงกว่าแล้ว ปกตินิวเป็นคนตื่นเช้ามากๆ จากที่ผมสังเหตุมาหลายครั้ง ต่อให้นอนดึกแค่ไหนหรือเหนื่อยแค่ไหนก็ยังตื่นเช้าอยู่ดี แต่ครั้งนี้คงเกินขีดจำกัดแล้ว ถึงได้ยังนอนหลับพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่บนเตียงแบบนี้

ไหนๆ ก็ยังไม่ตื่น ขอสักนิดนะ..

ฟอดดดดดด

ไม่รู้ว่าหอมแรงไปหรือยังไง คนที่นอนหลับพริ้มถึงได้คิ้วขมวดเหมือนถูกรบกวนตอนกำลังหลับ และค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ  ทุกการกระทำซื่อๆ ตกอยู๋ภายใต้สายตาของผมทั้งหมด

“อื้อออ.....พี่เอก....โมงแล้ว” เสียงหวานถามอ้อแอ้ไม่เป็นประโยค

“สิบโมงจะครึ่งแล้ว นอนต่อก็ได้นะ”

แน่นอนว่าสายขนาดนี้แล้ว โปรแกรมเที่ยววันนี้ที่วางไว้ก็คงถูกยกเลิกไปโดยปริยาย กลายเป็นว่าวันนี้ทั้งวันเรานอนเล่นกันอยู่ในห้องทั้งวัน

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นระหว่างที่นอนดูโทรทัศน์เบื่อๆ นิวเองก็ฟุบหลับบนโซฟาไปแล้วเรียบร้อย กลายเป็นหนังดูเราแทนซะงั้น ช่อง Notification บนโทรศัพท์ขึ้นรูปไอค่อนแจ้งเตือนจากแอพริเคชั่นยอดฮิตอย่าง Instagram บ่งบอกถึงจำนวนคนที่กดถูกใจรูปที่ผมลงล่าสุดพร้อมความคิดเห็นมากมายทั้งจากเพื่อนและรุ่นพี่รุ่นน้องที่รู้จัก


Jame_Jirapaxx : เดี๋ยวนี้ชักเอาใหญ่นะ มีไปทงไปเที่ยว

Patae.ttt : อื้อหืออออออออ เปิดตัวเมื่อไหร่บอกด้วย

Patthakorn.Pond : ใครอ่ะพี่เอก

Minttymint : กรี๊ดดดดดด แฟนใหม่พี่เอกหรอ แง อยากเห็นหน้าอ่ะ

Kitto.katto : @NongPlanoy มึง!!!

NongPlanoy : @Kitto.katto กรี๊ดดดดด หวานกว่าประโยคบอกรักอีกอ่ะ

PpppureppPME : ไปกะใครอ่ะพี่

Kppkpung : @Jame_Jirapaxx ไหนมันบอกว่ามันโสดวะ ละนี่ใคร

Jame_Jirapaxx : @Kppkpung เด็กมัน

...

..

.

 

            และอีกสารพัดความคิดเห็นที่ผมเปิดดูผ่านๆ จากเกือบๆร้อย ที่ดูคร่าวๆ ส่วนใหญ่มักถามว่าเป็นใคร อยากเห็นหน้า ทั้งอิจฉา

จริงๆผมก็ไม่ค่อยถ่ายรูปลงหรืออะไรบ่อยสักเท่าไหร่ ในไอจีก็มีคนตามประมาณเกือบๆสองพัน แต่ละรูปที่ลงส่วนใหญ่ก็เป็นรูปอาหาร รูปหมา(ไอ้หู้) หรือรูปจากกิจกรรมภายในคณะ อะไรทำนองนี้ โดยเฉลี่ยแต่ละรูปจะมีคนไลค์อยู่แค่ร้อยกว่าๆ แต่รูปที่ลงเมื่อคืนกลับมีคนไลค์สี่ร้อยกว่าเกือบห้าร้อยเข้าไปแล้ว

ทั้งที่มันก็เป็นแค่รูปเบลอๆ ที่ถ่ายตอนที่เดินอยู่ที่วอล์คกิ้งสตรีท ไม่มีข้อความ แคปชั่น ไม่มีความหมายใดๆ

ผมเงยหน้ามองรูปในมือสลับกับคนที่นอนคอพับคออ่อนอยู่บนโซฟา

เป็นแค่รูปมือคู่นึงที่จับกันไว้ท่ามกลางผู้คนมากมาย

แค่นั้นล่ะ








      To Be Continued…..



Talk

 อิพี่เอกโดนด่าอีกแล้วค่า 555555555

              เอาล่ะ มาอ่านในมุมพี่แกบ้าง พี่เอกเองก็รู้สึกไม่แพ้กันหรอก ไม่จะชวนจะพาไปเที่ยวขนาดนี้ไหมล่ะ แต่ก็อย่างว่า ตลอดหลายตอนที่ผ่านมาอีพี่เอกมันบังคับน้องซะส่วนใหญ่ไง เลยไม่กล้าที่จะตีความไปเองว่าน้องมันก็ชอบ ไม่กล้าขยับความสัมพันธ์ ปล่อยมันคาราคาซังแบบนั้นอ่ะ แต่ก็ตักตวงจากน้องมันอยู่ดี เออ ก็เห็นแก่ตัวอยู่ดีแหล่ะ ด่าอีพี่มันเข้าปายยยยยยย

               ปล. เนื่องจากตอนนี้ยาวจริงๆ ขอหั่นฉับไว้ ณ ตรงนี้ ไม่ได้แต่งนานแล้ว เลยต้องใช้เวลาเกลานานพอสมควร แถมไม่ได้แต่งในมุมมองของน้องนิว แต่เป็นมุมของพี่เอกมันเลยยาก *100 ฮืออออ

ถ้าอัพส่วนที่เหลือหรือส่วนที่ตัดแล้วมันไม่แจ้งเตือนก็สามารถตามได้ในแอคทวิต @mikanchanwriter นะคะ จะแจ้งอัพแต่ละตอน + ลิ้งก์ส่วนที่หายไปไว้ในไบโอค่ะ

ทุกความคิดเห็นเป็นกำลังใจให้คนเขียนเสมอค่า ♥

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

444 ความคิดเห็น

  1. #415 Tarn Ittipolpornchai (@taartn) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 03:34
    มาต่อเร็วๆนะค้าาา
    #415
    0
  2. #409 Jintrapat (@jintrapat) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 19:23
    คิดถึงงงงงง
    #409
    0
  3. #408 mwnbelle (@mwnbelle) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 09:25
    อยากให้อิพี่ชัดเจนกะน้องอ่ะ แงงง
    #408
    0
  4. #406 kliaomai (@kliaomai) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 12:42
    ขนาดนึ้แล้ว ชัดเจนกับน้องด้วยย
    #406
    0
  5. วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 11:01
    ความไม่ชัดเจนมันทำร้ายกันนะ กรุณาชัดเจนกับน้องด้วยคุณพี่เอกกกกกก
    #405
    0
  6. #404 oreochobkua (@oreochobkua) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 10:58
    พี่เอกไม่เคยจะพูดอะไรให้ชัดเจนอ่ะ
    #404
    0
  7. #403 noowiwie (@wiwie-nmk21) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 07:54
    สงสารน้องงงง TT
    #403
    0
  8. #402 Tarn Ittipolpornchai (@taartn) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 07:55
    ชัดเจนอีกรู้จักมั้ย เห็นแก่ตัวหวะพี่เอก
    #402
    0
  9. #401 oreochobkua (@oreochobkua) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 19:16
    อีพี่เอกเลวมากเลย เอาแต่ได้ น้ิงนิวก็กระต่ายน่ารักตะมุตะมิ สงสารนิว ไหนจะถิงอีก
    #401
    0
  10. วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 17:13
    อิพี่เอกจะเห็นแก่ตัวไปถึงไหนกัน ถอดจากบทพระเอกซะดีมั๊ยยยย
    #400
    0
  11. #399 ret_rot (@retrot) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 02:51
    สงสารมากเลยค่ะ
    #399
    0
  12. #398 ret_rot (@retrot) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 02:51
    สงสารมากเลยค่ะ
    #398
    0
  13. วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 00:19
    รอจ้าาาา
    ปล. ป้าก็ติดไฮคิวชอบมากกกกก
    #397
    0
  14. #396 Tarn Ittipolpornchai (@taartn) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 23:46
    รอค่าาา
    #396
    0